ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,254 Views

  • 124 Comments

  • 285 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    393

    Overall
    11,254

ตอนที่ 23 : บทที่ 6.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

ยามอิ่ว[1] ยอดเขาห้าร้อยขั้น

สี่ร้อยเก้าสิบแปด

สี่ร้อยเก้าสิบเก้า

สี่ร้อยแปดสิบห้า

สี่ร้อยแปดสิบหก

.....

ถิงซูอย่าแกล้งข้าสิ เจ้าน่ะนับผิดอีกแล้วต้าหนิงแบกคนงามขึ้นเขาตามธรรมเนียมหลังเข้าหอ ครั้นนับไปนับมามักมีเสียงกวนใจอยู่ตลอด ประกอบกับอารมณ์เหนื่อยจึงอดตัดพ้ออีกคนให้เลิกกลั่นแกล้ง เมื่อคืนเขาทะเลาะกับถิงซูราวหนึ่งชั่วยาวเต็ม สืบเนื่องจากคำตอบที่รอคอยมาหลายเดือนถูกปฏิเสธ ปัญหาจึงจบด้วยทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุก   

ถิงซูถอนหายใจสั้น ๆ หมุนหน้าคนรู้ดีให้หันไปดูด้านหลัง ข้าไม่ได้พูด  ท่านดูนั่นเอาเถิด

.....

ซือฉางท่านก้าวเร็วอีกนิดสิ ตะวันจวนตกดินแล้ว

สี่ร้อยเก้าสิบแปด

สะ...สะ...สี่ร้อย... เทียนซือฉางนับไม่เต็มคำ ร่างสูงใหญ่เซแซด ๆ จวนทำคนงามพลัดล้ม ครั้นเมื่อพบคนที่ยืนมองอยู่บนบันไดหินขั้นสุดท้าย

อันหยง!!”

ถิงซู!!”

            “ต้าหนิง!!”

ซือฉาง!!”

ต่างคนต่างขานชื่อพร้อมกัน ทว่าสีหน้าของซือฉางกับอันหยงซีดเผือดกว่าใครเพื่อน ความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกปกปิดเป็นความลับตั้งแต่ท่านฮานเก่อออกเดินทางเที่ยวสุดท้าย เพราะเกรงว่าหลายฝ่ายจะจับตามอง อีกอย่างอันหยงเองก็ไม่สะดวกเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ อดีตคณิกางามเมืองเดิมทีไม่ควรริมีรัก นางจึงคิดเผื่ออีกฝ่ายเสมอ ไม่อยากให้เขาผูกด้ายแดงอยู่กับนางทั้งชีวิต ซือฉางอายุเพียงยี่สิบต้น ๆ ส่วนนางอายุมากกว่าเขาถึงสามปี ความลำบากใจจึงมีมากตามไปด้วย   

จะยืนตรงนั้นอีกนานหรือไม่ ถิงซู อันหยง ต้าหนิง ซือฉาง

เสียงนี้ต่างหากที่ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนอยากจะรีบเดินลงบันไดแล้วมาใหม่ในคราวหลัง อุตส่าห์กะเกณฑ์เวลาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ สวรรค์กลับจงใจให้มาเจอกันเสียอย่างนั้น  

ทำไมเป็นใบ้กันหมดแล้วหรือ...หืม?” ซานอินมองหน้าสองหนุ่มใจกล้า ดวงตาคู่งามเป็นกระกายวาว บนหลังของต้าหนิงมีถิงซู ทางฝั่งเทียนซือฉางมากับอันหยง  

ลำพังต้าหนิงกับถิงซูไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ข้าบอกแล้วกลับมาคราวนี้เขาไม่ทนเจ้าแน่ ๆ ซานอินหัวเราะเสียงใส ยักคิ้วส่งให้สหายรัก ไม่ลืมเบนหน้าสาหายรักอีกคนที่ยืนตัวลีบหลบอยู่หลังเทียนซือฉาง

อันหยง หลบอยู่หลังผู้อื่นเยี่ยงนี้ ไม่ใช่นิสัยของเจ้าเลย กลัวข้าหรือกำลังกลัวสิ่งใดกัน?” พูดจบนางก็ยิ้มกว้างขึ้น วัดใจกันไปนัย ๆ ระหว่างให้นางถามเองกับให้เจ้าตัวแถลงไขเรื่องราวทั้งหมด

ชักอยากรู้แล้วสิ สองคนนี้ไปรู้จักกันแต่ตั้งเมื่อไหร่นะ?

อันหยงก้มหน้าเล็กน้อยพูดเสียงเบา ข้าผิดเองซานอิน อย่ากล่าวโทษเขา

ซานอินพยักหน้าน้อย ๆ ดวงตาเปล่งประกาย ดีนี่สหายข้า!! ไม่ทันไรก็กางปีกปกป้องกันเองแล้ว ถ้าไม่เรียกว่าความรักแล้วจะเรียกว่ากระไรได้

ต้าหนิงยืนเงียบกริบเพราะมีชนักปักหลังอยู่ ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยทักผู้เป็นนายใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างกองไฟ ถิงซูฉีกยิ้มกว้างลืมเรื่องของตัวเองไปชั่วขณะ เพราะนางเองก็อยากรู้เช่นเดียวกัน เกิดเหตุอันใดขึ้นกับเทียนซือฉางถึงพลาดท่าให้กับสตรีที่ชอบหยอกล้อแต่มิเคยคิดจริงจังกับใคร  

เทียนซือฉางเหลียวมองอันหยง ดึงให้นางหลบไปอยู่ด้านหลัง แล้วจึงก้าวเท้าออกมาสองก้าว ลั่นวาจาต่อหน้าทุกคน

ข้าผิดเองไม่เกี่ยวกับหยงเอ๋อร์

หยงเอ๋อร์

หยงเอ๋อร์

ซานอินหัวเราะออกมาเป็นคนแรก ในหัวเริ่มประติดประต่อเรื่องราว สองคนนี้คบหากันตั้งแต่วันไหนเมื่อไหร่

จริงสิ...มีช่วงหนึ่งที่อันหยงไม่กลับเรือนไผ่เขียวหลายวัน อ้างว่าติดภารกิจอยู่ในหมู่บ้านท้ายเชิงเขา ประจวบเหมาะกันดีเหลือเกินสินะ เผอิญ เทียนซือฉางอยู่นอกด่าน นานครั้งถึงจะได้เข้ามาในหุบเขาสักครา

จากนั้นนะรึ อันหยงแลดูเปลี่ยนไปมาก อุปนิสัยขี้เล่น เรื่องเล่าสุดหรรษา วีรกรรมขายจีบประจำวันในค่ายพยัคฆ์ขาว หนุ่มน้อยใหญ่ต่างชายตาแลให้นางยิ้มสักครากล่าวทักสักหน เพลานี้กลับกลายเป็นสตรีเหนียมอายรอให้ผู้อื่นออกหน้าแทน ช่างดูขัดหูขัดตาพิกล

สุภาษิตว่าไว้ อย่าเก็บความสงสัยไว้นานประเดี๋ยวจะกลายเป็นทุกข์ ฉะนั้นถามเจ้าตัวเลยดีกว่ามัวคิดเองเออเอง แต่ก่อนอื่นคงต้องขออนุญาตจากคนตัวโตนั่งหน้าง้ำเพราะถูกรบกวนช่วงเวลาแสนหวาน ซานอินลูบต้นแขนที่กอดนางไว้มิคลาย คลี่ยิ้มละไม เผิงอวี้พยักหน้ามอบให้นางจัดการได้ตามต้องการ

ท่านรู้หรือไม่ว่า แม้อันหยงมิได้ใช้ชื่อแซ่เดียวกันกับข้า แต่ข้ารักและเป็นห่วงนางเสมือนพี่สาวแท้ ๆ

ข้ารู้เทียนซือฉางยืดอกตอบเสียงดัง ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาไม่คิดหลบเลี่ยงตั้งแต่แรก ทว่าคำถามของซานอินไม่ได้มีแค่เพียงหนึ่งข้อ   

ท่านรู้หรือไม่ว่า นางถูกหมายตาจากบุรุษมากมาย แต่ท่านรวบหางกินทั้งตัวเช่นนี้ มิเท่าตัดความหวังของผู้อื่นหรอกหรือประโยคนี้ของซานอินตีความได้หลายอย่าง เผิงอวี้ที่เป็นฝ่ายนั่งฟังมาแต่ต้นย่อมมองออก ข้อแรกแม่นางอันหยงพลาดโอกาสเลือกชายที่เหมาะสมกับนาง ข้อสองในเมื่อน้องสาวนอนอยู่ในเรือน ผู้อื่นกลับย่องเบาเข้าหาพี่สาว ข้อนี้ซือฉางอาจหาข้อแย้งลำบากสักหน่อย แม้ใจอยากจะช่วยลูกน้องพูดสักสองคำ ทว่าตนนั้นก็ใช้วิธีปีนเข้าหน้าต่างผู้อื่น ขืนพูดไปคงไม่แคล้วถูกย้อนปลายทวนพุ่งใส่ตัว  

ข้ารู้ แต่ข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขา

อย่างไร?”

ซานอินหยุดเถอะ ข้าผิดเอง อันหยงทนฟังต่อไปไม่ไหว เอ่ยห้ามน้ำตาคลอเบ้า มองหาคนช่วยแต่ทุกคนต่างหันหน้าหนีนางกันหมด    

เจ้าเงียบก่อนเถิดอันหยง ข้าต้องถามเจ้าแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ว่าอย่างไรท่าน?” ซานอินเคลื่อนสายตาจับอยู่ที่ใบหน้าคมคายไม่แพ้ต้าหนิง คิ้วกระบี่ แววตาแฝงไว้ซึ่งความทระนง จมูกคมสันรับริมฝีปากหยักโค้ง ซือฉางมีร่างหนากว่าต้าหนิงเล็กน้อย นิสัยรึก็เปิดเผยตรงไปตรงมา ในหมู่สตรีด้วยกันใครบ้างจะไม่ชอบบุรุษบุคลิกโดดเด่นเทียมหน้าตา ยิ่งได้นำทุกข้อมารวมกันยิ่งมิอาจด่วนตัดกังวลออกจากใจ นางพอได้ยินผู้อื่นพูดถึงเทียนซือฉางมาไม่น้อย อดีตเป็นถึงบุตรชายเสนาบดีกรมวังแคว้นใต้ ครอบครัวถูกสังหารจนสิ้นตระกูล แต่บารมีและความทระนงในตนที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เป็นสิ่งที่ไม่อาจลบ ถ้าหากวันใดวันหนึ่งเขาพบ...

ช่างเถอะคิดไปก็เสียเวลาเปล่า

ซานอินหันสบตากับสามีตัวโต แล้วนึกย้อนมองตัวเองตอนได้หมั้นหมายกับเขา ต่างอะไรกับเทียนซือฉางในยามนี้กัน      

ข้าขอบอกตามตรง อนาคตคนเรามิอาจกำหนดได้ แต่ใจข้าไม่มีทางเปลี่ยน แม้นางจะไม่รักข้าแล้วก็ตามวาจาหนักแน่นเขย่าหัวใจดวงน้อยของอันหยงสั่นคลอน ซือฉางกุมมือบางไว้พลางบีบเบา ๆ อีกมือหนึ่งคอยเกลี่ยหยาดน้ำตาให้หายไปโดยเร็ว   

ซานอินปล่อยให้ผ่านไปเพียงครู่ คำพูดประโยคนี้คล้ายใครบางคนที่ประกาศกร้าวต่อหน้านางเมื่อหลายชั่วยามก่อน แม่ไก่มีขนสีใดมักได้ลูกมาไม่ต่างจากสีนั้น ครั้นจะบอกเจ้านายกับลูกน้องช่างเหมือนกันย่อมมิผิด

ซือฉางต้องอย่างนี้สิ กล่าวได้ดี กล่าวได้ดี ต้าหนิงหลุดปากชมพวกเดียวกัน ช่วงจังหวะนั้นเผิงอวี้ดีดเอาเปลือกลี่จือ[2]ในมือ ส่งเข้าปากคนไม่ได้รับอนุญาตให้พูด ถลึงตาใส่อีกหนึ่งชุด ซานอินส่ายหน้ายิ้มให้คนเกเรทั้งสอง ก่อนเริ่มถามซือฉางต่อไป ข้อนี้จะว่ายากก็ไม่ยาก ล้วนขึ้นอยู่กับใจของคนฟัง

แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าพี่สาวของข้าเป็นคณิกาหญิงเลืองชื่อ พบพานบุรุษมานับไม่ถ้วน เด็กกว่าท่าน สุขุมนุ่มลึกกว่าท่าน รูปงามกว่าท่านสองตาเรียวเล็กพิศมองไปทางอันหยง แล้วเบือนหน้ากลับมาหาซือฉาง

เทียนซือฉางยืนนิ่งไร้วาจาไปครู่ใหญ่  

อันหยงกระจ่างชัดในคำถามของซานอิน คำถามนี้ไม่ได้ตีความไปในทางดูหมิ่นนาง แต่เป็นการวัดค่าความคิดจากใจคนเรา จากที่รั้นจะก้าวต่อไปด้วยกันให้ได้ กลับกลายเป็นนางที่ขอเดินถอยออกก่อนหนึ่งก้าว

คนส่วนใหญ่มักเลือกเด็ดกลีบบัวชั้นนอกออกหมด แล้วค่อยพับกลีบสีขาวด้านในเตรียมจัดใส่อ่างน้ำ ขณะที่กลีบบัวดำด่างถูกตีว่าเป็นของมีตำหนิทั้ง ๆ ที่เป็นดอกไม้ชนิดเดียวกันอาศัยก้านเดียวกัน ความหมายของข้าคือ ซือฉางใจท่านแลเห็นอันหยงเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง ท่านรับได้หรือ แล้วถ้าหากรับได้จริงดั่งวาจาแล้วนั้น ท่านสามารถทนฟังคำครหาจากผู้อื่น จักปกป้องคนที่ท่านรักอย่างไร

เทียนซือฉางพลันตระหนักถึงสิ่งที่เขามองข้าม แม้คำครหาไม่เป็นผลต่อเขาแต่ส่งผลต่ออีกคน ชายหนุ่มได้แต่กำหมัดไว้ข้างตัว ช่วงแขนแกร่งกระตุกสั่น  

อันหยงน้ำตาไหลเอ่อ ซานอินพูดถูกทุกอย่าง ความลังเลมากมายโถมเข้ามาให้นางเลือก จึงขอเป็นฝ่ายถอยอีกหนึ่งก้าวเพื่อปล่อยมือ ทว่าถูกซือฉางฉวยกอดจากด้านหลัง

หยงเอ๋อร์ข้อนี้ข้าตอบไม่ได้ แต่จะขอร้องให้เจ้ารอดูสิ่งที่ข้าทำ

อันหยงก้มหน้ามองชายเสื้อ ไม่ยอมสบตาเขาเหมือนดังทุกครั้ง นางเชื่อในความรัก แต่สำหรับชีวิตคู่ หาใช่ความรักเพียงอย่างเดียว นางไม่เข้มแข็งพอที่จะทนฟังผู้อื่นกล่าวถึงเขาในทางไม่ดี ได้ภรรยาเป็นคณิกางามเมือง

ซือฉาง ด้วยอายุของเรา

หยุดพูดนะ ข้าไม่ใช่เด็กหนุ่มไม่รู้ประสา ก่อนหน้านี้ข้าเองก็เคยได้ยิน พี่ถิงซูเอ่ยกับเจ้า หากบำรุงร่างกายให้ดีหน่อยคิดอยากจะมีบุตรหญิงชายไม่ใช่เรื่องยาก

หรือท่านจะทิ้งข้า

พูด!!” เทียนซือฉางตะเบ็งเสียงดังสนั่น แววตาดุจม้าพยศแสดงถึงความปวดร้าวสุดใจ

ถ้าจะทิ้งข้า...เหตุใดต้องมาทำให้ข้ารัก

เปลือกผลไม้ที่ลอยมาหล่นใส่หัวซือฉางคือคำตอบ ซานอินเอื้อมมือบิดหูคนเกเรที่เห็นคนอื่นหวานใส่กันไม่ได้ ท่านพูดน้อยกว่าเขาเสียเมื่อไหร่

เผิงอวี้ปิดปากเงียบ ขยับนางขึ้นมานั่งบนต้นขา ป้อนเนื้อกวางย่างใหม่ ๆ ให้ทีละคำ ต้าหนิงกับถิงซูส่ายหน้ายิ้มให้กับท่าทางกระเง้ากระงอดของท่านฮานเก่อกับสหายรัก ก่อนเดินเข้าไปร่วมวงทิ้งให้พระเอกนางเอกของเรื่องเจรจากันต่อไป  

เอาล่ะ...ซือฉางท่านผ่านบททดสอบแล้วมานั่งได้ ส่วนอันหยงจงยืนอยู่ก่อน ถึงคราวเจ้าตอบคำถามบ้างแล้ว ซานอินไม่สนใจสีหน้าซือฉางที่ถูกบททดสอบของนางเล่นงานจนร้าวใจ ใครใช้ให้พวกเขาปิดบังคบกันลับ ๆ

อีกอย่างอันหยงมีบาดแผลซ่อนไว้ภายใต้ความก๋ากั่น แม้นหากถูกซ้ำด้วยความรักฉาบฉวย เกรงว่าชีวิตที่เหลือคงแหลกสลายอยู่อย่างคนไร้จิตวิญญาณ คราวนี้จึงลำบากถึงนางที่ต้องคิดคำถามพิสูจน์ใจให้รู้กันไปว่า...ซือฉางคู่ควรต่อสหายนางหรือไม่?

มานั่งเผิงอวี้เอ่ยออกมาเป็นประโยคแรก เทียนซือฉางหันไปพยักหน้าให้อันหยง จากนั้นคำถามต่อไปก็เริ่มต้นขึ้น

อันหยง เจ้ารักเขาเพราะเหตุผลใด นิสัยของเจ้าเบื่อง่าย ชมใครได้ไม่นานก็เปลี่ยนใหม่ทุกย่ำเช้า

ถิงซูอิงแอบหัวไหล่ต้าหนิง สะกดเสียงหัวเราะไว้หน้าแดงก่ำ คำถามนี้โหดร้ายนัก พาให้ใครบางคนหวั่นกลัวทันตาเห็น ต้าหนิงดูสหายของท่านสิ หน้าซีดแล้วปะไร

แล้วเจ้าล่ะ รักข้าหรือเปล่า คำถามนั้นมิใช่ซือฉางที่กลัวคำตอบ เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้เมื่อคืนจะสุขอุราจวนรุ่งสาง แต่ใจมันหวิว ๆ อย่างไรชอบกล

ไหนผู้ใดบอกว่า อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวก็รักเอง แล้วจะมาถามไยกัน

ต้าหนิงหน้าคว่ำ เกิดอยากร้องไห้กับเขาบ้าง ถ้าถิงเหอไม่ขอไปนอนกับอี้จิง เขาคงไม่ถูกนางรังแกถึงเพียงนี้ ตัวสามีแบกภรรยาขึ้นบันไดหินห้าร้อยขั้นหวังได้ขอพรต่อเทพไป๋หู แล้วถ้าเกิดคนข้าง ๆ ไม่รักขึ้นมา ต่อให้พร่ำขออะไรไปก็เปล่าประโยชน์ เสียกายให้นางไปแล้ว หัวใจก็ด้วย ซ้ำยังส่อแววช้ำในห้วงอกเพราะคนเขาไม่รักเรา

ถิงซูหยิกข้างเอวหนาเพื่อเตือนสติ ท่านคิดว่าลูกไม้แกล้งเมาพรรค์นั้น ข้าไม่รู้เลยจริง ๆ หรือ

ต้าหนิงกลืนน้ำลาย แหงนหน้ามองซ้ายแลขวาก่อนตอบสั้น ๆ

ข้าเมาเพราะรัก

โอ้ย!!”

ข้าก็อยากหยิกเพราะชังหน้าท่าน ตอนนี้อย่ามัวเถียงกันเองอีกเลย เอาใจช่วยซือฉางก่อนเถิดถิงซูวางมือนางไว้บนตักอีกฝ่าย ต้าหนิงแสร้งมองท้องฟ้าที่เริ่มโรยตัวลง ขณะที่มือขวาโอบเอวบางไว้ไม่ห่าง ดูไปดูมาเหมือนเบื้องบนจะส่งยิ้มให้ ความหวานหอมอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ถูกขัดอารมณ์ด้วยปลายเชือกตวัดตีแผ่นหลังคล้ายคำเตือน แน่นอนว่าเป็นท่านฮานเก่อคนเดิม ส่งสายตาแข็งกร้าวกล่าวเตือนเป็นนัย ๆ

ห้ามทำหวานต่อหน้าข้า

ในที่สุดก็มีคนอิจฉาจนได้ แต่เหตุใดไม่ดูตัวเองเลยให้ตายเถอะ กอดนายหญิงน้อยมองผู้อื่นตาขวาง เฮ้อ...โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม

 

อันหยง เจ้ารักเขาเพราะเหตุผลใด นิสัยของเจ้าเบื่อง่าย ชมใครได้ไม่นานก็เปลี่ยนใหม่ทุกย่ำเช้า

ซานอินย้ำคำถามอีกรอบ เฝ้ารออย่างใจเย็น อันหยงเยื้องเท้าก้าวไปสองจั้ง ผินหน้ามองแสงจันทร์นวล ความรู้สึกอัดแน่นในอกถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงเจือเศร้าเคล้าสุข   

ข้ารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากซานอิน ทุกครั้งที่ได้อยู่กับซือฉาง นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ยิ้มได้เมื่ออยากยิ้ม หัวเราะเมื่ออยากหัวเราะ อ่อนแอบ้างตามประสาอิสตรี ไม่จำเป็นต้องปั้นหน้าบอกใคร ๆ ว่ามีความสุข ทั้งที่ใจหนาวเหน็บ พูดก็พูดเถอะ...ข้าไม่ได้รักเขา แต่เป็นใจดวงนี้ที่ดื้อรั้นไม่ฟังคำห้าม สายตาเองก็ไม่ด้อยไปกว่าใจ กว่าจะรู้ตัวว่ามองเขาอยู่...นึกอยากจะลบภาพเหล่านั้นออกก็ลบออกไม่ได้ ถลำลึกจนเกินจะถอนความรู้สึกคืน

ช่วงเวลาเกือบครึ่งปีใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ถิงซูกับซานอินต่างไม่เคยเห็นท่าทีแปลกตาเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าอาบด้วยรอยยิ้ม ทว่าเป็นรอยยิ้มที่เศร้านัก ยามเมื่อยืนต้านลมยิ่งเห็นถึงความบอบบางพร้อมจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่เจ้าตัวคงชินกับการฝืนไว้ ซานอินชำเลืองมองต้าหนิงตบบ่าให้กำลังใจซือฉาง อีกฝ่ายก้มหน้ามองพื้น แผ่นหลังกว้างเกิดอาการสั่นให้เห็นเพียงครู่ นางจึงคิดทบทวนในสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ คนหนึ่งร้อนจนเย็น อีกคนเย็นจนตกผลึก หากปล่อยไว้นานต่อให้เป็นศิลาหลอมด้วยเหล็กกล้าย่อมมีวันแตกสลาย

นางจงใจใช้คำถามช่วยไขปัญหาของทั้งสองคน ให้พวกเขามองเห็นในสิ่งเดียวกัน ถามในสิ่งที่อีกคนไม่กล้าถามแต่ก็อยากรู้คำตอบ ตัวนางเองมิใช่สตรีเก่งกาจในด้านความรัก เพียงหยิบนำสิ่งที่ตาเห็นจากบิดามารดามาเป็นตัวชี้นำ กอปรกับอีกฝ่ายเปรียบเสมือนมือซ้ายของเผิงอวี้ อีกฝ่ายเป็นสหายที่นางห่วงใยดุจพี่สาว  

 

 

สตรีเหมือนดั่งดอกไม้ทอดกลีบลงโคนต้น เป็นความงดงามที่มีอายุสั้นนัก ขณะที่บุรุษเปรียบได้ดั่งต้นไม้แตกก้านขยายกิ่งไม่สิ้น ความหมายของข้า ความต่างของอายุมิใช่อุปสรรคก็จริง ซือฉางอายุน้อยกว่าเจ้าเกือบห้าปี แต่ความต้องการในเรื่องบางอย่างอาจมากกว่าเจ้าห้าเท่า

อันหยง...เรื่องนี้มิใช่เรื่องหยอกล้อให้คนใดคนหนึ่งลำบากใจ เพราะเจ้าเคยบอกข้าเอง คู่รักส่วนมากร้างลากันเพราะเหตุนี้ ที่ข้าอยากถามก็แค่...เจ้ารับได้หรือไม่?”

เทียนซือฉางกระแอมไอจนเสียงแหบแห้ง อันหยงหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ต้าหนิง ถิงซู แยกกันมองไปคนละทิศ มีเพียงเผิงอวี้ที่นั่งอยู่เฉย ๆ ยิ้มกริ่มคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ภรรยาของข้าไม่เคยขัดใจเรื่องนี้

ข้า... อันหยงถึงกับใบ้กิน เมื่อถูกบังคับให้ตอบ

ซานอินจับผิดคนหน้าแดง คิ้วพลันโค้งขึ้น อ้ำอึ้งแบบนี้ สรุปว่า...เจ้ากินเขาก่อนสินะ

“…..”

เงียบทั้งสองฝ่าย...ไม่ผิดแน่ ฉะนั้นลองถามอีกคู่ดูบ้าง

ถิงซู...เจ้ากินเขา หรือเขากินเจ้า

ถิงซูหันมองต้าหนิง เรียกร้องความเป็นธรรมหวังให้สหายรักจัดการคนแกล้งเมา   

ซือฉาง ต้าหนิง ถูกซัดทอดต่ออีกหลายข้อ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวพร้อมใจกันมองไปทางนายใหญ่ให้ช่วยคลายปัญหา ส่งภาษามือก็แล้ว พยักหน้าก็แล้ว คงไร้สัญญาณตอบรับทุกช่องทาง

ผ่านไปอึดใจเดียว เผิงอวี้กลืนน้ำลายฝืดคอ แล้วจึงพูดว่า...

ข้าก็ถูกกิน” 

เหรียญหันด้านมาออกที่ซานอินตอนปิดท้าย พลันเกิดเสียงทุบตีดังอยู่เป็นระยะ ตามด้วยเสียงหัวเราะของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ จากนั้นใครถามใครถามก็ยากจะแยกเสียงออก ภายใต้แสงจันทร์สุกสกาว ดาวดวงเล็กดวงน้อยแข่งกันเปล่งแสงระยิบระยับ คู่รักทั้งสามคู่ต่างร่ำสุราท่ามกลางความสุขอวลล้อมอยู่รอบกาย

ต้าหนิงลืมคำขอที่เตรียมไว้ขอท่านเทพไป๋หู เพราะมัวเค้นถามหาความรักจากภรรยาคนงาม

เทียนซือฉางเมาคอพับก่อนใคร หลังปัญหาคลี่คลายเขากลายเป็นชายหนุ่มที่พูดจาหวานหู ปากพร่ำหาแต่หยงเอ๋อร์ทั้งที่กอดนางไว้

เผิงอวี้ยกมุมปากเหยียดยิ้ม มองพวกคออ่อนอย่างคนที่เหนือกว่า แต่เขาเองดันพูดไม่หยุด อ้างแต่ว่าไม่เมา ไม่เมา ไม่เมา... เพียงแค่เห็นต้าหนิงเป็นซานอินก็เท่านั้น

ยามสุขนั่งทุกข์ใจ วันผ่านไปแสนเร็วรี่ ยามทุกข์ยิ่งอุกอั่ง คืนเคลื่อนคล้อยดั่งหอยคลาน[3]



[1] ยาม อิ้ว (อิ่ว) เท่ากับ เวลา ๑๗.๐๐ น. จนถึง ๑๘.๕๙ น.

[2] ลูกลิ้นจี่

[3] พงศาวดารชายน้ำ ซ้องกั๋ง สุขสั้น ทุกข์ยืนยาว วันเวลาหมุนช้ากว่าในยามคนเราสุขล้น

.

ทิ้งท้ายบท 

ขอเสียงคนอยู่บ้านบ้างครับ 55555555555 คนเขียนคนนึงแล้วที่อยู่บ้าน 

หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกคนยิ้มได้ ;) 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #123 jeed_porn (@wannapos) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:01
    พ่อหมีกล้าบอกความลับ
    #123
    0
  2. #95 Yuu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:14

    ????????????????????????????????

    #95
    0
  3. #89 bigsun1120 (@bigsun1120) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 18:57

    กล้าพูดนะพ่อหมี ข้าถูกกิน !!!https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-10.png

    #89
    1
    • #89-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      3 มกราคม 2562 / 14:04
      5555555 พี่เผิงเป็นคนตลก
      #89-1
  4. #80 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 06:50
    โอ้ สามคู่ไปเลย ต้าหนิงทำเป็นเมาไปแอบกินถิงซูเรอะ 5555 ก็เป็นแผนที่สมกับต้าหนิงล่ะนะ แต่คู่ซือฉางอันหยงนี่ขำตรงอันหยงจับกินก่อน ส่วนพี่เผิงคือคนที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในตอนนี้แล้วค่ะ
    #80
    1
    • #80-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      2 มกราคม 2562 / 14:23
      5555555 ขอบคุณที่ชอบครับ สวัสดีปีใหม่ครับผม
      #80-1
  5. #79 ladawan5566 (@ladawan5566) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:03
    สามคู่เลยนะจ๊ะ หุหุ
    #79
    1
    • #79-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      29 ธันวาคม 2561 / 21:47
      จัดเต็มทีเดียวเลยครับ 5555
      #79-1
  6. #78 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:03

    ขอบคุณค่ะ
    #78
    1
    • #78-1 (@azooii) (จากตอนที่ 23)
      29 ธันวาคม 2561 / 21:48
      ไม่ไปเที่ยวไหนก็อยู่อ่านนิยาย 5555
      #78-1
  7. #77 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:02
    โฮ่ะๆไม่รู้สินะ💞💞💞💞
    #77
    0