ยามลมวสันต์หวนคืนสู่ใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,988 Views

  • 125 Comments

  • 287 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,127

    Overall
    11,988

ตอนที่ 24 : บทที่ 6.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 737
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

วันนี้เป็นเหมือนดั่งเมื่อสามอาทิตย์ก่อน หากมองจากยอดเขาสูงมุมใดมุมหนึ่ง จะเห็นได้ว่าท้ายเชิงเขาม่านเมฆาแน่นขนัดไปด้วยกระท่อมราวสามสี่ร้อยหลังคาเรือนที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จดี

เนินเขาห่างออกไปจากหมู่บ้านหลายสิบจั้ง โรงไม้ประดู่แดงติดสนป่าต้นใหญ่กลายเป็นจุดบัญชาการของกลุ่มพยัคฆ์ขาว ห้องโถงกว้างคับคั่งไปด้วยผู้คนหลายฝ่าย เสียงเอะอะด้านในดังต่อเนื่องมานานถึงสองชั่วยามเต็มยังไร้วี่แววยุติลง

อีกไม่นานตลาดถงฟางจะกลายเป็นสุสานแห่งสงคราม ประการต่อมาทางเรามิอาจรับรองผู้อพยพได้ทั้งหมด พวกท่านจงเข้าใจข้าด้วย เผิงอวี้กล่าวเสียงเครียด นับว่าเป็นประโยคที่ยาวที่สุดของบ่ายวันนี้ ความหมายนั้นชัดเจนไม่ต้องอธิบายซ้ำ รอผ่านไปสักช่วงเวลาหนึ่ง จำนวนคนไร้บ้านจะไหลหลั่งมาทางทิศตะวันตกมากกว่าลงไปทางใต้ ปัญหาย่อมเกิดแน่นอน พื้นที่ท้ายเชิงเขาม่านเมฆาไม่สามารถรับคนได้เกินกว่านี้แล้ว

ชาวบ้านหน้าสลด เสียงอื้ออึงในห้องโถงพลันเงียบสงัด หลายคนคอตกหันมาปลอบใจกัน หลายคนขวนขวายหาความหวัง แม้มันจะริบหรี่ไร้หนทางก็ตาม จึงได้แต่อ้อนวอนขอต่อรองไม่ลดละ   

ช่วงท้ายสะพานยาวออกไป เรา...พะ...พวกเราอยู่ได้ชายวัยกลางคน หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านพูดเสียงสั่น คราบไคลเปื้อนอาบหน้าบดบังความอ่อนแอไว้ไม่มิด แววตารุกโชนประดุจแสงเทียนที่ไม่เคยสิ้นหวัง สองมือโอบทารกตัวน้อยสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้เห็น  

ตรงไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น!!” เผิงอวี้ทุบกำปั้นโต๊ะไหวสนั่น ดวงตาแข็งกร้าวไร้ปราณี แม้แต่เด็กทารกตัวน้อย ๆ ยังไม่กล้าส่งเสียงแผดร้อง ต้าหนิงกับเทียนซือฉางยืนอยู่ด้านหลังส่ายหน้าทอดถอนใจ สำมะหาอะไรกับชาวบ้านตาดำ ๆ

เอ่อ...นายท่าน ข้าคิดว่า... ต้าหนิงเอ่ยได้ครึ่งประโยค ถูกพรรคพวกเดียวกันดึงให้มาด้านข้าง หลบสายตาพิฆาตจากท่านฮานเก่อได้อย่างฉิวเฉียด

ท่านรองต้าเก่อ[1] ท่านอย่าเพิ่งกล่าวอะไรตอนนี้เลย มิฉะนั้นจะพากันถูกฟาดเรียงตัวทั้งกลุ่มเรา ใจเย็น ๆ ลงหน่อยท่าน รอคนผู้หนึ่งมาแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ข้าบอกให้ถิงเหอออกไปดูลาดเลาล่วงหน้าแล้วขอรับ อี้จิงกล่าวห้ามต้าหนิง อีกมือกระตุกแขนให้เทียนซือฉางอยู่นิ่ง ๆ ให้รอดูไปก่อน การรับผิดชอบชีวิตคนหมู่มากไม่ง่าย ถ้าหากเป็นเขาได้นั่งอยู่ตรงนั้นมิแน่ว่าจะทำได้ดีกว่านี้  

เฉิงเอ๋อร์ เฉิงซาน สองพี่น้องพยักหน้าเห็นพ้อง ตั้งแต่เช้ายาวถึงบ่ายข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง ขืนพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ดูอารมณ์นายใหญ่ วันนี้ทั้งวันคงไม่พ้นถูกขังลืม  

ท่านฮานเก่อ พวกข้าขอร้องอย่าไล่ให้พวกเราไปเลย ไม่ว่าจะให้ทำอะไรพวกเราทำได้ทั้งนั้น ข้ารู้ว่าท่านเป็นผู้มีเมตตา ต่อให้วางท่าดุร้ายประหนึ่งโจรร้ายคล้องคอด้วยทองเส้นเท่าแขน ท่านก็ยังเป็นเทพธิดาของพวกเรา

.....เผิงอวี้คิ้วกระตุกหนึบ เส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ใบหน้าถมึงทึง  

เหล่าพยัคฆ์ขาวนำโดยต้าหนิงกระแอมเสียงในคอ ส่งสัญญาณเตือนอีกฝ่าย ผลก็คือ...ชาวบ้านผู้นั้นกลับพูดไม่ยอมหยุด

ข้าพบเจอคนมาไม่น้อย แต่มิเคยพบเจอใครที่หล่อเหลาคิ้วงามเหมือนท่านมาก่อน หางคิ้วเรียวยาวนับว่าเป็นคนมีวาสนามากด้วยภรรยาชายหญิง ฟ้าดินยังต้องเกรงกลัว ริมฝีปากหยักยามขยับเห็นฟันขาวกว่าใบหน้า หนวดเคราพลิ้วไหวดุจไยหม่อนไหมอย่างหาได้ยาก

ชายชราวัยเจ็ดสิบ ค้อมศีรษะย่อตัวคำนับแนบพื้น หากจะดีกว่านั้นถ้าไม่หันหน้าไปทางต้นเสาแทนผู้นั่งตระหง่านอยู่หัวโต๊ะ ชาวบ้านที่เหลือยืนไว้อาลัยให้กับตัวช่วยสุดท้ายของเหล่าตน อดีตชายชราผู้นี้เป็นถึงสมุห์บัญชีเจ้าเมืองก้วนเจิง ด้วยอายุอันนาความจำและสายตาจึงพร่าเลือนไปบ้าง คำพูดที่หลุดออกจากปาก มิอาจถือหาความจริงเท็จ หนำซ้ำอาจทำให้พายุคลื่นใหญ่ลูกเดิมเพิ่มแรงพิโรธมากกว่าบรรเทาลง

หนวดเคราพลิ้วไหวดุจไยหม่อน มากด้วยภรรยาทั้งหญิงชาย

ลำพังเพียงสองประโยคนี้ พวกเขารึจะกล้าเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่สูงกว่าช่วงอก ระหว่างที่ผ่อนลมหายใจเข้าออกหาหนทางต่อรอง กลับมีเสียงหัวเราะเล็ก ๆ แว่วดังมาจากด้านนอกห้องโถง

เทียนซือฉางยิ้มออกเป็นคนแรก ในที่สุดคนที่รออยู่ก็มาเสียที

ทางต้าหนิงกระทุ้งแขนใส่สองพี่น้องฝาแฝดให้เลิกยืนสั่นพั่บ ๆ ส่วนอี้จิงรู้งานเป็นที่สุดหายวับไปจากกลุ่ม ช่วยเบิกทางให้คนที่มีอำนาจกว่าพยัคฆ์คำรามเข้ามาไกล่เกลี่ยความตึงเครียดให้ลดลง ซึ่งดูเหมือนว่าท่านฮานเก่อของพวกเขายังไม่รู้ตัว

ยังไงก็ไม่ได้ พวกท่าน...

พวกท่านอยู่ต่อ ซานอินชิงเอ่ยเสริมคำต่อท้ายประโยคจนจบ ชุดสีน้ำตาลทะมัดทะแมงก้าวสวบ ๆ เข็นรถไม้เข้ามาทางประตูหลังพร้อมกับถิงซู อันหยง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวสุกใหม่เพิ่งละออกจากเตา ลดทอนบรรยากาศกระอักกระอ่วนในห้องโถงสลายหายไปชั่วคราว

เผิงอวี้นั่งตัวตรงตาแดงก่ำ มือสองข้างกำแน่น ไม่แม้แต่จะหันไปมองผู้มาใหม่ ผิดวิสัยเดิมขอเพียงได้ยินเสียง เป็นต้องปรี่รับนางมานั่งด้วยกัน ซานอินส่ายหน้าแย้มยิ้ม พิศมองคนตัวโตนั่งหันข้างพลันนึกอ่อนใจ เห็นทีต้องรีบคลายปัญหาส่วนตัวก่อนจัดการเรื่องใหญ่ที่พูดค้างไว้ เมื่อเช้าเพียงแค่นางตื่นก่อนทิ้งเขาให้นอนกอดหมอนใบโต ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

ใช่ว่านางอยากทำเสียเมื่อไรกัน หากจะโทษก็ต้องโทษตัวนางได้สามีชื่อเผิงอวี้ แม้สถานะสามีภรรยายังไม่เปิดเผยให้ผู้อื่นรู้โดยทั่วกัน ครั้นจะให้นางนั่งอยู่เฉย ๆ ทนดูผู้อื่นทำงาน นางมิอาจวางตัวเช่นนั้นได้ ดั่งคำที่ว่าวัวเคยขา ม้าเคยขี่[2] ทุกอย่างล้วนเป็นความเคยชินในชีวิตใหม่

ข้าขออุ้มหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ

ซานอินคลี่ยิ้มพราว เอ่ยทักพ่อหนูตัวน้อยในห่อผ้า ดวงตากลมโตสุกปลั่ง แก้มเป็นพวงขาวผ่อง ริมฝีปากเป็นกระจับขยับยิ้ม เท้าและมือดิ้นเร่าอยากให้นางอุ้มเต็มทน บิดาของเด็กน้อยรีบส่งให้นางอุ้มไว้อย่างยินดียิ่ง ต้วนฉางไม่รู้ว่าหญิงสาวสวมชุดบุรุษผู้นี้มีสถานะอันใด อิริยาบถท่วงท่าสง่างามแฝงความโอนอ่อนผ่อนตาม เดินย่างแย้มยิ้มอยู่เป็นนิจ แม้แต่ท่านฮานเก่อยังนั่งเงียบ ต้วนฉางก็พลันโล่งใจเปลาะหนึ่ง

พ่อหนูน้อยอายุได้เกือบขวบหรือยัง ถิงซู อันหยงดูสิ ตัวแค่นี้ยิ้มเก่งนัก ซานอินถามเสียงใส ดวงตาคู่งามส่องประกายชื่นชม

เก้าเดือนแล้วขอรับต้วนฉางตอบ

ถิงซู อันหยง เลือกจับแขนป้อม ๆ ไว้คนละข้าง แกล้งกัดขบเบา ๆ เสียงหัวเราะชอบใจของพ่อหนูน้อยดังเอิ๊กอ๊ากไม่หยุด จากนั้นซานอินจึงเดินเข้าไปหาคนตัวโตส่งเจ้าตัวเล็กให้เขาอุ้มไว้ นางยกมือปิดปากแทบไม่ทัน เผิงอวี้ดูตกใจเกินเหตุ แสดงท่าทีผิดแปลกไปจากที่คิด

ดูแขนนั่นสิ... สั่นเทาราวกับถูกของร้อนลวกผิว ใบหน้าคมคล้ามเหยเก จับจ้องเจ้าก้อนแป้งน้อยตัวยวบหยุ่น เสี้ยวอึดใจเดียวชายหนุ่มเบี่ยงหน้ามองหาตัวช่วยให้รีบรับไป  

เทียนซือฉางส่ายหน้าดิกเดินเลี่ยงไปอีกด้าน    

ต้าหนิงยิ้มแป้น หมุนตัวหนีเข้าไปหาถิงซู ช่วยภรรยายกถ้วยชามออกจากรถไม้

กลุ่มชาวบ้านสองร้อยคนเบือนยิ้มตาม ๆ กัน อย่างน้อยก็รู้ว่าหญิงสาวผู้มาใหม่มีบทบาทใดต่อใจท่านฮานเก่อ ความหวังพลันผุดขึ้นลาง ๆ ดั่งหินที่ทับอกถูกยกออกได้ทันเวลา ซานอินยิ้มหวานแทนคำกล่าวทักทาย พลางเอ่ยชักชวนทุกฝ่ายให้นั่งลง

พวกท่านทั้งหลาย เชิญนั่งลงก่อนเถิดหากยืนนาน ๆ จะพานล้มทั้งที่ร่างกายเพิ่งฟื้นตัว ทางเราตุ๋นข้าวใส่เห็ดสามอย่างไว้สี่หม้อใหญ่ ๆ ดูแล้วน่าจะพอกระมัง การได้ทานข้าวมื้อใหญ่ร่วมกันสักมื้อไม่มีอะไรวิเศษไปกว่านี้แล้ว ส่วนเรื่องอื่น ๆ ทิ้งเอาไว้ชั่วคราว ข้าขอเวลาข้าปรึกษากับท่านฮานเก่อสักนิดว่าจะพอมีหนทางช่วยอย่างไรได้บ้าง

หลังจากอี้จิงนำหน่วยพยัคฆ์ขาวยกเก้าอี้และโต๊ะไม้ออกให้เหลือแต่พื้นที่ว่าง ถิงซู อันหยง ไม่รอให้ซานอินสั่งรอบสอง จัดแจงให้ชาวบ้านนั่งล้อมวงเป็นกลุ่ม พอตรงนี้เสร็จ สองสาวก็เริ่มตักข้าวตุ๋นกระดูกแพะผสมเห็ดสามอย่าง แบ่งใส่ชามส่งให้ทุกคนจนครบ กลิ่นหอมของข้าวสุกใหม่เพิ่งขึ้นจากเตาถ่านร้อน ๆ เรียกเสียงครวญในท้องร้องถี่

พอท้องอิ่มปัญญาย่อมเกิด อะไรอะไรอาจจะดีขึ้น ฉะนั้นปล่อยให้ท่านฮานเก่อระเบิดอารมณ์ไปเถิด เพราะอย่างไรเสียเมื่อฉินเหลียงอวี้[3]ลงสนามศึกย่อมไม่มีทางแพ้

ปัง!! ตึง!!”

โครม!!”  

“…..”

ถิงซูยกนิ้วชิดปาก อันหยงใช้มือแตะข้างหูบอกทุกคน ณ ที่นั้นเป็นสัญญาณห้ามกลาย ๆ หากได้ยินได้เห็นเหตุการณ์ใดต่อจากนี้ จงลืม ๆ ไปเสีย

เจ้าไม่รักข้า เสียงฮึดฮัดไม่พอใจของคนหัวโต๊ะดังลั่น ขณะเดียวกันเสียงหัวเราะอ้อแอ้ของพ่อหนูน้อยดังแทรกบทสามีตัวโตน้อยใจภรรยารัก ราวกับต้องการเยาะเย้ยเผิงอวี้ บุรุษเช่นเจ้าช่างไร้เหตุผลสิ้นดี อ่อนวิชากว่าข้าที่เป็นทารกเสียอีก  

วัน ๆ เอาแต่น้อยใจผู้อื่น ไม่เหนื่อยบ้างหรือซานอินเบียดตัวลงนั่ง โอบแขนข้างหนึ่งพาดต้นคอเขาไว้ เอียงหน้าน้อย ๆ พิศมองคนตัวโตชัด ๆ สักหน เผิงอวี้มองสบสายตาคู่งามคาดโทษในใจ อารมณ์โกรธทั้งมวลถูกสยบด้วยท่าทางแนบชิด ยืนยันผลลัพธ์ได้จากการวัดแรงเต้นข้างอกซ้าย คิดไม่ถึงว่าอินเอ๋อร์จะกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าสายตาทุกคน  

อ๋อ...เกือบลืมไปเสียสนิท คนผู้นั้นบอกว่าทำกับข้าได้คนเดียว นางพูดพลางป้อนขนมลูกแป้งยัดไส้ถั่วแดงใส่ปากเขา

คำที่หนึ่ง คำที่สอง คำที่สาม แก้มสามีของนางบวมตุ่ยคล้ายอมลมไว้ในปาก ทำอย่างไรพ่อตัวร้ายก็ไม่ยอมเคี้ยวเหมือนอย่างที่คิดไว้   

นางยิ้มอ่อน ๆ ไม่บังคับ พักรบไว้ชั่วคราว เอื้อมมือรับถ้วยอีกใบจากอี้จิง เทียวหยดน้ำนมแพะขาวข้นให้พ่อหนูน้อยเป็นรางวัล เสียงร้องอ้อแอ้ระลอกสองคล้ายต้องการเปิดศึกแย่งชิงสาวงามจากเผิงอวี้ มีรึเขาจะยอม ชายหนุ่มเลิกผ้าขึ้นแกล้งดีดกระปู้น้อย ๆ ข่มขวัญ เขม่นมองเย้ยคืน  

ระหว่างเจ้ากับข้ายังห่างชั้นกันมาก ทั้งขนาดและความสมส่วน

พ่อหนูตัวน้อยเบ้ปาก มือเท้าเกร็ง แต่ไม่ยักร้องไห้ออกมาราวกับรู้ว่า ถ้าร้องแล้วจะเจอกับอะไร

ซานอินยิ้มพราว ทำเป็นไม่เห็นคนตัวโตกับคนตัวเล็กตั้งท่างัดข้อกัน ตักขนมคำที่สี่มาจ่อปาก เผิงอวี้มองตาอ้อยส้อย ผิวหน้าคล้ำกว่าเดิมนัก รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบขนมหวาน ทว่าหนนี้ลูกกลม ๆ นิ่ม ๆ คาอยู่ในปากเขาสี่ลูก

ซานอินปล่อยให้คนใจน้อยฮึดฮัดต่อไปอีกพักใหญ่ ครั้นสบจังหวะหนทางสะดวก แก้มสากระคายพลันเกิดเสียงดังฟอด เผิงอวี้เผลอกลืนก้อนแป้งลงคอในคราเดียว สีหน้าแตกตื่นราวกับถูกสาวเจ้าปล้นสวาทจนนางนึกขำ ก่อนจะช่วยย้ำให้ทุกอย่างชัดขึ้นบนซีกแก้มอีกข้างเกิดเสียงดังไม่แพ้กัน แล้วมาหยุดอยู่ที่ใต้คางแตะสัมผัสอ้อยอิ่ง ดวงตาสองคู่สบผสานมองเห็นเงากันและกันอยู่ข้างในนั้น  

อารมณ์คุกรุ่นน้อยใจถูกขจัดสิ้น หลงเหลือเพียงความอุ่นอวลเต็มห้วงอก มือแบบบางเข้ายึดกรอบหน้าหล่อเหลาไม่เหมือนบุรุษใดในใต้หล้า  

พ่อหนูน้อยของเราแก้มหอมที่สุดซานอินพูดยิ้ม ๆ คิ้วเรียวโค้งขึ้นดุจวงจันทร์ โชคดีที่สามีตัวโตนั่งหันหลังให้กับทุกคนในห้องโถง จึงไม่มีใครเห็นว่านางลงมือทำอะไรไปบ้าง คงจะมีแต่ถิงซู อันหยง ชูนิ้วโป้งให้นางชุดใหญ่ สามพยัคฆ์ขาวอย่างต้าหนิง เทียนซือฉาง อี้จิง ก้มหน้ามองปลายเท้าลอบยิ้มไปตาม ๆ กัน วิธีสยบพ่อหมีของนายหญิง ไม่ว่าใครก็อดหน้าแดงไม่ได้

ไม่พูดต้อพ้อแล้วหรือ ซานอินเอ่ยเสียงแผ่ว ไล้ปลายนิ้วไปตามเรียวปากหยักโค้ง ก่อนไต่ขึ้นไปบนสันจมูก แล้วหยุดลงที่คิ้วหนาทั้งสองข้าง สิ่งที่ตาเห็นสัมผัสอยู่นี้ล้วนเป็นของนาง ทั้งเสียงตึกตักเต้นเป็นจังหวะใต้แผ่นอก อีกทั้งตักร้อน ๆ ที่นั่งทับอยู่นี่ก็ด้วย

เผิงอวี้ดันตัวผู้ก่อการร้ายให้รับเจ้าแป้งนิ่มจอมเกะกะเอาไว้ แล้วค่อยรั้งร่างเล็กให้นั่งลงบนตักอีกหน ชายหนุ่มพลันสวมกอดจากด้านหลังเกยคางหลับตานิ่ง กักตุนความรู้สึกเมื่อครู่เติมลงสู่ใจที่อ่อนล้ามาหลายวัน เขาเป็นคนหน้าบางพอนางประชิดตัวเช่นนี้ทีไรมักทำอะไรไม่ถูก แต่แปลกที่ยามตะวันเหือดหายแสงจันทร์ส่องหล้า ความอุ่นร้อนในกายสามารถพลิกหงายคนงามจนฟ้าคว่ำย่ำสว่าง เพียงแต่พักหลัง ๆ ต่างคนต่างเหนื่อยไม่แพ้กัน ความต้องการบางอย่างจึงถูกระงับไว้ชั่วคราว  

สองหนุ่มสาวจมอยู่ในโลกส่วนตัวเนิ่นนาน ปล่อยความรู้สึกไปกับสายลมโชยอ่อนพัดกระทบมู่ลี่ไม้เป็นระลอก ทิวเขาเขียวขจีถูกบดบังด้วยก้อนกลุ่มเงาเมฆแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ครองตัวเป็นอิสระ ทว่าเขาและนางหาได้ซึมซับความงามของธรรมชาตินั่นไม่ สายตาทั้งหมดล้วนหยุดอยู่ที่กระท่อมเรือนร้อยกับชีวิตต่อจากนี้     



[1] ตำแหน่งรองเจ้าหุบเขา

[2] สำนวนวัวเคยขาม้าเคยขี่นั้น โบราณท่านเทียบกับวัวและม้า ซึ่งถ้าเคยขี่เคยนั่งกันมาก่อนแล้ว ย่อมเข้าใจนิสัยและจังหวะจะโคนกันได้เป็นอย่างดี

[3] ฉินเหลียงอวี้ 秦良玉 อิสตรีเทพนักรบ มีร่างกายสูงใหญ่เกือบ จ้าง (เกือบ เมตร) เชี่ยวชาญวิชาขี่ม้า ยิงธนู และสู้รบตามแบบคนเผ่าม้ง มาแต่งงานกับหม่าเฉียนเฉิงเจ้าเมืองซื่อจู่ รับคำสั่งของราชสำนักออกปราบกบฏเคียงข้างสามี โดยเวลาออกรบนางจะใส่ชุดเกราะสีขาวเสมอ ช่วงปีหลงอู่ที่ ๒ (คศ.๑๖๔๖) นำกองทัพทหารม้าหอกขาวแห่งเมืองซื่อจู่ต่อต้านแมนจู จนได้รับแต่งตั้งจากจักรพรรดิหลงอู่ที่ฟุโจวให้เป็น 太子太保 หรือผู้พิทักษ์รัชทายาท ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับสูงมากเท่าที่สตรีเคยได้รับ
ข้อมูลจาก
: digimontamer


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #96 Yuu (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:19

    ชอบค่ะไรท์ดำเนินเรื่องดีงาม

    #96
    1
  2. #93 จทน. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:56

    รอ เรื่องเดินละมุนละไม ขอซื้อเก็บไว้อ่านหลาย รอบ สุขใจ EBOOK รอเก็บ

    #93
    1
    • #93-1 (@azooii) (จากตอนที่ 24)
      5 มกราคม 2562 / 00:06
      ยิ้มแก้มแตกเลยทีเดียว ขอบคุณที่มอบใจให้นิยายเรื่องนี้ และเห็นความตั้งใจของผู้เขียน เดี๋ยวเอาไว้รอติดตามนะครับ กะว่าจะออกเล่มก่อนงานนส. ;)
      #93-1
  3. #91 RrieSaelim (@RrieSaelim) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 19:39
    อ่านทีเดียา สนุกมากแรกๆก็เศร้าตามนึกว่าจะดราม่าที่ไหนได้ บ๊ะ!ครบรส ชอบมากๆ
    #91
    1
    • #91-1 (@azooii) (จากตอนที่ 24)
      5 มกราคม 2562 / 00:08
      ดราม่าไม่เป็น 5555 แต่ชอบแบบเคล้าๆ น้ำตา และเป็นโรคขาดความหวานไม่ได้ ดีใจที่ชอบครับ
      #91-1
  4. #90 wanwilag7 (@wanwilag7) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:30
    สนุกค่ะ
    #90
    1
    • #90-1 (@azooii) (จากตอนที่ 24)
      3 มกราคม 2562 / 14:04
      ขอบคุณครับผม
      #90-1
  5. #83 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 16:21
    หวานจ้าหวาน ไม่เกรงใจคนอ่านเลย
    #83
    1
    • #83-1 (@azooii) (จากตอนที่ 24)
      3 มกราคม 2562 / 14:05
      กลัวคนอ่านจะหวานน้อยไป เลยใส่เยอะๆ
      #83-1
  6. #82 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:23
    “เจ้าไม่รักข้า” โอ้ยยยย พ่อหมีงอนเมีย 55555
    #82
    1
    • #82-1 (@azooii) (จากตอนที่ 24)
      3 มกราคม 2562 / 14:05
      พ่อหมีแอคชั่นเยอะ 5555
      #82-1
  7. #81 ladawan5566 (@ladawan5566) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:14
    ขนาดกับความสมส่วน???555แบบนี้ก้อได้หรอ
    #81
    1
    • #81-1 (@azooii) (จากตอนที่ 24)
      3 มกราคม 2562 / 14:05
      ความสามารถพิเศษของเฮียเค้า
      #81-1