กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 4 : กรงขังงูเผือก?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 ก.พ. 60


........ ขอนุญาตเปลี่ยนชื่อตอนนิดนึงเจ้าค่ะ แหะๆ.........



ปัญชิญารู้สึกวุ่นวายใจกับเรื่องเนื้อคู่จนนึกรำคาญตัวเองว่าจะเก็บเอามาคิดอะไรมากมายขนาดนี้ ฝันผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้ว ในหัวมีเรื่องงานให้คิดเยอะแยะดันไม่คิด มาวนเวียนคิดแต่เรื่องใบหน้างูเผือกตัวนั้นกับคำทำนายฝันสุดแสลงใจนี่แหละ ปัญชิญาเงยหน้าสูดปากด้วยความเผ็ดก่อนจะโซ้ยตำป่าเข้าปากอย่างอย่างหยุดไม่อยู่ วันหยุดเธอก็ไม่พลาดที่จะมานั่งกินส้มตำร้านป้าหวิน เจ้าเก่าเจ้าเดิม เจ้าอร่อยประจำซอยเลยก็ว่าได้ เพราะมีอยู่ร้านเดียว แต่ป้าแกตำอร่อยจริงๆขนาดคุณป๋ายังชมทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยกินส้มตำปลาร้ามาก่อนแต่เพราะลูกสาวอย่างเธอนี่แหละยุให้ลองจนตอนนี้ติดใจเรียกหาให้พามากินบ่อยๆเลยก็ว่าได้ เชฟกระเหล็กก็เถอะสู้ส้มตำป้าหวินไม่ได้หรอก จะว่าไปเธอก็คิดถึงคุณป๋าเดี๋ยวส่งภาพตำป่าไปให้น้ำลายสอดีกว่า วันหยุดเธอจะกลับมาบ้านใหญ่ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณป๋าไม่อยู่บินไปดูงานที่ต่างประเทศ เธอเลยต้องโซ้ยส้มตำป้าหวินคนเดียว

“โอ้ยๆ เผ็ดสะใจไม่รู้ลืมจริงๆเด้อป้า” ปัญชิญาหยิบน้ำเย็นมาดื่มอึกๆบรรเทาอาการเผ็ด

“ยี่ห้อนี้บ่อผิดหวังเด้อจ้าคุณลูกหว้า” ป้าหวินยิ้มหน้าบานให้ลูกค้าขาประจำ แต่ตอนนี้ไปทำงานไกลบ้านนานๆมาทีก็ยังแวะมาอุดหนุนแกเสมอ

“แซบนัว เหมือนเดิม ฝีมือไม่ตกจริงๆเลยป้าเนี่ย”

“แหม ชมป้าขนาดนี้ วันนี้กินฟรีโลด” ป้าหวินพูดใจป้ำ

“โหย นานๆแวะมาอุดหนุนที ยังจะให้กินฟรีอีก มันจะดีนะ คิๆ” ปัญชิญาแกล้งแซว

“แน้ คุณลูกหว้าต้องพูดว่า มันจะดีเหรอ บ่อแมนติค่า ” แม่ค้าผู้คุ้นเคยกับลูกค้าขาประจำแกล้งทำหน้าเหวอ

“อะล้อเล่นๆ ใครจะกินฟรีกันล่ะ เงินเดือนเดือนก่อนยังใช้ไม่หมดเลย เหลือไว้มาเหมาส้มตำป้าหวินเนี่ย”

“พูดจาน่ารัก อีหลีเด้อผู้สาวนี่” พอดีมีลูกค้ามายืนสั่งส้มตำ ป้าหวินเลยต้องหยุดการสนทนาไปชั่วคราว ปัญชิญาก็หันมาสนใจจานตำป่าตรงหน้าต่อ แบบจะกินไม่ให้เหลือซากเลย

“เก็บตังจ้าคุณป้าคนสวย”

240 บาทค้า น้ำเปล่าน่ะแถม” ป้าหวินรีบตอบอย่างไว เพราะเป็นช่วงไม่มีลูกค้า เพราะนี่มันบ่ายสามโมงแล้วลูกค้าค่อนข้างบางตา ส่วนมากคนจะแน่นร้านช่วงสายๆถึงเที่ยง

“ขอบคุณค่า ร้านนี้ขนาดน้ำเปล่ายังนัวเลย ฮ่าๆ” ปัญชิญาเปิดกระเป๋าหยิบเงินตามจำนวนยื่นให้กับป้าหวิน

“น้ำเปล่านะคะ ไม่ใช่น้ำซุป คุณลูกหว้าก็” ป้าหวินส่งค้อนให้ลูกค้าสาวรุ่นลูก ที่กำลังจะเดินออกจากร้าน

“เดี๋ยวก่อน อีหล่า”เสียงแหบๆเอ่ยทักก่อนที่ปัญชิญาจะก้าวออกไปนอกร้านป้าหวิน

“หะ คุณยายเรียกหนูเหรอคะ” ปัญชิญาหันหน้ามาก็เห็นยายแก่ๆผมสีดอกเลามือขวาจับไม้เท้ายืนอยู่ข้างๆป้าหวิน

“นั่นน่ะสิ เจ้าไปเอิ้นเพิ่นเฮ็ดหยังล่ะอีแม่” ป้าหวินพูดกับหญิงชราแม่ของตนซึ่งตนรับมาอยู่ด้วย 3 ปีกว่าๆแล้วเพราะแกแก่มากแล้วลูกหลานก็ทำงานต่างถิ่นกันหมดไม่มีคนดูแล ป้าหวินเลยรับอาสาเป็นคนดูแลแม่เอง

“เอ้ากะแม่อยากเว่านำเพิ่นตั้วเนาะจั่งเอิ้น” หญิงชราเดินกะย่องกะแย่งเข้ามาใกล้ปัญชิญา

“เอ่อ ป้าหวินช่วยแปลหน่อยสิคะคุณยายพูดอะไรเหรอ” ปัญชิญาเกาหัว เธอรู้จักคำภาษาอีสานบ้างบางคำก็จากการที่มากินส้มตำร้านป้าหวินนี่แหละแกจะคุยภาษากลางด้วยอีสานด้วย เธอเลยได้เรียนกับแกช่วงที่มากินส้มตำก็แค่นั้น  แต่จะให้ฟังยาวเป็นประโยคเลยก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก

“แม่แกบอกว่ามีเรื่องอยากเว่า เอ้ย อยากคุยกับคุณลูกหว้าค่า”

“หา คุยกะหว้าเหรอ  มีอะไรเหรอคะคุณยาย” ประโยคหลังปัญชิญาหันไปถามหญิงชราแม่ของป้าหวิน

“บ่ต้องคิดหลายดอก เจ้าเคยเจอเพิ่นแล้วล่ะ” หญิงชราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยภาษาถิ่นตัวเอง

 

ปัญชิญากลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ท้ายซอย หัวก็วนเวียนถึงเรื่องที่หญิงชราแม่ของป้าหวินคุยกับเธอ ที่จริงเธอแปลออกบางคำเองแหละ ที่รู้เรื่องก็เพราะป้าหวินเป็นคนแปลให้ฟัง ฟังจบเธอรู้สึกงงมากๆว่าแม่ของป้าหวินรู้ได้ยังไงเกี่ยวกับความฝันเรื่องเนื้อคู่ของเธอ ป้าหวินบอกว่าแม่ของแกเคยเป็นหมอดูมาก่อน ปัญชิญาไม่เคยเชื่อเรื่องของหมอดูจนกระทั่งมาเจอแม่ของป้าหวินนี่แหละ เธอคงต้องเชื่อเรื่องเนื้อคู่จริงๆแล้วล่ะสิ  บทสนทนาก่อนหน้านี้โดยเฉพาะลักษณะเนื้อคู่ที่คุณยายบอกว่าเธอได้ปะหน้ากันมาแล้วนี่สิน่าคิดหนัก

หนูเคยเจอแล้ว คุณยายพอจะบอกได้มั้ยว่าลักษณะเขาเป็นไง

ก็คนที่พิเศษไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่เจอในช่วงนี้ไงแปลโดยป้าหวิน  ปัญชิญาก็ยังคงนำหน้านึกอย่างงงๆ

ใครอ่ะ ไม่มีนะป้าคนที่พิเศษ เฮ้ย อย่าบอกนะคือคนตาบอดที่หนูช่วยเรื่องเงินเขาเมื่อวันก่อนน่ะนี่ไงพิเศษจริงๆ ปัญชิญาคิดอย่างตกใจ 

พิเศษไม่ได้หมายถึงพิการ แต่เป็นผู้ชายที่คล้ายผู้หญิงแปลโดยป้าหวิน

เฮ้ย อย่าบอกว่าเป็นพี่กระเทยที่ขายขนมจีนรถเข็นหน้าไซต์งานนะปัญชิญาตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ จะมีเนื้อคู่กับเขาทั้งทีทำไมต้องพิเศษกว่าชาวบ้านเขาด้วยวะ มาแบบธรรมดาไม่ได้เลยรึไง

ว่าไปโน่นคุณลูกหว้า แม่แกบอกว่ามีแค่ผมที่ยาวเหมือนผู้หญิงค่าคำแปลของป้าหวินทำให้เธอต้องมานอนคิดทบแล้วทวน ทวนแล้วทบอยู่หลายตลบ ว่าคนพิเศษคนนั้นคือใคร จากที่นับจำนวนผู้ชายเป็นร้อยที่ได้พบเจอในช่วงระยะเวลานี้ ก็มีคนงานก่อสร้าง บรรดาวิศวกร โฟร์แมน ลุงยาม เพื่อนเธอ แล้วก็..................

“ อีตาท่านรองณภัทร!

“ไม่ๆ เป็นไปไม่ได้”

“แต่ท่านรองผมยาว เข้าข่ายพิเศษผมยาวของยายเลยนะโว้ย” ปัญชิญาตะโกนพูดคนเดียวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะตัดสินใจบางอย่างด้วยการหยิบสมาร์ทโฟนคู่ใจขึ้นมา จนกระทั่งปลายสายตอบรับ

ว่าไงลูกสาว

“คุณป๋า หว้ามีเรื่องปรึกษา”

โห แสดงว่าเรื่องสำคัญสิ ร้อยพันพันชาติไม่เห็นมีเรื่องอะไรอยากปรึกษาป๋าเลย

“แหม คุณป๋าก็เมื่อก่อนอาจไม่มีแต่ตอนนี้มีแล้วไง”

ไหนลองว่ามาสิลูกสาว

“ก็...ก็”

ว่า......

“คือแบบนี้นะคะคุณป๋า คือ... คือว่า....”

ถ้ายังไม่เริ่มป๋าว่าป๋าไปดูยูทปต่อดีกว่านะปลายสายชักเล่นตัวหมั่นไส้ความอ้ำๆอึ้งๆของลูกสาว

“เดี๋ยวก่อนสิคุณป๋า คือว่าหว้า....”

อย่าบอกนะว่าหนูท้องลูกหว้าคุณป๋าปัญญาตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ

“โอ้ยไปกันใหญ่แล้วคุณป๋า หว้าแค่จะบอกว่าหว้าฝัน” ปัญชิญาเห็นว่าคุณป๋าชักจะคิดเลยเถิดไปกันใหญ่เลยรีบโพล่งสิ่งที่อยากพูดออกมา สิ้นเสียงเธอปัญชิญายังแอบได้ยินเสียงปลายสายถอนหายใจอย่างโล่งอก

แค่ฝันต้องโทรมารบกวนเวลาดูยูทูปป๋าเชียวเหรอ

“แต่หว้าฝันว่างูเผือกมารัดตัวหว้านะคุณป๋า”

งู-เผือก-รัดคุณป๋าปัญญาทวนคำพูดลูกสาวช้าๆชัดๆ

“ช่าย  เล่าให้ใครฟังเขาก็บอกหว้าจะเจอเนื้อคู่ คุณป๋าว่ามันจริงมั้ย”

เอ ป๋าก็เคยได้ยินมาแบบนี้เหมือนกันนะ ผู้ชายโชคร้ายคนนั้นเป็นใครนะป๋าชักอยากเห็นแล้วสิ

“คุณป๋าน่ะ โชคดีเหอะ”

ฮ่าๆป๋าล่อเล่นน่ะลูกสาว ที่โทรมานี่กลัวได้เนื้อคู่ หรือ อยากได้เนื้อคู่กันล่ะ

“กลัว.........ทำไมกันล่ะคุณป๋า ต้องอยากได้สิ อิอิ” ปัญชิญาพูดตามความรู้สึกตัวเองเวลาคุยกับคุณป๋าเธอไม่เคยโกหกท่านสักเรื่อง แต่ยกเว้นเรื่องพี่บิ๊กเรื่องนึงละกันเนาะ คุณป๋าไม่อยากให้เธอมีแฟนช่วงที่เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่ เธอก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังเพราะจำยอมต่อ องครักษ์รับจ้างอย่างไอ้เพื่อนห้าคนนั่น แถมบวกกำไรให้คุณป๋าด้วยตั้งหลายปี  ก็มัน 7 ปีแล้วนี่ที่เรียนจบมา  จนทำงานก็ยังคงไร้วี่แววผู้ชายที่จะมาจีบ จึงทำให้เธอโสดยาว โสดนาน จนอาจจะถึงขั้นคานเสริมเหล็กอยู่แล้ว

แรดโตเต็มที่แล้วสินะ

“โอ้ย คุณป๋าปากคอเราะร้ายกับลูกสาวมาก”  เหมือนรู้ว่าเธอเลี้ยงแรดมากมายไว้ยังงั้นแหละ นี่ขนาดเธออยู่เงียบๆถึงจะขัง(แรด)ไว้เพียบก็เถอะ

ฮ่าๆ ติดจากไอ้พวกห้าสหายนั่นแหละ’ นั่นปะไร ไอ้พวกนั้นคาบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอมาบอกคุณป๋าทุกทีสิน่า

เอาเป็นว่าป๋าอวยพรให้ลูกสาวป๋าได้สมหวังกับเนื้อคู่หนูเร็วๆนะลูก แต่มันจะมีเร้อผู้ชายโชคร้ายคนนั้นอ่ะ

“อีกแล้วนะคุณป๋า เดี๋ยวงอนจริงจังซะเลย เดี๋ยวก็รู้ว่ามีหรือเปล่า แค่นี่นะคุณป๋า คิดถึง จุ๊บๆ” พูดจบปัญชิญาก็วางสายหนีคุณป๋าทันที แค่ได้คุยกับผู้บังเกิดเกล้าแล้วได้รู้ว่าท่านไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าเธอจะมีแฟน เอ้ยเนื้อคู่ เธอก็สบายใจแล้ว ที่เหลือเธอจะจัดการเนื้อคู่คนนี้เอง แต่เรื่องแบบนี้มันต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะทำอะผลีผลามไม่ได้เดี๋ยวไก่ตื่น


..........................................ต่อตรงนี้นะคะ...........................................

          

          รถยนต์สัญชาติยุโรป กำลังเลี้ยวเข้ามาจอดในที่จอดรถชั่วคราวของไซต์งาน ปัญชิญาซึ่งกำลังถอดหมวกกันน๊อค หันไปมองรถยนต์ที่มาจอดข้างๆเธออย่างสนใจ เพราะไม่เคยเห็นรถหรูคันนี้มาก่อน

“รถใครอ่ะ” ใช้สองมือเสยผมหยิกฟูของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง แต่สายตายังจ้องไปที่ประตูฝั่งคนขับ ที่กำลังมีคนเปิดประตูลงมา

“ว้าว รถเนื้อคู่เรานี่เอง” ปัญชิญามองร่างสูงที่กำลังก้าวลงจากรถ ซึ่งไม่ใช่รถคันที่เคยมีกรณีกับเธอเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก  

วันนี้ณภัทรรวบผมยาวหยักศกที่เคยปล่อยยาวประบ่าขึ้นเป็นมวยไว้บนหัว แว่นตาดำแบรนด์หรูที่ใส่ทำให้ลุคเขาดูแบดมากขึ้น

“อ้าว สวัสดีครับคุณวิศวกร” เสียงทุ้มทักขึ้นก่อน ณภัทรเห็นปัญชิญาตั้งแต่เขาเลี้ยวเข้ามาจอดแล้ว ก็เธอเล่นจ้องเขาตั้งแต่ยังไม่ลงจากรถ พอลงมาก็ยังจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย

“หวัดดี เนื้อคู่” ปัญชิญายกมือทักทายกลับอย่างลืมตัว

“ฮะ  เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ คุณปัญชิญา” ณภัทรทำหน้าประหลาดใจกับประโยคทักทายแปลกๆ

“อ๋อ เปล่าๆ ค่ะ ท่านรอง วันนี้มาแต่เช้าเนาะ แหะๆ” ปัญชิญาเป่าปากอย่างโล่งอก นี่เธอเผลอแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือเปล่าวะ หวังว่างูเผือกตัวใหญ่จะไม่ตกใจเลื้อยหนีเข้าป่าไปก่อนหรอกนะ

“พอดีผมว่างน่ะ วันนี้คุณดูแปลกๆนะ” ณภัทรรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปในบางอย่างของหญิงสาวตรงหน้า แต่เขาบอกไม่ได้ว่าอะไร แต่ความรู้สึกเขาบอกแบบนั้นโดยเฉพาะแววตาที่ล้อมรอบด้วยขนตายาวๆคู่นั้นมันวาวๆแปลกๆ

“แปลกตรงไหน ไม่มี๊ ฉันขอตัวไปดื่มกาแฟก่อนนะคะท่านรอง มาเช้ารู้สึกหิ๊วหิว” ปัญชิญาจ้ำอ้าวตรงไปยังอ๊อฟฟิศ ราวกับหิวกาแฟอย่างที่พูด ณภัทรมองตามหลังคนที่พึ่งเดินจากไปอย่างครุ่นคิด  ตลอดทั้งวันที่ณภัทรมาดูความคืบหน้าของการก่อสร้างทำให้เขามองเห็นการทำงานของปัญชิญา เขารู้สึกทึ่งกับความสามารถในการเป็นผู้นำของเธอที่สามารถทำงานกับผู้ชายหลายๆคนได้เป็นอย่างดี และการที่ณภัทรได้พูดคุยเรื่องรายละเอียดความคืบหน้าการก่อสร้างกับปัญชิญาเกือบตลอดทั้งวัน ผู้หญิงคนนี้เวลางานก็ทำงานจริงๆซ้ำถึกทนยังกับผู้ชาย  ซึ่งแตกต่างจากที่ณภัทรเคยเจอเธอนอกเวลางานราวกับคนละคน

“คุณณภัทร มีตรงไหนที่ต้องการจะแนะนำเพิ่มเติมมั้ยคะ” ปัญชิญาถามเจ้านายหนุ่ม  หลังจากที่ณภัทรมาเดินท่อมๆในไซต์งานก่อสร้างตลอดทั้งวันและเธอซึ่งเป็นวิศวกรโครงการก็ได้พูดคุยกับเขาหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน เขาบอกให้เธอเรียกชื่อเขาดีกว่าเรียกเขาว่าท่านรอง ปัญชิญาก็ไม่ขัดข้องอะไร

“ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมครับตอนนี้ ตกลงอย่างที่เราคุยกันไว้นั่นแหละครับคุณปัญชิญา” ณภัทรดันแว่นกันแดดขึ้นไปบนศรีษะ เพราะตอนนี้เขาและปัญชิญาเดินเข้ามาในอ๊อฟฟิศแล้ว

“โอเคค่ะ ขอบคุณมากๆสำหรับคำแนะนำวันนี้นะคะคุณณภัทร” ปัญชิญาเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เธอพึ่งรู้ว่าเจ้านายของเธอก็จบสายโยธามา ดีกรีปริญญาโทจากนอกซะด้วย แต่เธอไม่ได้รู้จากเจ้าตัวเขาหรอก พี่ๆวิศวกรพูดให้ฟังตอนพักทานข้าวกลางวัน        ปัญชิญาได้แต่รำพึงในใจตนเองหลังจากได้ยินเรื่องราว ครบเครื่องจริงๆเนื้อคู่ของเธอเนี่ย หล่อไม่พอ เก่งอีกต่างห่าง เสียอย่างเดียวคือไม่รู้ว่าเธอจะต้องหาอะไรมาขังงูเผือกตัวนี้ให้อยู่ข้างๆตัวเธอให้ได้  ดูท่างูเผือกราคาแพงตัวนี้จะเจ้าชู้ซะเหลือเกิน

“คุณๆ หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอ” ณภัทรใช้นิ้วสะกิดไหล่วิศวกรสาวสุดห้าว ก็เธอเอาแต่จ้องเขาแบบเมื่อเช้าอีกแล้ว แล้วยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเขาเรียกก็ไม่หือไม่อือ 

“เอ่อ  มะ มี ค่ะ อยู่บนหัวคุณไง” ปัญชิญาเรียกสติกลับมาชี้นิ้วไปที่บนหัวเจ้านายหนุ่ม เธออยากจะเอามือตบหน้าผากตัวเองแรงๆสักที ที่ไปเผลอจ้องเขาจนเขารู้ตัว ดีนะไอ้เศษใบไม้เล็กๆที่มันติดอยู่บนหัวชายหนุ่มช่วยให้เธอแถออกไปได้

“เอ๋ ตรงไหนอ่ะคุณ” ณภัทรเอามือคลำๆบนหัวตัวเอง

“ก้มหัวลงมาใกล้ๆสิ..คะ เดี๋ยวฉันหยิบออกให้”เรื่องสั่งเจ้านายนี่ขอให้บอก ปัญชิญาถนัดนักแล แล้วเจ้านายหนุ่มก็ทำตามอย่างว่านอนสอนง่ายซะด้วย ก้มหัวลงมาจนสายตาอยู่ระดับหน้าอกของปัญชิญา ซึ่งขยับเข้ามาใกล้เพื่อจะเอื้อมมือมาหยิบบางอย่างออกจากหัวให้เจ้านายหน้าหล่อ ซึ่งตอนนี้รอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเพราะสายตาดันจ้องแต่หน้าอกซึ่งมันก็ไม่ได้มีโดดเด่นเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยจับ เอ้ยเคยมอง เคยคบหาหรอก แต่มันดันทำให้เขาคิดถึงตอนที่เธอใส่ชุดโคตรเซ็กซี่ตอนที่เจอกันในผับครั้งก่อน ภาพนั้นมันแวบขึ้นมาในหัวเอาดื้อๆ

“คุณๆ คุณณภัทร มันออกแล้ว นี่ไง” ปัญชิญาที่หยิบสิ่งที่ติดอยู่บนหัวณภัทรเสร็จก็รีบถอยออกมา ยื่นเศษใบไม้ให้เจ้านายว่าที่เนื้อคู่ได้ดู จนคนที่ความคิดเตลิดไปไกลรีบปรับท่าทางให้เป็นปกติ

“อ๋อ ขอบคุณครับ แล้วคุณจะกลับเลยมั้ย”

“กลับเลยสิ ตอนนี้อยากนอนแช่น้ำโคตรๆอ่ะ เอ้ย ค่ะ” ปัญชิญาเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นส่งให้เจ้านายที่พึ่งเดินไปนั่งมุมรับแขก

“ขอบคุณครับ” ณภัทรเอ่ยขอบคุณ และมองตามหลังคนเสริฟน้ำที่เดินเร็วไปเก็บของที่โต๊ะทำงานแล้ว

“ฉันกลับก่อนนะคุณ” ปัญชิญาที่เก็บของอย่างรวดเร็วเดินสะพายเป้ มาบอกลาเจ้านายซึ่งนั่งสบายอารมย์ไม่ได้มีทีท่าจะกลับสักนิด

“ตามสบายผมนั่งพักสักแปร๊บนึงก็จะกลับเหมือนกัน” ปัญชิญาค้อมหัวให้เจ้านายนิดนึงก่อนจากไป

คนที่บอกว่าจะพักแปร๊บยืนขึ้นทันทีหลังจากวิศวกรสาวเดินลับสายตาไป มีวิศวกรคนอื่นๆกำลังทะยอยออกไปเหมือนกันหยุดทักทายทำให้ณภัทรต้องหยุดทักทายนิดนึง ก่อนจะรีบเดินออกไป

 

เมื่อกลับมาถึงคอนโดปัญชิญาก็แช่น้ำตามที่ตัวเองต้องการจนรู้สึกสบายตัว แต่งตัวด้วยชุดนอนลายเบ็นเทนกระโดดผลุงขึ้นเตียงโดยไม่ลืมคว้าสมาร์ทโฟนคู่ใจมาด้วย ก่อนจะกดเชื่อมต่อเพื่อสนทนาผ่านวิดิโอคอล

ด้วยโปรแกรม Skype  กับใครบางคน

ว่าไงยะแม่คุณเสียงและใบหน้าสวยเฉี่ยวปรากฏขึ้นบนจอ

“คิดถึงเนตรนา...รี อ่ะ”

เรียกชื่อเพี้ยน วางสายเลยนะยะเนตรนรีทำท่างอนคนแกล้งเรียกชื่อเธอเพี้ยน มาตั้งแต่เด็กๆ โตจนจะแก่ก็ยังไม่หยุดเรียกอีก

“แหมๆอย่าพึ่งงอนสิคุณหนูรี เรามีเรื่องให้ช่วยอ่ะ” ปัญชิญารีบอ้อน ลูกพี่ลูกน้องซึ่งอายุเท่ากัน และถือว่าเป็นเพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สนิทมากๆจนกล้าคุยกันทุกเรื่อง

ไหนลองว่ามาซิ คุณหนูลูกหว้าเนตรนรี กล่าวเปิดทางเพื่อนสาวคนสนิทที่โตมาด้วยกันและยังเป็นญาติกัน เนตรนรีเป็นลูกสาวคนสุดท้องของแม่ปัญญาพร ซึ่งเป็นพี่สาวของคุณป๋าปัญญาของปัญชิญานั่นเอง  ปัญชิญาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เนตรนรีฟังไม่มีหมกเม็ด

หา นี่เธอจะทิ้งเพื่อนร่วมคานทองอย่างเราไปมีคู่แล้วเหรอยะ กรี๊ดดหลังฟังจบเนตรนรีก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดใหญ่

“โอ้ย สถานะตอนนี้ก็ยังอยู่บนคานอ่ะ แต่ถ้าคุณหนูรีมีคำแนะนำดีๆก็อาจจะได้ลงเร็วๆนี้ ฮ่าๆ” ปัญชิญาดีใจที่เนตรนรีไม่หาว่าเธอเพ้อเจ้อเรื่องความฝัน แต่กลับดีใจกับเธอซะอีก ก็แหงล่ะเพื่อนและญาติเธอคนนี้มักชอบเรื่องราวตื่นเต้น และอะไรก็ตามที่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองยิ่งชอบ เนตรนรีเคยบอกว่ามันท้าทายดีที่จะได้ลุ้นสิ่งที่เรากำลังพิสูจน์หรือทดลองไปว่าผลมันลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง

โอกาสไม่ได้มีบ่อยๆนะยะ แบบนี้มันต้องชิงลงมือทำกรงขังงูเผือกให้เร็วที่สุด

“ลงมือทำกรงขังงูเผือก? ยังไง?”

แหม มันน่าปล่อยให้ชวดเนื้อคู่ แล้วกลับมาอยู่บนคานเป็นเพื่อนเราจริงๆเธอเนี่ยเนตรนรีสัพยอกความใสใสหรืออาจแกล้งใสหรือเปล่าก็ไม่รู้ของเพื่อนสาวเธออย่างอดไม่ได้








>>>ตอนนี้มาสั้นนิดนึงนะคะ ลบแล้วลบอีกแก้ไปแก้มาเหลือเท่านี้ อิอิ<<

ขออภัยถ้าเนื้อหาไม่ละมุน สำนวนอาจจะห้วนๆไปหน่อย Y_Y

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น