กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 5 : กุญแจหาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.พ. 60




“หาทางทำตัวให้อยู่ในสายตาบ่อยๆ ทำไงวะ” ปัญชิญานั่งกุมขมับอยู่ในอ๊อฟฟิศ หลังจากเนตรนรีแนะนำวิธีเริ่มต้นทำกรงขังงูเผือก เธอก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร จนล่วงเลยมาอาทิตย์นึงแล้ว

“งานก็ต้องทำ อ่อยผู้ชายก็ต้องรีบ โอ้ยกลุ้ม” ถึงแรดในตัวจะมีเยอะแค่ไหนแต่เรื่องอ่อยผู้ชายเนี่ยเกิดมายังไม่เคยทำ  ทำไมต้องลงทุนทำอะไรแบบนี้ด้วย  ปัญชิญาความคิดตีกันสับสนไปหมด

“พี่หว้าๆ” เสียงเรียกอย่างเร่งรีบของชัชวาล ทำให้คนที่กำลังหงุดหงิด หลุดจากความคิด

“ว่าไงวะชัช”

“คุณณภัทรให้มาตาม”

“หืม คุณณภัทรมา” ปัญชิญารีบลุกขึ้นเมื่อได้ยินชื่อเจ้านาย ผู้ที่ถูกเธอหมายปองจะเอามาเป็นเนื้อคู่ อยู่ดีๆก็มาช่วยให้เธอได้ลงมือตามที่เนตรนรีบอกซะงั้น

“คุณณภัทร เรียกไปที่...” ชัชวาลบอกสถานที่ภายในบริเวณเขตการก่อสร้างให้ลูกพี่สาวทราบ

“เคๆ ขอบใจโว้ย ” คนที่ตัดสินใจลงมือทำบางอย่าง รีบหยิบกระจกมาส่องดูความเรียบร้อยของใบหน้า ก่อนมาทำงานไม่เคยแต่งหน้าแค่ทาแป้งฝุ่นบางๆเธอก็สามารถออกจากคอนโดได้แล้ว แต่นับตั้งแต่นี้ไปคงจะต้องเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันใหม่หลายอย่างทีเดียว ปัญชิญาหยิบแป้งฝุ่นยี่ห้อของเด็กมาทาหน้ามันเยิ้มของตัวเอง ก่อนจะหยิบกระปุกวาสลีนเพื่อทาริมฝีปากให้ชุ่มชื่น เครื่องแต่งหน้าเธอก็มีอยู่แค่นี้แหละที่พกมาทำงาน   วันนี้เธอมัดผมเป็นมวยไว้บนหัวแบบง่ายๆตั้งแต่เช้าก็เลยไม่ต้องหวีผมอะไรอีก

“เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ” ปัญชิญาสูดหายใจเรียกความมั่นใจให้ตัวเองก่อนจะก้าวออกไปอย่างเร่งรีบ จนมาถึงสถานที่ที่ชัชวาลบอก ก็เห็นร่างสูงซึ่งวันนี้มัดผมแบบครึ่งหัวยืนสูบบุหรี่อยู่ เมื่อเขาเห็นปัญชิญาเดินมาใกล้ก็รีบดับบุหรี่

“โทษทีคุณปัญชิญา” ณภัทรรีบกล่าวเชิงรู้สึกผิด เขารู้ว่าผู้หญิงบางคนไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ แต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้จะยังไง แต่ดูแล้วเธอน่าจะคุ้นชินกลิ่นของมันเพราะเธอทำงานร่วมกับผู้ชายตลอดนี่ณภัทรคิดในใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ สวัสดีค่ะคุณณภัทร” ปัญชิญายกมือไหว้เจ้านาย ณภัทรยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน

“คุณดูเรียบร้อยนะช่วงนี้ แต่ก็ดี...ผมชอบ” แววตาของปัญชิญาฉายแววบางอย่างกับคำว่า ชอบของณภัทร เธอรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดนั้น แต่สำหรับปัญชิญามันเหมือนเป็นสัญญาณระฆัง เพื่อเริ่มปฏิบัติการอ่อยงูเข้ากรง 

ยกที่ 1 เริ่มได้!’

“คุณณภัทรมีเรื่องอะไรจะแนะนำฉันเหรอคะ”

“เปล่าหรอก คุณพ่อแค่อยากให้ผมแวะมาเอาแบบแปลนของตึกนี้กับคุณน่ะ” ณภัทรก็รู้สึกงงเหมือนกันที่บิดาใช้เขามารับแบบแปลนของตึกห้างสรรพสินค้า เพราะบิดาเขาไม่เคยสนใจเรื่องการก่อสร้างที่นี่มาก่อน เพียงแต่เคยถามถึงความคืบหน้าบ้างเท่านั้น แต่ช่างเถอะไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เขาจะเป็นธุระให้ท่านอยู่แล้ว

“อ๋อ ได้ค่ะ แค่นี้เหรอคะ”

“ครับ แค่นี้” ณภัทรเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไรสงสัยหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรค่ะ งั้นฉันไปเอาให้นะคะ ” ปัญชิญาทำหน้าปูเลี่ยนๆ  แค่นี้โทรมาบอกก็ได้ไม่ใช่เหรอทำไมต้องลงทุนมาเองด้วยวะ เธอได้แต่คิดในใจไม่กล้าถามออกไป แต่ก็ดีงูเลื้อยมาอยู่ใกล้ๆทำให้ต้องตัดสินใจลงมือสักที

“เอาไปให้ผมที่จอดรถนะปัญชิญา” ณภัทรรีบเอ่ยบอกตามหลังวิศวกรสาวซึ่งก็หันมาพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ

“โอ้ยๆ จะทำยังไงดีวะ ถึงจะได้เข้าไปอยู่ในระยะสายตาบ่อยๆได้เนี่ย” ปัญชิญาบ่นพึมพำคิดหาวิธีมาตลอดทางจนได้ของที่ณภัทรต้องการเธอก็ยังคิดหาวิธีเนียนๆตามที่เซียนการอ่อยอย่างเนตรนรีบอกไม่ออกสักที ปัญชิญายื่นสิ่งที่ถือมาให้ชายหนุ่มที่ยืนพิงรถด้วยมาดเท่ๆรอเธอ

“ขอบคุณครับ คุณกลับเลยหรือเปล่า” ณภัทรเก็บของในรถก่อนจะหันมาถาม

“ค่ะ กลับเลย” ปัญชิญาพูดโดยไม่มองหน้า มัวแต่ก้มหน้ามือไม้ก็ล้วงกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงวุ่นไปหมด

“คุณหาอะไร” ณภัทรที่มองเห็นอาการร้อนรนของสาวห้าวตรงหน้าก็ถามอย่างเป็นห่วง

“ก็กุญแจรถฉันน่ะสิคะ ไม่รู้เอาไว้ไหน” พูดเสร็จก็เอากระเป๋าสะพายออกมาค้นหาต่อ

“หรือจะลืมไว้ที่โต๊ะทำงานหรือเปล่าคุณ”

“ไม่มีค่ะ ฉันหาทั่วแล้วก่อนออกมาหาคุณ สงสัยต้องกลับแท๊กซี่แล้วล่ะ” ปัญชิญาทำเสียงเซ็งๆกับความสะเพร่าของตนเอง

“แล้วคุณพักที่ไหน ” ณภัทรถามอย่างเป็นห่วงความปลอดภัยของพนักงานตนเอง ผู้หญิงกลับแท็กซี่คนเดียวถ้าอยู่ไกลนี่อาจจะถึงมืดเลยเพราะรถติดด้วย เขากลัวจะไม่ปลอดภัย แม้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาจะออกแนวห้าวๆแมนๆก็เถอะ ถึงยังไงก็เป็นผู้หญิง แถมสวยด้วยสิ ถึงตอนนี้จะไม่แต่งตัวแต่งหน้าเหมือนคืนนั้นก็เถอะ ตอนนี้ปัญชิญาก็ดูสวยใสอ่อนกว่าวัย ไหนจะหน้าตาจิ้มลิ้มนั่นอีก

“ก็พักที....” ปัญชิญาบอกชื่อคอนโดตัวเองออกไป

“หืม ที่นี่เองเหรอ”ณภัทรรู้จักคอนโดนี้เพราะเขาเคยไปค้างกับอดีตคู่ควงที่เป็นดาราบ่อยๆ

“คุณพูดเหมือนรู้จักเลย”

“อ๋อ เพื่อนเคยพักที่นี่น่ะ เอาเป็นว่าผมไปส่งคุณเอง” แต่เป็นเพื่อนนอนนะ ณภัทรได้แต่อธิบายต่อในใจไม่ได้พูดออกมา

“มันจะดีเหรอคะ เกรงใจคุณณภัทร เดี๋ยวฉันกลับเองได้ค่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ขึ้นรถเถอะ” ณภัทรก้าวขึ้นรถไปก่อน ปัญชิญาที่หมดสิทธิ์ปฏิเสธก็เดินอ้อมไปขึ้นรถ

 “คุณพักกับเพื่อนเหรอ” ณภัทรถามหยั่งเชิงในขณะที่ขับรถไปเรื่อยๆ ที่จริงเขาอยากถามว่าเธออยู่คนเดียวหรือเปล่า แต่ไม่กล้า

“คนเดียวค่ะ” คนที่เอาแต่มองวิวทิวทัศน์ข้างนอกหันมาตอบ ปัญชิญาไม่ต้องบอกทางคนขับเพราะเขารู้จักอยู่แล้ว

“อ๋อ คุณหิวมั้ย”

“ก็...ไม่เท่าไหร่ค่ะ”

“แสดงว่าหิวล่ะสิ ผมหิวจนไส้กิ่วแล้ว แวะกินอะไรก่อนคุณคงไม่ว่านะ” ณภัทรไม่ปล่อยเธอปฏิเสธ รีบแวะเข้าซอยร้านอาหารทันที

“เหอะ ไม่มีช่องให้ว่าอะไรเล้ย ” ปัญชิญาบ่นเบาๆกับคำพูดเหมือนขอคำตอบแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบของณภัทร  คนขับรถกิตติมศักดิ์หัวเราะหึในลำคอเพราะได้ยินเสียงบ่นชัดทีเดียวแม้คนพูดจะหันหน้าไปพูดกับกระจกรถเบาๆก็ตาม

 

“นานา เธอดูโต๊ะนั้นสิ นั่นใช้ผู้ชายของเธอรึเปล่ายะ” ปริมปรีดา เพื่อนในวงการของนานาเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เพราะเธอเพ่งมองแล้วมองอีกต้องใช่แน่ๆ แต่ทำไมผู้ชายของเพื่อนมาทานอาหารกับผู้หญิงคนอื่นล่ะ ถึงผู้หญิงคนนั้นจะหน้าตาจืดชืดไม่ได้น่าสนใจ แต่ว่าได้เหรอกับผู้ชายเจ้าชู้อย่างณภัทร

“ไหนยะ คงไม่ใช่หรอก เลโอบอกว่าติดธุระกับครอบครัววันนี้จะออกมาได้” นานา คิ้วกระตุกนิดนึงแต่ยังไว้ฟอร์ม

“นั่นไง มากับผู้หญิงหน้าตาจืดๆด้วยนะแก” คำว่ามากับผู้หญิงทำให้นานารีบหันหน้าไปทางนิ้วชี้ของปริมปรีดา นานากำมือแน่น แววตาวาบขึ้น เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี่เขาเลื่อนนัดทานข้าวกับเธอบอกว่ามีธุระกับที่บ้าน จนเธอต้องโทรตามปริมปรีดาออกมาเป็นเพื่อน แต่ทำไมณภัทรถึงได้มาโผล่ที่นี่กับนังวิศวกรทอมบอยนั่น นานากำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปเหวี่ยงณภัทรแต่ฉุกคิดขึ้นมาได้ กลัวเสียหน้าเสียฟอร์มต่อหน้าปริมปรีดาเพื่อนที่เธอมักจะคุยโอ้อวดเรื่องณภัทรไว้เยอะว่าเขาหลงเธอนักหนาจะได้จัดงานแต่งเร็วๆนี้แต่รออะไรๆลงตัวก่อน

“อ๋อ ผู้หญิงคนนั้นเป็นวิศวกรของบริษัทเลโอน่ะ” นานาสะกดกั้นอารมณ์หึงหวงเอาไว้อย่างแนบเนียนแต่สายตายังจ้องไปที่โต๊ะของณภัทรไม่วางตา

“หา แค่วิศวกรพนักงานในบริษัท ทำไมต้องได้มากินข้าวกับเจ้าของบริษัทด้วยอ่ะ” ปริมปรีดาซักต่อ เพราะเธอเริ่มเห็นเค้าลางบางอย่างจากสายตาของนานาที่ทำเป็นไม่มีอะไร หมั่นไส้แม่เพื่อนจอมมั่นหน้าที่มักคุยโม้เรื่องแฟนรักแฟนหลงนักหนาอยู่บ่อยๆ

“ก็ทานออกจะบ่อยนะยัยปริม เธอไม่รู้อะไร” นานาทำเสียงเรื่อยๆเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ

“เหรอ  แล้วเธอไม่ไปทักเขาหน่อยรึไง”

“เออ นั่นสินะ เดี๋ยวรู้ว่าฉันเจอเขาที่นี่แล้วไม่เข้าไปทักจะงอนฉันอีก” นานาขยับตัวลุกขึ้นเดินนวยนาดตรงไปยังโต๊ะของณภัทร ปริมปรีดาได้แต่เบะปากให้กับคำพูดของนานาอย่างหมั่นไส้

“เลโอขา บังเอิญจังเลยคุณมาทานข้าวร้านนี้เหมือนกันเหรอ ไหนบอกนานาว่าติดธุระไง” นานาไม่รอเสียงตอบรับของฝ่ายชายเข้าไปโอบกอดรอบคอจากด้านหลังของณภัทร พร้อมกับเอียงคอไปจุ๊บแก้มชายหนุ่ม จนคนที่กำลังตักอาหารเข้าปากอ้าปากค้างกับการทำประเจิดประเจ้อของแฟนเจ้านาย ยัยนี่จะเขมือบเนื้อคู่ฉันตรงนี้เหรอวะ

“อ้าว นานามาได้ไง” ณภัทรไม่ได้ตกใจกับการปรากฏตัวของคู่ควงสาวคนล่าสุดแต่อย่างใด แต่แปลกใจที่ร้านที่เธอนัดเขาก่อนที่เขาจะเลื่อนนัดไม่ใช่ร้านนี่นา

“นานามากับปริมน่ะค่ะ ก็เลโอไม่มาทานข้าวเป็นเพื่อนนานานี่ แต่ก็มากับคุณวิศวกรได้นะคะ” นานาจิกตามาทางปัญชิญาที่กำลังรวบช้อนกินข้าวเพราะอิ่มพอดี เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มทักทายให้นานาเล็กน้อยตามมารยาท

“พอดีธุระผมเกี่ยวข้องกับคุณปัญชิญาพอดีครับเลยถือโอกาสมากินข้าวกัน” ณภัทรพูดพร้อมแกะมือที่เกาะรอบคอเขาแน่นราวตุ๊กแกออกอย่างนุ่มนวล

“นานาก็คิดอยู่แล้วล่ะค่ะว่าถ้าไม่ใช่เรื่องงานเลโอคงไม่มานั่งทานข้าวกับพนักงานบริษัทธรรมดาๆแน่ๆ” นานาจงใจพูดกระทบปัญชิญาที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและทำเป็นไม่เข้าใจคำพูดนานา

“งั้นพนักงานบริษัทลาเจ้านายตรงนี้เลยนะคะ” ปัญชิญาพูดขึ้นไม่มีปี่มีขลุ่ย จนณภัทรที่กำลังดื่มน้ำรีบวางแก้วน้ำลงกำลังอ้าปากพูด แต่ปัญชิญาชิงลุกขึ้นและเดินหนีไปก่อน จะให้เธอทนอยู่ได้ยังไงล่ะแฟนเขาก็อยู่คลอเคลียขนาดนั้น เธอยังจะกล้าปฏิบัติการล่าเนื้อคู่อีกเหรอในเมื่อเขาไม่โสด ปัญชิญาไม่อยากทำตัวผิดศีลธรรม เธอก็ลืมไปว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว

เธอคงแพ้น๊อคตั้งแต่ยกแรกแล้วล่ะยัยลูกหว้าเอ้ยปัญชิญาที่รีบหนีภาพบาดตาคิดอย่างปลงๆ ก่อนจะยกมือโบกวินมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งที่กำลังวิ่งมา

“ไป...พี่”ปัญชิญาบอกปลายทางพี่วินหนุ่มที่หน้าตาตอนเปิดหมวดออกมานี่หล่อเกาหลีโอ้ปป้าทีเดียว แถมกล้ามก็แน่นอีกต่างหาก กำลังจะก้าวขาซ้อนหลังวินหล่อโอ้ปป้า แต่ก็โดนมือปริศนากระชากแขนจนเซแท็ดๆ

“โอ้ย ใครวะ” ปัญชิญาหันหน้าเตรียมเหวี่ยงคนที่กล้ากระชากแขนเธอทันที

“ผมเอง ไปขึ้นรถ” ณภัทรกล่าวเสียงห้วน

“พนักงานบริษัทไม่กล้ารบกวนท่านรองหรอกค่า ปล่อย! ปัญชิญาสะบัดแขนอย่างแรงจนเจ็บ

“อย่ามาตีรวน ปัญชิญา ไม่เห็นน่ารักเหมือนตอนกลางวันเลย”ณภัทรกำลังโมโหแม่วิศวกรห้าวนี่เขาตามอารมย์เธอไม่ทันจริงๆ เมื่อกลางวันและตอนกินข้าวก่อนที่นานาจะมายังเรียบร้อยอ่อนหวานอยู่เลย

“เอ่อ ตกลงจะไปมั้ยครับ” วินหล่อโอ้ปป้าที่มองเหตุการณ์อยู่กล่าวขึ้นอย่างเกรงใจ เขากำลังสงสัยว่าผัวเมียคงจะงอนกันแน่ๆ

“ไป” /  " ไม่ไป” ปัญชิญากับณภัทรตะโกนขึ้นพร้อมกัน จนพี่วินรูปหล่องง

“ตกลง ไปรึไม่ไปครับ”

“ไม่ไปครับ” ณภัทรเอามือตะครุบปากปัญชิญาไว้ก่อนละลากตัวไปที่รถ พี่วินโอ้ปป้าส่ายหัวให้ผัวเมียพ่อแง่แม่งอนที่ทำให้เขาเสียเวลาก่อนจะขับรถมอเตอร์ไซต์จากไป

“นี่คุณปล่อยฉันลงนะ ฉันกลับเองได้” ปัญชิญาแหวใส่ณภัทรหลังโดนเขายัดเข้ามาในรถ

“ก็บอกจะไปส่งไง แล้วนี่เป็นอะไรของคุณ อยู่ดีๆก็ลุกออกมาเฉยเลย”  ณภัทรถามอย่างสงสัยพฤติกรรมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของวิศวกรสาว

“ก็.. แค่ไม่อยากเป็นก้างอ่ะ คุณอาจจะอยากมีเวลาอยู่กับแฟนคุณ” ปัญชิญาพูดไม่มองหน้า ณภัทรออกรถทันทีเหมือนกัน

“จะบ้าหรือไง ผมมากับคุณและบอกจะไปส่งคุณ นานาก็แค่แวะมาทักทาย”ณภัทรอธิบาย แต่ไร้เสียงตอบรับจากคนนั่งข้างๆ ปัญชิญานิ่งและไม่พูดอะไรอีกเลยเพราะกลัวแสดงอาการเหวี่ยงที่ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมต้องเหวี่ยงเขาด้วย จนณภัทรเลี้ยวเข้าคอนโดของเธอ

“ขอบคุณค่ะ” เอื้อมมือไปเปิดประตูรถแต่เปิดไม่ออก

“เดี๋ยวสิคุณ ผมปวดฉี่อ่ะ ขอเข้าห้องน้ำได้มะ” ณภัทรไม่ยอมปลดล๊อคประตูรถ

“หา ปวดฉี่ คุณก็ไปเข้าที่ปั๊มสิ ” อย่าบอกนะว่าเขาจะขอไปฉี่ที่ห้องเธอ ปัญชิญาทำหน้าเหรอหราตกใจ

“โธ่คุณ นะๆ ผมฉี่จะราดแล้วอั้นไม่ไหวหรอก” ณภัทรดับเครื่องเปิดประตูลงไปก่อนทันทีแถมไอ้อาการกุมตรงเป้าเต้นกระหย่องกระแหย่งนั่นทำให้ปัญชิญาไม่กล้าใจร้ายมากพอ แค่เข้าห้องน้ำคงไม่น่าเกลียดหรอกน่า

“เออๆ ก็ได้ตามมาเร็ว” ปัญชิญากดลิฟต์ชั้นที่เธออยู่ คนที่ยืนกุมเป้างอตัวอยู่ก็โอดครวญทันทีเมื่อเห็นเลขชั้น

“โหชั้น 11 เลยเหรอ”

“หรือจะฉี่ราดกางเกงก่อนก็เอาเลยนะถ้าทนไม่ได้ จะได้ไม่ต้องขึ้นไป” ปัญชิญาพูดอย่างหมั่นไส้

“...”ณภัทรเงียบไม่โต้แย้งต่างคนต่างลอบมองกันจนถึงชั้น 11 ปัญชิญาเดินนำไปที่ห้องของเธอ กดรหัสปลดล๊อคห้อง

“เชิญ ห้องน้ำด้านนี้ ” ณภัทรรีบเดินเข้าไปและเดินเลี่ยงไปห้องน้ำทันที ปัญชิญานั่งรออยู่ที่ห้องโถงรับแขกซึ่งห้องน้ำสำหรับแขกก็อยู่ทางปีกซ้ายของห้อง รออยู่ไม่นานร่างสูงของณภัทรซึ่งตอนนี้ปล่อยผมยาวเคลียบ่าแล้ว แถมหน้าก็หยดน้ำเกาะพราวเต็มหน้าเหมือนคนที่พึ่งล้างหน้ามา

“ขอยืมผ้าเช็ดหน้าหน่อยสิคุณ”

“โอ้ย เรื่องมากจริงนะคะ” ปัญชิญาเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาให้ ณภัทรรับไปเช็ดหน้าอย่างรวดเร็ว

“หอมจัง”

“หอมอะไรของคุณ” ปัญชิญาถามอย่างงงๆ อยู่ดีๆก็บอกว่าหอม

“หอมผ้าผืนนี้ไง” พูดไม่พอยังยกขึ้นดมอีกรอบ จนปัญชิญารู้สึกหน้าร้อนเห่อ ก็ผ้าผืนนี้เธอพึ่งใช้เช็ดเหงื่อไปเมื่อเช้ามันพาดอยู่ที่เครื่องวิ่งออกกำลังกายของเธอ เธอไม่ไปหยิบผืนใหม่เพราะต้องการแกล้งเขา แต่เจ้าตัวกลับบอกว่าหอมซะอีก

“เอามานี่จะเอาไปเก็บ แล้วคุณก็กลับไปได้แล้ว” ปัญชิญาเข้าไปดึงผ้าสีชมพูจากมือณภัทรกลบเกลื่อนอาการขัดเขินของตัวเอง สรุปใครกำลังอ่อยใครกันแน่วะ’ ปัญชิญาคิดในใจกับพฤติกรรมแปลกๆของณภัทร

“ขอยืมยางรัดผมหน่อยสิ”

“โอ้ย อะไรอีกคุณเดี๋ยวนั่นเดี๋ยวนี่” ปัญชิญาโวยวายที่ณภัทรทำตัวแปลกๆ เหมือนหาเรื่องไม่อยากออกจากห้องหรือเป็นเธอที่เป็นฝ่ายคิดมากไปเองก็ไม่รู้

“ของผมมันหลุดตกชักโครกไปแล้วอ่ะคุณ ขอยืมหน่อยนะ” ณภัทรทำหน้าตาใสซื่อ

“เออ รอแป๊บนึง” ปัญชิญาเดินไปห้องนอนเพื่อจะหยิบยางรัดผมให้คนเรื่องเยอะ ส่วนณภัทรหลังปัญชิญาเดินไปหายางรัดผม เขาก็มองสำรวจไปทั่วห้องโถงซึ่งถือเป็นห้องรับแขกของเจ้าของห้อง ปัญชิญาจัดห้องเป็นระเบียบทีเดียว ณภัทรมองภาพถ่ายของเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารัก แก้มป่องนั้นแดงเป็นลูกมะเขือเทศ เธอใส่ชุดว่ายน้ำถูกอุ้มด้วยชายวัยกลางคนและผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายปัญชิญายืนอยู่ข้างๆ  ภาพนี้น่าจะถ่ายที่ทะเลที่ไหนสักแห่งเขารู้สึกคุ้นๆ 

“ฮะ แฮ่ม ดูอะไรไม่ทราบ เอ้านี่” เสียงปัญชิญาทำให้ณภัทรละสายตาจากรูปเด็กหญิงแก้มแดงคนนั้น และเอื้อมมือหยิบยางรัดผมที่มีลูกสตอร์เบอรี่สีแดงลูกโตห้อยอยู่ด้วยสองลูก ที่ถูกยื่นมาตรงหน้า

“โห ให้มัดแบบนี้เลยเหรอ” ณภัทรมองตัวยางรัดผมในมือก่อนจะหัวเราะเบาๆ เขารู้หรอกว่าเธอต้องการแกล้งเขา

“หรือจะไม่เอาล่ะคะ ” ปัญชิญาพูดอย่างไม่รู้ไม่ชี้ คงจะน่าขำน่าดูที่ผู้ชายหน้าตาแบดๆมัดผมด้วยยางรัดผมห้อย

สตอร์เบอรี่สีแดงลูกโตสองลูก

“เอาๆ” พูดจบก็รวบผมขึ้นสูงมัดผมเป็นจุกเป็นมวยไว้ด้วยบนทันที ปัญชิญาขำคิก เมื่อเห็นสตอร์เบอรี่สีแดงห้อยต่องแต่งอยู่บนหัวชายหนุ่ม

“ฮ่าๆ” ปัญชิญาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ จนณภัทรทำหน้าเหรอหราอย่างขัดเขินไม่มั่นใจตัวเอง

“ตลกเหรอคุณ” พูดพลางเอามือจับสตอร์เบอรี่พลาง

“เปล๊า น่ารักดี” ปัญชิญาพูดกลั้วหัวเราะ ก็เขาน่ารักอย่างที่เธอพูดจริงๆยอมมัดยางรัดผมของเธอซะด้วย

“คุณบอกว่าผมน่ารัก?”

“เหอะ ใช่ที่ไหนล่ะ หมายถึงยางรัดผมฉันต่างหาก” ปัญขิญาไม่มีทางยอมรับหรอกว่าเธอหมายถึงเขานั่นล่ะที่น่ารัก

“อ้าวเหรอ ว้าเสียใจ” ณภัทรแกล้งทำหน้าเศร้าจนปัญชิญาหมั่นไส้ ปัญชิญารู้สึกว่าเขาอยู่ในห้องนี้กับเธอสองต่อสองนานแล้ว ปัญชิญาจึงไปดันหลังชายหนุ่มให้ออกจากห้อง

“ไปๆได้แล้วคุณ  ดึกแล้วเดี๋ยวคนจะนินทาฉันได้”

“โอเคๆ ขอบคุณที่ให้เข้าห้องน้ำนะ วันหลังจะมาล้างห้องน้ำให้” ณภัทรถูกดันจนออกมานอกห้องหันไปบอกทีเล่นทีจริง

“ไม่จำเป็น ฉันมีแม่บ้าน” ปัญชิญาพูดจบก็ปิดประตูทันทีก่อนจะใช้มือจับแก้มตัวเองแล้วกรี๊ดออกมาเบาๆอย่างต้องการระบายความรู้สึกบางอย่างที่มันอัดแน่นอยู่ในอกออกไปบ้าง ก่อนเดินไปรูดซิบกระเป๋าสะพายที่เธอวางไว้บนโซฟา มือเรียวหยิบพวงกุญแจพี่บิ๊กที่ห้อยด้วยรูปฟันเฟืองหรือเกียร์สัญลักษณ์ของวิศวะขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้าเบาๆ พรุ่งนี้สินะที่เธอต้องขับรถยนต์ที่จอดไว้นานมากๆสักที ถึงเธอจะหมั่นทำความสะอาดและขับอุ่นเครื่องตอนเช้าๆแถวนี้อยู่เสมอ แต่ก็ไม่เคยขับไปไหนไกลๆ เพราะใช้บริการแต่พี่บิ๊ก แต่พรุ่งนี้คงต้องใช้บริการรถยนต์ไซต์มินิแต่ราคาไม่มินิตามขนาด ที่คุณป๋าซื้อให้เป็นของขวัญที่เธอได้งานทำ ไปทำงานสักที เพราะพี่บิ๊กของเธอจอดอยู่ที่ไซต์งาน ปัญชิญาได้แต่ขอโทษพี่บิ๊กเบาๆเธอจำเป็นต้องตัดใจไม่พากลับบ้านด้วยวันนี้ แต่พี่บิ๊กคงจะเสียสละนอนนอกบ้านฟรีแล้วล่ะงานนี้ 'ก็งูเผือกของเธอมีคู่อยู่แล้วน่ะสิ'  

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น