กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 3 : เนื้อคู่ประตูถัดไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 291
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    3 ก.พ. 60

     



ลูกหว้า  ปัญชิญา

นางเอกในนะโม เอ้ย มโนของผู้เขียน ที่จริงชอบผิวเข้มๆแทนกว่านี้นะ แต่หาภาพบ่ได้เลยยย

(ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ตค่ะ)



          ปัญชิญาเดินสะบัดศรีษะตัวเองไปมา เธอรู้สึกโคตรปวดหัว นี่คืออาการแฮงค์ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอมานานแล้ว เธอว่างเว้นจากการดื่มแอลกอฮอร์มานาน พึ่งซัดไปเมื่อคืน แล้วที่ซัดอึกๆเป็นน้ำนั่นก็เพียวๆด้วย สภาพเลยกลายเป็นซอมบี้เดินได้แบบนี้.. ปึก!

“โอ้ย อะไรกันนักหนาเนี่ย คนยิ่งปวดหัวอยู่” มาเดินชนอะไรตอนนี้เนี่ย ปัญชิญารู้สึกสิ่งที่เดินชนไม่แข็งมากออกจะนุ่มๆ หอมๆ มีกลิ่นด้วยแฮะ แถมกลิ่นคุ้นๆด้วย เธอค่อยๆกวาดสายตาจากพื้นขึ้นไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกใจ ผงะจะกระโดดหนี แต่ช้ากว่าคนตรงหน้า ที่ตระหวัดเรียวแขนกำยำกระชับเอวบางดึงเข้าหาอย่างรวดเร็ว

“อะ อะไรเนี่ยท่านรองมากอดฉันไว้ทำไมวะ..เอ้ย..คะ”

“เมียจ๋า พูดก็ไม่เพราะเลยครับ” ณภัทรตำหนิหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจ ส่วนมือก็กระชับเอวบางไม่ยอมปล่อย หึ วันนี้ไม่เหลือคราบสาวสวยเซ็กซี่คนเมื่อคืน ไว้สักนิดเลยนะเขาต้องขอคืนคำตัวเองที่เคยปรามาสผู้หญิงตรงหน้าว่าหาความสวยแทบไม่เจอ แต่เมือคืนนี้เธอทำลายล้างความคิดและคำพูดทั้งหมดของเขาในวันแรกที่เจอกันหายวับไปในพริบตา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเกิดจิตพิสวาสผู้หญิงแปลกๆคนนี้หรอกนะ

“น..นี่ หยุดปากพล่อยเดี๋ยวนี้นะ ” ปัญชิญา ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย จนคนกอดชักจะรู้สึกวูบๆวาบๆ

“ พูดเพราะๆขอโทษผมก่อนสิเมียจ๋า” ณภัทรแกล้งต่ออย่างนึกสนุก

 “เรื่องอะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แล้วหยุดเรียกฉันว่าเมียจ๋าสักทีโว้ยท่านรองเดี๋ยวคนอื่นมาได้ยินบรรลัยพอดี”

“ก็คุณเซ่อซ่าเดินมาชนผม จนกระดูกผมเกือบร้าวเนี่ย” พูดพลางก้มหน้าลงไปใกล้ๆ

 “ พูดเว่อร์ไปละ  ..นะ นี่ แล้วคุณจะก้มมาใกล้ฉันทำไมเนี่ย ” ปัญชิญาใจเต้นตึก ๆตกใจใบหน้าของณภัทรที่ลอยใปมาอยู่ใกล้ๆ 

ตาสวยชะมัด ขนตาก็หนายาวงอนยังกะผู้หญิง จมูกก็โด่งเชียว หนวดรำไรดูแล้วให้ความรู้สึกดูร้ายๆนั่นอีกโอยๆ ไม่ๆลูกหว้าแกอย่าพึ่งปล่อยแรดออกมาตอนนี้สิวะ เขาไม่คู่ควรกับบรรดาแรดๆของเธอหรอก

ปัญชิญากร่นด่าตัวเองในใจอย่างหงุดหงิด  

“ขอโทษ ผมเดี๋ยวนี้” ณภัทรก้มลงเรื่อยๆ ในขณะที่เจ้าของร่างนุ่มนิ่มเอนตัวหนี ทำให้ท่อนล่างของเขาและเธอเบียดชิดกันมากขึ้น จนคนขี้แกล้งรู้สึกเสียววูบวาบที่ท้องน้อยแม่คุณเอ้ย จะดิ้นทำไมเนี่ย

“ขอโทษ ก็ได้ ปล่อยสิวะ” ปัญชิญารีบขอโทษอย่างขอไปที เพราะรู้สึกถึงสายตาแปลกๆของชายหนุ่มตรงหน้าดูไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย

“พูดไม่เพราะเลยอ่ะตัวเธอ” พูดจบก็ก้มหน้าต่ำลงเรื่อยๆ จนปัญชิญาต้องเอนตัวหนีและยิ่งดิ้นมากขึ้น โดยไม่รู้ตัวว่ายิ่งดิ้นยิ่งอันตราย จนเจ้าของอ้อมแขนแกร่งกัดฟันปรามน้องชายที่กำลังงัวเงียตื่นจากการหลับไหลให้นอนหลับลงไปอย่างยากเย็น ณภัทรรู้สึกตกใจอาการสตาร์ทติดง่ายของตัวเองที่มีกับผูหญิงที่วันนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะคิดหื่นด้วยลง

“ขะ ขอโทษ ปล่อยฉันสักทีสิ” ปัญชิญาพูดอย่างใจตุ้มๆต่อมๆ ก็ขาเธอสิเมื่อกี๊ มันโดนอะไรไม่รู้อ่ะ อย่าบอกนะว่า... อี๊

“ขอโทษค่ะ” ณภัทรเน้นเสียงพร้อมกับจ้องตา ใบหน้าคมสันก้มลงใกล้จนสัมผัสลมหายใจของอีกฝ่ายได้ ปัญชิญารีบยื่นมือทั้งสองข้างมาจับแก้มของเขาดึงจนยืดและพยายามผลักออกห่างสุดฤทธิ์

“ขอโทษ...ค่ะ” เพิ่มแรงดึงที่แก้มอย่างมันมือ

“โอ้ย” คนที่ถูกดึงแก้มจนยืดร้องอย่างเจ็บปวดเกินจริง ปล่อยมือจากเอวหญิงสาว ยกขึ้นมากุมแก้มตัวเอง

 “พอใจรึยัง” ปัญชิญาที่พอหลุดจากอ้อมแขนณภัทร ก็กระโดดถอยไปตั้งหลักซะไกล

“จะขอโทษดีๆก็ไม่ได้ ทำไมต้องดึงซะเจ็บเลย ยัยผู้หญิงถึก”

“เหอะ ความถึกฉันจะแสดงออกกับคนบางคนเท่านั้นแหละ...ค่ะ” ปัญชิญากำหมัดตั้งการ์ดอย่างป้องกันตัว  

“เหอะ ถ้าขนาดนี้แล้วไม่ต้องเกรงใจ 'ค่ะ' แล้วม้าง” ณภัทรยืนกอดอกมองนิ่งๆ

“ได้เหรอ?”ปัญชิญาถามอย่างประหลาดใจระคนไม่แน่ใจ

“ผม-ประ-ชด”

“อ้าวเหรอ  เสียดาย” ปัญชิญาทำหน้าผิดหวังเอาจริงเอาจัง จนณภัทรกรอกตาและพูดบางอย่างที่พึ่งนึกขึ้นมาได้

“สูทไม่ต้องซักนะถ้าจะเอามาคืนน่ะ” เสียงไร้อารมณ์สุดๆก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าจากไป ปล่อยให้ปัญชิญางงกับคำพูดสุดท้ายไปหลายวินาที 

“อ้าว เฮ้ย ดันลืมเอาสูทมาคืน” คนขี้ลืมเคาะหัวตัวเองหนึ่งที ในความขี้ลืม ดีเหมือนกันไม่ต้องซักไม่เปลืองค่าจ้างซัก แล้วจะเอาไปคืนที่ไหนวะเนี่ยดันลืมถามซะอีก เธอจะมีโอกาสเจอเจ้านายเมื่อไหร่อ่ะ ถ้าเขาไม่มาถึงไซต์งานเองอย่าหวังว่าตำแหน่งวิศวกรต๊อกต๋อยอย่างเธอจะได้เจอเขาได้ง่ายๆซะเมื่อไรล่ะ


ต่อตรงนี้นะคะ>>>

..................................................

     ปัญชิญาเดินหิ้วถุงกระดาษใบใหญ่เข้าไปในตึกสูง  เป้าหมายของเธออยู่ที่ชั้น 14 เธอยืนรอลิฟท์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาจากชั้นบนอย่างไม่เร่งรีบเพราะไม่มีธุระไปต่อที่ไหน แต่ผู้หญิงอีกคนที่พึ่งมายืนรอนี่สิท่าทางจะรีบมากดูนาฬิกาดูแล้วดูอีก การแต่งตัวนี่ก็โคตรไฮโซ ปัญชิญาก้มลงดูการแต่งกายของตัวเองก่อนจะส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ แล้วการรอคอยของเธอก็สิ้นสุดลง ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดเธอก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปแต่เหมือนจะก้าวพร้อมกันกับสาวสวยอีกคนจึงทำให้ไหล่ชนกันแต่เนื่องจากผู้หญิงคนนั้นใส่รองเท้าส้นสูงมากทำให้เสียการทรงตัวล้มลง

“ว้าย ยัยบ้า เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ” เสียงแหลมแผลดดังขึ้นอย่างโมโห ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบลุกแต่ส้นรองเท้าก็ไม่เป็นใจทำให้ล้มลงไปอีก จนปัญชิญาถลาเข้าไปประครอง

“เอ่อ ฉันขอโทษนะคะ คือไม่ได้ตั้งใจจริงๆค่ะ”

“อี๋ ไม่ต้องมาจับตัวฉันเลยนะ” ยังไม่ทันที่มือของปัญชิญาจะโดนตัว คนที่ล้มจมปุ๊กอยู่กับพื้นก็รีบปัดมือออกจากแรงอย่างรังเกียจ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นเองอย่างทุลักทุเล คนที่พึ่งลุกขึ้นได้หันไปมองรอบตัวราวกับกลัวว่าจะมีคนมาเห็นฉากล้มไม่มีแสตนด์อินของเธอแล้วเก็บภาพไปลงข่าวซุบซิบ

“ขอโทษจริงๆค่ะ” ปัญชิญาก้มศรีษะขอโทษเล็กน้อยให้คู่กรณีที่กำลังจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้ารูปเข้ารอยดังเดิม เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

“หึ พวกบ้านนอกเข้ากรุงรึเปล่านี่ ดูแต่งตัวสิ” เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว คำพูดหมิ่นไม่พอเพิ่มสายตาเหยียดหยามเข้าไปอีก มองตรงมาที่ปัญชิญาอย่างโมโห รปภ.ที่นี่ไม่ได้ดูหน้าตาการแต่งตัวคนที่จะเข้ามาในตึกรึยังไงนะ แต่งตัวยังกะพวกใช้แรงงานจะมามีปัญญามีธุระอะไรที่ตึกนี้

“เปล่าค่ะ ฉันคนกรุงเทพ” ปัญชิญาตอบพาซื่อ ไม่อยากเอาน้ำมันไปราดกองเพลิง เพราะเมื่อกี้เธอก็มีส่วนผิดที่ไปชนผู้หญิงคนนี้จนล้ม

“หึ พวกใช้แรงงานล่ะสิ  กดลิฟท์สิยะยืนบื้ออยู่ได้” คนสวยไฮโซตวาด ยิ่งรีบๆอยู่แต่ดันมาเจอพวกบ้านนอกเซ่อซ่าทำเธอล้มเจ็บตัวเสียลุคไม่พอเสียเวลาอีก

“อ๋อๆ ค่ะ คุณไปชั้นไหนคะ” ปัญชิญากดปิดประตูก่อนจะกดชั้น 14 หันไปถาม ซึ่งก็ต้องเจอกับสายตาเหยียดๆที่เต็มไปด้วยคำถาม

“นี่เธอ เธอกดชั้นผิดรึเปล่ายะ คนที่จะไปชั้นนี้ได้ต้องเป็นคนสำคัญและคนสนิทของผู้บริหารที่นี่เท่านั้นนะยะ”

“ตกลง คุณจะไปชั้นไหนคะ” ปัญชิญาลอบถอนใจอย่างรำคาญเสียงแจ๋นๆของคนร่วมทางในลิฟท์ โดยไม่นำพากับคำถาม

“ก็ชั้น 14 น่ะสิ สรุปเธอเป็นแม่บ้านที่นี้ใช่มั้ย” ปัญชิญาพยักหน้าหงึกๆ ในคำตอบประโยคแรก แต่คนถามเข้าใจไปแล้วว่าเธอเป็นแม่บ้านของตึกนี้

“หึ นึกแล้วเชียวไม่งั้น รปภ.คงไม่อนุญาตให้คนแต่งตัวสภาพนี้ขึ้นไปหรอก”

ระยะเวลาสั้นๆที่อยู่ในลิฟต์ มันเหมือนนานนับชั่วโมงสำหรับปัญชิญา เธอรู้สึกอึดอัดกับสายตาของเพื่อนร่วมทางจนไม่กล้ากระดิกตัว หายใจยังต้องค่อยๆสูดค่อยๆผ่อนเลย ผู้หญิงคนนี้สวยมากแต่สำหรับเธอคิดว่าเป็นความสวยที่ไม่น่าเข้าใกล้เท่าไหร่  คอที่ตั้งตรง ใบหน้าสวยนั้นเชิดตลอดเวลา ปัญชิญาเห็นแล้วรู้สึกเมื่อยแทนจริงๆ หลังจากประตูลิฟต์เปิดปัญชิญาก็แลซ้ายขวาสักครู่เพื่อรอเพื่อนร่วมทางออกสตาร์ทก่อน ซึ่งไม่ต้องรอนานคนสวยรีบเชิดหน้าเดินสะบัดบ๊อบจากไปทางฝั่งด้านซ้ายทันที  หึ คิดว่าเธอจะเดินไปทางไหนล่ะ ก็ต้องขวาสิ แทงสวนไปเลย แล้วค่อยไปสอบถามทีหลังเอาวะ ตอนนี้เลยต้องยืนเคว้งอยู่นี่ไง แล้วทั้งชั้นนี่ไม่มีคนอยู่ให้เธอถามเลยรึไงเนี่ย บริษัทก็ออกใหญ่โตทำไมมันร้างผู้คนเหมือนกำลังจะล้มละลายอย่างนี้ล่ะ

“คุณครับ ไม่ทราบมาติดต่ออะไรเหรอครับ” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ปัญชิญาที่กำลังหันรีหันขวาสะดุ้งตกใจ

“เฮ้ย  โอ้ยตกใจหมดเลยคุณ”ปัญชิญายกมือขวาทาบตรงตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นรัวเร็วราวกลองชุด

“เอ่อ ขอโทษที่ทำให้ตกใจครับ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ ที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำขอโทษอย่างจริงใจ

“แหะๆ ไม่เป็นไรค่ะ พอดีฉันมาขอพบคุณณภัทรน่ะค่ะ”

“หืม คุณนัดไว้หรือเปล่าครับ” โชติมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างประเมินในใจ การแต่งกายไม่น่าจะใช่คนที่เจ้านายจะนัดมาเจอด้วยเรื่องส่วนตัวได้

“อ๋อ นัดค่ะ เขา เอ้ย คุณณภัทรบอกว่าให้แจ้ง รปภ.ว่ามาหาที่ชั้นนี้” ปัญชิญาโทรหาคุณดำรงตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วว่าอยากขอพบท่านรองเพื่อคืนของ คุณดำรงก็ติดต่อให้และแจ้งมาว่าเขาให้เธอเข้าพบได้วันนี้

“งั้นตามผมมาเลยครับ” ร่างสูงของโชติเดินนำปัญชิญา กลับมาทางฝั่งซ้ายที่สาวสวยเพื่อนร่วมลิฟต์คอตั้งเดินแยกไปก่อนหน้านี้

“รู้งี้ตามนางมาก็ดี” ปัญชิญาบ่นงึมงำ

“อะไรนะครับ”

“เปล่าๆค่ะ ร้องเพลงๆ” ปัญชิญาเดินตามหลังชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่มาจนถึงหน้าห้องห้องหนึ่งซึ่งมีผู้หญิงที่มีอายุประมาณนึงนั่งอยู่หน้าห้อง

“คุณเลขาครับ คุณคนนี้มาพบเจ้านายครับ เธอบอกว่านัดเจ้านายไว้แล้ว” โชติเดินเข้าไปแจ้งเลขาของเจ้านายตนเอง และผายมือมาทางหญิงสาวที่ตามหลังมาแล้วเดินปลีกตัวไปนั่งมุมเดิมของตัวเอง ปัญชิญารีบยกมือไหว้เลขาวัยดึก

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีค่ะคุณ เอ่อ..แต่ตอนนี้เจ้านายมีแขกอยู่นะคะ”

“เอ่อ งั้นฉันฝากของไว้ให้คุณณภัทรได้มั้ยคะ” หึ มีแขกก็ดีสิจะได้ไม่ต้องเข้าไปทนปั้นหน้าพูดจาคะขากับเจ้านายที่เธอไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไร

“คุณชื่ออะไรคะ เพราะคุณณภัทรสั่งไว้ว่าถ้าคนชื่อปัญชิญามาให้เข้าพบได้เลยค่ะ”

“ค่ะ ฉันเองค่ะปัญชิญา แต่ถ้าท่านรองมีแขกฉันฝากไว้เลยได้ค่ะเพราะธุระฉันไม่ได้สำคัญอะไร”

“ไม่ได้ๆค่ะคุณณภัทรแจ้งว่า คุณต้องเข้าพบท่านเท่านั้นค่ะถึงจะกลับได้”

“โอ้ย เรื่องมากอะไรขนาดนี้วะ” ปัญชิญายกมือขึ้นยีผมฟูๆของตัวเองคิดใจในอย่างหงุดหงิด

“อะไรนะคะ” คุณศจีเลขาวัยดึกถามเพราะเธอได้ยินไม่ชัด ทำให้ปัญชิญาสะดุ้งโหยงตกใจที่ตัวเองคิดออกมาเป็นเสียงจนคนอื่นได้ยิน ยิ้มแก้เก้อ

“แหะๆ ไม่มีอะไรค่ะ แค่จะถามว่าต้องรอนานมั้ยถึงจะได้พบน่ะค่ะ”

“สักครู่นะคะ” คุณศจีต่อสายหาเจ้านายทันที พูดอยู่สองสามประโยคก่อนจะวางสายแล้วหันมาบอกคนที่กำลังเงี่ยหูฟัง

“เชิญคุณปัญชิญาด้านในเลยค่ะ”



......................................ต่อข้างล่างเลยค่ะ................................


เสียงเคาะประตูจากด้านนอก ทำให้ร่างอวบอิ่มที่กำลังคลอเคลียบนตักของณภัทรต้องชะงัก ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางเดินไปนั่งที่มุมรับแขกของห้องทำงาน

“เชิญ” ณภัทรส่งสัญญาณอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา

“เอ่อ สวัสดีค่ะทางรอง” ปัญชิญาเดินเข้ามาท่าทางนอบน้อมผิดกับที่เจอกันในสถานการณ์อื่นๆข้างนอก

“ว่าไงคุณปัญชิญา เชิญนั่งก่อนสิ”

“ก็เอาของมาคืนตามที่แจ้งมาค่ะ” ปัญชิญามองหาที่นั่งตามคำเชิญก่อนสายตาจะสะดุดกึก อยู่ตรงมุมรับแขกที่มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้วซึ่งก็กำลังจ้องมองเธอตาเขม็งเหมือนกัน โอย นึกว่าไก่ มองซะจิกเชียว ผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวกันที่ชนกับเธอจนล้มหน้าลิฟต์ปัญชิญาจำได้แม่น

“นี่เธอ เป็นแม่บ้านไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเลโอต้องเชิญให้นั่งด้วยล่ะคะ” เสียงหวานผิดกับตอนที่ปัญชิญาได้ยินในลิฟต์ดังขึ้นเบรคขาปัญชิญาที่กำลังจะเดินไปนั่ง

“ฮึ แม่บ้านเหรอ ใครบอกคุณครับนานา ” ณภัทรถามกลับเจ้าของเสียงหวานอย่างแปลกใจท่าทางคู่ควงคนล่าสุดเหมือนเคยเจอปัญชิญามาก่อน

“ก็ผู้หญิงคนนี้เป็นคนบอกนานาเองนี่คะ ตอนอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน”

“หือ” ณภัทรเลิกคิ้วเป็นเชิงถามปัญชิญา

“ฉันไม่ได้บอกคุณคนสวยแบบนั้นเลยนะคะ”

“นี่ เธอหาว่าฉันโกหกเหรอ”

“เปล่านะคะ ก็ฉันยังจำไม่ได้เลยว่าบอกคุณไปตอนไหน”

“ก็ตอนที่ฉันบอกให้เธอกดชั้น 14 ฉันถามแล้วเธอพยักหน้าไง”นานาต้องเก็บอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองเต็มที่เวลาอยู่ต่อหน้าณภัทร เธอจะทำให้ทุกอย่างที่พังไม่ได้ กว่าจะเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่นังผู้หญิงแต่งตัวมอซอบ้านนอกคนนี้เกือบทำเธอตบะแตกเพราะหน้าตาใสซื่อของมัน

“อ๋ออออ” ปัญชิญาลากเสียงยาวพาซื่อ ที่จริงเธอจำได้ดีตอนที่เธอแกล้งไม่แก้ต่างความเข้าใจผิดของสาวสวยแฟนเจ้านาย

“นั่นไง เธอบอกฉันจริงๆใช่มั้ย”

“เปล่าค่ะ คุณเข้าใจผิด ตอนนั้นคุณบอกฉันว่าจะมาชั้น 14 เหมือนฉัน ฉันก็แค่พยักหน้าเข้าใจ เฉยๆนะ” ปัญชิญาอธิบาย อดขำหน้าตาผู้หญิงสวยที่ชื่อนานาไม่ได้ ตาเธอแทบจะลุกเป็นไฟแผดเผาปัญชิญาแต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้ม พยักหน้าเหมือนเข้าใจ พูดเสียงอ่อนหวาน

“อ๋อ เหรอ ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจเธอผิด”

“อือ ที่แท้ก็เข้าใจผิดกันนะ” ณภัทรที่นั่งฟังอยู่เอ่ยขึ้นเป็นการตัดบทสนทนาของปัญชิญาและดาราสาวไปโดยปริยาย

“เอ่อ นี่ค่ะของท่านรอง” ปัญชิญาเดินไปยื่นถุงกระดาษใบใหญ่ให้ณภัทรที่โต๊ะทำงาน ในขณะที่นานาชะเง้อคอแทบเคล็ดเพื่อที่จะรู้ให้ได้ว่านังบ้านนอกนี่เอาอะไรมาให้แฟนของเธอ

“อืม ขอบใจนะที่เอามาคืนให้ว่าแต่ซักมั้ยนั่น”

“อ้าว ก็คุณ  เอ้ย ก็ท่านรองบอกไม่ต้องซักไงคะ” ปัญชิญาขึ้นเสียงดังอย่างไม่พอใจอย่างลืมตัวที่อีกฝ่ายพูดกลับไปกลับมา

อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นานาทีนี้ต้องท่อนนี้ในเพลงของอะตอมเท่านั้นที่ลอยเข้ามาในหัวปัญชิญา

“เหรอ ผมพูดแบบนั้นเหรอ”

“ก็เออสิ  เอ้ย ก็พูดสิคะ” ปัญชิญาอยากโยนถุงกระดาษใส่คนที่ทำหน้าตาไม่รู้เรื่องตรงหน้า แต่เธอต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจ นี่คือที่ทำงานเขาเป็นเจ้านายเธอด้วย ท่องไว้ๆ

“งั้นไม่เป็นไรมันคงไม่เหม็นเท่าไหร่หรอก” ณภัทรแกล้งพูดแหย่ ที่จริงเขาจำได้หรอกที่เคยพูดว่าไม่ให้ซักน่ะ แต่แค่อยากแกล้งคนเท่านั้นแหละ ปัญชิญารีบยื่นถุงกระดาษให้อีกฝ่ายซึ่งก็รับไปแต่โดยดี

“งั้นฉันขอตัวนะคะท่านรอง”

“เชิญครับ” ณภัทรผายมืออนุญาต ปัญชิญาก็รีบเดินจ้ำไม่เหลียวหลังทันที ส่วนคนที่นั่งฟังการสนทนาอย่างตั้งใจแต่ทำเหมือนไม่สนใจนั้นกำลังร้อนรนนังบ้านนอกทอมบอยนั่นเอาอะไรมาคืนณภัทร แล้วณภัทรมีธุระกับคนระดับนั้นได้ยังไง อยากรู้จนอดไม่ได้ที่จะถาม

“เอ่อ อย่าหาว่านานาละลาบละล้วงเลยนะคะเลโอ”

“ว่าไงครับ”

“ผู้หญิงคนเมื่อกี๊ เป็นใครเหรอคะ ถึงได้มาพบคุณข้างบนนี้ได้”

“อ๋อ เธอเป็นวิศวกรของบริษัทครับ”

“อ๋อค่ะ” พยักหน้าเข้าใจ เหมือนไม่สนใจ ที่นานาอยากรู้มากที่สุดแต่ไม่กล้าถามคือข้างในถุงกระดาษใบใหญ่นั้นมีอะไร ซึ่งตอนนี้ณภัทรเก็บไว้ใต้โต๊ะเรียบร้อยแล้ว

 


          ปัญชิญาหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็โดดขึ้นเตียงหยิบสมาร์ทโฟนยี่ห้อดังขึ้นมากดเข้าแอพลิเคชั่นสุดฮิต หลังจากเครียดจากงานปัญชิญามักจะเล่นอินเทอร์เน็ตหาข้อมูลในเรื่องงานบ้าง อ่านข่าวบ้าง เล่นแอพลิเคชั่นโซเซียลยอดฮิตบ้าง IG FB Line Twister เธอเล่นหมดแหละ มันเหมือนได้ปลดปล่อยตัวตนของตัวเองออกมาบ้างเวลาที่เธอเล่นโซเซียลต่างๆ ส่วนมากจะลงรูปที่คนอื่นไม่เคยได้เห็นมาก่อนก็คือรูปที่แต่งตัวแบบผู้หญิงที่แต่งกันนั่นล่ะซึ่งเวลาไปทำงานหรือออกไปข้างนอกเธอไม่ค่อยใส่เสื้อผ้าแบบนี้  ภาพตอนที่เธออยู่คนเดียว ทำกิจกรรมบางอย่างคนเดียว เที่ยวคนเดียว กินข้าวคนเดียวเป็นต้น ดูเหมือนเธออาจเป็นคนเก็บกดจริงๆนั่นแหละ ที่อยากเป็นแบบนั้นแบบนี้บ้างแต่แสดงออกไม่ได้ รึอาจจะได้แต่มันไม่ค่อยคุ้นชินเวลาเจอสังคมภายนอก... เหอะ  เอาเถอะไม่คิดแล้วปวดหัว ปัญชิญาปัดความคิดหันมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ในจอ ข่าวที่เธอกำลังสนใจอ่านคือข่าวดาราสาวนางร้ายกับนักธุรกิจรูปงาม

“หึ ข่าวสาระกว่านี้ไม่มีรึยังไงกันนะ” พูดอย่างหมั่นไส้ แค่ไปทานข้าวด้วยกันก็เอามาเป็นข่าว

ปัญชิญาออกจากแอพลิเคชั่นทุกอย่างปิดไฟนอนทันที จนกระทั่งเธอเริ่มรู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรมารัดลำตัวปัญชิญาค่อยๆเปิดเปลือกตาอย่างยากเย็น เธอกระดิกตัวไม่ได้เลยนี่เธอเป็นอะไรไป ก่อนที่ตาจะเบิกโพลงอย่างตกใจเมื่อเธอเห็นสิ่งที่กำลังรัดตัวจนกระดูกแทบหัก

“กรี๊ดดดดดด  ช่วยด้วย” งูสีขาวเผือกตัวใหญ่กำลังรัดเธออยู่จนแทบหายใจไม่ออก ปัญชิญาดิ้นรนเท่าไหร่มันยิ่งรัดแน่น

“ใครก็ได้ช่วยด้วย งูยักษ์เข้าห้องฉันนนน” แต่งูขาวตัวเขื่องนั้นเหมือนจะรำคาญเสียงกรีดร้องของปัญชิญา มันเลยคลายแรงที่กอดรัดออกนิดนึงแต่ไม่ปล่อยพร้อมทั้งเคลื่อนใบหน้าเข้าหาใบหน้าของปัญชิญาที่กำลังน้ำตาไหลพรากๆเพราะความกลัว เธอต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้างูตัวนั้นชัดๆ

“กรี๊ดดด นี่มัน.....” ปัญชิญาสะดุ้งเฮือก เหงื่อแตกพลักจนรู้สึกได้ถึงความชื้นของชุดนอน หน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กๆผดเต็มไปหมด

“แฮก แฮก” ปัญชิญาหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ที่แท้เธอก็ฝันไปเองเหรอเนี่ย หันไปมองรอบๆห้องด้วยความไม่ไว้ใจกลัวว่างูขาวยักษ์ตัวนั้นจะมาอยู่ในห้องจริงๆ

“ทำไมมันน่ากลัวแบบนี้วะ งูตัวนั้นทำไมหน้าตาเป็นนายนั่นไปได้”  นี่เจ้านายเธอตามมาหลอกหลอนถึงในฝันเลยเหรอเนี่ย มือที่ยังชื้นไปด้วยเหงื่อเอื้อมไปหยิบนาฬิกาข้างหัวเตียง

“ตี 3 โอ้ย ใครจะนอนหลับลงล่ะเนี่ย” ปัญชิญานึกเคืองไปถึงเจ้าของใบหน้างูตัวนั้นที่เป็นสาเหตุให้เธอนอนไม่หลับ  จนต้องมาทำงานแต่เช้าแบบไม่สดชื่นแบกหน้าตาอึนๆ มานั่งดื่มกาแฟในอ๊อฟฟิศก่อนใครเพื่อน

“คุณหว้ามาแต่เช้าจังเลยครับ” บุคคลมาใหม่เปิดประตูเข้ามาทักทายอย่างแปลกใจ ลุงยามนั่นเอง แกจะเฝ้าไซต์งานช่วงกลางคืนทุกวันและจะเลิกงานช่วงแปดโมงเช้า

“ไม่ได้ตั้งใจมาแต่เช้าเลยลุง หว้านอนไม่หลับตื่นตั้งแต่ตีสามแน่ะ ไม่รู้จะทำไรก็เลยมาโผล่นี้เช้าหน่อย”

“อ้าว เครียดเรื่องงานเหรอครับ”

“เปล่าค่ะ ฝันร้ายนิดหน่อย” ปัญชิญาเล่าตามความจริง แต่เธอไม่แน่ใจว่าเธอจะเล่าความฝันให้ลุงยามฟังดีมั้ย

“ฝันว่าอะไรเหรอครับ พอจะเล่าให้ลุงฟังได้มั้ย เผื่อลุงจะตีเป็นหวยได้ แหะๆ” ลุงยามวัยห้าสิบถามอย่างนึกอยากรู้จริงๆ เผื่อได้หวยเด็ดๆไปเสี่ยงโชคกับเขาบ้าง

“ฝันว่างูเผือกตัวใหญ่มากๆมารัดตัวจนกระดูกแทบหักอ่ะลุง”ปัญชิญาตัดสินใจเล่าความฝันให้ลุงยามฟังเพราะอีกฝ่ายทำหน้าตาดูมีความหวังกับความฝันเธอเหลือเกิน

“โห งูรัดเหรอคับ งูเผือกตัวใหญ่ซะด้วย” ลุงยามทำหน้าตื่นตกใจก่อนจะส่งยิ้มล้อเลียนมายังเจ้าของความฝัน

“อะไรเหรอลุง มันน่ากลัวใช่มั้ยล่ะ แถมหน้างูตัวนั้นมันยังเป็นคนด้วยนะ” ปัญชิญาคิดว่าแล้วอดสยองไม่ได้เธอเป็นคนกลัวสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด แค่คิดหรือเห็นภาพก็ขนลุกทั้งตัวแล้ว

“โอ งูมีใบหน้าเป็นคนด้วย”

“ใช่เลยลุง หน้าเหมือนอีตา...อุ๊บ”ปัญชิญาเอามือตะครุบปากตัวเองไว้ทันเกือบจะหลุดชื่อณภัทรออกไปแล้วเชียว

“หน้าเหมือนใครเหรอครับคุณหว้า”

“เปล่าๆค่ะ ว่าแต่ลุงได้เลขเด็ดมั้ยล่ะความฝันหว้าอ่ะ”

“ไม่ตีเลขแล้วครับตอนนี้ ตีความฝันให้คุณหว้าดีกว่า”

“มันหมายความว่าไงเหรอคะ ” ปัญชิญาทำท่าฟังอย่างตั้งใจ

“ใครที่ฝันว่าโดนงูรัด โบรานท่านว่าจะได้เจอเนื้อคู่นะครับคุณหว้า” ลุงยามพูดไปยิ้มไปส่งสายตาแซวมายังวิศวกรสาวรุ่นลูก

“ฮ้า  เจอเนื้อคู่ โอ้ยเป็นไปไม่ได้หรอกลุง” ปัญชิญาไม่เชื่อเรื่องความฝันเท่าไรเธอคิดว่าฝันมันก็คือความฝันมันไม่มีทางจะเป็นความจริง ยิ่งเรื่องเนื้อคู่ยิ่งห่างไกลทำใจเชื่อไม่ลงจริงๆ

“คนโบรานท่านว่ามาแบบนี้ครับ ไม่เชื่อก็ต้องคอยดูต่อไปล่ะ” ลุงยามทำหน้าเข้าใจคนสมัยใหม่ดี ที่ส่วนมากมักจะไม่เชื่ออะไรแบบนี้ แต่เขาเชื่อแน่นอนว่าวิศวกรสาวคนนี้จะต้องเจอเนื้อคู่แน่นอน

“แหม ถ้าจะมีหว้าต้องเป็นคนไปจีบเขาก่อนล่ะลุง เพราะคงไม่มีใครกล้ามาจีบหญิงถึกอย่างหว้าแน่นอน”

ปัญชิญากล่าวติดตลก

“เนื้อคู่กันแล้วไม่แคล้วกันหรอกครับจะใครจีบก่อนไม่สำคัญ”

“นั่นแน่ ความคิดวัยรุ่นซะด้วยนะลุงยามเนี่ย”

“มีลูกสาวแก่แดดก็แบบนี้ล่ะครับ ไม่รู้จะเรียนจบรึเปล่าปวดหัวจริงๆลูกคนนี้” ลุงยามบ่นลามไปเรื่องลูกสาววัยมัธยมให้ฟังอย่างระอา

“เอาน่าลุงวัยรุ่นก็งี้แหละ”

“ทำใจแล้วครับ ผมไปก่อนล่ะครับคุณหว้า ขอให้เจอเนื้อคู่เร็วๆนะครับ” ก่อนจากไปลุงยามยังไม่วายอวยพรคนที่กำลังจะเจอเนื้อคู่ตามที่แกทำนายทายทักซะด้วย

“เนื้อคู่เหรอวะ ไม่มีวี่แววมนุษย์ผู้สักตัว มันจะมีได้ไงอ่ะ” ปัญชิญาคิดอย่างไม่คล้อยตามคำพูดลุงยามที่พึ่งเดินจากไป   แต่ทำงานทั้งวันในหัวก็ยังวนเวียนอยู่ที่คำว่าเนื้อคู่เสียงของลุงยามยังดังก้องอยู่ในหัว

ปัญชิญาสะบัดหัวไปมาอย่างต้องการไล่ความคิดบ้าๆนี้ออกจากหัวสักทีจนกระทั่งมือปริศนามาแตะที่ไหล่

“โอ้ย ตกใจหมดไอ้ชัช”

“อ้าว ตกใจอะไรเนี่ย เรียกแล้วนะ ไม่ได้ยินเหรอพี่หว้า” ชัชวาลสังเกตเห็นลูกพี่สาว เดินทำสีหน้าครุ่นคิดก็เลยเรียก แต่เสียงเรียกของเขายังไม่สามารถมุดเข้าไปในรูหูของลูกพี่เขาได้แสดงว่าใจต้องไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแน่นอน

“เรียกตอนไหนวะ”

“ใจลอยไปไหนเนี่ยลูกพี่”

“เออ ชัชแกเชื่อเรื่องความฝันเปล่าวะ”

“ฝันอะไรแบบไหนล่ะ มันก็เชื่อเป็นเรื่องๆไปอ่ะ”

“เมื่อคืนฉันฝันว่าโดนงูรัดว่ะ”

“เฮ้ย โดนงูรัด พ่อผมเคยบอกใครฝันแบบนี้จะเจอเนื้อคู่นะ”

“แกพูดเหมือนลุงยามอ่ะ” ปัญชิญาเริ่มความเชื่อสั่นคลอน หรือมันจะจริงอย่างที่ลุงยามกับชัชวาลพูด

“แต่ผมว่าคนอื่นน่ะเป็นไปได้ แต่ลูกพี่อ่ะผู้ชายคนไหนจะหน้ามืดตามัวมาจีบไปเป็นคู่”พูดจบก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จนโดนร่างเซถลาไปตามแรงถีบของลูกพี่สาว

“ปากเหรอนั่นไอ้ซัด”

“ชัช ไม่ใช่ สัตว์ ชอบเปลี่ยนชื่อให้ผมจริงๆ” ชัชวาลที่พึ่งตั้งหลักได้หลังจากโดนถีบกล่าวแก้ชื่อตัวเอง

“ฉันบอกว่า ซ อะ ด ซัด ไม่ใช่สัตว์นะ” ปัญชิญาแก้ด้วยความขำ

“เหอะ ไม่ต้องเลย ตั้งใจให้เป็นคำพ้องเสียงน่ะสิ” ชัชวาลเอ่ยอย่างรู้ทัน

“งั้นก็ตามนั้น เริ่มฉลาดแล้วสิ ฮ่าๆ”

“ลูกพี่อะ”

“ไม่คุยกับแกแล้ว คุยกับอากู หาข้อมูลความฝันอันสยดสยองของฉันดีกว่า” ปัญชิญาหยิบสมาร์ทโฟน กดยุกยิกๆโดยมีชัชวาลยืนขนาบข้างๆอย่างเผือกๆ

“เฮ้ยนี่ก็ใช่”

“โอ้ยเว็บนี้ก็ใช่”

“อ้าวเว็บนี้ก็เอากับเขาด้วย”

“โอ้ยลูกพี่ พอๆ มาโอ้ยมาอ้าวอยู่นี้ ไม่รู้เรื่องสักที”ชัชวาลตะโกนขัดลูกพี่สาวที่อ่านทำนายฝันในอินเทอร์เน็ตเกือบสิบเว็บล่ะ

“อ้าวไอ้นี่ ก็มันทำนายเหมือนกันหมดทุกเว็บอ่ะ”

“ก็แหงล่ะ ใครๆก็รู้ทั้งนั้นว่าฝันว่างูรัดจะเจอเนื้อคู่ ”

“ฉันนี่แหละที่อาจจะเป็นคนล้างทุกคำทำนาย แกคิดดูนะเนื้อคู่ฉันมันจะมีได้ไง ถ้ามีแล้วไปมุดหัวอยู่ไหนวะ”

“ผมก็ว่างั้นแหละสภาพอย่างพี่นี่คงยาก”

“สภาพอย่างฉันมันทำไมวะ พูดมาดีๆนะเว้ย” ปัญชิญาชูกำปั้นขู่

“แหะๆ เปล่าๆ แต่ก็ไม่แน่น้า เนื้อคู่พี่อาจจะอยู่ประตูถัดไปก็ได้ แบบพี่เปิดประตูปุ๊บเจอปั๊บอ่ะ” ชัชวาลรีบพูดเอาตัวรอด เพราะทั้งคู่กำลังเดินมาถึงประตูเข้าอ๊อฟฟิศพอดี ปัญชิญาที่กำลังเอื้อมจะผลักประตูหันมา

“เพ้อเจ้อนะแกนี่” เนื้อคู่บ้าอะไรจะมาสิงอยู่ประตูอ๊อฟฟิศวะ และอยู่ในนี้ก็มีแต่บรรดาวิศวกรแก่ๆ หรือหนุ่มก็ไม่โสดทั้งนั้น ก่อนจะผลักประตูเข้าไปเต็มแรง

“โอ้ย” เสียงดังแสดงความเจ็บปวดดังขึ้นจนปัญชิญาตกใจทำหน้าเหลอหรารีบแทรกตัวเข้ามดูว่าตัวเองเปิดประตูชนใคร

“อุ้ย ขอโทษนะคะพี่ หว้าไม่ได้ตั้งใจไม่ทันมอง” ปัญชิญารีบขอโทษขอโพยอย่างสำนึกผิด ชัชวาลก็รีบเดินเข้ามาดู

“พี่หว้าเปิดประตูไม่ดูเลยอ่ะ”

“แกนั่นแหละชวนคุย”

“พอๆ ไม่ต้องเถียงกัน” คนที่พึ่งโดนประตูฟาดหน้าผาก รีบห้ามทัพ

“แต่หว้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะพี่ ขอ...เฮ้ย” คนที่กำลังจะขอโทษขอโพยยังกล่าวไม่จบประโยคก็ต้องอุทานอย่างตกใจ เมื่อเห็นบุคคลที่ยืนทำหน้านิ่งเอามือคลึงที่หน้าผากบรรเทาอาการ

“คุณณภัทร!” เป็นชัชวาลที่เอ่ยอย่างตกใจ

“เอ่อ ท่านรองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงอ่ะ...คะ” ปัญชิญาหน้าแหยในความซวยของตัวเองเปิดประตูชนใครก็ไม่ชนดันมาชนเจ้านาย ซวยๆๆ

“อ้าว ผมก็มาดูความคืบหน้าของงานสิ ถามได้” ณภัทรจ้องหน้าคนที่นำพารอยปูดที่หน้าผากมาให้โดยไม่ตั้งตัว

“แหะๆ ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะท่านรอง” ปัญชิญาขอโทษอย่างจริงใจถึงเธอจะไม่ชอบหน้าเขาแต่ครั้งนี้เธอผิดที่ซุ่มซ่ามจริงๆ

“ไม่เป็นไรหรอกผมรู้ว่าคุณไม่ตั้งใจ”

“แต่ท่านรองให้ฉันดูหน้าผากหน่อยได้มั้ยคะ” แค่เธอมองไกลๆยังเห็นเลยว่ามันโนออกมา

“เอาสิ”ณภัทรพยักหน้าอนุญาต ปัญชิญารีบเข้าไปใกล้เอามือปัดปอยผมยาวที่หน้าผากคนตัวสูงออกเล็กน้อยอย่างลืมตัว ก่อนจะเอามือไปลูบบริเวณที่มันปูดออกมาเล็กน้อยเพราะโดนกระแทก โดยไม่รู้ว่าการกระทำของเธอทำให้อีกคนเกร็งแค่ไหน

“โห โนเลยนะเนี่ย เดี๋ยวฉันทายาหม่องให้นะคะท่านรอง” ปัญชิญาที่พึ่งละมือจากหน้าผากเจ้านายควานหายาหม่องที่พกติดตัวตลอดเวลา

“ผมว่าเชิญคุณณภัทรนั่งมุมนั้นก่อนดีกว่าครับ” ชัชวาลพูดขึ้นซึ่งณภัทรก็พยักหน้าเห็นด้วยเดินไปนั่งที่โซฟามุมห้อง ปัญชิญาเมื่อเห็นณภัทรนั่งลงเรียบร้องเธอก็นั่งคุกเข่าตรงหน้าเขาทันที

“นี่คุณจะทำอะไรน่ะปัญชิญา ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้” ณภัทรตกใจที่อยู่ดีๆหญิงสาวก็มานั่งคุกเข่าตรงหน้า

“อ้าว ก็จะทายาให้ไง เดี๋ยวยืนทาก็จะหาว่าฉันยืนค้ำหัวเจ้านายอีก”

“ไม่ต้องๆ เอามาผมทาเอง”

“ได้ไงล่ะท่านรอง ฉันเป็นคนทำ ให้ฉันรับผิดชอบเถอะน่า”

“ผมทาได้แค่นี้เอง”

“อยู่นิ่งๆน่า เดี๋ยวทำเอง” ปัญชิญาปัดมือณภัทรที่พยายามจะเอื้อมมาหยิบยาหม่องในมืออย่างรำคาญ ชัชวาลมองสองคนที่เถียงกันไปมาอย่างงงๆ เรื่องแค่นี้จะเถียงกันทำไม ถ้าทาตั้งแต่แรกป่านนี้ก็เสร็จแล้ว

ณภัทรยอมแพ้คนดื้อดึงจะทายาให้ ปัญชิญาที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเอานิ้วแตะยาหม่องเตรียมจะทา แต่ทาไม่ถึงออกคำสั่ง

“ก้มหน้าลงมาหน่อยสิคะท่านรอง” ณภัทรรีบก้มหน้าลงไปให้คนเจ้ากี้เจ้าการเอานิ้วมือนิ่มๆทายาอย่างเบามือราวกับกลัวเขาเจ็บ ณภัทรมีโอกาสสำรวจใบหน้าเล็กๆของคนตรงหน้าอย่างชัดๆ ปัญชิญาไม่ใช่คนสวยจัด แต่เครื่องหน้าทุกอย่างรับกันดีมาก ปากเล็กดูกระจุ๋มกระจิ๋มนั้นมีสีชมพูสด เขามองไม่เห็นร่องรอยของลิปติกสักนิดเดียว ตากลมโต ขนตาค่อนข้างหนายาวแต่ไม่งอน จมูกเล็กๆนั่นโด่งพอดี  ดูรวมๆแล้วก็...

“นี่ ท่านรองจะจ้องหน้าฉันทำไมคะ เสร็จแล้วๆ” ปัญชิญารีบลุกขึ้นยืน เธอรู้สึกแปลกๆกับสายตาของณภัทรที่เอาแต่จ้องเธอไม่วางตา พยายามบังคับมือที่ทายาหม่องไม่ให้สั่นแทบตาย

“อ้อ ขอบคุณนะ งั้นผมขอตัวก่อนละกัน”ณภัทรกล่าวขอบคุณแก้เก้อ ก่อนเดินจากไป แต่ชัชวาลที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆนี่สิกำลังใช้ความคิดกับท่าทางบางอย่างของคนทั้งคู่ที่แสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“พี่หว้าๆ”ชัชวาวสะกิดยิกๆ

“อะไร”

“พี่จำคำพูดของผมก่อนที่พี่จะเปิดประตัวชนหน้าคุณณภัทรได้มะ”

“แกพูดตั้งหลายคำ”

“ก็ที่ผมบอกว่า เนื้อคู่พี่อาจจะอยู่ประตูถัดไป แบบเปิดปุ๊บเจอปั๊บไง”

ปัญชิญาเบิกตากว้างเริ่มเข้าใจคำพูดที่ชัชวาลต้องการสื่อ

“แกคงจะไม่พูดว่าคุณณภัทรอาจจะเป็นเนื้อคู่ฉันใช่มะ”

“อ่าฮะ แบบนั้นแหละ”

“โป๊ก”

“โอ้ยพี่หว้าเขกหัวผมทำไมอะ เจ็บนะเว้ย”

“สมองเพ้อเจ้อแกจะได้เข้าที่เข้าทางไง ไอ้ซัด!” พูดเสร็จรีบเดินจากไปอย่างไม่สนใจปล่อยให้ชัชวาลคลำหัวที่โดนเขกบ่นกะปอดกะแปดอยู่คนเดียว แต่ที่ชัชวาลไม่รู้คือคนที่ทำท่าไม่สนใจนั่นกำลังคิดตามคำพูดและคำทำนายความฝันอย่างสับสนว้าวุ่นใจกับความคิดตัวเองที่เริ่มจะเอนเอียง









....................................................

แก้ไขชื่อตอนนะคะ ตอนนี้ลงครบ 100 % แล้ว

สำนวนยังติดๆขัด กราบขออภัยผู้อ่านทุกท่านค่ะ จะพยายามปรับปรุงงานเขียนเรื่อยๆค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น