กามเทพล็อคผลรัก

ตอนที่ 2 : ผัวไงจะใครล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ม.ค. 62



ผัวไงจะใครล่ะ (โอ้ยละลายกับสายตา)

Avan Jogia

(ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ตค่ะ)

สำหรับอิมเมจของนางเอกยังไม่เจอใครที่ถูกใจเหมาะกับบุคลิคลูกหว้าเลยค่ะ

เอาเป็นว่าคนเขียนคนอ่านจิ้นเป็นตัวเองไปก่อนนะคะ อิอิ  ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แค่เข้ามาก็เป็นกำลังใจให้คนเขียนมีแรงเขียนนิยายตอนดึกๆหลังเลิกงานแล้ว จุ๊บๆ จะติ จะด่า ขอซอฟท์ๆนะคะ คนเขียนยังเลเวลต่ำกลัวเสียจายยยย แต่จะปรับปรุงตามคำติชมให้ดียิ่งๆขึ้นไปค่ะ



.................................................................................


“แหวะ คิดว่าหล่อตายล่ะ ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า” ปัญชิญาแลบลิ้นเบะปากอย่างหมั่นไส้ ใส่รูปเด่นหราบนนิตสารเล่มหนึ่งที่พึ่งซื้อมาอ่าน เพราะเห็นรูปคุ้นตาเลยเผลอหยิบติดมือมา  เผลอจริงๆนะไม่ได้สนใจรูปผู้ชายหล่อแบบร้ายๆ ตาสวยๆติดประกายเจ้าชู้นั่นในกรอบเล็กๆบนหน้าปกนั่นเลยนะ จากวันนั้นที่เจอกันครั้งแรกผ่านมาแค่เกือบจะสองเดือนเท่านั้นเอง แต่ข่าวที่เห็นจากสื่อต่างๆเรื่องผู้หญิงที่เขาควงนับได้มันจะสิบคนแล้ว เหอะ!ผู้ชายเจ้าชู้เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น 

เสียงเพลง sugar ของ Maroon 5 ที่ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของดังขัดความคิดที่กำลังหมั่นไส้คนในภาพ

“ว่าไงวะ ไอ้เต” เตวิช เป็นหนึ่งในแก๊งค์เพื่อนสนิทของปัญชิญานั่นเอง

ไอ้หว้า ออกมาสังสรรค์กันหน่อยดิวะ เพื่อนๆอยากเจอ ไม่เจอกันนานแล้วนะโว้ยแล้วหลังจากนัดเจอคราวก่อนน่ะ เสียงเตวิชดังมาตามสาย พวกเขาไม่ได้เจอกันนานแล้วหลังจากเรียนจบแยกย้ายกันไปทำงาน นัดเจอบ้างนานๆครั้ง ได้แต่คุยกันผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ค

“ที่ไหนวะ ..ได้ๆฉันก็คิดถึงพวกแกเหมือนกัน”

หลังจากวางสายจากเตวิชย์ปัญชิญาก็นั่งครุ่นคิดและเริ่มลงมือค้นบางอย่างในตู้เสื้อผ้า รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ เกือบปีแล้วที่ไม่เจอพวกมันเนื่องจากเวลาและหน้าที่การงานไม่อำนวย  ทั้งกลุ่มมีหกคนซึ่งเธอเป็นคนที่รูปร่างหน้าตาสวยที่สุดในกลุ่มเพื่อน หึหึ ก็มีเธอเป็นนางสาวคนเดียวไงใครจะมาสวยสู้ได้ล่ะ  และไอ้ห้าคนนี่ก็หวงเธอมาก ยิ่งกว่าลูกในไส้ก็ไม่ปาน พวกมันปฏิบัติตามคำสั่งคุณป๋าอย่างไม่ขาดตกบกพร่องประหนึ่งว่าอยู่กับพวกมันก็เหมือนเธออยู่กะคุณป๋ายังไงยังงั้น แต่เธอก็ไม่โกรธพวกมันหรอกเพราะชินไง  แต่จะว่าไปก็โกรธอยู่เรื่องนึง เพราะพวกมันนี่แหละที่ทำให้เธอต้องโสดทึนทึกโดดเดี่ยวเดียวดายไร้ผู้มาจนทุกวันนี้ ต้องพยายามเก็บแรดหลายร้อยตัวที่มันอยากออกมาเยี่ยมโลกภายนอกไว้อย่างมิดชิด เวลาเจอผู้ชายหล่อจะกรี๊ดจะเมาท์ก็ไม่ได้ เพื่อนมีแต่ผู้ชายลองพูดเรื่องผู้ชายดูสิ พวกมันก็หาว่าเธอแรดจากนั้นเรื่องก็จะถึงหูคุณป๋า และเธอจะต้องโดนคุณป๋าอบรมสั่งสอนนานหลายชั่วโมง ปัญชิญาคิดมาล่ะยังสยองไม่หายกับเหตุการณ์นั่งฟังบรรยายการอบรมของคุณป๋า สมัยเรียนทำให้เธอต้องกลบเกลื่อนทำตัวไม่สนใจมนุษย์ผู้ชายที่ถึงจะหล่อสะเทือนตับไตไส้พุงแค่ไหนเธอก็แค่แอบเหล่นิดเดียว เหล่เยอะเดี๋ยวถูกพ่อทั้งห้าจับได้ไปฟ้องคุณป๋า ปิดล็อคคอกแรดไว้อย่างดีถึงจะมีบางตัวร้องประท้วงบ้างเธอก็ทำเป็นไม่สนใจ  โอ้ย คิดมาล่ะแค้นพวกมันนักอยากเอาคืนบ้าง 

‘งั้นเริ่มวันนี้เลยล่ะกัน หึหึ

.................................................

 “บ้าเอ้ย!ชุดนี้ เป็นอุปสรรคจริงๆ คิดผิดหรือเปล่าเนี่ยที่ใส่ไปแกล้งเจ้าพวกนั้น” ปัญชิญา สบถหลังจากหยุดรถติดไฟแดง เธอใส่ชุดเกาะอกยาวสีดำ แหวกข้างยาวถึงโคนขาทั้งซ้ายและขวา เหมาะกับการควบบิ๊กไบต์คู่ใจอย่างไม่ต้องลำบาก รองเท้าบู๊ทสีดำยาวเกือบถึงเข่า หญิงสาวสวมแจ๊กเก็ตสีน้ำตาลเข้มคลุมทับเกาะอก ส่วนทรงผมก็ปล่อยยาวสยายถึงกลางหลัง  โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคน


“แม่เจ้าโว้ย ไอ้เลโอ แกดูแม่สาวร้อนแรงคนนั้นสิ เปรี้ยวเท่ห์เป็นบ้า ใส่ชุดนี้ควบบิ๊กไบต์เชื่อเธอเลย ” ปริญ เพื่อนสนิทของณภัทร เอ่ยอย่างอึ้งๆ จนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งกดสมาร์ทโฟนเช็คราคาหุ้น ต้องเงยหน้าขึ้น

“ไหนวะ”  

“ขวาเว้ยๆ ฝั่งฉันนี่” ปริญสะกิดเพื่อนให้หันมาทางขวา ณภัทรที่มัวแต่ชะเง้อชะแง้อยู่ฝั่งซ้ายที่ตัวเองนั่งอยู่ ต้องหันมาอย่างรวดเร็ว สายตาปะทะเข้ากับขาอ่อนที่ทั้งขาวทั้งเนียน ก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปหมายจะดูใบหน้าเจ้าของขาเรียวสวยที่คร่อมมอเตอร์ไซต์คันใหญ่อยู่ ก็ต้องผิดหวัง เพราะหมวกกันน๊อคบดบังใบหน้าปริศนาไว้จนมิด

“เซ็กซี่ เป็นบ้า” ณภัทรพูดอย่างเห็นด้วยกะเพื่อนว่าเธอช่างร้อนแรงจริงๆ ก่อนไล่สายตาไปตามขาเรียวสวย เสียดายที่เธอใส่หมวกกันน๊อค เลยไม่ได้เห็นว่าหน้าตาจะสวยเซ็กซี่เหมือนชุดที่เธอใส่หรือเปล่า

“ณ จุด จุดนี้ ไอ้ปินอยากเกิดเป็นบิ๊กไบต์ชะมัด” ปริญพูดคลางตาเคลิ้ม จนกระทั่งแม่สาวชุดดำควบบิ๊กไบต์ที่ดำเช่นเดียวกับชุดออกไป เสียงบีบแตรไล่มาจากด้านหลังดังขึ้น ชายหนุ่มสองคนถึงรู้สึกตัวว่า ไฟเขียวเหลือแค่ 30 วินาทีจะหมดเวลา ปริญรีบขับรถออกไปทันทีก่อนที่จะโดนสวดจากผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ

“รู้สึกคุ้นๆว่ะ” ณภัทรพูดขึ้นรู้สึกคุ้นๆยี่ห้อและรถบิ๊กไบต์สีดำคันที่แม่สาวร้อนแรงคนนั้นขับมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

“คุ้นอะไรวะ” ปริญถามอย่างงงๆ

“ก็ไอ้รถบิ๊กไบต์คันเมื่อกี้ ฉันเหมือนรู้สึกว่าเคยเห็นที่ไหนว่ะ” นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จนกระทั่งปริญพามาถึงผับของเพื่อนเขาส่วนมากที่นี่จะมีแต่พวกไฮโซหรือดารา ชอบมาทั้งนั้น

...............................................

ภายในผับหรู ที่วันนี้ผู้คนก็หนาแน่นเฉกเช่นทุกวัน บางโต๊ะส่งเสียงแซว หลายโต๊ะได้ยินเสียงแซว ก็หันหน้าไปมองอย่างสนใจ รวมถึงโต๊ะของหนุ่มล้วนห้าคนนี้ด้วย

 “เขาดูอะไรกันวะ” พีระพัฒน์ ชายหนุ่มหนึ่งในห้าคนที่นั่งในกลุ่ม  ถามขึ้นอย่างสงสัยและแปลกใจก่อนที่สายตาพวกเขาจะเห็นสาวสวยร้อนแรงชุดเกาะอกสีดำ เดินแต่ละทีกระโปรงที่แหวกโคตรสูงนั้นก็สามัคคีกันเปิดทางให้ขาเรียวขาวโผล่ออกมาสูดอากาศภายนอกอย่างน่ามอง ดูรวมๆแล้ว สวย เอ็กซ์ เซ็กซี่ จนพวกเขาต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า

“เฮ้ย นั่นมัน...” เตวิชพูดขึ้นอย่างตกใจก่อนใครเพื่อน

“ไอ้ลูกหว้า!” ชายหนุ่มทั้งห้าคนตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่หญิงสาวที่เป็นจุดสนใจของผู้คนเกือบทั้งผับจะเดินใกล้เข้ามาทุกที ยกไม้ยกมือให้กับกลุ่มพวกเขา ร่างเซ็กซี่เดินเบียดผู้คนตรงมาไม่สนเสียงแซวของมนุษย์ผู้ใดๆ

what’s up man” ปัญชิญาทักทายอย่างอารมณ์ดีหลังจากเดินสวยๆเริศๆเช็คเร็ตติ้งเข้ามาอย่างอารมณ์ดี

“ไอ้ลูกหว้า แกใส่ชุดห่าอะไรมาวะ” เตวิชหายจากอาการตะลึง พูดตะคอกใส่ไอ้เพื่อนสาวตัวแสบตรงหน้าด้วยความโกรธ

“เออ นั่นดิ เป็นบ้าอะไร พวกฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามแต่งตัวแบบนี้” พีระพัฒน์ พูดขึ้นอย่างโมโหไม่แพ้

เตวิช ก่อนจะตามด้วยเพื่อนอีกสามคนสมทบขึ้นไม่รู้เสียงใครเป็นใคร

“ฮ่าๆๆ พวกแกหยุดบ่นก่อนโว้ย ฉันสำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี่ย ” สาวเจ้าของชุดสีดำพูดอย่างติดตลกแกมสะใจ ที่เธอสามารถแกล้งไอ้พวกนี้ได้ อยากหวงเธอดีนัก สมัยเรียนปีหนึ่งนี่กันท่าผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบ ห้ามทำตัวสวย ห้ามแต่งตัวโป๊ ให้แต่งตัวเหมือนผู้ชายแบบพวกมันเท่านั้น จนใครต่อใครเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นทอม และไม่มีผู้ชายคนใหนกล้าจีบอีกเลย ต้องเตรียมบันไดปีนขึ้นบนคานเสริมเหล็กเพราะพวกมันห้าตัวนี่แหละ เธอก็แค่อยากแกล้งพวกมันคืนบ้าง แล้วก็ไม่ผิดหวัง ทันทีที่ไอ้ห้าคนเห็นเธอในชุดที่ตั้งใจใส่มาเพื่อพวกมันโดยเฉพาะถึงกับอ้าปากพะงาบๆด้วยความโกรธ  บอกเลยสาแก่ใจอีช้อยนัก หึหึ

“เสื้อคลุมแกอยู่ไหนเอามาใส่เดี๋ยวนี้ไอ้หว้า” เตวิชพูดขึ้นอย่างโมโห ก็ดูมันแต่งตัวสิ ใครสั่งใครสอนให้มันใส่ชุดล่อเสือล่อตะเข้มาแบบนี้ พวกเขาอุตส่าห์ดูแล อบรมสั่งสอนมันมา(ประดุจดังลูกสาวของตัวเอง) ลิ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม จัดการกันท่าผู้ชายที่บังอาจจะมาข้องแวะกับเพื่อนสาวจนแตกหนีกระเซอะกระเซิง ไม่มีใครกล้าแหยม ตามคำสั่งคุณป๋าของปัญชิญาและพูดกรอกหูบังคับเพื่อนสาวทุกวัน จนมันเกือบไม่เหลือเค้าผู้หญิงสวยแล้วเชียว  แล้วนี่อะไรเรียนจบมาแค่หกปี(ใช้คำว่าแค่เหรอวะตั้งหกปี)

“ไม่มีอ่ะ” ปัญชิญายักไหล่พร้อมรอยยิ้มกวนๆให้บรรดาเพื่อนหนุ่มที่ชอบทำตัวเหมือนพ่อคนที่สอง สาม สี่ ห้า ของเธอ  จนชายหนุ่มทั้งห้าคนแทบจะถลาเข้ามาบีบคอขาวผ่องของเธอ

“งั้น ไม่ต้องด่งต้องดื่มมันละ พามันกลับบ้าน” รัชพล เพื่อนที่พูดน้อยที่สุดพูดขึ้น

“เฮ้ย ได้ไงวะ ฉันอุตส่าห์แต่งตัวสวยในรอบสิบปีเลยนะโว้ย แล้วนี่ฉันก็เรียนจบมาเป็นชาติล่ะ ปล่อยให้ฉันสวยได้แล้วโว้ย” ปัญชิญาหันไปโวยวายรัชพล  เธออุตส่าห์ดีใจได้เจอพวกมันแท้ๆ ใครๆเขาก็ใส่กันปะวะไอ้ชุดแบบนี้ คิดแล้วเบื่อไอ้พวกเพื่อนที่ทำตัวแทนพ่อของเธอจริงๆ ทั้งที่เรียนจบทำงานแล้วก็ยังไม่วาย ไม่เลิกทำตามคำสั่งคุณป๋าสักที

“แกดูสิ ผู้ชายทั้งผับมันมอง น้ำลายจะท่วมผับอยู่แล้ว” นนทวัช หนุ่มตี๋หนึ่งเดียวในกลุ่ม พูดอย่างหมั่นไส้เพื่อนสาว

“เว่อร์ไปๆ แต่แล้วไงอ่ะไอ้ตี๋ ก็ฉันสวย ให้โอกาสฉันเป็นผู้หญิงบ้างสิวะ จะหาผัวไม่ได้เพราะพวกแกเนี่ย” ปัญชิญาพูดอย่างมั่นใจในตัวเองและทำหน้าเหมือนจะขย้ำคอเพื่อนๆหลังจบประโยคสุดท้าย

“เหอะ ฉันจะฟ้องคุณป๋า ว่าแกแรด ไอ้ลูกหว้า” กิตติชัยหนุ่มผิวเข้มพูดขึ้นอย่างเอาจริง หลังจากนั่งเงียบมานาน

“โห ใช้คำว่าแรด กับเพื่อน เลยเหรอไอ้เพื่อนปากจัด ฉันไม่กลัวหรอก ฮ่าๆ” ปัญชิญา ทำหน้าไม่แคร์ กระโดดต่อยกิตติชัยเพื่อนขี้ฟ้องที่แขน เธอไม่กลัวหรอก กว่าคุณป๋าจะกลับอีกน๊าน จากนั้นเพื่อนๆเธอก็รุมเขกมะเหงกหญิงสาวที่เป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆภายในผับ ซึ่งรวมถึงชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่ในโซนวีไอพี โดยเฉพาะสายตาคมของบุรุษที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าเพื่อนมองสาวเซ็กซี่สุดร้อนแรงที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ชายทั้งห้าคน เขาจำเรียวขาสวยๆ สีรองเท้า และชุดเธอได้ เธอเป็นคนเดียวกับสาวเซ็กซี่ที่ควบบิ๊กไบต์ตอนติดไฟแดงแน่นอน สวย อย่างที่เดาไว้เลย เขารู้สึกหงุดหงิดพิกลแฮะ ที่เห็นเธอดูสนิทสนมไอ้พวกผู้ชายห้าคนนั้น แต่ที่น่าแปลกใจทำไมเขารู้สึกคุ้นหน้าสาวเซ็กซี่ที่อยู่ท่ามกลางผู้ชายเป็นฝูงคนนั้นจังเลยเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ณภัทรนั่งอย่างใช้ความคิดแต่สายตายังมองอยู่ที่ร่างเซ็กซี่ไม่วางตา จนปริญมองตามสายตาอย่างสงสัย

“เฮ้ย แกเห็นเหมือนอย่างที่ฉันเห็นเปล่าวะเลโอ”

“เห็นอะไรวะ” ตอบกลับโดยไม่ถอนสายตา

“สาวสวยเซ็กซี่ คนนั้นแกว่าใช่คนเดียวที่เราเจอตอนติดไฟแดงเปล่าวะ โห สวยอย่างที่คิดไว้เลยว่ะ” ปริญทำตาวิ้งๆมองไปยังเป้าหมายเดียวกันกับเพื่อนรัก

“คิดว่าน่าจะใช่ว่ะ ฉันจำรถเธอได้ ตอนเดินเข้ามาเห็นจอดอยู่ใกล้ๆตรงที่เราจอดรถ ” เรื่องบิ๊กไบต์ก็เหมือนกัน เค้ายังคิดไม่ออกตั้งแต่ติดไฟแดงแล้วว่า เคยเห็นที่ไหน

“บุพเพ ชัดๆเนื้อคู่ฉันรึเปล่าวะ” ปริญเอามือเท้าคางทำตาเคลิ้มเวลาจ้องไปยังสาวสวยที่กล่าวถึง

“ผู้หญิงคนเดียวนั่งกะผู้ชายห้าคนที่หน้าตาดีทั้งน้าน อิจฉาไอ้ผู้ชายพวกนั้นจังโว้ย” ปริญยังเพ้อไม่หยุด

“นี่แกเป็นเอามากนะไอ้ปิน บุพเพ บ้าบอไร แกดูซะก่อนเขาอยู่กับผู้ชายกี่คน หนึ่งในนั้นผัวเขารึเปล่าก็ไม่รู้” ณภัทรส่ายหน้ามองเพื่อนที่ทำหน้าหื่นๆเมื่อเจอสาวสวยเกือบทุกคน

“แหม ไอ้คุณเลโอ ผัวเผลออะไร ไม่สุภาพ แค่แฟนหรือกิ๊กก็พอมั้ง พูดไม่ดูตัวเอง มองเค้าเหมือนกันล่ะว้า” ปริญแขวะอย่างหมั่นไส้ ตัวเองนั่งจ้องเอาๆ ดันมีหน้ามาว่าเขาซะงั้น

“แต่สเป็คแก ต้องบึ้มๆกว่านี้ไม่ใช่เหรอวะ” ณภัทรรู้ว่าเพื่อนเขาชอบผู้หญิงอกบึ้มๆ ซึ่งก็เหมือนกันกับเขาล่ะ

“แค่นี้ก็ได้โว้ย สวย เซ็กซี่ กำลังเหมาะ เต็มไม้เต็มมือพอดี” ปริญพูดแต่สายตาจ้องเขม็งไปที่สาวต้นเหตุหัวข้อสนทนา

“ไอ้หื่น” ณภัทรตบหัวปริญทีนึงอย่างหมั่นไส้ นี่มันแอบอ่านกินแม่สาวร้อนแรงคนนั้นเหรอวะเนี่ย

“โอ้ย ตบหัวฉันทำไมวะ เจ็บนะเฟ้ย” ปริญคลำหัวป้อยๆ

“ก็แกเอาแต่จ้องสาวจนจะกินเข้าไปแล้ว ไม่สนใจเพื่อนเลย ฉันงอนแล้วเนี่ย” ณภัทรแกล้งสะบัดสะบิ้งทำหน้างอน

“อย่ามาทำหน้าตาแบบนี้ใส่ฉันนะโว้ย ขนลุก” ปริญทำท่าขนลุกกับท่าทางสะดิ้งของเพื่อนรัก ตามันยิ่งสวยๆอยู่ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังแอบชอบตามันเลย  ไอ้นี่คงไม่ได้คิดไม่ซื่อกับเขานะ อึ๋ยแค่คิดก็จะอ๊วกแล้ว

“แกคิดอะไรเนี่ย ถึงต้องทำหน้าเหมือนปวดขี้ขนาดนั้น” ณภัทรหัวเราะกับท่าทางของปริญ

“นี่แก แอบคิดอะไรกับฉันเปล่าวะ” ปริญมองอย่างขยาด

“โป๊ก”

“โอ้ย มึงเขกหัวกูทำมายยย” ปริญคลำหัวที่ถูกเพื่อนรักเขกมาอย่างแรง ไอ้บ้านี่ทำร้ายร่างกายเขาสองครั้งแล้วนะ

“คิดไปได้นะมึง อ๊วกแทบพุ่ง” ณภัทรทำสีหน้าขยะแขยงใส่เพื่อนรัก

“อ้าว ก็มาทำสะดิ้งใส่ฉันแบบนี้ทำไมวะ” ปริญหันไปแยกเขี้ยวใส่แต่คนที่เขาแยกเขี้ยวใส่ดันจ้องไปที่ทิศทางเดิมก่อนหน้านั้นซะแล้ว

“แน่ะ ทำเป็นกันท่าเวลาฉันมอง ทีตัวเองล่ะว้า นี่ก็ไม่ใช่สเป็คแกนี่ ของแกก็แบบเดียวกับฉันนี่หว่า” แขวะอย่างรู้รสนิยมเพื่อนดี

“ก็แกบอกเองว่ากำลังเหมาะ แค่นี้เต็มมือพอดีไง” ณภัทรย้อนเพื่อน เขาถอนสายตาไม่ได้จริงๆดูเธอเต้นสิ คล้องเอาคอผู้ชายคนนั้นคนนี้มาเต้นคลอเคลียร์ เห็นแล้วน่าหงุดหงิดเป็นบ้า

“ถุ้ย นึกว่าจะแน่ แกก็แพ้ทางแม่สาวชุดดำคนนั้นเหมือนกันล่ะว้า”

“เปล่าแพ้ทางโว้ย คนสวยๆฉันชอบมองอยู่แล้วปะวะ” ณภัทรแก้ตัว แพ้ทางแพ้เธออะไร ไม่มีหรอก

“แกกล้าปะล่ะ ไปขอเบอร์ ไลน์ เฟส ไอจี เธอสิ” ปริญตบบ่าเพื่อนอย่างต้องการยุ

“หึ ฉันไม่ได้โง่เหมือนแกนะโว้ย มากับผู้ชายเป็นฝูงเข้าไปก็โดนตีนพอดีสิ” ณภัทรส่ายหน้าความคิดโง่ๆของเพื่อน

“อ้าว หลอกด่ากูซะงั้น ไอ้เพื่อนเวร” คนถูกหลอกด่าบ่นไม่จริงจัง เพราะมันก็จริงอย่างที่ณภัทรพูด ผู้ชายห้อมล้อมเหมือองค์ครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิงขนาดนั้นใครจะไปกล้าแหยมวะ

“......” ณภัทรไม่ตอบแต่ยกแก้วขึ้นดื่มก่อนจะจ้องไปที่เดิมและเห็นว่าสาวชุดดำกำลังจะเดินแยกออกจากกลุ่ม ซึ่งน่าจะไปเข้าห้องน้ำ

“เดี๋ยวมานะเว้ย” ณภัทรลุกขึ้นทันทีก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“อ้าว เฮ้ย ไอ้นี่ไปไหนวะ”ปริญมองตามอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะหันไปมองยังทิศทางที่สาวชุดดำอยู่ก็ไม่เห็นเธอซะแล้ว เหลือแต่ชายหนุ่มห้าคน นี่อย่าบอกนะว่าไอ้เพื่อนเขามันตามสาวไป ไอ้นี่ไวจริงๆเผลอแป๊บเดียว

 ทางด้านปัญชิญา เธอกำลังมุ่งตรงไปยังห้องน้ำ เพราะกว่าจะออกมาได้ ไอ้พวกเพื่อนห้าคนดันอยากตามมาซะนี่ ถ้ามันตามเข้าไปในห้องน้ำหญิงได้มันคงตามอ่ะเธอว่า กว่าจะสลัดพวกมันได้เกือบฉี่ราด แถมทางเดินกว่าจะถึงห้องน้ำยังมิวายโดนแซวหรือแกล้งขวางทางจากพวกหน้าหม้ออีก  หลังจากทำธุระปล่อยน้ำเสียออกจากร่างกาย ร่างเพรียวสมส่วนก็ยืนส่องกระจกดูหน้าตาตัวเอง วันนี้เธอแต่งหน้านิดหน่อยเองเพราะรีบ โห..เกาะอกเธอก็ดูโป๊เหมือนนะเนี่ย ถึงว่าไอ้พวกห้าคนนั้นแทบจะหักคอเธอ ปัญชิญาเช็คความเรียบร้อยของหน้าตาทรงผมและขยับชุดเกาะอกให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ

“สวัสดีครับ คนสวย” เสียงทักทายจากหนุ่มขาวตี๋สองคนที่ยืนขวางทางอยู่ ไม่ให้เธอเดินต่อ

“รู้จักกันเหรอ หลีกทาง” ปัญชิญาตอบกลับเสียงเรียบ พอเธอเดินไปซ้าย คนหนึ่งก็ดักซ้าย พอเธอเดินไปทางขวาคนนึงก็ดักขวา จนเธอเริ่มจะโมโห

“เดี๋ยวก่อนสิครับ ยังไม่ทำความรู้จัก จะรู้จักได้ไงล่ะ คืนนี้ไปเที่ยวต่อกับพวกเรามั้ยล่ะ”

“แต่ฉันไม่อยากรู้จักพวกนายอ่ะ ถอยจะเดิน”

“อย่าทำเป็นหยิ่งน่าคนสวย มากับผู้ชายเป็นฝูงขนาดนั้น ยังทำเล่นตัวอีก”

“หรือชอบแบบเซ็กซ์หมู่เหรอ เดี๋ยวเรียกเพื่อนมาเพิ่มก็ได้” หนุ่มตี๋อีกคนพูดเสริม

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ถอยไป” ที่จริงปัญชิญาอยากตะบันหน้าไอ้สองตัวนี่เต็มทน แต่ชุดที่เธอใส่ตอนนี้สิเป็นปัญหา

“อย่าทำสะดีดสะดิ้งน่า มามะไปสนุกกับพวกเราดีกว่า” หนุ่มตี๋ชะตาใกล้ขาดปรี่เข้ามาจับแขนจะดึงลากไป

“ปล่อยฉันนะโว้ย จะไม่ทนแล้วนะ ” ผลัวะ! พลัก! เสียงแรกคือเสียงหมัดเข้าที่ครึ่งปากครึ่งจมูกของตี๋คนแรก เสียงสุดท้ายคือเสียงถีบ ตี๋คนที่สองที่ล้มไม่เป็นท่าเพราะแรงถีบ

“โอ้ย อีนี่ มึงต่อยกู” ตี๋คนโดนชกยกมือกุมจมูก ผรุสวาทคำหยาบทันที

“เออ กูต่อยมึงจะทำไม” ปัญชิญายักคิ้วส่งให้หนึ่งดอก

“จับมันไว้” ไอ้คนที่โดนถีบตะโกนบอก ก่อนที่ตี๋ที่โดนชกจะตะครุบร่างหญิงสาว แต่ปัญชิญากระโดดหลบทันทำให้มันล้มหน้าคะมำ ไอ้คนสั่งกำลังจะปรี่เข้ามาจับแทน ก่อนที่จะชะงักเพราะเสียงบุคคลที่สี่

“ที่รักอยู่นี่เอง ออกมานานจังมีอะไรรึเปล่าครับ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่เดินเข้ามาร่วมเกม หลังจากยืนมองดูฤทธิ์ของแม่สาวเซ็กซี่ จนพอใจ ยิ่งท่าที่เธอถีบยอดอกไอ้ตี๋หื่นนี่ ใจเขาแทบกองอยู่ตาตุ่ม เลือดวิ่งพล่านทั่วตัวเลยก็ว่าได้ ยกขาสูงขนาดนั้นเธอลืมรึเปล่าว่าเธอใส่กระโปรงแม่คุณเอ้ย และจากที่ที่เขาแอบมองมันก็ใกล้พอจนทำให้เขาจำได้ทันทีว่าแม่สาวร้อนแรงคนนี้ คือคนเดียวกันกับแม่วิศวกรจอมห้าวพนักงานบริษัทเขา ทีแรกเขาตกใจ ความคิดตีกันไปมามันใช่เหรอวะ เพ่งแล้วเพ่งอีกเพื่อความชัวร์จนมั่นใจว่าใช่แน่ๆ ลุคใหม่ของเธอเล่นแปลงร่างมาซะจนทำให้เขาตะลึงกำเดาแทบพุ่งปรี๊ดๆ

“แกเป็นใครวะ” สองตี๋ถามอย่างหงุดหงิดที่มีคนเอาคานมาสอด ตอนที่กำลังจะหามหมู

“ผัวไง..จะใครล่ะ” ก่อนจะเข้าไปโอบไหล่บอบบางของหญิงสาวที่กำลังทำหน้าเหวอจนกลัวว่าแมลงวันจะบินเข้าไปในปาก 

ปัญชิญาช๊อคไปแล้วตอนนี้เธอได้แค่ยินเสียงสะท้อนในหูว่า ผัวๆๆๆๆๆๆ ก่อนจะสะบัดศรีษะไปมาไล่ความมึนงงจากคำว่าผัว

“นี่ผัว เอ้ย!คุณณภัทรมาได้ไงวะคะเนี่ย” หลังจากตั้งสติได้แต่ยังมึนงงอยู่ปัญชิญาก็ถามทันที นี่เจ้านายเธอมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ คำแรกที่เผลอหลุดออกมาทำให้ณภัทรเกือบหลุดหัวเราะ

“ก็ผัวเห็นเมียออกมานานเลยเป็นห่วง” คนเล่นใหญ่ขยิบตาให้คนในอ้อมกอด

“ผัวบ้าผัวบออะไรวะ” สติมาเต็ม ปัญชิญาโวยวายดิ้นขลุกขลัก นี่มันจะเล่นแรงเกินไปแล้วนะ ผัวๆเมียๆ เลยเหรอ

“จุ๊ๆ เมียจ๋าใจเย็นสิจ้ะ ว่าแต่สองคนนี้ใครเหรอ” ณภัทรยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากคนเริ่มโวยวาย

“ชิ มีผัวแล้ว ยังคั่วผู้ชายเป็นฝูงนะ” ปากสองตี๋ยังวอนโดนไม่เลิก

“อ้าว ไอ้นี่ปากดี เดี๋ยวโดน” ณภัทรเริ่มโมโหทำท่าทางจะพุ่งใส่ไอ้สวะหน้าตี๋สองตัวจนพวกมันผงะ

“อ้าวก็กูพูดเรื่องจริง ผู้ชายห้าคนในนั้น คงฟันเมียมึงแทบทุกคนแล้วว่ะ มึงหายหัวไปไหนมาล่ะถึงกล้าปล่อยเมียอ่อยผู้ชายได้เป็นฝูง”

“ไอ้ชั่วเอ้ย อยากโดนอีกใช่มั้ย” คราวนี้เป็นปัญชิญาที่จะโผเข้ามาเองจนณภัทรต้องรีบเกี่ยวเอวบางๆนั้นไว้

“ใจเย็นเมียจ๋า เดี๋ยวผัวจัดการเองครับ” ณภัทรดันปัญชิญาไปด้านหลังก่อนจะก้าวเข้าหาพวกตี๋ชั่วอย่างคุกคาม

“กะ แก จะทำอะไรวะ” สองตี๋ขี้ขลาดเดินถอยหลังกรูด

“คนที่มึงพูดถึงเสียๆหายๆนี่เมียกู คิดว่ากูจะเดินเข้ามาไหว้ขอบคุณมึงสองตัวเปล่าล่ะ” ณภัทรตอบกวนๆ

“พวกกูไม่กลัวมึงหรอก มึงรู้มั้ยกูเป็นใคร” แน่ะ ตี๋ยังปากเก่ง

“จะไปรู้เหรอ แต่เพื่อนกูอีกสิบคนกำลังจะมาที่นี่ มึงลองถามเพื่อนกูล่ะกันเผื่อจะมีใครรู้บ้างว่ามึงเป็นใคร” สองตี๋มองหน้ากันเลิกลักก่อนจะยอมถอยแต่ก็ยังไม่วาย

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” ชี้หน้าก่อนรีบแจ้นจากไป

“ไม่รับฝากโว้ย ไม่ใช่ธนาคาร” ณภัทรตะโกนตามหลัง ก่อนจะหันมายังร่างเซ็กซี่ ต้นเหตุปัญหาเพราะความเซ็กซี่เกินเหตุของสาวเจ้า

“ว่าไงจ้ะ เมียจ๋า” ณภัทรยังไม่หยุดเล่น ทำให้ปัญชิญาขึงตาใส่ ชูหมัดขึ้น

“ยัง...ยังไม่เลิกอีก ซักแผลมั้ย” ปัญชิญาชูหมัดขึ้นใส่คนที่เล่นไม่เลิก

“ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

“ไม่ได้ขอให้ช่วยสักหน่อย” ไม่น่ามาเจอเจ้านายในภาพลักษณ์นี้เลยให้ตายเถอะ ปัญชิญาสบถในใจ

“เหอะ อวดเก่ง” ณภัทร กอดอกกวาดสายตามองร่างเย้ายวนตรงหน้า โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจ

ถึงไม่ตู้มมาก แต่กระชากใจเขาสุดๆอ่ะ

“มองอะไรฮะ!” ปัญชิญาเห็นสายตาแวววาวของชายหนุ่ม แล้วนึกโมโหเท้าสะเอวอย่างเอาเรื่อง

“โอ้ว คนสวยอย่าทำท่าแบบนี้ผัวหัวใจจะวาย” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก็จะไม่วายได้ไงดูหน้าอกสิจะทะลักเกาะอกอยู่แล้ว หญิงสาวตรงหน้าถึงจะไม่บึ้ม แต่ก็มีพอเหมาะสวยกำลังดี กะด้วยสายตาน่าจะเต็มไม้เต็มมืออย่างที่เพื่อนเขาบอกจริงๆ

“หยุดพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ” ปัญชิญาตะคอกก่อนเอามือปิดหน้าอก ก็ดูสายตาเขาสิจ้องขนาดนี้ จนหน้าเธอร้อนผ่าวกับสายตาแบบนั้นของเขา นี่เธอหนีเสือปะจระเข้หรือเปล่าเนี่ย

“ก็แต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้ไงถึงมีเรื่อง แต่คุณเซอร์ไพร์ผมมากเลยนะ เห็นแมนๆมอมๆไม่คิดว่าจะ ...หืมมม ” ณภัทรครางเสียงต่ำท้ายประโยคพร้อมใช้สายตาที่ปัญชิญาเห็นแล้วแทบอยากกระโดดถีบเหมือนได้ตี๋สองคนนั้นจริงๆ

“จะ..อะไรไม่ทราบ ไม่คุยกะพวกเสือพวกตะเข้แล้ว ไปล่ะ” ปัญชิญารีบชิ่งเพราะเริ่มจะเขินกับสายตาชายหนุ่มขึ้นมานิดๆแล้ว คนอะไรตาสวยเป็นบ้า มองมาแต่ล่ะทีเป็นภัยต่อหัวใจเธอมาก

“เฮ้ เดี๋ยว” ณภัทรดึงแขนเรียวไว้ ก่อนที่เจ้าของแขนนุ่มนิ่มจะตกใจสะบัดอย่างรวดเร็ว แต่ไม่หลุดเพราะมือแกร่งจับแน่นยังกับเชือกมัด

“ปล่อยนะท่านรอง จะทำอะไรน่ะ” หญิงสาวตกใจที่เห็นณภัทรถอดเสื้อสูทด้านนอกด้วยมือเดียวก่อนจะเปลี่ยนมือที่จับแขนเธอเพื่อใช้มืออีกข้างถอด แล้วเอามาคลุมไหล่ให้

“ใส่ไว้ซะ ห้ามถอด ถ้าผมเห็นคุณถอดออกเมื่อไหร่ ผมจะเรียกคุณ เมียจ๋า ให้ลั่นเลยคอยดู” ณภัทรสั่งเสียงเข้ม อยู่ๆเขาก็รู้สึกหงุดหงิดแค่คิดว่าผู้ชายคนอื่นจะมองคนเซ็กซี่ตรงหน้าอย่างที่เขามอง  สงสัยต่อมสุภาพบุรุษในตัวเขาจะทำงาน เมื่อหาเหตุผลให้ตัวเองเรียบร้อยก็พยักหน้าหงึกหงักๆ เห็นด้วยกับความคิดตัวเองอย่างไม่รู้ตัว 

“ไม่ใส่อ่ะ เอาออกไปเลย” ถึงจะหอมแค่ไหนก็เถอะ อ๊ายคิดอะไรของแกลูกหว้าอย่าพึ่งปล่อยแรดออกมาตอนนี้

“นี่อยากโชว์ หรืออยากให้ผมเรียก เมียจ๋ากันแน่ หืม” ณภัทรกอดอกมองนิ่งๆ ใช้สายตาข่มขู่ว่าเขาเอาจริง

“อี๊  ใครอยากกันวะ”

“คำพูดไม่สวยเหมือนหน้าตาเลยนะ..เข้าไปได้แล้ว อย่าลืมว่าห้ามถอด” ณภัทรจับข้อมือนุ่มลากเข้าไปทันที ไม่สนใจว่าเจ้าของข้อมือจะขืนตัวแค่ไหน

“เฮ้ย ไม่ต้องจับก็ได้ เดินเองได้ ปล่อย” ผู้ชายบ้าเผด็จการ ถือสิทธิ์อะไร มาจับมือถือแขนเธอ ไม่ใช่ว่ามองเห็นความสวยของเธอเข้าล่ะนะ(มั่นหน้าต่อ) ทีวันแรกที่เจอกันไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่มันหน้ามือเป็นหลังเท้าชัดๆ ว่าแต่ผู้ชายอะไรตัวโคตรหอมได้กลิ่นแล้วรู้สึกมึนงงอยากจะดมไม่หยุดไม่หย่อน อย่าพึ่งหื่นๆลูกหว้า ใจเย็นไว้ๆปัญชิญากระซิบบอกตนเองในใจแต่สายตายังแอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ไม่ยอมปล่อยมือเธอสักที

"อย่าลืมที่สั่ง ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน" ณภัทรหันหน้ามามอง จนคนที่แอบจ้องเกือบหลบสายตาไม่ทัน 

ก่อนจะปล่อยมือเดินเลี่ยงออกไป

“แหวะ บ้าอำนาจ นี่ไม่ใช่เวลางานโว้ย” ปัญชิญาตะโกนไล่หลังแต่ก็ไม่ถอดเสื้อสูทกลิ่นหอมๆของคนที่พึ่งเดินจากไป 

“อ้าว ฉันกำลังจะไปตามพอดีเนี่ย นึกว่าถูกลากไปข่มขืนซะแล้ว” รัชพลเอ่ยขึ้นหลังเห็นเพื่อนสาวเดินมาที่โต๊ะ

“ปากเหรอนั่น ไอ้พล ” ปัญชิญามองค้อนเพื่อนปากดี 

“แล้วนี่แกเอาเสื้อใครมาใส่วะ” พีระพัฒน์ถามอย่างสงสัยตอนมันมามันบอกไม่มีเสื้อ แล้วไปเข้าห้องน้ำกลับมา เสื้อมาจากไหนวะ

“เอ่อ ของเพื่อนน่ะ บังเอิญเจอ”

“ใครวะ แกมีเพื่อนนอกจากพวกเราด้วยเหรอ” ตี๋หนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นอย่างสงสัยจริงๆ

“เหอะ ให้ฉันมีเพื่อนดีๆ บ้างเถอะ”

“อ้าวไอ้หว้า นี่หลอกด่าพวกฉันอีกแล้วนะ” พีระพัฒน์โวยวาย

“ฮ่าๆ ร้อนตัวอีกแล้ว พวกแกฉันอยากกลับแล้วว่ะ” ปัญชิญาหันไปทางโต๊ะที่ณภัทรนั่งอยู่ เขายังมองเธออยู่ตลอดเวลา  ทำให้เธอทำตัวไม่ถูกกับสายตาแปลกๆของเจ้าของเสื้อที่เธอใส่อยู่

“โอเคๆ กลับๆเว้ยพวกเรา” กิตติชัยสรุป เพราะเขาก็เริ่มง่วงเหมือนกัน

“แต่แกไม่ต้องขับพี่บิ๊กกลับนะ ฉันจะขับไปให้เอง”นนทวัฒน์อาสาอย่างเป็นห่วงเพื่อน

“ใช่ เดี๋ยวพวกเราไปส่งเอง โอเค๊” รัชพลพูด ก็ใครจะกล้าให้เพื่อนที่แต่งตัวขนาดนี้ควบเจ้าบิ๊กกลับคนเดียววะ

“เออ พวกแกทุกวันนี้ ก็เหมือนพ่อฉันอยู่แล้วนี่”

“ก็แหงล่ะ คุณป๋าบอกให้พวกเราทำหน้าที่แทนไง จะไม่เหมือนได้ไง ฮ่าๆ” พีระพัฒน์หัวเราะ

“คุณป๋าจ่ายพวกแกเท่าไร บอกมา” ปัญชิญาอยากรู้จริงๆว่าคุณป๋าให้อะไรพวกมัน พวกมันถึงจงรักภักดีขนาดนี้

“เงินซื้อพวกเราไม่ได้หรอกโว้ย” หลังจากเงียบมานานเตวิชก็พูดขึ้นบ้าง

“ถ้าไม่มากพอ ฮ่าๆ” พีระพัฒน์กล่าวเสริม แล้วทั้งห้าคนก็พร้อมกันหัวเราะ จนเกือบโดนกำปั้นของเพื่อนสาวคนสวย


ณภัทรมองร่างเซ็กซี่ที่เดินอยู่ในวงล้อมของชายหนุ่มห้าคนซึ่งทำท่าเหมือนจะกลับแล้ว ทำให้เขาเริ่มขยับตัว

“แหมๆ พอสาวกลับ ล่ะกระสับกระส่ายเชียว” ปริญแซว เขาเห็นตั้งแต่มันกลับมาแล้วคุยกันก็ไม่มองหน้า ไอ้หมอนี่เอาแต่จ้องสาวชุดดำ แถมเสื้อนอกดันหายไปตอนไหนไม่รู้ แต่เขาก็ถึงบางอ้อ เมื่อมองไปยังกลุ่มสาวชุดดำนั่นแหละ หมอนี่มันไวไฟจริงๆ ปาดหน้าเค๊กเขาซะได้ ไม่ทันไรสูทตัวหรูก็ไปอยู่บนตัวสาวซะแล้ว

“กลับเหอะ” ณภัทรพูดสั้นๆ ก่อนจะยกแก้วรวดเดียว แต่สายตายังอยู่ที่เดิม

“คร๊าบ กลับก็กลับ ไม่มีคนให้มองแล้วนี้ ผู้หญิงสวยๆเยอะแยะไม่เห็นมอง นั่งจ้องนั่งมองอยู่คนเดียวเนี่ย” ปริญไม่วายแขวะอย่างหมั่นไส้ ณภัทรปลายตามองเพื่อนอย่างรำคาญ

“จะรีบตามไปเอาเสื้อคืนเหรอคร๊าบ ดอดเอาเสื้อไปให้สาวทิ้งเพื่อนไว้โดดเดี่ยวที่โต๊ะ ชิ” ปริญแกล้งทำเสียงกระเง้ากระงอด

“แกชื่อปินหรือ ปัญ.......ญาอ่อน วะ”

“ไอ้นี่ มีช่องด่ากูตลอดเลย” ณภัทรหัวเราะขำเพื่อน คืนนี้รู้สึกอารมณ์ดีจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าการมาเที่ยวครั้งที่จะมีเซอร์ไพร์ ให้อึ้ง ทึ่ง เสียว สุดท้ายนี่เขาเสียวจริงๆนะแต่เสียววูบๆตรงช่องท้องต่ำๆ เมื่อนึกถึงตอนสาวห้าวสุดเซ็กซี่ยกขาสูงถีบไอ้ตี๋นั้น ภาพนั้นยังติดตาอยู่เลย แล้วเราคงได้เจอกันอีกบ่อยๆแน่ คุณวิศวกร


...........................................................................................................................................


แวะมาแก้ไขเนื้อหานิดหน่อยค่ะ  อ่านแล้วเป็นยังไงช่วยแนะนำกันบ้างนะคะ ^O^

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #11 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 12:20
    อร๊ายๆๆๆๆๆๆมีแอบหวง
    #11
    0
  2. #3 กัณ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 22:11
    รอติดตามนะคะ
    #3
    0