Stubborn boy ll บอกได้คำเดียวว่าดื้อ (yuzhou)

ตอนที่ 4 : ดื้อครั้งที่ 3 โจวโจวเล่าเรื่อง...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ส.ค. 59

โจวโจวเล่าเรื่อง.....
 เขียนโดย AUN_ALJ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ผมนั่งมองมนุษย์ลุงที่ตอนนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษเห็นแล้วมันก็รู้สึกหมันไส้ครับ  ยิ่งวันนี้เป็นวันที่จิ่งหยูวมันบอกว่าแม่นัดดูหญิง  ตอนนั้นบอกผมว่าไม่อยากไปแต่ดูตอนนี้สิดี๊ด๊าซะจริงๆ





"มึงจะใส่ชุดนี้ไปจริงอ่อ"  มันหันมาถามผม  เมื่อผมใส่แค่เสื้อแขนยาวสีแดงกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน  แต่มันนะล่อใส่เชิ๊ตสีดำที่พออยู่บนตัวมันกับดูดีเกินไป  เหอะๆ





"ก็กูไม่ได้นัดหญิงนี่  แต่งไงก็ได้"




"หึหึ  แต่ไปกับกู ไม่กลัวรัศมีบดบังมึงหรอ" มันหัวเราะอารมณ์ดีจนผมอดไม่ได้จึงเดินไปเตะขามัน แต่ก็ไม่เห็นสะใจเลยเตะไปสุดท้ายผมก็เจ็บอยู่ดี




"มึงค้างบ้านกูป่ะ  วันเสาร์มึงก็ไม่มีงานไม่ใช่หรอ"




"รู้ดีนักนะมึง  ถ้ากูนัดใครหล่ะ"




"กูก็จะทำทุกอย่างให้มึงยกเลิกนัดให้ได้"  ผมปล่อยให้มันเพ้อไปคนเดียวครับ  พาตัวเองเดินออกมาเตรียมเสื้อผ้าเพื่อไปค้างบ้านมัน  ช่วงม.ปลายผมไปค้างบ้านมันบ่อย  แต่พอมันไปเรียนต่างประเทศผมก็แทบไม่ได้ไปบ้านมันเลย




เราใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงก็ขับรถไปถึงบ้านมัน  บ้านจิ่งหยูวอยู่แถวชานเมืองที่บรรยากาศค่อนข้างดี  ผมมองบรรยากาศรอบๆทุกอย่างไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก  อาจจะมีแค่ต้นไม้ที่เติบโตขึ้น  บางต้นก็ถูกแทนด้วยต้นใหม่ตามกาลเวลาของมัน



"คิดถึงมันเปล่า"



"อืม"



"รู้ไหม  มันก็คิดถึงมึงมากเลย"  มันส่งยิ้มหวานมาให้ผมแถมเนียนโอบผมไปใกล้ๆอีกจนต้องตีมือมันออก




"โอ๊ย  มึงอ่ะ"




"เข้าบ้านกันเถอะ  กูอยากไปไหว้แม่มึงแล้ว"  ผมเดินนำมัน  ภาพบรรยากาศระหว่างผมกับมันผ่านไปเป็นฉากๆ  รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี  เดินลัดเลาะไปก็เจอกับห้องครัวที่ค่อนข้างใหญ่  เห็นแม่มันก้มๆเงยๆอยู่หน้าเตา




"มาม๊าครับ"  ผมยกมือไหว้และยิ้มกว้างเมื่อเห็นอีกคนหันมาและผายมือให้ผมเข้าไปกอด




"มาได้ไงลูก  ม๊าคิดถึงหนูจัง  ไม่เจอกันตั้งนาน  ไม่แวะมาหาม๊าเลยนะ"  มาม๊าจิ่งหยูวลูบหลังผมไปมา  พอใจแล้วก็จับหน้าผมหันซ้ายขวาเพื่อสำรวจ





"โตขึ้นเยอะนะเรา  สูงเกือบเท่าจิ่งหยูวแล้ว  แต่หนูยังน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ" ผมยิ้มแหยๆ รู้สึกไม่ชินกับคำชมว่าน่ารักสักที  




"พอเรียนมหาลัยแล้ว  ผมก็ไม่ค่อยกลับบ้านครับ ยิ่งตอนทำงานยิ่งแทบไม่มีวันหยุดเลยครับม๊า"





"นั่นสิ  ม๊าก็เหงา  ม๊าเราก็โทรมาบ่นกับม๊าว่าเราไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่องเลย  คิดถึงจิ่งหยูวมันละสิถึงไม่ค่อยกลับมาเลย"  มาม๊าตาประกายเมื่อได้แกล้งผมสำเร็จ ผมไม่ได้คิดถึงมันซะหน่อยเถอะ (เหรอออออ) 




"ผมไม่ค่อยว่างมากกว่าครับ  ไม่เกี่ยวกับมัน" แถไปก็เท่านั้น  สุดท้ายมาม๊าก็รู้อยู่ดี




"จ้า  เอาของไปเก็บก่อนนะ  พักกันซักหน่อยเดี๋ยวเย็นๆมาม๊าไปเรียก  วันนี้ลูลู่เค้าจะมากินข้าวเย็นกับเราด้วย" ผมเดินเลี่ยงออกจากมาม๊าแต่ก็อดคิดไม่ได้



ลูลู่  คือคนที่จิ่งหยูวเคยแอบชอบเมื่อมัธยมเนี่ยนะ



________________________________________________________________________________________________________

ต่อค่ะ :)



"มึงคุยไรกับแม่กูวะ  ทำไมมึงทำหน้าประหลาดแบบนั้น" จิ่งหยูวเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามพร้อมเดินมาหาผม  





"ไม่เห็นประหลาดเลย" ผมพยามปรับหน้าตาให้ปกติสุดฤทธิ์  ไม่มีพิรุธใดๆ   




"หึหึ  หน้ามึงบอกว่ากำลังคิดมาก ไหนมาให้กูพิสูจน์หน่อยว่าไม่ได้โกหก" มือหนาจับเข้าที่แก้มสองข้างแถมล็อคไว้ไม่ให้ผมหันหน้าหนีอีก





"ชอบจริงจับหน้ากูนี่"





"อืม ชอบบบบ"  มันหัวเราะที่แกล้งผมได้สำเร็จ แต่ผมนี่สิหายใจไม่ติดๆขัดๆ   ยิ่งเวลาสบตากับมันท้องผมก็หมุนเป็นเกลียวจนเสียวแปลกๆ




"หึหึ เอาของไปเก็บเถอะ" มันปล่อยมือออกจากหน้าผมก่อนจะคว้าเอากระเป๋าผมเดินขึ้นไปชั้นสอง  ปล่อยให้ผมยืนเอ๋ออยู่นาน  กว่าจะเรียกสติกลับมา




ทำไมช่วงนี้มันชอบทำให้ผมรู้สึกแปลกๆด้วยวะ......




"กูขอถามมึงหน่อยดิ" มันถามผม  เราสองคนอยู่บนห้องมันแล้วครับ  ผมกำลังนั่งเล่นกีต้าร์อยู่บนเตียงของมัน  ส่วนมันก็นั่งอยู่กับพื้น  ทำตัวเป็นเจ้าของห้องดีมาก




"ว่า  แต่เพลงในใจ.....ตึ้งง....." ผมฮัมเพลงจบและหันไปคุยกับมัน





"กูไม่อยู่นี่มึงไม่คิดจะคบใครเลยหรอวะ"  มันเงยหน้ามาถามผม




"กูก็มีเพื่อนตลอดแหละ  เหวิ่นเหวิ่นก็เพื่อนกู  อวี่ที่เป็นกิ๊กกับบอสหวังก็เพื่อนกู"  ผมแถ  รู้หรอกว่าถามถึงแฟน  ผมก็มีเข้ามาเรื่อยๆอ่ะแต่ไม่คิดจะคบใครสักคน  อาจจะรู้สึกว่าไม่ได้ชอบใครมากเป็นพิเศษ





"ถ้ามึงไม่มีเพื่อนกูคงบินมาตั้งแต่เดือนแรกหล่ะ"






"เหอะ แน่ใจหรอว่าจะมาถ้ากูบอกให้มา  กูว่ามึงอย่าพูดเรื่องนี้เถอะ" ผมเงียบ  มันก็เงียบ  บรรยากาศจึงตกอยู่ในสภาวะเดดแอร์  ผมนอนลงกับเตียงแล้วปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ  ผมไม่ได้โกรธมันครับ  ไม่สิ  โกรธและเคยโกรธมาก  แต่เวลามันผ่านไปตั้งแปดปีจะให้ผมจมกับความรู้สึกแบบนั้น  ผมคงจะเป็นคนที่เจ็บปวดที่สุดแล้วหล่ะ  และถ้ามันไม่สำคัญกับผม  ผมก็คงลืมมันไปแล้ว








ไม่รู้ว่าผมหลับไปตอนไหน  ตื่นอีกทีก็ตอนที่มันมาปลุก..





"หึหึ  ไอ้ขี้เซาไปล้างหน้าได้แล้วจะได้กินข้าว"  มันยิ้มร่าจนเห็นตีนกา  แก่ไปแล้วนะมึง






"เอออ  ลงไปก่อนเลยเดี๋ยวกูตามไป" ผมบอกมันก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ  แอบรู้สึกโหวงๆยังไงไม่รู้  แค่รู้สึกว่าผู้หญิงที่มันแอบชอบจะมาหา  เหมือนจะพรากมันไปจากผมอีกรอบ




เหี้ยยยย  แล้วผมคิดงี้ได้ไง  เลิกๆๆ



สงสัยผมจะตื่นนอนใหม่จึงคิดอะไรไปมั่วซั่วเกิ๊น ผมล้างหน้าเสร็จเสื้อก็เปียก  สงสัยล้างแรงไปหน่อย  ผมถอดเสื้อออกกะไปเปลี่ยนข้างนอก แต่พออออกมาก็เห็นมันนั่งยิ้มหื่นอยู่บนเตียง  หื่นไม่ปิดบังจริงๆแม่ง




"ยั่วกูอ่อ" นอกจากหื่นแม่งก็กวนตีน




"ยั่วพ่อง"





"หึหึ  ยั่วกูเห็นๆ มึงขาวชิบหายวะ" มันทำหน้าตาวิบวับ  จนผมแอบขนลุกซู่  จึงรีบหาเสื้อมาใส่พอมันเห็นยังงั้นก็หัวเราะผมใหญ่




ไอ้เหี้ยเอ้ย  แกล้งกูสำเร็จนี่มึงจะถูกลอตเตอรรี่หรอวะ 





ผมรีบเดินลงมาไม่รอมัน  ปล่อยให้มันหื่นตายอยู่บนห้องนั่นแหละครับ แต่พอถึงโต๊ะอาหารผมก็ต้องหยุดเดินเมื่อเห็นผู้หญิงน่ารักนั่งอยู่





"อ้าววว โจวโจวก็มาด้วยหรอ  ไม่เจอกันนานเลยนะ" เธอยิ้มกว้างให้ผม  ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับ




"อืมม  เรามากับจิ่งหยูวนะ  ลูลู่เป็นไงบ้าง" ผมถามเธอ  เธอยังคงคุยเก่งเหมือนเดิม พอตอบผมแล้วก็ถามผมจ้อไม่มีหยุด




"พอดีช่วงนี้ก็หนักหน่อยหน่ะ  เรื่องงานไม่เท่าไหร่หรอกแต่ฉันกำลังเตรียมงานแต่งอยู่อ่ะ  นี่ก็กว่าจะปลีกตัวออกมาได้  เพิ่งจะรู้นะการจัดงานแต่งงานจะยากขนาดนี้" เธอหน้ามุ่ยแต่แววตากับเป็นประกาย




แต่่งงาน?  แต่งกับใคร?




จิ่งหยูว?



ถึงผมกับจิ่งหยูวจะไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลา  แต่ผมก็พอรู้ว่าช่วงเวลาที่เราห่างกันมันไม่สามารถไปจัดงานแต่งงานได้แน่นอน เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ




"โจวโจวก็ต้องไปด้วยนะ  เอ๋  แต่นายก็ต้องไปอยู่แล้วหล่ะเนอะ" เธอหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี






"มาถึงแล้วหรือยัยตัวยุ่ง"  จิ่งหยูวมันเดินยิ้มกว้างออกมาและคว้าเอาร่างบางของลูลู่เข้าไปกอด




"อร๊ายยยย  อย่ากอดสิ  โจวโจวก็อยู่  ไม่บ้าเอ้ยไม่อายหรือไง"  เออ  มันหน้าด้านจริง พอเห็นผมมองยิ่งยักคิ้วกวนตีนผมอีก  แม่งงงง  แล้วผมก็เสือกมองต่ออีก




มันยังคงคุยกับลูลู่ต่อผมอยากจะเบือนหน้าหนีแทบตายแต่สมองไม่สั่งให้หันแถมหัวใจยังเต้นหนึบๆเหมือนขี้เกียจจะเต้นต่อไป





"โจวโจวเป็นอะไรหรือเปล่าลูกทำไมเหม่อ  จิ่งหยูวแกล้งอะไรเราอีก  บอกม๊าได้นะ" ม๊าเดินเข้ามาถามผมอย่างเป็นห่วง ผมสลัดความคิดที่เผลอคิดอะไรแปลกๆออกจากหัวก่อนจะหันไปบอกมาม๊าว่าไม่มีอะไร





"ไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรจ่ะ  ป่ะไปทานข้าวกัน ลูลู่กับจิ่งหยูวกำลังตักข้าวอยู่เลย"





ผมนั่งข้างจิ่งหยูว  โดยตรงข้ามผมเป็นลูลู่  วันนี้พ่อของจิ่งหยูวติดงานจึงไม่ได้มาทานข้าวเย็นพร้อมกับพวกเรา





"มึงเป็นไรเปล่าซึมๆ" มันกระซิบข้างหูผม




"เปล่า" ผมก้มหน้าก้มตากิน  มีคุยกับแม่จิ่งหยูวบ้างแต่บทสนาส่วนใหญ่จะเป็นของลูลู่





"ตอนอยู่ม.ปลายนะคะคุณป้า  จิ่งหยูวกับโจวโจวสนิทกันจนหนูคิดว่าเป็นแฟนกันค่ะ"





"เด็กผู้ชายวัยนั้นก็มักจะสนิทกันเป็นธรรมดานั่นแหละ  ใช่ไหมโจวโจว"





"ครับ  ผมก็ไม่ได้สนิทแค่กับจิ่งหยูวนะ  กับคนอื่นก็สนิท"  ผมแก้ต่างไป  แต่ความเป็นจริงผมก็สนิทกับทุกคนในห้องนะครับ  เด็กผู้ชายเราเข้ากันได้ง่าย  ไม่เป็นศัตรูกันก็เป็นเพื่อนกันหมด  แต่มันคงจะเป็นเพื่อนคนพิเศษสำหรับผมมั่ง




----------------------------------------------------------------------------------------------
Aun Talks : ทำไมจิ่งแกต้องทำให้น้องโจวเสียใจ โอ๊ยยย  ปวดใจแทนเหมียวจริมๆ 8 ปีไม่ใช่เวลาน้อยๆนะคะ  ถ้าจะห่างกันขนาดนั้นถ้าเป็นนักเขียนนี่คงลืมไปแล้ว (แกมันความจำสั้น) ความรู้สึกมันยังไม่ประติดประต่อกันนะเออ  เหมียวอาจจะไม่ได้โกรธที่จิ่งหายไปก็จริง  แต่ความรู้สึกก็คงจะเลือนลางแอนด์สับสน  แถมแม่นางลูลู่นั่นคือใครอีก  แฮร่ ให้กำลังใจเหมียวกันด้วยนะ  อิจิ่งหน่ะ ช่างมัน 5555555  (เม้นบ้างก็ได้นะ  เราจะได้มีกำลังใจ)





15 ความคิดเห็น

  1. #12 น้ำแข็งใส* (@snice_cz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:53
    อ้าวโจวยังไง แล้วลูลู่นางจะแต่งกับใครอย่าบอกนะแต่งกับจิ่ง รอตอนต่อไปจ้า
    #12
    0
  2. #11 น้ำแข็งใส* (@snice_cz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 23:40
    รอมาต่อให้ครบนะ :)
    #11
    0