ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 71 : สาวน้อยในป่าใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    29 ก.ย. 59

บทที่ 2 : สาวน้อยในป่าใหญ่




    หลังจากที่ครรชิตเก็บตัวฝึกวิชา ทางด้านของเมย์ที่นอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสบาย ก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเกือบรุ่งเช้าเหมือนปรกติ ในเวลานี้ปรกติเธอจะตื่นขึ้นมาเพื่อทำการอุ่นอ่างอาบน้ำและเตรียมเตาทำอาหารแล้ว เพราะอากาศที่นี้มันหนาวกว่าที่หมู่บ้านพอสมควร


    เนื่องจากที่แห่งนี้มีทะเลสาบอยู่ใกล้ๆ และด้วยความที่มันอยู่สูงกว่าพื้นดินเกือบสองกิโลเมตร ทำให้ความกดอากาศของที่นี้มีความมากกว่า จนทำให้เกิดหมอกหนาและการสะสมของความเย็นในตอนกลางคืนนั้นเอง บริเวณโดยรอบจึงมีอากาศเย็นที่กำลังพอดี แต่กลางคืนนั้นหนาวเสียงจนมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ


    เธอลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะเดินไปปลุกชายหนุ่ม ซึ่งเป็นอาจารย์ของเธอตามปรกติ เพียงว่าวันนี้ที่หน้าห้องของอาจาจารย์ของเธอกลับปิดด้วยจารึกเวทย์หลายสิบแผ่น แล้วมีป้ายไม้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าอย่ารบกวน


    นั้นทำให้เธอนึกขึ้นได้ ว่าอาจารย์ของเธอได้เก็บตัวฝึกฝนเสียแล้ว เธอจึงอยู่เพียงคนเดียวภายในบ้านหลังนี้ นั้นทำให้เธอมีสีหน้าที่หมองคล้ำลง แต่มันก็กลับมาเป็นปรกติในเวลาไม่นาน


    เธอเดินไปเตรียมน้ำอุ่นและทำกับข้าวสำหรับตัวเอง เมื่อทำกิจวัตรในตอนเช้าเสร็จสิ้น เธอก็เริ่มฝึกฝนการควบคุมร่างกายของตัวเอง หรือการควบคุมมานาที่ไหลอยู่ในร่างกายของเธอ ร่างกายของเธอเริ่มสลับไปมาระหว่างมนุษย์และครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์เวท นี้เป็นการฝึกฝนในอาทิตย์แรกที่อาจารย์ของเธอสอนไว้ มันมีไว้สำหรับฝึกความเคยชินของร่างกาย


    เมื่อเธอสลับปรับเปลี่ยนร่างกายไปสักพัก เธอก็เริ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง นั้นทำให้เธอหยุดการฝึกฝนในทันที ก่อนจะนั่งปรับลมหายใจและดูดซับมานามาชดเชยส่วนที่เสียไป


    "ยังไม่พร้อมนำไปใช้จริงอีกงั้นหรอ แต่ก็เพียงพอเข้าไปซื้อของในเมืองได้อยู่สินะ" เด็กสาวบ่นออกมาเบาๆ


    การลดการโคจรมานากินพลังมานาของเธอเป็นจำนวนมาก ทำให้ครั้งหนึ่งเธอควบคุมได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น มากสุดก็ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นร่างกายของเธอก็จะเริ่มต่อต้าน และทำการโคจรมานาเองโดยไม่สนใจการควบคุมของเธอ


    "เกือบเที่ยงแล้วสินะ ไปหาอะไรกินแล้วออกไปฝึกข้างนอกดีกว่า ตอนเย็นค่อยกลับมาอ่านหนังสือแล้วกัน" เด็กสาวพูดออกมาหลังจากนั่งปรับลมหายใจ และดูดซับมานาเกือบหนึ่งชั่วโมงได้


    เธอลุกขึ้นยืนและมุ่งตรงไปยังกระท่อมเล็กๆ ที่ซึ่งเอาไว้ปรุงอาหารและเก็บไม้ฟื้นเอาไว้ เธอทำอาหารง่ายๆจากเนื้อสัตว์และผัก ที่มีอยู่ในแหวนมิติขนาดเล็ก ซึ่งอาจารย์ของเธอเป็นผู้มอบให้ เนื้อสัตว์และผักก็เป็นส่วนหนึ่งของการล่าเมื่อวาน


    เธอนั่งกินอาหารเงียบๆ และจ้องมองไปยังพื้นที่ที่อยู่เลยภูเขาสีสนิมนี้ไป อาจารย์ของเธอบอกมาว่า ที่พักแห่งนี้อยู่ไกลจากหมู่บ้านที่เธอจากมา ซึ่งมันอยู่หลังภูเขานี้ไปอีกไกล ถ้าเธอต้องการกลับลงไป ก็ต้องเดินทางผ่านภูเขาสีสนิมเหล็ก เดินต่อไปทางทิศใต้อีกหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งจะเจอกับป่าสีแดงซึ่งมันเป็นจุดแรกที่เจอเมื่อขึ้นตรงมาจากหมู่บ้านของเธอ


    หลังจากนั้นเธอก็ต้องลงจากภูเขามานาแกล ฝ่าฟันพวกสัตว์เวทตามรายทาง เมื่อลงถึงพื้นดินด้านล่าง เธอก็สามารถเดินทางกลับหมู่บ้านได้ เพราะมันเป็นอาณาเขตป่าของหมู่บ้าน ที่เธอชอบเดินสำรวจอยู่บ่อยๆนั้นเอง


    นั้นคือเส้นทางที่จะนำเธอกลับไปยังหมู่บ้าน เพียงแต่ความสามารถของเธอตอนนี้ คงเพียงพอที่จะฝ่าป่าไม้สีสนิมเหล็กไปได้ แต่ไม่อาจจะผ่านภูมิประเทศหลังจากนั้นไปได้ เพราะมันเป็นป่าดิบชื้นที่เต็มไปด้วยสัตว์เวทประเภทแมลง และสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า'มรณะสี่กร' หรือจะเรียกว่า'ลิงสี่แขนมรณะ'ก็ได้


    พวกมันเป็นลิงที่คล้ายกับลิงทั่วไป เพียงแต่มันมีสี่แขนเท่านั้นเอง มันมีความฉลาดและเรียนรู้ได้รวดเร็ว มันสามารถโจมตีผสานกันได้ แถมยังมีการใช้เครื่องมือได้อีกด้วย ทำให้มันเป็นสัตว์เวทระดับสองที่น่ากว่าพอดู แต่มันก็มีจำนวนไม่มากนัก ฝูงหนึ่งมีประมาณสิบถึงสิบสองตัวเท่านั้น พวกมันห่วงอาณาเขตเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่ถ้าเกิดบุกรุกเข้ามา มันก็ทำการกำจัดเช่นเดียวกัน ทำให้มันมีการกำจัดจำนวนด้วยตัวมันเอง


    เด็กสาวหยิบชุดเกราะหนังและอาวุธขึ้นมา ตรงหน้าของเธอเป็นสัตว์เวทระดับสองจำพวกสัตว์กินพืช ทั้งกระทิงขนาดใหญ่ที่อยู่กันหลายสิบตัว ฝูงกวางลายดาวที่รักสงบจำนวนหลายสิบตัวเช่นกัน พวกมันเร็มกินหญ้าอย่างเอื่อยๆ ถัดจากพวกมันไปเล็กน้อยก็เป็นพวกกระต่ายเขาเดียว และพวกสัตว์เวทตัวเล็กๆอื่นๆ


    เธอมองไปที่พวกมัน ก่อนจะเดินอ้อมพวกมันไป เพราะเป้าหมายของเธอคือผึ้งยักษ์และสัตว์จำพวกหมาป่า ที่แยกตัวออกมาเดี่ยวๆนั้นเอง เธอยังไม่มีความสามารถรับมือกับพวกมันจำนวนมากๆได้ เพียงตัวเดียวเธอก็ถือว่ามีพัฒนาการที่มากแล้ว จากที่ไม่เคยสู้กับพวกระดับสองแม้แต่ตัวเดียว


    เพราะในอดีต เธอเป็นแค่เด็กสาวธรรมดาๆ ที่มีความสามารถเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเธอทำหน้าที่เป็นคนเก็บของป่า และชำแหละซากสัตว์และสัตว์เวทที่พวกผู้ใหญ่ล่าได้เท่านั้น เธอไม่เคยต่อสู้เองเลย แต่เมื่อได้พบกับอาจารย์ของเธอ เธอก็ถูกโยนเขาไปต่อสู้เดี่ยวๆกับพวกสัตว์เวทระดับเสียแล้ว แต่น่าแปลกที่เธอแทบจะไม่ได้รับบาดเจ็บ และสามารถเอาชนะพวกมันได้ในเวลาไม่นาน เพราะร่างกายของเธอขยับไปเองทุกครั้งที่เธอจะบาดเจ็บและจะโจมตี


    วูบ!


    เสียงฟาดดาบไปหาลำตัวของผึ้งยักษ์ มันบินหลบได้อย่างรวดเร็ว เพราะการโจมตีของเด็กสาวมีจิตสังหารเล็ดรอดออกมา จึงทำให้มันรู้สึกตัวแล้วหลบหลีกการโจมตีได้ เธอส่งเสียงไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะถอยออกมาตั้งหลัก


    "ชิ เจ้าพวกนี้สัมผัสไวจริงๆ ข้ายังเก็บซ่อนพลังมานาไม่ดีพอ!" เธอพุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง โดยครั้งนี้เธอพุ่งเข้าไปตรงๆ แล้วฉีกซ้ายขวาไปมา


    การต่อสู้ก็จบลงในเวลาไม่นาน ถึงแม้จะลอบโจมตีไม่สำเร็จ แต่ความเร็วของเธอสูงกว่ามันเล็กน้อย จึงทำให้สามารถไล่ตามการหลบหลีกของมันได้ เมื่อมันถูกเธอตามความเร็วทันได้ มันก็แทบไม่มีโอกาศโจมตีกลับเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายมันก็ตายไปอย่างง่ายได้


    เมื่อเก็บวัตถุดิบที่มีค่าได้ เธอก็ไล่หาสัตว์เวทตัวต่อไป ทุกครั้งที่ล่าเสร็จเธอจะเก็บเกี่ยววัตถุดิบทุกครั้ง ทำให้ทั้งบ่ายเธอฆ่าพวกมันไปได้ไม่กี่สิบตัว ส่วนใหญ่มักจะเป็นผึ้งยักษ์เสียส่วนใหญ่ เมื่อการล่ามันผ่านไปเกือบจะตกเย็น เธอก็เริ่มหาสมุนไพรสำหรับปรุงยาเบื้องต้น ซึ่งอาจารย์ของเธอทิ้งชุดปรุงยาและสูตรเอาไว้ให้


    "วันนี้กลับบ้านไปทำอะไรกินดีนะ" เธอพำพัมระหว่างเดินผ่านทุ่งหญ้า ที่ตอนแรกเธอเดินผ่านเจ้าพวกสัตว์กินพืชนั้นเอง


    เธอเดินผ่านพวกมันไปอย่างเงียบๆ แต่พวกมันก็มองมายังเธออย่างเขม็ง เพราะว่าในตอนนี้เธอไม่ได้เก็บซ่อนพลังมานา ทำให้พลังมานาสัตว์เวทระดับสามในร่างกาย ปล่อยพลังมานากดดันออกมารอบๆตัว ทำให้พวกมันจ้องมองเธออย่างระแวดระวัง เพราะพลังมานาที่เธอปล่อยออกมาเหมือนกับสัตว์เวทหมาป่าพฤษนั้นเอง


    สายลมพัดผ่านร่างกายของเธอไป มันพากลิ่นสาบของสัตว์เวทตัวหนึ่งมาด้วย ร่างกายของเธอแข็งเกร็งและตึงเครียดขึ้นมาในทันที ภายในส่วนลึกของจิตใจของเธอ ส่งเสียงเตือนดังขึ้นระรั่ว ราวกลับกลองศึกที่เร่งจังหวะจรแทบจะกลืนเป็นเสียงเดียวกัน


    เธอหันกลับไปมองยังทิศทางที่สายลมพัดผ่านมา ดวงตาสีแดงเข้มส่องประกายสีเขียวจางๆออกมา ขาทั้งสี่ข้างของมันมีกล้ามเนื้อสีเขียวเรียงตัวอย่างหนาแน่น รูปร่างของมันเหมือนหมาป่าทั่วไป เพียงแต่ผิวหนังและขนของมันเป็นสีเขียวอ่อน และมีเขารากไม้ขนาดใหญ่บริเวณหน้าผาก


    มันจ้องมองมายังเธอด้วยแววตาที่น่ากลัว มันคือหมาป่าพฤษระดับสามนั้นเอง เธอไม่อาจจะทราบได้ว่า มันมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร เพราะพวกมันส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ชั้นสามเสียมากกว่า ถ้าตามที่เธอรู้มามันคือตัวหัวหน้าฝูงตัวใหม่แน่นอน เพราะพลังกดดันที่มันปล่อยออกมาก็พอๆกับเธอนั้นเอง


    เธอจ้องมันกลับด้วยท่าทางที่ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย เพราะลึกๆแล้วเธอก็ไม่ได้หวาดกลัวมันสักเท่าไร แต่มันส่งสัญญาณเตือนถึงการคุกคาม ในเรื่องของการชิงความเป็นหนึ่งในฝูงเสียมากกว่า ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับมันนัก


    เมย์เดินไปข้างหลังอย่างช้าๆ เมื่อได้ระยะไกลมากพอสมควร มันก็เลิกจ้องมองและส่งพลังกดดันมายังเธอ แต่ยังคงมองมาเป็นบางครั้ง เมื่อเธอหายไปจากสายตาของมัน มันก็กลับไปยังฝูงของมัน ที่อยู่ห่างออกมาเล็กน้อย


    "มันโผล่มาได้ไงนะ ถ้ามันแข็งแกร่งกว่านี้อีกสักหน่อย คงต้องต่อสู้กับมันแน่นอน" เด็กสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่พักด้วยความปลอดโปร่งเล็กน้อย


    เมื่อเธอเดินทางมาถึงที่พัก เธอก็นำวัตถุดิบที่ได้มาทั้งหมด ไปใส่ยังกล่องรวบรวมวัตถุดิบ มันเป็นกล่องไม้ขนาดใหญ่ มันมีอักขระแปลกๆเป็นสัญลักษณ์วงเวท มันเป็นอาติแฟลกต์ที่หายาก แต่ก็สามารถหาซื้อได้ในเมืองใหญ่ๆ มันมีราคาที่สูงมาก เธอได้มันมาจากอาจารย์ของเธอนั้นเอง


    ท่านอาจารย์ของเธอไม่ได้บอกว่าซื้อมันมาจากไหน เพียงแต่บอกกับเธอว่าให้รวบรวมวัตถุดิบมาใส่ได้ มันสามารถเก็บรวบรวมวัตถุดิบจากสัตว์เวทเท่านั้น ถึงมันจะสามารถเก็บได้หลายล้านชิ้น เพราะมันมีพื้นที่เกือบหนึ่งลูกบาศก์กิโลเมตร แต่ก็แลกมาด้วยความใหญ่โตของมัน และไม่สามารถเก็บลงในแหวนมิติได้ เช่นเดียวกับแหวนมิติทั่วไป


    หลีงจากเก็บสิ่งของต่างๆเรียบร้อย เธอก็ฝึกฝนการควบคุมมานาอีกเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มทำอาหารจากวัตถุดิบอาหารที่ได้มาเมื่อตอนบ่าย การทำอาหารนั้นเธอทำเพียงแค่ย่างและทำสลัดเพียงเท่านั้น


    เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เด็กสาวก็สามารถทำอาหารเสร็จทันเวลาพอดี อาหารที่เธอทำก็มีเพียงเนื้อเสต็กย่างและสลัดผักเท่านั้น เมื่อท้องฟ้ามันมืดมิดเรียบร้อยแล้ว เธอก็เริ่มทานอาหารและทำความสะอาดบ้าน ก่อนที่จะไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย แล้วเตรียมตัวสำหรับเข้านอนในคืนนี้


    'ข้าอาจจะต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกหกเดือนอย่างนั้นหรอ' เด็กสาวคิดในใจขณะที่เปลือกตาของเธอปิดลง แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไป


    เวลาผ่านไปหลายวัน การใช้ชีวิตของเมย์ เด็กสาวต้องสาป ที่ตอนนี้เป็นลูกศิษย์ของนักผจญภัยผู้ลึกลับ ที่มีนามว่า'ครรชิต'ที่ตอนนี้เจ้าตัวเก็บตัวฝึกฝนวิชา ก็ได้ดำเนินตามปรกติไปเช่นนี้ เช้าฝึกฝนการควบคุมมานาในร่างกาย ตอนบ่ายก็ออกล่าและต่อสู้กับสัตว์เวท เมื่อตกเย็นก็ฝึกควบคุมมานาอีกครั้ง ก่อนจะจบกิจวัตรประจำวันด้วยการปรุงยาเล็กๆน้อยๆ


    ในแต่ละวันที่ผ่านไป เด็กสาวสามารถพัฒนาการการควบคุมมานาได้ดีมากพอ จนพวกสัตว์เวทระดับสองไม่อาจจะรับทราบถึงการมาของเด็กสาวได้แล้ว ทำให้เด็กสาวสามารถใช้เวลาไม่นานนักในการล่าพวกมัน แต่เธอก็ไม่อาจจะคงสภาพร่างกายในตอนที่เป็นมนุษย์ได้นานนัก เวลาเพิ่มมาแค่สิบถึงยี้สิบนาทีเท่านั้น


    เด็กสาวฝึกฝนหนักกว่าเดิมเล็กน้อย นั้นคือการฝึกร่างกายของพวกนักรบมนตรา เพราะเป้าหมายของเธออันต่อไป คือการลงจากภูเขามานาแกล เพื่อซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารจำพวกเครื่องปรุง ที่ตอนนี้เริ่มร่อยหรอลงทุกที การฝึกร่างกายนี้ ก็เพื่อจะฝ่าฝูงมรณะสี่กรไปให้ได้นั้นเอง


    เธอเริ่มฝึกจากหนังสือที่อาจารย์ของเธอทิ้งไว้ให้ เธอได้อ่านมันไปหลายรอบแล้ว แต่ไม่มีเวลาจะฝึกมันสักเท่าใด เมื่อการฝึกควบคุมมานาเริ่มเป็นที่พอใจของเธอ เธอจึงเริ่มแบ่งเวลาตอนเย็นมาทำการฝึกร่างกาย


    ในหนังสือเล่มนั้นมีทั้งการฝึกฝนเพิ่มกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพแบบต่างๆ การออกท่าทางโจมตี การพลิกแพลงการโจมตีตามสภาพแวดล้อมและสถานกราณ์ และยังมีเทคนิคอีกหลายอย่างเขียนอยู่ในนั้น เธอค่อยเรียนรู้มันไปที่ละอย่างๆ จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด


    ในวันหนึ่ง เธอก็พบว่ามันกลายเป็นความคุ้นชินอย่างหน้ากลัว การที่เธออยู่คนเดียว ทำให้เธอได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าเหลือเชื่อออกไป แต่กลับเป็นว่าเธอไม่รู้สึกถึงความผิดแปลกนั้นแม้แต่น้อย ตรรกะเรื่องความแข็งแกร่งของเธอเริ่มผิดเพี้ยนไป นั้นคือความแข็งแกร่งที่เธอแสดงออกมามันมากกว่านักรบเวทย์ขั้นกลางไปแล้ว แต่เธอกลับคิดว่ายังไม่แข็งแกร่งมากเท่าใด เพราะเธอเอาความแข็งแกร่งของอาจารย์ของเธอเป็นบรรทัดฐานนั้นเอง


    ครรชิต อาจารย์หนุ่มของเธอมีระดับนักผจญภัยเพียงแรงค์ดี เป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุดินระดับสูงเท่านั้น นั้นคือสิ่งที่เธอรู้จากปากของอาจารย์เธอ แต่ที่เธอไม่รู้เลยแม้แต่น้อย ว่าพลังของชายหนุ่มที่แสดงออกมานั้น มันอยู่ในระดับจอมเวทย์ชั้นสูงแล้ว! ทำให้เธอคิดว่าผู้ใช้เวทย์ธาตุและศาสตร์อื่นที่ระดับเดียวกัน ต้องสามารถฆ่าสัตว์เวทระดับสองหลายร้อยตัวได้ในพริบตาเดียว


    ในความเป็นจริงในระดับนั้น สามารถฆ่าสัตว์เวทได้ในพริบตาเช่นกัน แต่ไม่ใช้จำนวนหลายร้อยตัวเช่นเดียวกับชายหนุ่ม!


    นี้จะเป็นตรรกะเพี้ยนๆที่เธอจะนำไปใช้อีกนานหลายเดือน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1809 I'm nani (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 13:24
    มาตรฐานอาจารย์เขาไม่เหมือนชาวบ้าน 5555
    #1,809
    0
  2. #1105 phairatw (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:53
    สนุกมาก
    #1,105
    0
  3. #803 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:04
    ลูกศิษย์... ตกไม่ไกลต้น
    #803
    0
  4. #668 Gnuh (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 15:51
    ขอบคุณครับ
    #668
    0
  5. #663 Killpara (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 14:46
    ขอบใจจร้า
    #663
    0
  6. #661 daki01 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 00:10
    เอิ่ม อีหนู เดี๊ยวลงเขาทีได้แตกตื่น ครรชิต มันปกติซะที่ไหนกันเล่า
    #661
    0
  7. #660 TAC0 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:46
    เออ ครรชิดเอาไรไปสอนเนีย
    #660
    0
  8. #659 Nerd Neko (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:05
    ตรรกะที่สูงเกินกว่าที่ควร
    #659
    0
  9. #658 kamol1122 (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:00
    สนุกดีครับ
    #658
    0
  10. #657 manima (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 22:39
    ขอบคุณครับ
    #657
    0
  11. #656 inasba (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 22:27
    ขอบคุณครับ น่าสงสารสาวน้อย
    #656
    0
  12. #655 Biggy (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:20
    สนุกดีครับ
    #655
    0
  13. #654 Biggy (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:19
    สนุกดีครับ
    #654
    0
  14. #653 Biggy (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:18
    สนุกดีครับ
    #653
    0
  15. #652 MojRiSad (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:13
    เอาอีกๆ  
    #652
    0
  16. #651 องค์ชายสายลม (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 20:17
    โธ่อาจารย์สอนไม่ดีหรือลูกศิษย์เอาไปต่อยอดเองเนี่ยฮ่าๆๆๆ
    #651
    0