ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 70 : ปิดด่านฝึกวิชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    30 ก.ย. 59

บทที่ 2 : ปิดด่านฝึกวิชา




    เมื่อสิ้นสุดการล่า ครรชิตก็ทำอาหารง่ายๆ เป็นการฉลองปิดการฝึกฝนของเด็กสาว โดยมีวัตถุดิบทำอาหารหลายอย่าง ทั้งเนื้อวัวธรรมดาไปจนถึงเนื้อสัตว์เวทที่กินได้ พืชผักที่หาได้รอบๆทะเลสาบ ทั้งสมุนไพรหลากหลายชนิด พวกเขาเอาทำทั้งซุป ย่าง เผาหรือแม้กระทั่งรมควันก็มี ส่วนใหญ่ก็เป็นฝีมือของเด็กสาว เพราะชายหนุ่มไม่ค่อยได้ทำอาหารมานาน เลยผลักภาระนี้ไปให้เด็กสาวที่ชำนาญกว่านั้นเอง


    งานเลี้ยงในเย็นวันนั้น มีเพียงชายหนุ่มและเด็กสาว ที่นั่งทานอาหารบนโต๊ะหน้าบ้านอย่างครื้นเครง มีการพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ ทั้งการผจญภัยของชายหนุ่ม ที่ส่วนมากจะเป็นเรื่องระหว่างเดินทางมาที่นี้ ไม่มีเรื่องราวของที่มาที่ไปของเขาเลยแม้แต่น้อย ส่วนเด็กสาวก็พูดถึงเรื่องชีวิตที่ผ่านมา และเรื่องเล่าต่างๆที่เธอได้รับรู้มาจากนักเดินทางหรือพวกทหาร


    ซึ่งเรื่องราวของเธอ ทำให้ชายหนุ่มพอจะรู้เรื่องของอาณาจักรนี้เพิ่มมากขึ้น ทั้งสัตว์เวทที่พบบ่อยและสินค้าราคาแพง หรือการหาเงินจำนวนมากของพวนักเดินทางก็มี


    เมื่อพระจันทร์ขึ้นตรงกลางท้องฟ้า เด็กสาวก็เริ่มตาปรือและหาวออกมาเป็นพัก จนในที่สุดเธอก็หลับทั้งที่ยังถือแก้วน้ำผลไม้อยู่ในมือ


    ชายหนุ่มเห็นดังนั้น ก็อุ้มเธอไปนอนในเตียง ก่อนที่เขาจะเอาจดหมายออกมาวางไว้ที่ข้างเตียง แล้วพาตัวเองเข้าไปในถ้ำลับหลังห้องนอนของตน เขาเริ่มว่างค่ายกลวงเวทย์และแผ่นไม้จารึกเวทย์หลายสิบชั้น เมื่อวางค่ายกลเสร็จสิ้น เขาก็เข้าสู่ถ้ำที่ลึกที่สุด


    ในถ้ำด้านในสุด มันมีเพียงเตียงไม้ธรรมดาและชั้นวางของอยู่เท่านั้น เมื่อเขาเข้ามาแล้วก็ปิดปากถ้ำด้วยเวทย์ดินของตนเอง เมื่อตรวจดูความเรียบร้อย ก็เริ่มเอาของต่างๆออกมา ทั้งอุปกรณ์ปรุงยา อุปกรณ์จารึกเวทย์ อุปกรณ์ทำชุดเกราะก็มี ทั้งแบบโลหะและหนังสัตว์ นอกจากนี้ยังมีแหวนมิติอีกหลายร้อยวงที่วางเอาไว้ระเกะระกะ


    ด้านในแหวนเหล่านี้ เต็มไปด้วยวัตถุดิบมากมาย ทั้งที่เขารู้จักและไม่รู้จัก เริ่มแรกเขาก็ซื้อมาเพราะที่นี้มีราคาไม่แพง แต่ไปๆมาๆเงินที่เขาพกติดตัวก็แทบจะหมด เพราะสามอาทิตย์ที่อยู่ในหมู่บ้าน ชายหนุ่มได้เดินทางไปยังเมืองเมเปิ้ลแทบทุกวัน จนแหวนมิติของเขาเต็มทุกอันนั้นเองถึงได้หยุดไป แต่เขาก็ซื้อมาอีกหลายวง


    วัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นของปรุงยา รองลงมาก็เป็นผลวิวัฒน์และผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายๆกันอีกจำนวนหนึ่ง อีกส่วนก็เป็นพวกไม้ แร่โลหะต่างๆ และชิ้นส่วนสัตว์เวท ทั้งแบบหนังสัตว์และชิ้นส่วนอื่นๆ


    การฝึกฝนในส่วนแรกๆ คือการวิเคราะห์ถึงชิ้นส่วนสัตว์เวทแบบต่างๆ ว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง ทั้งลองทำอาวุธชุดเกราะ ทำเป็นยาก็มีหรือจะเป็นลองจาลึกเวทย์ลงไปด้วย มีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ จนวัตถุดิบหมดนั้นเอง เขาใช้เวลาไปหลายวันกว่าที่วัตถุดิบจะหมดลง


    จากนั้นเขาก็เริ่มปรุงยาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งยาส่วนใหญ่จะเป็นของระดับกลาง ซึ่งเขาได้ใช้จารึกเวทย์ส่วนหนึ่งในการปรุงยา มันคือจารึกเวทย์ที่ค่อยเติมวัตถุดิบและเก็บเกี่ยวยาโดยอัตโนมัติ โดยเขาทำสองเตา เตาแรกมีจารึกเวทย์สำหรับปรุงยาระดับกลางที่ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องปรับปรุงสูตรหรือวิเคราะห์วัตถุดิบเพิ่มเติม


    ส่วนอีกเตาจะเป็นยาระดับสูงหรือยาระดับกลาง ที่เขามีสูตรอยู่ในมือ ซึ่งบ้างครั้งเขาก็ทำการทดลองปรุงยาของทางอาณาจักรนี้ดูบ้าง มีบางครั้งที่เขาใช้อุปกรณ์ปรุงยาระดับเบื้องต้น สำหรับการปรุงยาที่ได้สูตรยาเบื้องต้นของทางอาณาจักรพฤษาพันปี หลังจากทดลองไปได้หลายสูตร ก็พบว่าตัวยาส่วนใหญ่มักแฝงธาตุไม้เอาไว้ด้วยนั้นเอง ซึ่งเหมาะสำหรับคนธาตุไม้โดยเฉพาะ


    ส่วนสูตรยาระดับกลางที่ได้มาใหม่ ส่วนมากก็เป็นเดียวกับสูตรยาระดับเบื้องต้น ที่มันจะอัดแน่นไปด้วยพลังแฝงธาตุไม้ หลังจากลองปรุงยาและปรับปรุงสูตรไปหลายครั้ง จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เขาก็จดบันทึกทุกอย่างเอาไว้ แล้วเริ่มหันไปสั่งงานเจ้าพวกโกเลมเวทย์ ให้ทำการปรุงยาออกมาเรื่อยๆ


    โกเลมเวทย์เป็นหนึ่งในการสลักจารึกลงบนสิ่งไม่มีชีวิตในขั้นสูง เขาได้นำเอาความรู้จากหนังสือการสลักวิญญาณ มาผสมรวมกับการสร้างสิ่งมีชีวิตเทียมระดับต่ำของหนังสือเทพแห่งการช่าง โดยการสร้างร่างกายและแหล่งกำเนิดพลังด้วยวิธีของเทพแห่งการช่าง จนได้โกเลมรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่สูงประมาณเอวของเขา มันเป็นร่างกายตันๆไม่ได้ใส่เครื่องกลลงไป เช่นที่หนังสือเทพแห่งการช่างทำ เพราะเขาใช้การแกะสลักจารึกเวทย์ลงไปบนตัวมันแทนนั้นเอง


    มันจึงสามารถเคลื่อนไหวได้ตามคำสั่งที่เขียนลงไป แต่มันก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องนัก แต่ก็พอใช้ประโยชน์ได้อยู่ เพราะมันมีแค่หน้าที่ลำเลียงวัตถุดิบลงไปในเตาหลอมยาเท่านั้น และมีอีกตัวที่คอยทำหน้าที่เก็บยาลงกล่อง และเอาไปจัดเรียงที่มุมห้องด้านหนึ่งเท่านั้น


    การวางระบบนี้ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย มันใช้เวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์เท่านั้น หลังจากนั้นชายหนุ่มก็หันไปสนใจกับการดูดซับมานาและกลั่นมันเป็นปราณแทน ส่วนการหลอมยาก็ให้เป็นหน้าที่ของพวกโกเลมไป


    แม้ว่าจะมีโกเลมค่อยทำงานให้ แต่ชายหนุ่มก็ต้องออกจากห้วงสมาธิอยู่ทุกอาทิตย์ เพราะว่าโกเลมนั้นใช้พลังมานาจากศิลาจิตอสูร ซึ่งศิลาจิตอสูรที่เขาใช้เป็นพวกไร้ธาตุระดับหนึ่ง ที่เขาซื้อมาจำนวนมากมาย สำหรับเอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงของเตาหลอม มันสามารถปล่อยพลังให้โกเลมทำงานได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ มันก็จะหมดพลังมานาในตัวของมัน เขาจึงต้องตื่นขึ้นมาเปลี่ยนมัน


    เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูดกลืนปราณที่ได้จากผลวิวัฒน์ หลังจากดูดพลังลมปราณเข้าไปเป็นจำนวนที่มากมายมหาศาล เขาก็ได้ทำการกลั่นสกัดและหลอมรวมเม็ดลมปราณเม็ดที่สอง เขาได้ใช้นกฮูกสื่อสารเป็นแก่นกลาง เพราะมันมีธาตุหลักเป็นธาตุลม ซึ่งสามารถขยายลมปราณรับรู้ของเขาออกไปได้อีก ซึ่งจะมีผลอย่างมากหลังจากออกจากการฝึกตนนี้


    ในการต่อสู้กับเจ้านกฮูกสื่อสาร เขาใช้เวลานานกว่าเจ้าหมาป่าทมิฬเล็กน้อย เพราะด้วยความที่ว่ามันเป็นนก ซึ่งสามารถหลบหลีกได้อย่างรวดเร็ว และมีความสามารถที่จะรับรู้ถึงคลื่นอากาศได้นั้นเอง ทำให้การโจมตีของเขาส่วนมากมันสูญเปล่าอย่างมาก


    แต่เมื่อผ่านไปสักพัก มันก็เริ่มตอบสนองต่อการโจมตีช้าลงเรื่อยๆ จนได้รับการโจมตีไปหลายครั้งหลายครา เมื่อโจมตีได้หนึ่งครั้ง ครั้งต่อไปก็ตามมาอีกจำนวนมากติดๆกัน หลังจากรับการโจมตีไปได้สักพัก มันก็ถูกจับอยู่ในกรงโซ่ลมปราณ หลังจากนั้นก็ถูกเขาสยบลงไป


    มันดูดกลืนลมปราณของเขาไปถึงเจ็ดในสิบส่วนที่สะสมเอาไว้ ซึ่งจำนวนลมปราณที่สะสมในครั้งนี้ พอๆกับทะเลสาบขนาดกลางเลยทีเดียว มันมากกว่าครั้งแรกที่กลั่นเม็ดลมปราณเกือบเท่าตัว


    การก่อรูปของเม็ดผลึกเริ่มขึ้นอย่างช้าๆ มันใช้เวลาไปหลายวันถึงจะก่อรูปเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งต่างจากเม็ดแรกที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น มันเป็นเม็ดพลังลมปราณที่มีรูปทรงเป็นทรงกลมและมีสีเขียวสดใส มันมีประกายสีเหลืองไหลเวียนอยู่รอบๆ


    เขาตั้งชื่อให้นกฮูกสื่อสารที่เป็นสัตว์เวทประจำเม็ดพลังลมปราณว่า'วินด์' ชื่อของมันก็ตรงตัวเช่นเดียวกับดาร์ค มันแปลว่าลมนั้นเอง ทั้งนี้ก็เพื่อง่ายต่อการจดจำของเขา


    เวลาผ่านไปอีกหลายสิบวัน ทุกวันเขาดื่มน้ำผลไม้ที่ทำจากผลวิวัฒน์แทนน้ำเปล่า และดูดซับลมปราณที่ได้เข้าไปในทะเลลมปราณอยู่เสมอๆ นอกจากลมปราณจากผลวิวัฒน์แล้ว เขายังมีผลไม้ชนิดอื่นที่มีลมปราณอยู่ด้านในเช่นกัน รวมทั้งการดูดรังมานาที่ไหลอยู่รอบๆตัวเขาในตอนนี้เขามาอีกด้วย ซึ่งมันมีความหนาแน่นเป็นอย่างมาก จนแทบจะสัมผัสกับมันได้โดยตรงทีเดียว


    เขาดึงมานาจากใต้ดินและรอบข้างมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกจังหวะการรวบรวมมานา เขาจะรู้สึกได้ถึงความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศรอบข้าง ที่มันแทบจะหายใจไม่ได้ เหมือนอากาศกลายเป็นของเหลว แต่นั้นเป็นเพราะมานาได้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก


    เวลาผ่านไปหลายเดือน ในที่สุดทะเลลมปราณของชายหนุ่มก็พร้อมจะกลั่นสกัด และหลอมรวมเม็ดพลังลมปราณเม็ดที่สามแล้ว เขาจ้องมองไปยังศิลาจิตอสูรที่มีความเหมาะสมและมีประโยชน์มากที่สุด


    มันมีอยู่สองตัวเลือกที่น่าใช้ คืออสรพิษมรกตซึ่งเพิ่งได้มาจากการเดินทางครั้งนี้ มันมีความสามารถพิเศษทั้งการพรางตัว ตรวจจับความร้อนและเวทย์พิษ ซึ่งเหมาะสำหรับการต่อสู้ในป่า และลอบโจมตีในเวลากลางคืนนั้นเอง


    ส่วนอีกตัวคือเต่ากระดองเหล็ก ซึ่งเป็นเต่าหินที่มีธาตุในตัวเป็นธาตุโลหะนั้นเอง มันมีความแข็งแกร่งมากกว่าเต่าหินถึงสิบเท่าในระดับชั้นที่เท่ากัน มันสามารถควบคุมโลหะบริเวณใกล้เคียงได้ นอกจากนี้เกราะของมันก็มีความแข็งแรงสุดๆ


    "เอายังไงดีนะ" ครรชิตลืมตาขึ้นมา หลังจากครุ่นคิดมาสักพักแล้ว


    "ช่างมัน ทอยหัวก้อยก็แล้วกัน" ชายหนุ่มโยนเหรียญขึ้นบนฟ้า


    กริ๊ง! เหรียญนั้นออกมาทางรูปสัญญาลักษณ์ของอาณาจักรอเคเซีย ซึ่งอีกด้านเป็นรูปของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน


    "อสรพิษมรกตธาตุไม้สินะ เอาก็เอา" ชายหนุ่มพูดคนเดียวเบาๆ ก่อนจะโยนศิลาจิตอสูรของอสรพิษมรกตเข้าปากไป


    ชายหนุ่มหลับตาลง แล้วเริ่มเข้าสู่สมาธิอย่างรวดเร็ว ตรงหน้าของเขาในโลกของจิตใจ ปรากฏงูที่มีขนาดลำตัวเท่ากับแขนของผู้ใหญ่ มันมีความยาวเกือบหกเมตร มันชูคอและส่งเสียงขู่ดังฟ่อๆใส่ชายหนุ่ม


    เขาจ้องมองดวงตาของมันไป พร้อมกันนั้นเข้าก็เริ่มเรียกเอาโซ่ลมปราณสำหรับมัดมัน เพื่อทำการกลั่นสกัดมันเป็นเม็ดพลังลมปราณ รอบตัวของชายหนุ่มและอสรพิษมรกตเต็มไปด้วยโซ่ลมปราณจำนวนมหาศาล


    ยังไม่ทันทีชายหนุ่มจะโจมตี อยู่ดีๆมันก็หายไปต่อหน้าต่อตาชายหนุ่ม ในโลกแห่งทะเลลมปราณนี้ ชายหนุ่มไม่สามารถใช้เวทย์ได้ จึงได้แต่กระจายลมปราณตรวจสอบรอบๆ แต่ไม่พบมันในระยะการตรวจจับเลยสักที่ เขาจึงเคลื่อนที่ไปรอบๆโลกแห่งทะเลลมปราณแห่งนี้ไปเรื่อยๆ


    "ซ่อนเก่งจริงนะ แต่ยังไงก็หนีไม่พ้นหรอก!" ประโยคสุดท้าย ชายหนุ่มส่งเสียงตะโกนดังไปทั่วโลกแห่งทะเลลมปราณแห่งนี้ แต่มันก็ไม่ได้เกิดปฏิกิริยาใดๆขึ้นมา


    การเล่นซ่อนหาระหว่างคนกับงูดำเนินไปได้สักพัก เมื่อพลังมานาของพวกมันลดลงจนเหลือเพียงครึ่งเดียว มันก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อนของมัน มันอยู่ริมทะเลลมปราณเลย เขาต้องเสียงเวลาพุ่งไปหามันอีกพัก เมื่อเจอหน้ากันชายหนุ่มก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปโจมตีพร้อมกับใช้โซ่ลมปราณพยายามมัดตัวมันไว้ แต่ก็แทบไม่เกิดผลใดๆ เพราะมันมีเกร็ดที่เรียบลื่นจนโซ่ไม่อาจมัดมันได้ มันทำได้แต่ชะลอความเคลื่อนไหวของมันเท่านั้น


    "ดื้อดานเสียจริง เอาเถอะอีกไม่นานนักหรอก" ชายหนุ่มปรับเปรียนโซ่ลมปราณ ให้มันมีหนามแหลมโผล่ขึ้นมาทุกข้อโซ่ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะของเส้นโซ่กับเกร็ดของมัน


    ในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง อสรพิษมรกตธาตุไม้ก็ถูกชายหนุ่มสยบลงจนได้ ก่อนที่เขาจะกลั่นสกัดมันจนกลายเป็นเม็ดพลังลมปราณสีเขียวเข้ม มีริ้วเป็นเหมือนเส้นใยใบไม้เลื้อยทั่วทั้งเม็ดพลัง เขามองไปที่มันสักพัก ก่อนที่ขะปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตสามอย่างขึ้นตรงหน้าชายหนุ่ม


    ตัวแรกเป็นหมาป่าขนาดใหญ่เท่าช้างโตเต็มไว้ มันมีขนสีดำสนิท รอบๆตัวของมันมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา ตัวที่สองมันเป็นนกฮูกขนสีน้ำตาลเขียว มันมีขนาดตัวเท่ากับผู้ใหญ่โตเต็มไว้ เวลามันกางปีกมันมีความกว้างถึงหกเมตรเลยทีเดียว ส่วนตัวสุดท้ายเป็นงูสีเขียวอ่อน มีเกร็ดสีเขียวอ่อนและสีน้ำตาลแก่ผสมกัน ทำให้มันเหมือนกับกิ่งไม้และใบไม้ มันมีความยาวตัวถึงหกเมตร มันมีขนาดลำตัวเท่าแขนผู้ใหญ่


    ทั้งสามตัวต่างก้มหัวให้ชายหนุ่ม ก่อนที่ทุกตัวจะลดขนาดลงจนเหลือขนาดเท่าปรกติ


    "ต่อไปนี้เจ้าชื่อ'ฟอเรส'" ครรชิตหันไปพูดกับเจ้างูสีเขียวอ่อนที่ขดตัวอยู่ด้านหน้าของตน มันผงกหัวให้ชายหนุ่ม ก่อนที่มันจะหลบตาลงอย่างเกียจค้าน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1808 I'm nani (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 13:13
    เริ่มมีการเชื่อมโยงถึงตอนแรกแล้วววววว
    #1,808
    0
  2. #1104 phairatw (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 15:45
    ขอบคุณครับ
    #1,104
    0
  3. #801 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 20:56
    สู้ต่อไป...
    #801
    0
  4. #666 Gnuh (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 15:43
    ขอบคุณครับ
    #666
    0
  5. #650 kamol1122 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 12:15
    สนุกดีครับ
    #650
    0
  6. #648 manima (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 02:15
    ขอบคุณครับ ได้ชองครบ 3 ซะที
    #648
    0
  7. #647 MojRiSad (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:53
    รอวันที่พระเอก จะผงาด
    #647
    0
  8. #646 Pongza Eiei (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:48
    ขอบคุณครับ
    #646
    0
  9. #645 Gardena (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:42
    ขอบคุณค่ะ
    #645
    0