ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 72 : โลหะเวทมนตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    30 ก.ย. 59

บทที่ 2 : โลหะเวทมนตร์




    ในขณะที่โลกภายนอก ศิษย์สาวกำลังฝึกฝนตัวเองอย่างหนักอยู่ทุกวัน ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์กำลังพบกับเรื่องราวที่น่าแปลกใจ ในห้วงมาธิครั้งที่เท่าไรไม่อาจจะทราบได้ ชายหนุ่มพบกับสิ่งที่ผิดแปลกไปจากเดิม จนรบกวนการทำสมาธิของเขา


    ที่เพดานถ้ำมุมหนึ่ง มันปรากฏหยดน้ำสีแดงเข้มขึ้น มันค่อยๆหยดลงมาบนพื้น แต่มันไม่ได้กระจายตัวเช่นดังหยดน้ำทั่วไป มันตกลงมาแล้วกระแทกพื้นหินยุบลงไปเป็นจุด ก่อนที่มันมันเกิดเป็นหลุมยุบขนาดเท่าชามข้าว หยดน้ำที่ตกลมมามันรวมตัวกันเป็นของเหลวสีแดงเข้ม มันมีลักษณะคล้ายน้ำทั่วไป แต่เสียงที่หยดน้ำตกกระทบมัน เป็นเช่นดังเสียงเหล็กตกกระทบกันแทน


    ในตอนแรก มันก็เป็นเพียงแสีงรบกวนที่ดังเบาๆ แต่เมื่อแอ่งนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้น และเริ่มเปลี่ยนรูปร่างไปเป็นบ่อ ทำให้เสียงมันเริ่มดังขึ้น จนหระทั้งมันรบกวนสมาธิของชายหนุ่มจนได้


    ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมา ในดวงตาของเขามีแสงสีดำและเขียวอ่อนสาดแสงออกมา มันเป็นแสงที่เบาบางคล้ายมีคล้ายไม่มี แต่ในเวลาไม่นานแสงเหล่านั้นก็หายไป เหลือเพียงดวงตาสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น


    ครรชิตขยับร่างกายอย่างช้าๆ เพื่อคล้ายกล้ามเนื้อจากท่านั่งขัดสมาส ก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วเดินตรงไปที่บ่อน้ำสีแดงที่เพิ่งเกิดขึ้นมา มันเกิดขึ้นมาได้เพียงวันเดียวเท่านั้น จากหยดน้ำเล็กๆหนึ่งหยด กลายเป็นบ่อน้ำขนาดเล็กได้ในเวลาไม่นาน


    มันเป็นของเหลวสีแดงเข้ม มีผิวมันวาว ส่องประกายสีส้มจางๆ มันขยับราวกับมีชีวิต มันเคลื่อนที่เป็นวงคล้ายงูขดตัวไปมา มันไหลทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วก็วนทับกันไปมา บางครั้งมันก็พุ่งขึ้นจากบ่อบ้างเป็นบางครั้ง


    เขาตักมันขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อตรวจสอบมันว่าคืออะไรกันแน่ ถึงแม้เขาจะพอรู้แล้วว่ามันคือสิ่งใดก็ตาม แต่มันก็ไม่แน่เสมอไป เขานำไปใส่ในชามที่ทำจากไม้ แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเขียนจารึกเวทย์


    มันหยุดการเคลื่อนไหวลง แต่ยังเกิดเป็นระรอกคลื่นบางๆอยู่ เขาให้ความสนใจมันเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเอาศิลาจิตอสูรไร้ธาตุมาวางใกล้ๆมัน เจ้าของเหลวสีแดงเริ่มก่อรูปร่างจากผิวหน้าของของเหลว มันค่อยๆก็รูปขึ้นเป็นขาสี่ขาป้อมๆ ก่อนจะเริ่มมีลำตัวและหางโผล่ออกมา เมื่อมันก่อตัวช่วงลำตัวเสร็จสิ้น จนรูปหน้าของมันปรากฏขึ้น ก็ทำให้สามารถคาดเดาได้ว่ามันเป็นแมวตัวเล็กๆตัวหนึ่ง


    เขาจ้องมองไปยังรูปร่างของของเหลวสีแดง มันคล้ายกับรูปของแมวไร้เสียง ซึ่งเป็นสัตว์เวทระดับหนึ่งไร้ธาตุ ที่สามารถหามันได้ทั่วไปตามเขตชานเมือง มันไม่มีพลังโจมตีหรือพลังมานามากมายนัก มีเพียงความเร็วที่มากกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย และเป็นสัตว์เวทที่วสามารถฝึกได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่จะมีการนำเอาไปเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงกันเสียมาก


    หลังจากตรวจสอบด้วยศิลาจิตอสูรแล้ว มันก็สามารถทำให้ชายหนุ่มแน่ใจแล้วว่ามันคือสิ่งใด มันคือ'โลหะเวทมนตร์'แน่นอน!


    โลหะเวทมนตร์คือสิ่งใด มันก็คือโลหะที่มีพลังมานาเป็นของตัวเอง มันสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ซึ่งมันจะเปลี่ยนตัวเองตามพลังมานาที่ใส่ลงไป ยิ่งใส่มานามากเท่าใด มันก็ยิ่งเปลี่ยนรูปร่างได้มากเท่านั้น เมื่อใส่มานาจนถึงจุดๆหนึ่ง โลหะเวทมนตร์ก็จะแข็งตัวจนกลายเป็นของแข็ง และสามารถนำไปใช้ได้


    นอกจากการใส่มานาปรับรูปร่างได้แล้ว มันยังสามารถใส่พลังเวทย์หรือมานาลงไป เพื่อให้วัตถุที่สร้างจากมันมีความสามารถเพิ่มเติมได้ เช่นถ้าใส่มานาลงไปก็อาจจะลดน้ำหนักของตัววัตถุได้ หรือถ้ามีจารึกเวทย์อยู่ก็สามารถกระตุ้นจารึกเวทย์นั้นได้เป็นต้น แต่ถ้าใส่พลังเวทย์ลงไปก็สามารถสร้างผลพิเศษได้หลายแบบ ทั้งสร้างเปลวไฟบนวัตถุ เพิ่มระยะของอาวุธได้เป็นต้น


    ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่คุณสมบัติเบื้องต้นเท่านั้น นอกจากการเอาไปสร้างเป็นสิ่งของแล้ว มันยังสามารถนำไปสร้างเป็นยาได้หลายชนิด ซึ่งมันคุณประโยชน์ตามแต่ละสูตรจะเขียนไว้ บ้างตัวสามารถเพิ่มพลังมานาขึ้นได้ชั่วคราว หรือแม้แต่จะเพิ่มขึ้นถาวรเลยก็มี นี้เป็นคุณสมบัติที่ดีของมัน เพราะโลหะเวทมนตร์นั้นมีพลังมานาบริสุทธิ์ที่สามารถหลอมรวมกับมานาอื่นได้ทันที จึงเหมาะที่จะนำไปทำกระสายยาเพิ่มพลังมานาแบบต่างๆ


    "สีแดงงั้นหรอ ยังไม่บริสุทธิ์มากพอสินะ" ครรชิตพูดออกมาเบา ก่อนจะเก็บศิลาจิตอสูรลงไป ก้อนของเหลวสีแดงก็สลายตัวกลายเป็นของเหลวเช่นเดิม


    "แต่แค่นี้ ก็สามารถสร้างของได้หลายอย่างแล้วละ" ชายหนุ่มยิ้มบางๆ ก่อนจะเรียกเอาชุดเกราะและอาวุธของตัวเองออกมาทั้งหมด


    โลหะเวทมนตร์แบ่งได้เป็นสามระดับคือ ระดับต้นจะมีสีออกแดงสนิมหรือสีแดงเข้ม มีประกายสะท้อนแสงสีส้มจางๆ เป็นโลหะเวทมนตร์ที่สามารถหาได้ตามเหมืองแร่ทั่วไป มันไม่มีคุณสมบัติเด่นๆเลยแม้อย่างเดียว ทำได้เพียงเปลี่ยนรูปและขยายผลพิเศษของแต่ละธาตุเท่านั้น


    ในระดับกลางนั้นจะมีสีเป็นสีเงินประกายม่วง ซึ่งสามารถหาได้จากภูเขามานาและดันเจี้ยนเท่านั้น โดยในภูเขามานาต้องค้นหาตามถ้ำลึกๆ เพราะมันหายามากและพบครั้งละไม่มาก ส่วนในดันเจี้ยนต้องเป็นดันเจี้ยนที่เป็นดันเจี้ยนประเภทเหมือง หรือดันเจี้ยนที่มีชั้นลึกๆเท่านั้น มันมีคุณสมบัติพิเศษมีเจตจำนงเป็นของตัวเอง ซึ่งมันทำสัญญากับผู้คนได้ โดยเมื่อได้รับเลือดในระหว่างการสร้าง มันก็จะมีนายเพียงคนเดียว เมื่อเจ้านายมันตายไป มันจะยอมรับเฉพาะสายเลือดของเจ้าเท่านั้น


    และในระดับสูงมันเป็นโลหะสีขาวประกายทอง มันเป็นโลหะเวทมนตร์ที่หายากที่สุด และแทบจะไม่เคยปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย มันมีคุณสมบัติที่ดีที่สุด นอกจากคุณสมัติที่คล้ายกับระดับอื่นแล้ว มันยังมีคุณสมบัติที่เป็นวัตถุที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่มีสิ่งใดสามารถทำลายมันได้นอกจากตัวมันเอง มันสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ไม่จำกัด แม้ว่ามันจะแข็งตัวไปแล้วก็ตาม แถมมันยังสามารถเพิ่มพลังมานาอย่างถาวรให้กับเจ้าของได้อีกด้วย ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นก็ขึ้นอยู่กับปริมาณมานาที่มันดูดซับไว้ในตอนเลือกเจ้านายนั้นเอง


    ครรชิตเริ่มควบคุมโลหะเวทมนตร์สีแดง โดยการปล่อยมานาออกมาจากมือทั้งสองข้าง ให้มันมีลักษณะเป็นเส้นด้ายสิบเส้นที่ไหลออกมาจากนิ้วมือ โดยใช้นิ้วมือต่างตัวชี้เป้า เขาบังคับให้โลหะเวทมนตร์สีแดงไหลออกมาจากชามไม้ ให้มันไหลลงไปยังชุดเกราะก่อนจะเคลือบผิวของชุดเกราะบางๆ ด้วยการสานเส้นใยโลหะเวทมนตร์ไปมา


    เมื่อได้ความหนาและปกคลุมชุดเกราะทั้งหมดแล้ว เขาก็ส่งพลังมานาโดยตรงไปที่โลหะเวทมนตร์ที่เคลือบผิวชุดเกราะอยู่ มันค่อยๆแข็งตัวอย่างช้าๆ สีของมันก็เริ่มเปลี่ยนไป จากสีแดงเข้มกลายเป็นสีม่วงแล้วสุดท้ายก็กลายเป็นสีดำ ซึ่งมันก็ได้ดำสนิทเสียทีเดียว เมื่อมันกระทบกับแสงไฟมันจะส่องประกายสีแดง และมีเฉดสีออกเป็นแดงเข้มเสียมากว่า


    เมื่อชุดเกราะได้รับการเคลือบผิวภายนอกด้วยโลหะเวทมนตร์แล้ว ก็ได้คุณสมบัติพิเศษที่สามารถขยายผลของพลังเวทย์ได้ ซึ่งชายหนุ่มสามารถใช้ได้ถึงสี่ธาตุ จึงเรียกได้ว่ามันแข็งแกร่งอย่างที่สุด แต่ในอนาคตเมื่อเขาสามารถใช้ได้ครบทุกธาตุ ก็ไม่มีใครสามารถล้มเขาได้เมื่อในมือของเขามีโลหะเวทมนตร์อยู่


    ต่อจากชุดเกราะก็เป็นพวกเครื่องป้องกันอื่นๆ และอาวุธที่ได้รับการเคลือบผิวใหม่ด้วยโลหะเวทมนตร์ นี้เป็นเพียงวิธีสร้างของจากโลหะเวทมนตร์อย่างง่ายที่สุดแล้ว ถึงแม้มันจะมีความแข็งแรงมากขึ้น มีคุณสมบัติพิเศษ แต่ต้องไม่ลืมว่าภายในมันเป็นเพียงแร่โลหะทั่วไปเท่านั้น เมื่อถ่ายพลังมานามากเกินไปมันก็สามารถพังได้ตลอดเวลา


    แตกต่างจากสิ่งของที่สร้างจากโลหะเวทมนตร์ทั้งชิ้น มันสามารถรับพลังมานาหรือพลังเวทย์ที่จ่ายลงไปได้จำนวนมหาศาล ซึ่งมันแทบจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อมันเลยแม้แต่น้อย แถมยังเป็นการเพิ่มความสามารถของมันได้อีกด้วย


    การสร้างสิ่งของจากโลหะเวทมนตร์ทั้งชิ้น ต้องมีแท่นสำหรับควบคุมมานาโดยเฉพาะ ซึ่งมันสามารถสร้างจากวัตถุดิบที่มีราคาพอๆกับโลหะเวทมนตร์ และต้องใช้ช่างที่มีฝีมือสูงพอตัวในการสร้างปม่พิมพ์นั้นขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มไม่มีมันอยู่ แต่ก็สามารถใส่พลังมานาของเขาในการควบคุมมันเพียวๆเลยก็ได้ เพียงแต่พลังที่ใช้จะต้องใช้มากกว่าเดิมถึงสามเท่าได้


    แต่เพราะการที่เขามีพลังลมปราณ ซึ่งเข้มข้นกว่ามานาไม่รู้กี่เท่าๆต่อกี่เท่า ทำให้การสร้างของพวกนั้นไม่ลำบากสักเท่าใด เพียงแต่ห้ามมีข้อผิดพลาดในการควบคุมมานาแม้แต่น้อย มิเช่นนั้นของที่สร้างออกมาก็เป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่ง


    "นอกจากเคลือบผิวแล้ว ข้าจะทำอะไรกับโลหะที่เหลือดี จะเก็บไว้ในแหวนมิติก็ไม่ได้ ไม่งั้นมันกลายเป็นของแข็งหมด" ครรชิตพูดออกมาอย่างคิดหนัก เพราะเขาใช้เคลือบของไปหลายสิบชิ้น แต่มันกลับใช้โลหะเวทมนตร์ในบ่อไปเพียงหกชามไม้เท่านั้น แล้วที่เหลือเกือบเต็มบ่อจะทำอย่างไรกับมัน ปล่อยทิ้งไว้ก็เสียของพอดู


    เขานั่งคิดและเปิดตำราเทพแห่งการช่างไปด้วย เพื่อดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่เขาสามารถสร้างได้เลยในตอนนี้ เท่าที่ค้นหาดูแล้ว ก็มีเพียงโกเลมเท่านั้นที่พอจะสร้างได้ ซึ่งมันสามารถใช้งานได้นานขึ้น และไม่ต้องซ่อมบำรุงมันอีกด้วย ต่างจากโกเลมที่เขาสร้างก่อนหน้า ซึ่งใช้เหล็กธรรมดาและไม้เป็นวัสดุ ที่เมื่อใช้งานไปสักเดือนก็ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ


    เมื่อได้สิ่งของที่สามารถสร้างได้ เขาก็ลงมือทำในทันที การทำงานในการสร้างใช้เวลาไม่นานมากนัก เพียงหกชั่วโมงโกเลมทั้งหกตัวก็เสร็จสิ้น และพวกมันก็เริ่มทำงานตามคำสั่งที่เขียนลงไป ซึ่งการสร้างโกเลมพวกนี้ไม่ยากเลย เพราะมีแบบแปลนและวิธีการสร้างอย่างละเอียดอยู่ในมือ เพียงแค่ทำรูปทรงของส่วนประกอบให้เหมือนก็เพียงพอแล้ว


    การทำงานของพวกมันดูลื่นไหลมากขึ้น เพราะคุณสมบัติลดน้ำหนักและขยายขอบเขตพลังมานานั้นเอง ทำให้น้ำหนักของพวกมันลดลง และการเคลื่อนไหวสามารถทำตามคำสั่งได้รวดเร็วขึ้น จึงทำให้การทำงานของพวกมันคล้ายมนุษย์ยิ่งขึ้น


    หลังจากการทำโกเลมเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มกก็เริ่มคิดหาวิธีใช้พวกโลหะเวทมนตร์ที่เหลือต่อไป เขาทั้งทดลองสร้างดาบขึ้นมาบาง แต่มันก็แทบจะล้มเหลวทุกครั้ง เนื่องจากดาบเหล่านั้นขาดความสมดุลในการใช้ บางเล่มแหลมคมเป็นอย่างมาก แต่มันก็เปราะบางมากเช่นกัน เพียงฟันใส่หินมันก็สามารถตัดผ่านได้แต่ใบดาบก็หักทันทีหลังจากผ่านวัตถุนั้นไปแล้ว


    บางครั้งมันก็แข็งแกร่งอย่างที่สุด แต่กลับไม่มีความคมอยู่เลย จึงทำให้มันไม่ต่างจากกระบองหรือพลองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันไม่ใช่วัตถุประสงค์ในการสร้าง และมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สมดุลกัน


    ถึงแม้จะลองลอกเลียบแบบดาบที่เขามีอยู่แล้ว แต่ส่วนมากก็ล้มเหลว เพราะเขาไม่อาจจะทราบได้ว่า ภายในดาบของเขามันประกอบขึ้นมาอย่างไร เพราะพวกดาบเขาไม่ได้เป็นออกแบบ เพียงแค่บอกความต้องการไปเท่านั้น ช่างของคามิลก็สร้างออกมาให้ ส่วนชุดเกราะถึงแม้เขาจะบอกความต้องการและแบบแปลนไป แต่มันก็ถูกแก้หลายจุด และเขาก็ไม่ทราบถึงการสร้างพวกมันขึ้นมาเช่นกัน


    นั้นทำให้มุมถ้ำหนึ่ง มีเศษดาบและอาวุธอีกหลายชนิด รวมทั้งมีเศษชุดเกราะแบบต่างๆวางระเกะระกะอยู่เต็มไปหมด ส่วนของที่สำเร็จหรือเป็นที่หน้าพอใจ ก็วางไว้ที่อีกมุมหนึ่ง ซึ่งมีชั้นที่ทำจากไม้และหุ่นลองเสื้อ เป็นที่ตั้งโชว์และเก็บรักษาพวกของที่ทำสำเร็จไว้ ซึ่งมีเพียงชุดเกราะครบชุดหนึ่งชุดกับอีกสองชิ้นส่วน และดาบสองเล่มพร้อมกับหอกอีกหนึ่งเล่ม นอกจากนี้ยังมีมีดสั้นอีกหกเล่มวางเอาไว้อยู่


    ส่วนบ่อโลหะเวทมนตร์ยังไม่ยุบลงไปมากนัก เพราะมันหยดลงมาเรื่อยๆ ทำให้เวลาหลายสิบวันที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้วัสดุที่ใช้ทดสอบลดลงเลยแม้แต่น้อย นั้นทำให้ครรชิตยิ่งบ้าคลั่งกับการทดลองสร้างอาวุธและชุดเกราะ จากโลหะเวทมนตร์มากยิ่งขึ้นไปอีก จนแทบไม่สนใจฝึกฝนลมปราณและศาสร์อื่นๆอีกเลย แต่อย่างน้อยร่างกายของเขาก็สามารถดูซับมานา แล้วกลั่นมันเป็นลมปราณได้เอง จึงทำให้ทะเลลมปราณของเขาเพิ่มปริมาณอยู่เรื่อยๆ


    การทกลองที่บ้าคลั่งนี้ดำเนินไปอีกหลายสิบวัน จนถึงขีดจำกัดในการทดลอง ชายหนุ่มจึงหยุดการสร้างสิ่งต่างๆลง แล้วกลับไปฝึกฝนลมปราณเช่นเดิม



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1106 phairatw (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 16:01
    ขอบคุณครับ
    #1,106
    0
  2. #804 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 21:08
    นึกถึงเหล็กไหลเลย...
    #804
    0
  3. #683 Gnuh (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 13:02
    ขอบคุณครับ
    #683
    0
  4. #677 manima (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 01:09
    ขอบคุณครับ น่าจะสร้างกองทัพโกเลมไปเลย
    #677
    0
  5. #674 inasba (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 23:22
    ขอบคุณครับ
    #674
    0
  6. #673 kamol1122 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 22:25
    สนุกดีครับ
    #673
    0
  7. #672 อัมรินทร์ งามวงศ์ (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 21:16
    ขอบคุณครับ
    #672
    0
  8. #671 -:-[llสJจัunร์lสื่oมสลาย]-:- (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 20:05
    ตอนนี้มีแต่น้ำแฮะ ไม่มีเนื้อเลย
    #671
    0