ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 31 : กวาดล้างกลุ่มเงาทมิฬ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    20 ส.ค. 59

บทที่ 1 : กวาดล้างกลุ่มเงาทมิฬ



     ดูลันที่ขี่เจ้าไลก้าอยู่รู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดของมัน นั้นทำให้เขานึกคำพูดของนายน้อยได้ 'ถ้าไลก้ามันหงุดหงิดและมองไปด้านหลัง ใช้แผ่นจารึกสื่อสารซ่ะ' เขาเรียกแผ่นจารึกที่ทำจากไม้ขนาดกว้างสองนิ้วยาวสี่นิ้วขึ้นมาก่อนจะถ่ายมานาลงไปเพื่อกระตุ้นวงเวทย์สื่อสารระยะใกล้ให้ทำงาน

     "นายน้อย น่าจะมีกลุ่มคนตามข้ากับไลก้ามา ตอนนี้ข้าอยู่ใกล้กับเขตทหารและกำลังจะถึงเขตการค้า" เสียงของเขากลายเป็นข้อความไปปรากฎอยู่ที่แผ่นจารึกแบบเดียวกันกับของในมือดูลัน

     ปลายทางของมันเป็นแผ่นไม้ที่วางอยู่บนหนังสือเล่มหนึ่งในศาลากลางน้ำที่สวยงามแห่งหนึ่ง

     "อย่าเพิ่งออกจากเขตทหาร ข้ากำลังไป" ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในศาลาหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ก่อนจะกวาดทุกอย่างเข้าแหวนมิติไป เจ้าตัวหันไปมองข้ารับใช้คนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าศาลา

     "เร็กซ์ เจ้าไปบอกท่านหญิงว่าข้าจะไม่รับประทานอาหารค่ำ ให้พวกท่านรับประทานได้เลยข้าขอไปทำธุระสักครู่" เขาสั่งชายหนุ่มคนนั้นก่อนจะกระโดดหายไปกับท้องฟ้ายามเย็น คนรับใช้ได้แต่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบๆ 'หวังว่านายหญิงน้อยจะไม่อาละวาดนะขอรับ นายน้อย' เสียงแผ่วเบาที่ลอยไปตามสายลม

     ในเขตการค้ามีเงาที่เคลื่อนไหวไปตายกำแพงบ้านและหลังคาบ้านของทุกคนโดยไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเสียงกระแทกแม้แต่น้อย ดูจากรูปร่างของเงาเงานั้นเป็นคนตัวสูงและปล่อยผมยาวให้สะบัดไปตามแรงกระทำของการเคลื่อนที่ เงานั้นเคลื่อนไหวอยู่ในเงาของสิ่งก่อสร้างและจุดอับสายตาของผู้คน ทำให้ไม่มีใครรู้สึกถึงการคงอยู่ของมันได้

     เงานั้นเคลื่อนที่ไปยังเขตการทหารด้วยความรวดเร็วและเงียบเชียบจนถึงเขตทางทหาร เงานั้นหลบเข้าไปยังมุมหนึ่งของซอยตันแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีเดินออกมาจากเงาของซอยแห่งนั้น เขาคือครรชิตที่มาถึงจุดที่แผ่นไม้สื่อสารได้ส่งข้อความไป

     ครรชิตมองซ้ายมองขวาก่อนจะตามสัญญาณของสัตว์เวทในพันธะสัญญาของตนไลก้าไป เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังเขตที่ติดกับเขตทางทหารหรือก็คือเขตการค้า ใซอยแห่งหนึ่งใกล้ๆเขตการค้า ในซอยนั้นมีกลุ่มคนชุดดำสิบถึงยี่สิบคนกำลังยืนอออยู่ที่ทางเข้าซอยในมุมอับเพื่อสังเกตการณ์อีกส่วนหนึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับสิงโตวายุคลั่งที่บนหลังของมันมีเด็กชายคนหนึ่งเกาะตัวมันไว้แน่น

     เขาลอบสังเกตการณ์พร้อมประเมิณพลังในการต่อสู้ของกลุ่มชายชุดดำไปด้วย

     'ผู้ฝึกเวทย์ขั้นต้นสี่คน ขั้นกลางหกคน นักรบขั้นกลางสามคน นักรบขั้นสูงสองคน และนักรบมนตราขั้นต่ำอีกเจ็ดคน' ครรชิตกวาดต่างมองดูรอบๆนั้นเพื่อมองหากลุ่มคนอื่นๆที่อยู่บริเวณนั้น เมื่อไม่พบกำลังเสริมใดๆ เขาก็เริ่มลงมือ

     เด็กชายที่เกาะอยู่บนหลังสิงโตวายุคลั่งได้แต่ร่ำร้องอยู่ในใจถึงความโชคร้ายของตนที่ต้องมาเจอกลุ่มคนดักปล้นอย่างนี้

     "กำแพงดิน!" ชายหนุ่มร่ายเวทย์ขึ้นบทหนึ่ง ด้วยเสียงนี้เองกลุ่มโจรที่กำลังปล้นอยู่จึงรับรู้ได้ถึงบุคคลที่สาม

     กำแพงดินสีน้ำตาลพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินแบ่งแยกพวกกลุ่มโจรออกจากสิงโตวายุคลั่งพร้อมกับโอบล้อมและขังพวกมันไว้ภายใน มีโจรหลายคนลนลานแต่ก็ไม่นานนักก็มีเสียงตะโกนมาจากคนในกลุ่ม

     "จัดกลุ่ม! นักเวทย์ทำลายกำแพง นักรบมนตราโจมตีเจ้านั้น ส่วนที่เหลือป้องกันกลุ่ม!" เพียงไม่นานกลุ่มคนร้ายก็จัดทัพพร้อมบุกฝ่าและปล้นทรัพย์ต่อ

     ด้วยเสียงของพวกมันทำให้เริ่มมีชาวบ้านรับรู้ถึงการปล้นครั้งนี้ มีหลายคนวิ่งไปเรียกเหล่าทหารรักษาการ์ให้มาจับกุมโจรพวกนี้

     ครรชิตไม่รอให้พวกมันได้โจมตีกำแพงดินเขาร่ายเวทย์บทต่อไปทันที ในตอนนั้นนั้นเองหัวหน้ากลุ่มก็รู้ถึงพลังฝีมือของเขาในทันที

     "หนามพสุธา" "แยกแผ่นดิน" "หลุมลึก" "หลบ! มันเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง!"

     เวทย์ทั้งสามบทเกิดผลที่แต่ละพื้นที่ต่างกัน หนามพสุธาแสดงผลบริเวณกลุ่มหัวหน้าของมันที่เป็นนักรบขั้นสูงที่ค่อยสั่งการบริเวณนั้นเกิดเป็นแท่งหนามขนาดแขนคนแทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดินเป็นจำนวนมาก

     เวทย์แยกแผ่นดินนั้นเป็นการเคลื่อนพื้นดินเพื่อให้มันสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยในบริเวณกว้างๆเท่านั้นแต่ก็เพียงพอจะยกเลิกการร่ายเวทย์ของพวกผู้ฝึกเวทย์ได้ ส่วนการโจมตีจริงๆคือหลุมลึกที่สูบเอาพวกนักรบมนตราทั้งหลายลงสู่พื้นดินก่อนที่มันจะตรึงขาของพวกมันเอาไว้

     กร๊อด! เสียงกัดฟันของหัวหน้ากลุ่มดังขึ้นอย่างโกรธเกี้ยวหลังจากที่กลุ่มของมันถูกทำลายกระบวนทัพ มันสั่งการต่อไปแทบจะทันที

     "ถอย!" พวกมันแต่ละคนต่างก็หยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาก่อนจะกระตุ้นให้วงเวทย์ทำงานแล้วหายตัวไป

     "หน๊อย! พวกแก! ศรดิน!" สิ้นเสียงของชายหนุ่มก็มีบางคนของพวกมันโดนโจมตีเข้าที่มือแต่พวกมันจะหนีไปได้เกือบทั้งหมด แต่ก็มีบางคนที่ไม่สามารถกระตุ้นเวทย์เคลื่อนย้ายระยะสั้นได้จนถูกทิ้งไว้ด้านหลัง

     "สลาย" ชายหนุ่มคลายเวทย์ทั้งหมดหลังจากพวกมันไปหมดแล้ว

     เขาวิ่งเข้าไปแบกกลุ่มโจรสองคนที่คนหนึ่งสลบไปเพราะบาดเจ็บจากหลุมลึกเพราะหัวฟาดกับพื้น ส่วนอีกคนบาดเจ็บจากหนามพสุธาและศรดินจนขยับไม่ได้และเสียเลือดมากจนสลบไปขึ้นบนบ่าทั้งสองข้างก่อนจะหันไปมองสิงโตวายุคลั่ง

     "ไลก้ากลับ!" เขาสั่งสัตวืเวทคู่พันธะก่อนที่เขาจะพุ่งทยานผ่านตึกรามบ้านช่องไปอย่างรวดเร็วพร้อมสองโจรโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เพราะเขาใช้เวทย์หลุมลึกและกำแพงดินกลบฝั่งรอยเลือดเอาไว้ทั้งหมด

     "ข้ามาไม่ทันอีกแล้ว ค่อยดูเถอะสักวันข้าจะจับพวกแกให้ได้ เงาทมิฬ!" หลังจากครรชิตจากไปไม่นานก็มีทหารหนุ่มในชุดเกราะทองพุ่งเข้ามาในซอยนี้พร้อมทหารในชุดเกราะเงินหลายสิบคน ก่อนจะตะโกนอย่างแค้นเคือง แม้จะรู้ว่ากลุ่มนี้มีใครบ้างแต่พวกมันทำงานกันอย่างเรียบร้อยไม่เหลือหลักฐานให้สืบหาร่องลอย การที่มันจะโจมตีเอิกเกริกแบบนี้นับเป็นโอกาศอันดีที่จะจับพวกมันพร้อมหลักฐานที่แน่นหนาแต่มันกลับหายไปอีกครั้ง

     "รายงาน จากจากสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ มีสองคนถูกจับได้ขอรับ โดยกลุ่มคนที่พวกมันต่อสู้แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครหรือฝ่ายไหนขอรับ ท่านนายกอง"

     "บัดซบ! สั่งให้หน่วยข่าวเร่งสืบกลุ่มคนจับตัวพวกมันได้โดยเร็ว" สิ้นเสียงสั่งการกลุ่มทหารก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่

     หลังจากเหตุการณ์สงบชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปล้นของกลุ่มเงาทมิฬที่เริ่มจะรุนแรงและถี่ขึ้น แต่ก็จับพวกมันไม่ได้สักที

     ในบ้านพักหลังร้านค้าแห่งหนึ่ง ภายในห้องหนึ่งมีร่างของชายหนุ่มอายุยี่สิบถึงสามสิบปีสองคนถูกปิดหน้าปิดตาและปิดปากด้วยผ้าสีดำจนไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาแม้แต่น้อย

     "จะทำอย่างไรกับพวกมันดีขอรับ นายน้อย" ดูลันหันไปถามเด็กชายตัวโตที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดเครื่องไม้เครื่องมือและกล่องไม้ต่างๆ

     "ข้าจะรีดความลับจากพวกมัน เจ้าไปเฝ้าหน้าห้องไว้ ถ้าข้าไม่เรียกอย่าให้ใครรบกวนข้าได้" ครรชิตยิ้มเย็นไปให้เด็กชายก่อนที่ตนจะหันไปตั้งอุปกรณ์ต่อ

     "ขอรับ นายน้อย" เมื่อดูลันออกไปแล้ว เด็กชายได้ทำการโยนแผ่นกระดาษเกือบสิบแผ่นไปติดตามประตู หน้าต่างและพนังไว้ทุกด้าน ก่อนจะกระตุ้นวงเวทย์ให้ทำงาน

     ภายในห้องกลายเป็นห้องที่มีชั้นมานาสีใสเคลือบรอบๆห้องเอาไว้ เพื่อกันเสียงและสิ่งอื่นๆไม่ให้หลุดรอดออกไปด้านนอก เด็กชายเอาผ้าที่อุดปากพวกมันออก หนึ่งในสองคนร้ายที่ได้สติขึ้นมาแล้วพยายามจะกัดฟัน ครรชิตเห็นอย่างนั้นก็ซัดผ้าไปอุดปากมันอีกครั้ง

     "เจ้าพวกนี้ใช่ไม่ได้เลย พยายามจะปล้นของของข้าและจะฆ่าตัวตายงั้นรึ มันจะมักง่ายไปหน่อยไหม" ครรชิตพูดด้วยเสียงเย็นชาก่อนจะทำอะไรบ้างอย่างกับพวกมัน

     "ล็อค!" สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มร่างกายของพวกมันก็ปรากฎลายสักรูปโซ่ขึ้นทั่วทั้งตัว

     นี้เป็นเวทย์ไร้ธาตุขั้นสูงที่เขาอ่านเจอมันเป็นเวทย์ที่ต้องใช้คู่กับวงเวทย์และศิลาจิตอสูรระดับหนึ่งไร้ธาตุถึงจะได้ผล มันจะทำการผนึกประสาทสัมผัสทั้งห้าของผู้ที่โดนผลเวทย์นี้ระยะเวลาหนึ่ง ทำให้คนที่โดนกลายเป็นคนพิการได้แต่อยู่นิ่งๆไปสักพัก เพราะไม่สามารถบังคับการเคลื่อนไหวของร่างกายได้

     "เอาล่ะเรามาดูกันว่าในตัวพวกแกมีอะไรบ้าง" เขาเริ่มค้นตัวทั้งคู่

     ในตัวพวกมันมีแหวนมิติขนาดเล็กอยู่คนละวงภายในส่วนมากเป็นยาเบื้องต้นประสิทธิภาพต่ำและศิลาจิตอสูรระดับหนึ่งจำนวนเล็กน้อย อาวุธของพวกมันก็มีเพียงดาบเหล็กธรรมดาๆเท่านั้น ส่วนของอื่นๆก็ไม่มีอะไรอีกนอกจากการึกเคลื่อนย้ายระยะใกล้แบบเจาะจงบุคคลคนละหนึ่งแผ่นเท่านั้นและของจิปาถะเล็กๆน้อยๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

     ครรชิตมองพวกมันอย่างเบื่อหน่าย เพราะพวกนี้ไม่มีจารึกติดตามหรือจารึกสื่อสารติดตัวเลยแม้แต่อันเดียว ทำให้เขาไม่อาจหาที่อยู่ของมันได้ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรไม่ได้

     "พวกแกรู้ไหม หนึ่งในสิ่งที่ข้าชอบที่สุดเวลามีคนมายุ่งกับของของข้าคืออะไร ทำลายพวกมันให้สิ้นซากยังไงละ" ครรชิตยิ้มอย่างโรคจิตไปให้พวกมันทั้งคู่

     ทั้งสองคนไม่ได้ยินหรือรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองสลบหรือยังมีสติอยู่กันแน่ ครรชิตมองไปที่พวกมันก่อนจะเอากรวยกรอกยามายัดปากพวกมันทั้งสองคน ก่อนที่เขาจะเอาน้ำมันทาร์ที่เป็นของไร้ประโยชน์โลกนี้เพราะทุกคนต่างก็สามารถใช้มานากระตุ้นพวกโคมไฟหรือที่จุดไฟได้มากรอกใส่ปากพวกมันหลายขวด

     ปรกติน้ำมันทาร์มักจะใช้ในการเร่งไฟของครอบครัวทั่วไปและบางครั้งก็ใช้ทาหลังคาป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝน เพราะมันสามารถหาได้ง่ายๆจากสัตว์เวทที่ชื่อว่า'ทาร์'มันเป็นสัตว์เวทที่อ่อนแอ่ที่สุดแล้วเพราะมันไม่สามารถโจมตีได้นอกจากยิงน้ำมันให้คนลื้นล้มเท่านั้น เมื่อมันตายร่างกายที่เป็นของเหลวสีดำซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟง่ายและกันน้ำได้ดีมักจะถูกนำไปใช้ 

     หลังจากรอกน้ำมันทาร์เสร็จ ชายหนุ่มก็ติดจารึกไว้ใต้ชุดของพวกมันหลายสิบแผ่น โดยทุกแผ่นเป็นเวทย์ระเบิดไฟทั้งสิ้น นอกจากนี้เขายังใส่แผ่นจารึกเวทย์ติดตามไปอีกด้วยเพื่อจะได้รู้ว่ามันกลบดานอยู่ที่ไหน

     "โชคดีสหาย" "คลาย"

     ครรชิตชักนำมานาในร่างกายของพวกมันมันทั้งสองคนให้กระตุ้นจารึกเคลื่อนย้ายทำงาน ก่อนจะคลายเวทย์ล็อคเพื่อให้พวกมันจ่ายมานาด้วยตนเอง

     สิ่งสุดท้ายที่พวกมันเห็นคือรอยยิ้มเย็นชาของชายหนุ่มที่เป็นคนจับตัวมันมา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #413 Gnuh (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 13:57
    ขอบคุณครับ
    #413
    0
  2. #356 จิ๊ม (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 02:14
    ทำไมไม่ทดลองยาพิษเล่า เหอะ ๆ
    #356
    0
  3. #305 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 00:01
    โหดแท้...
    #305
    0
  4. #148 arm (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 20:19
    ขอบคุณคับ

    #148
    0
  5. #93 Yingpoon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 13:43
    สนุกมากค่ะ ขอบคุณไรท์นะคะ
    #93
    0
  6. #88 negiharem (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 04:13
    ระเบิด delivery 
    #88
    0
  7. #87 patiphanpinkham (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 20:47
    โหดแท้เหลา...
    #87
    0
  8. #86 ปกเงิน& (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 20:30
    ขอบคุณคับ
    #86
    0
  9. #85 รามิเรส (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 20:06
    ขอบคุนคับ
    #85
    0
  10. #84 .......... (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2559 / 19:56
    ไม่น่าใช้ชื่อตอนว่ากวาดล้างนะ
    #84
    0