ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 141 : สงครามที่ก่อตัวขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    14 ธ.ค. 59

บทที่ 3 : สงครามที่ก่อตัวขึ้น




    การเตรียมการสำหรับการหลอมยาอายุวัฒนะกำลังไปด้วยดี น้ำหวานของดอกบัวสวรรค์แปดกลีบถูกเตรียมพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงสมุนไพรและชิ้นส่วนสัตว์เวทอีกไม่กี่อย่างเท่านั้น


    การหลอมยาอายุวัฒนะของครรชิตเป็นเพียงยาอายุวัฒนะระดับต่ำเท่านั้น แต่มันก็ดีกว่าตัวทากรักษาถึงสิบเท่าด้วยกัน


    ทากรักษาเป็นยาอายุวัฒนะที่มีชีวิต หลังจากทำพันธะสัญญากับเจ้าของแล้ว เมื่อเลี้ยงดูมันครบสิบปีจะได้อายุขัยจากมันสิบปี แต่ถ้าเลี้ยงดูต่ำกว่าสิบปีแล้วร้องขออายุขัยจากมันจะได้เพียงหนึ่งปีเท่านั้น


    หากมีผู้ใดเลี้ยงดูมันครบหนึ่งร้อยปี มันจะหลอมรวมเข้ากับเม็ดพลังมานาของคนผู้นั้น มันจะมอบอายุขัยให้ปีละหนี่งครั้ง ครั้งหนึ่งจะได้อายุขัยอยู่ที่หนึ่งถึงสองปีอยู่เสมอๆ


    แต่ตามข้อมูลที่ผ่านจากอดีตจนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงดูให้เกินห้าสิบปีนั้นนับว่ายากจนไม่มีใครเคยทำได้ เพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด เจ้าทากรักษาต้องการพลังมานาเป็นอาหารมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้เป็นจอมเวทย์ไตรธาตุก็ตามที


    และข้อสำคัญของการเลี้ยงทากรักษาคือ การที่บุคคลหนึ่งสามารถเลี้ยงมันได้เพียงตัวเดียวต่อช่วงชีวิตของคนๆนั้น ทำให้มันเป็นของที่ถูกดูแลอย่างดี ใครมีพวกมันไว้ในครอบครองมักจะปิดข่าวให้เงียบที่สุด เพื่อป้องกันการตามชิงฆ่าก่อนที่จะเลี้ยงทากรักษาได้เกินสิบปี


    ส่วนยาอายุวัฒนะระดับต่ำที่หลอมจากน้ำหวานดอกบัวสวรรค์แปดกลีบกลับสามารถใช้ได้ตลอดเวลา ถึงแม้เพิ่งหลอมเสร็จเป็นเม็ดยาก็สามารถเพิ่มอายุขัยได้ได้ถึงหนึ่งปีเลยทีเดียว แต่ถ้าทำการหมักและบ่มมันในรูปของเหลวต่อไป มันจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก


    ชายหนุ่มที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในบ้านต้นไม้สุดหรู เขาได้ลืมตาขึ้นมา เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างส่งเสียงเรียกเขาอยู่เรื่อยๆ


    "หืม? มีผู้มาเยือนมากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน" เสียงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นดังออกมาจากของชายหนุ่มผมยาวในชุดผ้าไหม


    ครรชิตลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ก่อนจะสะบัดชายเสื้อเบาๆราวกับผีเสื้อขยับปีก ชุดเกราะสีดำและชุดเกราะชิ้นส่วนสัตว์เวทก็ลอยออกมาจากกำไลมิติของชายหนุ่ม มันประกอบกันรูปแบบที่หน้าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง


    ดาบใหญ่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้น มันเป็นดาบที่ผสมผสานไปด้วยกระดูกและโลหะบางชนิด มันปล่อยกลิ่นอายของความตายที่รุนแรงออกมา เช่นเดียวกับอาวุธอย่างอื่น ทั้งหอกขว้าง ดาบคู่ ดาบมือเดี่ยว ธนูหรือแม้แต่มีดสั้นก็ปล่อยกลิ่นอายของความตายออกมา


    นี้ผ่านมาหนึ่งอาทิย์แล้วตั้งแต่ที่เขาออกมาจากบึงบัวสวรรค์แปดกลีบ เขาไม่ได้ทำเพียงแค่ปรับสภาพพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพียงเท่านั้น แต่หลอมรวมและอัพเกรดชุดเกราะสีดำให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับอาวุธคู่มือของเขาทั้งหมดที่ถูกปรับแต่งจนกลายเป็นของที่อยู่ตรงหน้าเขา


    ทั้งอาวุธและชุดเกราะสามารถต่อสู้กับสัตว์เวทระดับแปดได้อย่างสูสี และสามารถต่อสู้กับสัตว์เวทระดับเก้าได้หลายวินาทีเลยทีเดียว เพราะส่วนใหญ่ชิ้นส่วนที่เสริมเข้าไปเป็นของสัตว์เวทระดับแปดและเก้าที่ตายอยู่ก่อนแล้วในค่ายกลเวทย์ก่อนนั้นทั้งสิ้น


    ในตอนนี้เม็ดพลังลมปราณอันที่หกสามารถก่อตัวได้แล้ว แต่เขากลับไม่มีศิลาจิตอสูรที่น่าใช้อยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะส่วนใหญ่เขาใช้ไปในการสร้างอุปกรณ์สำหรับเป็นรางวัลในภารกิจเสียหมด


    จะมีก็แต่ศิลาจิตอสูรธาตุไฟตัวหนึ่ง มันชื่อว่า'หงส์เพลิงทองคำ'สัตว์เวทระดับแปด เขาพบกับซากและศิลาจิตอสูรของมันที่ยังไม่ถูกกิน จึงแย่งชิงมันมาจากฝูง'แร้งกรงเล็บมรกต'สัตว์เวทระดับแปดเช่นกัน


    สภาพของหงส์เพลิงทองคำที่เขาพบนั้น มันถูกฆ่าด้วยการถูกฉีกกระซากออกเป็นชิ้นๆ ซากของมันกระจายไปหลายสิบกิโลเมตร และมีบางส่วนที่มันถูกผู้ฆ่านำไปด้วย เหลือเพียงไม่กี่ส่วนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นป่าแห่งนั้น แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่หลายสิบเมตร


    รอบชิ้นส่วนของหงส์เพลิงทองคำจะมีไฟไหม้ตลอดเวลา ทำให้พวกแร้งกรงเล็บเขียวได้แต่โฉบลงมาหยิบซากทีละเล็กทีละน้อย เขาใช้วิธีตรวจสอบซากที่มีพลังมานาอยู่มากที่สุด แล้วร่ายเวทย์ป้องกันแทบทุกธาตุที่มีพร้อมกับเกราะลมปราณ และวิ่งเข้าไปเก็บชิ้นส่วนนั้นออกมา


    ชิ้นเนื้อนั้นมีขนาดเล็กประมาณสองตารางเมตรกว่าๆเท่านั้น และเขาก็โชคดีที่มันมีศิลาจิตอสูรอยู่ด้วย พร้อมกับกระดูกสองสามชิ้น ขนสีทองที่มีเปลวเพลิงลุกไหม้อีกสิบกว่าเส้น เนื้อและหนังของมันอีกเล็กน้อย


    ถึงแม้แหวนมิติจะไม่สามารถเอาของออกมาได้ แต่สามารถยัดของเข้าไปได้เสียอย่างงั้น แต่ด้วยพื้นที่ว่างเพียงเล็กน้อย ทำให้การเก็บชิ้นส่วนสัตว์เวทเขาต้องคิดอย่างหนักเลยทีเดียว


    ครรชิตได้ส่วมชุดเกราะทุกส่วนลงบนตัว พร้อมกับเลือกเอาดาบใหญ่มาถือไว้ ก่อนจะเหน็บมีดสั้นนับสิบเล่มไว้ที่ซองข้างเอว ห้อยดาบคู่ไว้ที่สะโพกทั้งสองข้าง สะพายดาบมือเดียวไว้กลางหลัง พาดธนูไว้ทางซ้ายและมีกระบอกลูกธนูพาดอยู่ที่เอวด้านหลัง


    อาวุธทุกชิ้นเหมือนกับติดแน่นเป็นส่วนหนึ่งของชุดเกราะไปเสียแล้ว เหมือนกับว่าทั้งอาวุธและชุดเกราะเป็นหนึ่งเดียว เขาก้าวไปบนวงเวทย์ก่อนที่จะปรากฏตัวที่ด้านล่างของต้นไม้ พร้อมกับโกเลมรูปร่างมนุษย์อีกหลายตัว ระดับต่ำสุดก็ผู้ใช้ศาสตราวุธขั้นกลางสูงสุดก็จอมศาสตราวุธ


    "ดูเหมือนพวกมันจะมีธุระกับข้าจริงๆสินะ" ชายหนุ่มมองผ่านหน้ากากแสดงผลของชุดเกราะ ที่ด้านนอกค่ายกลเวทย์มีบุรุษและสตรีหลายสิบคนมีตั้งแต่วัยเยาว์ยันสูงอายุยืนกันเต็มไปหมด พวกมันจับจองไปยังพื้นที่ตรงหน้าอย่างสงสัยใคร่รู้


    "พวกนี้ไม่ตึงมือโกเลมของเราสักเท่าใด พวกเจ้าออกไปเล่นกับพวกมันสักหน่อยสิ" พูดจบเขาก็ยกมือก่อนจะทิ้งมือลงไปยังทิศทางของพวกนั้น


    โกเลมข้างกายเขาสองตัวพุ่งออกไปจากค่ายกล ก่อนจะเข้าปะทะกับผู้คนที่ถืออาวุธและจัดตั้งขบวนรบอยู่หยน้าค่ายกลเวทย์อย่างรุนแรง


    ในขณะที่ดินแดนราชาเทพกำลังเกิดสงครามย่อมๆของฝ่ายบุกรุกและเจ้าบ้านอยู่ ในอาณาจักรอเคเซียก็กำลังจะเกิดสงครามขึ้นเช่นกัน


    "ฝ่าบาท อาการของท่านทรุดลงเป็นอย่างมากพะยะค่ะ เกรงว่าฝ่าบาทจะมีเวลาอีกไม่กี่เดือนเท่านั้น" เสียงหมอหลวงดังขึ้นพร้อมกับสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ท่านตรวจดูอาการและพระวรกายของกษัตริย์แห่งอาณาจักรอเคเซีย


    "มีทางใดที่จะช่วงพระบิดาได้หรือไม่ ท่านหมอหลวง" เสียงของชายหนุ่มผู้เป็นองค์รัชทายาทดังขึ้น เขาเป็นชายหนุ่มใกล้วัยกลางคนแล้ว ด้วยอายุเกือบสามสิบปีในตอนนี้ เขาใส่ชุดสีทองปักลวดลายของมังกรยุโรปที่ดูน่าเกรงขาม


    "เกรงว่าความสามารถของกระหม่อมจะกระทำมิได้พะยะค่ะ มีเพียงผู้ปรุงยาระดับสูงขึ้นไปถึงจะปรุงโอสถที่รักษาอาการพระประชวรของฝ่าบาทได้ ข้าเป็นเพียงผูปรุงยาระดับกลางเท่านั้น" หมอหลวงตอบด้วยความซื่อสัตย์แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย เพราะเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่ร่ำเรียนวิชาการปรุงยาจนถึงระดับกลางได้ในตอนนี้ของอาณาจักรอเคเซีย แต่กลับไม่มีความสามารถช่วยชีวิตกษัตริย์ของตนเองได้


    การแบ่งระดับของผู้ปรุงยาแบ่งเป็นสามระดับ คือผู้ปรุงยาระดับต้น สามารถปรุงยาตามสูตรระดับต้นจึนถึงระดับสูงได้อย่างไม่ผิดพลาด ผู้ปรุงยาระดับกลางคือผู้ที่ปรุงยาระดับสูงสุดได้และปรับสูตรปรุงยาระดับต่ำกว่ากลางได้อย่างเชี่ยวชาญ


    และสุดท้ายคือผู้ปรุงยาระดับสูง พวกมันสามารถปรุงยาระดับหายากได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นยาอายุวัฒนะประเภทต่างๆ ทั้งเพิ่มอายุขัย เพิ่มความเร็วการก้าวผ่านระดับการฝึกฝนหรือแม้กระทั่งปรุงยาย้อนวัย เป็นต้น


    และยังมีอีกหนึ่งระดับที่ไม่เคยปรากฏตัวมากกว่าหนึ่งหมื่นปีแล้ว นั้นคือผู้ปรุงยาระดับเทพเจ้าซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่เคยมีอยู่ในบันทึก ผู้ซึ่งสามารถเปลี่ยนสมุนไพรธรรมดาให้กลายเป็นยาอายุวัฒนะได้อย่าง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ


    ทั้งห้องบรรทมขององค์กษัตริย์เต็มไปด้วยความเงียบอย่างถึงที่สุด จนกระทั่งเวลาผ่านไปได้เกือบหนึ่งชั่วโมง กษัตริย์แห่งอาณาจักรอเคเซียก็ทรงฟื้นคืนสติกลับมา


    "ลูกพ่อ เจ้าต้องเข้มแข็งและสานต่อเจตนารมณ์ของข้าให้ได้" ราชาผู้ชราภาพพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แห้งพร่า มันยกมือขึ้นไปลูบยังใบหน้าของลูกชายตนอย่างอ่อนโยน


    "ราชเลขา!" เสียงขององค์ราชาดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงตอนรับมาจากนอกห้อง แล้วขุนนางผู้หนึ่งก็เดินเขามาในห้องอย่างรีบเร่ง และหยุดรอห่างจากแท่นบรรทมเล็กน้อย


    "ข้าอยู่ที่นี้แล้วพะยะค่ะ" เสียงของชายชราดังขึ้น ก่อนที่มันจะคุกเข่าทำความเครารพและรอคำสั่งอยู่ตรงนั้น


    "เขียนคำสั่งของเราต่อไปนี้ ข้าขอแต่งตั้งให้องค์รัชทายาท'อิกซิล'เป็นผู้สำเร็จราชการแทน มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าชีวิตข้าจะหาไม่ จึงมอบราชบัลลังก์แก่องค์รัชทายาทสืบต่อไป" เสียงที่ทรงอำนาจแตกต่างจากเสียงอันแหบแห้งใกล้ตายก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง


    "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ ฝ่าบาท" ราชเลขาผู้เฝ้าอยู่หน้าแท่นพรรทมขานรับ ก่อนจะเดินออกไปจากพร้อมกับพระราชโองการที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อสักครู่


    ด้วยโองการฉบับนี้ ทำให้อาณาจักรอเคเซียถึงกับสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ข่าวการประชวรหนักขององค์กษัตริย์กระจายไปทั่วอาณาจักรในเวลาไม่นาน ทำให้ขุนนางและชาวบ้านตามเมืองชนบทต่างตื่นตระหนกกันเป็นอย่างมาก


    ขุนนางหลายฝ่ายเริ่มแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอย่างชัดเจน มีทั้งเข้าร่วมกับองค์รัชทายาท องค์ชายคนอื่นๆที่มีอำนาจมากหน่อย หรือแม้กระทั่งคิดจะตั้งต้นเป็นกษัตริย์เลยก็มี แต่ก็มักจะถูกกวาดล้างในเวลาไม่กี่วันเท่านั้น


    เมื่อข่าวของการตั้งผู้สำเร็จราชการแทนถูกประกาศออกไป ผู้คนที่กำลังล่าสัตว์เวทระดับเจ็ดชนชั้นราชาเทียมกำลังรุนแรงขึ้นไปอีกระดับ ถึงแม้จะมีองค์ชายและองค์หญิงหลายคนที่ไม่สนใจมันสักเท่าใดในตอนแรก แต่เมื่อได้รับราชโองการล่าสุดที่ประกาศออกมา พวกเขาต้องให้ความสำคัญกับสัตว์เวทระดับเจ็ดตนนี้อย่างที่สุด


    แม้จะเสียหายไปบ้าง แต่ก็มีองค์ชายและขุนนางหลายกลุ่มได้ผลประโยชน์ตอบแทนไปไม่น้อย บ้างคนได้เลือดสำหรับปรุงยา บ้างคนได้ชิ้นส่วนที่แตกหักจากการต่อสู้หรือแม้กระทั่งดูดซับพลังมานาที่มันกระจายออกมาทั่วทั้งบริเวณ ทำให้การต่อสู้ยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีก


    จำนวนผู้ที่บาดเจ็บจากการล่าสัตว์เวทตัวนี้มากขึ้นเป็นอย่างมาในระยะเวลาเพียงสองวันหลังจากราชโองการถูกป่าวประกาศ และมีคนตายอีกหลายสิบคนจากการต่อสู้ในครั้งนี้


    การกระทบกระทั่งกันของขั้วอำนาจต่างๆเริ่มมีปรากฏให้เห็นได้บ่อยมากขึ้น มีทั้งการต่อสู้กันในที่ลับและที่แจ้ง จนชาวบ้านและขุนนางที่เป็นกลางต่างต้องรวมกลุ่มกันเพื่อป้องกันตนเองเสียแล้ว


    "พวกเราถอย!" เสียงของกลุ่มโจรหลายสิบคนพาคนที่บาดเจ็บและล้มตายหนีกลับเข้าป่าไป หลังจากที่พวกมันออกมาปล้นกลุ่มคนนับสบคนที่กำลังเข้าป่าล่าสัตว์เวท แต่พวกมันกลับถูกตีแตกได้อย่างรวดเร็วด้วยเวลาไม่ถึงสองนาที


    "คุณหนูเมย์ ท่านจะทำยังไงต่อไปดีขอรับ นายน้อยยังไม่กลับมา แถมเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่นายน้อยวางแผนไว้ถึงสองเดือนด้วยกัน" หนึ่งในข้ารับใช้ถามคำถามนี้กับเด็กสาวคนหนึ่ง


    "เปลี่ยนภารกิจใหม่เป็นล่าพวกโจรอย่างเดียว การฝึกลดลงเหลือสามวันต่อสัปดาห์ก็พอ ที่เหลือล่าพวกโจรและกองกำลังในป่าให้หมด" เด็กสาวตอบเสียงขุ่น ก่อนจะเดินกระทืบเท้าอย่างอารมณ์เสียจากไป ทิ้งให้ข้ารับใช้ทั้งหกคนมองหน้ากันอย่างมึนงง


    "เรียกกลุ่มที่สองกลับมา ไม่ต่อไล่ตามพวกมันไป เราจะกลับไปยังฐานที่มั่นก่อน" มันหันไปพูดกับหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่ม ก่อนที่เธอจะพยักหน้าตอบรับกับคำสั่งของมัน


    เธอเป่าปากหนึ่งครั้งนกฮูกสีน้ำตาลก็ปรากฏขึ้น มันบินไปยังทิศทางที่พวกโจรล่าถอยไป ซึ่งมีกลุ่มคนหลายคนตามติดพวกมันไปด้วย


    "ไปกันเถอะ" ทั้งกลุ่มเดินตามเด็กสาวที่เดินนำอยู่ริบๆไป ทิ้งร่องรอยการต่อสู้ที่เละเทะเอาไว้ด้านหลัง


    ทางด้านเด็กสาวที่เดินนำไปไกลแล้วนั้น เธอกำลังเรียกเอาปลอกแขนสีเงินออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะสวมมันลงไปพร้อมกับกำไลสีเงินที่ข้อมืออีกข้าง


    ปลอกแขนเรืองแสงสีฟ้าขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่หน้าตาโฮโลแกรมมันจะเปิดขึ้นมา เด็กสาวพิมพ์ข้อความลงไปอย่างมากมาย ก่อนจะส่งมันออกไปในทันทีที่พิมพ์เสร็จเรียบร้อย ซึ่งแสงสีฟ้าจากปลอกแขนก็หายไป เด็กสาวจึงถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ


    "อาจารย์ ท่านอยู่ที่ไหนกันนะ" เด็กสาวพึมพำออกมาเบาๆ แล้วก้าวเท้าเดินตรงไปยังเมื่อหลวงอย่างเฉื่อยช้า โดยมีข้ารับใช้สิบกว่าคนมองมายังเด็กสาวอย่างสงสัย


    ทางด้านชายหนุ่มที่เด็กสาวบ่นถึงนั้น ตอนนี้กำลังมองดูการต่อสู้ที่ดูน่าเบื่อหน่ายเป็นอย่างยิ่ง การต่อสู้ที่ไม่มีการตอบโต้มันช่างน่าเบื่อเสียจริง


    "กลับมา!" เด็กหนุ่มพูดเบาๆ แต่เสียงที่ออกมากลับเป็นเสียงที่น่าเกรงขามและเต็มไปด้วยแรงกดดันมานาอย่างรุนแรง


    โกเลมที่ออกไปสู้กลับเข้ามาในค่ายกลเวทย์ ก่อนที่ผู้คนที่อยู่ด้านนอกจะรู้สึกถึงความผิดปรติ พวกมันก็ถูกอัดติดกับพื้นดินกลายเป็นกองเนื้อไปเสียแล้ว เพียงเวลาไม่นานก็มีโกเลมรูปร่างเหมือนเด็กตัวเล็กๆหลายตัวเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะฝั่งกลบและทำลายหลักฐานถึงสิ่งที่เกิดขึ้นไปจนหมดสิ้น


    "พวกมันช่างอ่อนแอยิ่งกว่าพวกที่ไล่ล่าเราเมื่อเดือนก่อนเสียอีก" ครรชิตส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่ปลอกแขนสีเงินใต้ชุดเกราะจะส่งสัญญาณบางอย่างมาให้เขา


    "หืม? ที่เมืองหลวงเกิดเรื่องขึ้นแล้วงั้นหรอ เร็วกว่าที่คิดตั้งเยอะ สงสัยได้เวลากลับไปแล้วละสิ" เขาหมุนตัวกลับไปต้นไม้ใหญ่ แล้วหายตัวขึ้นไปบนบ้านต้นไม้


    บนบ้านต้นไม้ชายหนุ่มถอดชุดเกราะออกมา ก่อนจะเก็บมันเข้าไปยังกำไลมิติระดับสูงวงหนึ่ง และเรียกเอาชุดเกราะเบาออกมาใส่แทน ในตอนแรกเขานึกว่าพวกมันจะมีกองกำลังเสริมอีกหลายพันคน แต่กลับกลายเป็นว่าพวกมันไม่ส่งสัญญาณเรียกกองกำลังเสริม ทำให้การต่อสู้มันน่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง


    "ไว้เจอกันใหม่'กลุ่มผู้เฝ้ามอง'" ครรชิตลอบตั้งชื่อให้กลุ่มเหล่านี้ ก่อนที่เขาจะหายตัวไปจากดินแดนราชาเทพ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1697 หยาดน้ำบนยอดหญ้า (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 21:57
    ดูกันต่อไป
    #1,697
    0
  2. #1579 ปกเงิน& (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 00:02
    ขอบคุณคับ
    #1,579
    0
  3. #1578 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 22:39
    ใกล้แล้วๆ
    #1,578
    0
  4. #1577 •นิลกาฬ• (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:40
    อยู่ดีๆก็ฆ่า? นิสัยเปลี่ยนไปรึเปล่านี่
    #1,577
    0
  5. #1576 over_lord2 (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 21:26
    ติดตามครับ
    #1,576
    0
  6. #1575 phairatw (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 20:23
    ขอบคุณครับ
    #1,575
    0
  7. #1574 kamol1122 (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 14:10
    สนุกดีครับ
    #1,574
    0
  8. #1573 dvdkeeper (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 14:07
    ครรชิตตอนนี้โหดแฮะ ที่ฆ่าไปน่าจะเป็นประชาชนหรือคนบริสุทธิ์แหงม ไม่งั้นคงไม่กาก แต่ก็นะพวกมันทั้งก๊กแปลกๆอยู่ละ ไม่น่าไว้ใจ
    #1,573
    0
  9. #1572 Gnuh (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 13:46
    ขอบคุณครับ
    #1,572
    0
  10. #1571 Gardena (จากตอนที่ 141)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 13:39
    ขอบคุณค่ะ
    #1,571
    0