ราชันเงาแห่งอเคเซีย

ตอนที่ 142 : สงครามที่ก่อตัวขึ้น (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    15 ธ.ค. 59

บทที่ 3 : สงครามที่ก่อตัวขึ้น (2)




    แสงสีฟ้าปรากฏขึ้นที่พื้นห้องลับใต้ดิบของบ้านหลังหนึ่ง ก่อนที่ห้องทั้งห้องจะตกอยู่ในแสงสีฟ้า มันสว่างวาบขึ้นมาเพียงแว่บเดียวท่านั้น ก่อนที่ตรงแสงที่ปรากฏจะมีชายหนุ่มที่หน้าตาดูหล่อเหลาในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน


    เขามองไปรอบๆห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะส่งพลังมานาออกไปด้านหนึ่งของห้อง ไฟสีเหลืองนวลปรากฏขึ้นส่องแสงกระจายไปทั่วทั้งห้องใต้ดิน


    ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเดินไปยังส่วนหนึ่งของห้อง แล้วประทับมือลงไปบนแป้นบางอย่างที่ฝาผนัง ผนังเรียบเนียบกลายเป็นประตูบานหนึ่งที่ดูแปลกตาสำหรับยุคสมัยนี้


    เมื่อออกมาจากห้องลับ ประตูที่เป็นชั้นหนังสือก็ปิดลงอย่างเรียบสนิท เหลือไว้เพียงชั้นหนังสือที่ดูเข้ากับห้องทำงานแห่งนี้


    ครรชิตมองไปยังห้องทำงานของตัวเอง มันเต็มไปด้วยฝุ่นและเศษผงหนาหลายมิลลิเมตร เขามองมันอย่างไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะโบกมือครั้งหนึ่ง โกเลมที่มีขนาดเท่าเด็กตัวเล็กๆออกมาสามตัว พวกมันเริ่มทำการดูดฝุ่นและทำความสะอาดห้องทำงานนี้


    เมื่อฝุ่นและเศษผงต่างๆถูกดูดจนหมดสิ้น เขาก็โบกมือเก็บพวกมันกลับเข้าไปในแหวนมิติอีกครั้ง


    เขามองไปยังห้องที่ถูกทำความสะอาดอย่างพอใจ แล้วออกจากห้องไปยังตัวบ้านของตัวเอง ซึ่งมันยังคงดูดีและไร้ซึ่งฝุ่น เพราะบริเวณบ้านสามารถทำความสะอาดได้ แต่ส่วนของห้องทำงานที่เชื่อมกับห้องลับ มันถูกสั่งห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยสิ้นเชิง


     ถ้ามีใครพยายามเข้าไปโดยไม่บอกกล่าวหรือลอบเร้นเข้าไป พวกมันมัจะถูกจับขังและทรมานเพื่อรีดเร้นข้มมูลด้วยโกเลมรูปร่างมนุษย์ ที่ซึ่งตอนนี้มีผู้ถูกขังอยู่หนึ่งคนและมันเป็นคนที่ท้าทายอีกหนึ่งคนครั้งนี้


    "ยังมีคนลองดีกับกฏที่ข้าตั้งไว้อีกรึ" ครรชิตพึมพำเบาๆ เมื่อได้อ่านรายงานที่เพิ่งถูกส่งมาจากโกเลมผู้ทรมานผู้บุกรุก


    เขาอ่านมันแบบผ่านๆ ก่อนจะจ้องมองไปยังผู้อยู่เบื้องหลังอย่างสงสัยเล็กน้อย มันทำให้เขาถึงกับยิ้มออกมาอย่างยินดี ในที่สุดปลาตัวใหญ่ก็กินเหยื่อเสียที


    "องค์ชายใหญ่ ในที่สุดท้ายก็เคลื่อนไหวแล้วสินะ" เขาพูดออกมาเบาๆ ก่อนจะเผารายงานนั้นทิ้งไปเสีย ก่อนจะโบกมือไปยังโกเลมทรมาน


    "จัดการให้เรียบร้อยด้วย" เขาสั่งมันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านของเขาไป


    การกลับมาของชายหนุ่ม มีเพียงคนไม่กี่คนที่รับรู้ได้ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นมา หนึ่งในนั้นคือลูกศิษย์ของเขา เธอรับรู้ตั้งแต่ชายหนุ่มปรากฏขึ้นบนวงเวทย์ในห้องใต้ดินแล้ว


    ครรชิตเดินอย่างสบายๆไปยังลานฝึกที่กลางบ้าน ที่นั้นมีเพียงไม่กี่คนที่ยังคงฝึกฝนอยู่ ส่วนใหญ่ออกไปล่าค่าหัวพวกโจรหรืออกไปฝึกฝีมือกันทั้งหมด ที่เหลืออยู่ในลานฝึกจะเป็นคนที่มีพลังน้อยว่าคนอื่นเป็นส่วนมาก


    มีเพียงสองสามคนที่ดูแล้วสามารถล่าค่าหัวพวกโจรได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ยอมเสียเวลามาฝึฝนให้กับคนที่อ่อนแอกว่า ซึ่งอาจจะเป็นพี่น้องหรือเพื่อนสนิท รวมทั้งบางคนก็เป็นคู่รักก็มาฝึกซ่อมด้วยกันก่อนมี


    เขาจ้องมองไปยังลานฝึกเล็กน้อย แล้วเดินเลยไปยังอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในสวนขนาดใหญ่ของบ้านหลังนี้ มันเป็นอาคารชั้นเดียวคล้ายๆกับบาร์เหล้า มันมีกระดาษที่เต็มไปด้วยภารกิจอยู่ฝั่งหนึ่ง และที่อีกฝั่งมีพนักงานสาวสวยและชายหนุ่มอีกคนกำลังประจำบาร์อยู่


    ที่แห่งนี้เป็นจุดรวมตัวของข้ารับใช้อีกแห่งหนึ่งนอกจากลานฝึก ที่นี้จะมีภารกิจให้ทำและสามารถนำแต้มมาแลกกับของได้ที่วงเวทย์ในบาร์แห่งนี้ เช่นเดียวกับการแลกเปลี่ยนเป็นยาหรืออาหารที่ส่งผลถึงการฝึกฝน มันสามารถแลกได้กับสองพ่อลูกที่เป็นพนักงานประจำบาร์ได้โดยตรง


    "สวัสดีค่ะ นายน้อย ไม่เจอกันเสียนานนะค่ะ" หญิงสาวทักทายชายหนุ่มอย่างนอบน้อม เช่นเดียวกับชายวัยกลางคนที่ยิ้มให้เขาอย่างเคารพ ก่อนจะแยกตัวไปจัดเตรียมสิ่งของที่ด้านหลัง ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันที่หน้าร้าน


    "สวัสดี มาริ" เขาทักทายหญิงสาว ซึ่งเธอดูดีกว่าเมื่อสามเดือนก่อนเป็นอย่างมาก


    เขาพบสองพ่อลูกจากนอกเมืองในป่าใกล้ๆกับเหมืองแร่ในแถบนี้ ทั้งสองคนทำงานเป็นคนงานเหมืองแห่งหนึ่งในแถบนั้น แต่ทว่าเหมืองแห่งนั้นเป็นเหมืองผิดกฏหมายของบ้านเมือง


    ทั้งสองคนถูกใช้แรงงานอย่างหนักและถูกให้ยาเสพติดอย่างหนึ่งที่เรียกว่า'ราตรีนิรันดร์' ซึ่งมันจะทำให้ผู้ใช้มีพละกำลังมหาศาลเป็นเวลาสามวันสามคืนติดต่อกัน ทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างต่อเนือง แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือการหมดแรงหนึ่งวันเต็มๆ และมีความต้องการยาตัวนี้เพิ่มอีกจำนวนมาก


    สำหรับเหมืองผิดกฏหมายที่ไม่รู้จะถูกตรวจพบเมื่อไร การใช้สารกระตุ้นเช่นนี้นับว่าคุ้มเกินคุ้ม เพราะสิ่งที่ใช้ปรุงยากไม่หายากมากมายนัก แะวิธีการทำก็ไม่ยากเย็นจนเกินไป แต่ทว่ายิ่งทำให้ง่ายเท่าใดผลกระทบในการอยากยาจะมากขึ้นเท่านั้น


    และเหมืองแร่แห่งนี้ก็ทำออกมาง่ายที่สุด จนผลกระทบไม่ได้ถูกทำลายลงไปสักส่วนเดียว ทำให้ทุกคนที่สมัครเข้าทำงานในเหมืองแร่ กลายเป็นคนงานเหมืองที่ไร้ค่าจ้าง เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่าเงินและอาหารคือยาตัวนี้ ซึ่งเจ้าของเหมืองก็จัดการใช้มันเป็นค่าจ้างนั้นเอง


    ในอดีตยาตัวนี้ถูกใช้สำหรับการทำสงครามของอาณาจักร มันจะถูกปรุงจนไม่มีผลกระทบหรือมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะนอกจากจะให้พละกำลังที่มากมายแล้ว มันยังสามารถลดความเจ็บปวดจากบาดแผลได้อีกด้วย มันจึงเป็นยาสำหรับนักรบเดนตายทั้งหลาย


    เขาที่ไปพบกับเหมืองแร่นั้นในระหว่างออกสำรวจหาเหมืองสำหรับตั้งภารกิจที่กิลด์นักผจญภัย เพื่อให้นักผจญภัยหาแร่มาป้อนให้โรงตีเหล็กโกเลมของเขา ด้วยความที่พวกผู้คุมเป็นคนของกลุ่มคนที่อยู่ในเงากลุ่มหนึ่ง เขาจึงจัดการปลดปล่อยผู้คนออกมา


    แต่ทว่ากลับมีคนงานเหมืองไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้ นอกนั้นอวัยวะและจิตใจผุพังจนใกล้จะหมดสภาพไปแล้ว คนไหนที่เขาช่วยได้ก็ช่วยและเสนอทางเลือกให้ บางคนก็กลายเป็นหนึ่งในข้ารับใช้ใหม่ บ้างคนก็กลับไปอยู่กับครอบครัว บ้างคนก็กลายเป็นลูกจ้างเช่นสองพ่อลูกที่ต้องทำงานนอกจากการรบให้กับเขา


    ทั้งคู่กลายเป็นหนึ่งในพนักงงานที่ถูฝึกเพื่อที่เขาจะออกไปตั้งหมู่บ้านเอง โดยใช้ระบบกิลด์นักผจญภัยและเมืองโคลอสเซียมเป็นจุดตั้งต้น


    การเลื่อนระดับจะเหมือนกับโคลอสเซียม นั้นคือต้องมีระดับของโคลอสเซียมที่สูงขึ้นไปถึงจะมีภารกิจระดับสูงมาให้ โดยต้องต่อสู้กับโกเลมที่เขาออกแบบเอาไว้ทั้งหนึ่งร้อยตัว


    ส่วนการแจกจ่ายภารกิจจะเหมือนของกิลด์นักผจญภัยที่จะแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ และมีค่าตอบแทนเป็นแต้มเป็นหลักเหมือนโคลอสเซียม แต่ภารกิจจะหลากหลายไม่ใช่การล่าวัตถุดิบเป็นหลักเช่นของโคลอสเซียม


    เมื่อระบบนี้คงที่กว่านี้อีกสักเล็กน้อย เขาจะขอจัดตั้งหมู่บ้านสักแห่งในพื้นที่ลึกเขาไปในป่าทางเหนือของเมืองหลวงนี้ และตั้งกิลด์ขึ้นมาเป็นของตัวเอง โดยจะเป็นกิลด์ทหารรับจ้าง แต่ไม่รับคนนอกรับแต่ประชากรของหมู่บ้าน ภารกิจจะแจกจ่ายด้วยตัวเองไม่รับของด้านนอกมาทำ เพราะคงไม่มีใครทำเนื่องจากของที่ได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่รับจากเขาก็ได้


    "พวกเจ้าอยู่สบายกันดีสินะ ช่วงนี้เกิดปัญหาใหญ่อะไรขึ้นมาบ้าง" เขาถามออกไป หลังจากนั่งพักได้สักครู่หนึ่ง


    "ค่ะ พวกเรายังคงสบายดีดันอยู่ค่ะ แต่ข่าวใหญ่ในตอนนี้คงเป็นเรื่องพระอาการประชวรขององค์ราชา กับการที่องค์รัชทายาทขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนนั้นแหละค่ะ" มาริตอบพรางเสิร์ฟชาให้ชายหนุ่ม เขารับมาจิบเล็กน้อยก่อนจะครุ่นคิดอย่างเงียบๆ


    "องค์รัชทายาท'อิกซิล'สินะ พระองค์ก็เป็นคนดีอยู่ และสมบูรณ์พร้อมทั้งบริหารและการรบนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นมิใช่หรือ" เขาถามออกไป ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว


    "ท่านก็ทราบนี้ค่ะ เวลานี้องค์ชายใหญ่ออกมาจากการฝึกฝนแล้ว เช่นเดียวกับองค์ชายสี่และองค์ชายห้า พวกเขาเริ่มสะสมกองกำลังของตัวเองอย่างชัดเจน จนตอนนี้เกิดกรารปะทะกันของหลายฝ่ายขึ้นทุกคนเลยค่ะ" หยิงสาวพูดไปถอนหายใจไป เพราะตอนนี้แทบทุกเมืองในอาณาจักรเกิดการต่อสู้กันทุกวัน เพราะอำนาจกษัตริย์ที่กำลังจะถูกเปลี่ยนมืออยู่ในตอนนี้


    "องค์ชายสามและหกพวกท่านหลบไปอยู่อย่างสงบแล้วรึ เพราะข่าวที่ข้าทราบล่าสุด พวกท่านทั้งสองเรียกกองกำลังของตัวเองกลับมาหมดแล้วนี้" เขาถามอย่างสงสัย เพราะกลุ่มเฝ้ามองไม่มีข่าวเรื่องนี้ เช่นเดียวกับข่าวในอาณาจักรของเขาที่กำลังจะเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น


    "ทั้งสองพระองค์ออกไปจากเมืองหลวง พร้อมกับญาติและทรัพย์สินจำนวนมาก พวกเขาทั้งสองคนไปก่อตั้งเมืองในพื้นที่ห่างไกลแล้วค่ะ ซึ่งเมืองของพวกเขาเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน"


    หลังจากนั้นพวกเขาก็คุยถึงสถานการณ์ในเมืองหลวงต่อไปอีกสักพัก จากข้อมูลที่ได้มาใหม่ประกอบกับข้อมูลจะกลุ่มผู้เฝ้ามอง เมืองที่อยู่ตามชายแดนไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองในเมืองหลวง เพราะไม่ใช่หน้าที่และไม่ได้ทำให้พวกเขาปลอดภัยสักเท่าใด ทำให้ทุกเมืองที่อย฿่ตามชายแดนต่างทำตัวเป็นกลางทั้งหมด


    ทำให้เมืองที่วุ่นวายก็จะมีเพียงเมืองหลวงและเมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงวันเท่านั้น ที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจันอย่างวุ่นวาย นี้เป็นวันที่สี่เท่านั้นที่ราชโองการถูกประกาศ ยังเกิดความวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้


    "ท่านอาจารย์!" เสียงตะโกนดังออกมาจากทางลานฝึก ก่อนที่เด็กสาวในชุดทะมัดทะแมงที่คล้ายกับชุดผู้ชายจะพุ่งตัวมายังบาร์แห่งนี้


    "มีอะไรรึเมย์ จะตะโกนเสียงดังทำไมกันหึ" ครรชิตเขกหัวเด็กสาวไปทีหนึ่ง ก่อนที่เธอจะยิ้มทะเล้นให้กับเขา ก่อนจะส่งของสิ่งหนึ่งมาให้เขา


    "นี้ท่านอาจารย์ ข้าพบมันจากกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งเมื่อวาน" มันเป็นแผ่นป้ายเล็กๆที่สลักวงเวทย์เอาไว้


    เขาจัดการตรวจสอบมันด้วยเวทย์ตรวจสอบ ก่อนจะส่งพลังมานาเข้าไแเล็กน้อย แผ่นป้ายก็ขยายตัวกลายเป็นสมุดหนาเล่มหนึ่ง ด้านในมีรายชื่อพร้อมกับจำนวนเงินที่ถูกเขียนไว้จำนวนหนึ่ง พร้อมกับตราประทับของแต่ละรายชื่ออย่างชัดเจน


    มันนับว่าเป็นหลักฐานที่ไร้ซึ่งของโตแย้งอย่างแน่นอน สงสัยเขาจะสามารถลดการแย่งชิงอำนาจและคงสถานการณ์ไปได้สักพักหนึ่ง


    "เจ้าทำได้ดีมาก อยากได้อะไรบ้างหรือเปล่า ข้ามีของพวกนี้เยอะเลย" ครรชิตเอาชิ้นส่วนสัตว์เวทระดับเจ็ดและระดับแปดออกมาหลายชิ้น พวกมันเป็นส่วนหนึ่งที่เขารวบรวมมาจากบึงดอกบัวสรรค์แปดกลีบ


    "ข้าอยากได้มีดสั้นเล่มใหม่ เพราะอันเก่าสู้กับพวกระดับหกแล้วไม่ค่อยคุกคามมันได้มากสักเท่าไร ต้องใช้พลังเพิ่มเข้าไปอีก" เด็กสาวพูดออกมาด้วยสีหน้าเอาเรื่องเล็กน้อย


    "ฮ่าๆ เจ้าไม่ได้ไปกับพี่สามทั้งสามคนนั้นรึ ถ้าเจ้าไปเจ้าไม่ต้องกังวลกับการเสียพลังเลยนี้" ครรชิตถามอย่างอารมณ์ดีที่นานๆทีที่ศิษย์ของเขาจะทำสีหน้าไม่พอใจเช่นนี้


    "พี่โรส พี่ลิลลี่และพี่ลูน่า พวกเธอไปทำภารกิจล่าสัตว์เวทของอาณาจักรอยู่นี้ค่ะท่านอาจารย์ นี้ยังไม่กลับกันมาเลยทั้งๆที่เกิดเรื่องวุ่นวายมากมายขนาดนี้แท้ๆ" เด็กสาวบ่นอุบอิบ ก่อนจะหันไปซดน้ำชาที่มาริเสิร์ฟให้หลังจากที่เด็กสาวเดินมานั่งข้างๆชายหนุ่ม


    "รออีกสักพักพวกเธอก็คงกลับมาแล้วละนี้ก็เดือนสิบแล้วสินะ อีกสองเดือนภัยพิบัติสิ้นปีก็จะมาถึงอีกครั้ง ครั้งนี้น่าจะสาหัสพอดูเลยล่ะ ถ้ายังมีสงครามเกิดขึ้นอยู่แบบนี้" เอาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดคุย


    "ว่าแต่เจ้าอยากจะสู้ในภัยพิบัติสิ้นปีดุบางไหม ถึงแม้มันจะไม่น่าสนใจสักเท่าไรสำหรับกลุ่มของพวกเราก็ตามที" ้ขาถามเด็กสาว เพราะสัตว์เวทที่มีระดับสูงสุดก็แค่ระดับหกตัวเดียว ซึ่งมีจอมเวทย์สองธาตุถึงสองคนของอาณาจักรค่อยป้องกันอยู่แล้ว มีเพียงระดับห้าที่เด็กสาวสามารถลงไปเล่นกับมันได้บาง


    "ไม่ล่ะค่ะท่านอาจารย์ ข้าไปทำภารกิจที่เมืองโคลอสเซียมดีกว่า ข้าว่าจะขอคนที่แข็งแกร่งสักสิบยี่สิบคนไปฝึกที่นั้น" เด็กสาวยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมออกมา


    เขาอดสงสารบรรดาหลานศิษย์ของตัวเองไม่ได้ เขาเพิ่งจะรู้ได้ไม่นานนี้เองว่าลูกศิษย์ของตัวเองเป็นพวกมาโซเช่นนี้ เขาได้แต่ส่งยิ้มไปให้เด็กสาวพร้อมพยักหน้าอนุญาติ แล้วจึงหยิบจารึกเวทย์เคลื่อนย้ายของโคลอสเซียมไปให้เด็กสาวเกือบร้อยอัน


    "เจ้าไปเถอะ ข้าจะส่งของไปให้หลังจากทำเสร็จก็แล้วกัน" เขาพูดก่อนจะส่งเด็กสาวที่วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับอนุญาติจากเขา


    เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากบาร์เหล้าไป โดยไม่ลืมกล่าวลาหญิงสาวนามมาริและบิดาของเธอ ก่อนที่เขาจะตรงไปยังห้องทำงานของบิดาตน


    "ท่านพ่อ ท่านยังต้องการไปทดสอบฝีมืออยู่หรือไม่" เขาถามไปยังบิดาของตนที่ตอนนี้กำลังเขาฌาณรวบรวมพลังมานาอยู่


    บิชอบลืมตาขึ้นมา ก่อนจะมองไปยังลูกชายตนอย่างเงียบๆ หลังจกานั้นสักพักหนึ่งบิชอบถึงจะพูดออกมา


    "อยากสิถามได้ ว่าแต่เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไรกัน ข้าเข้าฌาณจนไม่ได้สังเกตคลื่นพลังของเจ้าเลยสักนิดเดียว" บิชอบพูดขึ้นขณะเดียวกันครรชิตก็ส่งแผ่นจารึกเวทย์ไปให้บิดาตน


    "ข้ามาถึงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เองครับ ส่วนที่ข้าส่งให้ท่าพ่อคือแผ่นจารึกเวทย์เคลื่อนย้ายเฉพาะ มันสามารถพาท่านไปยังที่แห่งนั้นได้โดยตรง ไปพร้อมกับเมย์ของศิษย์ของข้าก็ได้ท่านพ่อ นางก็กำลังจะกลับไปฝึกฝนที่นั้นในช่วงนี้พร้อมกับข้ารับใช้อีกหลายคน" เขาพูดอธิบายอีกหไลายสิ่งหลายอย่างให้บิดาตนรับรู้ จนกระทั้งพระอาทิตย์กำลังจะตกดินอยู่รอมร่อ


    "ข้าขอตัวลา ข้าขอไปจัดการความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้สักเล็กน้อย มันจะได้ไม่ส่งผลกระทบถึงแผนการต่อไปของเรา" เขาพูดกับบิดาตน ซึ่งท่านก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะจ้องไปยังแผ่นหลังของลูกชายที่เดินออกจากห้องไป


    "ข้าไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายข้าจะเติบโตได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ เพียงไม่นานลูกชายของข้าก็สามารถต่อสู้และแย่งชิงอำนาจได้เสียแล้ว" บิชอบถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนที่ตัวมันเองจะเข้าฌาณไปอีกครั้ง ปล่อยให้กระแสเวลาผ่านไปโดยไม่รับรู้ถึงกาลเวลาอีกครั้งหนึ่ง


    ในทางด้านครรชิตที่เดินออกจากห้องทำงานของบิดา เขาก็สั่งการอีกเล็กน้อบกับพ่อบ้านโฮซาเอล ก่อนที่เขาจะสวมชุดเกราะสีดำที่น่าเกรงขาม และปกปิดกลิ่นอายแห่งความตายจนหมดสิ้น แล้วหายตัวไปกับความมืดมิดของยามราตรี



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,037 ความคิดเห็น

  1. #1594 Gnuh (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 12:08
    ขอบคุณครับ
    #1,594
    0
  2. #1590 ปกเงิน& (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 22:57
    ขอบคุณคับ
    #1,590
    0
  3. #1588 phongphatr (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 20:04
    อิอิ  เมย์ นี่พลังเหลือเฟือจริงๆ  
    #1,588
    0
  4. #1586 MojRiSad (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 16:50
    เมย์ เป็นมาโซ หรอ
    มาโซ=ชอบถูกกระทำหยามเหยียดอ่าน่ะ

    เมย์ที่เป็นมาโซ ไปพร้อมกะข้ารับใช้อีก10-20คนแหม?

    อ่านตอนก่อนๆเหมือนเมย์จะเป็นพวก ซาดิส มากกว่ามั้ย

    ขออภัยถ้าเข้าใจผิด
    #1,586
    0
  5. #1585 Warakorn Triamthaisonglg (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 16:43
    ขอบคุณคร้าบบ
    #1,585
    0
  6. #1584 phairatw (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 16:25
    ขอบคุณครับ
    #1,584
    0
  7. #1583 Nerd Neko (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 15:54
    หยิง => หญิง
    #1,583
    0
  8. #1582 kamol1122 (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 14:22
    สนุกดีครับ
    #1,582
    0
  9. #1581 cutehell (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 13:55
    อ่านเรื่องนี้แล้วมองภาพรวมไม่ออกจริงๆ เหมือนหนังตัดเป็นฉากๆ อ่านแล้วก็ไม่รู้จุดประสงค์ ไม่รู้ใครเป็นศัตรูบ้าง ไม่รู้ว่าพระเอกทำอะไรไปบ้าง ไม่รู้ทำไปเพื่ออะไร ไม่รู้ใครเป็นมิตร มีกี่ขั้วอำนาจ รู้แค่การใช้ชีวิตของพระเอกที่ไม่เกี่ยวกับแผนการเลย เดี่ยวอีกสักพักก็คงตัดจบสงคราม ยึดอำนาจเสร็จโดยไม่บอกอะไรเลย เหมือนตอนประลองแหงๆ
    #1,581
    0
  10. #1580 wit000 (จากตอนที่ 142)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 13:52
    ขอบใจจ้า

    #1,580
    0