Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 8 : Video Game - 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

Video Game - 1

 

It’s you, it’s you, it’s all for you
Everything I do
I tell you all the time
Heaven is a place on earth with you
Tell me all the things you wanna do
I heard that you like the bad girls
Honey, is that true?

 

“เป็นยังไงบ้างครับคุณอากาอิ ?”

โคนันเอ่ยกล่าวหลังจากที่พยายามมาตั้งนานกลับไม่พบข้อมูลของเด็กหญิงที่ชื่อคริสตี้เลยแม้แต่น้อย ทั้งที่มีลายม่านตา ลายนิ้วมือ ลักษณะทางกายภาพ แต่กลับหาอะไรเกี่ยวกับเธอไม่เจอเลยแม้แต่อย่างเดียว

แต่หลังจากวันนั้นซึ่งรู้จักกับเจ้าตัวครั้งแรกคุณอามุโร่ก็มาบอกแก่เขาเพิ่มเติมอีกว่าเด็กคนนั้นครอบครัวถูกรัมฆ่า แต่แน่นอนว่าไม่มีรายละเอียดใดมากกว่านั้น อาจเพราะคริสตี้ไม่ยอมอธิบายและคดีของครอบครัวเจ้าหล่อนก็ไม่ใช่ความผิดพลาดจนเป็นข่าวอย่างคดีของฮาเนดะ โคจิ

            “ไม่มี แม้แต่ข้อมูลในโปรแกรมพิทักษ์พยานของ FBI ก็ไม่มีข้อมูลเลย” เจ้าหน้าที่หนุ่มซึ่งปลอมตัวอยู่กล่าว ท่าทางของเขาเคร่งเครียดจริงจังไม่น้อย

แน่ล่ะ อยู่ๆ สายเบ็ดที่จะโยงเข้าไปหาคนสำคัญขององค์กรก็โผล่เข้ามาอย่างไร้ที่มาที่ไป ใครจะนิ่งนอนใจได้อยู่อีก


“แต่ที่แน่ๆ เธอไม่น่าใช่น็อคเพราะตอนที่ฉันแฝงอยู่ในองค์กรก็ไม่เคยเจอคนที่มีลักษณะแบบเธอแต่โตกว่าเช่นกัน”

ดวงตาสีม่วง ผมสีเงิน ใบหน้างดงาม

ดูยังไงก็เป็นคนที่ถ้าเจอหน้าแล้วไม่อาจลืมเลือนได้โดยง่าย ดังนั้นไม่มีทางเด็ดขาดที่เขาและเธอจะเคยเจอกันในองค์กรและเป็นเขาที่จำไม่ได้

            “จาก CIA CSI ก็ไม่มีข้อมูล” โจดี้ที่ลองใช้เส้นสายจากคนสนิทตามหากล่าวพลางส่ายหน้าไปมา หากไม่ใช่คนขององค์กรแต่จะฝังเขี้ยวใส่องค์กร และมีฝีมือด้านการต่อสู้ รวมถึงทักษะในการฆ่าเธอก็คิดถึงแต่คนพวกนี้เท่านั้น

            “Seal หรือเปล่าครับ ?” คาเมลเอ่ยถามความเป็นไปได้

            “Seal ไม่มีผู้หญิง” อากาอิว่าปลายนิ้วยกขึ้นเคาะข้างขมับของตัวเอง “ยกเว้นแต่ถ้าเธออยู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของ seal เธอก็จะไม่มีข้อมูลเช่นกัน เดี๋ยวสิ บางทีแทนที่เราจะเดาว่าเธอเป็นใคร ทำไมไม่ลองคิดว่าคนประเภทไหนบ้างที่จะไม่มีข้อมูลแทน ?”

            “คนตาย บางประเทศจะลบข้อมูลคนตายออกจากฐานข้อมูล” โคนันเสนอ แน่นอนว่าทุกคนไม่ขัด ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลบข้อมูลของคนตายเป็นอะไรที่ง่ายที่สุด

            แต่คนที่จะทำแบบนั้นได้ก็ต้องมีเส้นสายและอำนาจมากพอ

            “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ” โจดี้พึมพำ ท่าทางของเธอราวกับติดใจสงสัยบางอย่าง ก่อนที่น้ำเสียงหวานของใครบางคนจะทำลายความเคร่งเครียดลง

            “ฝรั่งเศส ลองดูข้อมูลของที่นั่นสิ”

            “ไฮบาระ!” โคนันอุทาน

            “เหอะ ว่าแล้วเชียวว่าพวกนายมันลับๆ ล่อๆ แอบมาสืบเรื่องขององค์กรกันจริงๆ ด้วย”

            เด็กสาวในคราบเด็กหญิงสะบัดปลายผมสีน้ำตาลแดงของตนเองก่อนจะก้าวเข้ามา มองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีรูปของเด็กหญิงเจ้าของเส้นผมสีเงินยวงและดวงตาสีม่วง ท่าทางงดงามราวกับตุ๊กตานิ่งงัน

ไม่มีทางจำผิดแน่ๆ ใบหน้าแบบนี้

 

นี่ชิโฮะ แม่อยากแนะนำใครบางคนให้ลูกรู้จัก บทสนทนาเมื่อตอนที่เธอยังเป็นเพียงเด็กน้อยดังขึ้นในความทรงจำ แม่ของเธอเอ่ยแนะนำใครบางคนให้รู้จักด้วยน้ำเสียงยินดี

แต่สัญญากับแม่นะว่าจะเก็บไว้เป็นความลับ โดยเฉพาะเป็นความลับกับคนในองค์กร

 

“ฉันว่าฉันเคยเห็นเธอ แต่เป็นเธอในรูปลักษณ์ที่โตกว่านี้ ชื่อของเธอคือทากิซาวะ ไอรีน มาจากฝรั่งเศส ที่บ้านเป็นนักวิทยาศาสตร์”

 

            ทากิซาวะ ไอรีน

 

            “นักเขียนเจ้าของบทประพันธ์เรื่องนกนางแอ่นที่ตายในเหตุการณ์กราดยิงบนเรือของฝรั่งเศสน่ะเหรอ ?” โคนันเอ่ยถาม เขารู้จักคดีนี้เพราะหนึ่งเลยมันเกี่ยวข้องกับนักเขียนที่ตนเคยได้อ่านผลงานผ่านตามาบ้าง และสองมีหลักฐานว่ามันเกี่ยวข้องกับองค์กร แต่กลับไม่สามารถหาข้อมูลอะไรได้ เนื่องจากร่างเด็กเล็กที่ไร้วีซ่าแบบนี้ทำให้เดินทางไปสืบคดีไม่สะดวก ซ้ำฝรั่งเศสยังมีการปกครองด้านหน่วยของทหารและตำรวจแตกต่างจากที่อื่นอีกด้วย การไปแทรกแทรงจึงไม่ง่ายนัก

            “ใช่” ไฮบาระพยักหน้า “แม้สีผมของเธอจะแปลกออกไปบ้างก็ตามที แต่ฉันคิดว่าสีเงินคือสีผมแท้ สีทองน่าจะเป็นสีย้อมเพราะเมื่อก่อนนี้ฉันสังเกตว่ามันเปลี่ยนเฉดสีได้”

            เธอคิดอยู่แล้วว่าการที่โคนันปฏิเสธการไปเล่นกับพวกเด็กๆ และเอาแต่หมกตัวอยู่ที่นี่ รวมไปถึงการที่มีเอฟบีไอเข้าออกบ้านนี้ถี่กว่าเดิมมันไม่ปกติ พวกเขาต้องทำอะไรกันสักอย่างและกันเธอไม่ให้ข้องเกี่ยวเพราะกลัววว่าเธอจะกลัวหรือเป็นอันตราย แต่ไม่คิดว่าสัญชาตญาณเธอจะถูก เขาแอบสืบอะไรเกี่ยวกับองค์กรลับหลังเธออีกแล้ว

แถมยังดูเหมือนจะเป็นคนใกล้ตัวเธอมากๆ ด้วยสิ

            ถ้าเธอไม่เข้ามาก็คงงมกันต่อไป สำนึกด้วยล่ะ หึ!

            “งั้นก็เริ่มจากหาข้อมูลของทากิซาวะ ไอรีน จะใช่หรือไม่ใช่ค่อยว่ากันอีกทีสินะ” โจดี้ว่าพลางเริ่มกรอกชื่อของหญิงสาวเพื่อดูประวัติเบื้องต้น

            “ฉันรู้จักไอรีน เธอเป็นคนที่ค่อนข้างจะลืมยาก เพราะอย่างที่พวกคุณเห็น เธอโดดเด่นขนาดนั้น พ่อกับแม่ของเธอไม่ได้อยู่ในองค์กรแต่ไม่รู้ทำไม ท่านผู้นั้นถึงมีคำสั่งให้รัมลงมาฆ่าครอบครัวของเธอเองโดยตรง”

            แน่นอนว่าไฮบาระไม่ได้ยินเรื่องที่พวกเขาคุยกันก่อนหน้าว่ารัมเป็นคนฆ่าล้างครอบครัวของคริสตี้แน่ๆ ดังนั้นแล้วจึงมีความเป็นไปได้ว่าไอรีนกับคริสตี้จะเป็นคนเดียวกันจริงๆ ถ้ามองจากประวัติ

            “นั่นน่ะ ออกจะต่างกันนิดหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน” อากาอิที่ลองใช้โทรศัพท์ค้นหาชื่อทากิซาวะ ไอรีนในอินเตอร์เน็ตอีกคนว่าพลางหันหน้าจอที่เป็นรูปหญิงสาวเจ้าของเส้นผมสีทอง ดวงตาสีม่วงให้ทุกคนดู

แม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะมีสีผม และช่วงอายุที่แตกต่างจากคริสตี้มากแต่ใบหน้านั้นเหมือนกันมากเสียจนแทบแยกไม่ออก

            ถ้าเป็นคนอื่นอาจคิดแค่ว่าหน้าเหมือนด้วยความบังเอิญ

            แต่สำหรับพวกเขาที่เจอทั้งคนโตกลายเป็นเด็ก คนโตที่หน้าตาคงเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยแม้จะผ่านมาสิบกว่าปีและการปลอมตัวที่แนบเนียนนั้นไม่อาจปล่อยผ่านข้อมูลตรงจุดนี้ไปได้

            “ฝรั่งเศส การจะได้รับข้อมูลมันค่อนข้างยากนะ” โจดี้รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เป็นอันรู้ดีว่าดินแดนน้ำหอมแห่งนั้นมีกลยุทธิ์ที่ค่อนข้างแตกต่าง ชัดเจนที่สุดคือพวกเขามีสายลับ ซ้ำระบบการฝึกก็ค่อนข้างที่จะเข้มงวดและเป็นเอกเทศไม่คิดยุ่งย่ามกับเพื่อนบ้าน หากว่าคริสตี้คือ ทากิซาวะ ไอรีน และถูกดูแลโดยพวกสายลับหรือหน่วยปฏิบัติการพิเศษของทางนั้นจริงๆ มันก็ค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเธอ

“จะว่าไปแล้วถึงจะยืนยันไม่ได้แต่เราควรบอกเขาเอาไว้เลยไหม คุณตำรวจคนนั้นน่ะ ? เขาใช้เธอให้มาหาข้อมูลนี่นาโคนันคุง”

            “ฉันว่าอย่าดีกว่า” อากาอิเอ่ยห้าม ทุกคนหันมองเขาทำให้ชายหนุ่มต้องอธิบายต่ออย่างช่วยไม่ได้ “เพราะต้องสืบเรื่องคนในองค์กรอย่างละเอียดฉันจึงพอจะรู้บางอย่างมา เด็กคนนี้เป็นคนเดียวกับทากิซาวะ ไอรีนจริงแปลว่าอามุโร่ คริสตี้นั่นน่ะ แฟนของหมอนั่น มันคงไม่เหมาะเท่าไหร่ที่จะบอกว่าคนที่บุกเอาปืนมาจ่อหัวเขาคือแฟนสาวที่ตายไปแล้ว”

 

            แต่ว่าก็ว่าเถอะ แฟนที่กลายมาเป็นน้องสาว ตลกร้ายหรืออะไร ?

 

            “ผมคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้จริง เราน่าจะคุยกับคริสตี้สักหน่อย” โคนันเอ่ยพึมพำ เขาคิดว่าตัวเองเข้าใจว่าทำไมคริสตี้จึงไม่ยอมบอกความจริงกับคุณอามุโร่ถ้าเธอคือแฟนของเขาจริงๆ

หลักๆ มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย

เช่นเรื่องของเราและรัน

และเด็กหนุ่มในร่างเด็กชายเองก็รู้สึกมาตั้งแต่แรกแล้วว่ามันแปลก คุณอามุโร่นะที่แปลก เริ่มจากการที่อามุโร่จงใจปล่อยให้คริสตี้เข้าไปใกล้พวกเก็นตะ อายูมิ มิซึฮิโกะ แล้วบอกกับเขาให้รู้โดยตรงว่าความเป็นไปของเธอคนนั้นไม่แน่ชัดจนเขาเอาแต่ระแวงเด็กหญิง และหาข้อมูลเกี่ยวกับเธอ

แน่นอนว่าคริสตี้เองก็ความรู้สึกไวพอที่จะรู้ว่าถูกระแวง เลยเอาแต่ระมัดระวังตัวแม้จะยอมมาเล่นกับพวกเด็กๆ อยู่ในสายตาของโคนันตลอดเวลาก็ตาม

แต่อยู่ๆ วันนี้โคนันกลับถูกขอให้ปล่อยคริสตี้ไปกับพวกเด็กๆ ตามลำพังโดยที่เขาจะให้ตำรวจไปเฝ้าให้เอง

            นี่มันคือการจงใจ ราวกับว่าเป็นกับดัก

            “ผมคิดว่าคุณอามุโร่อาจจะเอะใจอะไรแล้วก็ได้ และดูเหมือนเรากับคริสตี้จะเดินตามกับดักของเขาเข้าแล้วด้วยสิ”

           

 

ไอรีนคิดว่า คนรัก อดีตคนรักของเธอนั้นวางแผนที่จะทำบางอย่าง แต่แค่เพียงเธอเดาไม่ออกว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ กระนั้นแล้วหญิงสาวในคราบเด็กหญิงก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธออ้าปากหาว มองเด็กๆ ขบวนการนักสืบเยาวชนที่กำลังวิ่งเล่น โชคดีที่วันนี้เด็กน้อยจอมจับผิดอย่างเอโดงาวะ โคนันไม่ได้มาด้วย

ซ้ำยัง

ใบหน้างดงามของเด็กหญิงมองไปที่ตำรวจที่ถูกส่งมาให้จับตาเธออยู่จากที่ไกลๆ ซึ่งกำลังเคลิ้มหลับด้วยความเบื่อและสภาพอากาศ

เยี่ยมไปเลย

เด็กหญิงแสยะยิ้มก่อนจะปลีกตัวไปเพื่อโทรหาใครบางคนด้วยตู้โทรศัพท์สาธารณะ อย่างไรเสียหากให้นับจากวันที่บาดเจ็บแล้วขาดการติดต่อกับทางนั้นไปก็เป็นเวลานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว พวกนั้นคงห่วงเธอตายแล้วล่ะ

            ใจจริงไม่ใช่ไม่อยากติดต่อ แต่เพราะว่าเรย์นั้นสงสัยเธอเลยพกเธอไปไหนมาไหนตลอด ยกเว้นตอนที่องค์กรเรียกตัวเขาจะให้เธออยู่บ้าน บ้านที่มีแต่เครื่องดักฟัง ครั้นออกมาข้างนอกก็ให้ตำรวจมาตามเฝ้าดู หรือพ้นสายตาตำรวจพวกเด็กๆ ก็แสนจะตัวติดกัน

ขัดแข้งขัดขาเสียจริง!

            รอไม่นานปลายสายก็ดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่เธอคุ้นเคย

            “ร้านหนังสืออุเอฮาระสวัสดีครับ”

            ไอรีนส่งเสียงออกมาด้วยความไร้เดียงสา เมื่อเห็นว่ายังมีตำรวจอีกนายมองตามเธออยู่ เขาให้คนตามเธอเยอะไปหรือเปล่านะ

            “สวัสดีค่ะ คือหนูคือลูกค้าที่ใช้ชื่อว่าคริสตี้ที่สั่งหนังสือไปเมื่อเดือนก่อนนะคะ อยากถามเรื่องหนังสือเรื่องนกสีฟ้าที่เคยสั่งไว้ค่ะว่ามันเข้ามาที่ร้านหรือยัง ?” ดวงตาที่ราวกับตาปลอมกระพริบปริบ ท่าทางน่ารักสมวัย

ไอรีนเอ่ยถ้อยคำเจื้อยแจ้วแต่ปลายนิ้วกลับเคาะรหัสมอสเป็นเสียงเบาๆ ใส่โทรศัพท์ เธอแสร้งโคลงตัวไปมาราวกับเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นเพื่อให้การใช้ปลายนิ้วเคาะจังหวะไม่ดูผิดธรรมชาติ

            “อ้อ คนที่เคยซื้อหนังสือเรื่องเพลงรักของไอรีนหรือเปล่า ?”

            “อ้ะ ใช่แล้วค่ะ จำได้ด้วยเหรอคะ”

            “จำได้สิ หายไปตั้งนานเลยนะ ไม่ได้แวะมาซื้อหนังสือร้านของเรานานเลยเป็นยังไงบ้าง ?”

            “อ่า ค่ะ หนูมีปัญหาเรื่องการย้ายบ้านเล็กน้อย แต่ตอนนี้ทุกอย่างถือว่าเข้าที่เข้าทางแล้ว คิดว่าโอเคนะคะ

            เธอและปลายสายพูดจากันราวกับเป็นเรื่องปกติ หากแต่สิ่งที่ต้องฟังนั้นไม่ใช่แค่เพียงเสียงพูด แต่เป็นเสียงเคาะรหัสแผ่วเบาที่ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อป้องกันคนมาฟังต่างหาก มันคือสิ่งที่เธอได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเกือบสิบปีและอยู่กับมันมาเกินครึ่งชีวิตจึงไม่ยากมากนัก

            หญิงสาวในคราบเด็กหญิงทำทุกอย่างด้วยความมั่นใจ

            แต่เธอคงไม่รู้เช่นกันว่าแม้นายตำรวจที่ตามตัวเองอยู่จะฟังคำพูดตัวเองแล้วจับใจความหาความสำคัญไม่ได้ แต่เจ้าตัวได้ใช้กล้องจิ๋วอัดปฏิกิริยาทั้งหมดไว้ตามคำสั่งของเรย์เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้เจ้าของฉายาซีโร่สามารถที่จะดูความผิดปกติในภายหลังได้

            และคนอย่างเรย์ไม่มีทางไม่สังเกตว่าใจความสำคัญไม่ใช่คำพูดแต่เป็นรหัสมอส

            “แล้ว หนังสือนั่นจะส่งมาให้ได้เมื่อไหร่เหรอคะ

           

“อีกอาทิตย์หนึ่ง มันพึ่งตีพิมพ์เสร็จพอดี”

           

            “คริสตี้จัง เดี๋ยวเราจะไปดูหน้ากากไยบะที่บ้านมิซึฮิโกะคุงต่อ คริสตี้จังจะไปกับเรามั้ย ?”   

            อายูมิวิ่งมาถามเด็กหญิงซึ่งนั่งมองพวกเธออยู่ เจ้าของชื่อส่ายศีรษะเป็นการตอบ ไม่ใช่ว่ารายการทีวีของเด็กๆ ไม่น่าสนใจ แต่เป็นเพราะว่าเด็กหญิงนั้นยังคงบาดเจ็บ แผลถูกยิงและผ่าตัดไม่ใช่ว่าจะหายได้ในสามหรือสี่วัน ดังนั้นแล้วเธอจึงอยากพักก่อนที่จะต้องกลับไปตีกับอดีตแฟนหนุ่มที่ห้อง

เหล่าพวกเด็กๆ ไม่ได้ติดใจอะไร ต่างแยกย้ายกันไปเพื่อดูหน้ากากไยบะ ทิ้งไอรีนไว้เพียงลำพัง หญิงสาวในร่างเด็กหญิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจของตัวเอง

แม้วันนี้เธอจะส่งรหัสกลับไปหาพวกของตัวเองได้สำเร็จแต่เธอรู้สึกว่ามันแปลกๆ วันนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามใจเธอมากไปหรือเปล่า

            เรย์ปล่อยให้เธอมากับพวกเด็กๆ เด็กโคนันไม่มาคอยเฝ้า คนที่อดีตคนรักสั่งให้มาตามตัวเพื่อดูว่าเธอจะส่งสัญญาณหาใครเผลอเคลิ้มหลับ หย่อนยานไม่เคร่งในหน้าที่เหมือนทุกที แถมยังเลือกยืนมองจากที่ไกลเกินกว่าจะสามารถได้ยินบทสนทนาดูราวกับพวกมือใหม่จนเธอสามารถส่งรหัสมอสไปให้แก่เพื่อนในทีมปฏิบัติการได้สำเร็จ

            ร่างเล็กนั่งเหม่อ รอจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจึงลุกขึ้นเตรียมที่จะกลับไปยังบ้าน

            หยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนยืนรออยู่พอดี

            “คุณมาทำไม ?”

            “เห็นไม่กลับสักทีเลยมารับน่ะ ไปกันเถอะ” อดีตคนรักของเธอส่งรอยยิ้มมาให้ เป็นรอยยิ้มที่ราวกับพี่ชายใจดีคนหนึ่ง ไอรีนพยายามมองหาความผิดปกติจากอีกฝ่าย

“ตายจริง ห่วงหนูหรือห่วงข้อมูลรัมคะ หรือว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้วเลยอารมณ์ดีจนออกมารับด้วยตัวเอง ?”

“แหม เห็นแบบนี้ฉันก็ตำรวจที่ดีคนหนึ่งนะคริสตี้จัง”

ตำรวจที่ถนัดแต่ทำเรื่องนอกกฎหมายล่ะสิ! เด็กหญิงจ้องเขาเขม็งราวกับจะบอกโดยนัยว่ามีความละอายใจบ้างไหมที่กล้า ที่จะกล่าวคำนั้นออกมา

เรย์กระแอมกระไอ แสร้งพูดด้วยน้ำเสียงประหม่า “มองกันด้วยสายตาร้อนแรงแบบนั้นผมก็เขินนะ”

เพราะอยู่ด้วยกันมาพักหนึ่งจึงรู้จักวิธีรับมือกับคริสตี้เป็นอย่างดี สันติบาลหนุ่มเรียนรู้ที่จะพูดอะไรที่มันสองแง่สองงาม แต่กระนั้นแทนที่จะได้เหฆ็นท่าทีเลิ่กลั่กรับมือไม่ถูกแบบที่ตัวเองมักแสดงออกมายามโดนเด็กหญิงตรงหน้าเล่นคำใส่เขากลับเห็นแววตาเอือมระอาซึ่งสื่อคำพูดออกมาชัดเจนโดยไร้เสียงว่า โถ กล้า ที่ จะ แทน

ยัยเด็กนี่

“อะไรกัน อย่ามองฉันแบบนั้นนะ เอาล่ะ ไม่เล่นแล้ว ฉันเป็นห่วงเธอ พวกค้ามนุษย์ก็ยังจับไม่ได้ เด็กน่ารักๆ ไม่ควรออกมาเดินตามลำพังก็เลยมารับเฉยๆ”

” สองคนมองสบตากัน เมื่อเห็นว่าท่าทางของชายหนุ่มไม่มีอะไรแอบแฝงจึงตรงเข้าไปหาเขาแล้วจับมือเอาไว้ด้วยความเคยชิน อีกฝ่ายเองชะงักเล็กน้อยนั่นทำให้ไอรีนรู้สึกได้ว่าตัวเองเผลอไปมากแค่ไหน กระนั้นเด็กหญิงก็แสร้งทำเป็นไม่มีอะไร และชวนเขาคุยเรื่องมื้อเย็นแทน

            วันนี้สงบเกินไปจริงๆ

            และก็แปลกเกินไปด้วย

           

            ว่าแล้ว

           

            ดวงตากลมลืมขึ้นท่ามกลางความมืด คนที่คิดว่าเธอหลับไปแล้วคงไม่รู้ว่าเธอได้ยินทุกอย่างที่เขาคุยกับลูกน้องของตนผ่านโทรศัพท์เรื่องกล้องซึ่งอัดพฤติกรรมของเธอเอาไว้ให้

คนฉลาดอย่างเขาคงคาดเอาไว้แล้วว่าเธอจะไม่มีวันพูดอะไรออกมาเนื่องจากรู้ว่ามีคนตามอยู่

            ไม่สิ นี่มันกับดักทางจิตวิทยา

            เขาจงใจให้เธอรู้ว่าตัวเองส่งคนมาตามเฝ้าดูเพื่อให้เธอไม่พูดอะไรแต่ใช้วิธีส่งสัญญาณลับแทน โดยที่สัญญาณนั่นจะถูกอัดไว้ด้วยกล้องวีดีโอจิ๋ว

เด็กหญิงอยากจะหัวเราะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอย่างเขาถึงแฝงตัวอยู่ในองค์กรได้แนบเนียนนัก แม้จะอยากบอกอีกฝ่ายเหมือนกันว่าตนเองยังไม่ตายแต่ทว่านั่นเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป เธอไม่รู้ว่าเขารู้อะไรแค่ไหนเกี่ยวกับองค์กร ซ้ำมันยังค่อนข้างจะก้าวก่ายงานของเธอด้วย

            เหมือนที่เรย์ไม่บอกเธอเกี่ยวกับงานและตัวตนของเขา

            เธอก็มีเหตุผลที่ทำไม่ได้ในตอนนี้ นอกจากอารมณ์โกรธส่วนตัวแล้วสาเหตุของเธอมันเกี่ยวกับหนอนที่รัมจะมาจัดการโดยตรง ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทบแผนการเพราะมีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาปะปนจึงต้องยอมเป็นคนนิสัยไม่ดี ขี้หลอกลวง

            “เหอะ หนอนงั้นเหรอ จริงๆ ใช้คำว่าก้างจะเหมาะกว่ามั้ง

            ที่เคยบอกเขาไปว่ารัมจะลงมากำจัดหนอน แท้แล้วต้องบอกว่ากำจัดก้างชิ้นใหญ่ที่ขวางหูจนต้องหาทางกำจัดซ้ำๆ เสียมากกว่า

            แต่ก่อนอื่น ไอรีนต้องจัดการคลิปนั่น

            โชคดีที่หญิงสาวจำหน้าตำรวจคนนั้นได้เพราะว่าเธอแอบมองเขาแล้วนินทาในใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงานที่ดูไม่น่าเชื่อถือเสียเท่าไหร่อยู่นาน

ถ้าเกิดว่าชิงคลิปที่อัดตัวเองมาได้ก่อนล่ะก็

            ดวงตาสีม่วงแวววาวขึ้น มันเต็มไปด้วยความเย็นชาและเด็ดขาด ร่างเล็กย่องกายโดยไร้เสียงไปล็อคบานประตูห้องก่อนหันมาสนใจทางออกเดียวในห้องนอนซึ่งเธอยึดเรย์ไว้นอนเอง

หน้าต่าง

มือเปิดมันออกก่อนยื่นใบหน้าออกไปสำรวจ

            ดูจากสภาพแวดล้อมแล้วไม่น่าใช่เรื่องยากที่จะออกไปทางหน้าต่างสำหรับคนที่เคยฝึกปากัวร์ (Parkour) มาก่อนแบบเธอแม้แต่น้อย

ปากัวร์มันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างฮิตในหมู่เพื่อนของไอรีนและเป็นกีฬาแรกที่พี่ชายบุญธรรมสอน ปาร์กัวร์เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลได้ว่า วิ่งทุกที่ และยังถือกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส เป็นกีฬา Extreme ที่คิดค้นโดย เดวิด เบลเลอ เป็นกีฬาที่ฝึกได้ตามท้องถนนหรือเมืองทั้งเมือง โดยการฝึกซ้อมวิ่งข้ามสิ่งกรีดขวางต่างๆ เรียนรู้ที่จะเซฟตัวเอง รู้ว่าลิมิตความไวของตัวเอง ระยะไกลของการกระโดดอยู่ที่เท่าไหร่และทำอย่างไรถึงไปให้ถึงลิมิตพวกนั้นได้โดยไม่บาดเจ็บ

พอได้รับความนิยมมากเข้าจนกระจายไปสู่หลายๆ ประเทศปากัวร์จึงมีชื่อเรียกแบบสากลว่าฟรีรันนิง (Free Running)

กระนั้นในปัจจุบันปาร์กัวร์กับฟรีรันนิ่งก็มีความแตกต่างกันอยู่ เพราะฟรีรันนิ่งจะมีการใช้ท่าทางของยิมนาสติกเข้ามาเพิ่มด้วย แต่ปากัวร์ไม่ ไอรีนเรียกการเคลื่อนไหวของตัวเองว่าปากัวร์ ไม่เน้นความหวือหวา ไม่เน้นความสวนงาม เน้นรวดเร็วและไม่เป็นภาระแก่ร่างกาย

มันออกจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดไปบ้าง แต่กระนั้นบทเรียนแรกของเธอที่พี่ชายสอนหลังจากรอดตายมาได้ในคดีของรัมคือทักษะที่มีไว้สำหรับหนี หนีเพื่อมีชีวิตรอด

            เส้นผมสีเงินยาวถูกมัดรวบขึ้นมาให้สะดวกแก่การทำงาน ไอรีนรู้ว่าลูกน้องคนนั้นของเรย์อยู่ที่ไหน เพราะส่วนหนึ่งเพราะเธอรู้รหัสคอมพิวเตอร์ที่นี่ดี

            “เอาล่ะ มาดูกันสิ

            สองเท้าก้าวกระโจนลงไปจากหน้าต่างโดยไม่สนว่านี่มันค่อนข้างสูง มือเตรียมคว้าระเบียงของห้องด้านล่างเพื่อผ่อนแรง ทว่าวินาทีนั้นเองร่างกายกลับถูกกระชากโดยใครสักคนที่ราวกับว่ากำลังดักรออยู่จนถูกรั้งเข้ามาในระเบียงข้างใต้

ใครกัน ?

เพื่อคุณ ทุกอย่างนี้เพื่อคุณ
ทุกอย่างที่ฉันได้ทำ
ฉันบอกกับคุณในทุกเวลา
สวรรค์ก็คือทุกที่ที่มีคุณ
บอกมาเลยว่าคุณต้องการทำอะไร
ได้ยินมาว่าคุณชอบผู้หญิงร้ายๆ
ที่รัก นั่นจริงเหรอ ?


TBC.

------------------------------------------------------

อย่า อย่าทวงถามฉากหวาน ยิ่งเขียนยิ่งเหมือนคุณอามุโร่เลี้ยงลูก ฮา แต่ทำไงได้ ไอรีนอยู่ในร่างสิบขวบเองนะคะ ถ้าจะมีอะไรที่มันค่อนไปทางเพศหรือใจเต้นตึกตักก็ออกจะเอ่อ... ไม่ไหวค่ะ ทำใจไม่ลง รอน้องโตก่อนนะคะ (ซึ่งอาจไม่มีวันนั้น-)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #52 icesupicha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 20:21

    โถ่วๆ หนีไม่ได้

    #52
    0