Fic conan นกสีฟ้า (amuro x oc) กำลังรีไรท์

ตอนที่ 7 : Summertime Sadness

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

นกสีฟ้า

AMURO x OC

------------------------------------------------------

Summertime Sadness

 

Summertime Sadness

Kiss me hard before you go

Summertime sadness

I just wanted you to know

That, baby, you're the best

 

ว่าการเลือกข้าวของเครื่องใช้เสร็จก็ปาไปจนเกือบเย็นย่ำ เรย์เอ่ยเสนอขึ้นมาว่าให้ไอรีนแวะร้านปัวโรต์กับเขาเพราะเดี๋ยวอีกไม่นานเธออาจได้มาที่นั่นบ่อยๆ ในฐานะน้องสาวของชายหนุ่ม ดังนั้นแวะรับประทานข้าวเย็นที่นั่นแล้วเอ่ยแนะนำตัวกับคนอื่นๆ ไปด้วยคงไม่สาย

ไอรีนมองระแวง

แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไร ดังนั้นสุดท้ายเธอและเขาก็มาจบลงที่ร้านปัวโรต์

เรย์จัดการเรื่องอาหารมาให้พร้อมคุยกับอาซึสะไปด้วย ท่ามกลางความหงุดหงิดอย่างแปลกประหลาดของหญิงสาวในร่างเด็กหญิง

มันก็ใช่

เธอหึงนิดหน่อย แต่มันไม่เหมาะนักที่จะหึง

ก้มมองมือตัวเองที่มีขนาดเล็กจิ๋วแล้วไอรีนได้แต่ลอบถอนหายใจ เธอหันมองอดีตคนรักที่หัวเราะต่อกระซิกกับหญิงสาวผมดำ ก่อนจะหลับตาลงพลางคิดในใจ

แค่ได้เห็นเขามีความสุขก็พอ อย่าทำให้เขาต้องกลับมาเจ็บปวดหรือมีแววว่าจะได้รับอันตรายจากตัวเองเลยไอรีน

           


และเพราะมัวแต่จมลงในห้วงความคิดของตัวเองหญิงสาวจึงไม่ทันสังเกตเลยว่าตัวเองนั้นเป็นที่จับตามองของคนหลายคนในร้าน ไม่ว่าจะเพราะด้วยสีผมที่โดดเด่น ใบหน้างดงามเหนือมนุษย์หรือแม้แต่การแต่งกายที่ราวกับหลุดออกมาจากหนังสือนิทานเจ้าหญิงในฝันของเด็กๆ

 

“ยังไงพี่สาวตรงนั้นก็ไม่เหมือนคนเลยแฮะ”

 

เก็นตะกล่าวเมื่อมองไปทางเด็กหญิงซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างของร้านปัวโรต์ เส้นผมของเธอมีสีเงินยวง มันยาวเลยกลางหลังและดูค่อนข้างนุ่มนิ่ม เมื่อรวมเข้ากับดวงตาสีอเมทิตส์ที่ส่องสว่างฉายแววราบเรียบผู้ซึ่งยกถ้วยชาร้อนขึ้นมาจิบยิ่งทำให้ดูเหมือนตุ๊กตาที่ถูกลืมเอาไว้มากกว่า

“นั่นสิครับ สวยมากแต่ไม่คุ้นหน้าเลย” มิซึฮิโกะอดไม่ได้ที่จะครางรับในลำคอด้วยความเห็นด้วย ทั้งหน้าตาและชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องนั่น

 

“น่ารักจังเลย!

 

อายูมิร้องออกมาเสียงดังอย่างลืมตัวทำเอาคนที่ถูกกล่าวถึงได้ยินจนได้ ไอรีนหันกลับมาพร้อมส่งยิ้มหวานให้แก่อีกฝ่าย ท่าทางสมกับเป็นเด็กน้อย รอยยิ้มไร้เดียงสาที่ส่งตรงไปยังแววตาราวกับสั่งได้

“เหรอ ขอบใจนะ” ร่างเล็กกระโดดลงจากเก้าอี้ก่อนตรงมายังโต๊ะที่พวกเด็กๆ นั่งอยู่ มือยื่นออกมาข้างหน้า ท่าทางการทักทายตามหลักสากล น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูกระจ่างใสแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ชัดนัก ราวกับว่าเธอไม่ชินที่ต้องพูดภาษาญี่ปุ่น

“อามุโร่ คริสตี้ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“เอ๊ะ อามุโร่เหรอ!?” อายูมิเบิกตากว้างขณะเอื้อมมือไปจับตอบ “อ๊ะ ขอโทษที่เสียมารยาทจ้ะ ฉันอายูมินะ นั่นเก็นตะคุง มิซึฮิโกะคุง และนั่นโคนันคุง” เธอเอ่ยแนะนำตัวเพื่อนๆ ให้แก่เด็กหญิงตรงหน้าได้รู้จัก โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าโคนันนั้นชะงักตั้งแต่ได้ยินยามสกุลของเธอคนนี้แล้ว

“อื้อ ฉันเป็นน้องของพี่โทโอรุน่ะ พึ่งย้ายมาจากอเมริกา จะมาอยู่ที่นี่พักหนึ่งเพราะโรงเรียนของฉันหยุดยาว”

สำเนียงการพูด และท่าทางของเธอทุกอย่างนั้นเป็นไปอย่างธรรมชาติ ดูลื่นไหลสิ้นดีราวกับไม่ได้โกหก ทว่าคนที่เหมือนจะจับโกหกได้ตั้งแต่ต้นกลับจ้องมองเธอไม่วางตา

ไอรีนชะงักเมื่อเห็นว่าเด็กชายที่ชื่อโคนันเอาแต่มองตัวเอง

แต่เพราะว่าเธอเห็นว่าเขายังเด็กจึงน่าจะสนใจสีผมและสีตาของตน จึงส่งยิ้มให้จนตาหยีแทน

“มิน่าล่ะ อายูมิถึงเห็นคริสตี้จังเข้ามาพร้อมกับพี่อามุโร่”

คนที่ถูกเอ่ยอ้างว่าเป็นพี่ชายลอบบ่นให้กับความแสบของเด็กหญิงอยู่ในใจ ช่างเป็นเด็กที่แสดงเก่งเสียจริง ถ้าไม่ติดว่าอามุโร่ โทโอรุ นี่มันตัวตนปลอมๆ ก็อยากจะเชื่อเหมือนกันว่ามีน้องสาวอยู่จริง

ใช่ ตัวตนปลอม

“ตายแล้ว คุณอามุโร่ไม่เห็นเล่าเลยว่ามีน้องสาวน่ารักขนาดนี้” อาซึสะที่ไม่รู้อะไรร้องออกมาอย่างตื่นเต้น เขาพาเด็กคนนี้เข้ามาในร้านแล้วเริ่มสั่งอาหาร ในคราแรกเธอก็อยากถามแต่เห็นว่าชายหนุ่มลงมือทำนั่นนี่เองจึงคิดว่าจะถามทีหลัง ไม่คิดว่าพอได้รู้จะเป็นเรื่องเซอร์ไพร์สน่าสนใจเสียได้

เธอมองพนักงานหนุ่มสลับกับเด็กหญิงที่พึ่งแนะนำตัวไปมา

หน้าตาไม่เหมือนกันเท่าไหร่ ไปคนละทางกันเลย คุณอามุโร่จะดูจับต้องได้มากกว่า ส่วนเด็กผู้หญิงผมขาวคนนั้นดูราวกับว่ามีกำแพงกั้น กระนั้นแล้วโตขึ้นมาคงเป็นคนสวยมากคนหนึ่ง!

เรย์หัวเราะ มือยกป้องปากกระซิบราวกับว่าคำพูดที่จะกล่าวต่อไปมันจะเป็นการทำร้ายเด็กหญิง “พอดีเธอเป็นน้องสาวคนละแม่น่ะครับ คือพ่อของเรา

“อ้า!” หญิงผมดำร้องอุทานก่อนจะเอานิ้วชี้จรดริมฝีปาก “ชู่!” แล้วขยับเข้ามาใกล้อามุโร่มากกว่าเดิมเพื่อเตือนเขาว่าคำพูดพวกนี้มันจะส่งผลต่อจิตใจของเด็กเขาควรระมัดระวังในการพูดให้น้องสาวของตัวเองได้ยิน อย่างน้อยก็จนกว่าเธอจะโต

พี่ชายปลอมๆ หัวเราะ

ส่วนน้องสาวปลอมๆ นั้นคิ้วกระตุก

ไม่ คนอย่างไอรีนไม่ใช่คนขึ้หึง โดยเฉพาะหึงอดีตคนรัก! มันไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเป็นการกระทำที่ดูไม่ดีอีกด้วย

แม้จะคิดแบบนั้นหญิงสาวก็เริ่มนับหนึ่งถึงสิบในใจพร้อมสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เสียแล้ว

โคนันขมวดคิ้วมุ่น

 

แม้ท่าทางของเด็กหญิงคนนี้จะเป็นธรรมชาติมากแค่ไหน แต่เพราะเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่พอจะรู้ว่าอามุโร่ โทโอรุไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ดังนั้นแล้วเด็กที่ชื่อคริสตี้จึงน่าสงสัยไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาที่ส่งมาของคนผมบลอนซึ่งคล้ายกับจะถามมาว่า รู้ทันสินะ ? ยิ่งทำให้สงสัยกว่าเดิม

“นี่คริสตี้จังน่ะ

 

โคนันอาศัยจังหวะที่คริสตี้กำลังพูดคุยกับอายูมิและคนอื่นๆ ก้าวตรงไปหาชายหนุ่ม

“นี่ คุณอามุโร่ นั่น

“อ้อ เธอเป็นน้องสาวของน่ะ” ชายหนุ่มย่อตัวลง กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “น้องสาวที่ฉันพึ่งรู้ว่ามีเมื่อวาน น้องสาวที่ฉันเก็บมาจากตรอกข้างร้านปัวโรต์ในสภาพถูกยิงจนเกือบตาย”

“เอ๊ะ

คำพูดนั่นย่อมบอกเป็นนัยๆ ว่าเรื่องที่บอกว่าเป็นน้องสาวหรือกลับมาจากอเมริกานั่นคือเรื่องโกหก โคนันหรี่ตามองสันติบาลหนุ่มผู้ที่ทำได้เกือบทุกอย่างเพื่อเป้าหมายตรงหน้า

“เรามีข้อแลกเปลี่ยนกันนิดหน่อยเกี่ยวกับพวกนั้น

“แล้วน้องสาวของคุณคนนั้นคงไม่ใช่ว่า

“ใช่ ฉันคาดเธอเกี่ยวข้องกับองค์กรแต่เกี่ยวข้องในทางเป็นศัตรูกันนะ เธอใช้ปืนเป็น ต่อสู้เป็นและไม่มีชื่อในฐานข้อมูลของประชากรญี่ปุ่น ฉันไม่รู้ชื่อของเธอ ข้อมูลเกี่ยวกับเธอที่มี มีเพียงกรุ๊ปเลือดและลายนิ้วมือ กับแอบสแกนม่านตาเอาไว้นิดหน่อยเท่านั้น” เรย์อธิบายออกมายาวเหยียดพลางเหลือบมองไปยังเด็กหญิงซึ่งดูจะฮอตน่าดูชมในหมู่เด็กๆ

เพราะสมัยนี้ยุคเปลี่ยนไปมาก ดังนั้นสีผมและสีตาที่โดดเด่นของเธอจึงไม่ทำให้เป็นปัญหาในการเข้าสังคม เขาไม่อยากคิดว่าถ้าเป็นยุคที่เขายังเป็นเด็กและเธอก็เป็นเพียงเด็ก เธอจะได้รับการปฏิบัติเช่นไร

คนเรามักจะปฏิบัติตนกับคนที่แปลกประหลาดในทางที่ไม่ดี

“ทำไมคุณบอกผมล่ะครับ” เด็กหนุ่มในร่างเด็กเจ็ดขวบสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล ปกติแล้วคนตรงหน้ามักจะพยายามแล้วพยายามอีกในการที่จะปกปิดข้อมูลคดีของตัวเองจากเขา

“เพราะเด็กคนนั้นย้ายมาอยู่กับฉัน ฉันไม่สะดวกที่จะสืบเรื่องของเธอ แต่ว่าถ้าเป็นโคนันคุงก็คงจะทำได้ใช่ไหมล่ะ ? ไม่สิ ต่อให้ทำไม่ได้เธอก็คงจะทำอยู่แล้ว เพราะเด็กคนนั้นที่เราทั้งคู่ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูเข้ามาใกล้กับเด็กๆ พวกนั้นขนาดนี้นี่นะ” ประโยคหลังดวงตาสีซีดมองไปยังพวกเก็นตะที่คุยกับคริสตี้อยู่

 

โคนันชะงัก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตรงหน้าทำอะไรซับซ้อนเพื่อยืมมือตน

แต่นี่มัน

 

“คุณอามุโร่อ้อมค้อมไปหรือเปล่าครับ ?”

 

“ก็อ้อมค้อมนะ แต่ช่วยไม่ได้ ก่อนอื่นต้องทำให้เด็กคนนั้นไว้ใจฉันนี่นา” แฟลชไดร์ฟถูกส่งเข้ากระเป๋ากางเกงของโคนันด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับไม่ต้องการให้ใครมาพบเห็น อามุโร่ขยิบตาลงเสียข้างหนึ่ง “รบกวนหน่อยนะ”

           

           

            คริสตี้เดินสลึมสลือในมือจับจูงกับพี่ชายปลอมๆ ของตัวเอง กว่าที่พวกเด็กๆ จะยอมปล่อยเธอกลับก็ปาไปเกือบสองทุ่ม เรย์เองก็ดูจะพึงพอใจที่เธอรู้สึกผูกมิตรกับคนอื่นเขาจึงปล่อยให้เธอเล่นกับอายูมิต่อไป

            ร่างกายเด็กๆ นี่แย่จัง

            อ่อนแอ

            ก็พอจะรู้ว่าเจตนาเขาคือการเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ที่โดนเธอหยอก จึงจงใจให้เธอคุยกับเด็กๆ แต่ว่า ไอรีนหลุบตาต่ำมือยกกดหน้าท้องตัวเอง แผลที่ถูกยิงของเธอมันเจ็บ มันเจ็บมากและรู้สึกได้ว่าใต้ผ้าพันแผลมันชื้นๆ ขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

            “ง่วงแล้วเหรอคริสตี้ ?” สันติบาลหนุ่มเอ่ยถามเมื่อสัมผัสได้ว่าเด็กหญิงที่ดูเปี่ยมล้นด้วยพลังงานในตอนเช้าดูซึมผิดปกติ ใบหน้างดงามดูมึนเบลออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

            คนถูกถามพยักหน้า “ค่ะ จริงๆ แล้วร่างกายของเด็กทำให้เหนื่อยง่ายนิดหน่อย และอีกอย่างหนูเจ็บแผลด้วย”

            เขาเกือบลืมไปเลยว่าเธอมีแผล

            “ให้อุ้มไหม ?”

            เอ่ยถามไปด้วยความหวังดี ชายหนุ่มคิดว่าเขาอาจจะโดนเธอด่าแน่ๆ แต่กระนั้นเด็กหญิงกลับชูแขนทั้งสองข้างขึ้นมาพร้อมจ้องมองเขาตาแป๋วแทนคำตอบ

            แม้เรย์จะเฝ้านินทาเธอในใจว่าเป็นเด็กแสบ เด็กนรกหรือเป็นตัวร้าย แต่อย่างไรก็ตามคริสตี้ดันมีข้อได้เปรียบคือหน้าตาที่น่ารัก ดังนั้นด้วยท่าทีแบบนั้นจึงทำให้คนอดเอ็นดูเธออย่างช่วยไม่ได้จริงๆ

 

            ช่างเป็นคนที่รู้จุดแข็ง (หน้าตา) ของตัวเองดีจริงๆ!

            คนผมบลอนย่อตัวลงก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมา ใบหน้าของคริสตี้กดลงที่บ่าของเรย์ เด็กหญิงดูสงบนิ่ง เพราะฉะนั้นสันติบาลหนุ่มจึงรีบสาวเท้าไวๆ เพื่อไปให้ถึงบ้าน อดคิดไม่ได้ว่าพลาดแล้วที่ไม่นำรถมาด้วย

            “อยากให้แวะซื้อยาแก้ปวดไหม ?”

            “ไม่ดีกว่าค่ะ จริงๆ หนูดื้อยาแก้ปวดนิดหน่อย กินไปก็ทำลายตับเปล่าๆ ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก” คริสตี้สั่นศีรษะ

            เธอกระชับแขนโอบคออดีตคนรักเอาไว้ ตั้งใจจะพักสายตาสักครู่หนึ่ง สองหูตั้งใจฟังเสียงฝีเท้าของเรย์ก่อนที่ร่างกายเล็กๆ จะเกร็งนิ่งเมื่อนอกจากเสียงฝีเท้าแล้วดันมีเสียงอื่นแทรกเข้ามา

           

            “เบอร์เบิ้น”

           

            ปลายเล็บของไอรีนจิกลงที่แผ่นหลังของคนซึ่งอุ้มตัวเองอยู่ ดวงตาสีม่วงสั่นไหวภายใต้เปลือกตา เธอพยายามบังคับให้ตัวเองอยู่นิ่ง แสร้งทำเป็นหลับแม้ว่าในอกจะเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว

 

            และความโกรธ

 

            เสียงของยิน

           

            “บังเอิญจังครับ คุณมาทำงานแถวนี้เหรอ ?” สันติบาลหนุ่มสวมหน้ากากของเบอร์เบิ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาไม่แม้แต่จะฉายแววประหม่าหรือกังวล มือลูบหลังคนที่ตัวเองอุ้มอยู่ขึ้นลงเป็นการปลอบและบอกโดยนัยให้ใจเย็น

            “ก็นะ ว่าแต่แก” ยินว่าปัดๆ คล้ายไม่อยากบอกเรื่องงานของตัวเองให้อีกคนรับรู้เสียเท่าไหร่ เขากำลังรอวอดก้าที่ตัวเองใช้ให้เข้าไปนำสิ่งของที่ถูกท่านผู้นั้นวานให้มารับ แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปบอกใครก็ไม่รู้

ดวงตาสีฟ้าเหลือบตามองเด็กหญิงในชุดกระโปรงฟูฟ่องแปลกตาที่มักเห็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ซึ่งออกราการโทรทัศน์สวมใส่ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มผมบลอน แม้เจ้าหล่อนจะหันหลังแต่สีเส้นผมนั้นกลับคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

 

เหมือนกับนังตัวดีนั่น

           

            “อุ้มใครมา ?”

           

            “น้องสาวของผมเองครับ น้องสาวต่างแม่ และถ้าหากคุณไม่มีธุระอะไรผมต้องขอตัวก่อน ผมไม่อยากหาข้ออ้างกับน้องสาวหรอกนะว่าเบอร์เบิ้นคือใคร” เรย์กล่าวคำโกหกออกมาได้อ่างลื่นไหล เพราะแต่เดิมประวัติของเบอร์เบิ้นก็ไม่มีคนในองค์กรรู้อยู่แล้ว

            เป็นใคร มาจากไหน ชื่อจริงชื่ออะไร ไม่มีใครรู้

            ดังนั้นกับแค่แสร้งว่าตัวเองมีครอบครัว มีน้องสาว จึงไม่น่าทำให้ใครสงสัย แค่แสดงท่าทีเหมือนหวงน้องอีกนิดเท่านั้น

            ยินไม่ได้เอ่ยตอบอะไร แม้จะติดใจกับสีเส้นผมของพี่น้องที่ต่างกัน และเด็กที่เบอร์เบิ้นอุ้มก็มีเส้นผมสีเดียวกับใครบางคนที่เขาตามล่ามานาน แต่เมื่อคิดถึงอายุที่แตกต่างระหว่างผู้หญิงคนนั้นกับเด็กคนนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีก ยอมปล่อยผ่านแต่โดยดี

           

            ไอรีนลอบถอนหายใจ

           

เธอผ่อนคลายลงยามที่เรย์อุ้มตัวเองออกห่างมาจากชายผมเงิน

            “ไม่เป็นไรนะ” สันติบาลหนุ่มเอ่ยปลอบ กระนั้นในหัวกลับลอบเก็บข้อมูลที่ตนพึ่งรับรู้ไว้ในใจ

           

           

“พี่ พี่คะ พี่เซย์ ไม่นะ ม่ายยย!!!!

เสียงเปิดประตูดังพรวดเข้ามาทันทีที่เด็กหญิงหวีดร้องออกมาเสียงดังในยามเช้า แม้ว่านี่จะไม่ใช่เช้าวันแรกที่เรย์ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ฝันร้ายจนร้องออกมา แต่ก็ไม่สามารถทำใจให้ชินกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้สักครั้ง ยิ่งกับเช้าวันนี้ที่น้ำเสียงนั้นดูหวาดกลัวว่าทุกที

หรือเพราะว่าเธอเจอยินก็เลยเก็บมาฝัน ?

สาเหตุที่ใส่ใจคริสตี้มากขนาดนี้ ส่วนหนึ่งนั้นเพราะน้ำเสียงที่ราวกับจะขาดใจ และอีกส่วนเป็นเพราะเธอคนนั้นก็มีอาการแบบนี้เช่นกัน

            ไอรีน

            แม้จะไม่บ่อยนักที่เขาและแฟนสาวที่ตายจากไปมาค้างคืนด้วยกัน แต่ก็ไม่เคยมีวันไหนที่จะไม่ได้เห็นเธอหวีดร้องออกมาเพราะฝันร้ายเช่นกัน ซ้ำบางคืนยังละเมอร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกต่างหาก เพียงแต่ในกรณีของหญิงสาว เรย์รู้ว่าเธอจะฝันร้ายและหวีดร้องแค่ตอนอยู่กับเขาเท่านั้น

            ไม่ใช่เพราะเธอกลัวหรือไม่สบายใจ

            แต่เพราะเธอสบายใจ จนปล่อยตัวเองให้จมดิ่งได้โดยไม่ฝืนทำเป็นเข้มแข็ง

            ไอรีนไม่ได้เข้มแข็ง เธอแค่แสดงภาพลักษณ์ตัวเองออกมาแบบนั้นเพราะเหมือนว่าอดีตของหญิงสาวจะมีปัญหา ส่งผลให้เธอต้องมีบุคลิคภาพที่สามารถป้องกันตัวเองได้ สันติบาลหนุ่มเคยคิดอยากจะพูดคุยกับเธอเรื่องอดีต ทว่าเป็นเพราะตัวเขาก็โกหกหล่อนอยู่จึงไม่เคยกล้าไถ่ถามสักครั้ง

           

และไม่มีโอกาสได้ถามอีก

 

            เด็กหญิงที่คิดฟุ้งซ่านสะบัดศีรษะไปมาก่อนตรงเข้ามายังเด็กหญิงที่ลุกขึ้นนั่งด้วยร่างกายที่เปียกโชก

            “ไหวไหม ?” เอ่ยถามออกไปเช่นนั้น ก่อนจะได้รับการพยักหน้าเป็นการตอบรับ ยามเช้ารวมเข้ากับฝันร้ายดูเป็นเวลาที่หัวสมองของคริสตี้ยังทำงานไม่เต็มที่ เธอจึงมักไม่ค่อยจิกกัดเขาเท่าไหร่ “แน่ใจนะ ? อยากอยู่ห้องมั้ย ?”

            “แน่กว่านี้ไม่มีแล้วค่ะ” เด็กหญิงตอบก่อนสะบัดผ้าห่มเก็บให้เรียบร้อยแล้วตรงเข้าไปยังห้องน้ำพร้อมด้วยชุดกระโปรงลูกไม้ฟูฟ่องที่เคยไปซื้อด้วยกันมา “วันนี้มีนัดกับพวกเด็กๆ ว่าจะไปเล่นด้วยกันน่ะ ถ้าไม่ไปเดี๋ยวพวกนั้นก็ทำหน้าผิดหวังอีก”

            “ใจดีจังนะ”

            “เหอะ”

            ประตูห้องน้ำถูกปิดดังปัง บ่งบอกสภาพอารมณ์เด็กขี้โวยวายได้เป็นอย่างดี

           

           

            ในสายตาของเรย์เขาคิดว่าตัวจริงของคริสตี้น่าจะอยู่ในช่วงวัยไม่เกินมัธยมปลาย เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่มีผู้หญิงที่อายุมากที่ไหนมีรสนิยมหรือมั่นใจที่จะสวมใส่เสื้อผ้าแนวเจ้าหญิงแบบนั้นแน่นอน

           

            เพราะงั้นเมื่อคืนเขาถึงได้ปลอบเธอแบบนั้น

           

            ส่วนคนที่ถูกคิดว่าชอบเสื้อผ้าแนวเจ้าหญิงนั้นกำลังเบะปากคว่ำอยู่ในห้องน้ำ

            “จะไหวจริงเหรอวะ” อดไม่ได้ที่จะพูดคำหยาบเมื่อมองเสื้อผ้าที่ตนเองเลือกมา เธอแสร้งทำตัวสบายๆ ให้เขาคิดว่านิสัยที่ทำนั้นเป็นนิสัยจริงๆ เพราะตั้งใจหลอกเรย์เรื่องอายุจึงเลือกเสื้อผ้าที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นมาใส่และแสดงออกว่าชอบมันนักชอบมันหนา ทั้งที่ความจริง

            มองริบบิ้นติดผมที่มีลูกไม้ประดับพร้อมจี้แล้วหญิงสาวในคราบเด็กหญิงถึงกับถอนหายใจ

            ไอรีนเอ้ย นี่มันนรกชัดๆ!

 

ฤดูร้อนที่แสนเศร้า

ก่อนที่เธอจะจากไปโปรดจูบฉันให้นาน

ฤดูร้อนนี้ช่างน่าเศร้า

ฉันแค่อยากให้เธอได้รับรู้


TBC.

------------------------------------------------------

ถ้าใครเคยอ่านเวอร์ชั่นก่อนน่าจะเดาได้ว่ายินน่ะมีความแค้นฝังลึกกับน้องไอรีนพอสมควร

เพราะว่ายิน... บังคับให้น้องฆ่าพี่ชาย (บุญธรรม) ของตัวเองกลายๆ ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #51 icesupicha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 20:11

    5555หลอกกันเก่งง

    #51
    0