[Fic naruto] เบื้องลึกของคู่กัด ซาอิ and ซากุระ

ตอนที่ 10 : แปรเปลี่ยนเป็นความกล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ธ.ค. 49

 

 หลังจากมัวแต่คิดเรื่องไร้สาระ ซาอิจึงตัดสินใจจัดแจงหาที่นั่งให้ตนดีกว่า พอนั่งลงเสร็จ เด็กหนุ่มก็เอ่ยถามเรื่องที่ต้องการรู้แบบเลียบๆเคียงๆ

 เอ่อ คือว่า....เรื่องภารกิจวันนี้

หือออ? แล้วความคิดอันบ้าบอของซาอิก็แล่นเข้าหัวทันทีที่สบตากับซากุระ

...... แบบว่า - -* คุณซากุระเค้าไปฝึกสายตาสุดหลอนมาจากหัวหน้ายามาโตะมาเหรอครับเนี่ย?  เหมือนกันเด๊ะ  หรือว่านี่คือร่างทรงของหัวหน้ายามาโตะหรือไง เหอ...เหอ - -  

ทว่าทางเด็กสาวตรงหน้าเองก็สังเกตเห็นสีหน้าแปลกๆของเขา จึงหัวเราะคิกคักขึ้นมาคนเดียว ทำให้ซาอิถึงกับอึ้งที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอคนนี้มานานเหมือนกัน

เป็นอะไรไปอีกเหรอครับ?

ออ โทษทีๆ คือ...หัวเราะเพลินไปหน่อยน่ะ ที่จริงชั้นจะบอกนายว่าภารกิจวันนี้เราจะลุยกันเต็มที่นะ

หา?? นี่ถ้าเขาไม่ได้หูฝาด ก็คงหูพิการโดยบังเอิญแล้วกระมัง เมื่อกี้ได้ยินคุณซากุระบอกว่าพร้อมจะปฏิบัติภารกิจ

อะไรกันเล่า! คนเค้าอุตส่าห์เครื่องร้อนแล้วนะ ทำสีหน้าแบบนั้นหมดไฟกันพอดี

ก็ เมื่อวานยังเห็นคุณแบบว่า....เอ่อ เอ้อ.... เด็กหนุ่มหยุดพูดเสียกลางคัน เนื่องจากซากุระยกมือเพื่อห้าม

คิดว่าชั้นเป็นใครกัน ชั้นคือลูกศิษย์สุดรักของท่านซึนาเดะเชียวนะ คิดเหรอ? ว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ชั้นยอมละทิ้งภารกิจน่ะ

แต่ที่จริงแล้ว มันก็ไม่ใช่ภารกิจโดยตรงนี่ครับ แต่มันทำเพื่อวัดความสามารถของแต่ละบุคคลในการประสานงานกับคู่หูของตนก็แค่นั้นเอง

นั่นสิเนอะ แต่! ช่างเถอะ จะมาคิดเรื่องนั้นไป หมอกก็ไม่จางหายไปหรอกนะ เพราะงั้นที่ควรทำคือ ทำหน้าที่ของตนอย่างสุดกำลังต่างหาก สิ้นเสียงที่ส่อถึงความมั่นใจของเธอแล้ว เด็กหนุ่มที่นั่งตรงข้ามก็ส่งยิ้มมาให้เป็นกำลังใจ และถือเป็นการยอมรับไปในตัว พลันบรรยากาศก็ดูจะดีขึ้น อาจเป็นเพราะรอยยิ้มของซากุระก็ได้ ที่ทำให้สิ่งรอบตัวแจ่มใสไปด้วย

งั้นเดี๋ยวผมจะมาหาอีกทีนะครับ แล้วอย่าลืมกินข้าวกินปลาด้วยล่ะ ถ้าไม่มีพลังช้างมาคอยต่อกรกับศัตรู งานครั้งนี้ท่าจะชนะยากนะครับว่าพลางร่างนี้ก็หมุนตัวกลับเพื่อเปิดประตูออกจากห้อง

นายชมหรือล้อชั้นกันแน่ยะ? - - เสียงถามดังไล่หลังซาอิที่ตอนนี้หันมามองเด็กสาวแบบอมยิ้ม

แล้วแต่จะคิดครับ ว่าแต่ความกล้าที่คุณนำมาใช้ในครั้งนี้น่ะ ผมยอมรับจริงๆนะสิ้นเสียงและถ้อยคำที่ชวนให้คิดเสมอ ร่างนั้นพร้อมกับเงาของเขาก็หายไปจากห้องเช่นเคย

   อาจจะใช่ก็ได้นะ  เพราะเรื่องที่เราทำได้ก็คือสิ่งนี้ ความเศร้าไม่ได้ช่วยอะไร แต่ความกล้านี่ล่ะ คือสิ่งที่จะทำให้เรากล้าที่จะเผชิญกับโชคชะตาแม้ว่ามันจะโหดร้ายเพียงใด ดังเช่นการต้องพบกับซาสึเกะคุงในครั้งนี้ก็ตาม

ความคิดนี้ที่แล่นในสมองของเด็กสาวดูจะเข้ากันดี ร่างบางยิ้มเล็กๆกับตนเองและหยิบจานข้าวขึ้นมาทานอาหารอย่างมีความสุข

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง

   ท่ามกลางความเงียบและไอเย็นที่ดูจะแผ่ปกคลุมไปรอบๆบริเวณนี้ เสียงหายใจคือสิ่งเดียวที่ดังแหวกบรรยากาศนี้ ชายแก่ที่ผมเริ่มจะหายไปจากหัวแล้ว มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาสลดยิ่งนัก มิใช่เพราะความสงสาร แต่เป็นเพราะกลัวเขาจับใจมากกว่า

แล้วไง? คนที่ปลอมตัวเป็นชั้นน่ะ มันเป็นใคร? เสียงอันเยียบเย็นดังออกมาจากริมฝีปากบางนั้น ซาสึเกะจ้องหน้าคนตรงหน้าเพื่อควานหาคำตอบ ทว่าเขาก็ยังคงเงียบกริบต่อไป

ที่เงียบนี่ หมายความว่า ไม่รู้ใช่มั้ย? ชายตรงหน้าได้ยินดังนั้นถึงกับตาเบิกกว้างเพราะความตกใจกลัวที่เด็กหนุ่มคนนี้เดาถูก แต่เขาก็ยังพยายามผงกหัวอย่างกล้าๆกลัวๆว่าใช่

นึกแล้ว ถ้าการคาดเดาของชั้นถูกต้องล่ะก็ คงจะเป็นนินจาจากโคโนฮะสินะ

เอ่อ เจ้ารู้ได้ไง?... แม้สรรพนามที่เรียกจะเปลี่ยนแปลงไป แต่ผู้ฟังเองดูเหมือนจะไม่ได้สนใจ เพราะได้แต่หัวเราะ หึหึ กับตนเองเบาๆและมองมายังมือของตนที่ตอนนี้กำแน่นราวกับจะบีบอัดบางสิ่งให้แหลกเป็นจุลคามือ

ก็ดี แบบนี้สิ มันถึงจะคุ้มค่าหน่อย นินจาโคโนฮะทั้งหลาย สิ้นคำกล่าวนั้น เด็กหนุ่มก็ลุกเดินออกจากห้องโดยไม่ฟังใครใดๆอีก

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 จัดกองกำลังคุ้มกันหน้าห้องท่านหญิง และทางเข้าเรือนไม้ให้หมด อย่าให้มีจุดอ่อนล่ะ!” เสียงนายทหารที่ฟังดูเข้มแข็งดังขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงจากคบเพลิง เหล่าทหารคนอื่นทั้งหลายวิ่งไปมาอย่างวุ่นวายเพื่อเข้าประจำตำแหน่ง และเตรียมรับมือ ซึ่งที่หน้าห้องของท่านหญิงเองก็มีร่างเงาดำสองร่างคอยรับมืออยู่เช่นกัน 1คือเด็กสาวผมสีชมพูผู้มากด้วยความสามารถ กับเด็กหนุ่มผมดำที่ออกจะกวนโมโหแต่มีศิลปะเป็นอาวุธ

เวลาเนี่ยมันผ่านไปเร็วจริงๆนะครับเด็กหนุ่มผมดำที่ยืนอยู่หน้าห้องท่านหญิงเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปยังรอบๆเรือนไม้ที่ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว

นั่นน่ะสินะ ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ แต่ดูเหมือนเรื่องทุกเรื่องจะมารุมเร้ากันดีจริงๆ ซากุระตอบกลับพลางถอนหายใจและมองไปยังทางเบื้องหน้าที่เธอจะต้องเผชิญกับเขาคนนั้น คนที่เธอรอคอยมาตลอด

ยังไงก็อย่าท้อซะล่ะครับ เพราะว่าเรายังมีวันพรุ่งนี้อยู่

.........!” นานๆที นายเองก็พูดเรื่องดีๆกับเค้าเป็นเหมือนกัน ซาอิ ^^  

ข้างนอกประตูทางเข้าแคว้นโทโมเอดะ บัดนี้ได้มีนินจาภายใต้สังกัดตระกูลคางายูระอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจูนิน ไปจนถึงโจนินก็ตาม ซึ่งเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าสุดและดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ามิใช่ใครอื่น แต่เป็น อุจิวะ ซาสึเกะนั่นเอง

ได้เวลาแล้ว สิ้นเสียงของซาสึเกะ นินจาทั้งหลายก็เริ่มเปิดฉากโจมตีโดยการเผาประตูหน้าทิ้ง

และบุกเข้ายังที่ดินของตระกูลโทโมเอดะอย่างไม่รีรอ ภาพตรงหน้าของเด็กหนุ่มช่างเหมือนสงครามหย่อมๆไม่มีผิดเพี้ยน แสงไฟที่ลุกเจิดจ้าท่ามกลางหมอกแห่งความหนาวเย็นในยามกลางคืนเช่นนี้ ยิ่งทำให้เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งดังก้องไปทั่ว

ต้องอย่างนี้สิ

    ส่วนทางฝ่ายที่คอยตั้งรับ ทางนี้นั้น....

แกร๊งง แกร๊งง

  เสียงอาวุธมากมายกระทบกัน ศึกระหว่างนินจากับทหารคุ้มกันได้เริ่มเปิดฉากขึ้น ผู้คนทั้งหลายต่างต่อสู้กัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ และแม้แต่พวกเขาสองคนเองก็เช่นกัน

ไหนว่ามือสังหารคือ ซาสึเกะคุงไง!! นี่มัน....สงครามนินจาแล้วนะ เด็กสาวผมชมพูพูดอย่างรีบร้อนพลางต่อยคู่ต่อสู้ที่หมายจะใช้มีดแทงเธอจนกระเด็นไปชนกับเสาไม้

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าเป็นอย่างนี้ได้ยังไง แต่! แบบนี้ท่าจะยุ่งซะแล้วน่ะสิครับคนข้างๆเองก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่รีบร้อนไม่แพ้กัน เนื่องจากต้องหลบหลีกดาวกระจายที่ปามาทางตนไม่หยุดหย่อน

แล้วจะเอาไงดีล่ะทีนี้ ซาอิ? ซากุระหันมามองคู่สนทนาข้างๆที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นกำลังใช้ดาบปัดดาวกระจายแทน

.....งั้นนานๆทีเราก็มาเปิดสวิทช์โหมดกันดีมั้ยครับ? ทั้งที่กำลังสู้อยู่แท้ๆ แต่เด็กหนุ่มก็ยังหันมายิ้มให้ประมาณว่าเอาไง เด็กสาวได้แต่คิ้วขมวดเข้าหากันแบบไม่เข้าใจ ซาอิจึงยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ฉับพลันร่างตรงหน้าเขาก็ล้มลงพร้อมๆกับที่ไร้รอยแผลใดๆบนร่างกาย

นะ....นี่นาย?!” ซากุระได้แต่อ้ำอึ้งกับสิ่งที่ตนได้เห็น ถ้าเธอตาไม่ฝาด เมื่อกี้ยังเห็นว่าซาอิยืนอยู่ข้างหน้านินจาคนนี้เลย แต่ว่าเพียงแค่เสี้ยวเดียวเขาก็ไปอยู่ข้างหลัง พร้อมๆกับที่ร่างนั้นล้มลง

ก็นะครับ ซาอิพูดออกมาเบาๆพลางเริ่มลงมือจัดการต่อ ปล่อยให้เด็กสาวยืนมองต่อด้วยความฉงนปนชื่นชม

....ลืมไปเลยว่านายเป็นพวกหน่วยลับ งานลอบสังหาร หรือจุดตายต่างๆของคู่ต่อสู้นายคงรู้ดีสินะ....

มัวแต่มองไปทางไหนกัน!” จู่ๆลูกไฟสองลูกพุ่งตรงมายังร่างของเด็กสาวที่ไม่ทันได้ตั้งตัว!!

 

>>To be continued

 

Episode11ไร้เยื่อใยแต่มีความรู้สึก

   จู่ๆลูกไฟสองลูกพุ่งตรงมายังร่างของเด็กสาวที่ไม่ทันได้ตั้งตัว!! ทันใดนั้น น้ำหมึกสีดำจำนวนมากก็มากั้นไว้เป็นเกราะอย่างดี เมื่อลองเงยหน้ามองขึ้น เธอก็พบว่านินจาคนที่โจมตีมาเมื่อกี้สลบเหมือดไปซะแล้ว

ทำอะไรอยู่ครับ อืดอาดแบบนี้ไม่สมกับเป็นคุณเลยนะครับ ซาอิวิ่งเข้ามาหาพลางตรวจดูว่าซากุระเป็นอะไรหรือเปล่า

ใครจะไปเก่งเหมือนนายกันล่ะ คุณอดีตหน่วยลับ อย่างชั้นน่ะก็แค่จูนินธรรมดาๆคนนึงนะยะ

อ้าว! ไหนบอกว่าเป็นลูกศิษย์ของท่านซึนาเดะไงครับ และยังบอกอีกว่าจะช่วยซาสึเกะคุงให้ได้น่ะแค่นี้ก็ปอดซะแล้วเหรอ?

อึก... เด็กสาวได้แต่นิ่งเงียบพลางปัดฝุ่นที่เลอะตามเสื้อผ้าออก

เป็นนินจาแพทย์ทั้งทีแต่ก็ไม่เห็นจะมีทีเด็ดอะไร เห็นแต่ใช้พลังถึกลุยลูกเดียวอยู่ได้ บอกตามตรงนะครับ คายูริยังดีซะกว่าเลยน้ำเสียงที่พูดออกมานั้นออกเชิงจะล้อเลียนและดูหมิ่นนิดๆ ทางซากุระเองก็พอจะจับได้จึงโพล่งออกไปว่า

งั้นเหรอ คายูริก็เป็นนินจาแพทย์งั้นเหรอ ได้ ได้เลย....ครั้งนี้แหละชั้นจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้ ว่าพลางเด็กสาวเลือดร้อนก็พุ่งเข้าใส่ศัตรูที่มาใหม่ทันที โดยคราวนี้เปลี่ยนมาใช้มีดผ่าตัดของนินจาแพทย์เป็นอาวุธแทน

 เด็กหนุ่มได้แต่ยืนขำเล็กๆในใจกับคำสบประหม่าที่ดูจะได้ผลเกินคาด สปิริตของซากุระกลับมาแล้วจริงๆ

เรื่องกวนโมโหคนเนี่ยรู้สึกจะเก่งจริงๆเลยนะ ซาอิ เสียงพึมพำเบาๆของคายูริดังขึ้นที่พุ่มไม้ใกล้ๆคนทั้งสอง ก่อนที่เธอจะหายตัวเข้าพุ่มไม้นั้นไป +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เป็นอย่างไรบ้าง พวกเจ้าน่ะ? ท่านหญิงมิโคโตะชะโงกหน้าออกมาจากห้องของเธอพลางมองดูคนทั้งคู่ที่ตอนนี้นั่งพิงเสาอย่างเหนื่อยล้า แสงจันทร์ยังคงส่องให้เห็นสีหน้าที่เปื้อนหยาดเหงื่อจำนวนมาก และคราบดินที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า

พวกนั้นถอยไปแล้วครับ....ซาอิเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและมองคนข้างๆเขาซึ่งกำลังหอบหายใจอย่างถี่รัวไม่แพ้กัน

 ถ้าถอยไปแบบนี้แล้ว คงอีกนานหน่อยนะคะที่จะมาบุกอีกน่ะ ซากุระเอ่ยขึ้น

ใช่ ข้าว่าข้าจะส่งจดหมายไปร้องเรียนกับท่านไดเมียวของทุกแคว้นให้ช่วยกันพิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าพวกนินจาตระกูลคางายูระก็บาดเจ็บกันไปมากแล้ว แบบนี้มิสึคาเงะคงไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือสั่งการอะไรได้หรอก

ค่ะ  ถ้าจบแบบนี้แล้วเราก็กลับได้แล้วสินะ เด็กสาวพูดด้วยความดีใจ พร้อมกับปาดเหงื่อที่หน้าผากเป็นการว่าในที่สุดก็เสร็จซะที

ยัง...มันยังไม่จบ เสียงอันเยียบเย็นที่คุ้นหูดังขึ้นจากข้างหลังคนทั้งหมด เมื่อลองหันกลับไปดูก็พบเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสมส่วนซึ่งมีแววตาเย็นชาประหลาด เดินผ่านกลุ่มหมอกมุ่งตรงมายังทางนี้

ซาสึเกะคุง?!”

ซากุระเองเรอะ และก็นาย....คนที่เจอเมื่อตอนนั้น เด็กหนุ่มเจ้าของแววตาเย็นชาพูดพลางมองมายังซาอิด้วยสีหน้าดูหมิ่นเล็กน้อย เนื่องจากที่เจอเมื่อตอนนั้น ซาอิสู้ซาสึเกะเค้าไม่ได้นี่นา T^T

ซาสึเกะคุงมาจริงๆด้วยสินะครับ เอาล่ะ! ผมว่าเรามาเริ่มการสานสัมพันธ์ให้กับพวกคุณดีกว่าครับ ซาอิยิ้มให้เจ้าของเรื่องทั้งคู่ จนทั้งสองได้แต่ทำหน้างงกับคำพูดของเขา

ตาบ้าซาอิ! เดี๋ยวก็ตายกันพอดีหรอก ขนาดชั้นยังกล่อมซาสึเกะคุงเค้าไม่อยู่เลย แล้วหน้าอย่างนายจะมีปัญญาทำอะไรได้ยะ!!.... ซากุระคิดกับตนอย่างร้อนรน พลางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างวิตกกังวล กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า แล้วจู่ๆเด็กหนุ่มแววตาเย็นชาก็พูดขึ้น

ท่าจะบ้านะ เจ้านี่ คิดว่าชั้นมีเวลาว่างมากพอจะมาสานสัมพันธ์กับพวกโคโนฮะอย่างนายรึไง?

...........เอ๋? เอ่อ....ครับ?

ที่ชั้นมานี่ก็เพราะนึกว่าจะมีพวกนินจาฝีมือดีมาให้ทดสอบตัวเองซะหน่อย แต่นี่อะไร? มีแต่พวกกระจอก

ถ้างั้นก็หมายความว่า....ซาสึเกะคุงจะไม่ฆ่าท่านหญิงมิโคโตะใช่มั้ย?น้ำเสียงที่ถามออกมาปิดความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ เด็กสาวมองหน้ารอคำตอบอย่างมีความหวัง ทว่าทางเด็กหนุ่มกลับส่ายหัวและยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

จริงอยู่ ที่ชั้นไม่ได้มาเพื่อฆ่าท่านหญิงอะไรนั่น แต่....ถ้าฆ่าพวกเธอได้ก็ไม่เสียหายอะไรสิ้นเสียงเงาดำก็พุ่งผ่านซากุระและซัดเข้าที่ชายโครงของซาอิเต็มๆโดยไม่ทันตั้งตัว จนทำเอาร่างนี้ล้มลงกองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า

ซาอิ!!” เด็กสาวผมชมพูรีบวิ่งมายังร่างคู้ที่หมอบตัวกับพื้นด้วยความเจ็บปวด นี่ขนาดการโจมตีเพียงครั้งเดียวยังถึงขนาดนี้ ถ้าเจออีกทีมีหวังขยับร่างกายไม่ไหวแน่ๆ

เพราะหลงใหลในสายสัมพันธ์ เพราะมัวแต่มาเล่นเป็นนินจาโคโนฮะนั่นแหละ ถึงได้อ่อนแอ

พอเถอะ ซาสึเกะคุง เลิกพูดได้แล้ว ทุกคนน่ะคือเพื่อนของเธอนะ ทุกคนพยายามเพื่อช่วยเธอนะร่างบางที่เคยคุกเข่าอยู่ค่อยๆลุกขึ้นยืนพลางหันมามองหน้าคนที่เธอพูดด้วย

ถึงจะร้องไห้ไปทุกอย่างก็ไม่กลับคืนมา มันจบแล้ว ชั้นในวันนี้กับชั้นในวันนั้นไม่เหมือนกัน ชั้นน่ะไม่มีความลังเลใจอีกต่อไปแล้ว

ไม่หรอก ซาสึเกะคุงก็ยังคงเป็นซาสึเกะคุงที่ชั้นรู้จัก ใช่...ไหม?ซากุระตอบกลับพลางปาดน้ำตาที่เริ่มหลั่งไหลออกมาจากหางตาของเธออีกครั้ง แต่ทางซาสึเกะผู้แสนเย็นชากลับไม่สนใจแต่มุ่งเป้าไปยังซาอิที่ตอนนี้ค่อยๆดันตนเองลุกขึ้นยืนได้แล้ว

ทั้งๆที่คุณซากุระชอบคุณถึงขนาดนี้ แต่ทำไมคุณถึง...... ร่างโทรมๆของเด็กหนุ่มหันกลับมาและพูดกับเขา สายตาที่มองมาช่างแข็งกร้าวและดุดันเป็นอย่างยิ่ง ช่างไม่เหมือนกับซาอิที่เคยเป็น ซากุระเองเห็นเช่นนั้นจึงรีบวิ่งเข้ามาคั่นกลางระหว่างคนทั้งสอง

ไม่ต้องซาอิ อย่ามายุ่ง!! ขอร้องล่ะ ชั้นจะเป็นคนช่วยซาสึเกะคุงเอง

เหอะ! ก่อนอื่นช่วยตัวเธอเองให้รอดก่อนเถอะ ซาสึเกะพึมพำเบาๆ ฉับพลันเขาก็หายตัวมาอยู่ข้างหน้าซากุระ เนตรสีแดงฉานกับตาสีเขียวของเด็กสาวสบกันจังๆครู่นึงก่อนที่ร่างของเด็กสาวผมชมพูจะค่อยร่วงลงพื้น ราวกับกลีบซากุระร่วงหล่นจากต้นก็มิปาน

.....เจ็บ.....

......มันเจ็บกว่าที่เคยทุกครั้ง..... ไม่รู้เพราะอะไร แต่เราก็ยังรู้สึกดีใจที่ได้เจอเค้า แม้ว่าจะต้องเจ็บมากขึ้นก็ตาม....

ต่อไปก็ตานาย พันปักษาขนาดหย่อมที่ส่งเสียง จิ๊ก จั๊กดังเซ็งแซ่ปรากฏออกมายังเบื้องหน้า แสงสีฟ้าที่สว่างไสวท่ามกลางค่ำคืน มันเป็นสิ่งที่อาจพรากชีวิตของเขาเลยก็เป็นได้

อย่านะ~ เพื่อทดสอบตัวเองอะไรกัน ไม่เอาแล้ว พอเสียที เสียงตะโกนเฮือกสุดท้ายของเด็กสาวที่ใช้มือกุมท้องอย่างเจ็บปวด ดังสนั่นทั่วบริเวณแถบนี้ทำเอาซาสึเกะชะงักการโจมตี และหมุนตัวมามองยังร่างบางที่ตะโกนมาเมื่อกี้ด้วยแววตาเศร้าๆสุดจะคาดเดา ดวงตาของทั้งสองจับจ้องหน้ากันและกันได้สักพัก ตาสีแดงคู่นั้นของเด็กหนุ่มก็ค่อยๆเบนออก พร้อมๆกับที่ร่างของเขาหายวับไป

 ทำไมเขาถึงหยุดล่ะครับ ผมน่ะ ไปกวนประสาทเขาไม่ใช่เหรอ? นึกว่าจะโดนฆ่าซะอีกซาอิถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางรีบวิ่งมา และใช้มือช่วยพยุงซากุระให้ยืนขึ้น

ถึงสายสัมพันธ์ของพวกเราจะขาดไปแล้ว แต่ว่า...ความรู้สึกนั้น อาจจะไม่ได้เลือนหายไปก็ได้ล่ะมั้งคำพูดเบาๆดังออกมาจากเด็กสาวข้างกาย แม้ว่าจะฟังดูไม่มีความนัยอะไร แต่ซาอิก็สามารถรับรู้ได้ว่ามันหมายถึงอะไร เขาจึงได้แต่ก้มหน้าและไม่ปริปากพูดหรือถามอะไรอีกเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

   เด็กหนุ่มเจ้าของแววตาเย็นชาหยุดเดินกะทันหัน ท่ามกลางกลุ่มหมอกหนารอบกาย กลีบใบไม้ร่วงหล่นอย่างเป็นใจราวกับจะย้ำเตือนคืนและวันที่โหดร้ายว่ามันผ่านมานานเพียงไร สองมือได้แต่กำแน่นบีบอัดสิ่งที่เรียกว่าความแค้นไว้ จนสายตาแสนสง่าสีแดงฉานนั้นเบิกขึ้น ความคิดก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดให้อากาศรอบกายได้รับรู้

จะฆ่าเพื่อทดสอบคุณสมบัติตัวเองได้ยังไงกัน ก็ชั้นไม่เหมือนกับพี่นี่นา!!”

 

>>To be continued


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #156 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 15:32
    ได้อ่านสองตอนรวดเลย ^w^
    #156
    0
  2. #128 MR.AMAZAYN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 19:01
    สายสัมพันธ์อะไรนั่นไม่ต้องสนใจแล้ว เกลียดเกะ!
    ซาอิซากุ TOT
    #128
    0
  3. #106 น้ำชา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2555 / 21:22
    เสียน้ำตาเกิน5แหม่ะ สำหรับช็อตนี้ TT..TT~
    #106
    0
  4. #66 Orange RabbiT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2553 / 21:15
    แงงงงง T^T
    #66
    0