[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 7 : CHAPTER 6 :: JEALOUS!? 100% [complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ก.พ. 59





6

Jealous!?


            หลายวันต่อมา..

            นี่ๆๆ ฉันยังไม่ได้ถามแกเรื่องวันนั้นเลยนะ” ยัยนิวเคลียร์พูดเปิดประเด็นขึ้นมาทันทีเมื่อหมดคาบเรียนสุดท้ายของวัน

            เรื่อง?”

            วันนั้นที่แกบอกปวดหัว แล้ววันต่อมาแกก็มามหาลัยพร้อมกับรอยช้ำตรงแก้มซ้ายกับรอยแผลที่ปากน่ะ บอกฉันมาเลยนะว่าใครทำแกยัยนิวเคลียร์เขย่าแขนฉันพร้อมกับคาดคั้นอย่างอยากรู้

            ปล่อยๆมันไปเถอะน่า.. ฉันจัดการพวกนั้นไปแล้วล่ะฉันบอกอย่างไม่ยี่หระ

            มีเรื่องอะไรแกก็บอกฉันดิ ฉันจะได้ไปจัดการให้ แกเป็นเพื่อนรักฉันนะ ฉันไว้ใจแก แกก็สามารถไว้ใจฉันได้..” ยัยนิวเคลียร์บีบที่มือของฉันเบาๆก่อนจะสบตากับฉัน แววตาที่มีแต่ความเชื่อใจ..

            อืมๆ แล้ววันนี้จะกลับคอนโดเลยป่ะ?” ฉันถามออกไปเพราะเห็นว่าวันนี้พวกเรามีเรียนแค่ภาคเช้า อีกอย่าง..ตอนนี้ก็เรียนเสร็จแล้วด้วย

            วันนี้ไปเที่ยวกันป่ะ?” ฉันเบิกตากว้างอย่างนึกสงสัย ปกติยัยนี่เคยเที่ยวซะที่ไหน ทำไมอยู่ๆถึงได้ชวนไปเที่ยวล่ะ

            เอ่อ..ฉันมีงานต้องทำว่ะ อีกอย่างวันนี้มันเป็นงานพิเศษด้วย ต้องไปทำกับเจ้านาย..”

            คือวันนี้มันเป็นวันสุดสัปดาห์ไง แล้วทุกสุดสัปดาห์ฉันต้องไปทำความสะอาดห้องให้ไอ้บ้าไมเนอร์อีก

            โหย.. ไม่เอาอ่ะ วันนี้แกลางานไม่ได้หรอ? ฉันอยากเที่ยวมากเลยนะยัยนิวเคลียร์ทำตาปริบๆคล้ายกับแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย แล้วเจ้านายอย่างฉันพอเห็นแววตาออดอ้อนแบบนั้นฉันก็ดันใจอ่อนง่ายซะด้วยสิ

            ก็ได้ๆ แต่ฉันไม่มีตังค์เลยนะ

            ไม่เป็นไรเดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงเอง ชวนยัยแชมเปญไปด้วยสิจะได้สนุกๆไง

            จริงด้วย! หมู่นี้ยัยแชมเปญน้องสาวของฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลย เมื่อวานที่ไปทำงานที่ผับก็เอาแต่ปิดตัวเงียบ ทำตัวเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจเลย น้องสาวฉันเป็นอะไรกันแน่เนี่ย แต่ก็ช่างเหอะ! ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องชวนยัยแชมเปญไปเที่ยวกับฉันให้ได้

            อือ.. งั้นฉันโทรหายัยแชมเปญก่อนละกัน

            “เคๆ”

            ฉันผละออกมาจากยัยนิวเคลียร์เพื่อมาคุยโทรศัพท์กับยัยแชมเปญ

            [ฮัลโหลเจ้..] ยัยแชมเปญทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

            ฮัลโหล.. วันนี้ไปเที่ยวกับเจ้เปล่า?” ฉันถามออกไป ในใจหวังว่าน้องสาวของตัวเองจะตอบตกลง

            [แต่วันนี้ต้องทำงานนี่คะ]

            ไม่เป็นไรหรอกเปญ เดี๋ยวเจ้โทรลางานให้ฉันบอกเพื่อให้แชมเปญสบายใจขึ้น

            [งั้นหรอคะ? แต่ว่า..เปญไม่อยากไปอ่ะ]

            “ทำไมล่ะ? เสียดายอ่ะ วันนี้ยัยนิวเคลียร์เลี้ยงด้วยนะ ถ้าเปญไม่ไปเสียดายแย่เลย

            [คือเปญ..เปญไม่ค่อยสบายน่ะเจ้ ปวดหัวนิดหน่อย] ตายล่ะ! น้องสาวฉันไม่สบายหรอวะ!

            “แล้วเป็นอะไรมากเปล่า? ไปหาหมอยัง?ฉันรัวคำถามใส่น้องสาวตัวเองทันที

            [เปญกินยาแล้วล่ะ ขอให้สนุกนะเจ้] แชมเปญตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            อืม.. นอนพักผ่อนซะนะ เดี๋ยวเจ้แวะเข้าไปหาตอนดึกๆละกัน

            [ขอบคุณเจ้มากนะ..]

            พอบอกแค่นั้นแชมเปญก็กดวางสายไปเลย น้องฉันเป็นอะไรวะ หลายวันมานี้น้องฉันเงียบขึ้นทุกวัน ไม่ร่าเริงสดใส ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย พอฉันถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า เธอก็เอาแต่บอกว่าไม่มีอะไร แต่จะให้ฉันเชื่อน่ะเหรอ..ไม่มีทาง มันต้องมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้แน่ๆ

            เป็นไงบ้างอ่ะแชมเปญว่าไง?” พอเดินกลับมาหายัยนิวเคลียร์ก็ถามขึ้นทันที

            ไม่ไปว่ะ ฉันบอกด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ

            โหย.. พลาดหนักมากยัยนิวเคลียร์ทำหน้าเสีดาย

            เอาน่า.. แล้วนี่จะไปเที่ยวไหนล่ะ?” ฉันถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า.. เดี๋ยวเย็นๆไปผับกันพอได้ฟังยัยนิวเคลียร์บอกฉันก็ถึงกับตกใจตาเบิกกว้างทันที ผับเนี่ยนะ!? ยัยนี่ไม่เคยเข้าผับมาก่อนนี่นา..

            เธอไม่เคยเข้าผับมาก่อน ทำไมคราวนี้จะเข้าวะ?”

            ก็อยากลองอะไรแปลกใหม่บ้าง.. อีกอย่างมีคนแนะนำฉันมาแล้วด้วยว่าจะไปผับไหนดียัยนิวเคลียร์ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนอารมณ์

            ผับไหน?

            “ไม่บอก.. ปล่อยให้เดาเอาเองยัยนี่บอกทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะตรงไปยังรถยนต์ปอร์เช่คันหรูของตัวเอง ก็อย่างว่าไงถึงยัยนี่จะอยู่บ้านนอกแต่บ้านมันรวยไง

            รอฉันด้วยดิวะฉันรีบเดินกึ่งวิ่งตามมันไป..

           

          MINER TALK ::

          [กูโทรถามพวกมันแล้วนะ ไอ้ธันติดเรียน.. แต่ไอ้กัสมาได้] เสียงห้าวๆของไอ้เพื่อนที่มันอาละวาดใส่ยัยแชมเปญพนักงานของผับผมเมื่อหลายวันก่อนบอกผ่านเสียงปลายสาย

            เออ.. วันนี้มึงห้ามอาละวาดใส่ลูกน้องของผับกูเหมือนวันนั้นอีกนะผมบอกพร้อมกับทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น

            [กูไม่รับประกัน..] อ่าว! ไอ้นี่! [อย่าให้กูเห็นหน้ายัยนั่นก็แล้วกัน] ไอ้วาเล็นบอกเสียงเข้ม

            ทำงานอยู่ผับผมแถมเป็นแผนกเด็กเสิร์ฟมันก็ต้องวนเสิร์ฟป่ะวะ! จะไม่ให้เจอกันก็ยังไงๆอยู่ป่ะ!

            “เอาเป็นว่า..มึงอ่ะทำใจเย็นๆไว้ละกัน ถ้าเจอเดี๋ยวกูบอกให้แชมเปญหลีกไปเอง”

            [อย่าเอ่ยชื่อนั้นให้กูได้ยิน! กูไม่ชอบ!] เออ..นี่ยังดีนะที่มันบอกแค่ไม่ชอบ ถ้ามันบอกเกลียดผมนี่แทบจะเดาไม่ออกเลยว่าแชมเปญจะมีสภาพแบบไหน

            อคตินะมึง!” ผมต่อว่ามันกลับไป

            [ไม่เป็นกูมึงไม่รู้หรอก!] มันตอบกลับมาเสียงห้วนจัด

            เออครับ..งั้นแค่นี้แหละ

            ผมกดวางสายทันที เดี๋ยวไอ้วาเล็นมันจะปากหมาใส่ผมอีก ความจริงหลายวันที่ผ่านมาผมพยายามถามมันว่าทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังแชมเปญนักหนา เอาแต่พูดจาถากถางเธออยู่ได้ แต่ไอ้วาเล็นมันกลับไม่ปริปากบอกอะไรเลย ให้ตายเหอะ! ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันปากแข็งพอๆกับไอ้ธันเดอร์เลยไง

            ตอนนี้ผมเดินอยู่ที่ห้างตากแอร์เย็นฉ่ำอยู่ วันนี้ผมเรียนแค่ภาคเช้าภาคบ่ายก็เลยว่างจัด วันนี้ผมจะแวะเข้าไปที่ผับเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและนัดสังสรรค์กับไอ้เพื่อนแต่ละคนของผม

            วันนี้ยัยปากหมาเชลซีต้องไปทำความสะอาดห้องให้ผมด้วย หึหึ! ความจริงห้องของผมมันไม่ได้รกเท่าไหร่หรอก ผมก็แค่อยากแกล้งยัยนั่นเล่นก็เท่านั้นเองแหละ ก็ใครใช้ให้เธอมาปากหมาใส่ผมก่อนล่ะ มันก็ต้องเอาคืนบ้างป่ะวะ

          Rrrrrrrr!

          Chellsea!

            ชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูทำให้ผมแปลกใจ ปกติยัยนี่อยากโทรมาหาผมซะเมื่อไหร่ล่ะ แค่หน้ายังไม่อยากจะมองผมเลย แต่นี่เธอโทรมา..ผมว่ามีเรื่องอะไรแน่เลย

            ฮัลโหลยัยปากหมา!” ผมทักขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงกวนๆ

            [ากหมาพ่อง!] เชี่ยแม่งแรง!

            “เออๆ ยอมแล้วๆ ไม่ปากหมาหรอก... แล้วโทรมามีเรื่องอะไร? อย่าลืมนะวันนี้เธอต้องไปทำความสะอาดห้องให้ฉัน

            [วันนี้ฉันไปไม่ได้..มีนัดกับเพื่อน]

            อะไรนะ! นี่เธอ! ห้องฉันมันสกปรกมากนะ ถ้าเธอไม่ไปทำแล้วใครจะทำล่ะ!” ผมแสร้งทำน้ำเสียงหงุดหงิดเพื่อให้เธอสำนึกผิด

            [ก็ให้คนอื่นทำไปก่อนดิวะ!] แต่เปล่าเลย..ยัยนี่ไม่ได้คิดแบบนั้นแฮะ

            ไม่ได้นะ! เธอต้องไปทำนะ!” ผมแกล้งขึ้นเสียงสูง

            [ก็บอกว่ามีนัดกับเพื่อนไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงวะ!] เชลซีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดประมาณว่ารำคาญกันเต็มทนแล้ว

            เพื่อน? หญิงหรือชาย?” ผมถามออกไปเสียงเข้ม

            [จะหญิงหรือชายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายมิทราบ?] เออ..นั่นสิ! เกี่ยวไรกะกูวะ!

            “ก็..แค่อยากรู้เฉยๆ”

            [ถ้าเป็นชายแล้วนายจะทำไม?] เธอถามกลับมาเสียงเรียบ

            มันเป็นใคร!?” ผมขึ้นเสียงใส่ทันที ว่าแต่..ผมจะขึ้นเสียงใส่ยัยบ้านี่ทำเตี่ยไรวะ! แต่ในใจมันก็หงุดหงิดเล็กๆนะพอยัยนี่บอกว่าเป็นผู้ชายน่ะ

            [เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว! แค่นี้แหละนะ! ฉันจะไปหาเพื่อนแล้ว!]

            พอพูดจบเชลซีก็วางสายไปเลย หงุดหงิดชะมัด! ว่าแต่กูหงุดหงิดอะไร? หงุดหงิดที่ยัยนั่นไปกับผู้ชายน่ะเหรอ..บ้าล่ะ! ผมจะไปหงุดหงิดใส่ยัยนั่นทำไมกัน ยัยนั่นไม่ได้เป็นอะไรกับผมซะหน่อย!

            แม่งหงุดหงิดโว้ย!!

            ผมเดินทึ้งหัวตัวเองแรงๆก่อนจะเดินหน้าต่อ

            พลั่ก!!

            “โอ๊ย!”

            พอเดินไปสักพักผมก็ชนเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งแต่ก่อนที่เธอจะล้มลงไปผมก็รีบคว้าตัวเธอเอาไว้เพราะกลัวเธอจะล้มลงไป

            ขอโทษครับ..” ผมเอ่ยขอโทษออกไปแล้วปล่อยมือออกจากเธอเพื่อให้เธอเป็นอิสระ

            เอ๊ะ! มะ..ไมเนอร์!” เธอเอ่ยเรียกชื่อของผมเสียงดังแล้วเบิกตากว้างอย่างตกใจ ว่าแต่..รู้จักผมด้วยหรือไง

            นิวเคลียร์!” เธอหันหน้ากลับไปตามเสียงเรียก

            แต่..เสียงเรียกนี่มันคุ้นๆนะ!

            “ทำอะไรอยู่วะนิวเคลียร์..? นาย?ทันทีที่เสียงเรียกนั่นจบลงก็ปรากฏร่างบางของใครบางคนที่เถียงกับผมผ่านปลายสายเมื่อกี้นี้

            ธะ..เธอ? ไหนบอกมีนัดกับเพื่อนไงวะ!?” ผมถามออกไปเสียงดัง

            ก็.. นิวเคลียร์ไปกันเถอะเชลซีบอกพร้อมกับรั้งแขนของคนที่เธอเรียกว่านิวเคลียร์ให้เดินตาม แต่ว่านิวเคลียร์กลับรั้งแขนของเธอให้ยืนอยู่กับเธอแทนพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้ผม

            แกรู้จักไมเนอร์..ทำไมไม่บอกฉันอ่ะนิวเคลียร์หันไปกระซิบกระซาบกับเชลซี แต่เธอไม่รู้เลยหรือไงวะว่าไอ้ที่เรียกว่ากระซิบน่ะมันดังเข้าหูผมเต็มๆเลย

            คือฉัน..เรื่องมันยาวน่ะ แต่เราไปกันเถอะ ไหนบอกว่าแกอยากเที่ยวไงเชลซีบอกพร้อมกับรั้งแขนของนิวเคลียร์ให้เดินตามอีกครั้ง

            ไม่เอาอ่ะ.. สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนิวเคลียร์นะคะ เรียนอยู่ปีสองคณะมนุษย์ศาสตร์ค่ะ คุณคงจะเป็นไมเนอร์สินะคะ เรียนปีสามใช่มั้ยคะ?เธอปฏิเสธเชลซีก่อนจะหันมาแนะนำตัวเองเสร็จสรรพแล้วก็เอ่ยถามผม

            ผมปรายตามองเชลซีเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตากับนิวเคลียร์ที่สายตาของเธอตอนนี้มันมีประกายวาววับอยู่ในนั้นเอ่อ..ใช่ครับ ผมชื่อไมเนอร์ เรียนปีสามคณะบริหารครับ

            อ่า.. งั้นฉันเรียกรุ่นพี่ได้มั้ยคะ?”

            “เอ่อ.. ได้สิครับ” ผมบอกพร้อมกับส่งรอยยิ้มจริงใจให้เธอ

            ชิส์! ได้สิครับ! แหวะ! จะอ้วก!” เสียงเล็กของอีกคนเอ่ยขึ้นทันทีคล้ายกับว่ากำลังประชดประชันผมอยู่ ซึ่งมันก็จริงนั่นแหละ..ยัยปากหมากำลังประชดผมอยู่ แถมตอนนี้เธอยังเบะปากใส่ผมนิดๆด้วย กวนตีนชะมัด!

            “อะไรของเธอวะ!” ผมบอกเสียงดังพร้อมกับส่งสายตาดุๆไปให้เชลซี

            เปล๊า! แล้วนี่จะไปกันได้ยังเนี่ยนิวเคลียร์..ฉันหิวจะแย่ละ!” เธอบอกพร้อมกับใบหน้าเหวี่ยงๆ

            เอ่อ.. รุ่นพี่ไมเนอร์ไปด้วยกันนะคะนิวเคลียร์หันมาบอกผมพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ผุดขึ้นบนใบหน้าสวย

            ได้สิครับ..” ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธเพราะทางบ้านสอนมาดี ถ้าใครชวนทำอะไรก็ให้ทำตามเขาไปไม่ต้องปฏิเสธไงล่ะ

          MINER END TALK ::

            ฉันเดินตามสองคนที่เดินนำหน้าไปเมื่อกี้อย่างอารมณ์เสีย ไม่รู้ว่ายัยนิวเคลียร์จะชวนไอ้บ้านั่นมาทำไม เสียบรรยากาศชะมัดเลย! อุตส่าห์โทรไปลางานหวังจะได้พักสมองซะหน่อย แต่ดันต้องมาเจอไอ้บ้าไมเนอร์ซะได้..

            ทำไมโลกมันถึงได้กลมขนาดเน้! WHY!?

            ทั้งนิวเคลียร์และไมเนอร์ที่เดินนำหน้าต่างก็คุยกันถูกคอ หัวเราะคิกคักกันใหญ่เลย เห็นแล้วหมั่นไส้ชิบหาย! ฉันไม่ได้หวงไอ้บ้าไมเนอร์จอมหลงตัวเองนั่นหรอกนะ แต่ฉันหวงเพื่อนฉันต่างหาก ฉันมากับเพื่อนแต่นายนั่นกลับเดินเข้ามาแย่งเพื่อนฉันหน้าตาเฉย เหอะ! นรกแตกเหอะ!

            “เอ้า! ทำไมเดินช้าอย่างนี้ล่ะ ไหนบอกหิวไงยัยนิวเคลียร์ชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับหันหน้ากลับมาถามฉันที่ยังคงเดินอ้อยอิ่ง

            เออ.. แป๊บนึงสิ!” ฉันตอบเสียงห้วนพร้อมกับเร่งฝีเท้าให้เร็วมากขึ้น

            ความจริงท้องไส้ของฉันมันร้องเรียกหาอาหารมาตั้งแต่ตอนสายๆแล้วล่ะ เพราะตอนมาเรียนฉันไม่ได้กินอะไรมาเลย ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าท้องไส้ของฉันกำลังรวมตัวกันก่อม็อบประท้วงเอาอาหารแย่แล้ว

            งั้นเข้าร้านนี้..ดีมั้ยคะรุ่นพี่?” ให้ตายดิ! ยัยนิวเคลียร์ไม่แม้แต่จะหันมาถามฉันซักคำแต่ดันไปถามไอ้มั่นหน้านั่นแทนเนี่ยนะ! ตกลงเป็นเพื่อนกูไหมคะ!? ตอบ!

            “ร้านนี้ก็โอเคครับไมเนอร์บอกพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานเชื่อมให้กับนิวเคลียร์

            เห็นแล้วจะอ้วก!!!

            “กินอะไรดีล่ะเชลซี?” พอเราทั้งสามคนนั่งลงบนเก้าอี้เสร็จสรรพยัยนิวเคลียร์ก็เปิดประเด็นถามฉันทันที

            เอ่อ.. เธอสั่งเลยละกัน ฉันแล้วแต่เธอน่ะแหละฉันบอกพร้อมกับเบนสายตาไปทางอื่นเพราะตรงหน้ามีไอ้ผู้ชายที่ชื่อไมเนอร์นั่งอยู่ และถ้าสังเกตไม่ผิดคือไอ้บ้านี่มันกำลังหรี่ตามองฉัน

            ว่าแต่..จะมองทำแป๊ะไรวะ!!

            “แล้วรุ่นพี่ล่ะคะ?”

            “แล้วแต่นิวเคลียร์เลยละกัน.. พี่ยังไงก็ได้ครับเหอะ! พี่ยังไงก็ได้! ทีตอนอยู่กับเพื่อนฉันล่ะทำเป็นพูดดี แต่พอลับหลังเพื่อนฉันนายจะเป็นยังไง..ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน

            งั้นเดี๋ยวเอาอันนี้นะคะ อันนี้..แล้วก็อันนี้ค่ะยัยนิวเคลียร์ชี้เมนูอาหารให้กับเด็กเสิร์ฟพร้อมกับบอกรายการอาหารทั้งหมด

            สิบนาทีผ่านไป..

            อาหารทั้งหมดที่ยัยนิวเคลียร์สั่งมาถูกนำมาวางเรียงรายต่อหน้า ซึ่งมันมากมายเอาการอยู่เหมือนกัน และที่สำคัญท้องของฉันมันก็ร้องเรียอาหารดังมากๆเลยด้วย

            จ๊อกๆๆ!!!

            “อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ นี่เธอหิวขนาดนี้เลยหรอเนี่ย?” ยัยนิวเคลียร์หัวเราะร่วนเมื่อได้ยินเสียงท้องของฉันร้อง

            มันเรื่องตลกรึไง! ก็คนไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าอ่ะ!” ฉันหน้ามุ่ยพร้อมกับส่งสายตาดุๆใส่เพื่อนรักของตัวเอง

            หึ!” ไมเนอร์เองก็ยกยิ้มมุมปากเหมือนกัน แต่ไอ้ท่าทางแบบนี้มันเหมือนกำลังเยาะเย้ยฉันเลย

            งั้นฉันกินล่ะ!” ฉันบอกโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น ในขณะที่ส้อมกับช้อนมาอยู่ในมือแล้วเรียบร้อย

            ยี่สิบนาทีผ่านไป...

            ฉันกินอาหารเสร็จเรียบร้อย ไมเนอร์และนิวเคลียร์เองก็เหมือนกัน..

            เอ้อ! ลืมเลยครับ.. คือพี่เพิ่งนึกขึ้นได้น่ะครับ เห็นเชลซีบอกว่านิวเคลียร์อยู่คอนโดเดียวกับพี่ด้วย ห้องตรงข้ามกันนี่เอง..” ไมเนอร์พูดขึ้นทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง

            จำวันนั้นได้หรือเปล่า ที่ฉันออกมาจากห้องแล้วเจอเข้ากับไมเนอร์พอดีไง แล้วเขาก็ถามฉันว่าห้องที่อยู่ตรงข้ามกับเขาน่ะห้องฉันหรือเปล่า แล้วฉันก็ดันบอกไปว่าเป็นห้องของยัยนิวเคลียร์ซะงั้น! ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากว่าไมเนอร์จะระแคะระคายอะไรหรือเปล่า แต่วันนี้มันดันเป็นวันซวยของฉันแท้ๆเลย ทำไมต้องมานึกได้วันนี้ด้วยนะไอ้บ้าไมเนอร์!!!

            “อะ..อะไรนะคะ ฉันเนี่ยนะคะอยู่คอนโดเดียวกับรุ่นพี่?” ยัยนิวเคลียร์ทำหน้าเหวอๆแล้วหันมาจ้องฉัน

            ไม่ใช่หรอครับ? ก็เชลซีเป็นคนบอกพี่เองนะไมเนอร์ก็เหลือบมองฉันบ้าง

            ให้ตายเหอะ! วันนี้มันวันเฮงซวย!!!

            “ห้องที่ว่า..ใช่ห้อง431ชั้นสี่หรือเปล่าคะ?

            อ่า..ใช่ครับ ห้องนั้นแหละไมเนอร์พยักหน้ารับแล้วหันมามองฉันด้วยความกดดัน

            ตอนนี้เหงื่อท่วมมือฉันไปหมดแล้ว ในใจได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้นิวเคลียร์บอกความจริงออกไปก็พอ เพราะถ้าไอ้บ้านั่นรู้จักห้องฉันมีหวังฉันอยู่ไม่สุขแน่

            ห้องนั้นมันเป็นห้องของเชลซีน่ะค่ะ!!!” และยัยนิวเคลียร์ก็ทำลายความหวังของฉันลงในพริบตาเดียว จะบอกทำไมวะเนี้ย!!

            “อ๋อ.. อย่างนี้เองสินะครับ” ไมเนอร์พยักหน้ารับรู้อีกรอบ ก่อนจะเบนสายตาจากคนด้านข้างลำตัวของฉันมามองฉันแทน เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่ผุดขึ้นตรงมุมปาก

            โอ๊ย! ไอ้บ้านี่รู้แล้ว..จะทำยังไงดีล่ะทีนี้!?

            “อะ..เอ่อ คือว่า..เอ้อ! นิวเคลียร์ฉันว่านะ เรารีบไปเที่ยวกันดีกว่าน่า.. เธอบอกอยากชวนฉันเที่ยวไม่ใช่หรือไง รีบไปกันตอนนี้เลยสิฉันรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีพร้อมกับรบเร้าผู้เป็นเพื่อน

            อะไรกัน ฉันไม่ได้รีบขนาดนั้นซะหน่อยยัยนิวเคลียร์หันมาย่นจมูกใส่ฉันอย่างนึกหมั่นไส้

            แต่ฉันว่านะ เราควรไปกันได้แล้ว เพราะรบกวนรุ่นพี่เขามากเกินไปแล้วนะ

            “ไม่เป็นไรครับ! ไม่รบกวนอะไรพี่เลยแม้แต่นิดเดียว” ทันทีที่ฉันพูดจบไมเนอร์ก็แทรกเสียงขึ้นทันที

            นั่นไง เห็นมั้ยล่ะเชลซีเออค่ะ! เห็นแล้วๆเห็นชัดด้วย!

            “แล้วนี่จะไปไหนกันหรอครับ ที่ว่าจะไปเที่ยวน่ะ”

            มีรุ่นพี่ที่คณะแนะนำ MN Clubน่ะค่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของกรุงเทพยัยนิวเคลียร์นะยัยนิวเคลียร์ ทำไมต้องเป็นผับไอ้บ้านี่ด้วยนะ เปลี่ยนใจไม่ไปนี่จะทันไหมวะ!

            “งั้นก็ไปพร้อมพี่เลยก็ได้ครับ พี่จะเข้าไปตรวจเช็คความเรียบร้อยพอดี” ไมเนอร์ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย ใช่สิ! ผับของมันเองไง!

            ตรวจเช็คความเรียบร้อย? รุ่นพี่เป็นเจ้าของผับนั่นหรอคะ?

            ใช่ครับ พี่รับกิจการต่อจากป๊าน่ะ

            “จริงหรอคะ? งั้นคงต้องรบกวนรุ่นพี่จริงๆค่ะ” ยัยนิวเคลียร์บอกด้วยความดีใจ ไม่รู้ว่ายัยนี่จะดีใจทำไมนักหนามันก็แค่ผับธรรมดาๆ

            แต่ที่ไม่ธรรมดาก็แค่มีแต่พวกวงสังคมชั้นสูงเข้ามาใช้บริการ แถมตัวคลับยังใหญ่โตมีสระว่ายน้ำให้อีกด้วย บรรยากาศก็เป็นเหมือนกลางคืนตลอดทั้งวัน สรุปคือ..มันก็แค่ผับธรรมด๊าธรรมดานั่นแหละ!

            งั้นก็ไปกันเดี๋ยวนี้เลยสิ! ข้าวก็กินเรียบร้อยแล้วเนี่ย!” ฉันขึ้นเสียงใส่ทั้งสองคนอย่างหงุดหงิด

            เป็นอะไรเนี่ย? เมนส์ไม่มาหรือไง?” นิวเคลียร์ถามฉันกลับทันทีเมื่อเห็นว่าฉันทำท่าหงุดหงิดใส่

            เออ!” ฉันบอกพร้อมกับลุกพรวดจากเก้าอี้แล้วตรงออกมาจาร้านอาหารอย่างรวดเร็ว

           

          MN Club

            “ตามสบายเลยนะครับ.. เดี๋ยวพี่มานะไมเนอร์บอกเมื่อพาเรามาตรงจุดวีไอพี

            จุดวีไอพีนี้เป็นจุดประจำที่ฉันมักจะเห็นไอ้บ้านั่นมันชอบมานั่ง! ปกติจะเห็นว่ามีเพื่อนมานั่งด้วยแต่วันนี้มันกลับว่างเปล่า แต่อีกเดี๋ยวก็คงจะมาแหละ เพราะว่าตอนนี้มันเพิ่งทุ่มเดียวเอง

            รุ่นพี่ไมเนอร์.. ผู้ชายในฝันของฉันเลยเชลซี หล่อแถมยังใจดีด้วยนิวเคลียร์พูดขึ้นแข่งกับเสียงเพลงในผับ

            เอ่อ..อ้อ! หรอ?” ฉันตอบกลับไปแก้เก้อ ไอ้บ้านี่เนี่ยนะใจดี ดีกับผีน่ะสิ!

            ฉันชอบเขาอ่ะ ชอบมาก.. ยิ่งพอมารู้จักตัวเป็นๆแบบนี้ยิ่งชอบมากๆยัยนิวเคลียร์ยิ้มหวานตาเป็นประกายวาววับ ฉันว่าฉันหลงรักเขาอ่ะ..

            “.......” ไม่มีเสียงตอบรับจากปากของฉัน ก็ฉันไม่มีอะไรจะพูดนี่นา.. ไม่รู้สิ ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้น่ะ

            เชลซี..ฉันไม่เคยขออะไรแกเลยใช่มั้ย?” จู่ๆยัยนี่ก็ถามคำถามแปลกๆขึ้นมา

            อืม.. ทำไมถามแบบนี้ล่ะ?”

            “งั้นครั้งนี้ฉันขออะไรแกหน่อยได้มั้ย?” แววตาของนิวเคลียร์ฉายแววจริงจังขึ้นมาทันที

            ดะ..ได้สิ อะไรล่ะ?”

            แกอย่าชอบรุ่นพี่ไมเนอร์ได้มั้ย? ฉันขอแกเท่านี้แหละ.. คนนี้ฉันขอจริงๆ

            ทันทีที่คำขอของคนเป็นเพื่อนหลุดออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูป ฉันก็ได้แต่นิ่งเงียบนานพอสมควรเลย ทำไมถึงมาขออะไรแบบนี้นะ ฉันไม่มีทางชอบไอ้บ้าไมเนอร์จอมมั่นหน้านั่นหรอก ฉันจะชอบเขาทำไมกัน..ในเมื่อความรู้สึกของฉันกับเขา ไม่มีทางมาลงเอยกันได้อย่างแน่นอน..

            อะ..เอ่อ.. ได้สิ ฉันจะไปชอบผู้ชายแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ





ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น

  1. #3 PJ_20446 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:59
    โห....จะเอาขนาดนั้นเลยย
    #3
    0