[END อีบุ๊ค] HOT LOVE รักร้อน..ซ่อนอันตราย

ตอนที่ 6 : CHAPTER 5 :: ADDICTIVE 100% [Complete]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ม.ค. 59






5
ADDICTIVE

              MINER TALK ::

            “เปญขะ..ขอตัวก่อนนะคะเฮียไม”

            “.......”

            “อ๊ะ..”

            ยังไม่ทันที่แชมเปญจะลุกจากตักของไอ้วาเล็น จู่ๆเธอก็ต้องนั่งลงไปบนตักของไอ้วาเล็นเหมือนเดิมเพราะวาเล็นมันยังคงรั้งต้นแขนของแชมเปญเอาไว้ ก่อนจะโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธอ

            มึงทำอะไรของมึงวาเล็น?” ผมถามออกไปเพราะคิดว่ามันชักจะยังไงๆซะแล้วเมื่อตอนนี้ยัยแชมเปญหน้าซีดจะเป็นไก่ต้มอยู่แล้ว

            หึ!” ไอ้วาเล็นส่งรอยยิ้มร้ายกาจมาให้ผมก่อนจะเอ่ยถาม ไม่เจอกันนาน..สบายดีนะ?”

            ถามใคร..? กู? หรือใคร?

            ปละ..ปล่อยเปญเถอะค่ะแชมเปญหน้าเริ่มแดงขึ้นมา ไม่ใช่อายหรอกนะแต่ยัยนั่นกำลังจะร้องไห้

            วาเล็น..มึงปล่อยแชมเปญลงดิวะ มึงกำลังทำบ้าอะไรของมึง? นี่มันคนในผับกูนะ!”

            “กูไม่ได้ทำบ้าอะไรนะ กูก็แค่.. หึ!” ผมไม่เคยเห็นไอ้วาเล็นมันใช้น้ำเสียงแบบนี้เลย น้ำเสียงเย็นเยือก..

            ปล่อยเปญนะเฮียวา..ฮึก..” หยาดน้ำใสๆเริ่มคลอที่หน่วยตาของแชมเปญ ทำให้เธอสะอื้นออกมา ก่อนที่มวลน้ำเหล่านั้นจะไหลออกมาทางหางตาของเธอ

            ปล่อยคนของกูซะ!” ผมลุกขึ้นยืน

            ไม่! มึงอย่าเสือก!” มันยกตัวเธอออกจากตักก่อนจะกระชากเธอให้ลุกขึ้นยืนตามมัน

            มึงเป็นอะไรของมึง!? ปล่อยแชมเปญซะ! นี่มันลูกน้องในผับกู! ถ้าหิวนักก็ไปเอากะหรี่ที่อื่นสิวะ!” ผมจ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่อง

            หึ! ยัยนี่ก็คงไม่ต่างจากกะหรี่เท่าไหร่หรอกมั้ง! แต่งตัวแบบนี้มันส่อแววชัดเจน!” ไอ้วาเล็น.. แชมเปญ.. สองคนนี้รู้จักกันหรือไง

            หยุดหยาบคายได้แล้ว มึงปล่อยแชมเปญสิวะ! ยัยนั่นกำลังร้องไห้!” ผมตะคอกใส่มันเสียงดังจนคนในผับค่อยๆหันมาสนใจ

            ฮึก..ปล่อยเปญเถอะ เปญเจ็บ!” แชมเปญสะอื้นไห้ ก่อนจะพยายามแกะมือของไอ้วาเล็นออกจากแขน แต่ทว่า..มันกลับขืนเอาไว้

            สำออย!” คำพูดร้ายกาจถูกส่งผ่านจากไอ้เพื่อนสนิทผู้ที่ร่าเริงแจ่มใส แต่ตอนนี้มันโคตรเหมือนโรคจิตเลยว่ะ

            มึงมีเรื่องอะไรกับแชมเปญ? ถ้ามี..ค่อยเคลียร์กัน แต่ตอนนี้มึงต้องปล่อยยัยนั่นก่อน!” ผมบอกแล้วเดินเข้าไปใกล้มันมากขึ้นก่อนจะแกะแขนของไอ้วาเล็นออก แต่มันกลับสะบัดแขนผมออกแทน!

            “มึงไม่เสือกสักเรื่องจะตายไหม!?” เออ..กูจะตาย!

            “แล้วมึงมีเรื่องอะไรกันล่ะวะ! กูจะตรัสรู้กับมึงไหม! จู่ๆก็กระชากแขนยัยนั่น พูดประชดประชันยัยนั่นจนตอนนี้ร้องไห้ขี้มูกโปร่งแล้ว มึงไม่แหกตาดูหรือไง!”

            “ยัยนี่มันสำออย! มึงจะไปรู้อะไร!” มันบอกพร้อมกับถลึงตาใส่ผม ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ในสายตามันมีความเคียดแค้นอยู่ในนั้น..

            เออ! กูไม่รู้! ถ้ากูรู้กูจะยุ่งไหม? ก็ไม่! แต่นี่กูไม่รู้ไงว่าไอ้ที่มึงกำลังทำอยู่เนี่ยมึงเป็นห่าอะไร!”

            “เธอมากับฉัน.. เราคงต้องเคลียร์กันยาว!” มันบอกเธอก่อนจะพยายามรั้งแขนของแชมเปญให้เดินตาม แต่ผมจับแขนอีกข้างของเธอไว้

            แชมเปญมองมาทางผมด้วยสายตาขอร้องให้ช่วย สายตาแบบนี้มันเหมือนกับสายตาของดรีมที่ใช้กับไอ้ธันเดอร์เลย ซึ่งพอเห็นแล้วผมก็อดสงสารไม่ได้ เธอดูอ่อนแอกว่าพี่สาวของเธอมาก ดูเปราะบาง..

            ปล่อยแขนแชมเปญ!” ผมบอกแล้วพยายามรั้งแชมเปญให้มาทางผมมากที่สุด

            มึงนั่นแหละที่ต้องปล่อยไอ้เหี้ยไม!” เฮียไมโว้ย.. ออกเสียงให้มันถูกหน่อย แล้วนี่มันใช่เวลามาเล่นป่ะวะกู!

            “มึงใจเย็นๆก่อนวาเล็น มีอะไรค่อยเคลียร์กันดิวะ!”

            “ได้สิ.. มีอะไรค่อยเคลียร์ใช่ไหม?”

            พลั่ก!!!

            พอสิ้นเสียงนั้น ผมก็โดนหมัดหนักๆของไอ้วาเล็นซัดเข้าอย่างจังจนหน้าหัน ความรู้สึกชาลามไปทั่วทั้งใบหน้า ก่อนจะตามมาด้วยความรู้สึกเจ็บแสบที่ริมฝีปาก รสชาติแปลกๆของมวลน้ำที่ซิบออกจากปากทำให้ผมต้องซี๊ดปากด้วยความเจ็บ

            เล่นกูถึงขั้นเลือดออก!?

            พลั่ก!!!

            พอหันกลับไปผมก็ซัดหมัดของตัวเองใส่เบ้าหน้ามันทันที เรื่องอะไรของมันที่มาต่อยผมแบบนี้ มีเรื่องเหี้ยยอะไรก็ไม่บอกแล้วกูจะตรัสรู้ไหม?

            มึงกล้าต่อยกู? มันหันกลับมาถามทันที โดยที่ปากของมันก็มีเลือดซิบเหมือนกันกับผม

            “ทำไมล่ะ? ทีมึงยังต่อยกูได้!” ผมถามกลับ

            .......เงียบแดก..

            กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงเป็นเหี้ยอะไร ทำไมถึงต้องทำร้ายยัยนั่น แต่กูอยากให้มึงระงับสติอารมณ์บ้าง มึงรู้มั้ย? ตอนนี้มึงมันโคตรยิ่งกว่าหมาบ้าอีก!!”

            “ไป! ไปสิวะ! ออกไปให้พ้นๆหน้าฉัน!” มันตวาดใส่แชมเปญทำให้ยัยนั่นรีบวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตา

            “.......” ผมเงียบก่อนจะเดินเข้าไปหามันแล้ววางมือลงที่ไหล่มันเบาๆ

            กูกลับคอนโดนะ..กูไม่ไหวแล้ว..” มันบอกพร้อมกับมองหน้าผม ผมจึงตบไหล่มันเบาๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรกลับไป

            ไอ้วาเล็นจึงเดินออกไป ผมทำได้แค่มองตามหลังมันไปเท่านั้น..

            ผมไม่รู้หรอกนะ..ว่ามันมีเรื่องอะไรกันกับแชมเปญ ที่มันทำแบบนั้นกับเธอ คำพูดถากถางที่มันใช้กับเธอ แม่งคือเชี่ยไร!? แต่ผมคิดว่าคนอย่างไอ้วาเล็นคงไม่ทำร้ายใครถ้าไม่มีเหตุผลแน่ๆ เพราะเท่าที่รู้จักกับมันมา ไอ้วาเล็นเป็นเพื่อนคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ชอบมีเรื่อง ถึงมันจะลั้นลาตามประสามันแต่มันก็รักสงบ ผิดจากไอ้ธันเดอร์..ธันเดอร์เป็นเพื่อนที่ผมสนิทมากพอๆกับไอ้วาเล็นแต่รายนั้นมันชอบมีเรื่อง มันมักจะมีเรื่องกับรุ่นพี่ที่มหาลัยมันบ่อยๆ

            เฮ้อ! เจ็บปากเลยกู..” ผมกุมริมฝีปากตัวเองก่อนจะแตะมันเบาๆ ซี๊ด~อ๊า~ เจ็บแสบ..

           

            ผมเดินออกมาจากผับเมื่อสั่งลูกน้องเสร็จ ว่าจะกลับไปทำแผลที่บ้านซะหน่อย แต่ติดที่ม๊าของผมนี่แหละ รายนั้นห่วงผมยิ่งกว่าอะไรดี ก็นะ..ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็นหัวแก้วหัวแหวนของบ้านนี่หว่า.. อีกอย่างผมยังมีหน้าตาและส่วนสูงอันเพอร์เฟคต์อีกด้วย อ่ะๆๆ! อย่าเพิ่งเถียงสิครับ! มันก็เรื่องจริงไม่ใช่หรอ...? พอคิดทบทวนดูดีๆแล้ว ผมกลับไปทำแผลที่คอนโดดีกว่า

            ผมเดินมาที่รถสปอร์ตคันคู่ใจก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่ง สตาร์ตเครื่องแล้วโผทะยานสู่ท้องถนน..

          R Condo

            ตุ้บ!

            พอก้าวเดินเข้ามาภายในตัวคอนโดได้ไม่นานผมก็ชนเข้ากับร่างบางของใครคนหนึ่ง..

            นี่นายอีแล้วหรอว!” ยัยปากหมาเชลซีไง!

            “นี่เธออีกแล้วสิ เฮ้อ~ ทำไมฉันเจอเธอทีไรเจอปัญหาทุกทีผมบ่นอุบ

            ฉันเจอนายฉันก็มีปัญหาเหมือนกันแหละ ไอ้ตัวซวย!” ขึ้นเลยครับ..ไม่เคยมีใครว่าผมแบบนี้มาก่อนนะ!

            “เฮ้ย! พูดงี้ได้ไงวะ!ผมกำลังทำท่าจะต่อปากต่อคำกับเธอแต่เธอก็เดินหนีซะก่อน นี่คิดจะชิ่งหรอ!? มาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้นะ!” ผมเดินตามเธอไป

            หมับ!

            ผมคว้าแขนเธอเอาไว้ก่อนจะออกแรงกระตุกนิดๆ ร่างของเธอเซมาประทะกับหน้าอกผมเสียงดังปั๊ก เธอเงยหน้าขึ้นมา ผมจ้องเข้าไปในดวงตาเฉี่ยวคมของเธอจ้องลึกลงไป เหมือนกำลังตกอยู่ในวังวนจนกู่ไม่กลับ ผมค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปหาเธอเรื่อยๆ ซึ่งเธอก็ยืนนิ่งอึ้งเช่นเดียวกัน

            ผมจัดการประกบริมฝีปากของตนเองเข้ากับกลีบปากบางเบาๆในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ บดเคล้าริมฝีปากของตนเองลงไป ก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอกวัดเกี่ยวเข้ากับเรียวลิ้นเล็กๆของเธออย่างถือสิทธิ์ ว่าแต่..กูมีสิทธิ์อะไร!? แต่ช่างแม่ง!

            อื้อ..”

            เธอครางประท้วงในลำคอหลังจากที่ยืนนิ่งค้างมานานคงเพราะกำลังอึ้งหรือเพราะอะไรก็ตามแต่ แต่ตอนนี้เธอกำลังใช้กำปั้นทุบที่หน้าอกของผมแรงๆเพื่อหวังให้ผมปล่อย ความหอมหวานที่ได้รับมันคือความรู้สึกแปลกใหม่ ปกติเคยจูบแต่พวกผู้หญิงที่ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยลิปสติกหนาเตอะ แต่กับเธอมันเป็นเพียงแค่ริมฝีปากชมพูระเรื่อธรรมดาๆ ไม่ได้แต่งแต้มอะไรเลยด้วยซ้ำ

            ผมกำลังมึนเมากับรสจูบอันแสนหอมหวาน.. ให้ตายดิวะ! หยุดไม่ได้เลย!

            “อื้อ..”

            เธอครางประท้วงในลำคออีกครั้ง พลางใช้กำปั้นระดมทุบที่หน้าอกของผมเหมือนอย่างเคย ผมบดเคล้ากลีบปากบางลงไปหนักๆก่อนจะผละออกมา แต่ก็ต้องตกใจ..

            เลือดออก!!!

            ผมว่าผมก็ไม่ได้ทำรุนแรงอะไรกับเธอนะ แต่ทำไมเลือดออกวะ!

            เชลซีหอบหายใจเหนื่อย คงเป็นเพราะผมจูบเธอเนิ่นนานเกินไปล่ะมั้ง เธอขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น หน้าตาดูอิดโรยแปลกๆ เธอจ้องผมนิ่ง

            นี่คงไม่ได้กำลังคิดสรรหาคำด่าผมหรอกนะ!

            เธอผละออกไปก่อนจะจ้องหน้าผมนิ่งดังเดิม ไม่มีแม้แต่เสียงด่าหรืออะไร หน้าเธอเริ่มซีดเผือด เลือดที่ริมฝีปากยังคงไหลซิบออกมาไม่หยุด เธอค่อยๆเดินเข้ามาหาผมก่อนจะกระชับที่เสื้อนักศึกษาของผมแน่น

            นะ..นาย

            “เฮ้ย!!!”

               ร่างของเธอทำท่าจะร่วงลงไปกองที่พื้นถ้าไม่มีผมกระชับอ้อมกอดเธอเอาไว้ซะก่อน เธอนิ่งไปทำให้ผมค่อยๆจับใบหน้าของเธอ หน้าของเธอซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นทั่วใบหน้าสวย ตาเฉี่ยวคมหลับพริ้ม

            เธอเป็นลม!!! งั้นผมเป็นไฟ? มันใช่เวลาป่ะ!?

            ผมย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนยกร่างของเธออุ้มขึ้นไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่งแล้วเดินเข้าไปกดลิฟท์อย่างยากลำบาก

            ทันทีที่ลิฟท์เปิดออกเมื่อมาถึงชั้นที่ผมอยู่ ผมก็รีบพาเธอเข้ามาในห้องของตัวเองก่อนจะอุ้มเธอเข้าไปภายในห้องนอน วางเธอลงเบาๆ แล้วค่อยๆเอาผ้าห่มให้ ผมเอามือของตนเองอังที่หน้าผากของเธอก็พบว่าเธอตัวร้อนมาก นี่เป็นไข้หรอวะ!

            ที่ปากของเธอยังคงมีเลือดซิบจางๆ รอยช้ำที่ริมฝีปากก็ยังมีอยู่ และที่สำคัญคือ..รอยฝ่ามือที่ประทับอยู่ตรงแก้มข้างซ้ายที่เด่นชัดมาก ตอนนั้นผมไม่ทันสังเกตเห็น โดนตบหรอวะ? ใครตบ?

            ผมขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นพลางจับที่ใบหน้าของเธอก่อนจะพลิกใบหน้าเธอไปทางขวานิดๆเพื่อดูรอยฝ่ามือนั้น เธอคงโดนตบมาแน่ๆ น่าจะแรงด้วยนะเพราะรอยมันเด่นชัดมาก ที่ริมฝีปากมีเลือดซิบด้วย โล่งอกไปที..ที่ผมไม่ได้ทำรุนแรงกับเธอ จูบของผมออกจะนุ่มนวล.. มันใช่เวลามาภูมิใจกับจูบของตัวเองป่ะวะ!

            ผมผละออกมาก่อนจะเดินออกไปจากห้องนอนเพื่อหาน้ำมาเช็ดตัวให้เธอ ไม่ต้องสงสัยหรอกนะว่าทำไมผมถึงได้ทำอะไรแบบนี้เป็น เพราะผมเห็นไอ้เหี้ยธันมันทำให้เมียมันบ่อยๆตอนเมียมันไข้ขึ้นน่ะนะ ก็เลยทำเป็นบ้าง

            ผมเตรียมกะละมังที่ใส่น้ำพอประมาณก่อนจะหาผ้าผืนเล็กๆมาแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับกะละมังใบนั้น ผมวางมันลงข้างเตียงก่อนจะค่อยๆหยิบผ้าผืนเล็กขึ้นมาบิดน้ำพอหมาดๆก่อนจะซับไปตามพวงแก้มของเธออย่างแผ่วเบา

            ผมบรรจงเช็ดที่หน้าของเธอเรื่อยลงมาจนถึงลำคอระหง ผมหยุดการกระทำทั้งหมดลงก่อนจะวางผ้าใส่กะละมังแล้วเตรียมที่จะเดินออกไป แต่ทว่า..

          ทำไมต้องเช็ดตัวด้วยวะธันเดอร์?’

          ‘ก็ดรีมเป็นไข้ เช็ดแค่ที่หน้ามันจะไปหายอะไรล่ะวะ ก็ต้องเช็ดตัวด้วยดิ และที่สำคัญ..มึงออกไปเลย กูจะเช็ดตัวให้เมีย

            พลันคำพูดของไอ้ธันเดอร์ก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างช่วยไม่ได้ ยัยปากหมาไข้ขึ้นและผมเช็ดแค่ที่หน้าให้เธอ มันก็คงไม่หายสินะ แต่จะให้ผมเช็ดตัวให้เธอเนี่ยนะ ถึงจะอยากดูหน้าอกเธอ แต่ผมก็ไม่อยากอ่านกินเธอตอนเธอป่วยหรอกนะ คิกๆ^.,^

            แต่ก็นะ..จะเช็ดให้ก็ได้ ผมวางกะละมังลงที่ข้างเตียงอีกรอบ แล้วเลื่อนผ้าห่มลงมาจนถึงช่วงเอวของเธอ ก่อนจะบรรจงแกะกระดุมชุดนักศึกษาของเธอทีละเม็ด พอแกะมาถึงเม็ดที่สาม หัวใจของผมก็ระดมเต้นกระหน่ำไม่ยั้งเพราะเนินอกขาวอวบที่โผล่พ้นบราเซียร์ออกมามันกำลังค่อยๆจุดประกายไฟในตัวผมให้มันร้อนรุ่ม

            ให้ตายเหอะ! นี่กูหื่นไปป่ะวะ! เห็นแค่นมของยัยนี่เองนะ!

            ผมเงยหน้าขึ้นมองฝ้าเพดานสีขาวของตัวห้อง แล้วเลื่อนมือไปปลดกระดุมของเธอต่อ พอปลดครบทุกเม็ดแล้ว ผมก็ถอดมันออกจากร่างบาง แล้วค่อยบรรจงซับผ้าไปตามเรือนร่างเย้ายวน แต่สายตาของผมยังคงโฟกัสอยู่ที่ฝ้าด้านบนเท่านั้น

            ผมเช็ดไม่ค่อยถนัดเลยว่ะ! เอาไงเอากัน! ช่างแม่งเหอะ!

            ผมละสายตาจากฝ้าเพดานสีขาวก่อนจะก้มลงมอง เธอสวมใส่บราเซียร์ลูกไม้สีน้ำเงินเข้มซึ่งมันตัดกับสีผิวอันขาวผุดผ่องของเธอ ทำให้เธอดูขาวผุดผ่องเป็นยองใยมาก เนินอกที่โผล่พ้นออกมาจากบราเซียร์ หน้าอกที่ผมเคยบอกไปว่าเล็กพอมาเจอของจริงมันกลับใหญ่ขนาดพอดีมือของผมเลย ให้ตาย!

            อารมณ์ในกายเริ่มลุกโชนขึ้นมาเรื่อยๆ รู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ ยอมรับเลยว่าร่างกายที่สุดแสนจะเย้ายวนของเธอสามารถปลุกอารมณ์ดิบในกายของผมได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

            โอยแม่ง! ทรมานสังขารกูชิบหาย!” ผมกัดฟันพูดในขณะที่มือที่ถือผ้าอยู่ไล่เช็ดไปตามส่วนต่างๆของร่างกายเธอ

            กว่าจะเช็ดตัวเสร็จก็เล่นเอาผมเหงื่อตกเหมือนกันทั้งๆที่เปิดแอร์ค่อนข้างเย็นนะ แต่ทำไมผมถึงได้ร้อนรุ่มแปลกๆ รู้สึกเหมือนข้างในแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆได้เลย ร่างกายของเธอ.. จูบของเธอ.. มันกำลังทำให้ผมเสพติด!

            ไม่ได้ๆ ผมจะเสพติดยัยปากหมานี่ไม่ได้!

            พอคิดได้ดังนั้นผมจึงถือกะละมังแล้วเดินออกมา เอากะละมังไปเก็บไว้ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง ผมเลื่อนผ้าห่มขึ้นคลุมให้เธอเพราะผมเปิดแอร์ค่อนข้างเย็น ผมเอามืออังหน้าผากของเธออีกรอบแต่ก็พบว่าอุณหภูมิร่างกายของเธอยังไม่ลดลงเลย ทำไงดีวะ!

            คราวนี้คงต้องไปซื้อยาให้สินะ..เหนื่อยอีกแล้วกู!

            ผมเดินลงมายังชั้นล่างของคอนโดก่อนจะตรงไปที่รถสปอร์ตคันหรูคู่ใจแล้วซิ่งทะยานออกไปยังท้องถนน..

            สามสิบนาทีผ่านไป...

            ผมเดินกลับมาพร้อมกับถุงยาในมือ ที่ช้าขนาดนี้ไม่ใช่อะไรหรอก หมอน่ะสิถามอะไรก็ไม่รู้มากมายไปหมดเลย แต่ผมก็ไม่โทษหมอหรอกนะ ผมโทษยัยปากหมานั่นมากกว่า จะป่วยทั้งทีต้องให้เป็นภาระผมสิน่า.. ให้ตายสิพับผ่า!

            ผมเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง ตรงไปยังโซนห้องครัวหยิบน้ำมารินใส่แก้ว แล้วเดินเข้ามายังห้องนอนผมวางน้ำในแก้วพร้อมกับถุงยาลงบนโต๊ะข้างเตียงเบาๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆยัยปากหมา ผมแกะถุงยาออกก่อนจะอ่านฉลากอย่างละเอียดเพราะถ้าเกิดให้ยายัยนี่เกินขนาด แล้วเกิดเธอตายขึ้นมาก็เป็นภาระผมอ่ะดิ!

            ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่ขอบคุณผมนะ..ผมจะจับปล้ำทำเมียซะให้เข็ดเลย!!

            เมื่ออ่านฉลากยาเสร็จแล้วผมก็ตระเตรียมยาทั้งหมดที่ยัยนี่ต้องกินก่อนจะค่อยๆช้อนร่างของเธอขึ้นเบาๆ แต่ไอ้ผ้าห่มที่ห่มไว้ก่อนหน้านี้มันดันร่วงลงไปอยู่บนตักของเธอทำให้หน้าอกตูมๆนั่นประจักษ์แก่สายตาผม อารมณ์ร้อนรุ่มเริ่มค่อยๆก่อตัวขึ้น ผมจึงรีบๆยัดยาใส่ปากเธอก่อนจะค่อยๆกรอกน้ำตามไป จากนั้นผมจึงวางเธอลงแล้วรีบห่มผ้าให้

            ผมผละออกมาแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆเธอ ไม่ต้องอยากให้ผมทำตัวเป็นสุภาพบุรุษยกห้องของตัวเองให้ยัยบ้านี่หรอกนะ ไม่มีทางหรอก แค่เช็ดตัวให้กับไปหายามาให้กินนี่ก็ทำมากเกินพอแล้ว ถ้าเกิดยกห้องของตัวเองให้ยัยปากหมานี่อีกล่ะก็ ผมก็โคตรจะสุภาพบุรุษเกินหน้าเกินตาแล้ว!

            ผมหลับตาลงแล้วค่อยๆเบียดกายเข้าไปใกล้ๆเธอ รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ตรงหน้าอกของตัวเองเพราะยัยปากหมาเชลซีก็เบียดกายเข้ามาหาผมเหมือนกัน คงหนาวล่ะสิท่า.. งั้นวันนี้ผมจะกอดเธอให้หายหนาวละกัน ไม่ได้อยากกอดหรอกนะ ไม่เลยสักนิดเดียว(เหรอ?)

            แล้วผมก็ค่อยๆเข้าสู่ห้วงนิทรา...

          MINER END TALK ::

 

            เช้าวันรุ่งขึ้น..

            ความรู้สึกอย่างแรกที่เข้ามาจู่โจมฉันก็คือความรู้สึกหนักๆตรงช่วงท้อง ฉันค่อยๆพลิกตัวจากการนอนหงายเมื่อครู่มาอีกทางก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏคือใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังหลับ ใบหน้าหล่อคม คิ้วหนาๆ ริมฝีปากเล็กๆน่าจูบ รูปตาเฉี่ยวๆ แต่นี่มัน..นี่มัน!!

            ไอ้บ้าไมเนอร์!!!

            “กรี๊ด! นายเข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!?”

            พลั่ก!!!

            ตุ้บ!!!

            โอ๊ย!”

            พอสิ้นเสียงของตัวเองร่างของไมเนอร์ก็ร่วงลงไปบนพื้นพร้อมกับผ้าห่มสีขาวสะอาดผืนหนา ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบกับผิวด้านหน้า ฉันจึงค่อยๆก้มลงมองตัวเอง และก็ต้องเบิกตากว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ ทำไมฉัน..ทำไมฉันถึงได้..!

             ทำไมช่วงบนฉันถึงได้เหลือแค่ชั้นในตัวเดียว!

            “ไอ้บ้าเอ้ย! แกลวนลามฉัน!”

            ฉันพาร่างของตัวเองลงจากเตียงตรงไปหาร่างของไมเนอร์ที่กำลังนั่งลูบหน้าท้องของตนเองเพราะถูกฉันถีบเข้าอย่างจัง แต่นั่นมันยังไม่สาสมเท่าที่มันทำกับฉันหรอก ฉันตรงเข้าไปหาเขาก่อนจะกระชากผมสีดำนั่นอย่างแรง

            โอ้ย! เจ็บนะเว้ย!” เขากุมหัวตัวเองเอาไว้

            เข้ามาในห้องฉันได้ยังไงไอ้สารเลว! ไอ้ระยำ! แกทำอะไรฉันไปบ้าง! บอกมาเดี๋ยวเน้!!!” ฉันออกแรงกระชากผมของเขาแล้วเขย่าไปมาอย่างเอาเป็นเอาตาย

            โอ้ย! ฟังก่อนดิวะ!” เขาจับแขนของฉันแล้วดึงหมายจะให้ปล่อย แต่..ไม่มีทางว้อย!

            “ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น! ตอบมา! ไม่งั้นฉันฆ่านายตายแน่!” ฉันยังคงกระชากหัวเขาแล้วเขย่าไปมาดังเดิมโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยง่ายๆ

            แหก! โอ้ย! ตาดูหน่อยดิวะ! โอ้ย! นี่มันห้องฉัน!!”

            “ห๊ะ!” ฉันหยุดการกระทำทุกอย่างลงก่อนจะมองไปรอบๆตัว จริงด้วย..นี่มันห้องไอ้บ้านี่ แล้ว..

            ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?

            “กรี๊ด! นี่นายวางยาฉันหรอ! นายบังคับให้ฉันมาที่นี่ใช่มั้ย!? นายทำมิดีมิร้ายฉัน!”

            เพี๊ยะ!!

            “ไอ้คนสารเลว! ไอ้ระยำ! ไอ้เวร! ไอ้..อื้อ!”

            เหมือนโลกหยุดหมุนเมื่อไมเนอร์ประกบริมฝีปากเข้ามาอย่างรวดเร็ว หัวสมองขาวโพลน อะ..อะไรกัน เขาบดเคล้าริมฝีปากไปมาเบาก่อนจะค่อยๆเพิ่มแรงขึ้น เมื่อรวบรวมสติสตังของตัวเองได้ฉันจึงระดุมทุบที่อกของเขาไม่ยั้ง

            อื้อ! อื๊อ!”

            ไมเนอร์จูบฉันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะกัดริมฝีปากล่างของฉันเบาๆ

            โอ๊ย! อื้อ!”

            เขารุกล้ำเรียวลิ้นเข้ามาภายในโพลงปากของฉัน ก่อนจะพลิกพลิ้วมันอย่างชำนาญตวัดรัดเกี่ยวกับเรียวลิ้นของฉันอย่างสนุกสนาน แต่ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ!

            พลั่ก!!

            ฉันผลักเขาออกแรงๆทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไป แต่ก็ออกไปได้แค่นิดเดียวเท่านั้น..

            ไอ้ระ..”

            “ถ้าด่าอีกฉันทำมากกว่าจูบแน่!!” คำขู่ของเขาทำให้ฉันต้องหุบปากลงทันควัน

            “.......”

            “ฟังนะยัยปากหมา แหกตาดูดีๆ นี่มันห้องฉัน! และฉันก็ไม่ได้ล่อลวงเธอมาหรือวางยาบ้าบออะไรนั่น เธอเป็นอัลไซเมอร์หรือไงวะ! เมื่อคืนเธอเดินเข้ามาเกาะเสื้อฉันแล้วก็เป็นลมไง

            “.......” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนแสบไปหมด

            ฉันไม่ทิ้งเธอไว้ตรงนั้นก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว!”

            พอพูดจบเขาก็ชักสีหน้าหงุดหงิดมองมาทันที เขาเลื่อนสายตาลงต่ำก่อนที่มันจะมีแววประกายวาววับอยู่ในนั้น ฉันจึงเลื่อนสายตาลงตาม พอเห็นเท่านั้นล่ะ..

            หยุดมองนะไอ้ลามก!” ฉันยกมือขึ้นปิดส่วนบนของตัวเองทันที ให้ตายสิวะ! ตอนลงมาจากเตียงจะเอาเรื่องไอ้บ้านี่ดันลืมไปซะสนิทเลยว่าตัวเองยังไม่ได้เอาอะไรปิดเอาไว้

            อยากมองตาย!” เขาเบ้ปากก่อนจะเสมองไปอีกทาง

            แล้วนายมาถอดเสื้อฉันทำบ้าอะไร!” ฉันหยิบผ้าห่มที่กองอยู่ข้างๆขึ้นมาปิดบังลำตัวส่วนบนเอาไว้ก่อนจะถามออกไป

            ก็เช็ดตัวให้..”

            “ทีหลังไม่ต้อง!”

            “นี่ไม่คิดจะขอบคุณอะไรเลยแถมยังมาทำร้ายกันอีกหรอวะ!? ให้ตายเหอะ! อย่างเธอนี่มันไม่น่าช่วยเอาไว้เลยเขาบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนทำให้ฉันยืนตาม

            ขอบคุณ! แต่ทีหลังไม่ต้อง!” ฉันบอกก่อนจะก้มลงหยิบเสื้อนักศึกษาของตัวเองที่วางอยู่บนพื้น

            เหอะ!” เขาแค่นยิ้มก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง

            ออกไป!”

            “อะไร!?”

            “ฉันจะใส่เสื้อ!”

            “แล้วทำไมฉันต้องออกไป!?”

            “ก็ฉันจะใส่เสื้อ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรอวะ! หรือต้องให้พูดภาษาควาย!” ฉันแว้ดใส่ทันทีเมื่อเจอคำถามกวนบาทา!

            “เออ! ออกก็ออก.. รีบๆใส่แล้วก็รีบไปเลยนะ!เขาบอกก่อนจะเดินออกไป..

            ไม่ต้องช่วยฉันก็ได้นะ ถ้ามันทำนายเดือดร้อนขนาดนั้น.. ชิส์!!! ไอ้มั่นหน้าไมเนอร์เอ้ย!

            ถ้าไม่เห็นว่าช่วยฉันเอาไว้ล่ะก็ ฉันกระโดดถีบหน้านายให้สลบเหมือบไปแล้ว!


ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

30 ความคิดเห็น