Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,014 Views

  • 218 Comments

  • 1,063 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    835

    Overall
    21,014

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 พิทบลูกลายพันธุ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2572
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

บทที่ 10 พิทบลูกลายพันธุ์

 

มีวอล์คเกอร์มากมายเดินเตร็ดเตร่อยู่บนท้องถนน จำนวนของพวกมันมีอยู่มากมายตลอดเส้นทางนับหนึ่งกิโลเมตร ตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ก็ไม่พ้นจะถูกยึดครองโดยพวกมัน

นรินทร์เห็นสภาพของการจราจรบนท้องถนนนึกโชคดีที่มันไม่ใช่เมืองหลวงที่มีการจราจรแน่นขนัด ไม่เช่นนั้นคงยากที่จะนำรถมินิบัสขับผ่านไปได้ แต่ในฐานะที่เป็นคนในพื้นที่ที่ย่อมคุ้นเคยกับถนนหนทางหลักและพอจะหาเส้นทางที่สามารถใช้รถยนต์ได้ไม่ยากเย็น

นั่นเป็นสาเหตุที่หลังจากเคลียร์ซอมบี้ที่ติดอยู่ในตัวรถไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เด็กสาววัยมัธยมต้องรื้อค้นเครื่องไม้เครื่องมือออกมาจัดการซ่อมแซมความเสียหายของรถบิ๊กอัพสี่ประตูที่มีสภาพดีที่สุดที่พอจะหาได้

เยี่ยมไปเลย สายน้ำมันเบรครั่ว คงต้องพันเทปไว้ใช้แก้ขัดไปก่อนยังไงก็ไม่ได้คิดจะใช้ถาวรอยู่แล้วนี่

พี่ลืมคิดเผื่อสถานการณ์แบบนี้ ก็ในอนาคตถนนมันค่อนข้างโล่ง

นั่นเพราะหน่วยเก็บกวาดทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดีมิ้นท์ยกยิ้มและเช็ดมือที่เปื้อนคราบน้ำมันกับผ้าที่แขวนอยู่ข้างรถ

ในอนาคตจะมีอาชีพที่เรียกว่า หน่วยเก็บกวาด เป็นอาชีพที่ออกล่าทรัพยากรจำพวกอะไหล่รถหรืออุปกรณ์ที่พอจะใช้การได้นำมาแลกเปลี่ยนกับน้ำและอาหาร ผลลัพธ์จากการกระทำของพวกเขานั้นทำให้บนถนนโล่งขึ้นจนสัญจรได้สะดวก และผู้ที่ใช้บริการคนเหล่านี้บ่อยที่สุดคือกลุ่มแวนการ์ดเพราะเขาต้องการทรัพยากรขยะมาให้มิ้นท์ฝึกฝนการใช้พลัง พร้อมกับนำเครื่องยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ไปแลกเปลี่ยนกับกลุ่มอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือ

“รู้สึกเสียดายน้ำมันอยู่หรอกแต่ก็เติมให้เต็มถังแล้ว เปลี่ยนยางใหม่ด้วย พี่เอาจริงเหรอที่จะไม่ให้มิ้นท์ไปแทนน่ะ”

“ต้องมีใครสักคนอยู่ที่รถและพี่คิดว่าเธอเหมาะสมที่สุด ส่วนชะเอมก็ให้ยืมชุดสำรองแล้วมาช่วยพี่รวบรวมอาวุธ ความเสี่ยงมันค่อนข้างต่ำแถมนี่ยังเป็นการฝึกสมาชิกใหม่ด้วย”

“ก็จริงล่ะนะ ให้ฝึกกับพวกวอล์คเกอร์ไปก่อนนั่นแหละดีที่สุด แต่ว่าถ้าเจอไทแรนท์ล่ะก็ให้รีบหนีเลยนะ”

นรินทร์เขกหัวน้องสาวเป็นการลงโทษที่พูดจาไม่เข้าหู “ไทแรนท์เป็นซอมบี้เฟสสาม ถ้าไม่มีอาวุธหนักล่ะก็การฆ่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะแบบนั้นพวกเราจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องช่วยกองทัพเสริมอำนาจในช่วงเริ่มต้นตั้งตัว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรักษาผู้รอดชีวิตจำนวนมาก”

การจะช่วยเหลือมนุษยชาติไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ด้วยจำนวนคนเพียงน้อยนิด นรินทร์ขบคิดมาอย่างหนักและตัดสินใจจะยอมช่วยเหลือกองทัพจนกระทั่งผ่านพ้นวิกฤตเฟสสามให้ได้ อย่างน้อยก็อาจจะทำให้มีผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นและถ้ามันสำเร็จพวกเขาจะมีเวลาในการเตรียมพร้อมรับมือกับเฟสที่สี่ซึ่งต้องพึ่งพากลุ่มอีโวลเวอร์ที่เริ่มถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลานี้

ในชีวิตชะเอมไม่เคยได้มีโอกาสจับปืน หากมันเกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนก็คงจะถ่ายรูปตัวเองอัพลงบล็อกเพื่ออวดเพื่อนในกลุ่มไปแล้ว นรินทร์มอบปืนซับแมชชีนให้เธอได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของมัน และชุดป้องกันสำรองที่ตอนแรกที่เห็นก็ไม่กล้าที่จะใส่ มันเป็นชุดหนังที่เข้ารูปจนเห็นส่วนเว้าโค้งที่ดูเซ็กซี่ แต่ฟังว่ามันมีความสามารถอะไรบ้างก็กลั้นใจยอมใส่มัน อย่างน้อยต่อให้พลาดท่าก็ไม่ถูกซอมบี้กัดหรือข่วนจนเป็นแผล เสียอย่างเดียวคือชุดนี้ระบายอากาศได้แย่มาก

ดีไซน์มันค่อนข้างแปลกโดยเฉพาะส่วนที่ใช้เปิดปิดช่องขับถ่ายเป็นแปะติดกระดุม มันค่อนข้างช่วยได้มากเวลาต้องขับถ่ายในสถานการณ์คับขันโดยไม่ต้องเสียเวลาถอดทั้งชุดออก

“ขอโทษที่มาขัดจังหวะช่วงเวลาเซ็กซี่นะ แต่รถพร้อมแล้ว” นรินทร์เดินกลับเข้ามาในรถเพื่อเรียกชะเอมให้ไปด้วยกัน แต่ดันมาเห็นฉากโพสต์ท่าทางยั่วยวนก็ทำเอาเขารู้สึกควบคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่

นรินทร์ยังคงเป็นผู้ชายแม้ในอนาคตนั้นจะยังไม่เสียความบริสุทธิ์ก็ตาม พอได้เห็นผู้หญิงสวยๆ แต่งกายด้วยชุดรัดรูปที่เผยส่วนเว้าโค้งก็เกิดอารมณ์ได้ง่าย แต่เพราะต้องต่อสู้กับความคิดชั่วร้ายเพื่อรักษาตัวตนในฐานะของมนุษย์เลยต้องควบคุมตัวเองมาโดยตลอด มิ้นท์ น้องสาวของเขาก็ทราบเรื่องนี้เลยมักจะแกล้งใส่ชุดยั่วยวนเพื่อทำลายศีลธรรมของเขาเล่นประจำ

“ขอโทษ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

“สำรวจให้แน่ใจว่าไม่ลืมอะไร กระสุนให้สำรองเอาไว้อย่างละสองชุด มีดคอมแบทหนึ่งเล่ม แล้วก็อย่าลืมไปรับเสบียงสำรองน้ำกับอาหารที่น้ำทิพย์ด้วยล่ะ”

น้ำทิพย์รับหน้าที่เป็นฝ่ายจัดสรรทรัพยากรในกลุ่ม เธอจะต้องศึกษาเกี่ยวกับการจัดเสบียงให้ตามพื้นฐานการสอนในวีดีโอคลิป ซึ่งจะมีตั้งแต่รูปแบบหนึ่งวันสำหรับนักสำรวจ สามวัน ห้าวัน ไปจนถึงสามสิบวัน มันมีรายละเอียดยิบย่อยเยอะมากจนไม่อาจละเลยได้ ต้องไม่ลืมว่ากระเป๋าของแต่ละคนมีพื้นที่จำกัด การจัดสรรเสบียงจึงต้องคำนึงถึงการเดินทางด้วย

นรินทร์ต้องการฝึกสมาชิกทุกคนในทีมให้เป็นงานโดยเฉพาะกับทีมแพทย์ที่ต้องศึกษาโรคระบาดแบบใหม่ที่กลายพันธุ์ที่ในโลกอนาคตยังไม่ได้รับการเปิดเผยความลับนี้ออกไป อิงฟ้าเลยต้องทำหน้าที่หนักหน่อยคือการไล่อ่านบันทึกการแพทย์และวิธีการรักษาให้จำขึ้นใจ

น่าจะมีเพียงแค่โฮลี่เท่านั้นที่ยังไม่รู้ว่าเธอเหมาะกับงานแบบไหน เลยให้เป็นเด็กฝึกงานจิปาถะไปก่อน

นรินทร์ขึ้นไปนั่งบนรถและต่อสายตรง เขาทำมันได้งุ่มง่ามมากจนน้องสาวที่ยืนกอดอกหัวเราะเยาะใส่ ยอมรับว่าตนเองเขามีประสบการณ์ในด้านนี้น้อยกว่ามิ้นท์ที่สามารถต่อสายตรงได้ในการลงมือเพียงครั้งแรก เนื่องจากในช่วงแรกนั้นเธอต้องผันตัวเองไปเป็นฝ่ายซ่อมบำรุงเลยมีทักษะในการดัดแปลงรถติดตัวมา

“ช้าแบบนี้ไม่ต้องรอพวกรันเนอร์หรอก แค่วอล์คเกอร์พี่ก็ถูกจับกินเป็นอาหารได้แล้ว ต้องทำให้เร็วกว่านี้สิ” มิ้นท์เดินเข้ามาดับเครื่องยนต์ที่เพิ่งจะสตาร์ทติด “เอาใหม่ จนกว่าพี่จะทำได้ในระดับที่หนูพอใจ ไม่อย่างนั้นอย่าหวังเลยว่าจะได้ออกไปน่ะ”

“มาแล้ว โหมดจริงจังของยายมิ้นท์”

คิดแล้วก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ มิ้นท์จริงจังมากในการฝึกสอนเด็กใหม่จนกว่าพวกเขาจะทำได้เร็วและมีข้อผิดพลาดที่น้อยมาก เพราะนั่นหมายถึงการมีชีวิตรอดกลับมา

กว่าจะทำได้ในระดับที่มิ้นท์พอใจนรินทร์ก็รู้สึกว่าไม่อยากไปแล้ว เขาไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมสมาชิกแวนการ์ดบางคนถึงได้พยายามจะส่งคำร้องเรื่องบททดสอบสุดโหดนี้เพื่อขอให้เขาช่วยทำอะไรสักอย่าง พอได้มาลองด้วยตัวเองแล้วก็เข้าใจความรู้สึกทันที มิ้นท์โหดมากในการสอนทักษะที่จำเป็นในการเอาชีวิตรอด เข้าใจดีว่าเธอจะต้องแบกรับความรู้สึกผิดถ้าสิ่งที่สอนไปทำให้พวกเขาต้องตายเพราะทำได้ไม่ทันการณ์ ดังนั้นมาตรฐานของเธอจึงสูงมาก

ชะเอมที่แต่งกายเสร็จพร้อมด้วยอาวุธกับอุปกรณ์ภาคสนามอย่างกระติกน้ำและขนมอัดแท่งอีกเล็กน้อย แถมด้วยกระเป๋าเป้ที่บรรจุอาหารแห้งสำหรับหนึ่งวันสองคนที่โยนไปไว้ที่เบาะหลัง เธอปีนขึ้นมานั่งที่ข้างคนขับและกอดปืนเอาไว้แน่น

“ถือไว้ให้อยู่ในสภาพพร้อมยิงได้ถูกเมื่อ” มิ้นท์กล่าวเตือนเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าถึงเวลาแล้วแต่พี่ยังไม่มาให้ไปเจอกันที่จุดนัดพบได้เลย ดูสัญญาณให้ดีด้วยล่ะ”

“เข้าใจแล้ว ระวังพวกแบนดิชด้วย ถ้าพวกนั้นได้ยินเสียงรถพี่จะตกเป็นเป้าหมายทันที”

บอกลากันเรียบร้อยแล้วรถบิ๊กอัพก็ขับออกไปบนถนนสายเล็ก มิ้นท์เดินกลับขึ้นไปบนรถซึ่งเวลานี้เธอทำหน้าที่รักษาการณ์แทน ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นเพียงแค่เด็กสาวแต่เธอกลับมีบรรยากาศของผู้ใหญ่คนหนึ่ง เปลี่ยนไปใส่ชุดป้องกันเสร็จแล้วจึงไปนั่งแทนตำแหน่งของคนขับ มีสามคนที่นั่งอยู่บนเตียงกำลังศึกษาข้อมูลบนแท็บเล็ตในหัวข้อต่างๆ เธอยอมรับว่าเคยตำหนิความไร้สาระของพี่ชายที่อยากจะทำแบบฝึกเรียนให้เด็กยุคใหม่ได้เรียนรู้ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาอาจจะวางแผนให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้

การกลายพันธุ์ที่ยกระดับสติปัญญาเพียงด้านเดียว แม้จะทำให้ดูเหมือนฉลาด เธอกลัวว่ามันจะมีความลับอะไรมากกว่านั้น

ขนาดพลังของเธอคือการสร้างโมเดลที่ใช้งานได้จริงซึ่งมันควรจะจบลงที่ตรงนั้น หากไม่ใช่ว่าพี่ชายที่ต้องการยกระดับการใช้งานให้สูงขึ้นแนะนำให้ลองทำหลายๆ อย่าง จนมารู้ในภายหลังว่ามันสามารถปรับแต่งโครงสร้างวัตถุได้ แถมยังเป็นการจัดเรียงโมเลกุลแบบใหม่จนเปลี่ยนพลาสติกให้กลายเป็นเหล็ก หรือเปลี่ยนกำแพงหนาเป็นกระดาษ และยังทำได้มากกว่านั้นคือวิธีใช้ที่ทำให้เธอกลายเป็นอีโวลเวอร์อันดับต้นๆ ของโลก

ไม่ได้มีแค่พลังของเธอเท่านั้น แต่อีโวลเวอร์ในกลุ่มแวนการ์ดทุกคนจะได้รับการชี้นำจนเก่งขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว พูดได้เต็มปากเลยว่าพี่ชายของเธอนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังของอีโวลเวอร์

อิงฟ้าเงยหน้าขึ้นและเห็นมิ้นท์นั่งอยู่ที่นั่งคนขับกำลังเตรียมจะสตาร์ทรถก็ตกใจ

“เดี๋ยว! เธอจะขับมันเหรอ?”

“เห็นแบบนี้ในอนาคตฉันขับได้กระทั่งเฮลิคอปเตอร์”

เด็กสาวหัวเราะและเริ่มขับรถออกไปบนถนนคนละเส้นทางกับพี่ชายอย่างคล่องแคล่ว

 

รถบิ๊กอัพสี่ประตูขับผ่านย่านที่พักอาศัย ซอมบี้จำนวนไม่น้อยที่มีอายุแตกต่างกันออกไปเดินเกะกะขวางทางเลยถูกชนเข้าอย่างจัง เป็นคนธรรมดาคงแน่นิ่งไปแล้วแต่ซอมบี้พวกนี้ไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆ มันพยายามลุกขึ้นในสภาพที่กระดูกบิดเบี้ยว เห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดแทน ชะเอมเห็นว่ามีซอมบี้ตัวหนึ่งโถมเข้ามาที่รถก็ทำท่าชักปืนออกไปจะหยิบแต่ก็ถูกห้ามเอาไว้ซะก่อน พวกมันพยายามเอาหน้าแนบกับกระจกหน้าต่างรถและมองเข้ามาข้างใน

“พวกมันจับเพียงความเคลื่อนไหวกับเสียง ถึงตามันจะมองเห็นแต่มันก็ไม่มีสติปัญญาพอจะแยกแยะหรอกว่าอะไรเป็นอะไร ในสมองของพวกมันพวกเราเป็นเพียงแต่วัตถุชิ้นหนึ่งที่เคลื่อนไหวได้ ฉะนั้นอย่าเปลืองกระสุนกับเรื่องเล็กน้อย นอกจากนี้ถ้าเสียงปืนดังมันจะเรียกวอล์คเกอร์ที่อยู่รอบๆ มาโจมตี หรือเลวร้ายสุดคือพวกแบนดิช”

“แบนดิช?” ชะเอมงุนงงกับคำศัพท์แปลกใหม่นี้

“เป็นชื่อเรียกของกลุ่มคนที่ทำเรื่องเลวๆ ทั้งข่มขืน ฆ่าคน พวกนี้จะทำทีมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากนั้นก็จะลวงไปฆ่าและปล้นชิงทรัพย์สิน ถ้าเป็นผู้หญิงวัยรุ่นหน้าตาดีก็จะถูกเก็บไว้สนองตัณหาของพวกมันในหลายๆ แบบ ดังนั้นถ้าพวกมันพูดร้องขอชีวิตกับเสนอจะบอกที่ซ่อนของทรัพยากรที่รวบรวมมาก็ยิงทิ้งได้เลย นั่นน่ะเป็นกับดักที่ใช้เพื่อรับมือในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ”

ชายหนุ่มกางแผนที่ออกและกำลังเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อม ปกติแล้วถ้าหากหลงทางก็แค่ขับรถวนกลับมาใหม่ได้เพียงแต่ในสถานการณ์เช่นนี้การหลงทางเป็นเรื่องที่เสียเวลาและมีความเสี่ยงที่จะไปพบเจอกับหายนะได้

“คุณไม่เคยมาแถวนี้เหรอ?”

“บ้านฉันอยู่อีกตำบลน่ะ ถึงจะเคยมาซื้อของบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้จักทุกซอกซอย แต่ว่าก๋วยเตี๋ยวที่นี่อร่อยมากเธอเคยกินหรือยัง”

“ฉันต้องฝึกซ้อมกับสมาคมทุกวันแถมยังต้องควบคุมเรื่องอาหารด้วย”

“น่าเสียดายนะ หลังจากนี้เธอคงไม่ได้กินไปอีกนานเลย”

ในเมื่อโลกกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว แม้แต่ขนมปังขึ้นราก็ต้องกล้ำกลืนกินมันลงไปเพื่อความอยู่รอด

โอกาสที่จะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารระดับมิชลินเป็นอะไรที่ฝันเฟื่องเกินไป

รอจนซอมบี้เดินออกห่างจากรถไปแล้วก็เดินทางกันต่อ มีพบเจอกับรถที่ชนขวางระเกะระกะอยู่บ้างแต่ด้วยทักษะการขับรถของนรินทร์เขาสามารถขับขึ้นไปบนทางฟุตบาทเลาะผ่านเข้าไปได้ แต่แล้วจู่ๆ นรินทร์ก็พลันจอดรถและถอยรถกลับทำให้อยู่ในสภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด จากนั้นก็ดับเครื่องยนต์พร้อมบอกไม่ให้คนข้างๆ ส่งเสียง

ความเคลื่อนไหวของซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปเกือบร้อยเมตรนั้นเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันแบบผิดปกติ แต่เมื่อเปิดแง้มหน้าต่างและประตูเพียงเล็กน้อยเพื่อให้พร้อมหนีได้ทุกเวลาก็พลันได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์แว่วมาให้ได้ยิน

“เอาจริงเหรอเนี่ย” เขาสบถพร้อมหยิบปืนพกขึ้นมาแล้วบอกให้ชะเอมลงไปหลบอยู่ที่อาคารใกล้ๆ

เขาไม่ลืมที่จะคว้ากระเป๋ากลับมาด้วยก่อนจะกระโดดลงจากรถวิ่งตามไปติดๆ

“พวกนั้นคือใคร?”

“พอจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มแบนดิชนั่นแหละ เจ้าพวกนั้นจะขับมอเตอร์ไซค์ล่อพวกซอมบี้ไปให้ห่างจากแห่งกบดานของตัวเอง พวกมันจะใช้วิธีการจับคนมามัดผูกติดกับรถให้วิ่งตาม เป็นวิธีการเล่นสนุกของพวกมันที่จะทำจนกว่าเหยื่อจะตายโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น”

“โหดร้ายมาก”

“ยังมีที่ร้ายกว่านี้อีก แต่เธออย่ารู้เลย”

ไม่ใช่ว่านรินทร์ไม่อยากช่วย แต่พวกเขายังเอาตัวเองไม่รอดและยังไม่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับพวกแบนดิช ต่อใช้ชุดพวกนี้ป้องกันกระสุนปืนได้ก็จริงแต่ก็ช้ำในตายได้เหมือนกัน ฉะนั้นเลยต้องข่มใจแข็งทำเป็นมองไม่เห็นความชั่วช้าของคนเหล่านั้น

โชคไม่ดีนักที่จะต้องทิ้งรถยนต์ไว้ที่นี่ แต่นรินทร์มองหาของที่อยู่ใกล้ตัวแอบคลานเข้าไปดึงน้ำมันบางส่วนมาใส่เก็บไว้ในขวดเผื่อจำเป็นจะต้องใช้ในอนาคต พร้อมกันนั้นเพื่อป้องกันการถูกใช้งานก็เลยจำใจต้องเจาะยางล้อทิ้ง สภาพถนนที่น่าจะวิ่งได้เพียงแค่รถมอเตอร์ไซค์การนำรถยนต์ที่บรรทุกของได้มากกว่าจะกลายเป็นการถ่วงพวกเขาแทนซะมากกว่า

อยู่ที่เดิมนานไปไม่ใช่เรื่องดีนักจึงรีบออกเดินทาง แต่ว่ามันมีซอมบี้เพ่นพ่านเยอะเกินไปเลยอาจจะต้องเสี่ยงใช้เส้นทางลัดเลาะเดินบนกำแพง ทะลุผ่านไปยังซอยอื่นแทนเพื่อประหยัดกระสุนให้ได้มากที่สุด พวกเขาเลือกจะใช้มีดแทนการใช้ปืนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับวอล์คเกอร์หลงฝูงเลยเป็นบทเรียนที่ดีที่จะใช้ฝึกประสบการณ์จริงกับเด็กใหม่ ต่อให้มีชุดป้องกันเธอคนนี้ก็ยังกลัวอยู่ดีจนพลาดถูกมันกัดเข้าที่แขน โชคดีที่ชุดนี้ป้องกันการถูกกัดได้ถึงมันจะเจ็บมากก็เถอะ นรินทร์แสดงตัวอย่างวิธีสู้กับมันโดยไม่ให้ถูกกัดและเขาต้องการให้ชะเอมทำได้ในระดับนี้ ในอนาคตเธอจะต้องเข้าร่วมหน่วยสำรวจเพื่อหาทรัพยากรมาเลี้ยงปากท้องคนในกลุ่ม

ชะเอมกระโดดลงมาจากกำแพงและตรวจสอบพื้นที่ก่อน ตามมาด้วยนรินทร์ที่โยนกระเป๋าเป้และปีนข้ามตามมา มันเป็นซอยที่มีบ้านอยู่อีกหลายหลังแต่สภาพความเละเทะนี้เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีคนเคยมารื้อค้นของอยู่ก่อนแล้ว มีวอล์คเกอร์เป็นเด็กสาวเดินออกมาจากบ้านและทำท่าทีจะโจมตีสุดท้ายก็ถูกนรินทร์จัดการลงอย่างรวดเร็ว เขาจัดการเช็ดคราบออกจากมีดด้วยเศษผ้าที่พอจะหาได้จากราวแขวนใกล้ๆ และเข้าไปรื้อค้นของภายในบ้าน

นรินทร์รื้อค้นของอยู่พักใหญ่ก็หยิบเอามีดกับไม้มาทำเป็นหอก เขาสามารถทำมันออกมาดีกว่าในห้างพอสมควรจากนั้นก็โยนให้ชะเอมเอาไปใช้ ดูจากทักษะในการใช้มีดฆ่าซอมบี้แล้วเธอเชื่องช้าเกินไปและอันตรายมาก หอกเป็นอาวุธระยะกลางน่าจะเหมาะสมกว่า

พบเจอมีดผ่าฟืนกับขวานขึ้นสนิม ตราบเท่าที่ใช้เป็นอาวุธได้มันก็มีประโยชน์มากที่จะนำไปด้วย แถมยังมีอุปกรณ์จับปลาอย่างพวกปืนยิงปลาและฉมวกที่มีสภาพดี แต่ปืนยิงปลานี้มีขนาดใหญ่เกินไปเลยไม่ได้เอามาด้วย

ทั้งที่ระยะทางมันสั้นแต่การที่ต้องซ่อนตัวจากพวกวอล์คเกอร์ทำให้ใช้เวลามากกว่าที่คิด ทั้งสองช่วยกันจัดการเมื่อพบเจอเพียงตัวหรือสองตัว ซ้ำยังโยนสิ่งของเพื่อลวงพวกมันออกจากเส้นทาง จวบจนกระทั่งเดินมาได้ประมาณหกร้อยเมตรซึ่งใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงก็พบเห็นกับนรกที่เต็มไปด้วยซอมบี้จำนวนมากเดินเพ่นพ่านอยู่บริเวณกลางสี่แยกโดยเฉพาะศพของซอมบี้ตัวหนึ่งที่มีสภาพเละเทะในชุดเครื่องแบบของตำรวจ มีสิ่งหนึ่งหายไปจากสายคาดเอวที่ถูกปลดซึ่งน่าจะเป็นปืน รวมไปถึงซากศพที่นอนตายอยู่นั่นมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกยิง

“เดาว่าอาวุธปืนในสถานีตำรวจส่วนใหญ่คงถูกยึดไปหมดแล้ว”

จากที่สังเกตรูปแบบการทำงานล่อหลอกพวกซอมบี้ไปที่อื่น เป็นไปได้ว่าคนพวกนั้นก็วางแผนจะมาเอาอาวุธจากร้านขายปืนเหมือนกัน

สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีการเดินฝ่าไปตรงๆ นรินทร์จัดการลากศพซอมบี้ตัวหนึ่งมาและเริ่มจัดการละเลงลงบนเสื้อผ้า ชะเอมทำหน้าเหมือนถูกบีบบังคับและต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งที่อุตส่าห์วางใจแล้วว่าคงไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่การเพ้อฝันเท่านั้น

ถึงจะปลอดภัยจากการถูกแยกแยะก็ตาม การเคลื่อนไหวเร็วๆ มักจะเป็นที่ผิดสังเกตได้เลยต้องพยายามเดินช้าๆ และให้เกิดเสียงน้อยที่สุด ชะเอมน่าจะยังไม่ค่อยคุ้นชินกับรองเท้าคอมแบทแบบทหารจึงมีเสียงกุกกักอยู่บ้าง โชคดีที่เสียงเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก ถึงจะมีแต่พวกมันก็แค่มาสูดดมตามตัวพอได้กลิ่นเหมือนพวกเดียวกันก็แยกตัวออกไป เธอถึงกับถอนหายใจทันทีเพราะนรินทร์บอกว่าลมหายใจเองก็กระตุ้นพวกมันได้เหมือนกัน

เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นและนริทร์ก็รีบคว้าตัวชะเอมเข้าไปหลบ พยายามจะไม่ชะโงกหน้าออกมาดูแต่มองดูตำแหน่งของแสงแดดและใช้กระจกส่องสะท้อน มันปรากฏภาพของชายร่างอ้วนที่ถูกมัดตรึงเอาไว้กับรถและกำลังร้องขอชีวิตท่ามกลางเสียงหัวเราะของชายฉกรรจ์สองคนที่มาด้วยกัน พวกเขาถีบอีกฝ่ายให้ล้มและบีบแตรเรียกพวกซอมบี้ นรินทร์ไม่ใช่ฮีโร่และเขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ทำได้เพียงมองดูด้วยสายตาที่เย็นชา

“จะไม่ช่วยเหรอ?”

“เคยบอกไปแล้ว แวนการ์ดไม่ใช่กลุ่มที่ทำเพื่อการกุศล เธออยากจะเอาชีวิตทุกคนไปเสี่ยงเพียงเพื่อช่วยเหลือคนที่อาจจะเป็นคนโง่เพียงคนเดียวงั้นหรือยังไง?” นรินทร์ถามกลับ

มองดูก็รู้ว่าการกระทำของชายฉกรรจ์ทั้งสองนั้นเป็นเหมือนการแก้แค้นส่วนตัว

อีกทั้งกลุ่มแบนดิชพวกนี้เป็นคนไร้เหตุผลด้วย ตราบใดที่พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์ก็จะพยายามหาทางแว้งกัดอยู่เสมอ

มอเตอร์ไซค์ขับออกไปพร้อมกับการบีบแตรดึงความสนใจของพวกซอมบี้ นรินทร์รอจนมั่นใจจากนั้นจึงเดินออกมาจากจุดที่ซ่อนตัว ร้านขายอาวุธปืนนั้นแท้จริงแล้วมันอยู่ห่างไปประมาณหกร้อยเมตรแต่ด้วยจำนวนของซอมบี้ที่ไม่ใช่น้อยๆ พวกเขาทำได้เพียงกระจายตัวพวกมันออกไป เขาได้แต่หวังภายในใจว่าจะไม่มีพวกกลายพันธุ์อยู่บริเวณนี้ นับตั้งแต่ที่เจอกับแฟตเตอร์ก็ไม่คิดจะมองข้ามความเป็นไปได้เล็กน้อยเหล่านี้

การเดินอยู่ท่ามกลางดงซอมบี้เป็นสิ่งที่ชะเอมหวาดกลัวมาก มือและเท้าของเธอสั่นมากเมื่อมีซอมบี้เดินเข้ามาใกล้

ร้านขายอาวุธปืนแห่งแรกอยู่ตรงหน้า มันมีซอมบี้เดินป้วนเปี้ยนอยู่ที่นั่นจนมั่นใจได้เลยว่าคงไม่มีผู้ใดรอดชีวิต นรินทร์ชักมีดสั้นออกมาและเดินเข้าไปที่ร้านนั่นเพื่อจัดการกับซอมบี้ทั้งหมดที่เห็น อาศัยประสบการณ์จากในอนาคตฆ่าพวกมันอย่างเงียบเชียบที่สุดก่อนจะส่งสัญญาณเรียกให้ชะเอมเดินตามเข้ามาและปิดประตูลง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การเก็บอาวุธแต่ตรวจสอบพื้นที่เพื่อให้สามารถทำงานได้ซะก่อน นรินทร์พบว่าห้องน้ำนั้นถูกล็อกจากภายในตามมาด้วยเสียงครวญครางอีกสองเสียงข้างใน

“ฉันจะไปดูข้างบน เธอเฝ้าตรงนี้ไว้แล้วอย่าทำเสียงดัง”

“เข้าใจแล้ว”

เพราะแต่เดิมร้านนี้ก็ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเลยมีด้วยกันสามชั้น ชั้นสองนั้นเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลซึ่งในตอนที่มาถึงเขาสังเกตได้ถึงรอยเท้าเปื้อนเลือด ยังไม่ทันได้เปิดประตูเข้าไปก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาจากภายในห้องนั้น

โฮก!!!

         สัตว์ร้ายบางอย่างพุ่งกระโจนเข้าใส่ประตู ยังดีที่นรินทร์มีสติเพียงพอจะดึงประตูปิดอย่างรวดเร็ว

         มันคือสุนัขพันธุ์พิทบลู แต่ด้วยสภาพของมันเหวอะไปด้วยบาดแผลติดเชื้อจนกลายพันธุ์เป็นสัตว์ชนิดใหม่ กล้ามเนื้อของมันปูดโปนยิ่งกว่านักเพาะกายรวมไปถึงเขี้ยวที่แสยะยาวออกมา ไวรัสนั่นไม่ได้เปลี่ยนเพียงแค่มนุษย์แต่ยังรวมไปถึงสัตว์ทุกชนิดบนโลกด้วย แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะเริ่มทำตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่าและวิ่งหนีออกไปใช้ชีวิตเพื่อสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ

         สัตว์พวกนี้เมื่อกลายพันธุ์แล้วจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัส มันจึงสามารถสู้กับซอมบี้ได้โดยไม่ต้องกลัวความตาย

         “บ้าเอ๊ย! มาเจอสัตว์กลายพันธุ์วันนี้นับว่าซวยจริงๆ”

         ปัญหาคือเจ้านี่ไม่มีเนื้อที่กินได้เลยเพราะเป็นการกลายพันธุ์ไปในรูปลักษณ์ของไทแรนด์ เขาพลันรู้สึกอยากจะกลับไปตำหนิน้องสาวโทษฐานปากไม่เป็นมงคลซะจริงๆ ยังดีที่เป็นระยะเริ่มต้นอยู่และอาจจะลำบากไม่น้อยถ้าคิดจะต้องสู้กับมัน

         นรินทร์ถลาตัวไปคว้าเอาเชือกที่อยู่ใกล้ๆ มัดพันลูกบิดไว้กับราวบันไดผนึกประตูบานนี้ในทันที

         “ข้างบนนั่นมีอะไรหรือเปล่า ได้ยินเสียงสัตว์คำราม”

         “สัตว์กลายพันธุ์รูปแบบไทแรนด์” นรินทร์ตอบ

         ใบหน้าของหญิงสาวกลายเป็นซีดเซียวขึ้นมาทันที ถึงจะยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวมากนักแต่บทเรียนในฐานข้อมูลของแวนการ์ดก็ได้มีการจำแนกซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์เอาไว้ด้วย สัตว์กลายพันธุ์รูปแบบไทแรนด์นั้นเป็นสิ่งที่ยากจะเผชิญหน้าเพราะมันต้องใช้อาวุธหนักในการยิงถล่มถึงจะฆ่าพวกมันได้

         “แต่ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พวกเราควรลงไปจัดการเก็บเกี่ยวอาวุธปืนซะก่อน” นรินทร์ปลดกระเป๋าเป้ลงและนำไอเทมบ็อกซ์ออกมาวางเอาไว้ เมื่อเปิดการทำงานแผงข้างกล่องก็เปิดออกพร้อมด้วยแผ่นยางแบบพับทบได้

         กลไกการทำงานของไอเทมบ็อกซ์คือการกลืนวัตถุที่อยู่บนผืนผ้ายาง มันเลยสามารถเก็บของที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายมาก

         ร้านขายปืนนี้มีอาวุธอยู่ค่อนข้างจำกัดประเภท แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ล้วนมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งสองช่วยกันเก็บกวาดอาวุธปืนทั้งหมดที่มีอยู่ในร้านไม่ให้เหลือมาวางไว้บนแผ่นยางจนเต็มจากนั้นก็จัดการเก็บมันลงไปในไอเทมบ็อกซ์ ชะเอมได้เห็นการทำงานของมันที่น่าอัศจรรย์ก็ถึงกับอ้าปากเหวอ ไม่คิดว่าโลกนี้จะมีเทคโนโลยีแบบนี้อยู่ด้วย แต่นรินทร์ก็ได้บอกไปว่ามันคือของที่จะถูกสร้างโดยตนเองในอนาคตหลังจากนี้อีกหลายสิบปีทำให้เธอพอจะยอมรับความผิดปกตินี้ได้

         กระสุนอีกหลายกล่องถูกขนออกมาจากคลังเก็บของ พวกเขาใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงในการเก็บกวาดร้านจนไม่เหลือสิ่งของใดๆ อีก ด้วยอาวุธจำนวนมากที่มีอยู่นี้ก็สามารถทำสงครามกับกลุ่มแบนดิชได้แล้วติดเพียงแค่พวกเขามีจำนวนคนที่น้อยกว่า และนรินทร์ก็อยากจะไปชิงทรัพยากรอาวุธจากกลุ่มแบนดิชพวกนั้นมาให้หมดด้วย

         “ยังเหลืออีกหลายร้านพวกเราต้องทำงานแข่งกับเวลา”




สวัสดีปีใหม่ทุกคน...

นิยายเรื่องนี้ถึงจะเขียนเพราะว่างก็เถอะ

แต่พล็อตเรื่องมีมาตั้งแต่ สมัยเว็ปประมูลได้รับความนิยม

ตอนนั้นมีคนเปิดกระทู้รับสมัครตัวละคร ผมเองก็อยากอ่านเลยไปสมัครทิ้งเอาไว้

สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นี่เลยสานต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง เขียนมันขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจาก MCV

แต่ทางนั้นมาแนวดาร์กที่เล่นกับความแตกต่างทางเพศอย่างเห็นได้ชัด

หรือจะเป็นเรื่อง เชือดซอมบี้พิชิต... ก็นะ มีแต่คนอ่านเท่านั้นที่จะเข้าใจมันได้



เพิ่มภาพสำหรับคนที่อยากเห็นชุด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #181 Ghostmaster_zero (@Ghostmaster_zero) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:51
    ว้ายยยทำไมยังซิ---#โดนปืนโบด
    #181
    0
  2. #112 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 21:41
    อุ้ยตาย 70 แล้วทำไมยังซิง ฮ่าๆๆๆๆ(ล้อมุขกัปตันอเมริกา)
    #112
    0
  3. #86 abeja2 (@abeja) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 12:48

    ขอบคุณ

    #86
    0
  4. #80 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 14:31
    ถ้ามีพวกโหดๆ เป็นบอส ท่าจะมันส์ คล้ายๆตระกูลResident evil ที่มี เนเมซิส ไทแรนท์ ทริคเกอร์ ฯลฯ หรือพวกบอสของ silent hill
    #80
    0
  5. #66 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 14:25
    นรินควรพัฒนาตัวเองก่อนน่ะ แพ้น้องสาวตัวเองเป็นพี่ที่ใช้ไม่ได้เลยนริน
    #66
    0
  6. #64 @!^*^DemoN^*^!@ (@pea-za) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:48
    อ่าชุดเป็นแบบนั้นเหรอครับ...

    ผมจินตนากาน เป็นอบบของ Ganzt
    #64
    2
    • #64-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 10)
      1 มกราคม 2562 / 16:46
      ชุดแบบนั้นก็ไม่เลวเลย นรินทร์โดนยั่วทุกวันของไม่ขึ้น แสดงว่ามันเป็นเกย์
      #64-1
  7. #62 neonna (@neonna) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 08:45

    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ ขอให้มีความสุขมากๆ ในปี 2562 นี้ด้วยค่ะ

    #62
    0
  8. #61 Rabbit! Tank! Best Match! (@ply-za) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:30
    ที่พูดนิยายมาแต่ละชื่อนี้อ่านมาหมดแล้ว55555 HNY2019นะไรท์
    #61
    0
  9. #59 Iruna (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 22:53

    HNY2019

    #59
    0
  10. #58 sunza987 (@sunza987) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:19
    สุขสันต์วันปีใหม่นะไรต์//อ่านเพลินๆแปปเดียวจบอีกแล้ว 5555+
    #58
    0
  11. #57 LuminousBlue (@Vertrateness) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 19:55

    มีภาพตัวอย่างของชุดชะเอมไหมไรท์ พอดีไม่เห็นภาพ ผิดๆ /// สนุกมากครับไรท์ สุขสันต์วันปีใหม่ครับ

    #57
    0