Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,123 Views

  • 195 Comments

  • 883 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,504

    Overall
    16,123

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 เปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

บทที่ 9 เปิดเผย

 



         หลังวันโลกาวินาศ การเดินทางในเวลากลางคืนนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากและไม่สมควรทำเพราะมันมีซอมบี้จำนวนมากเพ่นพ่านอยู่ตลอดเส้นทางและอาจเป็นไปได้ว่าจะไปพบเจอกับฝูงซอมบี้เข้า นอกจากนี้ก็ยังต้องระมัดระวังผู้รอดชีวิตที่พยายามเอาตัวรอดโดยการปล้นชิงข้าวของรวมไปถึงความพยายามที่จะแย่งชิงผู้หญิงให้มาตอบสนองอารมณ์ทางเพศของตนเอง แน่นอนว่ามันไม่ได้มีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ควรระวัง แต่พวกเด็กผู้ชายที่หน้าตาดีๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะโดยด้วย

         ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงในที่สุดก็หาสถานที่จอดพักรถได้ มันเป็นพื้นที่ในเขตวัดเก่าซึ่งมีสนามบาสเกตบอลถูกทิ้งร้างจนมีเพียงแค่คนในพื้นที่เท่านั้นที่น่าจะทราบ ที่นั่นมีกระท่อมหลังน้อยที่ถูกปลูกขึ้นมาเพื่ออาศัยหลับนอน มันเต็มไปด้วยถุงขวดแก้ว เศษเหล็ก กระดาษที่ถูกแพ็กไว้บนรถเข็นรอเวลานำไปขายให้กับร้านรับซื้อ เดาว่าคงเป็นคนที่มาขอพึ่งใบบุญของวัดเพราะว่ามันมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นของพระภิกษุสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นเทียน ยากันยุง และพวกสังฆภัณฑ์ที่พระท่านมอบมาให้ใช้

         รถมินิบัสกลายพันธุ์ดับเครื่องยนต์และเปลี่ยนไปใช้ระบบไฟปกติธรรมดา นรินทร์ลุกขึ้นและถอดเครื่องแต่งกายที่ใส่มาตั้งแต่เช้าออก มันส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วตัวรถจนต้องเปิดหน้าต่างเล็กเพื่อระบายกลิ่นออก

         ที่นั่งด้านบนส่วนท้ายมีสมาชิกใหม่ทั้งสามคนอยู่ด้วย พวกเธอเป็นญาติที่อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ ในวันที่เกิดเรื่องนั้นก็แค่ตั้งใจจะมาดูหนังและฉลองให้กับการบรรจุเข้าทำงานของศัลยแพทย์สาวมือใหม่ โชคดีที่หนึ่งในพวกเธอนั้นเป็นตัวแทนนักกีฬาเทควันโดระดับประเทศก็เลยพอจะป้องกันตัวเองมาได้จนถึงปัจจุบัน และด้วยความที่เธอผ่านการดูหนังแนวเซอร์ไววัลจากหายนะซอมบี้มาหลายเรื่องก็เลยรู้อะไรหลายๆ อย่างที่ช่วยให้สามารถเอาชีวิตรอดได้

         มิ้นท์ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพื่อคัดเลือกบุคลากร ก็เลยทราบความเป็นมาของสมาชิกใหม่ทั้งสาม

         อิงฟ้า อายุยี่สิบเจ็ดปีและกำลังจะได้รับบรรจุให้เป็นศัลยแพทย์เต็มตัวหลังจากผ่านการฝึกงานในฐานะแรงงานมาอย่างหนัก ด้วยเหตุนี้เองทำให้เธอได้รับประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยมาไม่น้อย นับว่าเธอคนนี้มีประโยชน์อย่างมากในการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บ

         เอม หรือ ชะเอม เป็นนักศึกษารุ่นน้องนรินทร์หนึ่งปี แต่เธอเลือกจะเอาดีทางด้านกีฬาและมีแผนที่จะเป็นนักกีฬาตัวแทนทีมชาติ และถ้าติดตามข่าวสารมาบ้างจะพบว่าเธอเคยติดทีมชาติมาแล้วครั้งหนึ่งแต่เพราะไม่ได้รับรางวัลเลยไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่

         และสุดท้ายคือ โฮลี่ เด็กหญิงลูกครึ่งชาวออสเตรเลีย เป็นเด็กที่น่ารักน่าชังและมักจะถูกเพื่อนในโรงเรียนล้อเลียนเรื่องที่มีตาสีฟ้า ในอนาคตเธอจะต้องเติบโตไปเป็นสาวงามแน่ๆ

         ในจำนวนทั้งสามคนนี้หากไม่นับความสามารถในการรับมือกับซอมบี้ อิงฟ้าเป็นคนเดียวที่พวกนรินทร์เห็นพ้องต้องกันว่ามีประโยชน์มาก ในอดีตกลุ่มแวนการ์ดไม่มีหมอประจำกลุ่มทำให้เวลาบาดเจ็บต้องช่วยกันรักษาแบบขอไปที บางครั้งก็ต้องไปขอความช่วยเหลือจากพวกที่อาศัยอยู่ที่เชลเตอร์แลกกับการทำงานที่เสี่ยงอันตรายให้แม้จะรู้ว่าถูกหลอกใช้ก็ตามที ฉะนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามก็ต้องรั้งตัวของอิงฟ้าให้มาอยู่กับกลุ่มแวนการ์ดให้ได้

         ทั้งสามคนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเป็นที่เรียบร้อย เสื้อผ้าตัวเก่าถูกมิ้นท์นำไปทิ้งข้างนอกเพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะนำกลับมาซักเพื่อใช้ซ้ำ ตอนแรกที่ได้ทราบว่าบนรถมินิบัสมีห้องสุขาและห้องอาบน้ำในตัวก็ตื่นเต้นมากและรีบเข้าไปอาบน้ำกันทันที พวกเธอรู้สึกเขินอายไม่น้อยที่ต้องเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาเดินบนรถซึ่งมีผู้ชายรวมอยู่ด้วย ยังดีที่ตอนนั้นนรินทร์ไม่มีเวลามาสนใจเพราะต้องขับรถอ้อมหลบพวกซอมบี้ที่เดินวิ่งเข้าใส่รถและสลัดพวกมันทิ้ง

         น้ำทิพย์ใช้เวลานี้ในการเตรียมมื้อค่ำและได้สมาชิกใหม่ทั้งสามคนมาช่วยงานเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น การที่หญิงสาวคนนี้อยู่ในกลุ่มด้วยก็ทำให้ในแต่ละวันไม่ต้องกินอาหารแห้งหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำทิพย์คนนี้มีความสามารถในการปรุงอาหารที่ยอดเยี่ยม ถึงจะช่วยเหลือในการต่อสู้กับซอมบี้ไม่ได้แต่นรินทร์ก็คิดว่าเธอควรจะอยู่ฝ่ายสนับสนุนแนวหลังดีกว่า ปัญหาเรื่องปากท้องจึงจบลงด้วยประการฉะนี้

         ชั้นบนมีเสียงโครมคราม มันเกิดขึ้นจากการที่สองพี่น้องกำลังช่วยกันตรวจสอบเสบียงและข้าวของเครื่องใช้เพื่อจัดให้เป็นหมวดหมู่ ใช้แท็บเล็ตในการช่วยบันทึกข้อมูลเพื่อให้สามารถเรียกหยิบข้าวของที่ต้องการมาได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

         “ขอถามหน่อยนะ พี่คิดยังไงถึงหยิบถุงยางอนามัยมาด้วยเนี่ย แล้วจำนวนขนาดนี้กะจะใช้กี่ชาติ?”

         “หุบปากแล้วนับไปเถอะน่า”

         ตอนที่หยิบมานรินทร์ไม่ได้คิดในเรื่องพวกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขาคิดว่ามันอาจจะมีประโยชน์ในสถานการณ์อื่นด้วยก็เลยหยิบมาเพราะปล่อยทิ้งเอาไว้ก็น่าเสียดายเนื่องจากว่าหลังจากนี้ผู้คนจะไม่สนใจเรื่องการป้องกันอีกต่อไป แต่ใครจะไปรู้ว่าอนาคตมันจะได้ใช้หรือไม่ก็เลยเหมามาทั้งหมด

         มีของเยอะเกินกว่าที่จะทำกันสองคนได้หมด ซ้ำยังต้องนำเข้าไปเก็บไว้ในโกดังและจัดทำเป็นหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการหยิบจับ นรินทร์ยังไม่ได้บอกความลับของมินิบัสคันนี้กับคนภายนอกเพราะถ้าหากมีคนรู้ว่ารถคันนี้มีความสามารถมันจะกลายเป็นเป้าหมายให้ถูกแย่งชิง เพราะปัจจุบันนี้ด้วยวิทยาการปกติรวมไปถึงวัสดุทั่วไปไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ มันต้องใช้เวลาอีกสิบปีกว่าที่ทรัพยากรในธรรมชาติจะเริ่มกลายพันธุ์และมีคุณสมบัติพิเศษ

         ยังไม่นับรวมที่ว่านักวิทยาศาสตร์ที่เหลือน้อยลงทุกทีต้องทำการวิจัยเพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันให้เต็มที่

         “เดี๋ยวนะ ทำไมมีการ์ดเกมอยู่ในกล่องนี้ด้วย” นรินทร์หยิบเอากล่องใส่การ์ดตัวการ์ตูนขึ้นมา

         สมัยก่อนมันค่อนข้างได้รับความนิยมในกลุ่มนักเล่นการ์ดเกม แต่โชคไม่ดีที่เกมเสริมสร้างระบบการคิดนี้ถูกผู้ใหญ่จัดให้อยู่ในกลุ่มของการพนันไปซะอย่างนั้น มิ้นท์เองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่มีกลุ่มเล่นการ์ดเกมอยู่ในโรงเรียนด้วย การนำการ์ดไปเล่นที่โรงเรียนทำให้บางส่วนถูกอาจารย์ยึดไปแล้วไม่ได้คืนกลับมา โดยเฉพาะการ์ดแรร์หายากที่มีมูลค่าหลายหมื่นบาทหากนำไปประมูลขายให้กับพวกนักเล่นการ์ดเกม

         “บ่นเป็นคนแก่ไปได้นะพี่ ก็แค่อยากกลับมาสะสมใหม่เท่านั้นแหละ” มิ้นท์แย่งกล่องการ์ดกลับมาแกะและนับดูจำนวนทั้งสิบใบก่อนจะทำตาลุกวาว “แรร์การ์ดตัวละครระดับทองซะด้วย นี่มันขายได้ตั้งหกหมื่นเชียวนะเนี่ย ทั้งโลกนี้มีแค่หนึ่งร้อยใบเท่านั้นไม่คิดเลยว่าจะได้มาไว้ในครอบครอง แบบนี้ต้องเก็บยัดใส่สมุดสะสมการ์ดซะแล้ว”

         ของที่เก็บมามีเยอะมากจนยากจะทำเสร็จในระยะเวลาอันสั้นด้วยคนเพียงสองคน นรินทร์ตัดสินใจที่จะเปิดเผยความลับของรถมินิบัสคันนี้เพื่อที่จะได้มีคนมาช่วยในการจัดเก็บสิ่งของ แต่เขายังไม่ตัดสินใจที่จะให้คนเข้ามาหลบภัยเพราะหากรถคันนี้เสียหายล่ะก็ชีวิตของทุกคนบนรถจะตกอยู่ในความเสี่ยงทันที แถมการอพยพก็ไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ ซะด้วย

         น้ำทิพย์เตรียมมื้อค่ำเสร็จแล้วจึงขึ้นมาเรียก ทั้งสองคนจึงวางงานที่ทำอยู่และลงไปทานมื้อค่ำข้างล่าง ข้าวสวยหุงสุกร้อนๆ และกับข้าวที่มีรสชาติจัดจ้านกับแกงจืดวิญญาณผักทำให้สมาชิกใหม่ทั้งสามคนที่มาใหม่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย นรินทร์นึกได้ว่าตนเองสร้างโรงเพาะพันธุ์พืชระบบไฮโดรโปนิกส์เอาไว้ด้วยและซื้อเมล็ดพันธุ์หลายอย่างมาเก็บเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ได้รับความทรงจำมาใหม่ๆ ถ้าสามารถเปิดการทำงานในส่วนนั้นได้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสารอาหารอีกต่อไป

         ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนรินทร์ก็เรียกทุกคนมาประชุมที่ส่วนของห้องนอน เขาจำเป็นจะต้องเปิดเผยความลับในบางส่วนเพื่อให้สมาชิกใหม่ทั้งสี่คนได้เข้าใจถึงความสามารถพิเศษของมินิบัสคันนี้ ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้การปิดเป็นความลับไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไหร่ พลันขบคิดว่าควรจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดถึงตรงไหนดี เขาไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อเพราะมีข้อมูลหลักฐานในโน้ตบุ๊กตัวนั้น มันคือรายละเอียดเกี่ยวกับพวกซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์ รวมถึงไดอารี่ในอนาคตที่เขียนทิ้งเอาไว้เผื่อเกิดความผิดพลาด

         “เอาล่ะ ในเมื่อพวกเธอตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มแวนการ์ดแล้วพวกเธอมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลนี้ในระดับหนึ่ง จำเอาไว้ว่าทันทีที่พวกเธอรู้ข้อมูลนี้ฉันไม่อนุญาตให้ถอนตัวจากกลุ่มเพื่อเป็นมาตรการในการรักษาความลับ และไม่อนุญาตให้เปิดเผยมันแก่บุคคลภายนอกโดยเด็ดขาด เพราะว่ามันจะพาอันตรายมาสู่ทุกคนในกลุ่ม”

         สมาชิกใหม่ทั้งสี่คนมองหน้ากันและมีท่าทีลังเลกันเล็กน้อย น้ำทิพย์ยังไม่เคยเห็นวิธีการจัดการของนรินทร์จึงแค่เป็นกังวล แต่กับอีกสามคนที่เห็นเขาฆ่าคนต่อหน้าต่อตามาแล้วก็เกิดเป็นความกลัว อิงฟ้ากังวลมากจึงพยายามดึงเด็กหญิงมานั่งใกล้ชิดตัวเองให้มากที่สุด ชะเอมผู้ซึ่งมีประสบการณ์จากภาพยนตร์ย่อมเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี แถมในสถานการณ์ที่โลกกลายเป็นแบบนี้ไปแล้วทุกคนย่อมต้องมีความลับเพื่อความอยู่รอดของตนเอง

         “ฉันยอมรับ ไม่ใช่ว่านายพูดเองหรอกเหรอว่ากลุ่มนี้เข้าแล้วออกไม่ได้”

         “ใช่ ฉันพูดแบบนั้นจริงๆ” นรินทร์ยอมรับและรับขวดน้ำที่มิ้นท์โยนมาให้ “แต่เรื่องนี้มีความสำคัญมากและฉันไม่อนุญาตให้มีการแพร่งพรายออกไปโดยเด็ดขาด ที่ยอมเปิดเผยเพราะคิดว่าหลังจากนี้คงไม่จำเป็นต้องทำอะไรลับๆ ล่อๆ กันอีก”

         “เพิ่มเติมด้วยว่าหลังจากที่รู้แล้วไอ้ระบบความคิดโลกสวยที่อยากจะช่วยเหลือคนอื่นนั่นขอให้ลืมมันไปได้เลย ไม่ใช่ว่าพวกเราใจร้ายหรือเห็นแก่ตัวหรอกนะ เพียงแต่ว่าการจะช่วยเหลือก็ควรจะมีขีดจำกัดด้วย” มิ้นท์พูดเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

         “ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับเท่านั้นแหละ” ชะเอมตอบ

         “เข้าใจแล้ว แต่ว่าถ้าหากเด็กคนนี้เกิดทำอะไรผิดพลาดนายคงจะไม่ทำอะไรเธอสินะ”

         “ก็ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่ตามมา ครั้งแรกอาจจะให้อภัยถ้าผลลัพธ์ของมันไม่ร้ายแรงนัก แต่ถ้ามีครั้งต่อไปคงไม่ว่าอะไรถ้าฉันจะขอไล่พวกเธอทั้งหมดลงจากรถคันนี้ แน่นอนฉันรู้ดีว่าพวกเธอเป็นห่วงคนในครอบครัว แต่ต้องไม่ลืมว่าในฐานะของหัวหน้ากลุ่มฉันมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของสมาชิกทุกคน ถ้าการกระทำของใครบางคนทำให้ชีวิตของทุกคนตกอยู่ในความเสี่ยงก็จำเป็นต้องกำจัดทิ้ง”

         นรินทร์ไม่ได้อยากจะใจร้าย แต่เขาเคยได้รับบทเรียนจากความผิดพลาดเล็กๆ นี่แล้วว่ามันนำมาซึ่งความสูญเสียของผู้คนนับร้อยคน เพียงเพราะเห็นว่าเป็นแค่เด็กไม่ต้องรับโทษ กลับกลายเป็นว่าเด็กคนนั้นขายข้อมูลเพื่อแลกกับช็อกโกแลตบาร์เพียงแท่งเดียว และเป็นราคาที่ต้องสังเวยชีวิตของคนอื่นเป็นจำนวนมาก

         “ฉันก็ตกลง ยังไงก็ไม่มีที่ไปอยู่แล้วด้วย”

         “ดี ฉะนั้นจำเอาไว้ด้วยว่าเรื่องที่ได้ยินวันนี้จะต้องไม่ถูกเปิดเผยที่ไหนอีก”

         นรินทร์เงียบไปพักหนึ่งจากนั้นก็เริ่มอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้สมาชิกกลุ่มแวนการ์ดหน้าใหม่ให้ได้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับนรินทร์และมิ้นท์ได้รับความทรงจำของเหตุการณ์ในอนาคตจากการส่งถ่ายความทรงจำ มันยากที่จะอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่หลักฐานเกี่ยวกับการกระทำของทั้งสองคนที่ใจเย็นแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่รายล้อมไปด้วยซ้อมบี้ก็ทำให้ชะเอมปักใจเชื่อไปแล้วครึ่งหนึ่งว่ามันอาจจะเป็นความจริงก็ได้

         แต่เรื่องที่น่าตกใจกว่าก็คือในอนาคตประชากรมนุษย์ทั้งโลกจะเหลืออยู่เพียงแค่ 1% เท่านั้น ผู้หญิงทุกคนที่ไม่มีความสามารถจะถูกบังคับให้มีหน้าที่ในการเพิ่มประชากรของมนุษย์ เด็กผู้หญิงที่เมื่ออายุถึงวัยที่ให้กำเนิดได้จะต้องเข้ารับการคัดเลือกในฐานะของแม่พันธุ์และร่วมหลับนอนกับบุรุษที่มียีนส์ชั้นเลิศเพื่อให้เด็กทารกแข็งแรง บางคนนั้นตลอดทั้งชีวิตมีลูกอย่างน้อยก็สิบคนเพื่อแลกกับการได้รับการดูแลช่วงระยะเวลาบำรุงครรภ์ ส่วนเด็กเหล่านั้นถ้าเป็นผู้ชายก็จะฝึกให้เป็นนักรบ ในขณะที่เด็กผู้หญิงถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีความสามารถใดๆ ก็จะต้องทำหน้าที่ให้กำเนิดต่อไป

         ฟังมาถึงตรงนี้พวกเธอได้แต่ปิดปากแน่น ความโหดร้ายของอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่พวกเธอไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นเป็นที่สุด ยิ่งพอนึกสภาพของโฮลี่ที่ต้องไปทำหน้าที่แบบนั้นก็ทำใจยอมรับไม่ได้เป็นอันขาด

         “นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเราต้องย้อนกลับมาแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้น”

         มิ้นท์คว้าโน้ตบุ๊กขึ้นมาและเปิดเครื่อง หน้าจอระบบปฏิบัติการนั้นไม่ใช่ของวินโดว์ที่คุ้นเคย แต่มันเป็นระบบปฏิบัติการเฉพาะของแวนการ์ดที่ถูกสร้างขึ้นโดยนรินทร์ในอนาคต จากนั้นเธอก็หันหน้าจอให้ทุกคนเห็นด้วยกันหมด

         “นี่เป็นข้อมูลที่พวกเราในอนาคตรวบรวมมาโดยสังเวยชีวิตคนไปนับหมื่นนับแสนคน เป็นข้อมูลของซอมบี้และระดับการกลายพันธุ์ ส่วนนี่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์รูปแบบต่างๆ ถ้าพวกเธอคิดว่าวอล์คเกอร์พวกนั้นน่ากลัวแล้วสิ่งนี้คงไม่ต่างอะไรกับฝันร้ายเลยล่ะ”

         คลิปวีดีโอของการต่อสู้กับซอมบี้ระดับสามที่มีความร้ายกาจทำให้ทั้งสี่คนตกอยู่ในภวังค์ หัวใจของพวกเธอบีบรัดอย่างรุนได้เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและคิดแบบเดียวกันว่าซอมบี้ที่เดินเตร่อยู่ข้างนอกนั่นไม่ได้มีความน่ากลัวอะไรเลย

         “ข้อมูลพวกนี้พี่ชายของฉันจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา สำหรับสมาชิกบางคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 1%

         “นั่นหมายถึงพวกเราใช่ไหม” ชะเอมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้รู้เกี่ยวกับตนเองในอนาคต

         มิ้นท์ส่ายหน้าแล้วตอบ “ฉันไม่รู้ว่าในอนาคตพวกเธอจะยังมีชีวิตรอดอยู่ไหม ที่สามารถยืนยันได้ก็มีแค่พี่น้ำทิพย์คนเดียว เพราะฉันเห็นเธอกลายเป็นซอมบี้ต่อหน้าต่อตา เพียงแต่ตอนนี้อนาคตนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วเพราะเธอถูกช่วยเอาไว้โดยพี่ชายและไม่ได้ไปอยู่ที่ค่ายอพยพ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ถ้าเกิดประมาท ส่วนพวกพี่ฉันไม่รู้หรอกถ้าคิดในแง่ดีอาจจะกลายเป็นซอมบี้ไปก็ได้ แต่ถ้าเกิดคิดในแง่ร้ายก็คงกลายเป็นทาสกามของพวกผู้ชายเลวๆ มันอาจจะเกิดขึ้นถ้าหากพวกพี่ไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มแวนการ์ดซะก่อน”

         น่าแปลกที่ทุกคนล้วนอยากทราบอนาคต แต่กลับไม่กล้าที่จะยอมรับมัน

         ฟังมาถึงตรงนี้แล้วพวกเธอแทบจะไม่ต้องการให้อนาคตเหล่านั้นมันเกิดขึ้น

         พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องให้เก็บมันไว้เป็นความลับ เพราะว่าสองพี่น้องคู่นี้กุมชะตากรรมของมนุษยชาติเอาไว้นั่นเอง

         ไม่สนใจว่าใครจะตามทันหรือไม่ นรินทร์ได้บอกในสิ่งที่ควรบอกออกไปแล้วต่อมาก็คือเกี่ยวกับความลับของมินิบัสกลายพันธุ์คันนี้ ซึ่งเขาได้บอกเพียงว่ามันถูกสร้างโดยตัวเขาในอนาคตอีกหลายสิบปีและส่งมันกลับมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆ ด้าน มันเป็นพาหนะที่แม้แต่ในอนาคตก็ยังไม่มีเพราะนี่คือรุ่นโปรโตไทป์ที่ครอบคลุมในทุกด้าน

         จากนั้นก็พาพวกเธอไปยังโกดังเก็บสินค้าที่อยู่ในมินิบัส พลันสังเกตสีหน้าของพวกเธอที่ได้เห็นพื้นที่กว้างของโกดังที่ว่างเปล่ามันค่อนข้างน่าขบขันไม่น้อยสำหรับคนที่คุ้นชินกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีสินค้าจำนวนไม่น้อยวางกองเรียงกันอยู่โดยที่ยังไม่ได้ทำการจัดหมวดหมู่ใดๆ มีชั้นวางของที่ทำจากเหล็กซึ่งนรินทร์ได้ใช้เวลาว่างหลายวันในช่วงหนึ่งเดือนแห่งความโกลาหลทำมันขึ้นเพื่อใช้จัดหมวดหมู่ของเสบียงที่เก็บมาได้

         “เหตุผลที่บอกเพราะหลังจากนี้พวกเราจะมีเสบียงมาเพิ่มไว้เรื่อยๆ จะให้ฉันกับน้องแอบทำกันเองมันก็ไม่ไหว คิดว่าถ้ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ในส่วนนี้ได้บ้างก็คงดี”

         “พี่ชายอยากจะเปลี่ยนคลังหมายเลขหนึ่งเป็นคลังเสบียง ฉันจะสอนวิธีการจัดระบบให้เพราะมันจะซิงค์ข้อมูลกับระบบปฏิบัติการของแวนการ์ด แท็บเล็ตพวกนี้เชื่อมต่อเครือค่ายไร้สายเลยใช้ได้แค่ภายในรถกับนอกรถห่างไปแค่ห้าสิบเมตร เราสามารถเรียกดูทรัพยากรได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องมาตรวจสอบ ทุกครั้งที่เอาของเข้าออกก็ต้องมีการอัพเดตข้อมูลตลอดเวลาเพื่อจัดสรรทรัพยากร”

         คืนนั้นทุกคนบนรถก็ช่วยกันขนย้ายข้าวของทั้งหมดไปเก็บไว้ในคลังเก็บของ แต่เนื่องจากทุกคนเหนื่อยมากแล้วเลยออกมานอนหลับพักผ่อนกันข้างนอก นรินทร์เองก็เพลียมากเลยไม่ขอจัดเวรยามในคืนนี้แต่กลับใช้ระบบป้องกันของซิดที่สามารถแจ้งเตือนทางจิตวิญญาณได้ หากว่ามีมนุษย์หรือสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาในระยะทำการตรวจสอบ

         ร่างกายที่ยังไม่ได้ปรับตัวทำให้สองพี่น้องหลับเป็นตาย ว่ากันตามตรงแล้ววันนี้ทั้งสองคนพยายามกันอย่างหนักเพื่อช่วยผู้รอดชีวิตยึดห้างสรรพสินค้าคืนกลับมาจากซอมบี้และสามารถตั้งค่ายได้สำเร็จ ลำพังค่าตอบแทนเป็นน้ำและอาหารยังถือว่าน้อยมากในความเป็นจริง สิ่งหนึ่งที่พวกเธอไม่รู้ก็คือมิ้นท์ไปยกเค้าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่มาทั้งหมดและยังมีแผนที่จะไปยึดทรัพย์จากร้านค้าปลีกอีกด้วย

 

         เช้าวันรุ่งขึ้น

         นรินทร์ที่หลับเป็นตายตื่นขึ้นในตอนเวลาเกือบเจ็ดโมงได้ น้ำทิพย์กำลังเตรียมมื้อเช้าให้และกำลังสอบถามกำหนดการจากมิ้นท์พอรู้ว่าไม่มีแผนจะไปที่ไหนเลยทำอาหารได้เต็มที่

         หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วงานของวันนี้คือการจัดเสบียงเข้าเป็นหมวดหมู่

         สิ่งของทั้งหมดถูกจับแยกออกเป็นหมวดใหญ่คือ อาหาร น้ำ เครื่องสำอาง อุปกรณ์จิปาถะ และเทคโนโลยี

         จากนั้นก็จะถูกแยกกลุ่มย่อยออกมาอีกรอบหนึ่งเพื่อจัดหมวดหมู่ให้เรียบร้อย พอมีคนมากขึ้นระยะเวลาที่ใช้ก็สั้นลงมาก ยิ่งมีระบบบันทึกช่วยเหลือทำให้มันมีความแม่นยำกว่ามาก เสบียงอาหารหลังจากที่จัดหมวดหมู่เสร็จแล้วก็ได้ตัวเลขประมาณการว่าสามารถอยู่รอดได้ถึงหกร้อยวัน

         เพียงแต่ว่าในอนาคตผู้ที่เป็นอีโวลเวอร์จะไม่สามารถทานอาหารแบบคนปกติได้อีก พวกเขาต้องการปริมาณอาหารที่เยอะขึ้นต่อให้มีเสบียงสำหรับหกร้อยวันจริงๆ แต่สำหรับอีโวลเวอร์มันอาจจะอยู่ได้แค่หนึ่งร้อยวันเท่านั้น มีเพียงเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ที่อุดมไปด้วยพลังงานเท่านั้นที่จะมีความจำเป็นต่ออีโวลเวอร์ หากคนธรรมดากินไปเพียงแค่หนึ่งชิ้นก็เพียงพออยู่ได้ตลอดทั้งวันแล้ว

         พอเสร็จจากการทำงานอย่างหนักก็ว่างจนไม่รู้จะทำอะไรดี นรินทร์อยากจะให้ทุกคนได้ใช้เวลานี้พักผ่อนก่อนจะออกเดินทางต่อ

         กลุ่มผู้หญิงอยู่ข้างบนและกำลังช่วยกันจัดพื้นที่สำหรับใช้หลับนอนกันอยู่หลังจากที่เห็นว่ามีเตียงขนาดใหญ่อยู่ในคลังหมายเลขหนึ่งซึ่งมิ้นท์เป็นคนไปยึดมาจากห้างสรรพสินค้า หลังได้รับอนุญาตให้ปรับแต่งพื้นที่บางส่วนได้ตามใจชอบก็เลยทำให้พวกเธอยึดพื้นที่บนชั้นสองเป็นห้องนอนส่วนตัวทันที มิ้นท์ยังช่วยให้คำแนะนำในการจัดพื้นที่ด้วยเพราะมันต้องมีที่กำบังป้องกันกระสุนปืน เนื่องจากรถมินิบัสคันนี้ไม่ได้มีความสามารถในการกันกระสุน

         “พวกเราใช้กระสุนไปเยอะมาก คงต้องหาอะไหล่มาเพิ่ม นี่จะครบช่วงหนึ่งเดือนแห่งความโกลาหลแล้วถ้าไม่รีบล่ะก็อาวุธปืนได้ถูกพวกกลุ่มอันธพาลพวกนั้นยึดไปหมดแน่” เด็กสาวเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังถอดทำความสะอาดปืนและตรวจสอบอะไหล่สำรอง

         นรินทร์จำไม่ได้หรอกว่ามันเป็นช่วงเวลาไหนที่กลุ่มอันธพาลพวกนั้นไปรวบรวมอาวุธมาใช้ดักปล้นและจับผู้หญิงมาทำอนาจารต่อหน้าผู้คน แต่เท่าที่นึกออกเกี่ยวกับบทสนทนาเล็กๆ ในความทรงจำพวกนั้นยังไม่ได้ขนมาแต่อาศัยการรวบรวมอาวุธปืนเถื่อนที่ลักลอบซื้อมา หลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็มีข่าวว่าพวกนั้นได้อาวุธปืนมาไม่น้อยและเริ่มออกอาละวาดสร้างกลุ่มของตนเองขึ้น

         เขาเปิดแผนที่ขึ้นมากางและไล่สายตามองดูรอยมาร์กที่เขียนเอาไว้เป็น วงกลม สามเหลี่ยม และกากบาท

         “คิดว่าน่าจะเป็นตรงนี้ ไกลจากที่นี่พอสมควร”

         “โชคดีที่ไวรัสระบาดทำให้คนเกือบครึ่งเมืองกลายเป็นซอมบี้ แถวนั้นน่าจะมีซอมบี้เพ่นพ่านเยอะน่าดูเลยเชียวล่ะ”

         นับเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการมีซอมบี้ พวกมันจะทำหน้าที่ประหนึ่งยามคอยเฝ้าพวกทรัพยากรต่างๆ ให้ผู้รอดชีวิตมาท้าทายและรับรางวัลจากความพยายามของตนเอง นรินทร์ถือว่าได้เปรียบที่ล่วงรู้อนาคตและมีพาหนะที่ยอดเยี่ยมคงไม่ใช่เรื่องยากถ้าต้องการตัดหน้าไม่ให้คนอื่นได้ทรัพยากรสำคัญและนำไปใช้ในทางที่ผิด

         “ยิ่งนำหน้าผู้คนได้มากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งพร้อมรับมือกับเฟสสามเร็วขึ้นเท่านั้น”

         ต่อให้อยากจะถอนตัวออกจากเมืองนี้มากแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ยังมีผู้รอดชีวิตอีกเป็นจำนวนมากกำลังรอความช่วยเหลือ การสร้างค่ายผู้รอดชีวิตหลายๆ แห่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดอย่างน้อยพวกเขาจะสามารถรอจนกว่าความช่วยเหลือของกองทัพจะมาถึง และนั่นจะทำให้ค่ายอพยพมีกองกำลังเพิ่มขึ้นพอจะป้องกันหายนะจากเฟสที่สามได้

         ยังไงซะการที่ผู้รอดชีวิตมีความสามัคคีก็ยังดีกว่าการปล่อยให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นกลุ่มก้อนเล็กๆ ไม่มีทางเลือกใดดีไปกว่าการขอความร่วมมือกับทางกองทัพที่มีกฎควบคุมที่เข้มงวดอีกแล้ว อย่างน้อยมันก็ช่วยให้พวกเขามีโอกาสรอดเพิ่มมากขึ้น




RO M เป็นเกมประหลาดที่เปิดเกมได้ไม่กี่วันก็ต้องปิดปรับปรุงระบบอีก

คนที่เติม VIP นี่ไม่รู้ว่าคุ้มไหม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #111 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 19:35
    ต่อไปป้อมปราการรถมินิบัส ว่าแต่มินิบัสคันนี้ขนาดกี่ที่นั่งหว่า ถ้าใหญ่ขนาดยัดห้องน้ำได้น่าจะ 40 ที่นั่งมั้ง
    #111
    0
  2. #51 jane4117 (@jane4117) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 11:37

    เรื่องนี้มันโคตรใช่ ไม่จำเจ
    #51
    0
  3. วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 03:22
    สนุกมาก รออ่านนะคะ
    #49
    0
  4. #48 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 14:40
    ต่อเติมรถบัสให้กลายเป็นป้อมปราการให้เร็วที่สุดเลย
    #48
    0
  5. #47 ศุกร์เสาว์ (@karnkeaw) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 11:28

    สนุกเพลินในการอ่าน ลุ้นต่อคะ ขอบคุณคะ


    #47
    0
  6. #46 Rabbit! Tank! Best Match! (@ply-za) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 02:59
    การ์ดที่โดนยึดคือบลูไวท์ดรากั่วสินะ...
    #46
    0
  7. #45 KID1979 (@KID1979) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 16:23
    รอออออออ
    #45
    0
  8. #43 KuRo_NeKo (@u4814079) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 13:27
    เค้าปิดเพื่อให้ไรท์ว่างมาแต่งนิยายต่อไง😆😆😆
    #43
    1
    • #43-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 9)
      24 ธันวาคม 2561 / 13:36
      จะตามไปดูดร้อยชั้นต่อเจ้าค่ะ
      #43-1
  9. #42 ศุกร์เสาว์ (@karnkeaw) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 12:36

    ขอบคุณคะ

    #42
    0