Vanguard ย้อนเวลา พลิกชะตาอนาคต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 20,818 Views

  • 218 Comments

  • 1,060 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    639

    Overall
    20,818

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 แบนดิช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    17 ม.ค. 62

บทที่ 11 แบนดิช

 



       มีซอมบี้อยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่ตลาดสดริมแม่น้ำ พวกมันเดินเพ่นพ่านกันอยู่บนท้องถนนจนถูกรถมินิบัสที่ขับมาด้วยความเร็วเหยียบจนแหลกเละ ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ภายในเห็นความเสียหายบนตัวกระจกหน้ารถก็พลันเกิดเป็นกังวลขึ้นมา แต่ไม่นานนักรอยร้าวดังกล่าวก็ค่อยๆ ทำการซ่อมแซมตัวมันเอง กล่าวคือรถคันนี้ต่อให้ได้รับความเสียหายก็สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นแบบเดิมได้ เพียงแต่พลังงานบางส่วนจะถูกดึงไปใช้เพื่อซ่อมแซมความเสียหายความเร็วของมันจึงตกลงไปไม่น้อย

       มิ้นท์เคยมาสำรวจเส้นทางอยู่ก่อนในช่วงที่กำลังเตรียมตัวเพราะทราบดีว่าการออกเดินทางออกจากตัวจังหวัดในทันทีไม่ใช่เรื่องที่คิดจะทำก็ทำได้ ฉะนั้นเธอจึงต้องจดจำสภาพพื้นที่ของเมือง เส้นทางที่รถมินิบัสสามารถวิ่งได้ และทำแผนที่มาร์กจุดเพื่อรวบรวมทรัพยากรสำคัญในจังหวัดนี้ ยึดหลักการที่ว่าลงมือน้อยครั้งแต่เก็บเกี่ยวให้ได้ครั้งละมากๆ ทั้งหมดก็เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปได้

       เด็กสาวลดความเร็วลงและพยายามตรวจสอบซ้ายขวาจนมั่นใจว่าปลอดภัยก็รีบคว้าอาวุธคู่ใจขึ้นมาถือ

       “เกิดอะไรขึ้น ซอมบี้เหรอ?” อิงฟ้าถามด้วยสีหน้าที่ดูหวาดกลัวเล็กน้อย

       “ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์”

       เป็นคำตอบที่แสนสั้นแต่ได้ใจความครบถ้วน

       มิ้นท์กับนรินทร์ไม่จำเป็นต้องรอให้เจอกันก่อนแล้วค่อยปรึกษา สถานการณ์แบบนี้คือการแยกกลุ่มกันเพื่อรวบรวมทรัพยากรตามทาง ยารักษาโรคนั้นถ้าปล่อยให้ถูกแย่งชิงไปก่อนมันจะลำบากมากในอนาคต จริงอยู่ที่ว่าร้านอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นในตัวจังหวัดนี้มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง แต่เมื่อคำนึงถึงสถานที่ที่รถมินิบัสสามารถเดินทางไปได้สะดวกก็มีอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น เลยต้องพยายามหาตัวเลือกจากบรรดาร้านที่มีอยู่หลายสิบแห่งจนได้ที่นี่ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

       “ฉันจะไปเคลียร์พื้นที่ภายในก่อน ขอทำให้แน่ใจว่าในระยะหนึ่งร้อยเมตรนี้จะปลอดภัยหลังจากนั้นพวกพี่ค่อยลงมาช่วยขนย้ายสิ่งของ มีรถเข็นอยู่ในรถเอามาใช้งานได้มันเปิดได้จากช่องเก็บกระเป๋าข้างตัวรถ จำเอาไว้ว่าพื้นฐานของการเก็บเกี่ยวทรัพยากรให้เริ่มต้นจากของที่มีขนาดเล็กและมีความสำคัญก่อน”

       เด็กสาวตรวจสอบการแต่งกายกับอาวุธเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจึงเดินออกไป เธอฟันซอมบี้ด้วยดาบและไล่ฆ่าพวกมันอย่างต่อเนื่องไปอีกประมาณยี่สิบตัว จากนั้นก็ไม่มีใครมองเห็นตัวมิ้นท์ได้อีกแม้จะพยายามมองหาจากรอบตัวรถแล้วก็ตาม

       พวกน้ำทิพย์พยายามจะมองผ่านกระจกหน้าต่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มองเห็นหลังไวๆ ของซอมบี้ที่เดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย น้ำทิพย์รอคอยอย่างใจเย็นจนกระทั่งได้ยินเสียงของโฮลี่ร้องกรี๊ดออกมาจึงรีบไปดู เด็กหญิงที่ตกใจเพราะซอมบี้ตัวหนึ่งแนบหน้าติดกับกระจกซุกหน้ากอดลูกพี่ลูกน้องแน่นด้วยความหวาดกลัว อิงฟ้าพยายามปลอบใจและบอกให้เด็กหญิงเงียบเสียงลง ถึงจะพอเข้าใจระบบการทำงานของรถมินิบัสคันนี้แบบคร่าวๆ เลยไม่ต้องกลัวซอมบี้ แต่พวกมันก็ยังตอบสนองต่อเสียงได้เหมือนปกติ

       “เราน่าจะให้โฮลี่ไปซ่อนตัวข้างบนนะ” น้ำทิพย์เสนอ ขืนให้เธออยู่ที่นี่ต่อไปด้วยสภาพจิตใจแบบเด็กๆ คงเผลอไปกระตุ้นซอมบี้ให้เข้ามาทำลายมินิบัสแน่ๆ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่น้ำทิพย์เริ่มปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้บ้างแล้ว

       “โฮลี่ น้าว่าเธอควรเข้าไปหลบที่ห้องนอนข้างบนนะ”

       ห้องนอนที่ว่านั้นเป็นของพวกสาวๆ ที่จัดการทำกันเอง โดยการดัดแปลงส่วนพื้นที่ชั้นบนให้เป็นห้องนอนและมีห้องแต่งตัวขนาดเล็กปิดกั้นด้วยผ้าม่านแบ่งออกเป็นห้องๆ นรินทร์ไม่ได้สั่งห้ามเพราะยังไงการนอนบนรถก็สะดวกกว่าในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน

       เด็กหญิงไม่รอช้าที่จะวิ่งขึ้นไปข้างบนและซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งภายในส่วนที่เป็นห้องนอน จากที่เห็นผ่านหน้าต่างนั้นพบว่าเวลานี้ทิศทางการเดินของซอมบี้พวกนั้นเปลี่ยนไป มีเสียงรถยนต์ที่บีบแตรเสียงดังอยู่ห่างออกไปกว่าหนึ่งร้อยเมตรจากนั้นไม่นานเสียงนั้นก็เงียบไป โฮลี่กลัวว่าพี่มิ้นท์ที่อาสาออกไปจัดการกับซอมบี้จะพลาดท่าถูกมันจับกินเป็นอาหาร สำหรับเธอแล้วพี่มิ้นท์ก็มีอายุห่างกันเพียงไม่กี่ปีแต่กลับมีบรรยากาศเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทั้งยังเท่และดูพึ่งพาได้ด้วย

       ผ่านไปประมาณเกือบยี่สิบนาทีนับตั้งแต่ที่เสียงแตรรถเงียบหายไป มิ้นท์เดินกลับมาที่รถในสภาพที่มีแต่เลือดดำที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งชวนอ้วก แถมยังมีอาวุธปืนลูกโม่ติดไม้ติดมือกลับมาอีกหนึ่งกระบอก เห็นว่ายึดมาจากวอล์คเกอร์ที่เป็นตำรวจอยู่ในตู้จราจร

       “คงถ่วงเวลาไว้ได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าในระยะสามร้อยเมตรจะมีผู้รอดชีวิตอยู่ไหมพวกเราควรลงมือในทันที”

       มิ้นท์เปิดประตูช่องเก็บกระเป๋าและมุดเข้าไปเข็นรถเข็นออกมา สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเธอเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้เป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น น้ำทิพย์ที่ตั้งแต่เข้าร่วมกลุ่มแทบจะไม่เคยลงมาจากรถเลยต้องใช้เวลาทำใจอยู่พักใหญ่เนื่องจากข้างนอกนั้นอันตรายอย่างมาก ไม่เหมือนอิงฟ้าที่ทำใจยอมรับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วได้ และต้องการเป็นคนหนึ่งที่มีชีวิตรอดในโลกอันโหดร้ายแห่งนี้

       การรวบรวมยาปฏิชีวนะเริ่มขึ้นอย่างเงียบเชียบ มันถูกวางใส่ในรถเข็นทีละคันจนเต็มก็นำกลับไปไว้ที่รถมินิบัสจากนั้นก็นำคันใหม่มาต่ออีก สองพี่น้องเคยทำผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งในการรวบรวมทรัพยากรเลยให้ความสำคัญกับพวกรถเข็นที่บรรทุกของได้เยอะและสะดวกในการขนย้ายเลยเอามาจากห้างสรรพสินค้าซะหลายคันเพราะยังไงก็ไม่ค่อยจะมีใครใช้ มิ้นท์พยายามสะเดาะกุญแจเปิดเข้าไปในห้องเก็บของและพบกับซอมบี้ภายในนั้นเข้ามาโจมตี แต่เธอจัดการมันได้ซะก่อนเลยไม่มีใครเป็นอันตราย

       ศพซอมบี้ถูกลากออกมาไว้ข้างนอกและให้ทั้งสองคนช่วยกันไปเก็บของที่ใช้ประโยชน์ได้ออกมา เป็นเวลากว่าสองชั่วโมงที่ลงมือทำกันอย่างเร่งรีบ ยาที่ไม่ได้รับความสนใจก็เป็นพวกยาเสริมความงาม ครีมบำรุงผิว ถึงอย่างนั้นมิ้นท์ก็ยังคงเก็บมาทั้งหมดเพราะเมื่อมนุษย์เริ่มปรับตัวได้ ของเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างมากในการแลกเปลี่ยนกับผู้รอดชีวิตที่เป็นผู้หญิง

       “จะขนวิลแชร์ไปด้วยเหรอ?”

       “เผื่อในอนาคตมีคนบาดเจ็บแล้วจำเป็นจะต้องใช้ ของแบบนี้เราตอบไม่ได้หรอกว่าเมื่อไหร่มันถึงจะมีประโยชน์ อีกอย่างพวกเรามีรถที่สามารถขนของพวกนี้กลับไปได้ทั้งหมด เอากลับไปด้วยน่าจะดีกว่า”

       สามคนช่วยกันขนย้ายข้าวของไปวางเอาไว้ข้างรถมินิบัสแทนที่จะยกมันขึ้นไปเก็บเอาไว้ก็ใช้ความสามารถในการดูดกลืนช่วยขนย้ายพวกมันไปไว้ในโกดัง คราวนี้พวกน้ำทิพย์ได้พบเห็นความมหัศจรรย์ของตัวรถก็พลันตกอกตกใจกับวิทยาการในอนาคตข้างหน้า และภายใต้การควบคุมดูแลของมิ้นท์ที่มากไปด้วยประสบการณ์ของหน่วยสำรวจทำให้เกิดความเป็นระเบียบและใช้เวลาในการจัดการที่รวดเร็วมาก ใช้เวลาไปทั้งสิ้นชั่วโมงครึ่งพวกพี่สาวทั้งสองคนก็เหนื่อยมาก

       “นั่นมัน!” อิงฟ้าคิ้วขมวด เธอรู้ดีว่าของสิ่งนี้คืออะไรและในใจเธอตัดสินไปแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่ของไร้สาระที่ไม่น่าสนใจเลยสักนิด

       เพราะสิ่งที่มิ้นท์ไปเก็บกู้มานั้นคือเครื่องเล่นเกมที่นอนกองอยู่ในตู้กระจก

       “ที่มีอยู่ในรถยังไม่พอใจอีกเหรอ?” อิงฟ้าเคยเห็นบรรดาตู้เกมที่มิ้นท์ไปเอามาจากห้างสรรพสินค้า ยังไม่รวมของในร้านขายแผ่นเกมกับเครื่องเล่นเกมพกพาที่เล่นเหมามาทั้งร้านจนแทบจะเปิดสาขาใหม่ได้

       “ของแบบนี้มีเยอะๆ ก็ยิ่งดี พี่อาจไม่รู้อะไรแต่ในอนาคตพวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับความเครียดสะสมจนต้องหาที่ระบายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้แบบดุเดือด การคุกคามทางเพศ ทั้งหมดก็ล้วนแล้วมีเพื่อปลดปล่อยความเครียดเหล่านั้นออกมา แวนการ์ดน่ะมีการจัดเตรียมความพร้อมด้านนี้โดยสมัครใจ ผู้หญิงที่สมัครใจเป็นที่บำบัดความใคร่จะได้รับการปฏิบัติที่ดีเหมือนดาราหนังโป๊ญี่ปุ่นเลยเชียวล่ะ สวัสดิการก็ไม่เลวทั้งสภาพความเป็นอยู่ที่เหมือนกับสรวงสวรรค์ ยอมรับตรงๆ ว่าหนูเองก็เคยใช้บริการสาวๆ พวกนั้นด้วยล่ะนะ”

       ยิ่งได้ฟังจากปากของมิ้นท์ก็ยิ่งทำใจยอมรับได้ลำบาก พวกเธอทั้งหมดเองก็เป็นผู้หญิงและมีทัศนคติต่อเรื่องพวกนี้ในทางลบ แต่พอทราบว่ากลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นๆ มีการปฏิบัติกับผู้หญิงอย่างเลวร้ายไม่ต่างกับปศุสัตว์ กลุ่มของแวนการ์ดกลับดูดีขึ้นมาผิดหูผิดตา

       เสร็จจากรวบรวมก็กลับขึ้นมาบนรถ หยิบแผนที่ขึ้นมาเปิดกางและใช้ปากกาเคมีขีดฆ่าตำแหน่งทรัพยากรทิ้ง โชคดีที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบเจอกับบรรดาผู้รอดชีวิตระหว่างทางไม่เช่นนั้นอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาก็ได้ มิ้นท์คิดว่าคงเป็นผลกระทบจากการที่ไปช่วยเหลือผู้คนจนสร้างเป็นค่ายผู้รอดชีวิตได้ พวกเขาจึงแห่เดินทางไปรวมกลุ่มกันที่นั่นแทนซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีและไม่ดีในเวลาเดียวกัน แต่มิ้นท์ได้สอนวิธีการรับมือกับพวกซอมบี้ไปแล้วและภายในสองเดือนนี้จนกว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างน้อยก็น่าจะยังปลอดภัยกันดีอยู่

       ปัง!

       เสียงปืนดังขึ้นเบาๆ ฟังจากระยะทางแล้วน่าจะอยู่ห่างออกไปพอสมควร มิ้นท์พยายามสังเกตทิศทางการเดินของพวกซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งร้อยเมตรเริ่มมีการเคลื่อนที่ เธอพยายามใช้กล้องส่องทางไกลตรวจดูพวกมันจากวิธีการเดินก็พอจะเดาได้ว่าพวกมันคงไล่ตามเสียงแต่ยังไม่เห็นตัวเป้าหมาย

       ปัง! ปัง! ปัง!

       คราวนี้ดังมาเป็นชุดติดต่อกัน คงเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติ

       ชัดเจนเลยว่าพวกนี้คงเป็นมือใหม่ที่ตื่นตระหนกได้ง่าย แต่การที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองแสดงว่าคงไปฉกฉวยมาจากสถานีตำรวจแน่ๆ มิ้นท์ไล่อ่านข่าวดูตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาพบว่ามีการยึดปืนเถื่อนพร้อมเครื่องกระสุนได้เป็นจำนวนมาก และมันยังอยู่ในแผนการรวบรวมทรัพยากรอีกด้วย

       ถึงตอนนี้บนรถมินิบัสจะมีอาวุธปืนที่สามารถใช้งานได้ แต่คนที่มีประสบการณ์ใช้ปืนมีแค่มิ้นท์และด้วยศักยภาพในตอนนี้หากปะทะกันคงเกิดความสูญเสียไม่น้อย มินิบัสกลายพันธุ์ก็ไม่ได้ถูกทำให้กันกระสุนได้ และถ้าถูกยิงที่ยางล้อจนเดินทางต่อไม่ได้มีหวังถูกจับเป็นเชลยแน่ๆ มิ้นท์จำได้ว่ากลุ่มคนที่มีอาวุธปืนนั้นในเวลานี้มีเพียงกลุ่มแบนดิชที่ต้องการรวบรวมผู้หญิงมาเล่นสนุกเท่านั้น

       “ไปกันเถอะ”

       “พวกเขาอาจจะต้องการความช่วยเหลือ” น้ำทิพย์พูด ถึงจะรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์ก็ตาม

       เด็กสาวหัวเราะขบขันกับความไร้เดียงสาของน้ำทิพย์ก่อนจะอธิบายให้ฟังอย่างใจเย็นพลางขับรถหนีออกมา เป็นธรรมดาสำหรับคนที่ยังไม่เคยพบเจอกับกลุ่มแบนดิชจึงไม่รู้จักความชั่วร้ายของพวกมัน หากไปเป็นศัตรูด้วยและไม่ยอมจัดการให้สิ้นซากผลลัพธ์ที่ตามมาคือความบ้าคลั่งที่ต้องการทำลายศัตรูเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มแบนดิชจะต้องไม่ใจอ่อนโดยเด็ดขาด

       มิ้นท์ขับรถมุ่งหน้าลงไปทางใต้ สถานที่เป้าหมายคือสถานีขนส่งที่น่าจะมีซอมบี้ตกค้างอยู่ที่นั่น อย่างน้อยเท่าที่พอทราบมามันจะมีพื้นที่ให้สามารถนำรถไปจอดได้อยู่อีกหลายคัน เพราะที่นั่นแทบจะไม่มีอะไรที่พอจะใช้เป็นอาหารได้นอกจากตู้ขายน้ำกับร้านขนมขบเคี้ยวมันจึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากแห่งหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเคลียร์กับฝูงซอมบี้นับร้อยตัวที่อยู่ในอาคารผู้โดยสาร โชคยังดีที่พวกเธอได้สำรวจเส้นทางก่อนหนึ่งเดือนเลยรู้จักสถานที่ซ่อนที่ปลอดภัยและใช้พักค้างคืนได้

       แต่แล้วจู่ๆ มิ้นท์ก็รีบเหยียบเบรกกะทันหันทำเอาทุกคนตกใจ เด็กสาวมองกระจกข้างทั้งสองทางอย่างรวดเร็ว

       “มีอะไรเกิดขึ้น?”

       “พวกเราตกเป็นเป้าหมายซะแล้วล่ะ”

       พวกน้ำทิพย์มองออกไปข้างนอกก็เห็นว่าสถานการณ์มันเป็นปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น

       มีเพียงมิ้นท์คนเดียวที่รับรู้เพราะเธอได้ให้ซิดทำการแสกนคลื่นจิตวิญญาณทุกหนึ่งนาที จนพบว่ามีผู้รอดชีวิตซ่อนตัวอยู่ที่มุมถนนข้างหน้า ซึ่งถ้าดูจากการจัดการบนถนนจะเห็นว่ามีรถมาจอดเกะกะขวางทางเป็นไปได้สูงว่าพวกมันตั้งใจจะโจมตีตอนที่พวกเธอลงไปเคลื่อนย้ายรถเพื่อเปิดทาง

       คงยากที่จะหลีกเลี่ยงได้เพราะการโจมตีทางนั้นมีขึ้นเพื่อไล่ต้อนพวกเธอให้ไปอีกเส้นทางหนึ่ง นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดไม่เบา น่าเสียดายที่เป้าหมายนั้นคือผู้ที่มีประสบการณ์จากในอนาคต มิ้นท์ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาจนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว เธอจัดให้โฮลี่ไปซ่อนตัวที่ห้องเก็บของเพื่อความปลอดภัยและให้น้ำทิพย์มานั่งประจำที่แทนโดยให้ทำท่าทางเหมือนเป็นคนขับรถเท่านั้น ผู้ที่ควบคุมรถจริงๆ ก็คือ ซิด ที่เป็นระบบสนับสนุน

       เด็กสาวคว้าเอาดาบประจำกายขึ้นมาสะพายพร้อมกับปืนพกและพลุควันไข่เน่าที่นรินทร์ทำทิ้งเอาไว้ให้ในกระป๋องโค้ก ทำทีเป็นว่าจะลงไปตรวจสอบทางเดินรถ แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพเลยโดยเฉพาะการใช้รถปิดเส้นทางทั้งหมดเอาไว้ถึงจะมีช่องพอให้คนเดินผ่านไปได้ แต่ก็ต้องทิ้งรถเอาไว้เป็นรูปแบบที่เห็นจนชินตาหมดแล้ว

       ตอนแรกก็ทำทีท่าว่ากำลังมองหาวิธีขยับรถ พอมาถึงตัวรถเด็กสาวก็ก้มลงแนบกับรถเพื่อใช้มันเป็นที่กำบัง ซิดได้แจ้งให้ทราบแล้วว่ามีศัตรูอยู่กันสี่คนเท่านั้น เธอที่เดินออกมาพร้อมกับดาบที่สะพายอยู่ด้านหลังเป็นเพียงแค่กลลวงเล็กๆ เพื่อให้พวกเขาพุ่งความสนใจไปที่อาวุธของเธอและซ่อนปืนพกเอาไว้ในจุดอับสายตา กระป๋องโค้กที่ถือมาด้วยก็เป็นอีกกลลวงที่ทำให้เชื่อว่ามันเป็นแค่เครื่องดื่ม เธอจุดชนวนแล้วกลิ้งมันผ่านใต้ท้องรถไป

       ฟู่!!!

       ควันหลากสีส่งกลิ่นเหม็นลอยคลุ้ง มิ้นท์เคลื่อนไหวหลบผ่านกลุ่มควันอย่างคล่องแคล่ว

       คงด้วยความกลัวที่ถูกเปิดเผยตัวตนทั้งสี่คนที่หลบอยู่หลังรถจึงรีบก้าวออกมา ทุกคนล้วนมีอาวุธอยู่ในมือทั้งปืนกลและปืนพก ไม่มีใครทราบว่ามันมีกระสุนจริงหรือแค่ใช้เพื่อข่มขู่เท่านั้น โชคไม่ดีเลยที่พวกเขาต้องมาพบเจอกับเด็กสาวผู้เหี้ยมโหดคนนี้

       ถึงภายนอกมิ้นท์จะดูเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งก็ตาม แต่ความจริงเธอมีประสบการณ์ในการรบไม่ใช่น้อยๆ ไม่มีทางที่มือใหม่แห่งโลกหลังวันโลกาวินาศจะต่อกรกับเธอได้ยกเว้นจะต่อสู้แบบกองโจรและใช้ยุทธวิธีจับตัวประกัน

       ปัง!

       กระสุนหนึ่งนัดยิงเข้าที่ขาให้เสียหลัก

       ปัง!

       และอีกหนึ่งนัดที่ศีรษะ

       เป็นการสังหารในชั่วอึดใจ มิ้นท์รีบกระโดดตีลังกากลิ้งไปหลบข้างหลังรถ

       จังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายโต้ตอบกลับมาเหมือนคนขาดสติที่ยิงปืนโดยไม่สนใจเรื่องจำนวนกระสุน ถึงแม้จะยิงทีละนัดก็ตามแต่ก็เสียไปถึงเจ็ดนัดแล้ว เด็กสาวหยิบเศษกระจกเงาขึ้นมาและส่องทำมุมเพื่อจับตำแหน่งของศัตรู ได้ยินเสียงพวกนั้นร้องโวยวายและต้องการแก้แค้นคืน มิ้นท์คว้าเอาก้อนอิฐที่อยู่ใกล้มือขว้างไปบนฝากระโปรงรถให้เกิดเสียงดังดึงความสนใจ ยังไงพวกนั้นก็ยังไม่ทราบจำนวนที่แท้จริงเลยเป็นธรรมดาที่จะพะวงหน้าหลัง ถึงขนาดที่ลั่นไกขู่ไปอีกหนึ่งนัด

       พิสูจน์ชัดแล้วว่าคนพวกนี้ไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าพวกเธอมีจำนวนเท่าไหร่

       ชักจะรู้สึกเสียดายกระสุนปืนสองนัดเมื่อสักครู่ซะแล้วสิ

       “ออกมาสิวะอีนังร่าน กูจะแก้แค้นให้น้องชายกู”

       “อย่าให้พวกกูจับได้นะ มึงไม่ได้นอนแน่อีเวร”

       “กระสุนปืนมึงหมดเมื่อไหร่ มึงเจอพวกกูแน่”

       ฟังจากเสียงก็คาดเดาตำแหน่งได้ มิ้นท์ไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้นานเกินไปเพราะเสียงปืนอาจจะเรียกกำลังเสริมหรือพวกกองทัพซอมบี้มาก็ได้ ดังนั้นเธอจึงต้องการคนดึงความสนใจชั่วขณะหนึ่ง

       ซิด ดึงความสนใจให้ที

       เพราะรถมินิบัสไม่ได้อยู่ไกลเกินห้าสิบเมตรทำให้เธอสามารถสั่งการได้ผ่านทางความคิด

       ปี๊น!!!

       ทันทีที่เสียงแตรดังขึ้นดึงความสนใจ มิ้นท์กระโดดข้ามรถและวิ่งเข้าหาพวกศัตรูจนนึกได้ว่าตนเองยังไม่ได้เป็นอีโวลเวอร์ทำให้ต้องรีบหลบเมื่อเห็นปากกระบอกปืนพกหันกลับมายิงสวนใส่

       “โอ๊ย!” เด็กสาวร้อง

       “ฮ่าๆๆ กูยิงโดนโว้ย มึงโดนหนักแน่อีเวร”

       คงเพราะคิดว่าจัดการได้อยู่หมัดแล้วจึงได้ใจ รีบเดินออกมาจากที่ซ่อนตัวเข้าไปหมายจะจับกุมเด็กสาวเป็นตัวประกันเพื่อใช้ข่มขู่คนที่เหลือ และเมื่อเดินมาถึงก็เห็นเด็กสาวนั่งยิ้มย่องเล็งปืนมาที่ตนเอง

       “ฮะเฮ้ย!

       ปัง!

       ยังไม่ทันได้บอกกล่าวก็ถูกยิงจนเสียชีวิต

       มิ้นท์ขยับตัวเล็กน้อยและใช้มือกดลำตัวเอาไว้แน่น โชคดีที่เสื้อตัวนี้มันกันกระสุนปืนได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ยังได้รับผลจากแรงปะทะอยู่ไม่น้อย ถ้าถอดเสื้อตัวนี้ออกคงจะพบกับรอยช้ำที่ดูน่ากลัวและเป็นไปได้ว่าอาจจะมีเลือดคั่ง

       กลั้นใจอีกเล็กน้อยตรงไปที่ร่างของชายคนนั้นและปลดอาวุธมาใช้งาน ปืนพกนั่นยังพอเหลือกระสุนอยู่อีกแค่สี่นัด

       “แม่งเอ๊ย!

       “พี่หินหนีกันก่อนเถอะ”

       “หนี? ทำไมต้องหนีด้วยวะ อีนั่นโดนยิงไปแล้วไม่เห็นเหรอ”

       “พวกแกน่ะ เอาระเบิดนี่ไปกินซะ” มิ้นท์ตะโกนขึ้นและโยนก้อนอิฐไปยังที่ที่พวกนั้นอยู่

       ระเบิดควันที่ใช้ไปคงสร้างความกังวลให้ศัตรูไม่มากก็น้อย ยิ่งถูกชักนำด้วยคำพูดก็เชื่อไประดับหนึ่งแล้วว่าอาจจะเป็นระเบิดของจริงเลยกระโดดหนีไปคนละทิศละทาง มิ้นท์ปีนขึ้นไปอยู่บนแท่นแบริเออร์และยิงทั้งสองคนจากมุมนั้น แต่ด้วยอาการบาดเจ็บเลยไม่ได้เล็งยิงเข้าที่จุดสำคัญ

       มือใหม่ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ถูกยิง พวกมันร้องครวญครางและพยายามจะลุกขึ้นวิ่งหนี เด็กสาวค่อยๆ ปีนลงมาข้างล่างและหันปากกระบอกปืนไปทางกลุ่มแบนดิชที่คิดจะปล้นรถของพวกเธอ

       “เดี๋ยว! ฉันถูกบังคับให้ทำ ถ้าไม่ทำมันจะฆ่าน้องสาวฉัน”

       “แต่เมื่อกี้ไม่ได้พูดแบบนี้” มิ้นท์พูดจบก็ยิงทิ้งทันที เธอยังหันไปจัดการยิงอีกคนที่กำลังคลานหนีอีกด้วย

       แบนดิชพวกนี้เพื่อความอยู่รอดทำได้กระทั่งปั้นแต่งเรื่องโกหก ต่อให้มันเป็นความจริงแต่มิ้นท์แตกต่างจากพี่ชายตรงที่เธอเด็ดขาดยิ่งกว่า มันไม่มีประโยชน์ที่จะต้องไว้ชีวิตคนพวกนี้ อย่างน้อยปืนสี่กระบอกก็เป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่เลวเลย

       เด็กสาวพาร่างกายที่บาดเจ็บเดินกลับไปขึ้นรถมินิบัส ดูท่าทางเธอจะได้เป็นคนแรกที่ได้ใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ยึดมา แต่ก่อนหน้านั้นมันจำเป็นจะต้องไปยังจุดนัดพบเพื่อความปลอดภัยเสียก่อน จะให้น้ำทิพย์หรืออิงฟ้าเป็นคนขับรถก็ทำไม่ได้เพราะมันไม่เหมือนกับรถยนต์ส่วนบุคคล กลายเป็นว่าเธอจำเป็นจะต้องนั่งขับด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกมือกดลำตัวเอาไว้เพื่อบรรเทาอาการปวด

       อิงฟ้ารับฟังอาการบาดเจ็บก่อนจะไปหยิบอุปกรณ์มา เธอต้องตรวจให้แน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบตามมาในภายหลัง จวบจนมิ้นท์ขับรถมาถึงที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบสงบก็ลุกขึ้นยืนให้น้ำทิพย์ช่วยถอดเสื้อออกจนเหลือเพียงชั้นในสปอร์ตบรา และลงไปนอนบนเตียงให้อิงฟ้าตรวจสอบอาการเบื้องต้น มันมีอาการบวมช้ำและโชคดีที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ตามมา พักผ่อนแค่วันสองวันก็น่าจะกลับมาทำกิจกรรมใช้แรงตามเดิมได้ เป็นโชคดีมากที่เสื้อตัวนี้มันกันกระสุนได้ไม่เช่นนั้นคงจบแค่เป็นรอยเขียวช้ำอย่างแน่นอน

       “เสื้อตัวนี้กันกระสุนได้ด้วยสินะ ไม่น่าเชื่อเลย” น้ำทิพย์ลองพลิกเสื้อและตรวจหารูกระสุนและพบว่ามันไม่มีแม้แต่รอยขาด

       มิ้นท์ยิ้มฝืนและตอบ “ถ้าหนูเป็นอีโวลเวอร์เมื่อไหร่ ความสามารถของชุดนี้ป้องกันได้กระทั่งกระสุนปืนใหญ่ซะด้วยซ้ำ”

       นี่ไม่ใช่การกล่าวเกินจริง ความสามารถของเธอไม่เพียงแค่สร้างโมเดลใช้ได้จริงแต่ยังปรับแต่งโครงสร้างได้อย่างอิสระ ในสนามรบเธอจึงเป็นดั่งป้อมปราการที่ไม่มีวันถูกทำลายและได้รับการนับถือจากผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่น

       ยังไงซะวันนี้ก็ต้องหยุดพักที่นี่ มิ้นท์พยายามที่จะจอดรถให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้รอดชีวิตเข้ามาสอดส่อง แถมมันมีซอมบี้เดินเพ่นพ่านอยู่ห่างจากตัวรถไปไม่ไกลจึงช่วยป้องกันอันตรายได้อีกทาง พวกเธอต้องทานอาหารแช่แข็งที่อุ่นด้วยไมโครเวฟแทนการลงมือทำอาหารที่เสี่ยงต่อการถูกซอมบี้หรือผู้รอดชีวิตคนอื่นค้นพบ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้แสงไฟบนรถและใช้ไฟทางเดินคอยนำทาง

       มิ้นท์ยังไม่ยอมนอนแต่เธอนั่งดูแผนที่และกำหนดเส้นทางในช่วงวันสองวันนี้ก่อนจะไปพบกับนรินทร์ที่จุดนัดพบ ที่ที่นรินทร์ไปรวบรวมอาวุธเท่าที่จำได้มันอยู่ภายใต้การครอบครองของกลุ่มแบนดิช จากนิสัยของพี่ชายที่ไม่ทำอะไรสุ่มเสี่ยงย่อมต้องไม่ไปเผชิญหน้าโดยตรงแน่ๆ เขาเองถ้าเมื่อถึงเวลาต้องสู้ก็ทำได้ไม่เลว เวลานี้คงกำลังหาที่พักผ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งและคิดหาวิธีที่จะมาพบกันที่จุดนัดพบโดยไม่ให้ตกเป็นเป้าของกลุ่มแบนดิช พอรวมตัวกันเสร็จเป้าหมายต่อไปก็คือการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตตามสถานที่ต่างๆ

       ตามประวัติศาสตร์เดิม เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนที่มิ้นท์จะเริ่มวิวัฒนาการกลายเป็นอีโวลเวอร์ เมื่อเวลานั้นมาถึงกลุ่มแวนการ์ดจะสามารถออกเดินทางไปรวบรวมอดีตพรรคพวกที่กระจัดกระจายกันอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ได้ เพราะจุดเริ่มต้นของการถือกำเนิดของแวนการ์ดมันเริ่มขึ้นหลังจากหายนะคลื่นซอมบี้

       แท็บเล็ตเปิดค้างอยู่ที่หน้ารายชื่อของสมาชิกคนหนึ่งที่ในข้อมูลระบุสถานที่ที่พบเจอกันเป็นครั้งแรก

       มันคือค่ายอพยพของกองทัพ

       “ทำไมต้องเจอหมอนี่คนแรกด้วยนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #182 Ghostmaster_zero (@Ghostmaster_zero) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 12:21
    สายเลสสินะหนูมิ้น...good job!!!
    #182
    0
  2. #117 sivacity (@sivacity) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:38

    "หนูเองก็เคยใช้บริการสาวๆพวกนั้นด้วยล่ะนะ" มิ้นท์ !!!!

    #117
    0
  3. #113 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:05
    พอมาคิดๆดูแนวทางการพัฒนาพลังของรินอาจจะไปถึงขั้นใช้พลังสมองควบคุมร่างกายหรือใช้พลังจิตได้เลยนะ เพราะพลังความฉลาดคงไม่จบที่ความฉลาดเฉยๆแน่ การคิดเรื่องต่างๆหลายพันหลายหมื่นเรื่องในเวลาเศษเสี้ยวแสง สร้างโลกในจิตใจ การควบคุมศักยภาพของร่างกายคนธรรมดาให้ออกมาสูงสุดดั่งยอดมนุษย์ พลังจิตพื้นฐานต่างๆที่อาจจะแสดงออกมาได้แม้จะไม่ได้มีพลังเหล่านั้น(เทเลคิเนซิส เทเลพาธี เทเลพอร์ต ไซโคเมทรี เอมพาธี ไมน์คอนโทรล หูตาทิพย์ รู้อนาคต เดี๋ยวนะ แต่ละอย่างมันไม่ค่อยพื้นฐานสักเท่าไหร่ ช่างเถอะ ฮ่าๆๆๆๆ)
    #113
    0
  4. #85 สังคมจอมปลอม (@QueenHarem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 03:24
    รีบมาลงต่อนะคะ สนุกมากเลยค่ะ
    #85
    0
  5. #82 KuRo_NeKo (@u4814079) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 15:34

    ขอบคุณค่ะ
    #82
    0
  6. #81 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 14:52
    คนแรกเป็นสาวดุ้นรึปล่าว?
    #81
    0
  7. #79 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 12:51
    สงสัยมีความหลังกับคนแรกล่ะงานนี้
    #79
    0
  8. #78 ployreudeejaitad (@ployreudeejaitad) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 09:01
    สนุกๆๆๆๆ
    #78
    0
  9. #77 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 07:53

    สนุกมากกกกกกกกกกกกกก รอตอนต่อไป

    #77
    0
  10. #76 Winzex (@pleum254) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 07:00
    6 ทุ่มก็ยังไหว
    #76
    0