ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,884 Views

  • 13,679 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,362

    Overall
    2,255,884

ตอนที่ 98 : SS2 Episode Thirty-Eight : ค้นพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1106 ครั้ง
    23 ก.พ. 61

SS2 Episode Thirty-Eight

 



         ไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายในการกำจัดพวกมัน

         เซรอสใช้เพียงความแข็งแรงร่างกายในการเหยียบย้ำกระดูกที่แสนบอบบาง

         ดาบที่ผุพังทำได้แค่สร้างรอยขีดข่วนบนผิวหนังกับรอยถากเล็กน้อยบนเสื้อผ้า จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหลบ นอกจากนี้ยังสามารถใช้มือเปล่าจับเอาไว้โดยไม่มีบาดแผลทำให้การต่อสู้จบลงได้โดยง่าย

         เซรอสไม่นับว่าพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิต แต่น่าจะเกิดจากสาเหตุบางอย่างที่เปลี่ยนมันเป็นมอนสเตอร์ จากที่เห็นสภาพของพวกมันทุกตัวนั้นเกิดจากโครงกระดูกมนุษย์แทบทั้งสิ้น แต่กลับมีดวงไฟที่เห็นเป็นกลุ่มความร้อนส่งผ่านมาจากรูที่ตา เมื่อหยิบหัวกะโหลกขึ้นมาดูของเหลวเมือกสีดำดูน่าขยะแขยงก็ไหลออกมาเปื้อนมือของเขา ในตอนนั้นเซรอสรับรู้ได้ถึงกระบวนการพิเศษของร่างกาย

         ร่างกายที่ร้อนรุ่มและราวกับมีมดนับล้านวิ่งไปทั่วร่างกาย แท้จริงแล้วมาจากสารเคมีที่เรียกว่า แอนตี้บอท เมื่อพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะเป็นพิษหรือเชื้อไวรัส แอนตี้บอทจะมีปฏิกิริยาและเริ่มกระบวนการโต้ตอบในทันที พร้อมกันนี้ก็จะสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายทำให้พิษหรือเชื้อไวรัสตัวเดิมไม่มีผลกระทบที่รุนแรงอีก ซึ่งหากได้รับในปริมาณน้อยแต่ได้รับติดต่อกันเป็นเวลานานสิ่งเหล่านั้นจะไม่มีประโยชน์ในครั้งต่อไป

         เซรอสใช้หลอดแก้วกักเก็บเมือกสีดำกลับไปตรวจสอบที่ห้องแล็บ เป็นไปได้ว่าเจ้าตัวแบบนี้อาจจะมีอยู่ทั่วไป ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับมันเพื่อหาวิธีรับมือที่เหมาะสม ไม่ว่าจะที่ไหนข้อมูลความสามารถของศัตรูเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด

         ยังมีโครงกระดูกอยู่อีกมากจึงต้องมองว่าพวกมันเป็นแบบเดียวกัน น่าจะเป็นวิธีการหลอกล่อเหยื่อดังนั้นทันทีที่เห็นโครงกระดูกเซรอสจึงไม่รอช้าที่จะทำลายส่วนหัวก่อนในทันที เพียงแค่แทงมีดลงไปโครงกระดูกก็สั่นกระตุกเบาๆ เมือกสีดำไหลออกมาจากโพรงดวงตา เกือบจะคิดว่าพวกมันอ่อนแอแต่นึกขึ้นได้ว่าเขาต้องใช้แรงพอดูในการแทงมีดลงไปในสิ่งที่อยู่ภายในหัวกะโหลกจึงเข้าใจว่าตัวมันนั้นมีเกราะที่คอยปกป้อง ซึ่งมันแข็งแรงมากในระดับหนึ่ง

         โครงกระดูกพวกนี้ต่อให้เจออีกเป็นจำนวนมากก็ไม่สร้างความลำบากให้อยู่แล้ว เพียงแค่จะรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย

         หลายห้องพบว่าประตูได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ข้าวของภายในกระจัดกระจายและจากร่องรอยของฝุ่นที่จับกันหนาเตอะนั้นปรากฏเป็นรอยเท้าของโครงกระดูกมนุษย์จึงระมัดระวังตัว เนื่องจากภายในไม่มีแสงไฟจึงมืดมากและอาจจะโดนซุ่มโจมตีได้ทุกเมื่อ เป็นโชคร้ายของพวกมันที่ภายใต้แว่นตาไวเซอร์นั้นเขามองเห็นทุกอย่างชัดเจน และในทันทีที่เห็นการเคลื่อนไหว มีดสั้นก็พุ่งปักเข้าไปที่ใบหน้าและด้วยความแรงของการขว้างทำให้ร่างเหล่านั้นปักติดอยู่บนผนัง ข้าวของก็พังกระจายเกลื่อน

         แค่คิดว่าโครงกระดูกทั้งหมดที่อยู่ในเมืองนี้สามารถเคลื่อนไหวและโจมตีได้อย่างน่ากลัวก็รู้สึกแล้วว่าคิดถูกที่มาสำรวจคนเดียว แต่ไหนแต่ไรเขาก็ถนัดการเคลื่อนไหวตัวคนเดียวโดยไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของคนอื่น ยิ่งมากคนก็จะยิ่งมีข้อจำกัดมากมาย มันจะยิ่งเป็นการขัดขวางให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก

         และเพื่อแก้ปัญหาความรำคาญ เซรอสใช้เวลาตลอดทั้งวันเดินไปทั่วปราสาทและกำจัดโครงกระดูกทั้งหมด แว่นไวเซอร์กลายเป็นแว่นตาธรรมดาไปได้ราวหนึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว ตอนนี้ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมพร้อมด้วยพายุหิมะที่โหมกระหน่ำอย่างน่ากลัว เซรอสมีแผนที่จากการสำรวจปราสาทอยู่ก่อนแล้วจึงสามารถเดินไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ ก่อนหน้านั้นเขาให้ความสำคัญกับข้อมูลมากกว่าสิ่งใด สถานที่ที่มุ่งหน้าไปก็คือห้องเก็บเอกสาร

         ในห้องนี้มีเอกสารอยู่มากมายกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น หลายแผ่นฉีกขาดและเปื้อนเลือดจนอ่านเนื้อความเดิมไม่ออก บางแผ่นโดยเฉพาะเอกสารสำคัญถูกเก็บเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้สูญหาย ตัวล็อกรุ่นโบราณถูกทำลายโดยใช้เพียงแค่มือบีบ ม้วนเอกสารเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะด้านการทหาร ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องถูกเก็บรวบรวมและเรียบเรียงใหม่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน อาจพูดได้ว่าเป็นหน่วยข่าวกรองรุ่นโบราณซึ่งมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง

         เอกสารสำคัญส่วนใหญ่ถูกนำออกไปด้วยแต่เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับสิ่งที่ต้องการจะรู้ มีแผนที่ของเมืองที่เป็นป้อมปราการภายใต้ชื่อ ราเดนเบิร์ก และนั่นทำให้รู้ว่าใต้ฐานเมืองนี้มีเส้นทางลับสำหรับเก็บสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมไปถึงเส้นทางหลบหนีผ่านทางระบายน้ำ รูปแบบยุทธวิธีที่มีไว้เพื่อการศึกษาถูกบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันที่มีการพัฒนารูปแบบยุทธวิธีให้ทันสมัย สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่มีประโยชน์แต่ใครจะรู้ได้ว่าบางครั้งยุทธวิธีเก่าคร่ำครึก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้เช่นกัน

         เซรอสใช้ไฟฉายช่วยในการอ่านเอกสารแบบไม่รีบร้อน สิ่งที่ควรรู้จากมันไม่ใช่ตัวเลขหากแต่เป็นรายการภาษีที่ถูกส่งมาในรูปแบบของสินค้าหรือผลผลิตที่ได้จากในแต่ละเขต มันจะช่วยให้รู้ถึงแนวทางการใช้ชีวิตของผู้คนในเขตนั้นๆ ดูเหมือนในช่วงเวลานั้นทุกคนจะรู้วิธีทำกสิกรรม และพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับความนิยมก็หนีไม่พ้นมันฝรั่งที่ปลูกได้ง่าย ส่วนข้าวเป็นของที่นำเข้ามาจากที่อื่น ยังมีใบรายการสั่งซื้อกับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงมากในยุคนั้นหลงเหลือเก็บเอาไว้ในห้องเอกสาร

         ไล่อ่านมาเรื่อยๆ จนถึงแผ่นหนึ่งที่เป็นเหมือนแผนที่ที่ถูกวาดขึ้นโดยนักทำแผนที่ของกองทหาร เนื่องจากกฎในการสร้างแผนที่ค่อนข้างจะมีกลิ่นอายที่คล้ายกัน และใช้สัญลักษณ์ในการบอกตำแหน่ง ตัวอักษรเก่าแก่ที่เลอะน้ำหมึกจับใจความได้เพียงว่า ดันเจี้ยน เซรอสขมวดคิ้วด้วยความสนใจ

         ถ้าจะพบว่ามีบางสิ่งอยู่ที่นี่อีกก็คงไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะ

         เซรอสเคยมีประสบการณ์ในการลงดันเจี้ยน แต่แผนที่ของเขาทำได้เพียงเปิดเส้นทางไม่ได้มากนัก มันค่อนข้างจะมีลักษณะคล้ายกับรังมดเพียงแต่ดันเจี้ยนคล้ายจะอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่เป็นเหมือนเขาวงกตขนาดยักษ์ มีนักวิชาการหลายคนลงความเห็นว่าการสำรวจดันเจี้ยนให้ถึงความลึกสูงสุดอาจจะต้องใช้เวลามากกว่าห้าสิบปี ยกเว้นในกรณีที่คณะสำรวจนั้นเป็นนักรบที่มีความสามารถใกล้เคียงหรือสูงส่งกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์

         แต่สำหรับนักสำรวจที่ต่อให้พกน้ำและอาหารสำหรับหนึ่งเดือนเข้าไป มอนสเตอร์ที่พบเจอระหว่างทางก็มีความร้ายกาจอย่างมาก นานสุดที่เคยมีสถิติทำได้คือกลุ่มนักผจญภัยแรงค์ A หนึ่งกลุ่มใหญ่สามารถอยู่รอดได้นานถึงสองเดือน แต่ตอนที่กลับมาทุกคนล้วนมีสภาพบาดเจ็บสาหัสรวมไปถึงอาการหวาดกลัวดันเจี้ยน จนเกิดเป็นกลุ่มอาการจิตหลอนไปตามๆ กัน

         ว่าถ้ามีโอกาสจะไปสำรวจและปรับพื้นที่ให้เหมาะสม และยิ่งถูกทิ้งร้างเอาไว้นานกว่าเป็นร้อยปี พวกมอนสเตอร์ที่อยู่ข้างในอาจจะกลายเป็นตัวสุดโหดไปเลยก็ได้ แต่นั่นหมายความว่าผลึกเวทมนตร์ที่จะได้รับก็จะมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นไปด้วย

         มีหลายเรื่องที่น่าสนใจแต่เซรอสไม่ได้ว่างพอจะใช้เวลาหลายวันในการอ่านกองเอกสารเหล่านี้ เอกสารที่เห็นว่าสำคัญจำพวกแผนที่ทั้งหมดจะถูกเก็บนำกลับไปตรวจสอบในภายหลัง ส่วนเอกสารไร้สาระจะถูกโยนทิ้งแทบจะทันที่ที่อ่านไปเพียงสองสามบรรทัด ส่วนใหญ่เป็นรายงานการตรวจสอบเขตแดนและปัญหาที่พบเจอในระหว่างนั้น และเมื่อหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาดูก็ถึงกับพูดไม่ออก

         มันเป็นรายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบดินแดนแห่งใหม่ที่พบเจออยู่อีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขา

         และมันคือดินแดนปีศาจ

         ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเอกสารลับที่เตรียมจะส่งให้กับทางอาณาจักรไอทาเรีย แต่กลับเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

         อย่างไรก็อยากจะขอบคุณความเหนื่อยยากของผู้คนที่ลำบากในการรวบรวมข้อมูลให้ เซรอสไม่จำเป็นต้องไปสำรวจด้วยตัวเองก็ได้แผนที่คร่าวๆ ของแต่ละเขตมาไว้ในครอบครอง รวมถึงแนวทางการพัฒนาของหมู่บ้านนั้นๆ ที่ส่งมาให้กับเมืองราเดนเบิร์ก แต่โครงการเหล่านั้นแทบจะไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาเป็นลายลักษณ์อักษร แค่บอกว่าจะปรับปรุงและขอแรงสนับสนุนด้านค่าใช้จ่ายจากส่วนกลางเท่านั้น ซึ่งระบบพวกนี้ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นง่ายมากๆ

         เซรอสขลุกตัวอยู่ในห้องเอกสารนานกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว อากาศข้างนอกก็หนาวมากจนหายใจออกมาเป็นควันขาว ยังมีที่ที่จะต้องสำรวจอยู่อีกโดยเฉพาะคลังสมบัติที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ด้วยประตูเหล็กอย่างดี มีร่องรอยของการถูกทำลายด้วยอาวุธ ครั้งที่ออกล่าพวกโครงกระดูกก็ได้เจอกับห้องนี่ แต่เพราะให้ความสำคัญกับหน้าที่หลักจึงมองข้ามมันไป

         มาถึงก็พยายามจะออกแรงผลัก แต่ด้วยความที่มันไม่ได้ถูกเปิดมาเป็นเวลานาน แม้แต่แรงมหาศาลของเขาก็ไม่อาจจะทำให้มันขยับเขยื้อนได้ ลองใช้มือเปล่าชกก็ทิ้งไว้เพียงรอยหลุมรูปกำปั้น คงเพราะมีการกระจายน้ำหนักที่ดีทำให้แรงปะทะแทบจะไร้ผล

         ช่วยไม่ได้ ถือซะว่าลองดูประสิทธิภาพก็แล้วกัน

         จากนั้นชายหนุ่มก็นำบางสิ่งออกมาจากแหวนมิติ เมื่อติดมันเข้ากับรอยต่อของประตูเสร็จแล้วจึงเดินถอยห่าง

         ตูม!

         แรงระเบิดเป่าประตูให้ผลักเปิดออกอย่างง่ายดาย รอจนฝุ่นหายตลบแล้วจึงค่อยเดินเข้าไปดูในห้องสมบัติ พบเข้ากับศพที่สวมโร้บคล้ายนักเวทอยู่หลายคนมาก มีทหารรวมไปถึงคนใหญ่คนโต ที่รู้ได้เพราะเครื่องแบบที่ใส่อยู่นั้นมีความหรูหรารองลงมาจากนักเวท และเมื่อหันกลับไปมองที่ประตูก็เข้าใจเหตุผลที่ทำไมแรงชกของตนถึงไม่มีผล เพราะมีบางสิ่งถูกขัดเอาไว้อยู่อีกด้านหนึ่งมันทำให้เกิดการกระจายน้ำหนักโดยบังเอิญ

         แต่เมื่อพบเจอศพถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เซรอสชักมีดและแทงไปที่หัวกะโหลกเรียงตัว แต่มันไม่มีเมือกสีดำไหลออกมา

         “พวกเขาไม่ติดเชื้อ?”

         เซรอสให้น้ำหนักไปที่กลุ่มอาการติดเชื้อก่อนเพื่อจำแนกสภาพของศพ โครงกระดูกที่เคลื่อนไหวได้ทุกตัวเมื่อถูกทำลายส่วนหัวทิ้งก็จะปล่อยเมือกที่น่าขยะแขยงออกมา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเซรอสต้องแทงมีดใส่ทุกศพเพื่อความไม่ประมาท

         เวลานี้เบื้องหน้าของเซรอสคือคลังสมบัติจำนวนมหาศาล เหรียญทองที่วางตั้งเรียงรายอยู่นั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใดๆ จากเหรียญทองที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แสดงว่ามันเป็นเงินที่สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่องการตรวจสอบ มีเครื่องประดับและอัญมณีอยู่เป็นหีบใหญ่ อาวุธหายากที่เน้นความสวยงาม เซรอสเพียงตรวจสอบมันทุกอย่างแต่ก็เป็นได้แค่อาวุธเหล็กที่มีดีไซน์ที่สวยงามเท่านั้น เหมาะจะใช้เป็นของประดับ ซึ่งปัจจุบันอาวุธเหล่านี้ยังได้รับความนิยมอย่างมากในโลกภายนอก

         จนกระทั่งเซรอสสังเกตเห็นก้อนโลหะที่วางเด่นอยู่บนแท่นราวกับเป็นของล้ำค่าบางอย่าง เมื่อตรวจสอบมันเสร็จก็เลิกสนใจในทันที แร่อาดามันเทียมที่ยังไม่ได้หลอมจึงมีสภาพไม่ค่อยสวยนัก พวกเขาคงมองว่ามันเป็นของล้ำค่าที่หายาก แต่เซรอสแทบจะตั้งรกรากอยู่บนมันและขุดมาใช้ได้แทบจะไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้อาวุธทั้งหมดที่เขาสร้างมาส่วนใหญ่ทำจากแร่ชนิดนี้แทบทั้งสิ้น

         ส่วนทางนี้ โฮริฮารูก้อน?

         แร่ชนิดนี้เซรอสยังไม่เคยเห็น แต่เป็นแร่ที่นำสื่อเวทมนตร์ได้ค่อนข้างดี มักจะถูกใช้เป็นแกนหลักในการสร้างอาวุธเวทมนตร์โดยใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อให้ตอบสนองต่อเวทมนตร์ได้ดียิ่งขึ้น

         เซรอสยังไม่รู้วิธีการสร้างอาวุธเวทมนตร์ แต่จำได้ว่าเมื่อขึ้นปีสองจะมีวิชาเลือกให้เรียนเกี่ยวกับการสร้างอาวุธเวทมนตร์ โดยส่วนตัวแล้วเซรอสมีความคิดที่จะเป็นนักวิศวกรเวทมนตร์เพื่อทดแทนความบกพร่องด้านเวทมนตร์ระดับยุทธวิธี การสร้างอาวุธด้วยศาสตร์เก่าแก่จึงเป็นสิ่งที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่เข้าไปศึกษาที่โรงเรียนแล้ว

         ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้วิธีการสร้าง แต่ก็เก็บพวกมันใส่แหวนมิติทันที

         มีหนังสือตำราเวทมนตร์โบราณที่น่าจะเหมาะกับฟราน เพราะมันเป็นเวทมนตร์ระดับยุทธวิธี

ในโลกแห่งเวทมนตร์นี้ให้ความสำคัญกับเวทมนตร์เป็นอย่างมาก หากคุณมีความสามารถที่สูงส่งผู้คนก็จะให้ความเคารพยำเกรง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เวทมนตร์ระดับยุทธวิธีที่เหมาะจะเป็นกำลังสำคัญกับกองทัพ ดังนั้นไม่ว่าฝ่ายใดก็ตามต่างก็ต้องการดึงไว้เป็นมิตรให้ได้

แต่เวทมนตร์ก็เหมือนกับหนังสือวิชาการที่ต้องใช้เวลาในการศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ชั่วชีวิตคนคนหนึ่งอาจจะไม่สามารถเข้าใจมันได้เลยก็มี เลยไม่ได้หวังผลลัพธ์จากมันมากนักเพราะเท่ากับว่าปีนี้เขาหาของขวัญคริสต์มาสให้ฟรานได้แล้วนั่นแหละที่สำคัญที่สุด

         เสียเวลาเก็บกวาดสมบัติไปตั้งนาน เพราะต้องจดจำทรัพย์สินที่เก็บได้ทั้งหมดเพื่อจำแนกและนำไปเก็บไว้ในห้องคลังส่วนตัว สมบัติเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ใช้เป็นค่าเดินทางและนำไปพัฒนาเมืองในอนาคต ถือว่าโชคดีที่ได้มาสำรวจก่อนและยิ่งมาคนเดียวของที่ได้รับก็ไม่ต้องแบ่งให้ใคร มีของสิ่งหนึ่งที่ดูน่าสนใจมากและเหมาะกับฟรานอย่างมาก

         มันคือ มงกุฎแห่งพงไพร

         ชื่อเรียกนี้ปรากฏขึ้นในระบบ บอกแค่ว่าเป็นสมบัติโบราณของเผ่าภูติ มีคุณสมบัติในการเพิ่มพูนพลังเวทมนตร์ให้กับผู้สวมใส่ มีอำนาจในการลบล้างคำสาป แต่จะใช้ได้ผลเฉพาะผู้สวมใส่เป็นเผ่าพันธุ์ภูติ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เอลฟ์

         รูปร่างของมันคล้ายกับรัดเกล้า และเมื่อสวมใส่จะฝังเอาไว้เป็นรอยสักบางๆ จนแทบจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จะปรากฏเมื่อผู้สวมใส่ตั้งใจถอดมันด้วยตัวเองหรือสูญเสียชีวิตแล้วเท่านั้น

         ปัญหาก็คือเมื่อร้อยกว่าปีก่อนยังมีเหตุการณ์ทำสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ ของสิ่งนี้ถือได้ว่าเป็นสินสงคราม ดังนั้นเอลฟ์จะต้องมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้อย่างมากแน่ถ้ามันถูกเปิดเผยการมีอยู่ออกไป ถึงฟรานจะกลายเป็นผู้สวมใส่มันก็ยังส่อแววปัญหาทางการเมืองแสนจะวุ่นวาย แต่ถ้ามันมีประโยชน์ก็ควรจะถูกนำมาใช้มากกว่าเก็บไว้เป็นของประดับตกแต่งปราสาท

         เซรอสตรวจสอบปราสาททั้งหมดในทุกทุกห้อง เก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่พอจะยังมีประโยชน์ โดยเฉพาะคลังอาวุธในปราสาทมีของหลายชิ้นที่มีสภาพดีอยู่จึงเก็บกลับมาด้วย นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสลงไปสำรวจในเส้นทางลับและพบเจอกับโครงกระดูกติดเชื้ออยู่อีกเป็นจำนวนมาก เลยต้องเหนื่อยไล่ฆ่าพวกมันไปตลอดทาง น่าตกใจตรงที่โครงกระดูกติดเชื้อพวกนี้ลุกลามไปถึงพวกสัตว์ การได้เจอกระดูกของสุนัขพุ่งเข้ามาโจมตีนับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่อย่างแท้จริง

         ทางลับไม่สามารถออกไปได้เพราะถูกทับเอาไว้ด้วยหิมะกองใหญ่ เซรอสแม้จะออกแรงแค่ไหนก็ยังยกมันขึ้นได้ไม่กี่เซนติเมตร สุดท้ายก็ต้องกลับทางเดิม หลังจากที่เสร็จสิ้นการสำรวจเมืองแล้วก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่อีก

 

         มีเสียงฮัมเพลงท่าทางมีความสุขดังมาจากห้องน้ำ ในขณะที่ฟรานพึ่งจะออกมาจากลิฟต์ที่ส่งตรงจากห้องฝึกฝนในสภาพที่เสื้อผ้าเปียกปอนไปด้วยเหงื่อ ร่างกายหลายส่วนแต้มด้วยวงกลมสีจนสกปรก มองดูนาฬิกามันเป็นเวลากว่าแปดโมงเช้าแล้ว อาหารก็ถูกเตรียมไว้บนโต๊ะแต่เมนูทั้งหมดจะมีแครอทเป็นส่วนประกอบ ยังดีที่ซาริทำแซนด์วิชไว้ให้ มันเป็นอาหารที่กินง่ายที่สุดและยังสามารถกินได้หลังฝึกซ้อมเสร็จเหนื่อยๆ

         ตอนนี้ฟรานรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัวจึงเดินไปที่ห้องอาบน้ำ หลังจากปิดประตูก็เริ่มปลดเสื้อผ้าทั้งหมดออกโยนใส่ตะกร้า มองตัวเองผ่านกระจกและทำท่าทางวัดความสูงแต่มันแทบจะไม่ขยับขึ้นมาเลยอาจเพราะเธอเป็นเอลฟ์ซึ่งในช่วงแรกประมาณสิบหรือยี่สิบปีจะยังมีรูปร่างเหมือนเด็กผู้หญิง แต่หลังจากนั้นก็จะเริ่มถือว่าอยู่ในช่วงเติบโต ฟรานใช้มือปัดเส้นผมที่รู้สึกสากๆ ครั้งสุดท้ายที่ได้สระผมมันก็เมื่อสัปดาห์ก่อนจึงเดินไปหยิบขวดน้ำยาสระผมกับครีมนวดมาใส่ขัน จากนั้นจึงเปิดเข้าไปในส่วนของห้องอาบน้ำ

         ที่นั่นซาริกำลังแช่น้ำพลางร้องเพลงเลียนแบบฟรานด้วยเสียงที่ผิดเพี้ยน

         “ซาริ ห้ามร้องเด็ดขาด”

         “ทำไมล่ะเจ้าคะ?”

         “เสียงเพี้ยน”

         ฟรานนั่งลงและเริ่มชำระล้างผมด้วยน้ำเปล่า ในฤดูหนาวผู้คนพยายามเลี่ยงที่จะไม่อาบน้ำกันเพราะมันเย็นมาก แต่บ้านหลังนี้พิเศษกว่าตรงที่น้ำนั้นจะเก็บอุณหภูมิไว้คงที่ไม่ร้อนหรือไม่หนาวจนเกินไป การอาบน้ำสระผมจึงเป็นเรื่องง่ายและไม่ต้องทนต่อสภาพที่เย็นจัด นอกจากนี้ไอน้ำร้อนก็ทำให้ในห้องอาบน้ำราวกับอยู่ในช่วงฤดูร้อน

         ซาริแช่น้ำเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนโชว์เรือนร่างที่ปกคลุมไปด้วยขนสีขาวแนบติดกับลำตัว จึงได้รู้ความจริงที่ว่าซาริไม่ได้มีรูปร่างอ้วนอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นเพราะขนที่ฟูฟ่องนั่นต่างหาก รูปร่างของซาริจริงๆ ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่กินดีอยู่ดี

         เมื่อก่อนตอนสมัยที่เป็นทาสซาริจะมีขนร่วงหล่นเป็นกระจุกเนื่องจากติดโรคหรือไม่ก็สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม อาหารก็ไม่มีโภชนาการเพราะเป็นแค่ขนมปังดำ เธอจึงมีลักษณะคล้ายกับเด็กมนุษย์ที่มีขนขึ้นตามร่างกาย แต่ด้วยการเลี้ยงดูของเซรอสทำให้ขนที่เคยเว้าแหว่งได้กลับคืนมาอีกครั้ง แถมยังมีสีขาวบริสุทธิ์ผ่านการใช้สบู่อาบน้ำเฉพาะทุกวัน แค่เซรอสไม่ได้บอกว่ามันเป็นสบู่อาบน้ำของสัตว์มีขน

         หลังอาบน้ำเสร็จซาริก็มักจะมีปัญหาระหว่างรอให้ขนแห้งอยู่เสมอ การเช็ดตัวแต่ละครั้งจึงอาศัยเวลาค่อนข้างมาก ดังนั้นเซรอสเลยทำเครื่องเป่าตัวเพื่อไล่น้ำออกจากขนให้ เพียงแค่ไปยืนอยู่ตรงหน้าก็จะมีลมอุ่นๆ พัดใส่ ซาริชอบที่จะอ้าปากกินลมร้อนพวกนั้น บางครั้งก็เปล่งเสียงร้อง อ่า และสับคอให้เป็นเสียงสั่นๆ ท่าทางสนุกสนาน พอรู้สึกว่าขนตามตัวแห้งหมดแล้วมันก็กลายเป็นฟูฟ่องจนต้องแปรงขนให้เรียบร้อยก่อนจะใส่เสื้อผ้า

         ซาริออกมาจากห้องน้ำได้ประมาณสามสิบนาที ฟรานก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ฟรานชอบที่จะใส่กางเกงขาสั้นมากกว่าชุดกระโปรงเหมือนซาริ จนมักจะถูกซาริล้อเลียนเนื่องจากมันคล้ายกับกางเกงชั้นในที่หญิงสูงศักดิ์ใส่ไว้ในชุดกระโปรง เสื้อกล้ามดูไปดูมาคล้ายกับชุดของทาสไม่น้อยกลับเป็นเสื้อแบบที่ฟรานชอบใส่ เด็กหญิงไม่ได้แคร์สายตาเพราะเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นก็เป็นแบบที่เซรอสมักจะใส่อยู่ประจำ

         กินมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อยก็แยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งการเก็บเกี่ยวผลผลิตประจำสัปดาห์ เก็บไข่ไก่ประจำวัน ทั้งยังนำสิ่งเหล่านี้ไปแบ่งปันให้ตามบ้านเนื่องจากจำนวนที่มีอยู่นั้นมากเกินกว่าจะกินกันสามคนได้หมด ซาริค่อนข้างจะหวาดระแวงกับการนำผลผลิตไปส่งให้กับอาเรส จึงไม่แปลกที่จะเห็นซาริจอดรถเข็นซะตั้งไกลและค่อยๆ ย่องนำของไปวางที่บริเวณหน้าประตูบ้านก่อนจะวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

         เฟนริลอยู่ในทุ่งหลังคอกสัตว์คอยวิ่งไล่เห่าทุกอย่างที่เคลื่อนไหวได้ บางครั้งมันก็ไปก่อกวนการานที่นอนหมอบเคียงคู่กับตัวเมียจนถูกไล่กลับมา หากซาริได้ชื่อว่าเป็นตัวป่วนที่สุดในหมู่บ้าน เฟนริลก็เป็นสุดยอดตัวป่วนของพวกสัตว์ในฟาร์มเช่นกัน

         ตอนบ่ายซาริมีนัดไปเล่นกับพวกเด็กๆ ในหมู่บ้าน แต่เนื่องจากพวกเขาต้องเรียนรู้วิธีการออกล่า ทำให้ซาริกลายเป็นอีกหนึ่งคนที่ติดสอยห้อยตามเข้าไปในป่าด้วย ครั้งสุดท้ายที่ซาริเข้าป่าก็เมื่อปีที่แล้วกับเซรอส ครั้งนั้นค่อนข้างสะดวกสบายหลายอย่างเนื่องจากเซรอสมีความระมัดระวังตัวที่สูง รู้กระทั่งพื้นที่ความเสี่ยงและหลีกเลี่ยงไม่ให้พบเจอ ทว่าการติดตามคนในหมู่บ้านเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์หาอาหารกลายเป็นเรื่องใหม่ที่ซาริไม่คุ้นชิน

         แต่เพราะเป็นมนุษย์สัตว์จึงมีความเข้าใจในธรรมชาติไม่น้อย ซาริพบเจอเห็ดก็สามารถบอกได้ว่ามันมีพิษหรือไม่มีด้วยสัญชาตญาณหลังเพียงแค่ดมกลิ่น ต่างจากดีแมนที่พื้นฐานของพวกเขานั้นเป็นมนุษย์แค่มีความผิดปกติทางสายพันธุ์ที่ออกไปในทางปีศาจมากกว่า ดังนั้นพวกเขาจึงต้องค่อยๆ เรียนรู้เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดด้วยวิธีที่สืบทอดต่อกันมา

         มีโอกาสได้ลองยิงธนูเป็นครั้งแรก แขนของซาริไม่ได้มีแรงมากขนาดนั้นทำให้การออกแรงน้าวสายธนูทำได้เพียงส่งลูกธนูออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตร และความแม่นยำต่ำมากชนิดที่ต่อให้เล็งยิงจ่อตรงหน้าเป้าโอกาสพลาดก็ยังมีอยู่สูง ในขณะที่เด็กผู้ชายบางคนล่านกป่ากลับมาได้ เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ได้พวกลูกไม้กับเห็ดมาเต็มตะกร้า มันเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆ สำหรับความสำเร็จในครั้งแรกของการออกล่าของพวกเขา

         “แครอทป่า แครอทป่า มันมีสีน้ำตาลกับกลิ่นไอดิน นั่นไง เจอแล้วหนึ่งหัว ตรงนี้ก็ยังมีอีก นี่คือสวรรค์ของซาริคนเดียว”

         ซาริร้องเพลงที่ประพันธ์ขึ้นมาแบบด้นสด กระโดดเหยงๆ กลับบ้านพร้อมด้วยของป่าที่หามาได้ด้วยความบังเอิญ มีทั้งแครอท ลูกไม้กับเห็ดรูปร่างประหลาดคล้ายกับรังตาข่ายดอกใหญ่มาก ปกติแล้วก็คงจะกินมันทันทีที่หาได้แต่เพราะต้องขจัดคราบสิ่งสกปรกออกก่อนเลยต้องฝืนทนกับความอยากของตนเอง เห็นฟรานกำลังนำดอกไม้ที่ปลูกมาตากแดดอยู่ที่ชานบ้านก็โบกมือเรียกให้มาดูผลงานของตนเอง

         ตอนที่ฟรานได้เห็นของที่อยู่ในตะกร้าแบบผ่านๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่เมื่อซารินำเห็ดรังตาข่ายออกมาดมกลิ่นที่หอมกระตุ้นให้เลือดลมในร่างกายพลุ่งพล่านปฏิกิริยาของฟรานก็เปลี่ยนเป็นตรงเข้ามาหาทันที

         “เจอที่ไหน?”

         “ในป่าเจ้าค่ะ ลาอูบอกว่าเป็นของที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ซาริคิดว่ามันกินได้เจ้าค่ะ ฟรานรู้สินะเจ้าคะว่ามันคือเห็ดอะไร?”

         “รู้” ฟรานตอบ “มีเยอะไหม”

         “เจอสามดอกเจ้าค่ะ”

         ครั้งแรกที่ซาริได้เห็นฟรานปรากฏเป็นรอยยิ้มคล้ายกับพยายามจะฝืนไม่ให้แสดงมันออกมา ยื่นหน้าเข้ามาดูในตะกร้ายืนยันได้แล้วก็ทำมือประมาณว่าอยากจะขอจับ ซาริจึงยื่นตะกร้าส่งให้และฟรานก็หยิบเห็ดสองดอกมาถูข้างแก้มเบาๆ

         “หายากมาก ป่าโอลูลูอันเจอหนึ่งดอกก็ดีใจ”

         “มันคืออะไรเจ้าคะ?”

         “ดูลาจี มันคือของขวัญ”

         ตลอดชีวิตของฟรานยังไม่เคยได้เห็นเห็ดดูลาจีสักดอกเดียว เคยเห็นแค่ในหนังสือภาพที่เป็นของสะสมกับฟังคำบอกเล่าจากพ่อและแม่ที่มีโอกาสได้ดื่มซุปที่ต้มจากมันหนึ่งครั้ง ทว่าตั้งแต่ที่ป่าได้ถูกบุกรุกทำให้การจะพบเจอมันเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งสถานที่เดียวที่มันจะเติบโตได้คือป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ การปรากฏเพียงหนึ่งดอกนั่นหมายถึงเอลฟ์บรรลุหน้าที่ในการพิทักษ์ผืนป่า

         แต่นี่กลับมีมากถึงสามดอก นี่อาจจะเป็นการขอบคุณจากเทพผู้ปกป้องป่า

         “มื้อเย็น ขอทำ”

         “วันนี้เวรของซารินะเจ้าคะ”

         “เก็บแครอทได้ ไม่บอกเซรอส”

         “ตกลงเจ้าค่ะ” ซาริรีบยื่นตะกร้าให้กับฟรานแล้วก็รีบวิ่งไปที่เรือนกระจกอย่างรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.106K ครั้ง

82 ความคิดเห็น

  1. #9555 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 01:11
    ขอบคุณครับ
    #9555
    0
  2. #8190 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:57
    ฟรานนนนนนน ไปตกลงกับซารอแบบนั้นได้ยังไง แครอทหมดสวนแน่ๆ5555
    #8190
    0
  3. #7543 Enlightened (@avalanche2512) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 03:54
    เซรอสมักจะใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น?
    ผมนึกถึงชายเสื้อกล้ามเขียวในGundam Wingเลย
    #7543
    1
  4. #7404 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 03:46
    สนุกมากๆๆๆ ขอบคุณมากครับ
    #7404
    0
  5. #7346 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 13:49
    เซรอสกวาดเรียบค่ะ มีความยกเค้าโบราณสถาน(?) 555 เด็กๆน่ารักกันจริงๆ
    #7346
    0
  6. #7323 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 14:53
    เอลฟ์ ด(าร์คเอลฟ์) +  เห็ดตาข่าย ทำเอานึกถึงเรื่อง Isekai no Seikishi Monogatari เลย
    ถึงเห็ดในเมะมันจะเป็นเหมือนยาสำหรับท่านชายก็เถอะ
    #7323
    0
  7. #7294 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:17
    แหมะ. อย่างไว
    #7294
    0
  8. #7269 m-cloud (@m-cloud) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 15:13
    สินบน มาแล้ว1 ชาริ ชาริ เสร็จฟราน555
    #7269
    0
  9. #7252 Lotte Dittakan (@lotte9021) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 10:52
    ถ้าซาริขยันเรียนรู้ภาษาเอลฟ์ คงจะคุยกันทั้งวันทั้งคืนแน่ๆ
    #7252
    0
  10. #7236 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:18
    โอ้ว...ป่านี้พระเจ้าประทานให้นะเอ้อ...เซรอสปักเขตแดนซะบึมเลย
    #7236
    0
  11. #7235 nunezzhu (@nunezzhu) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:17
    ซาริหลอกง่ายดีอ่ะ 5555
    #7235
    0
  12. #7234 amyra18 (@amyra18) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:44
    ชอบซาริกับฟรานมาก ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ผู้แต่งค่ะ
    #7234
    1
  13. #7233 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:20
    ขอบคุณค๊า
    #7233
    0
  14. #7230 Minami (@minami2kudo) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:52
    ขอบคุณมากค่ะ
    #7230
    0
  15. #7229 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:53
    ซาริน่ารัก
    #7229
    0
  16. #7228 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:01
    5555 ขอบคุณครับ
    #7228
    0
  17. #7227 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:22
    ฮ่าๆๆๆๆ ซาริน่าฮัก
    #7227
    0
  18. #7226 Chooon (@Chooon) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:43
    ซาริผู้พ่ายแพ้แครอต555
    #7226
    0
  19. #7225 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:52
    ซาริน่ารักดี
    #7225
    0
  20. #7224 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:13
    ซาริร่าเริงดีจริงๆ
    #7224
    0
  21. #7223 zaalah5931 (@zaalah5931) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:17
    สนุกมากค่ะ
    #7223
    0
  22. #7222 jukkrittum (@jukkrittum) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:35
    5 ได้มงกุฎ
    #7222
    0
  23. #7219 farfar2531 (@farfar2531) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:31
    5555 

     มีติดสินบนด้วย
    #7219
    0
  24. #7218 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:50
    ซาริลูก....=w=
    #7218
    0
  25. #7217 Mephisto (@genokiller54) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:03
    สนุกมากคับ
    #7217
    0