ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,792 Views

  • 13,681 Comments

  • 22,801 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18,270

    Overall
    2,257,792

ตอนที่ 97 : SS2 Episode Thirty-Seven : หลังประตูบานใหญ่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 980 ครั้ง
    4 ก.พ. 61

SS2 Episode Thirty-Seven



 

         เซรอสคิดถูกที่นำสโนว์โมบิลออกมาใช้ หิมะที่ทับถมกันหนาหลายฟุตเป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างยิ่ง มองเห็นเพียงทุ่งหิมะสีขาวโพลนกับต้นไม้ที่พอจะอยู่รอดได้ในสถานที่ที่หนาวเย็น ไม่มีถนนหรือสิ่งสะดุดตาที่พอจะใช้เป็นสัญลักษณ์บอกทางได้ ผู้คนส่วนมากถ้าไม่มีทักษะเอาชีวิตรอดอาจจะติดอยู่ในสถานที่โหดร้ายและอาจเผชิญหน้ากับพายุหิมะจนถึงแก่ชีวิต

         กล้องส่องทางไกลตัวใหม่แตกต่างจากรุ่นที่ให้ซาริใช้ส่องดูพวกนก ตัวที่ใช้อยู่สามารถพับให้เป็นตลับทรงสี่เหลี่ยมเท่ากับโทรศัพท์มือถือ ระบบปฏิบัติการที่ใส่เอาไว้ภายในช่วยให้วิเคราะห์สภาพภูมิประเทศ ความลาดชัน และมีระบบสนับสนุนอีกมากมายที่จะช่วยให้การสืบค้นเป็นไปได้โดยง่าย ไม่ใช่เรื่องยากเย็นหลังจากที่เซรอสสร้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมาสำเร็จและประดิษฐ์อุปกรณ์สนับสนุนเบื้องต้นทุกอย่างไว้ใช้งานชนิดที่พกพาไปได้ทุกที่

         อากาศที่หนาวเกือบจะติดลบทำให้เผลอกระชับคอเสื้อที่จับตัวเป็นแผงน้ำแข็ง จากนั้นจึงขับสโนว์โมบิลไปต่ออย่างระมัดระวัง เส้นทางนับจากนี้จะมีความลาดชันและเป็นอันตรายอย่างมาก โชคยังดีที่กฎข้อหนึ่งของการเอาตัวรอดนั้นบอกว่าถ้าเดินตามกระแสน้ำไปจะต้องพบเจอกับหมู่บ้าน แม้จะอยู่ต่างโลกก็น่าจะใช้แนวคิดแบบเดียวกัน

         พอหิมะเริ่มตกหนักจนเสี่ยงต่ออันตรายจึงจำเป็นต้องหยุดและทำที่กำบังพายุหิมะชั่วคราว ถึงจะมีร่างกายที่เหนือมนุษย์ก็ยังได้รับผลกระทบจากมันอยู่ดี เอเนอร์จี้บาร์เป็นแหล่งพลังงานเพียงอย่างเดียวที่นำติดตัวมาด้วย กระติกน้ำโลหะที่ทำลวดลายเฉพาะใส่วิสกี้ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น รออยู่ค่อนข้างนานกว่าพายุหิมะจะสงบลงได้แล้วจึงค่อยออกเดินทางต่อ แม้เสื้อผ้าจะเปียกโชกเสี่ยงต่อการเกิดอาการไฮโปเทอเมีย แต่เขากลับฝืนทนต่อร่างกายที่หนาวสั่นขับฝ่าสายลมหนาวไปอย่างรีบเร่ง

         ทุกครั้งที่หยุดจะใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อวิเคราะห์สภาพภูมิประเทศ ระยะทางที่ตัวเครื่องระบุนั้นบอกให้รู้ว่าเดินทางมาประมาณร้อยกว่าไมล์แล้ว นับว่าเป็นการเดินทางที่เร็วมากเพราะเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นหากไม่ติดปัญหาเรื่องพายุหิมะจนต้องหยุดพักอาจจะทำระยะได้ไกลกว่านี้เป็นเท่าตัว จนกระทั่งในที่สุดเขาพบเจอเข้ากับซากของสิ่งปลูกสร้างบางอย่างจึงต้องขับสโนว์โมบิลเข้าไปดูใกล้ๆ

         มันจะต้องเป็นหมู่บ้านเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำ น่าจะเป็นหมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยมีคนอาศัยอยู่และมีวัฒนธรรมเดียวกันกับหมู่บ้านเดิมที่เซรอสเคยอาศัยอยู่ช่วงแรกของการมาถึงต่างโลก หิมะตกหนักมากจนพื้นที่บ้านชั้นหนึ่งจมอยู่ในกองหิมะไปครึ่ง สภาพของบ้านก็ทรุดโทรมจนไม่น่าจะมองหาของใช้ที่มีประโยชน์ได้ แต่ก็จำเป็นจะต้องตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อมองหาว่าหมู่บ้านนี้ถูกพัฒนาในเรื่องใด มันมีพื้นที่โล่งกว้างและถูกเว้นเอาไว้ด้วยเหตุผลบางประการ หากเป็นพื้นที่หมู่บ้านช่องว่างตรงนี้ถือว่าผิดปกติอย่างมาก แถมยังไม่ได้อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำจึงไม่น่าจะใช่ไร่นาที่ต้องพึ่งพาน้ำ เซรอสจึงลงความเห็นว่าอดีตผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตโดยการทำฟาร์มปศุสัตว์

         เซรอสสำรวจบ้านหลังหนึ่งมันดูหรูกว่าทุกหลังที่มองผ่านๆ พื้นที่กว้างขวาง ผนังทำด้วยอิฐฉาบด้วย และมีสองชั้น มันเคยเป็นบ้านที่แข็งแรงแต่ถูกทิ้งร้างมานานจนมีสภาพไม่ต่างอะไรกับซากอาคารป้องกันลมเท่านั้น วิศวกรที่ก่อสร้างบ้านหลังนี้จะต้องมีความสามารถ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่สามารถอยู่รอดได้นานถึงขนาดนี้แน่

         ชั้นหนึ่งมีหิมะท่วมสูงเกือบสามฟุตแต่ยังพอมีช่องว่างให้เข้าไปสำรวจ ปกติแล้วชั้นสองจะถูกใช้เป็นห้องนอนมากกว่าและห้องทำงานอยู่ชั้นล่าง ถ้าจะหาข้อมูลก็ควรไปที่ห้องทำงานเพราะสังเกตดูจากเฟอร์นิเจอร์นั้นพบว่ามีชั้นกับตู้หนังสืออยู่ด้วย

         คนประเภทใดกันที่จะมีหนังสือเก็บเอาไว้ติดบ้าน ขณะที่อยู่ไรด์การ์ดบ้านที่มีหนังสือสักเล่มยังแทบจะหาไม่เจอ ถึงได้เข้าใจว่าระบบแบ่งชนชั้นทำให้การศึกษาไม่ครอบคลุม ดังนั้นบ้านหลังนี้จะต้องเป็นของชนชั้นสูงที่อยู่ในยุคสมัยนั้นอย่างแน่นอน และสิ่งที่ช่วยยืนยันความคิดนั้นคือกรอบของกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งนั่นเอง แสดงว่าอดีตคนในบ้านนี้เป็นคนที่มีฐานะและได้รับมอบอำนาจให้ดูแลหมู่บ้าน

         เซรอสรื้อค้นทุกอย่างเพื่อหาดูของที่พอจะมีประโยชน์ เจอม้วนแผนที่ฉบับหนึ่งที่อยู่ในกล่องปิดผนึกใต้ลิ้นชักโต๊ะส่วนช่องลับ หากไม่ใช่เพราะมันเก่ามากแล้วจนทนแรงดึงไม่ไหวก็คงไม่พบกับมัน เพราะถูกเก็บเอาไว้เป็นอย่างดีเลยยังเหลือเนื้อหาไว้ครบถ้วนสมบูรณ์ จากที่ได้อ่านพบว่ามีการใช้คำเฉพาะทำให้รู้ว่านี่ต้องเป็นแผนการลับบางอย่าง ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการเปิดโปงการทุจริตของผู้ปกครองเมืองแห่งหนึ่ง หรือไม่ก็ถูกใช้เพื่อการข่มขู่หวังตักตวงผลประโยชน์

         มันดูคล้ายจะเป็นเส้นทางสายแร่แห่งใหม่ที่ค้นพบได้เมื่อช่วงเวลานั้นแต่ยังไม่มีการตรวจสอบใดๆ อย่างเป็นทางการเพื่อหาว่ามันคือสายแร่ใด หรืออาจตรวจสอบแล้วแต่ไม่มีหลักฐานถูกส่งมาเพราะเกิดเรื่องซะก่อน เท่าที่เซรอสพอจะรู้ได้จากสภาพพื้นที่ดูเหมือนดินแดนแห่งนี้จะเคยเป็นแหล่งแร่ขนาดใหญ่ที่ทางอาณาจักรต้องการอย่างมาก แต่เพราะเกิดเหตุการณ์โรคระบาดรุนแรงทำให้ต้องอพยพคนย้ายหนีและปิดตายมันจนเวลาล่วงเลยมานานเป็นร้อยกว่าปี

         “สาเหตุที่แร่พวกนั้นมีราคาแพงเพราะโดนตัดแหล่งผลิตหลักนี่เอง”

         พอรู้ความจริงก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ หากเปิดเมืองนี้ให้เป็นสาธารณะแล้วล่ะก็จะต้องมีคนมุ่งหวังผลประโยชน์จากเรื่องนี้และเข้ามาแทรกแซงอย่างแน่นอน และเมื่อทราบข้อเท็จเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ต้องยกระดับความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีก

         จะว่าไปแล้วเมื่อครั้งที่เซรอสได้มาอยู่ใหม่ๆ เขาพบเข้ากับโครงกระดูกของมนุษย์จำนวนหนึ่งในเหมืองแร่หนึ่งในจำนวนโครงกระดูกเหล่านั้นเป็นนักผจญภัย เป็นไปได้ว่าพวกเขาถูกส่งเข้ามาเพื่อตรวจสอบโรคระบาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่เมื่อไม่ได้รับรายงานเพราะพวกเขาเป็นศพไปแล้วก็ไม่ได้มีการส่งคนเข้ามาอีกเลย บางทีอาจจะยังมีข้อมูลหรือบันทึกบางอย่างหลงเหลือเอาไว้ที่ใดสักแห่ง

         ไม่สิความรู้สึกบอกว่ามีบางอย่างที่ถูกมองข้ามไป

         เซรอสพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหัวเราะให้กับความสะเพร่าของตนเอง

         หลักฐานที่ใช้ยืนยันความสะเพร่าก็คือพวกดีแมนที่มาถึงบริเวณหน้าทางเข้าที่ใช้อยู่ประจำ หากเขาคิดถูกเส้นทางนั้นถูกสร้างขึ้นใหม่โดยกลุ่มมนุษย์ที่เข้ามาสำรวจเหมืองแร่ในภายหลัง หมายความว่าทางเข้าดินแดนต้องสาปถูกรู้อยู่แต่แรกแล้ว

         แต่เกี่ยวกับเหมืองแร่อาดามันเทียมหากอีกฝ่ายยังไม่รู้ว่ามีอยู่จริงก็จำเป็นจะต้องปกปิดเป็นความลับไม่ให้เปิดเผย เรื่องนี้เซรอสมั่นใจว่าหากถูกรู้เข้ามันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ถึงขนาดที่สามารถทำสงครามแย่งชิงเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการครอบครอง เนื่องจากแร่ชนิดนี้ทำให้พวกเขาได้เปรียบในการเจรจาต่อรองระหว่างอาณาจัก หากพวกเขามีทรัพยากรเพียงพอที่จะสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งมากขึ้นก็จะทำให้ระบบการทหารมีความเข้มแข็ง ดังนั้นถ้าหากอาณาจักรมีข้อมูลนี้ถูกเก็บรักษาเอาไว้มันจะต้องถูกทำลายเพื่อป้องกันไม่ให้มีเบาะแสถูกสาวมาถึง

         “งานประลองเวทมนตร์จัดขึ้นที่ไอทาเรียสินะ เยี่ยมไปเลย”

         เซรอสไม่เสี่ยงเก็บหลักฐานเอาไว้กับตัว เขาอ่านเอกสารและจดจำมันเอาไว้จากนั้นจึงเผาทำลายทั้งหมดทิ้ง

 

         เป็นเวลาบ่ายสี่โมงเย็นที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและมีพายุหิมะตั้งเค้ามาแต่ไกล สโนว์โมบิลมีระบบนำทางเป็นไฟหน้าช่วยให้การเดินทางในตอนกลางคืนสะดวกมากยิ่งขึ้น เซรอสเดินทางเลียบแม่น้ำโดยทำความเร็วอย่างสม่ำเสมอ จากที่วิ่งมาราวหนึ่งร้อยไมล์ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นสองร้อยไมล์แล้ว เขาจำเป็นจำต้องหาที่พักให้ได้และพบเข้ากับเนินเขาที่พอจะเหมือนถ้ำหลบพายุได้จึงไม่รอช้าที่จะตรงไปที่นั่นและเริ่มก่อกองไฟขึ้นมาสร้างความอบอุ่น

         เซรอสเก็บสโนว์โมบิลเอาไว้ในแหวนมิติเพื่อประหยัดพื้นที่ นำกองหิมะมาปิดกั้นเพื่อปกป้องลมหนาวในตอนกลางคืน และต้องทำเผื่อไว้ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกยิ่งขึ้น มันคงอันตรายถ้านอนในพื้นที่ปิดและมีแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์

         คืนนั้นค่อนข้างที่จะหนาว เซรอสจึงต้องงีบหลับเพื่อพักผ่อนร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทางหลังพายุสงบ กว่าสี่ชั่วโมงที่ได้นอนหลับเซรอสตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่มเพราะเสียงพายุเงียบหายไปแล้ว เขาดับกองไฟให้เรียบร้อยแล้วจึงทำลายผนังหิมะออก พบเห็นท้องฟ้ายามค่ำที่งดงามมากโดยเฉพาะแสงออโรร่าที่ตีโค้งเป็นเส้นที่สวยงาม หมู่ดาวบนท้องฟ้าแม้จะไม่สามารถยืนยันได้แต่หลังจากที่เห็นมันมาตลอดสามปีกว่าก็เริ่มจำแนกมันได้บ้างแล้ว

         ท่ามกลางความมืดที่มองเห็นเพียงเงาดำทะมึนของวัตถุ เซรอสขับสโนว์โมบิลด้วยความเร็วคงที่เลียบแม่น้ำไปตลอดเส้นทาง บางครั้งก็แวะจอดและใช้กล้องส่องทางไกลมองสำรวจเส้นทางเพื่อความไม่ประมาท ขับมาได้จนกระทั่งเป็นเวลาเกือบรุ่งสางก็จอดและมองผ่านกล้องส่องทางไกล เซรอสพบเข้ากับกำแพงเมืองที่มีสภาพทรุดโทรมปกคลุมด้วยหิมะและพลังของธรรมชาติอย่างไม้เลื้อยและรากของลำต้นไม้เก่าแก่ ประตูเมืองตกลงมาปิดเส้นทางเอาไว้เหลือเพียงช่องว่างพอให้มุดเข้าไปได้

         เมื่อได้เข้ามาแล้วก็พบว่าเมืองนี้มีลักษณะคล้ายกับเมืองอื่นๆ ที่เคยไปเยือน กำแพงเมืองสูง ถนนกว้าง อาคารบ้านเรือนถูกแยกจัดเป็นหมวดหมู่ บริเวณทางเข้าเมืองพบเห็นโซ่ขนาดใหญ่ที่ใช้ตรึงกรงเหล็กที่คอยขวางกั้นหน้าประตูเมืองแต่มันขาดไปแล้วด้วยเหตุผลบางประการ ถ้าจะให้เดาจากร่องรอยที่พบเป็นเพราะเวทมนตร์ที่ให้ความร้อนเพียงพอจะหลอมละลายเหล็กได้ ก่อนที่จะเข้าเมืองเพื่อมุ่งเป้าไปในการเสาะหาข้อมูลสำคัญก็ควรจะศึกษาสภาพใกล้เคียงเผื่อพบเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

         ตูม!

         เซรอสพังประตูบนกำแพงที่ถูกปิดตายเอาไว้นานกว่าร้อยปีด้วยเท้า ทันทีที่ประตูถูกทำลายกองหิมะหอบใหญ่ก็ทะลักไหลเข้าไปในห้องนั้นทันที กลิ่นของเชื้อราและสปอร์ที่หมักหมมมาเป็นเวลานานทำเขาไอขับมันออกมา ถึงจะมีกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างกลิ่นเน่าเหม็นแต่ครั้งนี้เท่านั้นที่เซรอสถึงกับต้องถอยห่างและเริ่มควบคุมร่างกายใหม่อีกครั้ง ดูเหมือนการหายใจเมื่อสักครู่จะทำให้ได้รับบางอย่างที่น่ากลัวแฝงอยู่ด้วย โชคดีแล้วที่ไม่ได้ให้พวกเด็กๆ มาที่นี่

         คิดเผื่อสถานการณ์นี้เอาไว้แล้วจึงได้ทำหน้ากากกันแก๊สติดมาด้วย ชายหนุ่มสาดไฟฉายส่องไปรอบๆ พบเห็นซากกองกระดูกที่สวมเครื่องแบบทหารอยู่มากมาย สภาพของพวกเขาเหมือนคนที่แค่ผล็อยหลับไปแบบไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย มีหยากไย่และรากไม้ยึดเกาะเอาไว้แน่นหนา อาวุธทั้งหมดที่เห็นมีสนิมจับจนนำมาใช้งานไม่ได้ จากร่องรอยของสภาพศพนั้นบอกว่าพวกเขาล้วนป่วยตายทั้งสิ้น สำรวจเสร็จแล้วจึงปีนกลับออกมา

         หลังจากนั้นเพื่อความรวดเร็วในการเดินทางเซรอสจึงได้ขับสโนว์โมบิลตระเวนตรวจสอบเมือง ซึ่งบางครั้งการสำรวจสิ่งปลูกสร้างก็ช่วยให้ได้รู้อะไรหลายต่อหลายอย่าง โดยปกติแล้วร้านตีเหล็กในแต่ละเมืองย่อมมีจำกัดเพียงไม่กี่ร้าน และพื้นที่ของร้านก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายนัก ทว่าเซรอสกลับพบกับร้านตีเหล็กมากถึงสามแห่งในระยะใกล้เคียงกัน และแต่ละแห่งก็มีพื้นที่กว้างขวางกว่าที่เคยเห็นอยู่ในปัจจุบันประมาณสามเท่าได้ นี่แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

         เมื่อเข้าไปสำรวจตามอาคารบ้านเรือน บางแห่งที่ยังพอจะมีสภาพดีอยู่แต่ก็มีโครงกระดูกของผู้ใหญ่และเด็กอยู่กระจัดกระจายออกไป มันเป็นโศกนาฏกรรมที่น่ากลัวมากหากพวกเขาไม่ตัดสินใจทอดทิ้งเมืองนี้และปิดตายมัน เป็นไปได้สูงมากที่โรคระบาดนี้จะแพร่กระจายไปยังต่างแดนและนั่นหมายถึงการสูญสิ้นของมนุษยชาติ

         น่าเสียดายเพราะเท่าที่รู้นอกจากเมืองนี้จะให้ความสำคัญกับการสะสมทรัพยากรแร่เหล็ก อาชีพหลักของผู้คนในเมืองนี้ล้วนแล้วแต่เป็นช่างตีเหล็กกันทั้งสิ้น หรือไม่ก็ทำงานในเหมืองเท่านั้น ปัญหาเรื่องปากท้องเป็นหน้าที่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ คอยทำการเกษตรและส่งมอบผลผลิตให้กับเมืองเป็นค่าภาษีซึ่งถ้าหากเทียบสภาพของบ้านเรือนในเมืองกับที่หมู่บ้าน เซรอสมั่นใจว่าการเก็บภาษีนั้นค่อนข้างโหดเอาเรื่อง

         ทักษะการวิเคราะห์ช่วยได้มากในการค้นหา เซรอสสามารถตัดพื้นที่ที่ไม่จำเป็นออกไปได้เพื่อทำให้การค้นหาเป็นไปได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น แม้จะพบเจอกับสภาพที่น่าสังเวชของโครงกระดูกมนุษย์ก็ไม่ได้ทำให้จิตใจของชายหนุ่มหวั่นไหว หลังจากค้นหาไปเพียงสามหลังก็พอจะได้ข้อสรุปแล้วว่าพื้นที่แถบนี้เป็นกลุ่มแรงงานที่ไม่มีอิสรภาพ เพราะในบ้านไม่มีร่องรอยของเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งแต่อย่างใด มีเพียงเครื่องไม้เครื่องมือและห้องเก็บของที่มีบางสิ่งวางสุมกันจนกลายเป็นฝุ่นผงและผุพังทันทีที่สัมผัส หลังอื่นๆ ก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่ากันมากนัก

         การสำรวจเริ่มจากจากนอกสู่ข้างใน เพื่อศึกษาให้ได้ว่าในอดีตวิถีชีวิตของผู้คนเป็นอย่างไรแล้วจึงค่อยนำมาปรับใช้เพื่อพัฒนาทิศทางของเมืองให้ดียิ่งขึ้น ขยับย้ายไปยังพื้นที่ของชาวเมืองในระดับชนชั้นทั่วไปซึ่งอยู่สูงกว่าเล็กน้อยทำให้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากกองหิมะ เซรอสนึกอยากจะสามารถใช้เวทมนตร์ระดับรุนแรงได้เหมือนฟรานแต่น่าเสียดายที่ต่อให้พยายามแค่ไหนด้วยข้อจำกัดบางอย่างมันทำให้ใช้ได้เพียงแค่เวทมนตร์ระดับหนึ่งเท่านั้น

         ลึกเข้ามาความเป็นอยู่ของผู้คนเริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย กรอบรูปที่ประดับอยู่บนผนังมีหิมะกองหนึ่งเกาะติดเอาไว้ ดูเหมือนรูปที่เคยอยู่จะกลายเป็นเพียงผ้าใบสีดำสนิทจนมองภาพเดิมของมันไม่เห็นแล้ว แต่การที่มีกรอบรูปนั่นก็แสดงว่าบ้านหลังนี้เป็นของคนระดับขุนนางที่สามารถจะจ้างนักวาดภาพเหมือนมาร่างภาพสำหรับครอบครัวได้ เซรอสรู้ว่าการที่แต่ละบ้านจะมีรูปเหมือนนั้นต้องจ้างนักวาดภาพมาทำให้และต้องใช้เวลานานเกือบทั้งวันเพื่อให้ได้รูปตามที่ต้องการ

         สิ่งเหล่านี้มันเหมาะที่จะหาข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง เพราะนิสัยของขุนนางในอดีตย่อมไม่ขาดการติดต่อ ดังนั้นห้องเอกสารจึงจะต้องมีจดหมายปะปนอยู่มากแน่ๆ และถ้าสังเกตจากความรีบร้อนอพยพก็ไม่น่าจะนำกลับไปได้หมด แต่รื้อค้นอยู่นานถึงจะเจอเอกสารแต่น้ำหมึกมันก็จางจนเหลือแต่แผ่นกระดาษเปล่าไปแล้ว ถึงจะยังพอมีวิธีกู้คืนรอยน้ำหมึกได้แต่ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมและเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์จึงทิ้งพวกมันไว้แบบนั้น

         “ดูเหมือนคงต้องไปดูที่นั่นอย่างเดียวแล้วสินะ”

         ในความคิดของเซรอส สถานที่ที่ควรตรวจสอบมากที่สุดคือปราสาทหลังใหญ่ที่เป็นเหมือนป้อมปราการของเมือง สาเหตุที่เลือกมาที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรกเพราะเชื่อในความคิดที่ว่า ขุนนางต้องมีความลับปกปิด จึงได้มาหาข้อมูลเพื่อดูว่ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่บ้าง

         ผลที่ได้คือล้มเหลวในการหาข้อมูลหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน

         แต่สามารถอนุมานได้เพียงสภาพความเป็นอยู่จากของที่พบเจอในบ้าน

         การปกครองที่แบ่งระดับความเป็นอยู่อย่างชัดเจน ไม่มีโรงเรียนอยู่ในเมืองและพบกับโต๊ะเครื่องเขียนขนาดของเด็กอยู่ภายในบ้านของบรรดาขุนนาง ระบบการเรียนคงเป็นแบบการจ้างครูมาสอนพิเศษถึงบ้าน พอจะบอกได้ว่าเด็กที่เรียนอยู่เป็นชายหรือหญิง ถนัดซ้ายหรือขวาจากร่องรอยที่พบเห็นอยู่บนโต๊ะ ซึ่งมันไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์อะไรสำหรับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสองร้อยปี

         เซรอสออกมาจากบ้านขุนนางและมุ่งหน้าสู่ปราสาทหลังใหญ่ ที่นั่นแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเสื่อมสภาพตามการเวลา มีเพียงอำนาจของธรรมชาติที่ทำให้สภาพของมันเปลี่ยนแปลงไป มีรากไม้ชอนไชหลอมรวมมันให้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ต้นไม้สูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่นั้นปกคลุมไปด้วยหิมะ เมื่อมองจากมุมนี้ให้ความรู้สึกเหมือนภาพจิตรกรรมของเมืองโบราณเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การสำรวจ หิมะไม่ได้ท่วมสูง ทดสอบโดยการใช้แท่งเหล็กขึ้นสนิมแทงลึกลงไป

         ประตูบานใหญ่ที่เปิดแง้มเอาไว้เพียงเล็กน้อยทำให้เกิดเสียงลมแทรกผ่านดังหวีดหวิว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้เชื่อว่าเมืองโบราณแห่งนี้มีวิญญาณร้ายสิงสถิต เซรอสออกแรงผลักเปิดประตูอันหนักอึ้งเปิดเส้นทางให้พอที่จะแทรกตัวผ่านไปได้ มีกองหิมะที่หลุดเข้ามาขวางกั้นไว้ทำให้เปิดได้ลำบาก เขาแทบจะต้องออกแรงมากกว่าเดิมด้วยสภาพพื้นที่ไม่มั่นคง เป็นไม่กี่ครั้งที่รู้สึกเหนื่อยหลังออกแรงอย่างเต็มที่

         ภายในค่อนข้างเย็นและอับชื้น เซรอสค่อนข้างที่จะเป็นกังวลเนื่องจากสัญชาตญาณบอกว่ามันมีบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เขาถูกหล่อหลอมให้ต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อเอาชีวิตรอดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก สิ่งแรกที่จะต้องเรียนรู้ก็คือการเชื่อสัญชาตญาณของตนเอง ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะชักปืนออกมาจากซองสะพายไหล่ และติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับมัน ย่างก้าวเดินออกไปอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงฝีเท้า แว่นไวเซอร์เริ่มแสกนภาพเบื้องหน้าเพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของทุกอย่าง

         การมีเทคโนโลยีระดับสูงคอยช่วยเหลือนั้นทำให้ทุกอย่างง่ายดายไปหมด ไม่จำเป็นต้องจุดคบเพลิงหรือเดินระมัดระวังตัวเป็นขบวนแถวยาว ที่เซรอสต้องทำมีแค่เดินไปแบบสบายๆ แวะตามที่ที่เห็นว่าน่าสนใจเพื่อหาข้อมูลแทนการค้นหาว่าอันตรายใดที่ซ่อนอยู่ เว้นก็แต่เลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้จึงค่อยลงมือจัดการ

         ด้วยการอนุมานเซรอสไม่จำเป็นต้องเดินหาตามห้องทุกห้อง เป้าหมายของเขามีเพียงห้องเก็บเอกสารซึ่งน่าจะยังมีข้อมูลหลงเหลืออยู่ ตราบใดก็ตามที่มันเป็นเอกสารทางการพวกเขาจะเลือกใช้กระดาษและน้ำหมึกพิเศษเพื่อรักษาสภาพของมันให้อยู่ได้นานแม้จะถูกทิ้งลืมเอาไว้ ว่ากันว่ามันเป็นวิทยาการโบราณของคนในอดีตที่สืบทอดต่อกันมา และด้วยกรรมวิถีการผลิตที่ซับซ้อนส่วนมากแล้วพวกมันจะถูกใช้โดยคำนึงถึงความสำคัญเป็นหลัก

         คาดว่าเมืองนี้ได้รับการปกครองแบบเผด็จการทหาร โครงกระดูกส่วนใหญ่ที่พบนั้นสวมเครื่องแบบที่ขาดวิ่น เครื่องหมายแม้จะจางไปแล้วแต่ก็คุ้นเคยกันดีว่าเป็นสัญลักษณ์ของไอทาเรีย แต่มีบางสิ่งที่ทำให้เซรอสต้องหยุดและสำรวจกับโครงกระดูกนั่นอย่างจริงจังคือเมือกที่ข้นเหนียวติดอยู่ กลิ่นของมันแย่มากและชวนให้รู้สึกอยากจะอาเจียน คล้ายว่าจะเป็นการหมักหมมของสิ่งปฏิกูลที่ตกค้างมาแสนนาน ดูจากอุณหภูมิที่ติดค้างอยู่บนมือเมือกนี่น่าจะทิ้งอยู่ก่อนที่เขาจะมาได้ระยะหนึ่ง

         มีบางอย่างอยู่ที่นี่จริงๆ

         สัญชาตญาณของเขาไม่เคยผิดพลาด แต่แว่นไวเซอร์ที่สามารถตรวจจับกลุ่มความร้อนได้กลับไม่แสดงผล

         และในตอนนั้นเองเพียงแค่ขยับลุกขึ้นยืน โครงกระดูกที่ควรจะอยู่เฉยๆ พลันขยับเคลื่อนไหวชิงเข้าจู่โจม เซรอสยกแขนขึ้นป้องกันเอาไว้ตามสัญชาตญาณ ด้วยความแข็งแกร่งที่มีทำให้การโจมตีนั้นไร้ผล เซรอสไม่ได้ตื่นตระหนก สับฝ่ามือต่างมีดตัดกระดูกคอในทันที

         กระดูกมนุษย์ร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น ชายหนุ่มถอนตัวออกมา

         แขนกระดูกหลุดออกจากลำตัวแล้วคลานหนีอย่างรวดเร็ว เซรอสเล็งปืนและยิงออกไปสี่นัดหยุดการเคลื่อนไหวของมัน

         พอถูกดึงความสนใจไปที่แขนกระดูก คราวนี้เป็นโครงกระดูกที่เคลื่อนไหวลุกขึ้นยืน เปิดเผยเปลวไฟเป็นกลุ่มความร้อนบริเวณดวงตา แว่นไวเซอร์มองเห็นกลุ่มความร้อนชัดเจนมาก

         ปัง!

         อีกหนึ่งนัดเจาะเข้าที่กลางกะโหลก ร่างของมันล้มลงและเปลวไฟในตาหายไปแล้ว

         แทนที่จะถามว่านั่นเป็นตัวอะไร เซรอสกลับมองไปที่โครงกระดูกตัวอื่นๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ เขาไม่รู้ว่าพวกมันเป็นตัวอะไรกันแน่เพราะในบันทึกของโรงเรียนก็ยังมีข้อมูลมอนสเตอร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่ถูกเปิดเผยและวิเคราะห์ความสามารถเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ อย่างเจ้าซีโนมอฟที่เซรอสเคยฆ่ามันได้ในดันเจี้ยนล่าสุดนี้ก็พึ่งจะมีการเปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับมัน และแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็วเพื่อให้พวกเขาสามารถรับมือกับมันได้เมื่อพบเจอในดันเจี้ยน กิลด์นักผจญภัยที่อาเรตต้าทำงานอยู่ก็ได้รับคำชมเชยและรางวัลที่สามารถนำซากของมันกลับมาวิจัยได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นหากจะมีมอนสเตอร์ที่ยังไม่ถูกค้นพบก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

         นอกจากนี้ชื่อเป็นทางการของมันก็ถูกตั้งให้เป็น ซีโนมอฟ เพื่อให้เกียรติแก่ผู้ที่นำซากศพแบบสมบูรณ์กลับมาได้ วันนั้นอาเรตต้าใช้มันเป็นหัวข้อในการพูดคุยกับเซรอสเลยจำได้ เธอบอกว่าเอกสารรายงานที่ส่งไปแนบรายชื่อที่เซรอสตั้งให้ไปด้วย

         และตอนนั้นเองก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นรอบตัว โครงกระดูกทั้งหมดนั้นเริ่มขยับลุกขึ้นมา การที่มีชิ้นส่วนบางอย่างหายไปทำให้มันดูพิการเคลื่อนไหวได้ช้า บางตัวถึงกับพยายามคลานมาด้วยร่างครึ่งตัวราวกับอยู่ในหนังสยองขวัญ มันลากอาวุธที่ผุพังและตรงเข้าไปหาชายหนุ่มเพื่อสังหาร เช่นเดียวกันกับตัวที่พึ่งถูกจัดการไปเวลานี้มันลุกขึ้นมาอีกครั้ง เซรอสไม่ได้ตกใจเพียงขยับมือสับเปลี่ยนซองกระสุนใหม่ ถอดอุปกรณ์เก็บเสียงออก

         มีโครงกระดูกตัวหนึ่งเข้ามาถึงตัว มันปลดขากรรไกรและยื่นหน้าเข้ามาหวังจะกัด เซรอสยื่นปากกระบอกปืนยัดปากและเหนี่ยวไก

         ปัง!

         หัวกะโหลกระเบิดออกอย่างรุนแรง เศษกระดูกกระจายเกลื่อนพื้น ร่างที่ไร้ศีรษะล้มลงไปนอนหมอบอยู่แทบเท้า

         ของเหลวคล้ายเมือกสีดำกระจายเปรอะเปื้อนทั่วใบหน้า ถึงมันจะเหม็นชวนอ้วกแต่เซรอสกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับมันทั้งสิ้น





จินตนาการถึงของขวัญคริสต์มาสของซาริเป็นกล้องถ่ายรูป

แล้วภาพที่ได้ก็มักจะมีลักษณะคล้ายแบบนี้ออกมา

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 980 ครั้ง

61 ความคิดเห็น

  1. #12747 ครับ (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 15:07

    ไม่น่าใช่ ไม่ค่อยติดเหนียง

    #12747
    0
  2. #9554 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 00:13
    ขอบคุณครับ
    #9554
    0
  3. #8535 Alenna (@All_Dream) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 20:58
    ไรท์เตอร์เป็นบุคลากรทางการแพทย์รึป่าว เขียนเรื่องสุขภาพและภาวะที่ต้องระวังได้โอเคเลย รู้สึกข้อมูลแน่นจัง
    #8535
    0
  4. #8448 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 19:25
    กลายเป็นนิยายสยองขวัญไปเเล้ว
    #8448
    0
  5. #8189 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:44
    งุ้ยยย น่ารักจังค่ะ ใช่รูปซาร หรือเปล่าาาา
    #8189
    0
  6. #7293 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 22:16
    สนุกมาก
    #7293
    0
  7. #7207 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:03
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #7207
    0
  8. #7154 DeAtHsCyTh (@DeAtHsCyTh) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:47
    ขอบคุณมากครับ
    #7154
    0
  9. #7153 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:29
    ขอบคุณครับ
    #7153
    0
  10. #7149 zidคุง (@zidkung) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:06
    ไล่อ่านจนทันตอนล่าสุดแว้ว สนุกมากกก เป็นกำลังใจให้ไรท์กลับมาอัพเดตต่อไวๆ ^^
    #7149
    0
  11. #7146 Lotte Dittakan (@lotte9021) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:09
    อันเดทแน่นอน
    #7146
    0
  12. #7140 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:16
    รูปเหมือนมนุษย์แมวมากกว่านะนั่น
    #7140
    1
    • #7140-1 WhiteFT13 (@WhiteFT13) (จากตอนที่ 97)
      7 มกราคม 2562 / 11:24
      เขาหมายถึงลักษณะภาพครับไม่ใช่คนในภาพ
      #7140-1
  13. #7126 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:10
    แค่สำรวจเมืองยังระทึกขนาดนี้ อิ อิ
    #7126
    0
  14. #7124 คุณพุดดิ้ง (@topbangbo) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:25
    น่าร๊ากกก
    #7124
    0
  15. #7117 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:32
    รอลุ้นเลยครับ อยากรู้ว่า มันเป็นตัวอะไร และ เกิดอะไรขึ้นด้วย
    #7117
    0
  16. #7108 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:34
    แหมชอบการสำรวจเมืองจริงๆ ลุ้นว่าจะมีอะไรให้สืบบ้าง
    #7108
    0
  17. #7107 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:30
    เอาใจช่วยเซรอส
    กับอยากเหนรูปถ่ายของซาริ
    ละก้อยากจะรู้ว่านายมังกรชาวสวนจะได้อะไรเปนของขวัญ อุอิ
    #7107
    0
  18. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:14
    ซาริ เป็นสาวหูแมวไปแล้ว?
    #7105
    0
  19. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:13
    สะดุดตรงภาพแมวมีดุ้น
    #7102
    0
  20. #7100 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:58
    ซาริน่ารักเง้ออ
    #7100
    0
  21. #7098 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:48
    ขอบคุณครับ
    #7098
    0
  22. #7097 xมีหื่u (@Luziferkun) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:16
    แมวดุ้น
    #7097
    0
  23. #7093 THEFATMAN (@THEFATMAN) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:08
    เชี่ย เเมวดุ้น
    #7093
    0
  24. #7091 wanpen725 (@wanpen725) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:44
    โอ้ยยยย กำลังมันส์
    #7091
    0
  25. #7090 faridbaddy1 (@faridbaddy1) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:47
    Thank you so much 
    #7090
    0