ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,621 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,099

    Overall
    2,256,621

ตอนที่ 99 : SS2 Episode Thirty-Nine : ก่อสร้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1063 ครั้ง
    1 มี.ค. 61

SS2 Episode Thirty-Nine

 



         เซรอสกลับมาถึงหมู่บ้านก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว บ้านบางหลังยังคงมีแสงไฟที่ริบหรี่จนมองเห็นได้แต่ไกล มีหิมะตกแต่ไม่หนักมากเมื่อเทียบกับเมื่อสิบกิโลเมตรก่อนหน้านี้ที่แทบจะบดบังเส้นทางไม่ให้เห็น เพื่อไม่ให้เกิดความแตกตื่นก่อนจะถึงเมืองประมาณห้ากิโลเมตรเขาก็ได้เปลี่ยนมาใช้การเดินเท้ากลับเข้าหมู่บ้าน ซึ่งด้วยปัญหาด้านความปลอดภัยพวกชาวบ้านก็ได้สร้างเพิงที่พักเล็กๆ สำหรับเวรยามโดยคัดเกณฑ์พวกคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถมาทำหน้าที่ในแต่ละวัน

         เห็นความหย่อนยานของพวกเวรยามเหล่านี้ก็พลันคิดจะสั่งสอนสักเล็กน้อย คงเพราะคิดว่าคงไม่มีอันตรายจึงทำตามหน้าที่แค่พอเป็นพิธี โดยหารู้ไม่ว่าความปลอดภัยของพวกเขานั้นเกิดขึ้นได้เพราะกลิ่นอายมังกรจากอาเรสที่ปล่อยออกมาแสดงอาณาเขตทำให้ไม่มีสัตว์ร้ายตัวใดกล้าเข้ามาก่อความวุ่นวาย อีกทั้งในเมืองแห่งนี้คนที่อันตรายที่สุดก็คือเซรอส

         ศึกษารูปแบบการเดินลาดตระเวนเพียงไม่กี่นาทีก็ลงมือจัดการ ถ้าหากว่าหมู่บ้านถูกสร้างเสร็จและมีความเป็นเมืองมากกว่านี้สถานที่ให้ซ่อนตัวจะมีอยู่หลายจุด นอกจากนี้เซรอสยังใช้เวทมนตร์อำพรางตัวเองให้กลมกลืนไปกับความมืด เดินด้วยเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เซรอสจำเป็นจะต้องฝึกให้ร่างกายคุ้นชินกับการเดินแบบนี้หลังได้รู้ว่ามนุษย์สัตว์อย่างซาริจับเสียงฝีเท้าได้ดีมาก ถ้าสามารถหลบการรับรู้ของซาริได้จึงจะรู้สึกเบาใจเวลาทำงานลอบสังหาร

         ดีแมนคนนั้นยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้เซรอสเดินตามติดห่างไปไม่ถึงสิบเมตรและกำลังเข้าใกล้เรื่อยๆ บางครั้งที่สังหรณ์ใจไม่ดีก็จะรีบเหลียวหลังกลับไปดูแต่ก็ไม่พบอะไรจึงคิดว่าหลอนไปเอง จนกระทั่งชายคนนั้นกลับมาถึงเพิงที่พักสำหรับเฝ้ายามก็ปลดเสื้อคลุมหนักๆ ที่เปียกปอนออก เตรียมจะอังมือกับกองไฟที่จุดคลายความหนาวเย็น

         และตอนนั้นเองที่เขาพลันถูกกระซากกลับไปล็อกศีรษะเอาไว้แบบให้มั่นใจได้เลยว่าถ้าขยับเพียงนิดเดียวก็บอกลาชีวิตได้ ยังรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่จี้อยู่บริเวณข้างลำคอ ท่ามกลางความตกตะลึง ต้องใช้เวลาเกือบห้าวินาทีกว่าที่เวรยามจะหยิบอาวุธขึ้นมา เซรอสเห็นถึงความหย่อนยานก็รู้สึกเซ็งไม่ได้ ด้วยสถานะของเขานั้นย่อมรู้ดีว่าระดับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็งที่สุดนั้นเป็นอย่างไร

         เพราะเซรอสซ่อนใบหน้าอยู่ในเงามืดโดยใช้ประโยชน์จากการตกกระทบของแสง เพียงแค่ขยับก้าวไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อยใบหน้าของเขาก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นได้ชัดเจน

         “ถ้าหากฉันเป็นคนร้ายจริง พวกนายก็ตายหมดแล้ว”

         “ท่านเซรอส!

         หลังจากที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็ต่างพากันโล่งอก บางคนถึงกับเข่าอ่อนโดยเฉพาะคนที่ถูกเซรอสจับล็อกไว้เมื่อสักครู่นี้เกือบคิดว่าจะต้องตายแล้ว พวกเขารู้จักกับเซรอสแต่นอกจากพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นอยู่แล้วก็ไม่ได้รู้จักเบื้องลึกเบื้องหลัง ในฐานะของผู้ที่หนีมาขอความช่วยเหลือจึงไม่มีสิทธิ์ซักไซ้เรื่องส่วนตัว กลับกันพวกชาวบ้านกลับสนิทกับซาริที่ชอบมาป่วนบ้านนู้นบ้านนี้ประจำ บางครั้งก็มาเคาะประตูเพื่อชวนเด็กๆ ในหมู่บ้านไปเล่นด้วย

         จากที่ซาริบอกมาเซรอสจะไม่อยู่หลายวันเพราะมีกำหนดจะไปสำรวจดินแดนทางตะวันตกที่แม้แต่พวกดีแมนเองยังเดินออกจากหมู่บ้านไปได้ไม่ไกลนัก การที่เซรอสไปเพียงไม่กี่วันก็กลับมาแล้วอาจจะพบเจอกับอุปสรรคบางอย่างจนต้องถอนตัวกลับมาก็ได้

         หารู้ไม่ว่าเซรอสไปถึงเมืองป้อมปราการหลักของดินแดนต้องสาปโดยใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น

         “ถึงจะเป็นหมู่บ้านที่สงบสุขก็ตาม จงระมัดระวังอยู่เสมอ”

         เซรอสรู้ตัวว่าคาดหวังเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยมากเกินไป อย่างไรคนเหล่านี้ก็ทำได้ดีในฐานะของเวรยามที่ช่วยกันแต่งตั้งขึ้นจากภายในหมู่บ้าน ทุกคนที่ถูกคัดมาล้วนมีฝีมือในการต่อสู้ระดับหนึ่ง ก็น่าจะพอจัดการกับมนุษย์ที่เป็นนักผจญภัยสักสามสี่คนได้

         แต่เซรอสก็ไม่ควรจะนับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ได้อยู่แล้ว เลยน่าจะไว้ใจให้คนพวกนี้เฝ้าเวรยามต่อไปได้

         สอบถามสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าที่พวกเขารับรู้มา แต่ทุกคนกลับบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างสอดประสานกันชนิดที่เชื่อว่าคงเตรียมคำพูดมาเป็นอย่างดี ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วหมู่บ้านแห่งนี้ก็เล็กและมีคนอยู่รวมกันร้อยกว่าคนเท่านั้น ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านไม่ว่าจะไปถามสักกี่คนก็คงได้คำตอบแบบเดียวกัน

         โดยรวมแล้วหมู่บ้านก็ยังคงสงบสุขดี แต่ก็มีปัญหาเรื่องอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของบางคน ถึงจะรักษาประคองอาการไม่ให้เลวร้ายแต่ด้วยปริมาณของสมุนไพรที่มีอยู่จำกัดจึงไม่สามารถรักษาทุกคนได้

         เซรอสไม่เคยเจ็บป่วยแต่ก็ทำยาเอาไว้หลายชนิดเพื่อรักษาอาการให้กับซาริในเบื้องต้น และพอมีฟรานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวก็ได้ทำยาสามัญประจำบ้านเก็บเอาไว้เป็นตู้ มันเป็นสูตรยาโบราณจึงมีสีและกลิ่นที่ชัดเจนจนรู้สึกว่าใช้มันยากมาก เคยคิดที่จะปรับปรุงมันให้ดียิ่งขึ้นแต่ก็ยังไม่มีเวลา

         “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้าฉันจะเตรียมยาให้เพียงพอสำหรับทุกคน แล้วถ้าเป็นไปได้ช่วยแบ่งคนมาสร้างโดมเพาะเลี้ยงสมุนไพร” เซรอสตัดสินใจตอบสนองความต้องการพื้นฐานเช่น บ้าน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ในเมื่อมันเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาถึงจะไม่อยากทำแต่ภายใต้เงื่อนไขปัจจัยสี่เมืองนี้ขาดเพียงยารักษาโรคเท่านั้นที่ยังไม่มี

         เพื่อปลดตนเองจากภาระหน้าที่สำคัญ เซรอสจึงมีกฎและเงื่อนไขในหน้าที่ที่ได้รับมาไม่เช่นนั้นเขาก็ต้องคอยตามช่วยเหลือคนพวกนี้ไปตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้พักผ่อน พระเจ้าที่ส่งเขามาก็บอกให้เขามีอิสระในการทำหน้าที่ขอเพียงให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นเงื่อนไขของเซรอสจึงง่ายมากเพียงแค่ตอบสนองต่อปัจจัยสี่ในเบื้องต้น ส่วนที่เหลือก็แค่คอยให้คำแนะนำและให้พวกชาวเมืองจัดการกันเอง

         พอรู้ว่าเซรอสจะแบ่งมอบยาให้ก็กล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง สำหรับพวกเขาแล้วสามารถหาสมุนไพรในป่าได้แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเสี่ยงดวงและถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินโดยเฉพาะคนที่มีความรู้ด้านการแพทย์ล้มป่วยหรือเสียชีวิตฝ่ายที่จะแย่ก็คือพวกเขา การที่เซรอสแบ่งยาที่แสนสำคัญให้ก็พลันรู้สึกว่าติดหนี้บุญคุณมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสนอความคิดที่จะเพาะปลูกสมุนไพรด้วย หากสำเร็จพวกเขาจะมียารักษาโรคที่เก็บเกี่ยวได้เมื่อถึงเวลา

         “เอาล่ะ เรื่องของพรุ่งนี้เช้าก็เอาไว้ให้ถึงพรุ่งนี้เช้า” เซรอสคิดอะไรบางอย่างได้ก็หยิบของออกมาจากกระเป๋ามิติที่พกไว้ติดตัว เป็นกระบอกอลูมิเนียมภายในอัดแน่นไปด้วยกาแฟที่บดละเอียดแล้ว “ใส่หนึ่งช้อนลงไปในน้ำร้อนหนึ่งแก้ว อย่างน้อยก็ช่วยให้ตื่นตัวได้ตลอดทั้งคืน อย่าดื่มเยอะเกินไปล่ะ”

         เมื่อไม่มีธุระแล้วเซรอสจึงมุ่งหน้ากลับบ้าน ไม่แวะเถรไถลที่ไหนเพราะตอนนี้เขาเกิดความรู้สึกอยากจะนอนขึ้นมาเต็มแก่ มันเป็นช่วงเวลานานมากที่เขาแทบจะไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ที่บ้านยังคงมีแสงไฟสว่างลอดผ่านม่านมู่ลี่ ซาริกับฟรานน่าจะยังอยู่ในห้องนั่งเล่น ตอนที่เดินมาถึงหน้าประตูและกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดมันก็หันไปมองที่หน้าต่างเพราะเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ เห็นภาพของกระต่ายขาวตัวหนึ่งแนบใบหน้าติดกับกระจกพยายามจะมองให้ชัดว่าเป็นใครกันแน่

         “อ๊า! ท่านเซรอสกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”

         ประตูเปิดออกซาริก็วิ่งโถมตัวเข้ามากอด คล้ายสัตว์เลี้ยงที่พยายามจะออดอ้อนเจ้านายที่พึ่งกลับมาจากการไปท่องเที่ยวนานหลายวัน เซรอสรู้ว่าซาริจะไม่ปล่อยถ้าไม่ยอมลูบหัว

         “ซาริ เซรอสรำคาญ” ฟรานพูดแทนเซรอส

         ซาริเงยหน้าขึ้นแล้วถาม “รำคาญซาริเหรอเจ้าคะ?”

         “ก็ไม่นี่”

         “ท่านเซรอสบอกว่าไม่เจ้าค่ะ”

         เซรอสไม่ใช่คนที่ทึ่มเรื่องแบบนี้ เขาเข้าใจว่าฟรานเกิดความรู้สึกน้อยใจเพราะเธอแสดงอารมณ์กับพูดไม่เก่ง ต่างจากซาริที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมจึงเดินไปลูบหัวฟรานบ้าง เด็กหญิงเอลฟ์เลยยกมือขึ้นจับให้อยู่ค้างแบบนั้นพักหนึ่ง

         “กินอะไรกันหรือยัง” เซรอสกินเพียงเอเนอร์จี้บาร์โดยรับเอาเพียงสารอาหารมาเท่านั้น มันไม่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องสักเท่าไหร่

         “อือ ทำซุปเห็ดกิน” ฟรานตอบ ชี้ไปที่หม้อที่ตั้งอยู่บนเตามีไอร้อนลอยกรุ่นให้เห็น “กินไหม?”

         “เอาสิ หิวจะตายอยู่แล้ว”

         ฟรานตักซุปเห็ดมาให้ แต่แทนที่จะเรียกว่าซุปเห็ดสมควรจะเรียกมันว่าน้ำต้มสุกปรุงแต่งสีมากกว่า มันมีกลิ่นของหญ้ากับไอดินปะปนอยู่ในซุปร้อนถ้วยนี้ ใช้ปลายลิ้นแตะซุปพบว่ามันหวานอ่อนกำลังดีและรู้สึกว่าพละกำลังที่หดหายไปได้รับการฟื้นฟู ด้วยความที่อยากรู้ว่ามันมีสิ่งใดอยู่บ้างจึงลองใช้ทักษะตรวจสอบดู และไม่คิดว่ามันจะบอกรายละเอียดได้ชัดเจนมาก

         “ใช้ ของขวัญทำซุปสินะ” เซรอสถามเป็นภาษาเอลฟ์

         “เซรอสรู้ด้วยเหรอ ฟรานดีใจที่ได้มีโอกาสกินซุปของขวัญที่พ่อกับแม่เล่าให้ฟัง วิธีการปรุงกับรสชาติฟรานก็คิดค้นขึ้นมาเอง”

         “เพราะว่าชอบหวานมากสินะ ถ้ายังไงครั้งหน้าลองทำซุปของขวัญแบบซีฟู้ดดูไหม”

         “เห็ดของขวัญเหลือแค่สอง”

         เซรอสคิดว่าน่าจะเพาะพันธุ์มันขึ้นมาได้แต่พอมาลองคิดดูแล้วเห็ดนี้เป็นสมบัติลับแห่งป่าที่ไม่ควรมีจำนวนมาก หนึ่งดอกสามารถทำซุปให้คนทั้งหมู่บ้านกินได้โดยได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วน ไม่ใช่ของที่มีโอกาสกินได้บ่อย เซรอสจึงให้ซาริไปนำแผ่นไม้กับผ้ามาจากนั้นก็ใช้พลังในการสร้างสร้างกล่องเก็บรักษาสภาพวัตถุดิบขึ้น ของที่อยู่ภายในจะยังสดใหม่เสมอจนถึงวันที่ต้องการใช้งาน

         “อัศจรรย์” ฟรานอุทาน ซาริอ้าปากหวอเมื่อเห็นวัสดุที่นำมาประกอบเป็นสิ่งของสำเร็จต่อหน้าต่อตา

         “อย่าไปบอกใครล่ะ”

         “ปิดปากสนิทเลยเจ้าค่ะ”

         อยากจะบอกว่าไม่เชื่อแต่กลัวทำลายความตั้งใจเนี่ยสิ

 

         นานมากแล้วที่เซรอสไม่ได้นอนบนเตียงนุ่มๆ มันดูคล้ายกับขนมถ้วยฟูที่แทบจะดึงร่างของเขาให้จมลงสู่ใต้เตียง สำหรับแผ่นหลังที่คุ้นชินกับพื้นแข็งๆ ทำให้การนอนหลับบนเตียงเป็นเรื่องยากที่จะข่มตา เขาหลับไปราวสองชั่วโมงและตื่นขึ้นมาจัดการเรื่องที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จ เปิดห้องลับที่นับวันเขาค่อยๆ เพิ่มเติมเทคโนโลยีไปทีละเล็กละน้อย การมีพลังที่สามารถสร้างสรรค์และลบทิ้งได้ช่วยให้งานต่างๆ ง่ายขึ้นมาก

         ห้องลับนี้จะแยกส่วนออกมาเป็นเอกเทศไม่มีความเกี่ยวข้องกับรังมดหลัก เขาเรียกมันว่าห้องเอมม์ เนื่องจากใช้กฎเดียวกันในการซ่อนทางลับลงสู่ห้องลับ ปืนของจริงจำนวนไม่น้อยพร้อมเครื่องกระสุนถูกวางไว้เต็มสองข้างทาง คอมพิวเตอร์ที่กำลังทำงานพร้อมด้วยเครื่องออกแบบโมเดลสามมิติช่วยให้การผลิตสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นในทันทีตามความต้องการ ทรัพยากรที่ต้องการทั้งหมดเซรอสหาได้จากภายในบ้าน ตอนนี้ได้เวลาจัดการกับทรัพย์สมบัติที่เก็บเกี่ยวจากการสำรวจ

         เซรอสนำสมบัติทั้งหมดออกมาคัดแยก มันเป็นงานที่น่าเบื่อแต่ถ้าทำเสร็จแล้วจะสามารถหยิบใช้งานได้ค่อนข้างสะดวกมาก เนื่องจากเหรียญทองมีอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งคัดแยกออกก็เห็นได้ถึงความแตกต่างระหว่างเงินเหรียญทองที่ทำออกมาหยาบๆ กับเหรียญที่มีความประณีต ลองใช้ทักษะตรวจสอบพบว่าเป็นเงินที่มีมูลค่ามากกว่าเหรียญทองและใช้กันแพร่หลายในหมู่สังคมขุนนางระดับลอร์ดขึ้นไป คล้ายกับโลกเบื้องหลังที่มีค่าเงินเฉพาะ โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่หนึ่งล้านเหรียญโลกเบื้องหน้าต่อหนึ่งเหรียญโลกเบื้องหลัง สุดท้ายก็ต้องคัดแยกเป็นพิเศษเพราะเงินเหล่านี้เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ถ้าใช้ถูกเวลา

         เนื่องจากใช้เวลานานเกินไปกว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ได้ยินเสียงเคาะประตูที่ต่อกับลำโพงเพื่อให้ได้ยินถึงภายใน หันไปมองบนหน้าจอซึ่งปรากฏภาพของซาริกำลังแอบมองส่องผ่านรูกุญแจเข้ามาและตะโกนเรียกให้มากินมื้อเช้า จึงวางมือจากงานที่ยังทำค้างอยู่เดินออกจากห้องลับพร้อมปิดทุกอย่างป้องกันไม่ให้ใครแอบเข้ามาเปิดได้โดยบังเอิญ

         บนโต๊ะมีอาหารถูกจัดเตรียมไว้ตามความชอบของแต่ละคน สิ่งที่เหมือนกันก็คือไส้กรอก ขนมปัง และไข่ดาว เดาออกได้ไม่ยากว่าจานไหนเป็นของใครโดยดูจากเครื่องเคียงที่เพิ่มเข้ามา แครอทในจานของซาริ เต้าหู้เย็นในจานของฟราน ส่วนของเซรอสกำลังจะทำเพราะเป็นเมนูไข่ลวกที่ทำได้ง่ายมาก และจานของเฟนริลเป็นเนื้อไก่ที่มันเฝ้ารอคอยมาโดยตลอด

         “เสร็จงานในฟาร์มแล้วมาช่วยงานทางนี้หน่อย วันนี้มีแผนจะแจกจ่ายยาปฏิชีวนะให้พวกชาวบ้าน และถ้ามีเวลาเหลือพวกเราจะสร้างโดมเพาะพันธุ์สมุนไพร เพราะฉะนั้นเลยอยากให้ฟรานไปขุดสมุนไพรตามรายชื่อพวกนี้มา” เซรอสส่งกระดาษรายชื่อให้กับฟราน เด็กหญิงรับไปมองดูและพยักหน้าตอบรับ “ส่วนซาริเดี๋ยวมากับฉัน พวกเราต้องไปช่วยกันขนยารักษาโรคกับเครื่องปฐมพยาบาลที่ห้องข้างล่าง”

         “เอ๊ะ! ไม่ลงไปไม่ได้เหรอเจ้าคะ ครั้งสุดท้ายที่ซาริลงไปซาริเกือบจะหาทางออกมาไม่ได้เลยนะเจ้าคะ”

         รังมดก็เหมือนกับเขาวงกต ซาริเป็นอีกหนึ่งผู้เคราะห์ร้ายที่อยากรู้อยากเห็นมากจนเกินไป แอบวิ่งเข้าไปที่นู้นที่นี่จนหาทางออกไม่เจอ หากไม่ใช่เพราะบังเอิญไปเจอกับฟรานที่เดินกินเอเนอร์จี้บาร์อยู่ที่โถงทางเดินก็คงร้องไห้ไปแล้ว

         “คราวนี้ถึงต้องมีฉันไปด้วยยังไงล่ะ”

         ทางเดินในนั้นอาจจะซับซ้อนแต่ถ้ารู้จักเส้นทางดีจะพบว่ามันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ฟรานเองก็เริ่มจะชินแล้วเพราะทางเดินมันก็เป็นวงกลมที่จะมาบรรจบที่ห้องเดิมถ้าไม่ได้ขึ้นหรือลงบันไดที่ทำแยกเอาไว้คนละเส้นทาง โดยทางเดินที่เป็นวงกลมนี้ เซรอสทำเอาไว้เพื่อใช้วิ่งออกกำลังกายโดยไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งข้างนอก

         มื้อเช้าถูกกินอย่างรีบเร่งเพราะทุกคนมีงานต้องเร่งลงมือทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงเวลานัดหมาย เซรอสกับซาริมาที่ห้องเสบียงที่เก็บสะสมน้ำ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคพื้นฐานเอาไว้เป็นโกดังขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้มีไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องอพยพผู้คนจำนวนมากอาจด้วยภัยพิบัติธรรมชาติหรือสงครามมาซ่อนตัวและมีชีวิตรอดต่อไปได้ มันก็แค่เป็นการเตรียมการล่วงหน้าเพราะเขาไม่รู้อนาคต แต่มั่นใจว่าถ้าเมืองนี้ถูกเปิดเผยจะต้องเกิดความวุ่นวายตามมาแน่นอน

         ในหมวดของยารักษาโรค มีลังที่ใส่กระปุกยาเอาไว้เป็นจำนวนมาก มีทั้งยาลูกกลอนสำหรับละลายน้ำและยาสำหรับใช้ภายนอก และยังมีเครื่องมือปฐมพยาบาลอีกจำนวนมากพอจะใช้รักษายามเกิดสงคราม เซรอสเก็บลังพวกนี้ใส่แหวนมิติเพื่อนำไปแจกจ่าย

         “ท่านเซรอส ขอกินได้หรือเปล่าเจ้าคะ?” ซาริพยายามหยุดน้ำลายไม่ให้ไหลหลังเห็นลังที่บรรจุเอเนอร์จี้บาร์

         “ให้กินแค่สองเท่านั้นแหละ”

         “ขอบคุณเจ้าค่ะ” ซาริรีบคว้าขึ้นมาแทะกินด้วยท่าทางซุกซน และเพราะรีบกินมากไปเลยสำลัก

         “ใจเย็น มันไม่มีใครมาแย่งเธอหรอกน่า” เซรอสกล่าวเตือน และหยิบกระติกน้ำที่พกติดตัวเสมอมาให้ซาริดื่มแก้สำลัก

         ได้ของที่ต้องการเสร็จหมดแล้วก็กลับออกมาข้างนอก นำของขึ้นเกวียนเทียมการานและมุ่งหน้าไปที่ลานน้ำพุที่เป็นศูนย์กลางการรวมตัวของชาวเมือง

         เพราะมีการกระจายข่าวเรื่องที่เซรอสจะแจกยาปฏิชีวนะทำให้ทุกคนมารวมตัวกันก่อนถึงเวลานัด อากาศหนาวแต่ทุกคนก็มีเสื้อผ้าที่หนาพอจะป้องกัน การตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะแต่ละคนมีลักษณะทางกายภาพที่ไม่เหมือนกัน แต่เพราะอากาศมันหนาวไม่มากทุกคนจึงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ตอนที่เซรอสมาถึงก็คิดว่าควรจะสร้างสถานที่สำหรับกระจายสิ่งของเพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องมาทนหนาวทนร้อนในที่แบบนี้อีก

         ในมือเซรอสมีรายชื่อของชาวเมืองทุกคน ซึ่งการแจกจ่ายยาเหล่านี้จะแบ่งมอบให้กับครอบครัวหลังละหนึ่งชุด และกองกลางสำหรับสถานพยาบาลอีกหนึ่งร้อยชุด แบ่งเป็นยาแยกประเภทชายหญิงเกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะเพศ การแจกจ่ายดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ทุกคนได้รับยาคนละหนึ่งลังโดยเซรอสคอยอธิบายประกอบเกี่ยวกับยาเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงวิธีการใช้ที่ถูกต้อง อักษรที่แปะเอาไว้ระบุชื่อยารักษาเป็นภาษาต่างโลกก็ได้แต่หวังว่าคนเหล่านี้จะเข้าใจมันได้

         พอทุกคนได้รับยากันครบแล้วก็ยังเหลืออีกหนึ่งงานคือการร่วมมือกันสร้างโดมสำหรับเพาะปลูกสมุนไพร ตอนแรกตั้งใจว่าจะเกณฑ์คนมาสักสิบคนเพื่อช่วยกันแผ้วถางพื้นที่และตีขอบเขตก่อนจะลงมือสร้างจริง ไม่คิดเลยว่าทุกคนอยากจะมีส่วนร่วมกับมันมากโดยเฉพาะหลังจากที่งานก่อสร้างโกดังสำหรับเก็บผลผลิตเสร็จแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าเมืองนี้ยังต้องพัฒนาอะไรอีกมากมายทั้งหมดก็เพื่อให้ลูกหลานของพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

         ภูมิประเทศที่เซรอสกำหนดเอาไว้คือทางฝั่งตะวันตกจะเป็นพื้นที่การเกษตร ทางใต้จะถูกใช้เพื่อทำฟาร์มปศุสัตว์ ตะวันออกถูกสร้างให้เป็นพื้นที่ป่าเท่านั้น ทางเหนือก็เป็นภูเขาเหมืองแร่ที่ถูกปิดตายและครอบครองทรัพยากรนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว โดมเพาะปลูกสมุนไพรจำเป็นจะต้องใช้น้ำอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันสมุนไพรบางชนิดก็มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษอยู่การอยู่ใกล้แหล่งน้ำจึงไม่ใช่ความคิดที่ดี ทั้งยังต้องอยู่ห่างจากพื้นที่การเกษตรด้วย

         มีสถานที่หนึ่งที่เซรอสเล็งเอาไว้ว่าจะสร้างเป็นสวนพฤกษศาสตร์ มันมีลักษณะของทางน้ำที่ไหลออกไปยังหุบเขาข้างนอกล้อมเอาไว้เป็นเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง ในอดีตมันเป็นเนินแห้งแล้งจนภายหลังเขาได้ขุดลอกคลองเพื่อเปิดทางไหลของน้ำทำให้สภาพแวดล้อมของมันเปลี่ยนไป ตอนนี้สภาพของมันเหมือนเกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าฤดูหนาวสูงเกือบเหนือหัวพวกเขาไปแล้ว

         “ฟราน พอดีเลย” เซรอสให้ฟรานช่วยขนวัสดุอุปกรณ์ตามมาสมทบในภายหลัง ก่อนจะเริ่มงานก็อยากจะละลายหิมะกองนี้ให้หมดเสียก่อน “รบกวนด้วยล่ะ”

         “อือ” ฟรานพยักหน้าและนำคทาออกมาโบกสะบัดด้วยลีลาท่าทางของจอมเวทครั้งหนึ่ง ปากพึมพำร่ายบทเวทที่ยาวเหยียด

         และทันใดนั้นพื้นดินก็ปรากฏเป็นภาพของวงเวทเรืองรอง ปรากฏการณ์ต่อมาที่เกิดขึ้นก็คือการที่อุณหภูมิในบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้นกะทันหัน หิมะเริ่มละลายลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้ราวกับอยู่ในช่วงฤดูร้อนก็ไม่ปาน

         เซรอสไม่มีความอิจฉา แต่รู้สึกทึ่งกับความสามารถของฟรานอย่างมาก ดูเจ้าตัวจะภูมิใจเล็กๆ ที่สามารถละลายหิมะทั้งหมดได้ในชั่วอึดใจ กลับกันเป็นซาริที่กระโดดโลดเต้นไปกับเวทมนตร์เพราะส่วนตัวแล้วซาริใช้เวทมนตร์ไม่ได้เลยมักจะทำตาเป็นประกายทุกครั้งที่ได้เห็น

         “ซาริก็อยากทำได้บ้างเจ้าค่ะ แบบว่า แว้บ! แล้วก็ตู้ม! ท่านเซรอสสอนซาริหน่อยนะเจ้าคะ” ซาริวิ่งมาอ้อนเซรอสหวังว่าจะช่วยให้ความฝันเป็นจริงได้

         เซรอสดีดหน้าผากไปเบาๆ แล้วตอบ “ควบคุมมานาก็ไม่ได้ เข้าเรียนก็เอาแต่นอนไม่ก็วาดรูปเล่นแบบนี้เหรอจะใช้เวทมนตร์ได้”

         “ไม่มีทางได้” ฟรานซ้ำเติม สุดท้ายซาริเลยงอนตุบป่อง นั่งเขี่ยดินเล่นเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีประโยชน์กับเซรอส แต่พอถูกขอให้ไปช่วยถางหญ้ากลับตื่นเต้นดีใจจนสะบัดเคียวไปมาวิ่งไปช่วยคนอื่นทำงานอย่างแข็งขัน

         ไม่เพียงแต่จะต้องคอยควบคุมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เซรอสจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องลงมือให้เห็นเป็นตัวอย่าง เมื่อมีคนนับร้อยช่วยกันแผ้วถางหญ้าจนโล่งเตียนก็เหลือทิ้งเอาไว้เพียงที่ผืนดินที่ชุ่มแฉะ งานนี้เสร็จลงค่อนข้างไวเพราะดีแมนมีร่างกายเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาเกือบเท่าตัว เซรอสไม่รอช้าและขอให้ฟรานใช้เวทมนตร์สั่นสะเทือนผิวดินเพื่อปรับหน้าดิน มันเป็นเวทมนตร์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนใช้สำหรับการหยุดการเคลื่อนไหว ถ้าใช้ได้ถูกวิธีสามารถทำได้กระทั่งทลายภูเขาหรือทำลายเมืองให้ล่มสลายได้

         เซรอสแผ่ขยายเงาออกมาเป็นมือเงาหยิบจับวัสดุก่อสร้างและเริ่มลงมือทันที เพราะมันเป็นเงาจึงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ได้หากการควบคุมมีความเสถียรมากพอ สำหรับเซรอสแล้วถึงมันจะเป็นแค่เวทมนตร์ระดับหนึ่ง แต่มันก็เป็นเวทมนตร์เดียวที่เซรอสสามารถใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญ ทุกคนที่ได้เห็นการก่อสร้างโดยใช้มือเงาขนาดใหญ่ถึงกับพูดไม่ออก ฟรานกระตุกเสื้อเซรอสเบาๆ

         “สอนหน่อย” ดวงตาของเด็กหญิงดูเป็นประกายมาก

         แบบนี้สามารถล่อลวงคนบางจำพวกได้เลย

         “ฟรานใช้เวทมนตร์เงาได้เหรอ?”

         ฟรานสะบัดหน้า ต่อให้ฝืนพยายามแค่ไหนก็มีแค่เวทมนตร์สายความมืดเท่านั้นที่ยังใช้ไม่ได้ มันเป็นเวทมนตร์ที่ยากจะหาคนที่เชี่ยวชาญจริงๆ อย่างกรณีของเซรอสที่ใช้มันได้ก็เป็นเพราะเขาทำพันธะสัญญากับจิตวิญญาณแห่งความมืด

         จะว่าไปพักนี้ก็ไม่ได้คุยกันซะด้วยสิ

         หลังจากที่เซรอสได้เรียนรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์จนสามารถจำกัดมาตรฐานเฉลี่ยของผู้คนได้ก็ไม่ได้สื่อสารกับดาร์กเนสอีกเลย จิตวิญญาณแห่งความมืดยังคงอยู่เงียบๆ โดยทำตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด การพัฒนาเวทมนตร์เงาให้ก้าวหน้าขึ้นก็เป็นผลจากการทำแบรนด์สตรอมกับดาร์กเนสที่อธิบายรูปแบบของพลังให้ฟัง

         “ถ้าอย่างนั้นจะให้เคล็ดลับในการฝึกก็แล้วกัน”

         พอบอกแบบนั้นไป จากที่เคยทำหน้าเศร้าก็พลันเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นขึ้นมา

         “ลองสร้างเงื่อนไขจำกัดที่ยากที่สุดให้ตัวเองดู อย่างกรณีของฉันที่ใช้เวทมนตร์โจมตีได้แค่หอกเงา จะทำอย่างไรให้มันใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น เวทมนตร์ไม่ได้มีข้อจำกัดเพียงหนึ่งเดียวนี่คือคำบอกใบ้”

         ได้เวทมนตร์มาช่วยการทำงานที่คิดว่ายากก็ง่ายขึ้น เซรอสเริ่มคุ้นชินกับการใช้มือเงาเป็นมือที่สามและสี่ แม้จะยังทำงานละเอียดอ่อนไม่ได้แต่ในด้านงานใช้แรงพวกมันถือได้ว่าเป็นเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยม เห็นสายตาของฟรานที่มองอย่างเลื่อมใสก็รู้สึกอายเล็กน้อย ยังดีที่ใบหน้าของเซรอสนั้นนิ่งขรึมเป็นธรรมชาติ ถ้าไม่ตั้งใจแสดงอารมณ์ก็ไม่ต่างอะไรกับคนหน้าตาย

         อาคารมีพื้นที่เป็นทรงแปดเหลี่ยมที่กว้างขวาง ภายในโปร่งสูงและมุงด้วยหลังคาโปร่งแสงจึงไม่มีปัญหาด้านความสว่างหรือแสงแดดที่จำเป็น ถึงสภาพของมันจะยังดูไม่สวยแต่ก็ตั้งใจว่าถ้าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็จะให้ทุกคนช่วยกันต่อเติมจนกลายเป็นโดมสมุนไพรที่สมบูรณ์ แปลงสมุนไพรที่ได้รับการเตรียมดินพร้อมปลูกก็ถึงเวลาที่จะนำสมุนไพรที่ให้ฟรานไปขุดมาลงให้เรียบร้อย ว่าจะทำกันเสร็จข้างนอกก็มืดสนิทแล้ว สุดท้ายก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านก็ไม่ลืมให้ผู้เฒ่าแรคคูนคัดเลือกคนมาทำหน้าที่ดูแลสวนสมุนไพรด้วย

         และก่อนจะกลับก็มีดีแมนที่เป็นยามเมื่อคืนเดินเข้ามาขอแบ่งกาแฟไปชงดื่มบ้าง เซรอสที่พึ่งจะนำขวดใหม่มาเมื่อเช้าก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยกให้โดยไม่แสดงความรังเกียจออกมา ดีซะอีกถ้ามันได้รับความนิยมสูงก็อาจจะผลิตมันขึ้นมาฝากคาเรนกระจายเป็นสินค้าส่งออกประจำเมืองไป




รอดูกระต่ายน้อยเล่นกล้อง

ถ้าหากว่ามีภาพที่มันชัดเจนโดยไม่เบลอ นั่นคือปาฏิหาริย์!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.063K ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #12895 Jussaateen (@dekdjing) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:33

    ใช้เวททำลายภูเขามาปรับหน้าดิน... สมกับเป็นเซรอสจริม ๆ

    #12895
    0
  2. #9557 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 01:55
    ขอบคถณครับ
    #9557
    0
  3. #8191 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 20:11
    ซารอถ่ายทีสั่นตั้งแต่หัวยันเท้าแน่นอน55555
    #8191
    0
  4. #7347 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 14:13
    วางแผนขายกาแฟเพิ่มไปอีก 555
    #7347
    0
  5. #7339 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 23:11
    สนุกมากครับผม
    ติดตามเรื่อยๆ
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #7339
    0
  6. #7338 AeGisz- (@simpler) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:54
    ๅถช ถอ
    #7338
    0
  7. #7295 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:36
    ขอบคุณค่ะ
    #7295
    0
  8. #7275 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 11:15
    ดูมีแววจะได้ขยายกิจการอีกแล้วสินะ....ดูเหมือนคาเรนต้องเหนื่อยอีกแล้วนะ5555
    #7275
    0
  9. #7274 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 19:59
    ซาริร่าเริงดีจริงๆ
    #7274
    0
  10. #7273 Wisteria❀ (@PayunChan) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 16:30
    คาเรนรับกรรมอีกแล้ว 555555
    #7273
    0
  11. #7271 LunLoLiPop (@lkamonwan) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 23:37
    ชอบมากเลยค่ะ สู้ๆนะคะไรท์
    #7271
    0
  12. #7270 dumdaibindai (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 20:31
    สรุปกลับมาพัฒนาเมืองก่อน5555555
    #7270
    0
  13. #7268 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 11:56
    ขอบคุณครับผม สนุกมากเลย
    #7268
    0
  14. #7266 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 05:52
    ติดตามอยู่นะคร้าบบบบ ไรท์สู้ๆ
    #7266
    0
  15. #7265 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 01:25
    มาไวไวนะท่าน
    #7265
    0
  16. #7264 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 00:31
    ขอบคุณครับ
    #7264
    0
  17. #7261 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 19:16
    ขอบคุณนะครับ อ่านสบายๆ สไตร์สโลไลฟ์
    #7261
    0
  18. วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 18:33
    รอตลอด และขอบคุณที่แวะมาค่ะไนท์ เราชอบนิยายเรื่องนี้แหะ เบาสมองคิดภาพตามได้เป็นนฉากๆ
    #7260
    0
  19. #7259 Lnw boomGo (@freedomfeed) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 18:10
    ขอบคุณมากๆๆ นะไรท์ สำหรับนิยายดีๆ รอเสมอเน้ออ
    #7259
    0
  20. #7258 Choco_OB (@haritlaisiri) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 18:01
    ซาริ น่ารักดี ทำให้เรื่องไม่เครียดเกิน
    #7258
    0
  21. #7257 danutzero (@danutzero) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 17:36
    ขอบคุณสำหลับนิยายดีๆและเป็นกำลังใจในการเขียนนะครับ
    #7257
    0
  22. #7255 faridbaddy1 (@faridbaddy1) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 13:48
    thank you
    #7255
    0
  23. #7254 MojRiSad (@MojRiSad) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 13:20
    ซาริก็สมกับเป็นซาริละน่ะ น่ารัก ไร้สมองแต่ ช่วยให้จิตใจดี
    #7254
    0
  24. #7253 Mezidez-Benz (@Mezidez-Benz) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 10:56
    สนุกกเสมอ แม้นานๆ มาที
    #7253
    0
  25. #7251 NessZero (@nesszero) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 10:49
    นี่ถ้าพระเอกมัน ทำ AI ช่วยงาน ดูแลห้องใต้ดิน ซึ่งพระเอกน่าจะทำได้  และตั่งชื่อว่า RedQueen ละใช้เลย
    #7251
    2
    • #7251-1 Lotte Dittakan (@lotte9021) (จากตอนที่ 99)
      1 มีนาคม 2561 / 11:23
      ซอมบี้ก็มีแล้วที่ปราสาทใช่ไหม 555
      #7251-1
    • #7251-2 Narongchai N (@blbybull) (จากตอนที่ 99)
      1 มีนาคม 2561 / 16:26
      แล้วก็สร้างร่างโคลนตัวเองขึ้นมา แล้วปล่อยให้ออกไปฟาร์มสุดท้ายกลับมาเพื่อฆ่าร่างจริง 5555
      #7251-2