ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,880 Views

  • 13,679 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,358

    Overall
    2,255,880

ตอนที่ 94 : SS2 Episode Thirty-Four : กลับถึงบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 784 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60

SS2 Episode Thirty-Four

 



         มีเสียงขู่คำรามคล้ายลูกแมวป่าดังขึ้นในเกวียน เซรอสไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็ทราบสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นอาการปกติที่สมควรจะเกิดกับการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงดู พวกมันจะตื่นกลัวผู้คนและพยายามปกป้องตัวเองอย่างถึงที่สุด ความวุ่นวายในครั้งนี้มาจากการที่มันพยายามจะวิ่งหนีจนชนเข้ากับของที่วางอยู่บนพื้นกระจัดกระจาย ซาริกับฟรานช่วยกันไล่จับมันเพื่อป้อนอาหารหวังจะฟื้นฟูร่างกายให้

         “ว้าย! มันจะกัดซาริแล้วเจ้าค่ะ” ซาริกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะท่าทางหวาดกลัว “นิสัยไม่ดีเจ้าค่ะ ซาริอุตส่าห์ทำแผลให้นะเจ้าคะ”

         “มันไม่กัด” ฟรานตอบและเดินเข้าไปอุ้มมันจากด้านหลัง แม้มันจะดิ้นแต่ท่าทางของมันพยายามจะฝังเขี้ยวลงบนตัวซาริให้ได้

         “แง! ท่านเซรอสเจ้าคะช่วยด้วยเจ้าค่ะ เฟนริลจะกัดซาริแล้วเจ้าค่ะ”

         “มันแค่หิว”

         “ซาริไม่อร่อยหรอกเจ้าค่ะ ไม่มีเนื้อด้วยเจ้าค่ะ”

         ด้วยเสียงโวยวายภายในเกวียน เซรอสฮัมเพลงและคุมเกวียนต่อไป ถ้าเป็นเกวียนธรรมดาทั่วไปพวกเขาคงหวังจะให้มันยุติโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย แต่เกวียนเล่มนี้มีวิทยาการที่ช่วยป้องกันอันตรายเหล่านั้นได้ อีกทั้งเส้นทางหลังจากนี้ก็เป็นทางราบเรียบไม่มีอุปสรรค สุดท้ายก็เป็นซาริที่วิ่งออกมาร้องไห้ซบตักเซรอสเพราะถูกเฟนริลไล่กวดมา

         แพ้ได้กระทั่งลูกหมา

         เซรอสไม่กล้าที่จะเอ่ยความคิดนั้นออกไป ทั้งที่สามารถจัดการโจรภูเขาให้หมดสภาพได้ในการถีบเพียงครั้งเดียว กลับไม่อาจต่อกรกับลูกหมาที่พึ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี สุดท้ายก็ทำได้แค่ปลอบใจและให้นั่งอยู่ข้างๆ ไปจนกว่าจะถึงจุดพักเกวียน โชคดีที่ซาริยังคงเป็นซาริถึงจะร้องโวยวายแต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วจะลืมมันไปในทันทีราวกับว่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น และก็เหมือนเป็นเดจาวูที่ซาริวิ่งออกมาร้องห่มร้องไห้หลังโดนลูกหมาไล่กวด

         ทั้งสามคนเดินทางเรื่อยมาโดยไม่ถูกสิ่งเร้าอื่นๆ รบกวน อันตรายจากสัตว์อสูรหรือมอนสเตอร์ที่พบระหว่างทางจะถูกกำจัด เนื้อพวกมันมีคุณค่าทางอาหารจึงต้องแบ่งเก็บมาเพื่อนำไปมอบให้กับพวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่ตัดขาดความช่วยเหลือจากโลกข้างนอก

         ด้วยความช่วยเหลือของเซรอสที่มอบบ้านและพื้นที่ทำกิน พร้อมด้วยความรู้ในการเพาะปลูกกับเลี้ยงสัตว์ น่าจะประคับประคองตนเองให้อยู่รอดต่อไปได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการก่อจลาจลเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการดูแลหมู่บ้าน อาเรสที่อยู่ที่นั่นจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งอำนาจเอง มันมีความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับมังกรอยู่อย่างชัดเจน เพียงแค่แสดงอำนาจออกมาเผ่าดีแมนพวกนั้นก็คงทำได้เพียงมอบคลานอยู่บนพื้น

         เฟนริลแข็งแรงขึ้นเยอะแต่มันก็ยังบาดเจ็บอยู่ มันปรารถนาที่จะกินเนื้อเป็นอาหาร ทุกครั้งที่มองไปทางซาริมันจะทำน้ำลายหกใส่เสมอ จนซาริต้องวิ่งมาฟ้องเซรอสประจำ แต่เฟนริลฉลาดมาก มันเรียนรู้ว่าผู้ใดไม่สมควรตอแยด้วย หนึ่งในนั้นก็คือเซรอสที่มันรับรู้ได้ถึงความกระหายเลือดที่น่ากลัว มีความดุร้ายที่มากพอจะสยบสัตว์ร้ายทุกชนิดได้เพียงแค่จ้องมอง ดังนั้นแม้ว่ามันจะคอยแกล้งซาริแต่จะไม่ทำอันตรายโดยเด็ดขาด

         ฟรานคอยดูแลเฟนริลอยู่เสมอจนเป็นคนแรกที่จับตัวมันได้ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนหน้าที่ในการคุมเกวียนฟรานจะอุ้มเฟนริลออกมาด้วย เหมือนลูกสาวที่พึ่งจะได้รับอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้เป็นครั้งแรก เธออยู่ติดกับมันถึงขนาดอุ้มมานอนด้วยกันที่ใต้โต๊ะ โดยซาริต้องระเห็จระเหินหนีไปนอนร้องไห้อยู่บนเตียงผ้าใบแทน (ถึงสุดท้ายจะนอนหลับสนิทเลยก็ตาม)

         พอเฟนริลเริ่มแข็งแรงจนกินอาหารหนักได้ มื้อแรกของมันก็เป็นเนื้อที่ปรุงสุกแล้วและมีรสชาติที่แสนอร่อย ธรรมชาติของพวกสัตว์กินเนื้อไม่รู้จักวิธีปรุงดังนั้นมันจึงกินเนื้อดิบได้จนร่างกายมีกระเพาะที่แข็งแรง หากมนุษย์กินเนื้อดิบไปก็อาจจะท้องเสียหรือมีผลกระทบอื่นๆ ตามมา เซรอสก็เคยเป็นอยู่พักหนึ่งจนตอนหลังสามารถฆ่าและกินเนื้อดิบได้โดยไม่ต้องผ่านการปรุง อย่างไรก็ตามเขาว่าเนื้อที่ปรุงสุกแล้วมันอร่อยกว่า

         พวกเขาเดินทางมาได้ถึงครึ่งทาง ที่รู้สึกว่าช้าก็มาจากสภาพอากาศและสัตว์เทียมเกวียนที่ไม่ได้เร็วมากนัก การเดินทางจึงดูเอื่อยเฉื่อย แต่ทั้งสามก็ยังคงมีรอยยิ้มและสนุกสนานไปกับแต่ละวันที่ใช้เดินทาง เส้นทางที่ไม่ได้ถูกใช้ประจำจึงปกคลุมไปด้วยหิมะหนาหลายนิ้ว ตอนนี้เซรอสเปลี่ยนล้อเกวียนเป็นแบบที่ใช้ในการลุยหิมะเนื่องจากมันเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว โดยล้อเกวียนจะมีลักษณะคล้ายเลื่อนลากเกวียนที่นิยมใช้กันในทางตอนเหนือ

         การเดินทางหลังจากเปลี่ยนมาใช้เลื่อนก็ดูจะเร็วขึ้นมาก การานสามารถลากไปได้สบายกว่าเดิม เซรอสได้แต่หวังว่าสภาพอากาศมันคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นเท้าของการานจะจมลึกลงไปในหิมะ และด้วยร่างกายของมันที่ตัวใหญ่แถมยังมีน้ำหนักมาก มันไม่อาจยกเท้าได้สูงเกินกว่าสองฟุต หรืออาจทำได้แต่ก็ต้องสูญเสียพลังงานเกินความจำเป็น

         ในเกวียนพวกเด็กๆ เล่นเกมกระดานทอยลูกเต๋า ฟังเสียงซาริดีใจที่ได้แต้มสูงสุดต่อมาก็เป็นเสียงหดหู่ที่ต้องไปเริ่มต้นใหม่เพราะตกไปในช่องที่เลวร้าย เฟนริลนอนหมอบซุกตัวอยู่ใต้โต๊ะที่แสนอบอุ่น ฟรานไม่ได้ดีใจที่ตัวเองชนะแต่ที่ยอมเล่นด้วยก็เพื่อฆ่าเวลาและไม่อยากถูกซาริก่อกวน เนื่องจากความสามารถในการตื้อของซาริอยู่ในระดับสูงมากจนน่ากลัว ทางเดียวที่จะยุติได้คือการยอมทำตามความต้องการ ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นอะไรที่น่ารำคาญมาก

         จนกระทั่งในที่สุดเซรอสก็ได้บอกข่าวดีเรื่องที่จะไปถึงดินแดนต้องสาปในวันพรุ่งนี้ ซาริลิงโลดและเต้นระบำด้วยท่าทางประหลาด คงอยากจะออกจากเกวียนพวกนี้เร็วๆ เพราะมันทั้งแคบและนอกจากการเล่นเกมกระดานก็ไม่มีอะไรให้ทำอีกเลย ฟรานเองก็ดีใจที่จะได้ไปพบเจอกับพวกสัตว์ที่ปล่อยให้พวกมันอยู่ลำพัง เซรอสหวังเอาไว้ว่าที่ไก่ที่บ้านคงจะเพิ่มจำนวนพอจะแบ่งให้พวกชาวบ้านนำไปเลี้ยงไว้เป็นอาหาร เพราะการกลับไปในครั้งนี้เขาจะต้องปรับปรุงเมืองให้มีรูปร่างดียิ่งขึ้น

         กล่าวได้ว่าบ้านที่ดินแดนต้องสาปสงบสุขกว่าบ้านที่ไรด์การ์ด ซาริสามารถวิ่งเล่นและไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องกลัวอันตราย ฟรานก็จะมีพื้นที่มากพอจะใช้ฝึกเวทมนตร์ มันยากจะหาสถานที่ที่พิเศษแบบนี้ได้ในโลก นอกจากนี้มันยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำโดยไม่ต้องหวาดกลัวเรื่องความหนาวเย็น เด็กทั้งสองคนยังจำสภาพก่อนออกจากไรด์การ์ดได้ ที่นั่นผู้คนแทบจะไม่ออกมาจากบ้านมีส่วนน้อยที่ต้องไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว แต่ทั้งหมดนั้นจะอยู่แต่ภายในบ้านเท่านั้น

 

         การใช้ชีวิตในดินแดนต้องสาปนับเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างมากในอดีต มันถูกยกให้เป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในหลายทศวรรษที่ผ่านมาจนกระทั่งยืนยันแล้วว่าเป็นสถานที่ที่ไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้แม้กระทั่งการเอาชีวิตรอดจากความโหดร้าย สถานที่ที่มักจะประสบเข้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติจนเกิดปัญหาที่ยากจะแก้ไข เมื่อเวลาผ่านไปและธรรมชาติได้เข้ามามีบทบาท มันได้เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เกิดความสมดุลของโลก

         แต่ในวันนี้ความเป็นอยู่ในดินแดนต้องสาปไม่ต่างอะไรจากสวรรค์ แม่น้ำธรรมชาติที่ไหลเอื่อยมีปลาและสัตว์น้ำให้เลือกจับมาบริโภค การล่าหาอาหารในป่าก็ไม่ทำให้พวกเขาอดอยาก มีของป่ามากมายถูกซุกซ่อนเอาไว้ตามที่ต่างๆ ราวกับเป็นสมบัติให้ผู้คนได้ออกตามหา โดยเฉพาะป่าที่กินพื้นที่ทอดยาวไปจนถึงทะเลและถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยเทือกเขาสูงที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นหน้าผากับกระแสน้ำทะเลที่เชี่ยวกราก

         ผู้คนเผ่าดีแมนใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข มีบ้านที่ปกป้องฝนและลมหนาวได้ บ้านทุกหลังมีรูปแบบที่คล้ายกันต่างกันที่วิธีการตกแต่ง รั้วไม้ที่ใช้แบ่งกั้นอาณาเขตแต่กลับไปมาหาสู่กันได้ในฐานะเพื่อนบ้าน พวกเขามีเสบียงพอจะใช้อยู่ได้จนถึงหมดฤดูหนาวแต่ละวันนอกจากทำกิจกรรมส่วนรวมและประชุมวางแผนเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำในอนาคต สิ่งที่ทุกคนพร้อมใจร่วมกันทำก็คือการทำความสะอาดเมืองและเคารพบูชารูปปั้นเทพธิดาที่อยู่ตรงลานน้ำพุ

         พวกเขาบิดเบือนความต้องการของเซรอสที่ชื่นชอบเมืองที่สะอาดให้กลายเป็นความประสงค์ของเทพธิดา มูลสัตว์ทั้งหลายที่ควรจะถูกเก็บไปทิ้งเรี่ยราดถูกนำมาทำเป็นปุ๋ยเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูกในฤดูถัดไป ขยะใบไม้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาทำลาย

         อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดที่จะแย่งชิงอำนาจหรือแม้จะมีคนคิดที่จะทำ แต่ในดินแดนแห่งนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งปกครองอยู่ ถึงเจ้าตัวจะแทบไม่เคยมาร่วมงานประชุมหรือเสนอแนวคิดใดๆ ทั้งสิ้นก็ตาม เขาอาศัยอยู่ในบ้านทรงหกเหลี่ยมใกล้กับสวนผลไม้ เดินเข้าออกบ้านของผู้ที่เป็นเสมือนเจ้าของดินแดนนี้อย่างอิสระ แต่เมื่อใดที่มีคนคิดจะทำเลียนแบบบ้างคนคนนั้นจะปรากฏตัวและแสดงอำนาจที่น่ากลัวออกมา จึงเป็นที่ทราบกันในทันทีว่าเขาเป็นผู้พิทักษ์ของดินแดนแห่งนี้ไปโดยปริยาย

         ฤดูหนาวปีนี้พวกเขามีความสุขมาก เมื่อเทียบกับความทรมานที่ผ่านมาหลายสิบปี เฝ้าภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าเพื่อร้องขอความเมตตา ท้ายที่สุดนี่คือสิ่งตอบแทนจากคำภาวนาทั้งหมด สถานที่ที่ปลอดภัยและไม่รังเกียจในสิ่งที่พวกเขาเป็น เด็กๆ ไม่ต้องทนหิวโหยและกินใบไม้อีกต่อไป แต่พวกเขาก็จะไม่ลืมอดีตที่เคยผ่านมาเพราะผู้ดูแลเมืองเคยพูดเอาไว้ว่าประสบการณ์เหล่านั้นจะต้องไม่ทำให้สูญเปล่า ทุกวันจะต้องมีคนพาพวกเด็กๆ ไปเรียนรู้พืชที่สามารถกินได้ยามหิวโหย หรือเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายก็ต้องอดทนกินพวกมันเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป

         เรื่องที่น่าตกใจเกิดขึ้นเมื่อมีเกวียนประหลาดที่ลากโดยการานเข้ามาในดินแดนของพวกเขา เท่าที่ทราบบริเวณทางเข้าถูกปกปิดเอาไว้ด้วยปีศาจเงาทำให้คนภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ หรือกระทั่งคนภายในเองก็ไม่คิดที่จะออกไป หากไม่มีคำอนุญาตจากผู้สร้างมันจะไม่เปิดให้เข้ามาได้เป็นอันขาด และนั่นทำให้ทุกคนตื่นตัวพากันออกมาดูผู้มาเยือนในคราวนี้

         เมื่อเกวียนเล่มนั้นข้ามผ่านสะพานที่แข็งแรงมั่นคงมาได้ ชายฉกรรจ์เผ่าดีแมนก็ออกมายืนปกป้องพร้อมด้วยอาวุธเป็นคันธนูกับหอก จนเมื่อได้พบเห็นคนที่นั่งอยู่พวกเขาต่างพากันลดอาวุธลงอย่างพร้อมเพรียง

         ประตูเกวียนเปิดออกพร้อมด้วยกระต่ายขาวท่าทางซุกซนกระโดดออกมา ในความทรงจำที่มีต่อกระต่ายขาวจอมซนตัวนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดคือรูปร่างที่อ้วนขึ้น แต่เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพวกตนเองที่กินดีอยู่ดีโดยไม่ต้องสูญเสียค่าใช้จ่าย กลายเป็นว่าฝ่ายที่ควรจะถูกเรียกว่าอ้วนน่าจะเป็นพวกเขามากกว่า

         “ท่านเซรอสกลับมาแล้ว”

         หลังกระจายข่าวไปได้สักพัก ประชาชนเผ่าดีแมนก็ออกมาต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง ตัวตนของเซรอสเป็นดั่งผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือดังนั้นพวกเขารู้สึกว่าการไม่ได้ออกมาต้อนรับไม่ต่างอะไรกับการเนรคุณ ชั่วพริบตาเดียวที่เซรอสสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในหมู่บ้าน ถึงจะเป็นความจริงที่ทุกคนดูเปลี่ยนไปในทางรูปลักษณ์ภายนอก แต่เซรอสไม่ได้มองในเรื่องนั้น

         “จำนวนคนเยอะขึ้นไปหรือเปล่า”

         เซรอสไม่ได้มีความทรงจำแบบภาพถ่ายแต่เท่าที่จำได้คือทารกมีอยู่ไม่กี่คน กลับมีเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยก็ 2-3 คนในจำนวนที่ผู้ปกครองดินแดนบางคนแทบจะไม่ใส่ใจ ทว่าไม่ใช่กับเซรอสที่มีแผนจะนำระบบบางอย่างมาใช้เพื่อดูแลพวกเขา บุคคลที่อยู่ในความดูแลก็เป็นธรรมดาที่จะต้องจดจำให้แม่นยำ แม้แต่เด็กทารกบางคนเซรอสก็ยังจำได้

         “ลูกของพวกเราเจ้าค่ะ พึ่งจะคลอดได้ไม่นาน”

         “พาออกมาข้างนอกแบบนี้มันอันตรายนะ”

         แม้ว่าดินแดนแห่งนี้จะหนาวเย็น แต่ด้วยรูปสลักเทพธิดาที่ตั้งไว้ที่ลานน้ำพุ ความโหดร้ายของฤดูหนาวจึงบรรเทาลงอย่างมาก แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าอากาศมันยังหนาวเย็นอยู่และมันไม่ดีสำหรับทารก

         กล่าวทักทายกันพอเป็นพิธี เสร็จจากนั้นก็มุ่งหน้ากลับบ้านแสนสุขของพวกเขา จำได้ดีเลยว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูนี้เส้นทางทั้งหมดจะปกคลุมด้วยหิมะหนาเกือบครึ่งขา เมื่อเกวียนจอดลงที่โรงเก็บทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง

ฟรานกับเฟนริลพาพวกสัตว์ไปเก็บไว้ในคอกที่แสนอบอุ่น ภาพของลูกหมาป่าที่สะบัดหางวิ่งไล่ตามฟรานเป็นอะไรที่ดูน่ารักจริงๆ ที่คาดไม่ถึงก็คือพวกม้าและการานที่พอเห็นฟรานกลับมาก็มีปฏิกิริยาส่งเสียงร้องด้วยความคิดถึง โดยเฉพาะการานที่พอเห็นตัวเมียมันก็เริ่มใช้เขาถูกับแผ่นไม้เพื่อขัดให้ดูเงางามมากขึ้น เป็นเรื่องปกติที่มันจะแสดงออกต่อเพศตรงข้าม หรือพวกม้าที่ได้เห็นตัวเมียก็แสดงออกอย่างรวดเร็วเช่นกัน อย่างไรก็ตามการมาอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์มากมายเฟนริลแทบจะไม่ต่างอะไรกับเหยื่อ มันพยายามจะส่งเสียงขู่ สุดท้ายก็วิ่งหนีเตลิดหลังถูกการานเขม่น

เซรอสขนย้ายของไปเก็บไว้ในบ้าน ซาริพอได้เห็นบ้านที่ถูกฝุ่นจับเขลอะก็ทำหน้าคล้ายกับพึ่งจะกินยาขมไป การขนของใช้เวลาไม่นานแต่การทำความสะอาดกินเวลาครึ่งบ่ายไปจนหมดสิ้น ด้วยบ้านที่มีความกว้างขวางพื้นที่ที่ทำเสร็จจึงเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องอาหาร

เฟนริลไม่เคยมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง มันสำรวจทุกซอกทุกมุมของบ้านด้วยความสนใจ และทำร่องรอยบ่งบอกอาณาเขตเอาไว้ ฟรานไม่เคยขู่แค่บอกไปว่าเซรอสจะต้องโกรธแน่ พฤติกรรมเหล่านั้นจึงหยุดลง

บ้านแสนสุขเป็นสถานที่เดียวที่สามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องสนใจสายตาของผู้คน มีไฟฟ้าให้ใช้งานได้อย่างอิสระและจะอ่านหนังสือดึกแค่ไหนก็ได้ นอกจากนี้ที่ใต้บ้านยังมีทางเดินลับนำไปสู่ห้องต่างๆ ยังมีอีกหลายห้องที่เด็กทั้งสองคนยังไม่รู้แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม บ้านหลังนี้วิเศษที่สุดในมุมมองของพวกเธอ

เซรอสต้องการแจกจ่ายของให้ชาวบ้านจึงเดินทางลงมาที่ลานน้ำพุ เผ่าดีแมนเกือบทุกคนมารวมตัวกันเพื่อฟังสิ่งที่เซรอสต้องการจะแจ้ง ทันทีที่รู้ว่าจะมีของมาแจกก็พลันแสดงออกทางสีหน้ากันหมด สิ่งของทั้งหมดที่เซรอสนำมานั้นประกอบไปด้วยผ้า อาหารแปรรูป และเนื้อสัตว์ที่เก็บมาตลอดทาง จนมีปริมาณที่เพียงพอจะให้พวกเขาได้กินอิ่มไปจนสิ้นสุดฤดูหนาว การแจกจ่ายดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ทุกคนที่ได้รับของมีแต่รอยยิ้มที่เปี่ยมสุข

“ในเมื่อทุกคนได้ของกันเรียบร้อยแล้ว ฉันก็มีบางอย่างจะพูดซึ่งมันคงกินเวลาไม่มากนัก” เซรอสกวาดตามองดูว่าทุกคนและเริ่มพูดต่อ “ในวันพรุ่งนี้ฉันมีแผนงานจะทำบางอย่างเพื่อรับรองฤดูใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในปีถัดไปพวกคุณทุกคนจะไม่ต้องอยู่อย่างลำบากไม่เพียงแต่จะมีกินแล้วยังมีเสื้อผ้าที่อบอุ่น เลยอยากจะให้ทุกคนมาช่วยงานไม่ทราบว่าจะสะดวกหรือไม่”

“ท่านเซรอส ขอเพียงท่านเอ่ยปากสั่งพวกเราก็เพียงพอแล้ว” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น และได้รับเสียงสนับสนุนจำนวนมาก

เซรอสกอดอกมองพวกเขาและตอบกลับไปว่า

“ฉันไม่คิดจะสั่งให้ทุกคนทำตามที่ฉันบอก เมืองแห่งนี้จะไม่ถูกผูกมัดด้วยคำสั่งของฉันเพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อพัฒนากันต่อไป หรือจะเอาแต่รอคอยให้ฉันมาออกคำสั่งทุกครั้ง พวกคุณทุกคนรู้ดีว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่และฉันไม่ใช่คนที่สามารถดูแลพวกคุณทุกได้ตลอดเวลา สิ่งที่ฉันจะทิ้งให้คือวิธีการดำรงชีวิต หลังจากนั้นทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ฉันจะหาผู้นำมาคอยชี้นำพวกคุณทุกคนเอง”

อย่างไรซะการสร้างเมืองของเซรอสก็เป็นหน้าที่ที่ไม่อาจทำส่งเดชได้ จะให้ชะลอต่อไปจนกว่าจะเรียนจบแล้วค่อยลงมือก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน ทางเดียวที่จะทำได้คือการเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เซรอสมั่นใจว่าสิ่งที่จะทำหลังจากนี้จะก่อให้เกิดเป็นสงครามที่รุนแรง ขอเพียงแก้ปัญหาทั้งหมดได้เมืองแห่งนี้ก็จะได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ เขาจำเป็นจะต้องมีแต้มต่อที่มากพอจะกดดันคนพวกนั้นไม่ให้ก่อสงคราม นั่นคืออย่างแรกที่เซรอสจะทำ

ทุกคนได้ยินที่เซรอสพูด แต่พอคิดถึงเรื่องผู้นำที่จะมาคอยดูแลพวกเขาแล้วก็เกิดข้อสงสัยอย่างมาก ตอนแรกที่คิดว่าเซรอสจะคัดเลือกคนในหมู่บ้านแต่เขากลับบอกว่ามีคนที่คิดว่าเหมาะสมอยู่แล้วนั่นทำให้เกิดความไม่สบายใจ เซรอสบอกเพียงแค่ว่าคนคนนี้สามารถเชื่อใจได้และจะต้องทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้รับการยอมรับ ทั้งยังจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจโดยมีดินแดนแห่งนี้เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของอาณาจักร

ยังมีคนที่ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ เซรอสเพียงแค่บอกให้ทุกคนมารวมตัวกันในตอนสายของวันพรุ่งนี้เสร็จแล้วจึงแยกจากออกมา

สถานที่ต่อไปที่เซรอสเลือกก็คือโรงกลั่นเหล้าที่ยังคงทำงานอยู่จนถึงปัจจุบัน ความรู้สึกที่กระหายอยากดื่มบางสิ่งที่มันแรงๆ ทำให้เขาเดินไปเลือกเหล้าถังหนึ่งที่บ่มมาได้ระยะเวลาอันสมควรแล้ว แต่การดื่มตัวตนเดียวมันคงน่าเบื่อสุดท้ายเลยเตรียมพวกของเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้กินคู่กับเหล้าจากนั้นเดินทางไปพบกับผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นผู้พิทักษ์ของดินแดนแห่งนี้

เซรอสทุบประตูบ้านหกเหลี่ยมไม่กี่ครั้งประตูบ้านก็เปิดต้อนรับ สายตาระแวดระวังของชายหนุ่มที่แต่งกายละหม้ายคล้ายชาวไร่ขึ้นไปทุกที เมื่อเข้าไปภายในบ้านก็เห็นว่ามีหลายอย่างเปลี่ยนไป โดยเฉพาะรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์คนหนึ่ง

         เขาคือ อาเรส เป็นมังกรที่ถูกเซรอสจัดการและบังคับให้ใช้ชีวิตเป็นผู้พิทักษ์อยู่ที่ดินแดนแห่งนี้

“ข้าเห็นว่าเจ้ามาแล้วตั้งแต่เมื่อตอนเที่ยง”

“เหรอ ทำไมไม่ออกมาต้อนรับซะล่ะ”

“มันไม่ใช่หน้าที่ของข้า” อาเรสดูคล่องแคล่วมากในฐานะมนุษย์ แต่วิธีการใช้ชีวิตกลับดูเกินมนุษย์ตรงที่กัดกินลูกมะพร้าวโดยไม่ต้องกะเทาะเปือกแข็งๆ มันออก “มาทำไม”

“ก็แค่อยากจะคุยด้วย”

“ข้ายอมรับว่าเคยเหยียบย่างเข้าไปในสถานที่ที่เจ้าห้าม แต่นั่นเป็นอุบัติเหตุ” อาเรสออกอาการร้อนตัว อย่างน้อยเซรอสก่อนหน้านี้ก็เป็นคนที่สามารถทำให้ตัวมันกลายเป็นมังกรพิการได้ ยิ่งไม่ต้องคิดเลยว่าหลังจากไปศึกษาเวทมนตร์มาแล้วจะทำได้ดีแค่ไหน

“ฉันรู้” เซรอสตอบ มองดูกระถางต้นไม้ที่ปลูกอยู่ริมหน้าต่าง “ไม่คิดว่ามีงานอดิเรกแบบนี้อยู่ด้วย”

“ที่นี่มันว่าง ข้าพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองเบื่อตายไปซะก่อน การปลูกต้นไม้เล็กๆ คอยดูแลให้มันเติบใหญ่จึงเป็นสิ่งบันเทิงไม่กี่อย่างที่พอจะทำได้ ข้าปลูกมันตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด”

“ถ้างั้นก็ควรจะรู้ว่าไม่ควรปลูกมันฝรั่งไว้ในกระถางต้นไม้”

อาเรสทำหน้าเหมือนคนที่พึ่งจะรู้ตัว เดินมายกต้นมันฝรั่งในกระถางกลับไปวางไว้ด้านล่าง

“หมู่บ้านนี้มีอะไรเกิดขึ้นที่ฉันต้องรู้บ้าง” เซรอสยิงคำถามสำคัญออกไป พูดให้ถูกมันคือการรับฟังรายงานจากอาเรสที่ทำหน้าที่ดูแลทุกคนในตอนที่เขาไม่อยู่

“ไม่มี เจ้าพวกนั้นก็ใช้ชีวิตของตัวเองในฐานะของมดปลวก ดีหน่อยตรงที่มีเครื่องสังเวยมาให้ข้าถึงหน้าบ้าน” อาเรสพูดถึงตะกร้าที่บรรจุผลผลิตที่ถูกนำมาส่งมอบให้ถึงหน้าประตู ลักษณะของมันคล้ายกับการนำเครื่องเซ่นสังเวยมาบูชาตนเอง

“ทำตัวไม่ต่างอะไรจากขอทาน”

“ข้าไม่ได้ขอ พวกมันเอามาให้ข้าเอง” อาเรสโต้แย้ง

อย่างน้อยเซรอสก็ไม่ได้บอกว่าเขารู้สิ่งที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้จากการที่ติดกล้องเอาไว้ดูพฤติกรรมของผู้คนในเมือง แม้ตำแหน่งที่ติดเอาไว้จะมีอยู่จำกัด บ้านของอาเรสก็เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกติดตั้งเอาไว้ด้วย

“ขอบใจสำหรับรายงาน ฉันกำลังหาเพื่อนดื่มเหล้าด้วย ถ้าตกลงก็ไปหยิบแก้วมา”

อาเรสแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ในฐานะของคนที่เคยดื่มผลผลิตจากโรงกลั่นเหล้า รสชาติมันหวานหอมและดื่มได้เรื่อยๆ มีฤทธิ์แรงพอจะทำให้มังกรอย่างมันมึนเมาได้ แต่สิ่งที่ถูกนำมาในคราวนี้อยู่ในเขตหวงห้ามและอาเรสไม่กล้าที่จะไปแตะต้องมัน

ตอบรับโดยการเดินไปหยิบแก้วด้วยท่าทางปกติ เซรอสเพียงเปิดฝาขึ้นมาและเริ่มรินลงไปอย่างช้าๆ ของดองเกลือถูกจัดวางเอาไว้บนโต๊ะเพื่อกินควบคู่กัน กลิ่นที่ลอยออกมาจากมันยั่วน้ำลายอย่างมาก

“บอกไว้ก่อน เจ้านี่มันแรงกว่าที่เคยดื่มในโรงกลั่นเหล้าซะอีก มันจะดีกว่าถ้าดื่มไปด้วยแล้วก็กินเจ้าพวกนี้ไปด้วย หวังว่านายจะคอแข็งพอเป็นเพื่อนดื่มให้ฉันได้”

“อย่าคิดดูหมิ่นข้าเจ้ามนุษย์ ข้าไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับของพรรค์นี้เด็ดขาด” อาเรสกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดและขอให้รินเพิ่มอีก

แต่ในคืนนั้นเองทุกคนในเมืองต่างพากันหวาดผวา กับเสียงแผดร้องของอสูรกายที่แสนน่ากลัวที่ดังหลอกหลอนพวกเข้าตลอดทั้งคืน คำพูดที่ดังก้องโสตประสาทของพวกเขาจับใจความได้ประโยคที่ว่า

อาวมาอีก ข้ายังม่ายมาววว~!!’




พี่เซเตือนแล้วว่ามันแรง

หัดฟังที่คนอื่นพูดบ้างสิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 784 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #12086 May_talala (@May_talala) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 22:45
    หาเมียให้อาเรสสักคนสิไรท์5555555555
    #12086
    0
  2. #10919 น้ำชา1243 (@ayanokira) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 18:31
    ว่าไงจอนนี่
    #10919
    0
  3. #9547 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 22:11
    ขอบคุณครับ
    #9547
    0
  4. #8446 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 16:18
    หมดเเล้วมังกรไม่เหลือ
    #8446
    0
  5. #8285 bussababan_boonsaenpaen (@12052546kan) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 16:35
    ยังไม่เมาเล๊ยยยย
    #8285
    0
  6. #8183 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 15:33
    โอโห้ ข้ายางงงม่ายมาวว จริงด้วยจ้าาา555
    #8183
    0
  7. #7137 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:36
    ดีนะที่ยังไม่เมา 555
    #7137
    0
  8. #6718 (warrior" *c*) (@catcats) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 09:12
    5555 น่ารักก ซาริก็น่ารัก ฮาเรสก็น่ารักก
    #6718
    0
  9. #6714 NickKy (@0darkeye0) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 12:29
    ไล่อ่านตอนแรกตั้งแต่วันที่5มค61
    ในที่สุดก้อ่านมาจนทันตอนล่าสุด
    ขอบคุณไรท์ที่ทำเรื่องดีๆให้อ่านนะครับ
    #6714
    1
  10. #6713 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 05:01
    ขอตอนต่อไป ด้วยครับ please
    #6713
    0
  11. #6707 basqw (@basqw) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 17:02
    ไรท์หายยย ผมรออ่านนอยู่น๋าาาาา
    #6707
    0
  12. #6699 mon462 (@mon46) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 15:48
    มังกรเมา น่ารักดี มาต่อเร็วๆนะคะ รออยู่
    #6699
    0
  13. #6697 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:44
    มังกรเมาไปอีก 555 น่ารัก
    #6697
    0
  14. #6686 แกะน้อย (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 20:57
    ไม่ใช่ในฐานะคู่จิ้น แต่ในฐานะสหาย เคมีสองคนนี้เข้ากันที่สุดแล้ว

    พัฒนาการของสาวในฮาเร็มมันก็ดี หลากหลาย...แต่ก็ยังรู้สึกชืดชา ในขณะที่พัฒนาการของสองผู้มันน่าสนใจกว่า คู่ดื่ม เป็นผู้ชาย รู้จักกันมาก (ถึงผอ.โลลิจะรู้ถึงตัวตนของเซมากที่สุด แต่เป็นเพราะคุณสมบัติพิเศษในการอ่านข้อมูลสิ่งมีชีวิตและหน้าที่ ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจจริง ๆ)

    สองคนนี้จะสนิทกันได้ถึงขั้นไหนกันนะ จะเป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่ต้องยังต้องระวังในระดับหนึ่ง ยังไม่อาจเชื่อใจได้ หรือจะเป็นแค่ผู้ดูแลเมืองของเซ ชาวไร่ในความปกครองของเซ หรือจะสามารถพัฒนาถึงขั้นที่สามารถถูกยอมรับจากปากว่าเป็น 'สหาย' กันแน่นะ
    #6686
    1
  15. #6680 Np'roythai (@0808694151) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 17:53
    รอเจ้าค่าาา รอวันที่เฟนริลโตด้วย อุอิ รักเรื่องนี้มากๆ
    #6680
    0
  16. #6677 Wcrsbt (@Wcrsbt) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 11:02
    55555 สนุกๆ
    #6677
    0
  17. #6672 B02.01 (@boomcash321) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 19:20
    ชอบกว่าพระเอกก็มังกรดำนี่แหละ55555
    #6672
    0
  18. #6671 PrinceFiendTH (@PrinceFiendTH) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 16:56
    เแนตัวละครที่ขัดแย้งตัวเองสุดๆแต่ผมก็ชอบที่สุด
    #6671
    0
  19. #6669 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 03:07
    เป็นตัวละครที่ชอบที่สุดในเรื่อง 555555555 แอบฮา
    #6669
    0
  20. #6663 หมุปิ้ง (@kingzajr123) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 21:40
    ชอบอาเรส
    #6663
    0
  21. #6656 Ultimated (@jicky7) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 04:02
    ตอนหน้าซาริจะทำยังไงกับแปลงแครอท รึจะเอามาถมห้องนอน5555
    #6656
    0
  22. #6651 Pompam Makionna (@suppamas) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 16:29
    วงวารอาเรส โดนเซรอสมอมเหล้า 😂😂😂
    #6651
    0
  23. #6649 Wfast (@Wfast) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 15:43
    ม่ายมาวววววว
    #6649
    0
  24. #6647 Dark in Heart (@bugsbunne) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 15:02
    ต้อง ถถถ เลยแบบนี้
    #6647
    0
  25. #6645 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 07:39
    ม่ายเมา.... เล้ย อิ อิ อ่านเพลินรวดเดียวเลย ชอบค่ะ ขอบคุณมาก
    #6645
    0
  26. #6588 dumdaibindai (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 18:31
    อาเรสนี่มีหลายฉายาเนอะ ชาวไร่ แย้ดำ ผู้พิทักษ์ ล่าสุดนี่ขอตั้งให้เลย อาเรสขี้เมา3018 55555555555555555
    #6588
    2
    • #6588-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 94)
      26 ธันวาคม 2560 / 19:17
      มันเป็นการดื่มของมังกร 3018 ครับ
      #6588-1
    • #6588-2 dumdaibindai (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 94)
      7 มกราคม 2561 / 20:41
      มังกรจริง3018
      #6588-2