ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,895 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,373

    Overall
    2,256,895

ตอนที่ 89 : SS2 Episode Twenty-Nine : สโตกเกอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 567 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

SS2 Episode Twenty-Nine

 



         คำกล่าวของอินโนเซนเทียร์เป็นคำขาดที่แม้แต่องค์ราชายังไม่กล้าที่จะไม่ปฏิบัติตาม เมื่อถูกห้ามไม่ให้เข้ามารบกวนในช่วงเย็นก็เป็นธรรมดาที่เดลฟีโอน่าจะพยายามอยู่ให้ห่างจากหอคอย หากเธอก้าวพลาดเหยียบแม้แต่เพียงปลายหญ้าในอาณาเขต จะมีอีกกี่ชีวิตก็ไม่เพียงพอ นี่จึงเป็นการรับประกันอย่างหนึ่งที่ว่าสถานะของเซรอสจะเป็นความลับ

         เซรอสแสดงเวทมนตร์ที่ซุ่มฝึกฝนมาตลอดให้อินโนเซนเทียร์ดูเพื่อใช้อ้างอิงแนวทางการฝึก เวทมนตร์ที่เซรอสใช้ได้มีสามอย่างคือ หอกเงา เร้นกาย และสร้างปีศาจเงา ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ฝึกมาจากคำแนะนำของดาร์กเนสที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในจิตวิญญาณของเขาอย่างเงียบๆ มาโดยตลอด

         ทดสอบด้วยการโยนหินก้อนใหญ่เข้าไปหา หอกเงาของเซรอสเคลื่อนไหวดูคล้ายกับจะมีชีวิต มันเป็นการดัดแปลงให้หอกเงาพุ่งขึ้นมาจากเงาของร่างกายสะบัดได้รวดเร็วราวกับเป็นแส้ฟาดฟันหินเหล่านั้นอย่างง่ายดาย หากบอกว่าเซรอสไร้จินตนาการในการฝึกเวทมนตร์ อินโนเซนเทียร์อาจจะเผาไหม้คนที่กล่าวให้กลายเป็นจุลในชั่วอึดใจเพื่อลงโทษ แท้ที่จริงแล้วเซรอสมีความสามารถในการประยุกต์ใช้เวทมนตร์ให้เหมาะกับการสังหารมากกว่าความอลังการตามแบบฉบับของจอมเวท

         เดิมทีเพียงด้วยเวทมนตร์สามชนิดนี้เซรอสสามารถรับมือกับศัตรูที่เป็นระดับมนุษย์ด้วยกันได้ หรืออาจจะรวมไปถึงระดับของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่านั่นยังไม่เพียงพอในความคิดของอินโนเซนเทียร์ เซรอสจำเป็นจะต้องดึงศักยภาพของเวทมนตร์ธาตุความมืดออกมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากที่เห็นอยู่นี้ยังไม่เรียกว่าเข้าถึงคำว่าเวทมนตร์ระดับทำลายล้างซึ่งเป็นจุดสูงสุดของการเป็นจอมเวท

         “จะว่ายังไงดีล่ะ นี่มันผิดแผกจากความเข้าใจที่ผู้คนมีต่อเวทมนตร์ไปทางตรงกันข้ามเลย”

         “ตรงกันข้าม? ยังไง?”

         “ถ้าจะให้อธิบายความหมายในมุมมองของเจ้าให้เข้าใจ จอมเวททุกคนส่วนใหญ่จะพยายามพัฒนาตัวเองให้สามารถใช้เวทมนตร์ที่มีความรุนแรงระดับสูงและหวังผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ในการต่อสู้ แต่เจ้าเลือกที่จะสวนทางกับความคิดเหล่านั้นเป็นการดัดแปลงเวทมนตร์ที่มีอานุภาพเบาๆ ให้มีความเฉียบคมในการใช้งานจนถึงขีดสุดแทน จะว่ายังไงดีล่ะ ไม่ดีแต่ก็ไม่แย่ล่ะมั้ง”

         ความแตกต่างทางด้านมุมมองที่มีต่อเวทมนตร์นั้นนับว่าสมกับเป็นคนที่มาจากต่างโลกเป็นที่สุด แต่อย่างไรซะอาจเพราะเป็นเซรอสด้วยที่ทำให้มันกลายเป็นแนวทางของเวทมนตร์ที่ผิดแผกไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น บรรดาผู้ที่ถูกอัญเชิญมาห้าคนก่อนหน้านี้มีความคิดเกี่ยวกับเวทมนตร์ไปในทิศทางเดียวกันกับโลก ทำให้พวกเขามีศักยภาพสูงพอที่จะกลายเป็นจอมเวทที่น่ากลัว มีเพียงเซรอสคนเดียวที่เปลี่ยนเวทมนตร์ระดับหนึ่งให้กลายเป็นเวทมนตร์สังหาร

         พูดว่าเปลี่ยนให้มันกลายเป็นอาวุธที่เหมาะสมกับตัวเองก็ว่าได้

         และด้วยแนวคิดแบบนี้ทำให้การฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้นดูเหมือนว่าจะไม่คืบหน้า แต่ในความเป็นจริงกลับสร้างผลลัพธ์ที่น่ากลัวขึ้นมาแทน คงไม่มีใครที่สามารถใช้เวทมนตร์ระดับหนึ่งได้น่ากลัวเทียบเท่ากับเซรอสอีกต่อไปแล้ว

         “ถึงจะทำให้มันเป็นเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยมเพียงใด สุดท้ายก็ยังมีข้อจำกัดอยู่สินะ” อินโนเซนเทียร์เพียงแค่สร้างความมืดขึ้นมาและโยนหินใส่ เซรอสไม่อาจเรียกเงาออกมาได้จึงต้องเบี่ยงตัวหลบก้อนหินเหล่านั้นแทน ด้วยปฏิกิริยาที่เร็วกว่ามนุษย์ธรรมดาทำให้ผู้อำนวยการร่างเล็กมองด้วยความสนใจ “ปฏิกิริยายอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้ ความเร็วที่ใช้ไปเมื่อครู่ไม่ใช่ระดับที่ร่างกายธรรมดาจะเคลื่อนไหวได้ทัน”

         เซรอสนิ่งเงียบและไม่คิดจะตอบคำถามเพื่อคลายข้อสงสัยนั้น มันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักในการเปิดเผยความลับของตนเองออกไป

         “เอาเถอะ ถือซะว่าบทเรียนแรกของการฝึกฝนเจ้าทำได้ไม่เลวเลย เราผู้นี้มีความคิดที่จะให้เจ้าฝึกฝนเวทมนตร์ระดับหนึ่งให้คุ้นชิน แต่คงไม่จำเป็นแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มใช้เวทมนตร์ระดับสองกันเลยแบบว่าเสี่ยงตายสุดๆ เลยล่ะ”

         รอยยิ้มเล็กๆ ของอินโนเซนเทียร์ทำให้สัญชาตญาณของเซรอสทำงานอย่างเต็มที่ คำว่า เสี่ยงตายไม่ใช่คำพูดที่เกินเลย แทนที่จะเรียกว่าฝึกเวทมนตร์อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นฝึกการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ซะมากกว่า หากไม่ใช่เซรอสมีพื้นฐานร่างกายที่ไม่ธรรมดาก็คงจบชีวิตไปตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีเหล่านั้นถูกซัดมาแบบหวังเอาชีวิตไม่ใช่แค่การข่มขู่ให้กลัว ถึงอานุภาพจะไม่ร้ายแรงแต่ถ้าโดนเข้าไปไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัสไปอีกนาน

         คนธรรมดาคงร้องไห้และอ้อนวอนขอชีวิตไปแล้ว แต่เซรอสไม่เคยกลัวความตายและไม่คิดจะทำอะไรที่น่าสมเพช จุดเด่นของศักยภาพหมายเลขศูนย์คือยิ่งถูกกดดันอย่างหนักก็จะเป็นการพัฒนาตัวเองขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้จากความผิดพลาดและปรับแก้ไขต่อไปอย่างไม่รู้จบ แม้ในตอนแรกการจู่โจมของอินโนเซนเทียร์ทำได้เพียงไล่ต้อนเซรอสให้จนมุม แต่เพียงแค่ไม่กี่นาทีต่อมาก็เริ่มมีการโต้ตอบกลับมาด้วยวิธีการใช้สิ่งของรอบกายกับเวทมนตร์ในการต่อสู้

         อริธาตุของเวทมนตร์สายความมืดไม่ใช่ธาตุแสงอย่างที่ทุกคนเข้าใจหรือใช้วิธีอ้างอิงตามหลักการพื้นฐานแฟนตาซี หากแต่เป็นธาตุความมืดด้วยกันเองที่มีความเหนือชั้นกว่า ทันทีที่ตกอยู่ในพื้นที่ของความมืดแสงแม้เพียงเล็กน้อยไม่อาจเล็ดลอดผ่านเข้ามาได้เซรอสย่อมไม่อาจสร้างเงาขึ้นมาโจมตีหรือปกป้องตัวเองได้ สำหรับเซรอสที่ใช้เวทมนตร์ความมืดได้ชำนาญในที่สุด สถานการณ์ในตอนนี้ถือได้ว่าเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง

         การที่ไม่เคลื่อนไหวเท่ากับเป็นเป้านิ่งให้ถูกโจมตี เซรอสจึงจำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นกระทั่งมือของตนเอง มีเพียงสัมผัสในการได้ยินเท่านั้นที่ช่วยให้รับรู้สภาพรอบตัวได้ เซรอสยังคงอยู่รอดมาได้นานถึงสิบห้านาทีโดยพยายามปกป้องตัวเองจากการจู่โจมรอบทิศทาง ยิ่งรู้สึกได้เลยว่าประสาทสัมผัสเพิ่มสูงขึ้นทะลุเกินร้อยจากสภาวะกดดัน เป็นผลมาจากร่างกายที่ถูกยกระดับให้มีความสามารถเกินขีดจำกัดของมนุษย์

         เซรอสดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่นานถึงหนึ่งชั่วโมงได้โดยมีเพียงรอยขีดข่วนและรอยบาดแผลเล็กๆ ที่ไม่ได้ร้ายแรง ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เซรอสเข้าใจถึงความแตกต่างในด้านพลังเวทมนตร์มากขึ้น ต้องไม่ลืมว่าอินโนเซนเทียร์ไม่ได้เอาจริงและใช้เวทมนตร์ระดับหนึ่งและสองในการต่อสู้ ตามปกติแล้วเวทมนตร์ระดับหนึ่งของเธอสามารถทำให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์หมดสภาพได้อย่างง่ายดาย การที่เซรอสมีชีวิตรอดจากการโจมตีอย่างจริงจังได้ก็ต้องยอมรับแล้วว่ามีฝีมือที่สูงมาก

         “ต้องขอชื่นชมเลยว่าเจ้ามีความแข็งแกร่งมาก แต่เราผู้นี้อยากให้เจ้าใช้เวทมนตร์ไม่ใช่การดื้อสู้”

         “มันไม่ใช่การฝึกสอนเวทมนตร์หากแต่เป็นการเอาชีวิตรอดมากกว่า” เซรอสเห็นแย้งในการสอนของอินโนเซนเทียร์

         “มนุษย์ปกติแล้วพัฒนาได้จากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริงไม่ใช่หรือยังไง ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าวัดความแข็งแกร่งด้วยการต่อสู้หรอกหรือ?” อินโนเซนเทียร์ถามกลับ ถึงจะบอกว่าเป็นผู้ที่คอยมองดูการเติบโตของมนุษย์แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจทั้งหมด “สัตว์ป่าที่มีชีวิตรอดในวันนี้ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นได้ในวันหน้า เราผู้นี้รู้สึกได้เลยว่าเจ้ามีความเปลี่ยนแปลง”

         “ถ้าเป็นด้านสมรรถนะร่างกายล่ะก็ใช่”

         หนึ่งในข้อดีของหมายเลขศูนย์คือการเป็นตัวทดลองสารเคมีทุกชนิดว่าสามารถรับได้กับนักฆ่าคนอื่นหรือไม่ ดังนั้นจึงมีความสามารถในการพัฒนาร่างกายเบื้องต้นและเปลี่ยนให้เป็นศักยภาพถาวรได้ ซึ่งมันจะเกิดขึ้นกับการต่อสู้ที่มีแรงกดดันอย่างหนัก ปกติแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในโลกเดิมเนื่องจากไม่มีสิ่งใดสร้างแรงกดดันได้อยู่แล้ว ทางองค์กรเองก็หลังจากฉีดสารเคมีตัวนี้ให้กับร่างกายก็มีการทดสอบเล็กน้อย แต่ปัญหาอยู่ที่นักฆ่าเหล่านั้นหลายคนไม่อาจทนรับสารเคมีนั้นได้จนร่างกายระเบิด สุดท้ายก็ยกเลิกการทดลองครั้งนั้น

         เซรอสลองสำรวจดูแล้วพบว่ามีการพัฒนาในด้านปฏิกิริยาตอบสนองเพิ่มมากขึ้นจากเดิม แสดงว่าการฝึกสอนของอินโนเซนเทียร์ไม่ได้ไร้ประโยชน์ เพียงแต่ให้ผลลัพธ์ในทิศทางที่แตกต่าง

         “แต่ขอพูดเลยนะว่าเธอเป็นครูสอนเวทมนตร์ที่แย่มาก”

         “ยังไง? เราผู้นี้ก็สอนตามปกติ หากเจ้าตำหนิเราผู้นี้ว่าสอนได้แย่ เช่นนั้นเราผู้นี้ขอถามหน่อยว่าพวกสัตว์ป่ามันเรียนรู้วิธีในการล่ายังไง หรือว่าต้องมีผู้คอยชี้แจงให้ทุกอย่างว่าควรลงเขี้ยวตรงนั้น และต้องออกล่าเช่นนี้ การฝึกกับเราผู้นี้มันจะต้องเป็นฝ่ายเจ้าต่างหากที่ขโมยวิชาเวทมนตร์ไป ไม่ใช่เรื่องที่เราผู้นี้ต้องคอยชี้นำในทุกย่างก้าว”

         ก็ฟังดูมีเหตุผลจนเซรอสเถียงไม่ออกเหมือนกัน ตอนฝึกเป็นนักฆ่าก็เรียนรู้เพียงแค่การป้องกันตัว ส่วนเรื่องการฆ่าก็เป็นพวกเขาที่ต้องคิดค้นมันขึ้นมาเอง หากคิดจะฝึกเวทมนตร์สิ่งแรกที่ควรทำคือการจดจำและเลียนแบบ จากนั้นจึงค่อยขโมยมันมาดัดแปลงให้เป็นวิชาเวทมนตร์ของตนเอง

         “ชักจะรู้สึกเหนื่อยแล้วสิ ครั้งต่อไปอาหารที่จะเอามาให้เราผู้นี้ช่วยเพิ่มของกินที่หอมหวานนั่นด้วยนะ เจ้าก้อนสีดำนุ่มฟูที่ดูน่าเกลียดนั่นไม่คิดเลยว่าจะอร่อยขนาดนี้”

         “เข้าใจล่ะ เค้กช็อกโกแลตสินะ ส่วนอาหารต้องเป็นเฉพาะรสเผ็ดอย่างเดียวใช่ไหม” เซรอสถามเพื่อความแน่ใจ

         “ใช่ เราผู้นี้ชอบรสชาติแบบที่เจ้าว่ามา เจ้าคงไม่รู้หรอกว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวและต้องกินแต่อาหารไร้รสชาติแบบเดิมๆ ตลอดเป็นหมื่นหมื่นปีมันน่าเศร้าเพียงใด เพราะแบบนี้เราผู้นี้ถึงได้ตื่นเต้นที่มีอาหารใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกใบนี้”

         “ถ้าอย่างนั้นคงต้องเปิดร้านอาหารขึ้นมาสักแห่งแล้วสินะ”

         เซรอสมีความคิดแบบนี้อยู่แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำดี หากคิดจะทำขึ้นมาเซรอสไม่มีทางดำเนินการดูแลได้อย่างทั่วถึงแน่นอน หรือแทนที่จะฝากฝังเอาไว้กับคาเรนก็ดูจะเป็นอะไรที่เรียกปัญหาได้มากขึ้นไปอีก ตอนนี้คาเรนก็ต้องดูแลกิจการของกลุ่มการค้าจนงานแทบจะล้นมืออยู่แล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้คงไม่เหมาะที่จะไปเพิ่มงานให้

         “หากมีอาหารเลิศรสให้เราผู้นี้ได้ลิ้มลองทุกวัน จะยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

 

         สิ่งหนึ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คงจะเป็นการที่เซรอสใช้ชีวิตโดยปกปิดความลับได้อย่างเป็นธรรมชาติมากจนน่ากลัว

         เวลาที่ได้อยู่กับเด็กสองคนเซรอสจะทำตัวเป็นผู้ปกครองที่น่าเคารพและดูใจดี แต่เมื่ออยู่ในโรงเรียนจะแสดงตัวเหมือนพี่ชายที่ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องสาวหรือบทบาทของว่าที่ผู้นำตระกูลในอนาคต ต่อหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะสวมบทบาทเป็นนายพรานและควบคุมพฤติกรรมให้ดูเป็นเหมือนพรานที่ได้รับการศึกษาด้านมารยาท ต่อหน้าบุคคลภายนอกก็จะทำตัวเป็นเด็กหนุ่มที่พูดคุยเก่ง ต่อหน้าคาเรนจะแสดงตัวเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ และต่อหน้าศัตรูเขาจะกลายเป็นนักฆ่าที่ไร้ความปราณี

         เซรอสมีช่วงเวลาที่ต้องพักผ่อนเป็นการส่วนตัวอยู่บ้าง ร้านเหล้าเจ้าประจำที่มาดื่มบ่อยจนเจ้าของร้านแห่งนี้จำได้ จึงไม่ค่อยแปลกนักถ้าจะเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ในร้าน ยังไงซะในโลกนี้ก็ไม่ได้มีกฎห้ามเด็กดื่มเหล้า แต่ที่ไม่ค่อยอยากให้ดื่มมันเป็นสามัญสำนึกของโลกใบนี้ น่าเสียดายที่ร้านนี้ไม่ใช่คนที่มีจิตใจดีงามขนาดนั้น ขอเพียงมีอายุมากพอจะดูแลตัวเองและมีเงินที่จะจ่ายค่าเหล้า จะดื่มมากน้อยแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

         ครั้งหนึ่งที่เซรอสมาดื่มเหล้าและบังเอิญได้ยินเรื่องของกลุ่มขี้เมาที่มีแผนจะปล้นขบวนรถสินค้าของกลุ่มการค้าเซเรน เป็นเซรอสที่บอกเรื่องนี้กับคาเรนและวางแผนจับกุมคนเหล่านั้นได้ทั้งหมดโดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ ต้องบอกเลยว่ามันไม่เพียงแค่เป็นการพักผ่อน แต่ยังเป็นการหาข่าวสารที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในตอนนี้ เพราะว่าโลกนี้ข่าวสารยังเดินทางได้ไม่เร็วนักทำให้ต้องมีการอัพเดตทุกช่วงสองสามวัน

         มีข่าวน่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสถานการณ์ความอดอยากในเมืองอื่นทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น มีการบุกจู่โจมหมู่บ้านที่ทราบมาว่าเป็นแหล่งรวมตัวของพวกปีศาจ ข่าวเกี่ยวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างเสร็จแล้วและกำลังอยู่ในระหว่างการคัดเลือกผู้เหมาะสมจะถือครอง และข่าวลือเกี่ยวกับการหมั้นหมายขององค์หญิงและองค์ชายจากอาณาจักรข้างเคียง ซึ่งดูจากสถานการณ์แล้วน่าจะเป็นการกดดันเพื่อการแต่งงานทางการเมือง ทำให้ทางฝ่ายกองกำลังป้องกันคอยตรวจสอยกันอยู่เป็นระยะ

         เซรอสฟังข่าวสารทั้งหมดและคิดได้เพียงอย่างเดียวว่า โลกนี้วุ่นวายเสียจริง จากนั้นก็ชำระเงินค่าเหล้าและเดินออกจากร้านไป

         มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหน้าไป ถึงจะไม่ต้องพึ่งแสงไฟที่สว่างนักแต่เซรอสก็จดจำรูปร่างได้แม่นยำ นอกจากนี้การแต่งกายก็ดูเป็นผู้หญิงที่มีฐานะบ่งบอกถึงหน้าที่การงานได้เป็นอย่างดี และเธอคนนั้นคืออาเรตต้า ประชาสัมพันธ์ที่เป็นเสมือนมาดอนนาของกิลด์นักผจญภัย เซรอสกำลังจะส่งเสียงเรียกก็ต้องหยุดไป สายตาเพ่งมองไปยังคนน่าสงสัยที่หลบอยู่ในมุมมืดของตรอกเล็กๆ ถัดจากอาเรตต้าไปประมาณยี่สิบเมตร และตอนที่ได้เห็นเธอหยุดเพื่อพูดคุยกับชายซึ่งเป็นทหารก็มีแววตาน่ากลัวถูกส่งออกมา

         อาเรตต้าไม่ได้เป็นคนที่งดงามประดุจเจ้าหญิงในบทละคร เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาแต่ด้วยหน้าที่การงานและนิสัยที่จริงจังทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ในกิลด์นักผจญภัยหลายคนเรียกเธอว่า อาเจ๊ หรือ คุณพี่สาว เนื่องจากบรรยากาศและการแสดงออกของเธอให้ความรู้สึกแบบนั้น และนั่นทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าจะมีเรื่องกับเธอหากไม่อยากเผชิญหน้ากับหน่วยพิทักษ์ในกิลด์นักผจญภัยที่มีตั้งแต่เด็กเข้าใหม่ไปจนถึงระดับแรงค์ A

         ชายคนนั้นสะกดรอยตามอาเรตต้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองก็ถูกสะกดรอยตามอยู่ห่างๆ การกระทำทุกอิริยาบถถูกจับจ้องอยู่แบบนั้น ทั้งการหอบหายใจถี่ๆ คำพูดที่พึมพำเกี่ยวกับสิ่งที่คิดจะทำเพื่อสำเร็จความใคร่ นับว่าเป็นพวกโรคจิตอย่างสมบูรณ์แบบ เขาทำกระทั่งสาปแช่งผู้ชายที่อาเรตต้าพูดคุยด้วยและสาบานกับตนเองว่าจะหาทางจัดการคนเหล่านั้นในภายหลัง

         ความจริงแล้วเซรอสสามารถจัดการก่อนที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ได้ เพียงแต่เซรอสค่อนข้างจะโลภสักเล็กน้อยตรงที่เขาเองก็หวังผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน ดังนั้นถ้ามีคนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ตรงหน้าจะไม่ใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

         บ้านของอาเรตต้าเป็นบ้านแถวสองชั้นที่เรียงกันเป็นตับ แม้ว่ามันจะเล็กแต่มันคือความภาคภูมิใจที่เธอหาซื้อมาเป็นบ้านของตนเองได้ด้วยงานที่สุจริต เซรอสเคยตรวจสอบประวัติของอาเรตต้าทำให้ทราบว่าเธอดิ้นรนมากเพียงใดเพื่อให้หลานชายของเธอซึ่งเป็นลูกของคุณลุงที่เสียไปแล้วได้มีชีวิตที่เป็นปกติ และยังต้องดูแลแม่ที่ป่วยด้วยโรคประหลาดมีร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ที่พอจะทำได้ก็คงเป็นการช่วยดูแลหลานอยู่ที่บ้าน

         อาเรตต้ามาถึงบ้านและกำลังจะเปิดประตู เธอหันซ้ายขวาเพื่อมองหาบางสิ่งบางอย่างจากความมืดหลังจากเกิดมีบางสิ่งเข้ามารบกวนจิตใจ แต่ก่อนที่จะได้ทันผลักประตูร่างของเธอก็พลันถูกบางสิ่งกระชากตัวออกมาและลอยค้างอยู่กลางอากาศเหนือพื้นดินเพียงสองฟุต เธอพยายามจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่ บางสิ่ง ที่รวดเร็วกว่าเลื้อยขึ้นมาตามตัวและพันรอบปากกันไม่ให้ส่งเสียงร้อง

         “ชู่ว์” ชายคนหนึ่งปรากฏตัวและทำท่าทางบอกไม่ให้ขัดขืน “ในที่สุดก็ได้โอกาสพบกันเป็นการส่วนตัวแล้วนะ เทพธิดาของผม”

         พอรู้ตัวว่าถูกจับแล้วแทนที่อาเรตต้าจะรู้สึกหวาดกลัวกลับปรากฏความเด็ดเดี่ยวขึ้นทางสายตา อาเรตต้าไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาที่อ่อนแอ แต่เธอเป็นประชาสัมพันธ์ของกิลด์นักผจญภัยที่ต้องพบเจอกับคนมามาก แต่ละคนก็มีบุคลิกที่แตกต่าง และนั่นทำให้เธอไม่เคยแสดงความรู้สึกหวาดกลัวออกมา ถึงแม้จะเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีเวทมนตร์แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักเวทมนตร์เลย นอกจากนี้อาเรตต้าจดจำผู้คนได้แม่นยำจึงไม่มีทางหลงลืมใบหน้าของชายคนนั้นได้

         เป็นชายหนุ่มที่น่ารังเกียจและเป็นพวกที่คิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว

         ครั้งแรกที่เจอกันผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีความสามารถทางด้านเวทมนตร์เลย แต่เขาก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะใช้เวทมนตร์ให้ได้ มีความตั้งใจที่ดีเพียงแค่ตัดสินใจผิดพลาดในช่วงหนึ่งของชีวิต สิ่งนั้นกลายเป็นการทำลายอนาคตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือการที่เขาฆ่าคนที่เกี่ยวข้องกับเธอทั้งหมดโดยไม่สนใจว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เด็กหรือคนชรา ตอนที่ทราบเรื่องนี้ครั้งแรกก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่าคนอย่างเขาจะทำอะไรแบบนี้ได้ หลังจากมีประกาศจับออกมาชายคนนี้ก็หนีหายไปจากเมือง ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะกลับมาพร้อมด้วยพลังเวทมนตร์ที่น่ากลัว

         “คงจะแปลกใจที่ได้เห็นผมกลับมาสินะ รู้หรือเปล่าว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ผมครุ่นคิดถึงเรื่องของคุณเป็นที่สุด อ่าเทพธิดาที่น่ารักของผมทั้งที่ผมทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับคุณ พยายามปกป้องคุณจากพวกคนที่พยายามสร้างความลำบากใจ หรือกระทั่งผู้ชายที่ชั่วร้ายที่คิดและพูดไม่ดีกับคุณก็เป็นผมคนนี้อีกนั่นแหละที่คอยปัดรังควานให้ นี่แบบนี้ยังไม่ทำให้คุณชื่นชอบในตัวของผมอีกอย่างนั้นเหรอ”

         ความน่ารังเกียจของชายคนนี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณนับจากครั้งสุดท้ายที่ได้พบเห็น อาเรตต้าทำได้เพียงเบี่ยงหน้าหลบแต่ก็ไม่อาจขัดขืนการถูกสัมผัสร่างกายได้ ชายคนนั้นช่างน่ารังเกียจอย่างยิ่งถึงขนาดพยายามที่จะใช้ใบหน้าแนบกับเรือนร่างของอาเรตต้า

         “หรือว่าจะต้องทำให้คนพวกนั้นหายไปดี”

         อาเรตต้าตกใจที่เห็นชายคนนั้นหันไปทางบ้านของเธอเอง และกางมือขึ้นทำให้เกิดเป็นวงเวทขนาดใหญ่ที่ดูจะมีอานุภาพที่ร้ายแรง ต่อให้อยากจะอ้อนวอนแค่ไหนสภาพที่ถูกปิดปากและถูกพันธนาการแบบนี้ไม่มีทางที่จะขัดขืนได้

         “ผมจะยอมปล่อยให้ครอบครัวของคุณมีชีวิตต่อไปได้ หากคุณยอมที่จะมาอยู่เคียงข้างผม”

         ไม่มีทางเลือกให้ปฏิเสธ อาเรตต้าเดาได้ทันทีเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรถ้าเธอไม่ตอบตกลง ครอบครัวของเธอจะต้องถูกฆ่าโดยผู้ชายคนนี้ เธอเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นอาชญากรที่หลบหนีการจับกุมไปซ่อนตัวได้นานถึงสองปี และกลับมาพร้อมด้วยพลังเวทมนตร์ที่น่ากลัว สุดท้ายแล้วก็จำต้องพยักหน้าตกลงด้วยท่าทางที่ดูฝืนใจ

         “ดีมาก ดีมาก เทพธิดาของผม คุณตัดสินใจได้ยอดเยี่ยมที่สุดเลย”

         ชายคนนั้นมีอารมณ์ที่ค่อนข้างจะแปรปรวนอย่างมาก และก้าวข้ามสามัญสำนึกไปเป็นที่เรียบร้อย ถึงขนาดที่บอกเล่าสิ่งที่จะทำหลังจากนี้ทั้งหมดกับอาเรตต้าด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเสื่อม ซึ่งในระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้นก็เกิดมีทหารลาดตระเวนผ่านมาที่บริเวณนั้นพอดี และได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงคิดจะเข้ามาหยุดยั้ง อาเรตต้าหวังเอาไว้ว่าทหารเหล่านั้นอาจจะช่วยเธอได้แต่แล้วก็มีหอกเงาพุ่งขึ้นมาจากพื้นเสียบทะลุแขนขาของทหารไป

         แต่ว่ามันไม่ใช่การฆ่าให้ตาย คงต้องการให้เกิดความเจ็บปวดมากที่สุด ทหารพวกนั้นยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งชายคนนั้นหัวเราะออกมาและยื่นมือออกไปคว้าจับอาวุธที่สร้างขึ้นมาจากเงาบนพื้น จากนั้นก็เสียบมันไปที่ร่างหลายสิบครั้ง

         “พวกแกบังอาจเข้ามาขัดขวางความสุขของผมคนนี้อย่างนั้นสินะ

         เขากระหนำแทงหอกนั่นไปจนกระทั่งทหารคนนั้นหมดลมหายใจ แต่ก็ยังไม่พอใจกับการลงโทษแค่นี้ ชายหนุ่มตัดคอของมันขึ้นมาและลิ้มรสชาติของเลือดสดๆ ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะกลายเป็นฆาตกรโรคจิตไปแล้ว

         “ผู้ใช้เวทต้องห้าม” เสียงของทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมา

         อาเรตต้าถึงได้เข้าใจแล้วว่าความแข็งแกร่งของผู้ชายคนนี้เกิดจากการเรียนรู้วิชาเวทต้องห้ามบางอย่าง ซึ่งมันจะเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจของผู้ฝึกเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ วิหารศักดิ์สิทธิ์ตัดสินให้มันเป็นเวทมนตร์นอกรีตและพยายามกีดกันเวทมนตร์ที่เป็นความชั่วร้ายนี้

         “เวทต้องห้าม ใช่แล้ว ผมคือผู้ใช้เวทต้องห้าม รางวัลสำหรับผู้ตอบถูก...คือความตาย

         สุดท้ายทหารพวกนั้นก็ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ในตอนนั้นเองที่เสียงร้องของทหารเหล่านั้นทำให้ผู้คนตื่นตัวและออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบปิดประตูหน้าต่าง บางคนก็ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ชายผู้เป็นฆาตกรทำหน้าไม่สบอารมณ์ร่ายเวทมนตร์และชี้นิ้วออกไปยังบ้านหลังหนึ่งทำให้เกิดเป็นลำแสงสีดำตัดผ่านไป อีกทั้งยังเป็นการจบสิ้นเสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วย

         “ชักจะน่ารำคาญขึ้นมาแล้วสิ เทพธิดาของผม พวกเราไปกันเถอะ”

         เพียงสะบัดมือก็ควบคุมการเคลื่อนไหวของเงาที่พันธนาการอาเรตต้าให้ลอยตามไปได้ และด้วยความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากฝีมือของชายคนนี้ ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาทำอะไรทั้งสิ้น พวกเขาเอาแต่หลบซ่อนอยู่หลังประตู ไม่ยอมออกมาช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น

         แต่สำหรับเด็กชายคนหนึ่งที่เปิดประตูออกมาจากในบ้าน พร้อมด้วยหญิงสูงอายุคนหนึ่งที่ร่างกายผอมแห้งจนต้องหาที่จับเพื่อที่จะประคองตัวเอง เด็กชายตะโกนเสียงดังและวิ่งเข้าไปหาชายคนนั้น

         “ปล่อยคุณน้าเดี๋ยวนี้เจ้าคนชั่ว”

         “เหอย่าคิดว่าเป็นแค่เด็กแล้วผมจะปล่อยไปเชียวนะ”

         กางมือยื่นไปหาเด็กชายและเริ่มร่ายเวทมนตร์ เส้นแสงสีดำพุ่งเข้าหาเด็กชายโดยอาเรตต้าและหญิงสูงอายุส่งเสียงกรีดร้องออกมา

         ทันใดนั้นเงาร่างของเด็กชายที่อยู่บนพื้นก็พุ่งขึ้นมาบิดเป็นเกลียวคลุมร่างนั้นเอาไว้ ความมืดที่เข้มข้นกว่าทำให้ความมืดของชายหนุ่มไม่อาจทะลวงผ่านเข้าไปได้ เจ้าของเวทมนตร์ถึงกับแสดงอาการหวาดหวั่นออกมาและปล่อยเวทมนตร์ไปอีกสามครั้ง ผลลัพธ์มันก็เป็นเหมือนเดิมคือการโจมตีนั้นไร้ผล

         “ใคร! ฝีมือของใครกัน!

         ส่งเสียงถามกึ่งตะคอกด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว หันไปด้านหลังก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนเผชิญหน้าอยู่

         “ตอนแรกคิดว่าจะมาชวนคุณอาเรตต้าไปทานมื้อค่ำด้วยสักหน่อย ไม่คิดว่าคุณจะมีนัดอยู่ก่อนแล้ว”




ช่วยบอกผมที ผมเดาใจเซรอสไม่ถูก

สรุปแล้วคือมันชอบ อาเรตต้า จริงๆ ใช่ไหม

คาเรนก็สวย แต่มันมองแค่ว่าเป็นหน้าที่ แต่กับอาเรตต้าเหมือนจะไม่ใช่แค่นั้น




ถือโอกาสลองหาตัวละครที่ใกล้เคียงอิมเมจมากที่สุดมา

ตอนแรกคิดเอาไว้ว่า อาเรตต้า คงจะเป็นเหมือน นานาโอะ อิเสะ จากเรื่อง Bleach

แต่พอมาคิดดู เซรอสมันเป็นคนทางฝั่งยุโรปน่าจะชอบคนผมสีมากกว่า

เลยได้มาเป็น ฮันรีเอตต้า จากเรื่อง ล็อก โฮไรซอนแทน

จะว่าไป ชื่อมันก็คล้ายกันอยู่นะ บังเอิญหรือยังไง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 567 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #9539 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:40
    ขอบคุณครับ
    #9539
    0
  2. #8612 Diznie (@Diznie) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 09:09
    จิ้นเซรอส+ซาริ แต่ฮาเร็มก็ได้เราโอเคแค่มีซาริอยู่ในนั้นด้วยก็พอ
    #8612
    0
  3. #8278 Quantum.K (@raynaros) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 22:20
    <p>ลูกของลุง = ญาติผู้น้อง / ลูกพี่ลูกน้อง หรือเปล่า</p>
    #8278
    0
  4. #7131 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:42
    กว่าจะมาช่วย...
    #7131
    0
  5. #6711 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 13:41
    ต้องหน้าม่องี้แหละถึงจะมีเมีย
    #6711
    0
  6. #6666 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:12
    นึกว่าจะออกมาช่วยแบบเท่ห์ๆ -น่าม่อเอ๊ยยยยย
    #6666
    0
  7. #6399 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 13:08
    เฟลิตไปเรื่อยแต่ไม่มีตัวจริงซักคน...
    #6399
    0
  8. #6190 DeathCodeX (@Dechawut) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 10:39
    คนแต่งยังเดาใจไม่ถูก ห้ะะะะะ
    #6190
    0
  9. #6189 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 08:28
    ขอบคุณครับ
    #6189
    0
  10. #6188 0990087839 (@0990087839) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 07:51
    มันก็จะเอนเอียงไปแนวฮาเรมหน่อยๆ อิเซรอสจะเอาไงว่ามาสรุปที่จิ้นเซเรนนี่จิ้นไม่ขึ้นใช่ไหม
    #6188
    0
  11. #6187 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 07:25
    ก็ดูอึนๆมึนๆ ชอบให้ความหวังและปักธงไปทั่ว
    #6187
    0
  12. #6186 poumzato666 (@poumzato666) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 06:43
    น่าเบื่อเเปลกๆ
    #6186
    0
  13. #6182 sivacity (@sivacity) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 20:07
    ไหงคนเขียนมาถามเองซะยังงั้น 555
    #6182
    0
  14. #6181 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 17:23
    หน้าที่ในการทำให้ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นสุข....... !!!!! ในที่สุดก็ตีโจทย์แตก ..ต้องให้พระเอกเราปักธงให้ครบทุกเผ่าสินะ...!!!!!
    #6181
    0
  15. #6179 Aatank (@spyprinces) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 11:51
    นึกว่าวางพลอตมาให้คาเรนเป็นนางเอกสะอีก.
    #6179
    0
  16. #6178 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 11:30
    อืม ต้องให้มีคนตายก่อนหรือ ถึงจะโผล่ออกมาช่วย ตายไปกี่คนล่ะนั่น ถ้าไม่ได้ตามมาแต่แรกก็ว่าไปอย่าง
    #6178
    0
  17. #6177 ขอทานสะท้านฟ้า (@prasart12) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 10:58
    ขอบคุณครับ
     
           คาแร็กเตอร์ของพระเอก ที่ดูแล้วยังเน้นด้านความสามารถที่มีไม่เท่าที่ควร
    #6177
    0
  18. #6176 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 03:11
    เอาทั้ง2คนเลยเปนไง เปนการเพิ่มสาขาและเครือข่าย 55555
    #6176
    0
  19. #6175 Naii M. (@dogmin) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 03:11
    เอาทั้ง2คนเลยเปนไง เปนการเพิ่มสาขาและเครือข่าย 55555
    #6175
    1
    • #6175-1 [chen] (@chentaka) (จากตอนที่ 89)
      5 ธันวาคม 2560 / 08:42
      Let's get the harem shake!!!
      #6175-1
  20. #6174 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 23:14
    สนุกดีครับ
    #6174
    0
  21. #6173 Hanaoka (@vandoza2009) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 21:01
    กว่าจะบวกกันล่อซะจบตอนเลย
    #6173
    0
  22. #6172 AtomieZ (@atom1619) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 20:13
    จากการบรรยายก็พอจะเดาอารมณ์นางได้ว่าแค่หาผลประโยชน์ หรืออาจจะปักธงไว้ก่อนก็ได้ แต่ถ้าเรตจังมาเป็นนางเอกก็ไม่ขัดนะ นางดูไม่น่ารำคาญ หรืออ่อนแอ ชอบ555//ขอบคุณค่า
    #6172
    0
  23. #6171 dekisanradio (@dekisanradio) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 20:03
    หุหุเด่ก็ไปแนวคนรักเยออีกหรอกหุหุใหนจะอาจารโลลิก
    #6171
    0
  24. #6170 MarsWell (@spit) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 19:53
    อ่าว แล้วคาเรนละ ไม่เอาๆ จะให้คาเรนเป็นคนแรกสิ
    #6170
    0
  25. #6169 Ntj :-) (@Minene) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 19:42
    เดาใจเซรอสไม่ถูก555
    #6169
    0