ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,259,267 Views

  • 13,683 Comments

  • 22,803 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19,745

    Overall
    2,259,267

ตอนที่ 90 : SS2 Episode Thirty : ความมืด vs ความมืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 676 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60

SS2 Episode Thirty

 



         การเป็นนักฆ่าทำให้เซรอสเย็นชาต่อการตายของผู้คน เหตุผลที่เขาไม่ยอมออกมาเพื่อปกป้องมีเหตุผลหนึ่งคือการตรวจสอบความสามารถของศัตรูในเบื้องต้น การไปต่อสู้โดยไม่มีข้อมูลความสามารถถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้ เซรอสรู้ตัวว่าไม่ใช่วีรบุรุษที่น่าชื่นชม ดังนั้นเขาจึงไม่มีความรู้สึกโกรธแค้นต่อการกระทำไร้สาระของฆาตกรที่เล่นสนุกกับเหยื่อ ไม่ว่าจะมีผู้คนถูกฆ่าไปมากน้อยแค่ไหน ความเสียใจของเซรอสก็ไม่มีทางเกิดขึ้น

         “สายันต์สวัสดิ์ครับคุณอาเรตต้า ดูเหมือนคุณจะต้องการความช่วยเหลือสินะครับ”

         ตอนนั้นที่เงาซึ่งคลุมร่างของเด็กชายหดกลับไปเป็นเงาบนพื้นตามเดิม เด็กชายสับสนอยู่ครู่หนึ่งก็จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

         “เจ้าคนชั่วร้าย ปล่อยคุณน้าเดี๋ยวนี้

         โชคดีที่เซรอสอยู่ใกล้จึงคว้าแขนเอาไว้ได้ทัน เด็กผู้ชายคนนี้ค่อนข้างจะดื้อและไม่ค่อยจะฟังเหตุผลสักเท่าไหร่ คงคิดว่าตนเองแข็งแกร่งพอจะปกป้องครอบครัวได้เลยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ต่อให้มีความมุ่งมั่นจากคำพูดกรอกหูของผู้ใหญ่ แต่การที่ไม่คิดหน้าคิดหลังอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นได้ และเซรอสไม่รอที่จะอธิบายให้เสียเวลา แค่จับเพียงเบาๆ สติของเด็กชายก็ดับวูบลง ก่อนจะอุ้มไปส่งให้กับหญิงสูงอายุที่ทำท่าจะเป็นลมให้ได้

         “แกเป็นใครกัน บังอาจมาเรียกชื่อเทพธิดาของผมแบบนั้น จงหายไปซะ!

         กล่าวจบก็ยิงลำแสงสีดำออกมา เซรอสร่ายเวทในใจทำให้เงาทั้งหมดรวมตัวกันสร้างเป็นกำแพงทมิฬขึ้น

         เวทมนตร์ความมืดมันเป็นวิชาเวทที่น่ากลัว แต่กลับมีจุดอ่อนตรงที่ไม่อาจใช้ในพื้นที่ที่ไม่มีแสงส่องถึงได้ ซึ่งคนที่ใช้เวทมนตร์สายความมืดบนโลกนี้ได้มีอยู่เป็นส่วนน้อย ด้วยเหตุนี้เองทำให้มีการยกย่องผู้ใช้เวทมนตร์สายความมืดจนมีความสำคัญเหนือธาตุอื่นๆ เพราะมันแทบจะไร้ผู้ต่อต้านได้

         ด้วยความที่เซรอสมีเวทมนตร์ความมืดที่เข้มข้นกว่าการป้องกันของเซรอสจึงไร้เทียมทาน เทียบกันแล้วเวทมนตร์ความมืดที่ชายคนนั้นใช้ก็เหมือนเงาที่เกิดจากแสงที่ส่องผ่านวัตถุโปร่งแสง ในขณะที่เวทมนตร์ความมืดของเซรอสเป็นวัตถุทึบแสง เพียงเรื่องนี้ก็เห็นชัดแล้วว่าใครเป็นผู้ชนะ

         “ไม่จริง ต้องเป็นเรื่องโกหก ผมน่ะใช้เวทมนตร์ต้องห้ามเชียวนะ”

         เซรอสไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ต้องห้ามมากนัก เพราะในความคิดของเขาไม่เคยมีข้อจำกัดเกี่ยวกับเรื่องนั้น เวทมนตร์ก็คือเวทมนตร์ เหมือนกับอาวุธที่มีวัตถุประสงค์เดียวในการใช้งาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักความหมายที่คนบนโลกนี้ใช้นิยามกัน จำได้ว่าเป็นเวทมนตร์ที่ขัดขืนจากความเป็นจริง --- ซึ่งเซรอสเองก็ไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ความเป็นจริงที่ว่า --- โดยเกิดจากการกระทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อย่างการฝังผลึกเวทมนตร์ที่ได้จากมอนสเตอร์ไว้ในร่างกาย และวิธีนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าทำได้จริงหรือไม่ เพราะการทดลองกับมนุษย์เป็นสิ่งชั่วร้ายที่ต้องถูกทำลาย

         หากคิดกันแบบนั้นเซรอสก็คงต้องเป็นศัตรูของมนุษยชาติ ในฐานะของ ผลลัพธ์กันแล้วล่ะ

         ส่วนนิยามจากลักษณะภายนอกที่เห็นได้เด่นชัดคือ สภาพร่างกายที่แทบจะไม่ต่างกับผีดิบเดินได้ และมีสภาพจิตใจที่วิปริตจนเกิดเป็นปีศาจร้ายในคราบของมนุษย์ อย่างเช่นชายคนนี้ที่แสดงอาการหลงใหลในตัวของอาเรตต้าจนถึงขั้นก่ออาชญากรรมได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร

         ไม่ว่าจะโจมตีกี่ครั้งเซรอสก็ป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด แต่เดิมมันก็ไม่ใช่เวทมนตร์ป้องกันเป็นเพียงหอกเงาที่ทับซ้อนกันหลายชั้นจนกลายเป็นเหมือนกำแพงหนา

         “ดีสุดได้แค่นี้?”

         “เป็นไปไม่ได้ ทำไมมันถึงไม่ได้ผลล่ะ”

         เนื่องจากมันเป็นการโจมตีตรงๆ ที่ไม่ได้มีลูกเล่นที่ซับซ้อนการป้องกันจึงทำได้ง่ายชนิดที่ให้ฟรานมารับมือยังไงก็ชนะได้ สิ่งเดียวที่น่ากลัวคือเวทมนตร์ธาตุความมืดนั่นเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้การแบ่งสมาธิไปควบคุมเวทมนตร์พันธนาการก็เป็นธรรมดาที่อานุภาพมันจะลดลง คงเชื่อว่าแค่มีเวทมนตร์ธาตุความมืดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำในสิ่งที่มุ่งหวังได้สำเร็จ

         “ใช่แล้ว มันจะต้องเป็นเพราะผมยังไม่ได้เอาจริง ถ้าผมเอาจริงล่ะก็แกได้ตายไปแล้ว สำนึกเอาไว้ซะด้วย”

         “เข้าใจหาเหตุผลให้ตัวเองดี ลองแบบนี้ก็แล้วกัน”

         หอกเงาพุ่งขึ้นมาจากพื้นเข้าโจมตี เซรอสต้องการให้มันจบในคราวเดียว

         โชคร้ายที่อาเรตต้าถูกดึงเข้ามารับการป้องกันเอาไว้ ชายคนนั้นคงมีความรู้สึกกลัวตายขึ้นมาถึงได้ดึงเอาตัวประกันมาเป็นโล่ เซรอสยังคงอ่านเกมได้ขาดจึงทำให้การโจมตีหยุดลงก่อนจะถึงตัว เงาที่อยู่บนพื้นพุ่งขึ้นมาตัดสิ่งที่พันธนาการอาเรตต้าขาดเป็นชิ้นๆ เซรอสใช้หอกเงาที่เปลี่ยนสภาพให้เป็นเหมือนแส้ดึงร่างของเธอกลับมา

         เวทมนตร์ความมืดของเซรอสจะมีพื้นฐานอยู่ที่เงาทั้งหมด ดังนั้นแล้วมันจำเป็นจะต้องอาศัยเงาที่ทอดยาวอยู่บนพื้น หากเป็นสถานที่ที่มีสิ่งก่อสร้างอยู่เป็นจำนวนมาก หรือพวกต้นไม้สูงๆ ย่อมได้เปรียบกว่าการต่อสู้ในพื้นที่โล่งแจ้ง ทุกการโจมตีจะต้องกำหนดทุกอย่างให้ลงตัวเสมือนกับการวางแผนลอบสังหาร ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับเซรอสที่มีประสบการณ์ในด้านนี้ และเพราะแบบนั้นการช่วยเหลือตัวประกัน --- ที่แม้จะไม่ใช่นิสัย --- จึงสามารถทำสำเร็จได้โดยง่าย

         “ไม่คิดเลยว่าคุณอาเรตต้าจะเสน่ห์แรงขนาดนี้นะครับ ดูเหมือนผมจะมีคู่แข่งที่น่ากลัวรออีกเยอะเลย”

         “พูดบ้าๆ ผู้ชายคนนั้นอันตรายมากเลยนะรู้ไหม”

         “ช่วยไม่ได้นี่ครับ ทางเลือกมีอยู่ไม่มากนักหรอก”

         เหตุผลนี้ไม่ต้องอธิบายอาเรตต้าก็พอจะเดาได้จากการกระทำที่ผ่านมา ชายคนนั้นคงฆ่าผู้บริสุทธิ์อีกเป็นจำนวนมากถ้าเธอหนีไปจากที่นี่ และนั่นคงไม่พ้นการที่ครอบครัวของเธอจะต้องถูกฆ่าตายพร้อมด้วยเพื่อนบ้าน

         “ฉันจะไปตามคนมาช่วย” อาเรตต้าเสนอตัว ทำท่าจะลุกแต่ถูกถึงกลับลงมา ลำแสงเวทมนตร์สีดำเฉียดผ่านไปพอดี

         “ระวังตัวหน่อย เวทมนตร์ไม่มีหูมีตาหรอกนะ” เซรอสเตือนด้วยรอยยิ้ม หันไปมองทางศัตรูที่ทำหน้าเจ็บแค้น น่ากลัวว่าจะมาด้วยวิธีการที่รุนแรงกว่าเดิม “ผมจะถ่วงเวลาเอาไว้ ถ้าเป็นไปได้จะพาออกไปที่ที่ไม่มีคนอยู่เพื่อจำกัดความเสียหายลง หากการจับกุมไม่เป็นผลคงจำเป็นต้องฆ่าเพราะอันตรายเกินไปอาจมีผู้เสียชีวิตอีกมากมายในภายภาคหน้า”

         เซรอสบอกสิ่งที่จะทำให้อาเรตต้ารับรู้เอาไว้ก่อนหากเขาฆ่าคนตายโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอคงต้องถูกสอบสวนจากทหารรักษาการณ์ และด้วยเหตุการณ์มันเกิดขึ้นภายใต้การดูแลของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ อีกไม่นานตัวตนของเขาจะต้องถูกเปิดเผยแน่ๆ

         “หลังจากนับสามแล้วให้ออกวิ่งผมจะป้องกันเอาไว้ให้”

         อาเรตต้าพยักหน้า หลังให้สัญญาณเซรอสก็สร้างกำแพงเงาขึ้นมา การโจมตีของอีกฝ่ายทำให้เกิดเสียงกระแทกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กำแพงเงาก็ไม่สะท้านแต่อย่างใด ถ้าไม่ใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดก็อย่าหวังเลยว่าจะทำลายมันลงได้

         ผ่านการทดสอบโดยอินโนเซนเทียร์ และยังได้รับคำวิจารณ์มาเป็นที่เรียบร้อย

         พออาเรตต้าหนีพ้นแล้วก็คลายกำแพงลง ได้เห็นว่าเทพธิดาที่ตนเองหลงรักหายตัวไปก็เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกโกรธ จ้องมองเซรอสด้วยดวงตาที่เคียดแค้นราวกับว่าหากสายตานั้นฆ่าคนได้ เซรอสคงจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว น่าเสียดายที่สายตามันฆ่าใครไม่ได้

         “แกพาเทพธิดาของผมไปไว้ที่ไหน”

         ชายคนนั้นสะบัดมือโบก ก่อให้เกิดเป็นการโจมตีด้วยหอกเงาซึ่งถ้าพุ่งมาด้วยความเร็วระดับนั้นเป็นธรรมดาที่จะพรากชีวิตของผู้ที่โดนมันไปได้ ถ้ามีระยะสักหน่อยคงเป็นการโจมตีที่ร้ายกาจ น่าเสียดายที่เงาเป็นสิ่งที่มีระยะโจมตีที่จำกัด อีกทั้งความเร็วก็ยังไม่เร็วเท่ากระสุนปืน แม้จะไม่มีความจำเป็นต้องหลบแต่การเรียนเวทมนตร์กับอินโนเซนเทียร์ทำให้ตระหนักได้ว่าไม่ควรประมาทแม้เพียงการโจมตีเล็กๆ

         “ทำไมกัน ทำไมกัน ทำไมแกถึงหลบได้”

         เซรอสไม่ต้องใช้ความพยายามก็หลบหลีกได้สบาย ตรงนี้มีคนอยู่เยอะเกินไปจำเป็นจะต้องพาออกไปจากที่นี่ให้ได้ ใช้ประโยชน์จากพลังในการสร้าง เรียกดูแผนที่เมืองจากมุมสูง --- ผลลัพธ์จากการเดินสำรวจเมืองทำให้มีแผนที่ของเมืองประมาณ 4 ใน 10 --- มองเห็นพื้นที่ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยและมีพื้นที่พอที่จะทำการต่อสู้ได้ เซรอสใช้หอกเงาควบคุมมันขึ้นมารวมกันเป็นมัดกล้ามเนื้อมีโครงสร้างคล้ายมือเงาขนาดยักษ์ จับร่างของชายคนนั้นและเหวี่ยงออกไป

         ไล่ตามด้วยศิลปะเวทที่ผสานเข้ากับช่วงล่างทำให้มีแรงกระโดดสูงเกินมนุษย์ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสามนาทีก็มาถึงจุดที่อีกฝ่ายตกลงมากระแทกเข้ากับกำแพงอิฐที่ขวางกั้นแบ่งเขตจนมันหักโค่น ไม่แปลกที่ตอนนี้อีกฝ่ายจะอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสเพราะจอมเวทยังไงก็ยังมีพื้นฐานเป็นคนธรรมดา ถึงอย่างนั้นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ชายคนนั้นยกบางสิ่งบางอย่างขึ้นดื่มจนหมด ขวดแก้วบรรจุที่ทำมาอย่างดีบ่งบอกได้ถึงความชำนาญของผู้สร้าง

         จากร่างกายที่บาดเจ็บเริ่มได้รับการฟื้นฟู เซรอสจำได้ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน ระดับมานาที่สัมผัสได้จากอีกฝ่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว นี่คงจะเป็นสิ่งที่เซรอสสัมผัสได้ในตอนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย มันเป็นความแตกต่างระหว่าง รู้กับไม่รู้ ที่ชัดเจนมาก ก่อนหน้านี้เซรอสยังไม่รู้กระทั่งการจับสัมผัสด้วยญาณทิพย์ของเวทมนตร์ด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้มันช่วยให้รับรู้ความเปลี่ยนแปลงและรับมือได้ทันท่วงที

         บริเวณนี้มีเงาอยู่น้อยมากเพราะว่ามันไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ถ้าจะมีก็คงเป็นเงาบนกำแพงอิฐซึ่งระยะของมันไม่กว้างพอจะใช้โจมตี ในขณะที่อีกฝ่ายยื่นมือออกมาเบื้องหน้าและเริ่มกล่าวคำร่ายที่สั้นและรวดเร็ว วงเวทที่ปรากฏขึ้นมามีทิศทางโจมตีอยู่ที่รอบตัวของเซรอส

         และมันช้าเกินไป

         เซรอสขยับตัวเข้าไปหาศัตรูและฟันมือสองข้างจนขาด เวทมนตร์ที่กำลังจะแสดงผลถูกทำลายลงเพราะการสูญเสียสมาธิของผู้ร่ายเวท นี่คือจุดอ่อนสำคัญของการเป็นจอมเวทที่ไม่ว่าใครต่างก็รู้ และเซรอสมักจะอาศัยประโยชน์จากจุดอ่อนเพื่อจัดการอย่างเด็ดขาด

         “ขะแขนของผม แกบังอาจตัดแขนของผม

         ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่เข็ดหลาบ ร่ายเวทออกมาด้วยความโมโห โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าเซรอสอยู่ในระยะที่ฆ่าตนเองได้ คงเพราะไม่มีประสบการณ์ต่อสู้ของจริงจึงประมาท หรืออาจคิดว่าถ้าระเบิดคลื่นพลังมานาออกมาให้รุนแรงจะดีดเซรอสให้หายไปได้ แม้ว่ามันจะทำได้จริงแต่เซรอสก็ไม่ได้ขยับไปจากจุดเดิม

         ที่ขาสองข้างมีเงาขึ้นมาพันขายึดติดเอาไว้กับพื้นดินจนดูราวกับเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ฝังรากลึก

         อย่างที่อินโนเซนเทียร์เคยกล่าวเอาไว้ว่าเซรอสเป็นพวกที่คิดสวนทาง ทำให้เขาไม่เคยศึกษาเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดสูงสุดของการเป็นจอมเวท แต่กลับเลือกจะดัดแปลงเวทมนตร์ที่มีอำนาจเพียงเล็กน้อยให้ใช้ได้หลากหลายมากขึ้น หอกเงาที่เคยถูกลงความเห็นว่าเป็นเวทมนตร์โจมตี ถูกทำให้กลายเป็นเวทมนตร์สารพัดประโยชน์ที่มีตั้งแต่ โจมตี ป้องกัน พันธนาการ และยังถูกใช้อย่างหลากหลายจนกลายเป็นเวทมนตร์สำหรับสังหารศัตรูเป็นที่เรียบร้อย

         “ถ้าหากฉันเป็นวีรบุรุษแกคงมีทางเลือกมากกว่านี้ น่าเสียดายที่ฉันไม่ใช่

         เงาจากพื้นวิ่งขึ้นมาเกาะที่มือ รวมตัวกันเป็นหอกเรเปียร์และแทงเข้าไปที่กลางอกจึงเอาชีวิตได้ในชั่วอึดใจ พยายามจะขัดขืนแต่เมื่อไม่มีมือจึงทำได้เพียงใช้แขนทั้งสองข้างพยายามดันออก ดวงตาดูตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่าเด็กหนุ่มที่ยังเป็นนักเรียนจะฆ่าตนเองได้ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงสองนาที ทั้งที่มั่นใจว่าต่อให้มีกำลังเสริมก็คงทำอะไรตนเองไม่ได้มากนัก หรือสุดท้ายก็คงต้องหนีไปซ่อนตัวและค่อยกลับมาใหม่ แต่ทว่าโอกาสนั้นไม่มีอีกต่อไป ชายหนุ่มโรคจิตถูกฆ่าโดยไม่ทันได้แสดงฝีมือที่ซ่อนเร้นให้ผู้คนได้หวาดกลัว

         ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตาย

         เซรอสจึงไม่เคยปล่อยให้โอกาสชนะหลุดลอยไปเพียงเพราะศัตรูต้องการจะแสดงพลังที่แท้จริง และเซรอสรู้ว่าหากยอมให้มันเกิดขึ้นอาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแทน

         หลังจากที่จัดการเป็นเรียบร้อยแล้วเซรอสก็ตรวจสอบศพนั้น ค้นหาของทุกอย่างเพื่อหาหลักฐานสำหรับใช้ยืนยันตัวตน ในกระเป๋ามิติก็นอกจากน้ำและอาหารก็ยังมีขวดยาสามขวด คริสตัลเวทมนตร์ที่หมองซีด อาวุธมีด ม้วนกระดาษบันทึกเวทมนตร์โจมตี ทั้งหมดนี้ถูกเซรอสถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน และเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบจึงแอบขโมยทั้งหมดมาเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น หวังว่าหลักฐานที่พบเจอในวันนี้จะสืบย้อนไปหาผู้ที่เกี่ยวข้องได้

         การทำงานของเซรอสเป็นมืออาชีพมาก หลังจากจัดสภาพศพให้เป็นปกติก็ถึงเวลาที่จะต้องสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมา เขาฉีกเสื้อผ้าและนำมีดอาดามันเทียมที่ทำออกมาเป็นมีดผ่าตัด สร้างบาดแผลให้ตัวเอง จัดสภาพให้เหมือนเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก ในโลกที่ไม่มีการตรวจสอบรอยอาวุธอย่างละเอียดแค่ทำให้ดูบาดเจ็บก็ถือเป็นใช้ได้ และยังต้องปลอมแปลงสภาพแวดล้อม เซรอสใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จัดการเสร็จและลงไปนั่งพิงกำแพงใช้มือปิดปากแผลเอาไว้

         ไม่นานหลังจากที่เซรอสทำทุกอย่างเสร็จ กำลังเสริมก็มาถึง เป็นกลุ่มนักผจญภัยไม่กี่คนที่มาในสภาพเดินเซเล็กน้อย ตามมาด้วยอาเรตต้าที่ต้องการยืนยันเหตุการณ์ด้วยตาคู่นี้ ด้วยฝีเท้าของคนธรรมดาการวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากป้อมทหารเป็นอะไรที่เสียเวลามาก เธอจึงไปร้านเหล้าที่ใกล้ที่สุดเพื่อขอความช่วยเหลือจากนักผจญภัย และขอร้องให้คนที่มีฝีเท้าเร็วกว่าวิ่งไปขอความช่วยเหลือแทน

         “ไม่ช้าไปหน่อยสำหรับกำลังเสริมเหรอ?” เซรอสยิ้มอ่อน ทั้งสีหน้าและท่าทางที่แสดงออกคล้ายกับคนที่บาดเจ็บหนักจริงๆ

         อาเรตต้าปรายตามองไปยังศพของผู้ชายโรคจิตคนนั้น และมาหยุดลงที่เซรอสที่นั่งหายใจรวยริน ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัสหลายแห่ง พลันเข้าใจสถานการณ์ในทันทีและคิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสังหาร ยิ่งได้เห็นว่าเด็กหนุ่มบาดเจ็บหนักแค่ไหนเธอก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้น

         “คุณอาเรตต้าช่วยปิดเรื่องที่ผมเป็นคนฆ่าผู้ชายคนนี้เอาไว้ได้หรือเปล่า”

         “เรื่องนั้นมัน” อาเรตต้าลังเล ในฐานะประชาสัมพันธ์และคนที่ต้องเขียนรายงานส่งให้กับทางหน่วยงานใหญ่ หากปกปิดความจริงจะทำให้การสืบสวนเป็นไปได้ยากมาก

         “ก่อนตายเขาคนนั้นพูดเอาไว้ว่า ผมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่สมควรยุ่ง นั่นแปลว่ามีกลุ่มคนที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ถ้าเรื่องที่ผมเป็นคนฆ่าถูกเปิดเผยออกไปพวกมันจะต้องมาเล่นงานผมไม่ก็พวกเด็กๆ ที่ผมดูแลอยู่แน่นอน เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะรับมือได้” เซรอสเลือกที่จะปั้นแต่งเรื่องโกหกขึ้นมา

         ถึงจะไม่รู้ว่ามีองค์กรเบื้องหลังมาเกี่ยวข้องจริงๆ หรือไม่ แต่เซรอสก็อ้างอิงจากขวดยาที่พบเจอจากศพ มันเป็นของดีและมีเอกลักษณ์ที่ไม่ค่อยมีขายกันตามท้องตลาด และด้วยรูปทรงของขวดยากับผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นนี้เองเป็นไปได้ว่ามันจะต้องเป็นของที่ถูกผลิตขึ้นโดยกลุ่มคนที่มีอำนาจขับเคลื่อนโลกเบื้องหลัง สรุปได้ว่าชายโรคจิตคนนี้เกี่ยวข้องกับความดำมืดของโลกเวทมนตร์

         ในฐานะของคนที่เคยอยู่ในโลกเบื้องหลังมาก่อนย่อมรู้ดีถึงความโหดเหี้ยมดี ถึงจะมั่นใจว่าสามารถรับมือกับอันตรายที่เข้ามาได้ แต่พวกมันก็มีวิธีการหลากหลายที่จะใช้ประโยชน์จากคนข้างกาย ซาริกับฟรานอาจจะตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่เห็นแก่ตัว

         “เข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้ต้องรีบทำแผลก่อน”

         “คุณเคยทำแผลมาก่อน?” เซรอสขยับตัว เขาเป็นคนที่สร้างบาดแผลให้ตัวเองจึงรู้สภาพดี ที่เห็นว่ามีเลือดออกมากจนน่ากลัว แต่ทั้งหมดถูกเลี่ยงในส่วนอันตรายไปหมดแล้ว

         “ที่กิลด์เรามีผู้รักษาอยู่ ถึงจะไม่มากแต่ก็เป็นผู้รักษาที่พวกเราดึงตัวมาร่วมงานได้”

         “อ่า” เซรอสลืมไปเลยว่าการรักษาแผลในโลกนี้จะใช้เวทมนตร์ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า และยังไร้ซึ่งความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อด้วย “เห็นทีคงต้องให้ฟรานศึกษาเวทมนตร์แบบนี้เอาไว้บ้าง”

         อาเรตต้าพาเซรอสไปที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อรักษาแผลให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องตรวจสอบศพคนตายจะต้องมอบให้เป็นหน้าที่ของกองรักษาการณ์แทน เหตุการณ์ที่มีผู้ใช้เวทมนตร์ต้องห้ามมาทำร้ายผู้คนในเมืองเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องได้รับการสืบสวนอย่างเร่งด่วน ด้วยเพราะกลัวว่าจะมีเบื้องหลังที่น่ากลัวรออยู่ เซรอสเป็นผู้บาดเจ็บที่แข็งแรงเกินคาด ทั้งที่มีเลือดออกเยอะถึงขนาดนั้นกลับยังเดินเหินได้เป็นปกติ เมื่อมาถึงกิลด์ก็เรียกตัวผู้รักษาที่กำลังงัวเงียจากการพักผ่อนไม่เพียงพอมาทำหน้าที่

         การใช้งานผู้รักษาของกิลด์นักผจญภัยจะต้องมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของบาดแผล อย่างกรณีของเซรอสอยู่ในระดับกลางไม่ใช่บาดแผลเล็กๆ การเยียวยารักษาจำเป็นจะต้องใช้พลังอย่างมาก เซรอสไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายแต่คนที่จัดการเรื่องนี้ให้คืออาเรตต้าที่ลากคอไปเจรจาอะไรบางอย่าง สุดท้ายผู้รักษาคนนั้นก็ต้องเดินคอตกกลับมาและรักษาให้ฟรีๆ โดยไม่คิดเงิน

         เมื่อตัดเสื้อของเซรอสออกด้วยมีด มันก็ได้เผยรูปร่างของเด็กหนุ่มที่ดูล่ำสัน มีกล้ามเนื้อที่ดูงดงามราวกับรูปปั้นแกะสลักของบุรุษ อาเรตต้าเผลอมองไปครู่หนึ่งด้วยสายตาที่ปกปิดความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่ หันไปบอกให้ผู้รักษาเริ่มต้นลงมือทันที

         วิธีการเยียวยาจะต้องทำทีละแผลและต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ดังนั้นการรักษาส่วนใหญ่จะเริ่มที่แผลฉกรรจ์ที่อาจส่งผลถึงชีวิต

         รู้สึกได้ราวกับมีมดนับร้อยตัววิ่งไปตามบาดแผล ความเจ็บปวดเล็กๆ คล้ายกับโดนเข็มทิ่มแทงยังคงมีอยู่ บาดแผลเริ่มได้รับการเยียวยาและสมานกันเป็นที่เรียบร้อยทิ้งเอาไว้เพียงรอยแผลที่แห้งแข็ง ผู้รักษาหยุดมือและปาดเหงื่อที่ใบหน้าออกลวกๆ

         “เรียบร้อยแล้วสำหรับแผลใหญ่ ที่เหลือก็รักษาตามมีตามเกิด”

         “ยังมีแผลอยู่อีกหลายแห่ง” อาเรตต้าชี้ให้เห็นแผลที่ยังคงมีเลือดออกถึงจะไม่มาก

         “ถ้าต้องรักษาให้หมอนี่จนหมด ก็คงต้องพักอีกยาวเลยล่ะ แผลพวกนี้ไม่ได้ร้ายแรงไปกว่าแผลที่อกขวารักษาด้วยยาสมุนไพรก็พอแล้ว” ผู้รักษาพูดจบก็ลุกเดินออกไป ปล่อยทิ้งอาเรตต้าให้นั่งอยู่กับเซรอส

         บรรยากาศมันเริ่มหนักอึ้งทันทีที่บุคคลที่สามเดินจากไป อาเรตต้ารู้ตัวว่าตนเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ชายโรคจิตคนนั้นมีเป้าหมายที่เธอและเริ่มอาละวาดฆ่าผู้คนไปหลายคน และเซรอสที่บังเอิญผ่านมาเข้าช่วยเหลือจนได้รับบาดเจ็บ

         “ต้องขอโทษที่ทำให้คุณมาเจอเรื่องแบบนี้”

         “ทั้งคุณและผมต่างก็เป็นเหยื่อ พวกเราเป็นผู้เสียหาย” เซรอสขบกรามแน่นหลังได้รับยาผงที่อาเรตต้านำมาใส่บนบาดแผลและใช้ผ้าพันให้เรียบร้อย “เชื่อว่าอย่างน้อยคุณก็คงต้องเคยทำแผลให้ใครสักคน น่าเสียดายที่ผมไม่ใช่คนแรก โอ๊ย!

         อาเรตต้าจงใจออกแรงพันผ้าให้แน่นขึ้นหลังถูกเซรอสพูดจาก่อกวน เด็กหนุ่มส่งยิ้มกวนๆ ให้ และทำแผลให้ตัวเองจนเสร็จ เหลือทิ้งเอาไว้เพียงรอยขีดข่วนตามร่างหาย นำเสื้อผ้าสำรองออกมาเปลี่ยน ยังคงรู้สึกเจ็บแผลแต่ก็ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นขยับไม่ไหว อาเรตต้ากลับมาอีกครั้งเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับข้ออ้างที่จะใช้ คงเข้าใจดีว่าถ้าหากมีเบื้องหลังอยู่จริง เป้าหมายที่จะต้องถูกจัดการคือคนที่พยายามจะเปิดโปงการมีอยู่ของ เงามืด

         สุดท้ายแล้วก็ช่วยกันปั้นแต่งเรื่องราว อาเรตต้าได้มารู้ในตอนนี้ว่าเซรอสเป็นเด็กหนุ่มที่ปิดซ่อนความสามารถที่แท้จริงเอาไว้ ตัวตนของเขาถูกปกปิดโดยสมบูรณ์และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า เรื่องที่เขาใช้เวทมนตร์ธาตุความมืดจึงรับรู้กันเพียงสองคนเพราะในโลกนี้คนที่ใช้ธาตุความมืดได้มีอยู่น้อย ซึ่งมันเป็นความเสี่ยงที่อาจถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์วุ่นวายในอนาคต อาเรตต้าเชื่อว่าการที่เซรอสใช้ชีวิตอยู่แบบคนธรรมดาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

         ก่อนจากเซรอสยังได้บอกเหตุผลที่ไปหาอาเรตต้าในวันนี้ แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่เธอก็ได้รับกล่องของขวัญที่ข้างในเป็นเสื้อสเวตเตอร์ถักมือ ถุงมือ ผ้าพันคอ และหมวกผ้าสำหรับใส่ในฤดูหนาวที่ใกล้จะมาถึง แน่นอนว่าในโลกนี้ยังไม่เคยปรากฏชุดแบบนี้มันจึงเป็นของที่ดูมีราคาแพงมาก เซรอสบอกเพียงแค่ว่าเป็นความรู้ตกทอดมาจากคุณแม่ที่เสียไปสอนวิธีทำให้ และปฏิเสธที่จะรับมันคืน






อาเรตต้าน่าสงสารจังเลย โดนไอ้หมีหลอกแล้ว!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 676 ครั้ง

79 ความคิดเห็น

  1. #10420 Chompoo0Chompoo (@Chompoo0Chompoo) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 21:45
    มีหุ่นของเซรอสไว้ให้ดูเล่นมั้ยคะ😂😂😂
    #10420
    2
    • #10420-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 90)
      5 กันยายน 2561 / 08:26
      ให้นึกภาพของหนุ่มหล่อตามรูปอิมเมจเซรอส แล้วนึกถึงภาพกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงสวย มีประกายเงางาม และผิวสีเนื้อ
      #10420-1
  2. #9540 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:59
    ขอบคุณครับ
    #9540
    0
  3. #8444 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 12:33
    หมีโรคจิต
    #8444
    0
  4. #7132 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:04
    ตัวพ่อเลยนะ 555
    #7132
    0
  5. #6967 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 01:11
    ความสามารถล่วนๆ เลยสินะ
    สนุกมากคับ
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6967
    0
  6. #6873 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 09:25
    อย่างอาเร๊ตต้า เขาเรียก โมเอะ ต่างหาก
    #6873
    0
  7. #6712 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 14:59
    แจ้งเหตุด่วนๆ มีพี่หมีหลุดจากสวนสัตว์!!!
    #6712
    0
  8. #6694 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 18:12
    ตุ๊กตาทองมากเว่อ 555
    #6694
    0
  9. #6470 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 11:06
    เวทความมืดทุกอย่างต้องใช้ในที่ที่มีแสงหรอ หรือเฉพาะเวทเงา
    #6470
    1
    • #6470-1 ผู้ลึกลับสีดำ (@KratHasas) (จากตอนที่ 90)
      26 ธันวาคม 2560 / 19:33
      น่าจะเฉพาะเวทย์เงานะ ขึ้นชื่อว่า [เงา] แต่จะไปเหมารวมกับ [ความมืด] ก็ไม่ได้ 555+ เงาจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อมีแสง แสงยิ่งสว่างเงาก็ยิ่งเข้ม มันคือความสมดุล
      #6470-1
  10. #6401 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 13:38
    ทอแลอวอร์ด ปีนี้ได้แก่ เซรอสสสส
    #6401
    0
  11. #6306 brazelra P (@brazelra601) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 06:24
    โดนตัดแขนไปแล้วเอามือสองข้างดันออก ไรท์ลืมหรือป่าว
    #6306
    0
  12. #6290 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 22:43
    หมีตัวนี้ช่างเหลี่ยมจัดเหลือเกิน!
    #6290
    0
  13. #6288 Aki_Aki (@Amamiya_Mika) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 15:40
    รอค่ะ สนุกมากเลย
    #6288
    0
  14. #6274 nongspy555 (@nongspy555) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 03:06
    ก็ชอบนะ...สนุกครับ
    #6274
    0
  15. #6273 Kthongmalai (@Kthongmalai) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 16:48
    รอจ้า สนุกมาก
    #6273
    0
  16. #6268 Icrcream (@Icrcream) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 14:06
    สนุกมากกกก ชอบค่าาา
    #6268
    0
  17. #6262 nunezzhu (@nunezzhu) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 23:04
    เป็นพี่หมีที่ซึนมากกกก
    #6262
    0
  18. #6261 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 16:27
    ขอบคุณครับ
    #6261
    0
  19. #6259 P.D.H.M (@tiwter1995) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 06:57
    ได้แผลกลับบ้านแบบนี้ เดี๋ยวฟรานก็น้ำตาซึมหรอกเซรอส ดีไม่ดีจะจะหาเรื่องไปสอบใบอนุญาตสักรอบก่อนกลับบ้านเลยนะ กำ
    #6259
    0
  20. #6258 321ยิ้ม~ (@A4306117211) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 01:33
    ทั้งหยอดทั้งเปย์ ปักธงซะขนาดนี้ เสร็จหมีแน่ๆ
    #6258
    0
  21. #6257 Sylvania99 (@Sylvania99) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 01:07
    ขอบคุญครับ
    #6257
    0
  22. #6256 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 23:28
    ธงเล่มเบ้อเร่อ ปักเข้ากลางใจ
    #6256
    0
  23. วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 22:57
    -หมีมันมีของมาเซ่นด้วย น่ารักจริงๆ
    #6255
    0
  24. #6254 oookkkii (@noookkkii) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 22:56
    หมีมันเนียนโว่ยมีขงมีของมาให้สืบทอดจากคุณแม่เลยน้ามองบนแปป55555555
    #6254
    0
  25. #6253 ที่ชาร์ตแบต (@kafil2006) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 22:30
    หมีมันเสน่แรงจริงๆ
    #6253
    0