ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,262,896 Views

  • 13,685 Comments

  • 22,817 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    23,374

    Overall
    2,262,896

ตอนที่ 67 : SS2 Episode Seven : วงเวท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35081
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 740 ครั้ง
    22 ก.ค. 60

SS2 Episode Seven

 



         ห้องสมุดเป็นสถานที่ที่อนุญาตให้นักเรียนเข้ามาศึกษาหาความรู้ได้ ซึ่งด้วยหนังสือทั้งหมดที่เห็นอยู่นี้หลายเล่มเป็นหนังสือที่มีการเขียนขึ้นมาอย่างจำกัดทำให้หาได้ยากมากที่นอกรั้วโรงเรียน มันมีกฎข้อห้ามในการรักษาความลับเพื่อไม่ให้ระบบการศึกษานี้ถูกอาณาจักรอื่นขโมยไปได้ แต่ถึงกระนั้นจำนวนนักเรียนที่เข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้ก็มีอยู่ไม่ถึงร้อยละยี่สิบของนักเรียนทั้งหมด เนื่องจากคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญด้านการปฏิบัติเป็นหลัก ขอเพียงทำได้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาศึกษาเพิ่ม แต่ก็ยังมีบางคนที่ให้ความสนใจในการศึกษานี้เยุดเลยบด้วยจ้าคะ ซาริแค่เหมาหมดร้านเองเจ้าค่ะ"นร้านมาซะเยอะเลย"๋ามิติเอาตะกร้าออกมา "้าหาทุกคนได้อย่างรวดเร็วแล้ว ไม่นานก็จะต้อป็นอย่างมาก หนังสือที่มีจำกัดแค่เล่มสองเล่มจึงต้องมาแย่งกัน

         ฟรานนั่งอยู่ในห้องสมุดตั้งแต่ได้รับอนุญาตให้มาอ่านหนังสือเรียนรู้เวทมนตร์ได้ แต่เท่าที่ได้ลองอ่านผ่านตาในแต่ละเล่ม มีเล่มหนึ่งที่เนื้อหาคล้ายกับหนังสือที่เซรอสมีอยู่ในบ้าน แต่นั่นมีข้อมูลที่อ่านได้ง่ายและทำความเข้าใจได้รวดเร็ว ตอนที่ได้ลองอ่านดูก็รู้ได้เลยว่าหนังสือมันเป็นเล่มเดียวกัน เพียงแต่เซรอสปรับแก้เนื้อหาให้ถูกต้องที่สุด ส่วนเล่มที่ถืออยู่นี้ยากแก่การทำความเข้าใจ

         การฝึกในส่วนของสาขานักรบไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการฝึกร่างกายในช่วงต้น โดยพวกเขาให้คำอธิบายเพียงแค่ว่าเป็นการฝึกเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับภาระที่เกิดจากการข้ามขีดจำกัดร่างกาย เนื่องจากเวทมนตร์ไร้สายจำพวกเสริมพลังนั้นจะกินกำลังกายอย่างมาก ถ้าไม่มีการปูพื้นฐานเลยจะกลายเป็นว่ากล้ามเนื้อได้มีการอักเสบแน่ ดังนั้นหลังจากที่จบการฝึกซ้อมแล้วจึงถือว่าการเรียนในวันนี้สิ้นสุดลง เซรอสจึงตั้งใจว่าจะมาหาหนังสือมาศึกษาเบื้องต้นโดยใช้ความได้เปรียบของตนเอง

         โดยห้องสมุดนั้นกินพื้นที่ชั้นสามของฝั่งตะวันตก มีทางเข้าออกทางเดียวที่จะต้องผ่านบรรณารักษ์คอยเฝ้าเอาไว้ไม่ให้มีนักเรียนคนไหนแอบขโมยหนังสือออกไป แต่ก็ไม่ต้องหวังว่าจะมีหนังสือมากมายขนาดนั้น อย่างมากที่สุดก็มีราวๆ 400 – 500 เล่ม ที่ไม่เหมือนกัน ที่เหลือก็จะเป็นหนังสือที่มีการเขียนซ้ำขึ้นมาในจำนวนจำกัดโดยนักคัดลอก

         “หวา~! หนังสือเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ” ซาริส่งเสียงดังจนเซรอสต้องสับหัวไปหนึ่งที

         “ห้องสมุดไม่ใช่ที่ที่จะมาส่งเสียงได้นะ รักษามารยาทหน่อย”

         “เจ้าค่า” ซาริร้องออกมาเสียงเบา

         มองเห็นฟรานนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมหนึ่งของห้องสมุด พบว่าเธออ่านหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์พื้นฐาน จำได้ว่ามีเล่มที่เขาเขียนปรับแก้เอาไว้ด้วยเลยไม่เข้าใจว่าทำไมฟรานถึงได้นำมันออกมาอ่าน

         เพราะห้องสมุดไม่ได้มีการจัดระเบียบหมวดหนังสือ และไม่นิยมการเขียนชื่อปกหนังสือด้วยมันเลยกลายเป็นว่าการจะหาหนังสือสักเล่มหนึ่งจะต้องพึ่งพาบรรณารักษ์ นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาหาความรู้เพิ่มเติมเนื่องจากมันหายากก็ได้

         บรรณารักษ์ที่สวมฮู้ดปิดบังใบหน้าอยู่ในคอกส่วนตัวที่ล้อมด้วยกรงไม้ รอบตัวมีแต่หนังสือที่เปิดอ่านทิ้งเอาไว้ และที่อยู่ตรงหน้าคือหนังสือเปล่าที่กำลังอยู่ในระหว่างคัดลอกอยู่ด้วย เซรอสคิดว่าบรรณารักษ์คนนี้น่าจะเป็นนักคัดลอกที่ถูกจ้างมาเพื่อให้เพิ่มจำนวนปริมาณของหนังสือให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่สังเกตจากการหยิบจับแต่อุปกรณ์ทั้งหมดในห้องนี้มีการเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ที่นั่งเบาะที่ไม่ได้ถูกขยับมาเป็นเวลานาน บรรณารักษ์คนนี้จะต้องทำงานอยู่ที่นี่มานานมาก

         พอแจ้งชื่อหนังสือที่ต้องการออกไป บรรณารักษ์ลุกขึ้นขยับไปด้านหลังหยิบเอาหนังสือเล่มที่เหมือนจะพึ่งทำเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ออกมาส่งให้ --- ความรู้สึกแรกที่รับรู้ได้คือบรรณารักษ์คนนี้เป็นผู้หญิง สังเกตจากมือที่ยื่นส่งมาให้มันมีผิวที่ดูอ่อนเยาว์มาก --- หน้าปกดูเรียบง่ายไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น แต่เมื่อเปิดดูหน้าแรกนั้นมีหัวข้อเกี่ยวกับ วงเวท เขียนกำกับเอาไว้ด้วย

         “ขอบคุณมากครับ”

         “ซาริขอเหมือนท่านเซรอสเจ้าค่ะ”

         ได้หนังสือที่ต้องการแล้ว เซรอสก็ไปนั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับฟราน เอลฟ์เด็กเงยหน้าขึ้นมองแล้วจึงพูดขึ้นมาว่า

         “หนังสือ ไม่ดีเลย” เป็นการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อมเลยอาจจะกลายเป็นปัญหาเวลาคุยกับคนอื่นอยู่นิดหน่อย “ของเซรอส ดีกว่า”

         เซรอสยิ้มขำ ไม่อาจบอกได้หรอกว่าความรู้ที่เขาปรับแก้นั้นก็ได้ดาร์กเนสช่วยอธิบายความหมายให้เข้าใจ และค่อยขัดเกลาสำนวนให้อ่านได้ง่ายแม้จะเป็นเด็ก ดังนั้นพอรู้แล้วว่าหนังสือที่ตนเองเขียนจะช่วยพัฒนาผู้คนได้ มันควรจะถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีที่สุด ไม่ใช่ของที่ควรจะถูกนำมาเผยแพร่

         อาจจะฟังดูเหมือนเซรอสต้องการผูกขาดความรู้เอาไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่ว่านั่นคือความคิดของเซรอส

         เซรอสไม่ใช่ผู้กล้าที่มีจิตใจเมตตายอมสอนให้ศัตรูแข็งแกร่งขึ้น ความคิดขององค์กรคือการผูกขาดอนาคตเอาไว้กับตนเองและคอยควบคุมเพื่อสำรวจดูว่ามนุษย์พร้อมจะรับผิดชอบกันหรือไม่ แต่จากหน้าประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกเอาไว้ มนุษย์ใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง โดยการก่อสงครามกันอย่างต่อเนื่อง หากเปิดเผยความรู้ที่ช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้ผู้คนได้ ผลที่จะตามมาก็คือการสร้างขุมกำลังเพื่อยึดครองแหล่งที่อยู่อาศัยอื่นๆ เป็นเพียงการล่าอาณานิคมเท่านั้น

         “มานานหรือยัง”

         “ถูกไล่มา เพราะเก่ง”

         หากเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องของฟรานแล้วบังเอิญได้ยินเรื่องที่พูดนี้ พวกเขาคงจะหัวเราะและมองว่าฟรานเป็นพวกที่หลงตัวเอง

         เซรอสเข้าใจดีว่าการที่เก่งเกินกว่าระดับมาตรฐานเฉลี่ยนั้นหมายถึงการที่จะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นสำหรับโรงเรียนที่จะต้องผลักดันความสำเร็จ ฟรานอาจจะเป็นถึงตัวแทนนักเรียนในการแข่งขันทักษะทางเวทมนตร์ในปีนี้ด้วยก็ได้

         แต่นั่นเท่ากับว่าจะผิดวัตถุประสงค์เดิมที่ตั้งใจจะให้ซาริกับฟรานมาเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมข้างนอก

         ข้อดีของเซรอสก็คือเขาสามารถบันทึกข้อมูลชนิดใหม่ได้ในหน่วยความจำของสมอง เป็นข้อดีเพียงหนึ่งเดียวของหมายเลขศูนย์ที่ป้อนข้อมูลได้จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพียงแค่อ่านมันความรู้พวกนี้ก็จะถูกสร้างเป็นไฟล์ใหม่ขึ้นมาให้เลือกศึกษาในช่วงเวลาใดก็ได้

เรียกดาร์กเนสออกมาเพื่อขอความเห็น

วงเวทเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่ใช้แทน คำร่าย เป็นเพียงวิธีการฝังจารึกลงบนวัตถุเพื่อนำมาใช้งานได้ในภายหลัง เป็นวิธีการสำหรับผู้ที่มีปริมาณของมานาที่น้อยมากจนไม่อาจใช้เวทมนตร์ที่มีอานุภาพรุนแรงได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้พวกเขาเวทมนตร์ที่รุนแรงได้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นขั้นตอนในการเตรียมการที่ยุ่งยากและใช้เวลานานเท่านั้น ในอดีตได้มีการส่งมอบความรู้เรื่องวงเวทนี้ออกมาสองประเภทคือวงเวทโจมตี และวงเวทป้องกัน

ทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามนุษย์ก็ได้มีการสร้าง ดัดแปลง แก้ไข จากต้นแบบที่ให้ไว้ จนปรากฏเป็นศาสตร์วงเวทแบบใหม่ขึ้นเพื่อให้สะดวกในการพกพาไปไหนมาไหน ต้องบอกว่ามันเป็นความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์ที่พัฒนาต่อยอดความรู้เหล่านั้นเพื่อความสะดวกสบายของตนเอง

         ดาร์กเนสบอกว่าจารึกที่มีบันทึกเอาไว้อยู่นี่ขาดความสมดุลทำให้ประสิทธิภาพของมันลดต่ำลงมาก อานุภาพรุนแรงเพียงแค่หนึ่งส่วนสิบ ซึ่งดาร์กเนสสามารถสอนรูปแบบที่มีความสมดุลให้ได้จำกัดเพียงแค่จารึกของเวทมนตร์ธาตุความมืดเท่านั้น เพราะในแต่ละธาตุก็มีจารึกเวทมนตร์ในรูปแบบพิเศษ และจะสอนเกี่ยวกับวิธีการดัดแปลงและแก้ไขให้

         จากคำอธิบายเบื้องต้น วงเวท ที่แสดงให้เห็นอยู่นี้จะมีเงื่อนไขอยู่ห้าหัวข้อด้วยกันคือ ธาตุ เป้าหมาย เงื่อนไข สิ่งแลกเปลี่ยน ผลลัพธ์

         ธาตุ เป็นการกำหนดธาตุที่จะใช้งาน โดยแต่ละธาตุจะมีรูปแบบพื้นฐานวงเวทไม่เหมือนกัน

         เป้าหมาย เป็นกำหนดเหตุผลของการใช้งานวงเวท เช่น ศัตรู หรือ ตัวเอง

         เงื่อนไข เป็นการเจาะจงวิธีการใช้งาน เช่น โจมตีศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เมื่อศัตรูเข้ามาในระยะทำการ ฯลฯ

         สิ่งแลกเปลี่ยน ก็คือเงื่อนไขหลักที่จะทำให้เวทมนตร์นี้ทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม คล้ายกับศาสตร์แปรธาตุ

         ผลลัพธ์ ก็คือการแสดงผลลัพธ์ให้ออกมาเล่น ยิงไฟออกมารอบทิศทาง พ่นไฟออกมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ฯลฯ

         นี่เป็นเพียงรูปแบบการใช้งานวงเวทขนาดเล็กเท่านั้น มันยังมีเรื่องของพื้นที่แสดงผล ระยะเวลาการทำการ เพิ่มเติมเข้ามาในวงเวทขนาดกลาง สิ่งแลกเปลี่ยนก็จะต้องใช้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่พวกเซรอสเรียนอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงแค่การศึกษาเวทมนตร์ขนาดเล็กที่ช่วยให้เก็บเวทมนตร์เอาไว้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาร่ายอีกเลย

         หลังจากที่อ่านหนังสือจบแล้ว มองดูนาฬิกาก็เย็นมากแล้ว และสังเกตเห็นว่าเริ่มมีนักเรียนเข้ามาใช้บริการกันเพิ่มขึ้น โดยที่พอจะจำได้คือมีเพื่อนร่วมชั้นที่โดนลงโทษให้มาทำการบ้านเหมือนกัน พวกนั้นพอมองเห็นเซรอสกับซาริอยู่ด้วยกันก็เขม่นหน้าใส่ ซึ่งจะเกิดเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไหนแต่ไรมาเด็กๆ ก็ไม่ชอบทำการบ้านอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจึงชวนทั้งสองคนกลับบ้าน

         การเรียนวันแรกแม้จะไม่ได้สร้างปัญหาที่ถึงขั้นทะเลาะวิวาท แต่ซาริก็ป่วนเกินกว่าจะพูดได้ว่า จบลงด้วยดี จากนี้ซาริจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันของเพื่อนร่วมชั้น ถ้าหากว่าการเขม่นเหล่านั้นจะได้ผลล่ะนะ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าซาริน่ะแท้จริงแล้วซื่อขนาดไหน ต่อให้แกล้งหลอกจนร้องไห้วันนี้ ตื่นขึ้นมาก็ลืมแล้วว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากต้องให้คำนิยามล่ะก็ ซาริเป็นประเภทที่ไม่ใส่ใจต่อเหตุการณ์รอบตัวนั่นแหละ

         เซรอสศึกษาเกี่ยวกับวงเวทผ่านการส่งข้อมูลเข้ามาในหัวโดยตรง ถึงอย่างไรก็รู้สึกว่าไม่ชอบมันเอามากๆ เพียงเท่านี้ก็จะได้รู้เรื่องของวงเวทในระดับที่ใช้งานได้จริง แต่มันจำกัดรูปแบบเวทมนตร์ธาตุความมืดเท่านั้น คิดว่าถ้าประยุกต์ใช้ให้ดีสามารถใช้มันเป็นกับดักได้ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะนำมาใช้งานมันในรูปแบบใด แต่เพื่อความคุ้นชินจึงได้นำกระดาษออกมาคัดลอกจารึกรูปแบบของวงเวทพื้นฐานก่อน ส่วนที่เขียนเสร็จแล้วก็นำไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานการมีอยู่ของรูปแบบวงเวทที่สมบูรณ์ที่สุด

         คิดได้ว่าวงเวทพวกนี้น่าจะมีวิธีการใช้งานที่ดีกว่าในด้านป้องกันกับโจมตี แต่กลับไม่มีผู้ใดคิดจะศึกษาค้นคว้าหรือดัดแปลง เซรอสเลยอยากจะศึกษามันเพิ่มเติมเพื่อที่ว่ามันอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะช่วยแก้ปัญหาหลายๆ อย่าง จากที่ศึกษาคุณประโยชน์ของมันผ่านแนวความคิดของผู้คนบนโลกนี้ นอกจากจะใช้เพื่อทำคัมภีร์เวทมนตร์ให้คนทั่วไปได้ใช้งาน ก็จะมีรูปแบบเกราะป้องกันการโจมตีสำหรับติดตั้งในสถานที่สำคัญ แต่สิ่งที่นิยมกันมากที่สุดคือการศึกษาเวทมนตร์เพื่ออัญเชิญมอนสเตอร์ที่อยู่ห่างไกลมาช่วยสู้

         ในบันทึกบอกเอาไว้ว่าที่อาณาจักรข้างเคียงมีการคิดค้นเวทมนตร์สำหรับอัญเชิญเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาเนื่องจากต้องการชิงความได้เปรียบในการทำสงครามกัน มีการส่งสายลับออกไปเพื่อเก็บข้อมูลเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ได้ความอะไรมากนัก ในขณะที่ทางไอทาเรียก็มีเวทมนตร์ประเภทเคลื่อนย้ายติดตั้งเอาไว้ในตัวปราสาท เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็มีการเก็บงำวิทยาการด้านเวทมนตร์พิเศษไว้กับตัวเอง

         เซรอสคิดว่าความเป็นไปได้ที่จะสร้างประตูมิติเคลื่อนย้ายแบบกำหนดเส้นทางเอาไว้ให้สามารถทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ปัญหาก็คือเขาจะต้องตีความหมายของวงเวทพวกนี้ออกมาในรูปแบบที่ตนเองสามารถเข้าใจได้ง่ายที่สุด

         “มันคงจะดีกว่านี้ถ้าองค์กรนั่นเปลี่ยนเราให้กลายเป็นอัจฉริยะ”

         เซรอสพูดจิกกัดตนเองราวกับพูดถึงคนอื่น

 

         ในวันถัดมาพวกเซรอสมาถึงโรงเรียนก่อนเสียงระฆังจะดัง บรรยากาศในตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าเขาถูกจับตามองอยู่ ส่งสายตามองตวัดออกไปอย่างรวดเร็วพบเห็นเงาที่หายหลบไปอยู่หลังต้นไม้บ้าง และยืนเสร่อทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บ้าง แต่โดยรวมแล้วมีกันอยู่ประมาณหกคน ซาริกับฟรานยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ น่าจะเป็นเพราะเซรอสอยู่ในวงการที่จะต้องมีสัมผัสที่เฉียบคมต่อการถูกจับตา

         ขณะที่กำลังคิดว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรดี อีกฝ่ายก็เดินเข้ามาหา

         ท่าทางเหมือนจะเอาเรื่องอยู่บ้าง แต่ไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นอันธพาลที่มีเป้าหมายเป็นการหาคู่ซ้อมมือก่อนเริ่มเรียน ที่ต้องมีคนมายืนเป็นแบล็กกราวด์ก็เพื่อเสริมให้ตัวเองดูมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เครื่องแบบเป็นของนักเรียนสาขาเวทมนตร์แม้จะเหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆ แต่มันได้ผ่านการใช้งานมาพอสมควร ตราบนอกเสื้อบอกว่าเป็นนักเรียนปีสาม น่าจะมีประสบการณ์สู้จริงมาบ้าง

         ส่วนแบล็กกราวด์ด้านหลังทั้งห้าคนมีทักษะทางร่างกายไม่ค่อยสูง มีท้วมบ้าง สูงบ้าง แต่ไม่มีใครมีกล้ามเนื้อที่เป็นตัวแทนของพละกำลัง สังเกตจากอาวุธที่เหน็บข้างกายเป็นคทาด้ามสั้นที่เป็นทรงมาตรฐานในการเรียน --- เหมือนของฟรานก็จริง แต่ชิ้นนั้นสามารถยืดเป็นคทายาวได้ --- การที่กล้ามาแสดงตัวในสภาพที่ไม่แคร์สายตาของคนอื่นแบบนี้ก็ต้องมั่นใจว่าตนเองมีความเก่งกาจพอตัว

         ฟรานเงยหน้าขึ้นเหมือนจะถาม เอายังไง ซึ่งเขาก็อ่านใจไม่ได้แต่รับรู้ได้ว่าเจ้าตัวเริ่มไม่พอใจแล้ว

         “พวกคุณมีธุระอะไรกันหรือเปล่า” เซรอสเลือกใช้คำพูดที่ไม่ได้แสดงออกถึงการต่อต้าน

         “ครับ?” อีกฝ่ายพูดต่อท้ายประโยคของเซรอส “อยากให้เข้าใจสถานการณ์ด้วยว่าการแสดงความเคารพรุ่นพี่เป็นมารยาทที่สมควรของนักเรียนรุ่นน้อง”

         สายตาคู่นั้นกวาดตามองไปยังฟรานที่เป็นเอลฟ์และกำลังทำใบหน้าขึงขัง จากนั้นก็มองไปยังซาริที่หลบอยู่ข้างหลังเซรอส ประกายตาฉายแววชื่นชม ในสายตาของคนทั่วไปนั้นซาริเติบโตมาได้สวยงามมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเลี้ยงดูให้มีนิสัยร่าเริงได้ขนาดนี้ เพราะคนที่จะทนรับมือกับความซุกซนของกระต่ายขาวได้นั้นแทบจะไม่มีเลย

         “มนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาว เลี้ยงดูมาได้ดีเลยนี่นา”

         “ขอบคุณมากครับ”

         “น้องสาวของฉันอายุได้สิบสองปีแล้ว เมื่อสองปีก่อนตอนงานฉลองวันเกิดครบรอบสิบปี ของขวัญที่เธออยากได้ที่สุดคือสัตว์เลี้ยงเป็นมนุษย์สัตว์เผ่าพันธุ์กระต่ายขาว แต่พ่อค้าทาสที่บอกว่าจะขายให้กลับไม่ยอมนำมาให้ตามที่ตกลง แถมยังขโมยเงินมัดจำไปอีกด้วย น้องของฉันเลยใจสลาย ท่านพ่อเลยสั่งให้คนออกตามล่าตัวมัน แต่เจ้าพ่อค้านั่นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้สืบหา”

         เห็นอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนจะระลึกอดีตชาติของตนเอง เซรอสเลยรู้สึกรำคาญหน่อยๆ เขาไม่ได้อยากจะรู้เรื่องนี้เลย

         “ไม่ทราบว่าต้องการจะบอกอะไรกันแน่ครับ” เซรอสถามด้วยรอยยิ้ม แสดงตัวว่าเป็นพวกที่อ่อนประสบการณ์ขึ้นมา

         “ตั้งแต่ที่ได้เห็นกระต่ายนั่นพูดโพล่งขึ้นมาเมื่อวาน ฉันคิดว่านายน่าจะยังไม่ได้สอนสั่งด้านมารยาทให้สินะ น่าเสียดายซะจริง”

         พูดจากระทบกระเทียบเซรอสแบบนี้เป็นรูปแบบของการดูถูกประเภทหนึ่ง แต่นั่นไม่มีทางทำให้เซรอสรู้สึกอะไรได้เลย

         มันเป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งที่เหมือนกับว่าเขาจะไม่ได้สอนสั่งด้านมารยาทให้ซาริ เพียงแต่ซารินั้นเป็นพวกที่สอนเรื่องพวกนี้ได้ไม่นานก็ลืมไปแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง จากที่ศึกษาวิถีชีวิตของซาริมาตลอดทำให้ทราบว่า ซาริไม่สามารถจดจำการทำงานที่มีเกินสามขั้นตอนได้ ด้านมารยาทซาริจะจำได้เพียงสามข้อเท่านั้นว่าจะต้องทำอะไรบ้าง

         เซรอสมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ซาริโง่ แต่เพราะการพัฒนาด้านสมองซาริช้ามากต่างหาก

         “ไม่ใช่ไม่สอนนะเจ้าคะ ก็ถ้ามีคนทักทายเราก็ต้องทักทายตอบนี่เจ้าค่ะ นั่นแหละมารยาทเจ้าค่ะ”

         โอ้ชักจะเริ่มเถียงได้มีเหตุผลบ้างแล้ว

         แต่ควรดูด้วยว่าสถานการณ์มันสมควรจะพูดโพล่งออกมาหรือเปล่า

         เพื่อไม่ให้ซาริพูดอะไรที่ทำให้สถานการณ์เลวร้าย เซรอสจึงยกมือขัดแล้วกล่าวว่า “เป็นผมผิดเองที่ไม่ได้สอนเรื่องมารยาทในสถานการณ์ให้ ถ้าคุณทราบถึงนิสัยโดยธรรมชาติของเผ่าพันธุ์กระต่ายขาวก็น่าจะรู้ว่าการสอนเรื่องการรักษามารยาทจะต้องรอให้มีอายุมากกว่านี้ ที่คุณเห็นอยู่นี่เธอพึ่งจะอายุได้เพียงสิบสามปีเท่านั้น”

         “ถ้าเป็นฉันล่ะก็มีคนที่สามารถฝึกสอนให้ได้ดีกว่านี้”

         มาถึงตอนนี้เซรอสพอจะคาดเดาความต้องการของนักเรียนรุ่นพี่คนนี้ได้แล้ว เพราะฉะนั้นเขาเองก็ไม่ได้อยากจะสร้างปัญหาในวันที่สองมากนัก ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งที่เห็นคนอื่นมีของดีกว่าก็อยากจะได้มาไว้ในครอบครองบ้าง

         “ขอโทษทีนะ แต่ถึงยังไงซาริก็เป็นครอบครัวของผม ถ้าเปลี่ยนเป็นคุณเองก็คงไม่คิดจะขายน้องสาวตัวเองเพื่อแลกกับเงินแน่นอน ถูกต้องใช่ไหมล่ะ” เซรอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

         “นายปฏิเสธสินะ”

         “คิดว่าคงฟังไม่ผิดหรอก ขอตัวนะครับคาบเรียนจะเริ่มแล้ว”

         พาเดินออกมาโดยไม่สนใจว่าจะเสียมารยาทหรือไม่ ในเมื่ออีกฝ่ายนั้นเสียมารยาทก่อน

ฟรานดูจะไม่พอใจสักเท่าไหร่เมื่อรู้เจตนาของอีกฝ่ายที่ต้องการตัวซาริไปเลี้ยง สำหรับเธอแล้วซาริเป็นตัวน่ารำคาญคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับรังเกียจชนิดที่ไม่อยากเจอหน้า ข้อดีของซาริก็มีอย่างเช่น ขนนุ่ม น่าจะอย่างเดียว แล้วก็มีข้อเสียอีกเป็นกระตักที่พูดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาเลย แต่ก็ไม่ชอบใจเลยที่มีคนจะมาแย่งตัวซาริไป

“ระเบิดได้ไหม”

“อย่าเด็ดขาดเลย” เซรอสตอบทันควัน ฟรานทำหน้าไม่พอใจ “ตรงนี้คนเยอะเกินไป ถ้าอยู่นอกเมืองแล้วไม่มีใครค่อยระเบิดทิ้งก็ได้”

เหมือนจะต้องการยุให้เกิดการเอาคืน แต่จุดประสงค์ของเซรอสก็เป็นเพียงแค่การล้อเล่นเท่านั้น หวังว่าฟรานจะไม่ยึดถือเป็นจริงเป็นจัง เพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องสืบเลยว่าสภาพของพวกนั้นจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ข่าวลือเกี่ยวกับฟรานคนที่รู้ก็มีแค่พวกนักเรียนปีหนึ่งสาขาเวทมนตร์เท่านั้น ที่เหลือก็เป็นเพียงข่าวลือ

         แยกกันที่ทางเดินบันไดวน ฟรานมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนของตนเอง ส่วนเซรอสกับซาริก็ไปยังห้องเรียนของตน ซาริวิ่งนำลิ่วๆ ไปถึงห้องก็เปิดประตูเข้าไปตะโกนกล่าวทักทายเพื่อนร่วมชั้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเริงร่าสุดๆ แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือสายตาของมนุษย์ที่แฝงไปด้วยความรู้สึกรำคาญ ส่วนมนุษย์สัตว์นั้นไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นหลังจากที่ซาริก่อกวนตั้งแต่วันแรกจนพวกเขาเจองานโหดหินที่ให้เขียนสรุปเกี่ยวกับวงเวทสิบห้าหน้า มองยังไงก็เป็นการลงโทษที่โหดสุดๆ

         ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึก เซรอสตอนที่ได้อ่านเนื้อหาจากในหนังสือเองก็คิดว่ามันเป็นคำอธิบายที่ต้องมาตีความอีกครั้ง และตอนที่ครูสอนที่หน้าชั้นเรียนก็จะเป็นการสรุปใจความออกมาเพื่ออธิบายให้เข้าใจ เป็นประสบการณ์ที่มาจากการศึกษานับสิบปีเพื่อที่จะได้มาเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียนใดสักแห่ง ดังนั้นมันเลยยากมากสำหรับเด็กที่พึ่งเข้าเรียนได้วันแรก ถ้าจะมีคนที่พอทำได้ก็จะต้องเป็นพวกสายเวทมนตร์ที่จะมีการเจาะลึกในเรื่องนี้ที่สุด

         “ซาริ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไรก่อนเป็นอย่างแรก”

         ซาริครุ่นคิดแล้วตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “กล่าวทักทายเจ้าค่ะ”

         “ก็ไม่ผิด แล้วที่ตกลงกันเมื่อคืนล่ะ รู้ใช่ไหมว่าตัวเองทำอะไรผิด”

         หูของกระต่ายขาวตกลงมาเล็กน้อย พอคิดได้แล้วก็พยักหน้า เดินไปยืนกลางห้องแล้วก้มศีรษะลง

         “ซาริขอโทษที่สร้างความวุ่นวายให้ทุกท่านเมื่อวานเจ้าค่ะ ซาริผิดไปแล้ว อย่าโกรธซาริเลยนะเจ้าคะ”

         แต่ไหนแต่ไรมาซาริอาจจะสอนยากสอนเย็นไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับสอนแล้วไม่จำ กับซาริจะต้องเตือนนับสิบครั้งกว่าจะจดจำได้ และเป็นธรรมดาที่คนที่ไร้ซึ่งความอดทนจะต้องหงุดหงิดกับการสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าน่าเสียดายอย่างหนึ่งที่ในโลกเดินเซรอสเคยฝึกสัตว์ให้เชื่องเพื่อใช้ในการเอาชีวิตรอดจากสถานที่ที่มีสัตว์ร้ายแสนน่ากลัว รวมไปถึงเหล่านักฆ่ารุ่นเยาว์อีกราวๆ ยี่สิบคน เพราะฉะนั้นการฝึกสัตว์มันก็ย่อมมีเทคนิคในเรื่องของการสอนซ้ำซากและความอดทนพอตัว

         พอเห็นซาริกล่าวขอโทษออกมาหน้าชั้นโดยไม่กลัวเรื่องความอับอาย มันหาได้ยากที่จะมีคนกล้าออกมาพูดขอโทษพร้อมยอมรับความผิดที่ตนเองก่อ ถึงแม้พวกเขาจะไม่ชอบใจที่ถูกซาริป่วนจนต้องโดนลงโทษให้รับผิดชอบร่วมกัน แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกที่เกลียดชังคนที่กล้ายอมรับผิด ถึงจะมาจากตระกูลเล็กๆ แต่พวกเขาและเธอต่างก็ต้องมีจิตใจที่เมตตาไม่ใช่พวกที่สักแต่ว่าจะใช้อำนาจและเงินตราในการข่มขวัญคนอื่น

         “ช่างมันเถอะ เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป”

         “ใช่ ถ้าคิดดูให้ดีๆ ครูเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้าไม่เข้าใจให้ถามน่ะ”

         “ใช่ๆ มองยังไง เธอก็ไม่ผิดหรอก เป็นความใจแคบของครูที่บ้าอำนาจมากกว่า”

         ขอเพียงมาขอโทษอย่างเป็นเรื่องเป็นราวปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลายลงได้ เซรอสอยากจะให้ซาริได้สนุกไปกับชีวิตในโรงเรียนมากกว่า และการมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย ยังไงก็ต้องอยู่กันไปอีกนานให้สนิทกันเอาไว้จะดีกว่า โดยเฉพาะซาริเป็นมนุษย์กระต่ายที่เข้าหาทุกคนได้อย่างรวดเร็วแล้ว ไม่นานก็จะต้องมีเพื่อนแน่

         “ไม่โกรธซาริแล้วสินะเจ้าคะ ไชโย!” ซาริกระโดดโลดเต้น นึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่ต้องทำ ซาริเปิดกระเป๋ามิติเอาตะกร้าออกมา “ถ้าอย่างนั้นซาริจะแบ่งแครอทที่ซาริเก็บเอาไว้ให้ทุกคนนะเจ้าคะ ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ซาริลองกินมาหมดแล้วไม่มีปัญหา”

         เซรอสแผ่นกบาลไปหนึ่งที

         “หยุดเลยยายตัวแสบ แล้วแครอทนี่ไปเอามาจากไหนอีก”

         “ใช้เงินที่ท่านเซรอสให้มาซื้อเจ้าค่ะ ซาริมีเยอะแยะเลย”

         “งั้นที่สนิทกับป้าร้านขายผักอย่าบอกนะว่าไปอุดหนุนร้านมาซะเยอะเลย”

         “เยอะอะไรกันเจ้าคะ ซาริแค่เหมาหมดร้านเองเจ้าค่ะ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 740 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #11523 trinio (@trinio) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 00:23
    สำหรัับตอนนี้ก็อธิบายล่ะนะว่าทำไมเซรอสดูไม่สั่งสอนซาริ

    ที่จริงคือสอน แต่แทบไม่จำเลยต่างหาก

    และถ้าจู่ๆเขียนให้เรียบร้อยเฉย- ไรท์ไม่ทำหรอก ถ้าดูจากสไตล์การเขียนแล้ว จะไม่เปลี่ยนคาแรคเตอร์เพื่อเอามจคนอ่านหรอก

    ซาริน่ารำคาญ เพราะเขาเขียนให้คุณรู้สึกว่าน่ารำคาญไง แต่ในความน่ารำคาญนั่นมันก็มีสิ่งรอรับหมดนะเท่าที่อ่าน

    คนอ่านจะชอบไม่ชอบก็คนละเรื่องกันน่ะนะ
    #11523
    0
  2. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 14:48
    มีคนเกลียดซาริก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ อย่าลืมนะคะลูกเล็กเด็กแดงเราก็ไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเสมอไปในสายตาคนอื่น ยิ่งในกรณีของซาริด้วยแล้ว...ก็ตามนั้นค่ะ
    #10970
    0
  3. #10540 rusie (@silosaya) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 19:46
    มีคนเกลียดชาริ แปลว่าไม่เคยเลี้ยงเด็ก ปกจิมากนะ แค่ซนขึ้นนิดหน่อย
    #10540
    0
  4. #10148 ChibaNaraku (@ChibaNaraku) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:58

    กูเกลียดซาริ

    เอามันออกไปไกลๆที

    #10148
    0
  5. #9430 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 12:08
    ขอบคุณครับ
    #9430
    0
  6. #8423 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 10:52
    เป็นการใช่เงินที่คุ้มค่าจริงจริง
    #8423
    0
  7. #7790 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 21:22
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7790
    0
  8. #7439 นักวิจารณ์ที่ไม่อ่านคำวิจารณ์ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 22:26
    น่านไง ไม่กี่ตอนก็ตรงตามที่เพิ่งโพสไปเลย

    สาบานเลยว่าคุไม่ได้อ่านก่อนแล้วย้อนไปเขียน

    แต่เรื่องมันเดาง่ายเกิ๊น
    #7439
    0
  9. #7103 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:17
    แค่เหมาหทดร้าน ดีนะไม่เยอะ 5555
    #7103
    0
  10. #6901 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 16:15
    เออเหมาหมดร้านนี้จะเจอศัตรูตัวฉกาจนะซาริ
    ผมเห็นด้วยกับท่านนะคับการยุติปัญหา คือทางดี แต่ถ้าไม่หยุด เซรอสก็มีวิธีจัดการยุละ
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6901
    0
  11. #5328 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 12:02
    ปวดหัวแทนเซรอส
    #5328
    0
  12. #5279 BomS_Za (@dautoloot) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 19:57
    รู้สึกแปลกๆกับพระเอก. เหมือนเด้กที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ คิดว่ายุติปัญหาแบบผู้ใหญ่
    #5279
    1
    • #5279-1 Pakkaromkrod (@Tasuku-kun) (จากตอนที่ 67)
      10 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:33
      อย่างน้อยเซรอสก็ใจเย็นสมเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็ท้าตีท้าต่อย ปล่อยเวทระเบิดตู้มทำลายหมู่บ้าน บ้านเมืองราบเป็นหน้ากองเหมือนพระเอกหลายๆ เรื่องที่เอะอะก็ใช้แต่กำลัง
      #5279-1
  13. #3977 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 20:16
    พอเข้าใจแล้วว่าทำไมซาริถึงสอน ก็อายุยังน้อยอยู่เลยถ้าเทียบกับมนุษย์สัตว์คนอื่นแล้วก็พัฒนาการของพวกเขาจะน้อยกว่าคนด้วย ซาริเลยหนักกว่าใครเพื่อนเลย....พอรู้อย่างนี้แล้ว ก็รู้สึกผิดเลยที่เคยโมโหซาริที่ไม่ค่อยจำอะไรเท่าไหร่ ////5555เหมาทั้งร้านเลย
    #3977
    0
  14. #3558 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 15:15
    บอกแล้วซาลิน่ารักกก
    #3558
    0
  15. #3482 cream1141 (@cream1141) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 19:30
    สนุกมากค่ะ ต่อเร็วๆนะ
    #3482
    0
  16. #3467 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 18:07
    อยู่ ๆ อ่านคำว่า ตรา-บน-อก เป็น ตราบ-นอก มึนไปนานมาก5555
    #3467
    1
  17. #3435 Lefelos (@Luziferkun) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 16:19
    พระเอกนี่ชอบปล่อยผ่านเหลือเกินนะ นานทีทำก็ได้แต่นี่มันบ่อยเกิน ผลคือคนอ่านหัวร้อน
    #3435
    5
    • #3435-4 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 67)
      28 กรกฎาคม 2560 / 05:19
      นี่คิดดีแล้วเหรอครับ... จริงอยู่ที่ทุกคนมองเห็นเซรอสเป็นเด็กแล้วไปหาเรื่องก็ได้เพราะถือว่าวัยเท่ากัน
      แต่ตัวคุณก็รู้ดีว่าเซรอสมันเป็นผู้ใหญ่มาก ปฏิกิริยาของเซรอสที่แสดงให้เห็นไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการยุติปัญหาแบบผู้ใหญ่ คุณหวังจะได้เห็นเซรอสต่อยคนงั้นสินะ
      รู้หรือเปล่าว่า 'นักฆ่า' คืออะไร พวกเขาไม่ใช่อันธพาล ที่เอะอะก็ต่อยคน ทำร้ายคนไปทั่ว อยากฆ่าใครก็ฆ่า
      แล้วทำไมคุณถึงยกตัวอย่างเรื่องการไปด่าผู้ใหญ่แล้วรอดูปฏิกิริยาด้วย
      มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
      เซรอสไม่ใช่ผู้ใหญ่เหมือนที่คุณคิดหรอก ถ้าคุณอยากจะลองก็เชิญครับ แต่ได้ผลอย่างไรก็มาบอกด้วย จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูล เรื่องอารมณ์ของผู้ใหญ่หลังจากโดนเด็กไปด่า
      ผมว่าไม่ใช่ความคิดที่ดีหรอก
      #3435-4
    • #3435-5 กษิต กลางพง (@ryuya40) (จากตอนที่ 67)
      4 สิงหาคม 2560 / 09:29
      เห็นด้วยกับคุณครับ ผมเองอายุเกือบๆเลข5 เคยมีเด็กอายุ7-8ขวบกลุ่มหนึ่ง ด่าลับหลังว่า หัวล้านแม่งกวน ถ้าเป็นตอนที่เป็นวัยรุ่น ผมคงไล่ตบปากเรียงตัว แต่พออายุเยอะแล้ว กลับฟังแล้วขำๆ จะไปเอาอะไรกับเด็ก คิดดูดีๆ เรามันก็หัวล้านจริง แถมในมุมมองของเด็กก็คงจะกวนอย่างมันว่า เพราะไปขัดขวางความสนุกของมัน
      #3435-5
  18. #3424 1249900328295 (@1249900328295) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 14:42
    555แค่เหมาเอง
    #3424
    0
  19. #3412 FuJiTa (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 12:01
    ขอบคุณครับ
    #3412
    0
  20. #3407 godzilar (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 09:52
    อ่านมายาวเลย สรุปคับ สนุกดีคับขอบคุณคับ
    #3407
    0
  21. #3405 Jokerlip (@Jokerlip) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 07:08
    แต่งได้ดีแล้วครับ สามารถทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วม นั้นคือที่สุดแล้ว ถ้าอ่านอย่างตั้งใจ ใช้สมองสักหน่อยก็น่าจะรู้เหตุผลของการกระทำของแต่ละตัวละคร สู้ๆครับ ไรท์
    #3405
    0
  22. #3404 Eiko_ (@taechaam) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 03:41
    เฮ้อน่าสงสาร ฟราน กับ เซรอส จริงๆเจอยัยซาริป่วนซะ ฟรานจังหวงซาริสิน๊าาา
    #3404
    0
  23. #3402 kik. (@skyandsea) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 00:48
    ไม่เยอะแค่เหมาหมดร้าน 5555 โอ้ยแย่แล้ว ซาริเอ้ย
    #3402
    0
  24. #3399 sirinapaputta (@sirinapaputta) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 23:02
    ซาริแสบสุดๆ
    #3399
    0
  25. #3397 tomtamninja (@tomtamninja) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 21:10
    ป่วนแน่นอน กระต่ายคนนี้ 5555
    #3397
    0
  26. #3362 ที่แปด (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 20:29
    เพิ่งอ่าน และอ่านรวดเดียว 67 ตอน บอกได้เลยว่าซาริเป็นสีสันที่ทำให้อ่านไปขำไป...เป็นอะไรที่น่าเอ็นดูมาก การที่พระเอกเรื่องนี้ดูดี ดูมีมิติ...แตกต่างจากแนวแฟนตาซีเรื่องอื่นๆก็ตรงที่ดีลกับซาริและฟรานได้อย่างเป็นธรรมชาติมากๆนี่แหละ
    #3362
    2
    • #3362-1 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 67)
      22 กรกฎาคม 2560 / 21:12
      +1 ครับผม เวลาซาริมีบท พออ่านจบอมยิ้มได้ทุกที ส่วนฟรานก็โอนะ ตัดกันกับซาริดี ยิ่งเสริมให้คาแรคเตอร์ของแต่ละคนโดดเด่นมากขึ้นไปอีก
      #3362-1
    • #3362-2 Talan (@rapepon1) (จากตอนที่ 67)
      24 กรกฎาคม 2560 / 01:01
      ผมรู้สึกรำคาญกระต่ายนี่มากๆเลยครับอ่านไปไม่เคยยิ้มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำตัวน่ารำคาญแบบนี้มากๆ
      #3362-2