ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,257,197 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,797 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,675

    Overall
    2,257,197

ตอนที่ 66 : SS2 Episode Six : เรียนวันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 767 ครั้ง
    21 ก.ค. 60

SS2 Episode Six

 



         ห้องเรียนในอาคารใหญ่มีอยู่ด้วยกันหลายห้องมาก และทุกห้องสามารถรับนักเรียนได้มากถึง 60 คน หรือถ้าอัดกันสักหน่อยจะรับได้สูงถึง 100 คนเลยทีเดียว นี่เป็นความประสงค์ของผู้อำนวยการ อินโนเซนเทีย ลิลิธ อยากให้มันมีอยู่ตั้งแต่แรก ว่ากันตามจริงแล้วมันก็เป็นห้องเรียนที่เด็กใหม่มาใช้สอบ ทุกคนเลยดูไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่นัก ข้อดีอย่างหนึ่งของโรงเรียนในยุคนี้คือนักเรียนจะไม่ต้องเดินทางเปลี่ยนคาบเรียนนอกจากวิชาเฉพาะที่จะต้องใช้ห้องปฏิบัติการพิเศษ จะมีครูเข้ามาให้ความรู้ด้วยตัวเอง นั่นทำให้ในตอนแรกที่มาถึงห้องจะต้องมีการกล่าวแนะนำตัวเองกัน

         ห้องเรียนของเซรอสนั้นประกอบไปด้วยมนุษย์และมนุษย์สัตว์หลากหลายสายพันธุ์ แต่ทุกตัวนั้นมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าแล้วทั้งนั้น ทั้งนี้เพราะพึ่งเข้ามาเป็นนักเรียนกันได้วันแรกจึงมีการแสดงท่าทีรังเกียจกันขึ้นมา อย่างเช่นผู้ชายคนหนึ่งที่พกดาบเซเบอร์เรียวยาวประกาศออกมาชัดเจนเลยว่า เหม็นสาบพวกสัตว์ ซึ่งนั่นทำให้พวกมนุษย์สัตว์ทั้งหมดส่งสายตาเกรี้ยวกราดออกมา แต่ทุกอย่างก็สงบลงได้เมื่อมีคนพูดขึ้นมาว่า

         “ซาริไม่เหม็นสาบนะเจ้าคะ ซาริอาบน้ำฟอกสบู่มาเป็นอย่างดี ขนก็นุ่ม กลิ่นก็ห้อมหอมด้วยเจ้าค่ะ”

         “ที่แท้ก็เป็นกระต่ายที่ไม่รู้จักกาลเทสะ พูดโพล่งขึ้นมาต่อหน้าท่านเดลฟีโอน่า สมแล้วกับที่เป็นพวกสมองสัตว์”

         ถ้าหากว่าคำดูหมิ่นในครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความเจ็บใจแก่มนุษย์สัตว์คนอื่นอาจจะได้ผล แต่นี่เป็นซาริที่ถ้าไม่ด่าหรือตำหนิตรงๆ ก็ไม่มีทางที่จะรู้ว่าหมายถึงตนเองแน่ๆ ถึงจะมีคำว่ากระต่ายอยู่ด้วยแต่ซาริคงไม่ได้ตั้งใจฟังนักหรอก

         “ซาริไม่เหม็นใช่ไหมเจ้าคะท่านเซรอส” ซาริยื่นแขนที่มีขนปุกปุยออกไปให้ดม กลิ่นหอมของดอกไม้ยังติดอยู่ตามขนที่นุ่มราวกับสำลีนี้อยู่เลย ถ้าไม่เคยมีใครสัมผัสตัวซาริมาก่อนจะไม่มีทางรู้เลยว่าภายใต้รูปร่างที่ดูอวบหน่อยๆ นั่นแท้จริงแล้วเป็นการหลอกตาด้วยขนที่ปกคลุม รูปร่างจริงๆ ก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงทั่วๆ ไป

         “อะไรกัน มีเจ้านายอยู่ในที่แบบนี้ด้วยงั้นเหรอ รู้หรือไม่ว่าที่เจ้ากระต่ายนั่นทำไปจะสร้างความเสื่อมเสียให้ตระกูลของเจ้ามากแค่ไหน” เด็กคนนั้นยังคงพูดต่อ ยิ่งพอรู้ว่าเซรอสเป็นเจ้านายของซาริก็ยิ่งรู้สึกว่าถ้าได้กดให้ต่ำลงอีกจะทำให้ตนเองดูเป็นคนยิ่งใหญ่ขึ้น

         เซรอสเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรู้ว่าคำพูดพวกนั้นทำอะไรเขาไม่ได้ การสวมบทบาทแม้จะถูกดูถูกแค่ไหนก็ต้องยอมรับเรื่องแบบนั้นให้ได้ และถ้ามองตามหลักความเป็นจริงแล้ว ตระกูลแอชเชอร์เป็นเพียงแค่ชื่อที่เขาอุปโลกน์ขึ้นมาเอง

         “ต้องขอโทษด้วยที่ฉันไม่ได้สั่งสอนมารยาท กรุณาไว้หน้าฉันด้วย”

         คำกล่าวขอโทษของเซรอสที่แสดงออกด้วยท่าทางจริงใจทำให้อีกฝ่ายยิ้มย่องคิดว่าสามารถกดขี่อีกฝ่ายได้สำเร็จแล้วจึงเดินกลับไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ในขณะที่หลายคนมองว่าเซรอสนั้นเป็นพวกกระจอกที่ไม่กล้าต่อต้านเลยรู้สึกว่าคาดหวังผิดไปสักหน่อย ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นผลลัพธ์ที่เซรอสคาดหวังเอาไว้ บางครั้งการแสดงออกว่ายอมแพ้ก็ไม่ได้มีความหมายตรงตัวเสมอไป แต่มันเป็นเพียงแค่การยุติปัญหาไม่ให้ลุกลามในแบบของผู้ใหญ่

         “ท่านเซรอสทำไมไม่โต้ตอบล่ะเจ้าคะ ซาริโกรธแล้วเจ้าค่ะ” ซาริทำท่าจะกระโดดออกไปหาเรื่อง แต่เซรอสก็หิ้วคอเสื้อจนตัวลอยยกกลับมานั่งที่เดิมจนได้

         “แบบนี้แหละดีแล้ว”

         จะว่าไปแล้วเซรอสยังไม่เคยเข้าโรงเรียนสักครั้งในชีวิต ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตส่วนใหญ่มีแค่การนั่งเรียนในห้องเล็กๆ อัดไปด้วยเด็กกำพร้าและมี คุณแม่เป็นคนสอนให้อ่านออกเขียนได้ ก็เลยยังไม่คุ้นชินกับอารมณ์ของเด็กที่ถูกเพื่อนนักเรียนกลั่นแกล้งสักเท่าไหร่

         เมื่อมีครูท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง บรรยากาศก็พร้อมที่จะเข้าสู่การเรียนแล้ว วิชาแรกในวันนี้คือศาสตร์แห่งมนตรา ซึ่งเป็นวิชาหลักๆ ที่ทั้งสองสาขาจะเรียนรู้เหมือนกันต่างกันแค่ว่า สาขานักรบจะเรียนเพื่อให้รู้ แต่สาขาเวทมนตร์เรียนเพื่อนำไปปรับใช้ ดังนั้นแล้วทางฝั่งของผู้ที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้จึงไม่ได้ให้ความสำคัญในวิชานี้มากนัก เดินไปรับหนังสือที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักกันคนละเล่มโดยกำชับว่าห้ามขีดเขียนข้อความใดลงไปเด็ดขาด เซรอสเลยดึงหนังสือจากซาริมาเก็บเอาไว้และให้สมุดไปแทน ดูท่าทางแล้วคงเตรียมจะละเลงงานศิลป์ลงในหนังสือส่วนรวมแน่ๆ

         ศาสตร์แห่งมนตรา เป็นวิชาที่ว่าด้วยคุณลักษณะของเวทมนตร์ รูปแบบจารึกของวงเวทที่ใช้การวาดบนแผ่นกระดาษ ไอเทมเวทมนตร์ที่มีขายกันอย่างจำกัดเพื่อให้คนทั่วไปสามารถพกเอาไว้ใช้ได้ หลักๆ ก็มีแค่การเปิดม้วนคัมภีร์เวทมนตร์หันไปยังเป้าหมายก็จะใช้เวทมนตร์ได้ทันที เพียงแต่ผู้ที่จะทำแบบนั้นได้จะต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญจริงๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลต่อตัวผู้ใช้เองได้ และการสร้างในแต่ละชิ้นนั้นจะต้องใช้มานาอย่างมาก

         นี่เป็นความรู้ใหม่ที่เซรอสไม่เคยรู้มาก่อน หนังสือที่มีอยู่นั้นจำกัดเฉพาะเรื่องราวเริ่มต้นสำหรับเด็กหัดอ่านและสอนการใช้เวทมนตร์เบื้องต้นให้ อาจเป็นไปได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้สามารถศึกษาได้เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น นั่นแสดงว่ามีการเก็บรักษาความลับเอาไว้เป็นอย่างดี หากใครที่ต้องการจะก้าวหน้าจำเป็นอย่างมากในการเข้าเรียนเพื่อที่จะได้รู้เรื่องเหล่านี้ เซรอสทำเพียงแค่รับฟังเรื่องราวแต่ไม่ได้บันทึกอะไรมากมายนักนอกจากหัวข้อสำคัญ

         เมื่อพวกเขาเรียนมาได้จนครูผู้สอนเห็นว่าใกล้จะหมดเวลาเรียนแล้วจึงกล่าวขึ้นว่า

         “เอาล่ะ ก่อนที่จะหมดเวลามีใครมีคำถามอะไรบ้าง”

         “เจ้าค่ะๆ ซาริมีคำถามเจ้าค่ะ” ซาริยกโบกมือไปมาเรียกร้องความสนใจ ครูผู้สอนเห็นว่าอย่างน้อยก็มีเด็กคนหนึ่งตั้งใจที่จะเรียนรู้อย่างจริงจังก็ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วถาม

         “เธอคือ ซาริ แอชเชอร์สินะ มีตรงไหนที่ไม่เข้าใจบ้าง”

         “เวทมนตร์คืออะไรเจ้าค่ะ”

         “เวทมนตร์ คือ พลังที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราจะได้รับเมื่อกล่าวคำร่ายอย่างถูกต้อง และมีปณิธานอันแรงกล้า ยกตัวอย่างเช่น ไฟเอ๋ยจงตอบรับเสียงเรียกแห่งข้า มีดวงไฟโผล่ขึ้นมาสร้างเสียงฮือฮาให้กับนักเรียนทุกคน ที่พวกเขาเห็นอยู่นั้นคือการละบทร่ายซึ่งจะต้องใช้เทคนิคชั้นสูงมาก “อย่างที่ได้เห็นไป นี่คือการที่จิตวิญญาณตอบรับปณิธานอันแรงกล้า ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้พวกสาขาเวทมนตร์จะได้เรียนรู้แน่นอน สำหรับพวกเจ้าแล้วมันคงเป็นเรื่องยากเกินไป”

         “เอาล่ะ มีใครจะถามอีก”

         “มีเจ้าค่ะ ซาริอยากรู้ว่าวงเวทคืออะไรเจ้าค่ะ”

         ครูผู้สอนเริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังอธิบายต่อให้ฟัง เพราะคิดว่าเรื่องนี้คงยากที่จะมีคนเข้าใจได้ในการเรียนวันแรก และหลังจากที่ตอบคำถามนี้ไปแล้วเสร็จ ซาริก็โบกมืออีกครั้งแล้วถามต่อ

         “แล้วมานาคืออะไรเจ้าค่ะ”

         “ตรงไหนบ้างที่เจ้าไม่รู้ ครูจะได้อธิบายให้หมดในคราวเดียว” ท่าทางครูผู้สอนจะเริ่มหมดความอดทนขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะสองคำถามที่ถามมาก่อนหน้านี้ก็เป็นพื้นฐานที่อธิบายให้ใครฟังก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายที่สุด

         “ซาริไม่เข้าใจทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ”

         หากสามารถกระโดดออกจากหน้าต่างได้ คิดว่าครูผู้สอนท่านนี้คงจะทำไปแล้ว จะบอกว่านี่เป็นการปั่นหัวเล่นก็ไม่ได้ซะด้วยเพราะดวงตาที่ใสซื่อราวกับคาดหวังคำตอบนั้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าซาริไม่ได้จงใจแกล้งถามเพื่อก่อกวน แต่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต่างหาก สงสัยจริงว่าตอนที่เรียนอยู่เห็นทำท่าทางจดสิ่งที่เรียนอยู่แล้วทำไมถึงไม่เข้าใจ

         “แล้วที่เจ้าทำท่าจดนั่นเล่า”

         “ไม่ได้จดนะเจ้าคะ ก็บอกว่า นักเรียนคนไหนที่ไม่เข้าใจก็ให้วาดรูปกลับไปศึกษาได้ซาริก็เลยวาดรูปเต็มสมุดเลย นี่ไงเจ้าคะ”

         แรกเริ่มมันก็เหมือนจะเป็นวงเวทที่เรียนในวันนี้อยู่หรอก แต่พอหลังจากนั้นมามันได้กลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของบ้านที่อยู่ท่ามกลางภูเขาสองลูก มีพระอาทิตย์ สิ่งที่รูปร่างเหมือนคน กระต่าย แล้วก็แปลงดอกไม้แปลกๆ

         พอเห็นความป่วน กวน รั่วของซาริ เด็กนักเรียนหลายคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ใบหน้าของครูผู้สอนท่านนั้นกลายเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธสุดขีด ตั้งแต่ที่รับหน้าที่เป็นครูมาแม้จะมีพวกเด็กเหลวแหลกไปบ้างแต่คนเหล่านั้นต้องรักษาหน้าตาของตระกูลไม่ยอมหักหน้าครูผู้สอนที่กุมชะตากรรมของพวกเขาเอาไว้ ครั้งนี้มันแตกต่างมาก ซาริ แอชเชอร์ ไม่สามารถใช้วิธีปกติรับมือได้ ถ้าจะสงสัยว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงสอบผ่านเข้ามาได้ ต้องเป็นเพราะความมีเมตตาของผู้อำนวยการซะมากกว่า

         แต่ครูผู้สอนจำได้ว่าในห้องเรียนนี้มีคนจากตระกูลแอชเชอร์อยู่อีกหนึ่งคน สายตาคู่นั้นมองไปยังเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีเทาเหลือบเงินแล้วกล่าวด้วยถ้อยคำตำหนิ

         “เธอควรจะดูแลให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้มารบกวนการเรียนการสอนของคนอื่น”

         เสียงระฆังดังขึ้นเพื่อบอกเวลาหมดคาบเรียน ครูท่านนั้นด้วยความโมโหที่ถูกก่อกวนในชั่วโมงเรียนจึงได้ลงโทษนักเรียนทุกคนโดยให้เขียนรายงานเกี่ยวกับวงเวทมากันคนละสิบห้าหน้าตั้งแต่วันแรก จุดประสงค์นี้ก็เพื่อสร้างความไม่พอใจให้นักเรียนคนอื่นและไปลงที่ซาริแทน และมันได้ผลสายตาคาดโทษถูกส่งไปยังซาริที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย

         หลังจากเรียนเสร็จจะมีช่วงเวลาพักผ่อนให้นักเรียนได้มีเวลาไปทานอาหารกัน ที่โรงอาหารจึงมีนักเรียนกันเยอะแยะ หากเทียบกับปีที่แล้วที่อาหารมีเพียงต้มมันฝรั่งกับขนมปังและซุปหัวไชเท้า ปีนี้พวกเขามีอาหารให้เลือกกินเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะไส้กรอกกับแฮมที่เพิ่มเข้ามาเป็นเมนูที่มีจำกัดทำให้นักเรียนมารอคิวซื้อกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

         เพราะว่าเรียนกันอยู่คนละสาขาเลยต้องนัดเวลากันเอาไว้ ที่จริงแล้วฟรานก็มีมื้อเที่ยงพกติดตัว แต่ก็อยากจะมากินกับเซรอสที่ใต้ต้นไม้ซะมากกว่า พอเลิกเรียนแล้วจึงตรงมายังจุดนัดพบ เห็นซารินำผ้ามาปูและนำตะกร้าใส่มื้อเที่ยงออกมานั่งทานกัน เซรอสกำลังกินแซนด์วิชแฮมอยู่ด้วย

         “เรียนเป็นยังไงบ้าง”

         “ก็ดี” ฟรานตอบ นำตะกร้ามื้อเที่ยงออกมาเป็นแซนด์วิชผักล้วน บีบซอสมะเขือเทศลงไป “เรื่องไม่รู้เยอะ เวทมนตร์ครูอ่อนมาก”

         เซรอสพยักหน้ารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เมื่อเทียบกับความรู้พื้นฐานของจิตวิญญาณธาตุ กับการตีความหมายของผู้ที่ศึกษามานาน เซรอสมองว่าอย่างแรกนั้นมีความถูกต้องมากกว่าการที่มีคนมาบัญญัติกฎและเงื่อนไขขึ้นมาเอง อย่างเรื่อง คำร่าย ที่ทุกคนใช้อยู่ประจำ มันเป็นเพียงแค่คำพูดชี้นำความคิดให้เกิดการจินตนาการขึ้นมาเท่านั้น เซรอสที่รู้เคล็ดลับนี้จึงได้สอนให้กับฟรานและผลก็คือความชำนาญด้านเวทมนตร์ของฟรานมีเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว

         “เซรอสล่ะ”

         “เจอปัญหาน่ะสิ ยายตัวแสบนี่ป่วนตั้งแต่ชั่วโมงแรกเลย”

         เรื่องการบ้านที่ได้รับมาเซรอสมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กมาก แต่คนอื่นคงไม่คิดแบบนั้น อย่างไรซะเป้าหมายของเซรอสคือการเรียนรู้เวทมนตร์อยู่แล้ว ถ้ามีเหตุผลให้ต้องเข้าห้องสมุดตั้งแต่วันแรกเลยก็น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เลวเหมือนกัน

         “ซาริดื้อ”

         “ไม่ได้ดื้อนะเจ้าคะ ก็คุณครูบอกเองนี่นาว่าถ้าไม่เข้าใจให้ถาม ซาริไม่เข้าใจหมดเลยนี่เจ้าคะ”

         ถ้ามองโดยหลักความเป็นจริงแล้ว ซาริก็ทำถูกแล้วที่ถามเพราะไม่เข้าใจ แต่ในทางพฤตินัยการบอกว่าไม่เข้าใจทั้งหมดเลยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจะเข้าใจว่าเป็นการก่อกวนก็ไม่ผิดนัก ดังนั้นในมุมมองของเซรอสแล้วซาริไม่ผิดที่ถามเพราะไม่รู้ และผิดที่ซื่อตรงจนเกินไป

         “ซาริ นับแต่นี้ถ้าไม่มีใครถามกับเธอโดยตรงก็เงียบเอาไว้นะ ไม่อย่างนั้นอดกินไอศกรีมแน่”

         “เอ๋!!!

         “ไม่ต้องมาเอ๋เลย แล้วก็จากนี้เธอจะต้องรับผิดชอบความผิดของตัวเองด้วย” เซรอสลงดาบอย่างไร้ความปราณี ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าซาริเกลียดการเรียนมากขนาดไหน ต่อให้มีเวลาว่างตลอดทั้งสัปดาห์การจะทำการบ้านคัดเรื่องวงเวทสิบห้าหน้ากระดาษก็ยังเป็นไปได้ยาก แต่ในเมื่อเข้ามาเรียนได้แล้วก็ต้องสอนให้รู้จักความรับผิดชอบในการกระทำของตนเองสักหน่อย

 

         หลังพักเที่ยงเสร็จก็จะเป็นวิชาฝึกฝนภาคปฏิบัติ นักเรียนสาขาเวทมนตร์จะต้องไปซ้อมอยู่ในสนามเพื่อเรียนรู้การใช้เวทมนตร์ที่ถูกต้อง เรื่องนี้เพราะผลลัพธ์จากการทดสอบนอกจากฟรานจะได้รับเกียรติให้เป็นต้นแบบการใช้เวทมนตร์แล้ว ยังได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษไม่ต้องเข้าร่วมในวิชานี้ ล่าสุดที่ฟรานใช้เวทมนตร์ระเบิดเพลิงก็ทำลายสนามไปครึ่งหนึ่งจนพวกเขาต้องเหนื่อยซ่อมแซมสนามให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติอีกครั้ง เพราะฉะนั้นเลยได้รับคำแนะนำให้ไปหาหนังสืออ่านในห้องสมุดได้โดยไม่จำเป็นจะต้องเข้าร่วมการฝึกกับเพื่อนนักเรียน

         พวกเขามองว่าตัวตนของฟรานจะทำให้นักเรียนคนอื่นเสียกำลังใจ เนื่องจากระดับพลังเวทของฟรานนั้นเทียบเคียงได้กับจอมเวทที่มีประสบการณ์ในการสู้จริง ไม่จำเป็นต้องใช้สื่อกลางอย่างคทาเวท และยังใช้ได้ดียิ่งกว่าครูผู้สอน เลยคิดว่าบางทีการเรียนรู้ภาคปฏิบัติจะเป็นการฉุดรั้งความสามารถของฟราน

         ส่วนทางฝั่งของนักเรียนสาขานักรบ ก็จะเป็นการซ้อมร่างกายเบื้องต้นอย่างการวิ่งรอบสนามประลองในสภาพที่แบกชุดเกราะหนัก ปีนไต่กำแพง คลานลอดผ่านเชือก และจะมาปิดท้ายที่การซ้อมเหวี่ยงอาวุธ

         ปัญหาเรื่องเดียวที่น่ารำคาญก็คืออัศวินคนหนึ่งที่ถูกซาริเตะจนปลิวคราวนั้นดูจะเสียหน้ามากเมื่อได้เจอกับกระต่ายขาวที่ลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรเอาไว้ การที่ให้สวมใส่เกราะหนักนี้เป็นความคิดที่อยากจะเห็นสภาพเหนื่อยหอบของซาริและคอยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตนเอง เซรอสมองว่าเป็นวิธีการที่เหมือนเด็กแกล้งกันยังไงก็ไม่รู้ เขาเลยไม่ได้บอกว่าก่อนหน้าที่ซาริจะมาฝึกอะไรแบบนี้ก็ถูกสั่งให้สวมอุปกรณ์เสริมน้ำหนักวิ่งรอบเมืองเหมือนกัน และนั่นก็คือที่มาของความแข็งแกร่งของซาริ

         ถ้าจะถามหาจุดอ่อนก็เป็นเรื่องที่กำลังแขนไม่ได้มากมายนัก เซรอสเข้าใจว่ามันเป็นความแตกต่างทางกายภาพของมนุษย์และมนุษย์สัตว์ แต่อัศวินพวกนั้นเหมารวมการฝึกว่าเหมาะสำหรับทุกคน ทุกเพศและทุกวัย นั่นทำให้มนุษย์สัตว์บางตนทำได้ไม่ดีในการฝึกซ้อม บางตนวิ่งได้เร็วแต่พอถูกถ่วงน้ำหนักจนสูญเสียความคล่องแคล่วไปเลยก็มี หรือบางตนที่มีเกล็ดเป็นจุดเด่นในการป้องกันก็ไปเกี่ยวกับเชือกจนพันกันยุ่งเหยิง เมื่อพวกเขาทำไม่ได้คำตำหนิสารพัดก็ถูกกล่าวออกมาเพื่อบั่นทอนกำลังใจ

         ถึงจะบอกว่ามันเป็นการยกระดับการศึกษาเพื่อให้เป็นกองกำลังสำคัญในอนาคต แต่กลับบังคับให้ทุกคนต้องแสดงผลลัพธ์ออกมาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งที่มีความแตกต่างกันให้เห็นถึงขนาดนี้ แทนที่จะเป็นผลดีต่ออนาคตกลับสร้างผลเสียตามมามากมาย และผลลัพธ์ก็คือสภาพของสังคมที่ถูกมองว่าการเป็นจอมเวทและอัศวินคือเกียรติสูงที่สุดของชีวิตนี้

         การฝึกซ้อมประกอบอาวุธก็จะมีดาบให้ทุกคนได้ยืมใช้ มันถูกลับคมออกไปแต่ก็ยังใช้สร้างความเสียหายได้อยู่ดี ทุกคนพอได้รับไปแล้วก็ทดสอบเหวี่ยงดูเล็กน้อยเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน ซาริเห็นทุกคนทำก็เลยเลียนแบบบ้าง

         “หวา~!” ซาริเหวี่ยงดาบหมุนเป็นพายุแล้วเกิดหยุดไม่ได้ เมื่อปล่อยมือออกดาบนั่นก็กระเด็นไปเสียบปักอยู่หน้าเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่หน้าซีดเผือด “หมุนติ้วๆ เลยเจ้าค่ะ”

         ความป่วนของซาริไม่ได้จบลงแต่การเหวี่ยงดาบไปแบบมั่วๆ เท่านั้น พอถึงเวลาที่จะต้องฝึกซ้อมก็เผลอทำดาบหลุดมือไปอีกหลายครั้ง เหวี่ยงไปมาแบบสะเปะสะปะ และยังไถลไปตามแรงเหวี่ยงอีกต่างหาก จนทำให้การตั้งแถวที่ดูเรียบร้อยต้องแตกฮือ ดูไปแล้วก็เหมือนกับจงใจให้เกิดความวุ่นวายแต่เมื่อเห็นว่ายกดาบขึ้นประคองในท่าเตรียมพร้อมก็แขนสั่นแล้ว ทำเอาเชื่อไม่ลงเลยว่าซาริจะเป็นคนแรกและคนเดียวที่เอาชนะอัศวินของกองทัพได้

         อัศวินยี่สิบนายเริ่มจะเอือมระอา บทลงโทษของโรงเรียนนี้มีข้อจำกัดห้ามไม่ให้ทำอะไรนักเรียนด้วยการลงมือโดยตรง แม้จะสั่งลงโทษให้เพิ่มรอบการเหวี่ยงได้แต่นั่นทำให้ความวุ่นวายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จะลงมือรุนแรงก็ไม่ได้เพราะมีคำสั่งกำชับเอาไว้จากเดลฟีโอน่า แต่ถ้าไม่สามารถฝึกสอนซาริให้เป็นอัศวินที่ดีได้นี่จะส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ว่าพวกเขาสอนเด็กนักเรียนคนหนึ่งยังไม่ได้เลย ดังนั้นเพื่อที่จะตัดปัญหานี้ก่อนจะลุกลามใหญ่โต ซาริถูกไล่ให้ไปฝึกด้วยตัวเองคนเดียว แต่ก็ยังไม่วายแอบเข้ามาป่วนอยู่เรื่อย

 

         อินโนเซนเทีย ลิลิธ ยืนอยู่บนเก้าอี้เท้าคางมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามฝึกซ้อมจากหอคอยที่เป็นห้องของผู้อำนวยการ โดยมีรองผู้อำนวยการคนสนิทที่อายุไม่ใช่น้อยยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าดูเอือมระอากับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เอามากๆ แต่ลิลิธกลับยิ้มราวกับได้เจอเรื่องที่น่าสนใจ

         “ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดท่านถึงรับตัวเด็กคนนั้นเข้ามา มองยังไงก็เป็นตัวปัญหาที่ไม่ว่าโรงเรียนไหนก็ไม่อยากจะรับ”

         คำกล่าวนี้หมายถึงซาริที่แค่วันแรกก็สร้างความป่วนในห้องประชุมโดยการตะโกนออกมาเสียงดัง ตอนนั้นได้ยินเสียงหัวเราะจากด้านหลังเดาได้เลยว่าผู้อำนวยการร่างเด็กคนนี้ชื่นชอบมาก จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาก็แสดงความเบื่อหน่าย ไม่ใช่ทุกวันที่เธอจะยิ้มได้ขนาดนี้

         “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นริซาน่า ก็แค่ในเมื่อมนุษย์เหล่านั้นทำตามใจชอบในสถานที่ของเราผู้นี้ แล้วเหตุใดเราผู้นี้จะทำตามใจชอบบ้างไม่ได้”

         อยากจะเถียงออกไปว่าที่ผ่านมาก็ทำตามใจชอบตลอด ทั้งที่ส่งให้เธอไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้อำนวยการ ทั้งมอบหมายหน้าที่หลักๆ ในการแสดงตัวในที่สาธารณะโดยไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น และล่าสุดคือการรับนักเรียนเด็กที่มีปัญหาที่สุดเข้ามา แต่เธอก็ไม่ได้พูด

         “ดาร์ซินแจ้งเรื่องที่เด็กคนนั้นก่อกวนในชั้นเรียนให้ดิฉันทราบแล้วค่ะ เกรงว่าเด็กคนนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาในภายภาคหน้า”

         “เจ้าเชื่อดาร์ซินเพียงเพราะอีกฝ่ายเดินมาบอกต่อเจ้าเช่นนั้นรึ” ลิลิธเอ่ยถาม ใช้ส้อมจิ้มเนื้อแฮมที่หั่นเป็นชิ้นกินไปหนึ่งคำใหญ่ “หากเปลี่ยนเป็นนางเดินมาบอกต่อเจ้า เจ้าก็จะเชื่อนางเหมือนกันใช่หรือไม่”

         ที่จะบอกก็คือแม้ว่าดาร์ซินจะเป็นครูที่มีความอาวุโสกว่า แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะฟังความข้างเดียวแล้วตัดสินความผิดของเด็กคนนั้นทันที ถึงโลกใบนี้จะให้ความสำคัญกับลำดับความอาวุโสก็จริง แต่บางครั้งผู้อาวุโสที่ตัดสินใจผิดพลาดไปก็ยังมีให้เห็นเป็นตัวอย่างทั่วไป

         “เรื่องนั้น

         “จำเอาไว้ว่าในโรงเรียนแห่งนี้ความอาวุโสมิได้หมายถึงความถูกต้องเสมอไป แล้วเรื่องที่มีเด็กหัวรุนแรงเกิดขึ้นในโรงเรียนของเราผู้นี้ ตรวจสอบได้หรือยังว่าเป็นฝีมือการแทรกแซงของศาสนจักรหรือไม่”

         อินโนเซนเทีย ลิลิธ มีขอบเขตของตนเองคือจะไม่เข้าไปก้าวก่ายแนวทางการสอนของครูแต่ละท่าน ดังนั้นแม้จะเห็นว่ามันเป็นแนวทางการสอนที่ผิด หรือมีการชักชวนให้วิธีการต่างๆ นานาของศาสนจักรที่พยายามพูดถึงสังคมในอุดมคติที่ปราศจากเหล่าปีศาจ ชี้นำให้ทุกคนมองว่าปีศาจคือสิ่งเลวร้าย นางรับปากเอาไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น หากการกระทำนั้นไม่ใช่การบีบบังคับด้วยอำนาจ เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นมา นางจะแสดงให้เห็นเองว่าการบีบบังคับด้วยอำนาจที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นใด

         แต่ว่าเมื่อปีที่แล้วในโรงเรียนเซเวียร์แห่งนี้เริ่มมีพวกหัวรุนแรงเกิดขึ้นมา พบว่าเด็กนักเรียนที่พลังเวทมนตร์เคยมีอยู่ไม่มากกลับเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังแสดงความสามารถนี้ออกมาในการสอบเพื่อรับผลการประเมินที่ยอดเยี่ยม มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนเพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการแทรกแซงของศาสนจักรเข้ามา หากตรวจสอบได้และพบมูลความจริง ศาสนจักรนั่นจะต้องหายไปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามมนุษย์นั้นมีทั้งดีและเลวจึงไม่อาจเหมารวมได้ว่าทั้งหมดนั้นผิด

         “เท่าที่ตรวจสอบมา การเผยแผ่ศาสนาไม่ได้มีสิ่งใดที่ผิดปกติ แต่เด็กนักเรียนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้นนั้นจะเกิดขึ้นหลังมีการอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ และทุกคนล้วนแล้วแต่มีพลังเวทมนตร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น”

         “จับตาดูเอาไว้ให้ดี เมื่อใดที่ความจริงนั้นถูกเปิดเผยว่าศาสนจักรมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องในคราวนี้ เราผู้นี้จะไปคาดคั้นจากเจ้าราชาฟันน้ำนมนั่นด้วยตนเอง และหากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เราผู้นี้รู้สึกพึงพอใจ เราผู้นี้จะลบศาสนจักรนั่นให้หายไปจากดินแดนแห่งนี้ไม่ให้เลือกซาก และเจ้าราชาฟันน้ำนมจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้ออกคำสั่งบังคับให้มีการแต่งตั้งคนจากศาสนจักรในโรงเรียนของเราผู้นี้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 767 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #11879 Saki272836 (@Saki272836) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 15:47
    ผมชอบครับ เอกลักษณ์เฉพาะตัว ซาริเป็นสร้างสีสันมาก น่ารักดี ถ้าอ่านเเบบตั้งเเรกละเอียด -พวกที่เม้นเสียๆ น่าจะอ่านข้ามมากกว่า ถึงเม้นเเบบนี้ ประโยคเดียว ไม่ชอบ รำคาญ ออกไป ชิ้วๆ เขาไม่ได้ข้อร้องให้มาอ่านครับ
    #11879
    0
  2. #10828 mok12369 (@mok12369) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 06:44
    เรื่องนี้เเต่ก่อนก่อ่านนะ
    อ่านเเค่60ตอนอ่ะ
    #10828
    1
    • #10828-1 Mr.wicked (จากตอนที่ 66)
      1 ตุลาคม 2561 / 10:47
      กลับมาอ่านต่อได้นะครับ อาจจะพบความสนุกมากกว่าที่คิดก็ได้
      #10828-1
  3. #10622 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 07:48
    น่ารำคาญ ไม่แปลกใจที่เมื่อก่อนหยุดอ่านเรื่องนี้ไปผ่านไปเป็นปีแล้วค่อยกลับมาอ่าน นึกว่าจะมีรีไรท์สักหน่อย ไม่มีเลยจ้าาาา
    #10622
    3
    • #10622-2 [chen] (@chentaka) (จากตอนที่ 66)
      31 ตุลาคม 2561 / 10:37
      ไม่อยากอ่านก็ออกไปไกลๆ ไม่ต้องมาพิมพ์บั่นทอนกำลังใจคนเขียน แค่กดปิดไป มันยากตรงไหน ชิ้วๆ!
      #10622-2
    • #10622-3 Saki272836 (@Saki272836) (จากตอนที่ 66)
      23 ธันวาคม 2561 / 15:41
      เเปลก หยุดอ่านเเล้ว กลับมาอ่านเพื่อ?... งง เขาเเต่งเขาก็ไม่ได้อะไรป่ะครับ จะเอาอะไรนักหนา เขาไม่ได้ขอร้องให้คุณมาอ่านสักหน่อย อ่านก็ฟรี ตังก็ไม่เสีย อยากได้ดีกว่านี้หรอ ไปซื้ออ่านไป ชิ้วๆ
      #10622-3
  4. #9429 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 07:27
    ขอบคุณครับ
    #9429
    0
  5. #8601 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 19:27
    มันเกินไปนะ น่าจะใส่ความฉลาดให้เธอหน่อย ทำให้รู้สึกหงุดหงิด เพราะมันเกินคำว่าน่ารัก จนกลายเป็นน่ารำคาญ
    #8601
    0
  6. #7789 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 21:10
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7789
    0
  7. #7096 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:22
    ตัวสร้างสีสันเลยนะ ซาริ
    #7096
    0
  8. #6900 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 15:53
    ก็รู้นะ ว่าซาริเปนไง
    แต่เค้าต้องการสื่อสังคมปัจจุบันนะผมว่า
    แต่ผมก้ชอบนะ หายากนิยายผมอ่านติด
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6900
    0
  9. #6650 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 16:21
    เราว่าซาริไม่รู้จักกาลเทศะกินไป เด็กอนุบาลยังไม่ ปยอ.ขนาดนี้เลยอ่ะ เซรอสก็ไม่สอน ดีแต่จะปกป้อง ดีแต่สปอย ไม่สอนบ้างว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ น่าจะทิ้งไว้ที่บ้าน ลำไยมากๆ
    #6650
    0
  10. #6611 The Killer Princess (@rebornmini) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 14:45
    อยากให้ฝึกเข้าสังคมสินะ ให้ฝึกตั้งแต่ต้นเลยหรอ...แบบ ไม่บอกอะไรเลยให้เรียนรู้เองนี่นะ?......จ้ะ...
    #6611
    0
  11. #5819 Zino zenz (@janry) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 00:34
    อ่านไป รำคาญกระต่ายไปอะ
    #5819
    0
  12. #3976 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 19:12
    เซรอสควรจะบอกเหตุผลและสั่งสอนอย่างถูกต้อง ว่าอะไรควรไม่ควรนะ....แต่ก็เอาเถอะ เพราะตัวเซรอสเองก็ดูจะมี"ปัญหา"ในความคิด การเข้าใจบรรทัดฐานของสังคม และความที่ไม่สนใจหรือไม่สนโลกอยู่แล้วด้วยอะนะ ก็เลยไม่แปลกใจเท่าไร
    #3976
    0
  13. #3379 แก่นจันทน์ (@pooh_za) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 01:37
    ซาริไม่ผิดที่ถามในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้

    แต่ผิดที่ไม่ใช้คำถาม และวิธีการแสดงออกแบบไม่มีมารยาท

    เซรอสก็ผิดที่ไม่รู้จักสั่งสอน รู้ทั้งรู้ว่าทั้งซาริและฟรานยังเปรียบได้กับเด็ก(มนุษย์) และการที่พาทั้งสองคนมาเรียนที่โรงเรียนก็เพื่อฝึกให้เข้าสังคม

    แต่เซรอสไม่เคยสอนเลย ว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด อะไรควรทำ สิ่งไหนที่เป็นมารยาทขั้นพื้นฐาน หรือ กาลเทศะเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่

    สิ่งที่เซรอสทำ มีแต่สปอยล์ เอาใจ ตามใจ หัวเราะให้กับพฤติกรรม และยิ้มรับว่าเป็นแค่ /ตัวป่วน/

    แถมพออาจารย์สั่งลงโทษมา เซรอสแทนที่จะสอนและชี้แจงให้รู้ว่าควรพูดแบบไหนและปฏิบัติอย่างไรกับผู้อื่น

    กลับบอกว่าให้หยุดทำ(ถามคำถาม/ตอบคำถาม) และใช้วิธีลงโทษด้วยการงดของหวาน

    ซึ่งมันเป็นวิธีการที่ผิดพลาด เด็กจะไม่มีวันเรียนรู้ ถ้าไม่ถูกสั่งสอนและชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง

    ...

    แต่ก็อย่างว่า เซรอสก็เป็นเพียงอดีตนักฆ่า ที่ดูเหมือนจะมีความบกพร่องในการเข้าสังคมเช่นกัน ... แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรได้ !?!?!
    #3379
    3
    • #3379-2 I am The Shadow (@pluszealot3) (จากตอนที่ 66)
      28 กรกฎาคม 2560 / 10:21
      นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนเค้าต้องการจะสื่อ
      แต่ก็จะชอบมีผู้อ่านที่คิดไม่ถึงในความหมายของเนื้อเรื่องส่วนนี้แล้วอยากได้ที่ตามใจตัวเอง
      #3379-2
    • #3379-3 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 66)
      5 กันยายน 2560 / 13:31
      เอานักฆ่าที่เติบโตมาแบบไม่ปกติมาเลี้ยงเด็กก็แบบนี้ละ จะให้ซาริเป็นเหมือนคนปกติยาก แล้วซาริก็ยังเด็กมากด้วย
      #3379-3
  14. #3334 KratHasas (@KratHasas) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 12:50
    อ่านนิยายมาทุกเรื่องแต่เรื่องนี้เพิ่มค่า Int สูงาดละ
    #3334
    0
  15. #3331 1249900328295 (@1249900328295) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 10:40
    ขอบคุณครับ
    #3331
    0
  16. #3330 urei (@laststands) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 10:40
    ซาริรั่วแบบนี้ดีแล้วครับ? ถ้ามันอยู่กับฟราน2คนสงสัยไม่มีใครพูดกันพอดี? แถมที่เป็นหนักขนาดนี้ต้องโทษเซรอสมัน? อยู่ที่บ้านนี่เปย์อย่างเดียว
    #3330
    0
  17. #3328 Bom T. Yrn (@bomthrth) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 09:47
    คือบางทีก็เข้าใจว่าซาริเด็กนะครับ แต่บางทีมันก็น่ารำคาญเกินไปขาดความพอดี ชวนหงุดหงิดครับ ไม่ใช่เรื่องพวกนี้เซรอสจะไม่เคยสอน
    #3328
    0
  18. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 01:25
    รอเซรอสเจอกับ ผอ.โลลิ ถ้าได้ฝึกเวทย์กันคงจะมันน่าดู //
    #3323
    0
  19. #3322 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 23:37
    ท่าทางชีวิตในโรงเรียนจะน่าเบื่อแฮะ จำเป็นต้องทำตัวให้กระจอกขนาดนั่นเลยหรือ
    #3322
    1
    • #3322-1 MYNAMEISDUCK (@MYNAMEISDUCK) (จากตอนที่ 66)
      22 กรกฎาคม 2560 / 00:50
      เอาสองหน่อนั่นมาเข้าสังคมครับ
      #3322-1
  20. #3320 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 22:54
    แต่วันแรกยังขนาดนี้ ซาริเอ๋ย.. 55+
    #3320
    0
  21. #3319 คิว (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 22:21
    เซรอส แกถล่มไปเลยได้มะ อยากได้ความส่ะใจจัง
    #3319
    0
  22. #3314 Maolhao (@Maolhao) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:29
    ซาริทำอะไรก็ไม่ผิดค่ะ เซรอสชายผู้โอบอ้อม (ผู้หญิง) ก็ไม่โกรธเคืองใด ถ้าเป็นคนอื่น โดยเฉพาะ (ผู้ชาย) ไม่เหลือรอดหรอกค่ะ ก็อย่างว่าแหละ เป็นชะนีมีชัยไปหลายโยชน์
    #3314
    0
  23. #3312 obaconman (@obaconman) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 19:54
    ถ้า ผอ. รู้ตัวจริง เซรอต แล้วคงมันส์น่าดู เผลอๆสอนใช่เวท ให้อีก เพราะดูแนวทางของ2 คนนี้ใกล้เคียงกัน มาก
    #3312
    0
  24. #3311 Nutty8536 (@NutOBPKP) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 19:03
    รอถล่มให้เละซักที
    #3311
    0
  25. #3310 Theblue26 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 18:35
    ซาริชักจะน่ารำคาญเข้าไปทุกทีๆ
    #3310
    0