ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,888 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,366

    Overall
    2,256,888

ตอนที่ 61 : SS2 Episode One : สู่ไรด์การ์ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 716 ครั้ง
    16 ก.ค. 60

SS2 Episode One

 



         “โอ้โห~! ประตูบานใหญ่มากเลยเจ้าค่ะ”

         “คนเยอะ”

         มันเป็นการเดินทางไกลครั้งแรกที่ไม่ใช่ในฐานะของทาสที่ถูกซื้อขายเลยรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาเมืองใหญ่ ซาริยื่นใบหน้าออกมามองดูผู้คนที่เดินไปมาอยู่บนเส้นทางสัญจร ทุกคนเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้มีฐานะอะไรมากนัก ข้างหน้ายังมีรถม้าอีกหลายคันที่ดูจากรูปทรงแล้วค่อนข้างจะหรูหราเป็นพิเศษ ในขณะที่รถม้าของเซรอสภายนอกดูธรรมดา แต่ความเป็นจริงแล้วข้างในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับตั้งแค้มป์ครบครัน ซาริมองเห็นนักผจญภัยที่แต่งกายหรูหรากับจอมเวทที่ถือคทาสูงเท่าขนาดตัวก็ชี้ให้ฟรานดูด้วย แต่ฟรานเกลียดนักผจญภัยเลยไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไหร่

         สาเหตุที่มีรถม้าจอดเป็นคิวยาวเหยียดน่าจะมาจากการที่โรงเรียนเปิดรับสมัครแล้ว มีการตรวจสอบผู้เดินทางเข้าเมืองกันอย่างเข้มงวดแต่บางคนก็ผ่านไปได้เพียงแค่ชะเง้อคอมองเข้าไป

         “โอ้! ซาริเห็นทหารรับเงินด้วยเจ้าค่ะ”

         “ซาริ เรื่องแบบนี้พวกเราไม่ควรพูดออกไปหรอกนะ” เซรอสกล่าวเตือน มันไม่ใช่การหวังดีเพื่อสอนให้ทำเป็นหลับหูหลับตา แต่เป็นการสอนให้รู้ว่าบางครั้งการได้รู้ได้เห็นอะไรมากไปก็อาจจะเป็นอันตรายได้

         “โดนฆ่าได้” ฟรานกล่าวเสริม

         “อ๊ะ! ซาริไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ”

         ใช้เวลาค่อนข้างนานในการตรวจสอบสำหรับผู้ที่เดินทางมาใหม่ เซรอสเคยมาแล้วครั้งหนึ่งเลยรู้ขั้นตอนทั้งหมดเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นถ้ามาถึงเขตประตูเมืองได้ก่อนในช่วงเช้าก็น่าจะเข้าเมืองได้ประมาณในช่วงเที่ยงแน่นอน แต่ก็ยกเว้นเอาไว้ในกรณีที่เดินเท้าหรือเส้นทางด่วนที่มีให้เฉพาะพวกที่มีหลักฐานการเป็นพลเมือง อย่างนักผจญภัยกลุ่มหนึ่งที่เดินไปถึงโต๊ะก็หยิบเอาด็อกแท็กออกมาแสดง ก่อนจะเดินเข้าเมืองไปโดยไม่มีการพูดคุยใดๆ ทั้งสิ้น

         ในที่สุดก็ถึงคิวของเซรอส ตอนที่ทหารยามชะโงกหน้าเข้ามาตรวจสอบในรถม้าที่ดูไม่มีอะไรผิดสังเกต นอกจากซาริที่ยกมือปิดปากตัวเองเอาไว้ กับฟรานที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ เงยหน้ามองครั้งหนึ่งแล้วก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ ในรถม้าถ้าสังเกตแบบผ่านๆ ก็ไม่มีอะไรที่ดูแปลกก็เลยผ่านไปได้โดยชำระเงินและมีการออกบัตรเป็นพลเมืองชั่วคราวให้ แต่ในครั้งหน้าให้ใช้บัตรยืนยันตัวบุคคลที่ทางโรงเรียนออกให้จะสามารถเข้าออกเมืองทุกเมืองได้อย่างอิสระ

         “ซาริไม่ได้พูดนะเจ้าคะ” กระต่ายขาวยื่นหน้าออกมาหาเซรอสเพื่อขอรับคำชม

         “เก่งมาก” เซรอสลูบหัวเบาๆ มองดูความคึกคักในตลาดและได้กลิ่นย่างที่ดูหอมน่ากินลอยเตะจมูก เป็นไส้กรอกปิ้งที่ขายอยู่ริมทาง ล่าสุดที่มานั้นยังไม่มีก็แสดงว่าเป็นฝีมือของคาเรนที่ดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ แต่ว่าเท่าที่เห็นไม่ได้มีแค่ไส้กรอก ยังมีอาหารอีกหลายแบบที่ทำออกมาขายกันอีกเยอะแยะ “ดูเหมือนการค้าจะไปได้ด้วยดีสินะ พวกเธอสองคนแวะหาซื้ออะไรกินกันสักหน่อยไหม”

         “เจ้าค่า ซาริเอาแครอทเยอะๆ เจ้าค่ะ”

         “เสียใจด้วยนะ ไม่มีแครอทหรอก” เซรอสหัวเราะ จอดรถม้าและลงไปซื้อไส้กรอกราคาที่ขายอยู่ประมาณ 80 ทองแดงโทเฟน เป็นราคาที่ไม่ได้แพงสักเท่าไหร่ แต่เพราะแบบนั้นทำให้ร้านไส้กรอกค่อนข้างจะได้รับความนิยมเลยมีการตั้งร้านขึ้นหลายทิศมาก

         “โห! แปดสิบทองแดงโทเฟน” ซาริทำตาโต ประคองถือไส้กรอกไว้ด้วยสองราวกับกลัวว่ามันจะหล่นแตก

         “แพงเหรอ?” ฟรานถาม เธอไม่เคยใช้เงินมาก่อนในชีวิตเลยไม่รู้จักคุณค่าของเงิน

         “ไม่รู้เจ้าค่ะ แต่ถ้าเป็นเงินก็มีค่าไม่ใช่เหรอเจ้าคะ” ซาริตอบและกัดกินไส้กรอกด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย

         เซรอสไม่อยากจะเสียเวลาอยู่กับที่นานนัก ยัดไส้กรอกกินจนหมดก็ออกเดินทางกันต่อ เป้าหมายของเซรอสก็คือไปที่ตระกูลเรเบียสเพื่อขอเข้าพบกับคาเรน ก่อนหน้านี้บอกไปแล้วว่าจะมาเข้าศึกษาที่โรงเรียนเซเวียร์ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นการนัดเวลาเจอกันเอาไว้ก่อนล่วงหน้า

         เป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองคนจะปีนออกมาดูเมืองตรงที่นั่งคนขับ เด็กทั้งสองคนสวมใส่ชุดที่ผ่านการตัดเย็บมาอย่างดี มีความสวยงามเป็นอะไรที่ดึงดูดสายตาของคนที่อยู่ข้างทางได้เกินคาด คงคิดว่าซาริกับฟรานนั้นน่าจะเป็นทายาทของตระกูลใหญ่ที่ไหนสักแห่ง แต่ที่ได้รับความสนใจที่สุดก็คือการแต่งกายของเซรอสที่แปลกตามาก ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครเคยเห็นชุดแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะการผูกเนกไทมันทำให้เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ประหลาดพิลึก

         “ท่านเซรอสเจ้าคะ มีมนุษย์สัตว์เพียบเลยเจ้าค่ะ” ซาริร้องออกมาด้วยความดีใจ เป็นเวลาที่ค่อนข้างจะนานที่ไม่ได้เห็นมนุษย์สัตว์เดินเล่นอยู่ในเมืองด้วยท่าทางสุขสบายแบบนี้มาก่อน

         ซาริไม่รู้ว่าบัดนี้แม้จะยังมีทาสแรงงานอยู่ แต่พวกมนุษย์สัตว์และเอลฟ์ก็ถูกปลดปล่อยจากเรื่องเหล่านั้นไปเป็นที่เรียบร้อย จนมีกฎหมายออกมาห้ามอย่างชัดเจนไม่ให้มีการค้าขายทาสต่างเผ่าพันธุ์โดยเด็ดขาด และอนุญาตให้พวกเขามีสิทธิเทียบเท่ากับมนุษย์ทุกอย่าง ถึงจะยังปฏิเสธไม่ได้ที่มีคนยึดติดกับแนวความคิดที่ว่าพวกมนุษย์สัตว์ชั้นต่ำ ทว่าหลังจากโดนกดดันมาถึงขนาดนั้นถ้าไม่ทำอะไรเลยมีหวังได้กลายเป็นสงครามใหญ่แน่นอน

         “กระต่ายด้วย”

         “คนละสายพันธุ์กับซาริเลยเจ้าค่ะ”

         “แต่ก็เป็นกระต่าย”

         “นั่นมันก็จริงเจ้าค่ะ”

         ถ้าเถียงกันด้วยเหตุผลไม่มีทางที่ซาริจะชนะใครได้อยู่แล้ว

         “เอาน่าไม่ต้องเถียงกันหรอก แล้วก็นะซาริตอนนี้ไม่ทาสที่เป็นมนุษย์สัตว์หรือเอลฟ์แล้วล่ะ มันผิดกฎหมายและถ้าถูกจับได้ว่ามีการซื้อขายทาสใต้ดินแบบการไปจับมาขายต่อจะต้องโดนลงโทษอย่างหนัก ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้มันหายไปแล้ว แต่สิ่งที่ผิดกฎหมายพวกนี้ก็ยังคงมีอยู่ แค่ยังไม่มีใครรู้เท่านั้นเอง”

         “เซรอสรู้เหรอ?”

         “ไม่รู้หรอก แต่เข้าใจน่ะ” เขาตอบ

         ว่ากันตามตรงแล้วในที่นี้คนที่เข้าใจความคิดของโลกเบื้องหลังมากที่สุดก็คือเซรอส เนื่องจากเคยเป็นคนของโลกเบื้องหลังมาก่อนและรู้ว่าพวกนั้นจะต้องมีอำนาจอย่างมากในการปกปิดตัวตน เพียงแค่ไม่เห็นไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่ การค้าทาสนั้นแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรมากขอแค่มีฝีมือและคนรับซื้อก็ทำธุรกิจนี้ได้อย่างสบายแล้ว

         ขับรถม้าออกมาถึงส่วนของเมืองชั้นนอก เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกนี้ แต่ละพื้นที่ก็ถูกครอบครองโดยผู้มีอำนาจทางการเงิน โดยจ้างแรงงานให้มาอยู่อาศัยคอยปลูกพืชผลทางการเกษตรส่งคืนกลับไปยังเจ้าของที่ดิน แลกกับเงินค่าจ้างที่พอจะเก็บออมส่งลูกคนหนึ่งเข้าเรียนเล็กๆ ได้อยู่ โดยไร่นาที่เห็นอยู่นี้เคยเห็นมาก่อนแล้วและผลผลิตที่พอจะเห็นได้มีคุณภาพไม่สูงเท่าที่ควรและเป็นการปลูกพืชที่นำไปทำอาหารหลักๆ ได้อย่างพวกมันฝรั่ง แตงกวา และพืชหัวอีกหลายประเภท

         ขับรถม้ามาจนถึงบริเวณทางเข้าสู่ตระกูลเรเบียส มีการล้อมรั้วแสดงเขตแดนเอาไว้และมีคนเฝ้าทางเข้าออก จำได้ว่าตอนที่มาครั้งก่อนบริเวณนี้เป็นเพียงที่ดินที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้มีการดำเนินการเพาะปลูกแล้วแต่พอเก็บเกี่ยวเสร็จก็ปล่อยทิ้งทำให้หน้าดินเสียหายจนปลูกอะไรไม่ขึ้นอีก เนื่องจากไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายหรือฝืนลงทุนกับการปลูกมันจึงช่วยไม่ได้ที่จะถูกทอดทิ้ง คาเรนบอกเพียงแค่ว่าถ้าสามารถซื้อกลับคืนมาได้จะฟื้นฟูมันอีกรอบ

         “ไม่ทราบว่าท่านมีธุระใดกับตระกูลเรเบียสขอรับ” ผู้เฝ้าทางเข้าออกสอบถามอย่างมีมารยาท ถึงจะเป็นเพียงคนงานแต่ก็ถูกสอนให้มีมารยาทต่อแขกที่มาทุกคน

         “ผมเซรอส แอชเชอร์ มาขอเข้าพบท่านคาเรน เรเบียสตามที่ได้นัดกันเอาไว้ครับ” เซรอสปรับน้ำเสียงและแสดงตัวตนที่ดูสุภาพมากขึ้นให้ มองภายนอกแม้จะแต่งตัวประหลาดแต่กิริยาที่ใช้ต้องยอมรับเลยว่าไม่ต่างอะไรกับคุณชายที่ถูกอบรมเรื่องมารยาทเป็นอย่างดี

         “แอชเชอร์” ชายคนนั้นนึกชื่ออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะทำหน้าคล้ายจะนึกบางอย่างได้ “ท่านนี่เอง เชิญเลยขอรับ ท่านคาเรนแจ้งให้ทราบแล้วว่าจะมีเด็กหนุ่มมาขอเข้าพบช่วงนี้เลยไม่ได้เดินทางไปไหนเพราะเกรงว่าจะคลาดกันขอรับ”

         “ขอบคุณมากครับ”

         ไม่จำเป็นต้องดำเนินเรื่องอย่างการวิ่งกลับไปแจ้งหรือสอบถามให้วุ่นวาย ใช้วิธีสั่งการล่วงหน้าเพื่อให้สามารถเข้าพบได้ในทันที การเตรียมความพร้อมในระดับนี้ก็ต้องยอมรับเลยว่ามีสติปัญญาเฉียบแหลม ยิ่งการที่ไม่ยอมเดินทางไปไหนไกลๆ ก็น่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้แหละ

         ที่ดินตรงนี้ครั้งล่าสุดที่มามันตกอยู่ในชื่อของคนอื่น คาเรนสามารถซื้อกลับคืนมาได้แบบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการค้านั้นดำเนินไปได้ด้วยดี มีการขยายโรงเลี้ยงสัตว์เพิ่มเติมขึ้นเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ โรงเลี้ยงไก่ที่คนงานช่วยกันดูแลและตรวจสอบสุขภาพของไก่เรียงตัว มีคนคอยเลี้ยงดูวัวนม แพะ แกะ ซึ่งจำนวนที่มีอยู่ไม่น้อยและเดินกันอยู่ในทุ่งหญ้าแห้งๆ ทำให้ฟรานมองตาเป็นประกาย ที่ว่าเป็นพวกรักสัตว์นี่น่าจะเป็นความจริง

         ผ่านไร่ข้าวโพด นาข้าว ไร่มะเขือเทศ ไร่พริก ไร่ผลไม้ จากอายุของลำต้นที่เห็นเป็นไปได้ว่าทั้งหมดนี้เริ่มต้นในช่วงเวลาเดียวกัน จากพื้นที่ที่มีเพียงแค่สามพันกว่าตารางเมตร ขยับขยายมาเป็นพื้นที่กว้างได้ขนาดนี้ภายในระยะเวลาสั้นๆ แม้แต่เซรอสก็ทำไม่ได้หากต้องตกอยู่ภายใต้เงื่อนไขแบบเดียวกัน เขาเพียงแค่โชคดีได้ดินแดนต้องสาปที่ไม่มีเจ้าของ และมีพลังในการสร้าง แถมยังถือสิทธิ์เป็นผู้ครองดินแดนแห่งนั้นโดยไม่มีใครเห็นชอบด้วย แต่ไหนแต่ไรมาในอดีตก็ไม่มีเรื่องการถือครองสิทธิ์พื้นที่อยู่แล้ว เป็นเพียงแค่สิ่งที่ระบบการปกครองสร้างขึ้นเท่านั้น

         ไม่ต้องกังวลเรื่องการหลงทาง เพราะเส้นทางสัญจรที่ใช้เดินทางไปกลับมีเพียงเส้นทางเดียว เห็นอาคารบ้านเรือนที่ถูกสร้างตามแบบแปลนของหอพักด้วยเลยรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นผลงานของใคร การออกแบบแปลนที่พักเป็นเรื่องหนึ่งที่เซรอสใช้เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของผู้คน มีการทำรางน้ำฝนเอาไว้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นด้วย และความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ดูสุขสบายดีมาก

         “ท่านเซรอสนั่นมันอะไรเจ้าคะ?” ซาริชี้มือไปยังอาคารที่ติดกังหันลมเอาไว้

         “เป็นกังหันลมของโรงสีข้าวน่ะ ใช้สีเมล็ดข้าวเปลือก มันจะประหยัดกว่าการใช้แรงงานคนและทำได้ในปริมาณพอๆ กับคนกลุ่มใหญ่ทำในวันเดียว นอกจากนี้ถ้าพัฒนาให้ดีจะสามารถใช้เพื่อสูบน้ำมาใช้งานได้ด้วย จำเครื่องปั่นน้ำที่บ้านริมทะเลได้หรือเปล่า มันใช้หลักการคล้ายๆ กันแค่เราต้องเป็นคนทำด้วยตัวเอง ที่จริงก็ยังทำประโยชน์อื่นได้อยู่อีกนะแต่พวกเธอยังไม่ต้องรู้ก็ได้”

         “ไม่ได้ใช้แบบมือหมุนเหรอเจ้าคะ?” ซาริทำท่าทางหมุนเครื่องโม่หินอากาศ มันเป็นอุปกรณ์ที่เซรอสทำขึ้นเพราะพวกเขาไม่จำเป็นจะต้องใช้เครื่องใหญ่ขนาดนั้น

         “แบบเครื่องโม่มันโบราณก็จริง แต่มันคลาสสิกดีเลยทำน่ะ”

         เซรอสไม่ได้เป็นพวกมีเหตุผลอะไรยิ่งใหญ่ หรือเป็นพวกที่อนุรักษ์ของโบราณ ก็แค่ไม่อยากจะสร้างโรงสีข้าวด้วยปัญหาที่ว่าขี้เกียจ

         ในที่สุดการเดินทางของรถม้าก็ชะลอลงเมื่อมองเห็นเขตพื้นที่ของตระกูลเรเบียสที่คุ้นตา เรือนกระจกหลังใหญ่ที่มองไกลๆ เป็นอาคารสีขาวที่กินพื้นที่ไปจนถึงสุดริมรั้ว มีคนเห็นรถม้าขับมาก็หลบออกจากเส้นทางสัญจรและมองดูด้วยท่าทางแปลกใจนิดหน่อย เพราะตั้งแต่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ คาเรนไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามาในเขตเพาะปลูกหลักเลย ซึ่งทางรั้วเขตส่วนในจะเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์เรเบียสจึงต้องแจ้งชื่อและความประสงค์เพื่อขอเข้าไป ทว่าทันทีที่บอกชื่อไปก็ได้รับการต้อนรับทันที เห็นชายคนหนึ่งวิ่งลิ่วกลับไปที่คฤหาสน์เดาว่าคงไปแจ้งเรื่องนี้ให้พ่อบ้านชราทราบแน่นอน

         จอดรถม้าที่บริเวณทางขึ้นไปสู่คฤหาสน์ เซรอสจึงเดินลงจากรถม้าตามมาด้วยซาริกับฟราน คนที่ตื่นเต้นกับสถานที่แห่งใหม่ที่สุดก็คือซาริที่คล้ายว่าอยากจะไปวิ่งสำรวจสถานที่เป็นอันดับแรก แต่ก็โดนเซรอสดึงเอาไว้ไม่ให้วิ่งซุกซนมากนัก ส่วนฟรานก็เพียงแค่เดินไปลูบม้าขอบคุณที่ช่วยพามาส่งถึงที่นี่ให้ และพวกมันก็ส่งเสียงร้องตอบรับคำขอบคุณนั้น

         เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาก็น่าตกใจอยู่ บ้านอุปถัมภ์ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเพราะมันเป็นของที่เซรอสสร้างด้วยพลังในการสร้างจึงมีความทนทาน แต่สภาพแวดล้อมนั้นดูเหมือนคาเรนปรับปรุงคฤหาสน์ให้มีความน่าอยู่พร้อมกับดำเนินการสร้างโรงงานผลิตสินค้าขึ้นมาด้วย มีทั้งโรงงานผลิตสินค้าจากนม โรงเลี้ยงไก่ โรงงานผลิตซอส และเหมือนจะมีโรงงานผลิตสบู่กับโรงงานแปรรูปเนื้อเพิ่มเข้ามาด้วย ได้กลิ่นหอมของดอกไม้โชยมา ซาริยกมือขึ้นปิดจมูกทันที

         “แสบจมูกเจ้าค่ะ”

         “โรงงานผลิตสบู่ที่มีกลิ่นหอมมันค่อนข้างจะแรงไปสักหน่อยล่ะนะ ปกติไม่ได้อยู่ในระดับที่คนจะรับกลิ่นได้ถ้าอยู่ห่างไกล แต่มนุษย์สัตว์มีประสาทสัมผัสไวมากอยู่แล้ว การรับกลิ่นก็คงเหมือนกัน”

         “เซรอส” ฟรานเรียก เขาหันไปมองเธอก็ถามต่อว่า “จะพักที่นี่?”

         “ไม่ใช่หรอก พอดีครั้งล่าสุดที่ฉันมาพวกเราร่วมงานกันก็เลยขอให้ช่วยจัดหาบ้านพักที่เป็นเอกเทศให้ อย่างน้อยพวกเราก็จะได้ทำอะไรได้สะดวกขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปพักในหอพักโรงเรียนหรอก”

         “เหรอ” ฟรานลากเสียงคล้ายกำลังเสียใจที่ไม่ได้พักที่นี่

         “มีอะไรหรือเปล่า”

         “ภูตเยอะแยะ”

         “หมายความว่ายังไง”

         “ไม่มีอะไร” ฟรานไม่อธิบายอะไรอีกแล้วกลับไปอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองอีกครั้ง

         รออยู่สักพักประมาณห้านาทีก็มีคนเดินมาหา คาเรน เรเบียส แม้จะยังดูเป็นสาวใหญ่ทรงเสน่ห์แต่ก็มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็นอยู่บนใบหน้า ภายใต้เครื่องประทินผิวที่ทำขึ้นมาปกปิดความหมองคล้ำ แต่เธอก็ยังแสดงท่าทีเหมือนเดิมเหมือนไม่ต้องการจะให้ใครรู้เกี่ยวกับปัญหานี้

         “สวัสดีค่ะ ไม่ได้พบกันเสียนานเลย” คาเรนกล่าวทักทายด้วยมารยาทในแบบฉบับของเธอ “เดินทางมาไกลคงรู้สึกเหนื่อย ถ้าเช่นนั้นขอเรียนเชิญเข้าไปพักรับประทานอาหารในคฤหาสน์กันก่อนดีหรือเปล่าคะ ทั้งสองคนด้วย”

         คาเรนมองไปยังเด็กสองคนที่อยู่ด้านข้างเซรอส จำได้ว่าเขาบอกจะมาพาเข้าเรียนด้วยก็คิดว่าจะเป็นน้องสาว แต่กลับกลายเป็นมนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวที่หาได้ยากมาก และถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาจนมีรูปร่างสวยงามและขนเงางามอีกด้วย ส่วนอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่จ้องมองเธอด้วยสายตาพิจารณาอะไรบางอย่าง

         “เป็นเกียรติมากเลยครับ” เซรอสกล่าวด้วยถ้อยคำที่สุภาพ และเดินตามไปอย่างว่าง่าย

         เข้ามาภายในคฤหาสน์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก มันเริ่มมีเฟอร์นิเจอร์สำหรับรับแขกเพิ่มมากขึ้น จากที่ไม่มีแม้แต่เก้าอี้จะนั่ง ห้องอาหารก็เปลี่ยนไปเป็นโต๊ะยาวที่ผ่านการขัดเงามาเป็นอย่างดี ทำให้ตระกูลเรเบียสดูมีระดับขึ้นมาก การทักทายของสาวใช้ที่เดินเรียงแถวเป็นระเบียบบ่งบอกให้เห็นว่าตระกูลเรเบียสให้ความสำคัญด้านมารยาทต่อแขกอย่างถึงที่สุด คล้ายกับว่าเซรอสหลุดเข้ามาอยู่ในบ้านของมหาเศรษฐีในละครพีเรียตก็ไม่ปาน

         “เปลี่ยนไปเยอะเลยสินะเนี่ย ฉันจำไม่ได้ว่าหน้าต่างตรงนั้นมีผ้าม่านด้วย แต่เลือกใช้สีเบจนี่ถือว่ารสนิยมใช้ได้เลย”

         “สีเบจ?” คาเรนสงสัย แต่สักพักก็ปรับอารมณ์ได้ “ถ้านั่นถือเป็นคำชมก็ขอขอบพระคุณมากค่ะ ที่ดิฉันมีทุกอย่างในวันนี้ได้ก็เพราะความกรุณาของคุณเซรอสที่มอบวิธีการผลิตให้ต่างหากค่ะ”

         “เป็นเพราะเธอที่ให้ความสนใจในตัวฉันนั่นแหละ ว่าแต่สภาพของเธอดูเหนื่อยๆ นะ พบเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า”

         “ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ทั้งเรื่องกำลังการผลิตที่ยังไม่พอจนต้องหาทางเร่งดำเนินการผลิตให้ทัน ทั้งเรื่องหาวิธีป้องกันไม่ให้มีการขโมยความลับทางการค้า เมื่อประมาณเดือนที่แล้วมี หนู ถูกส่งเข้ามาในตระกูลเรเบียสด้วยค่ะ มากันสิบคน เคราะห์ดีที่คุณเบลูก้ารู้ตัวและจัดการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เลยต้องระมัดระวังกันอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ”

         หนู ในความหมายของคาเรนหมายถึงของโจรที่เข้ามาเพื่อปล้นความลับทางการค้า เพราะการที่คาเรนเป็นคนเดียวที่ถือกรรมวิธีการผลิตอาหารมากมาย และพอเห็นว่าคาเรนขายแล้วรวยได้ก็เกิดความต้องการจะได้ความลับนั้นไปทำขายด้วยตัวเอง เซรอสพอจะเข้าใจเรื่องแบบนี้อยู่บ้างจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรสักนิด แต่พอคาเรนพูดแบบนี้เซรอสก็รู้สึกผิดนิดหน่อยที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้

         “อย่างนั้นหรือครับ ท่าทางจะลำบากแย่เลย” เซรอสกล่าว

         “ว่าแต่คุณหนูทั้งสองท่านนี้ไม่ทราบว่าเป็นใครหรือคะ?”

         “ฟราน”

         “อะเอ้อซาริ แอ่บ! อ๋อย เอออัดอิ้นอัวเองเอ้าอ่ะ” ซาริดูจะตื่นเต้นกับการที่ได้พูดคุยกับหญิงสาวที่มีฐานะสูงส่งมาก

         เซรอสเห็นแล้วก็หัวเราะแล้วกล่าวว่า “ยัยตัวแสบซ่าไม่ออกเลยหรือยังไง ก็อย่างที่เคยพูดไปทั้งสองคนนี้เป็นเด็กที่ฉันอุปการะเอง ถ้าจะให้พูดล่ะก็คงเป็นน้องสาวบุญธรรมนั่นแหละ”

         “อย่างนั้นหรือคะ” คาเรนท่าทางแปลกใจนิดหน่อย ทางซารินั้นดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ฟรานกลับจ้องมองเธอมาโดยตลอดก็ทำให้รู้สึกกังวลแล้วว่าตนเองอาจจะทำอะไรผิดพลาดไปแล้วก็ได้ “แล้วก็นะคะ คุณเซรอสเกี่ยวกับบ้านของคุณดิฉันได้จัดการให้แล้วค่ะ รื้อถอนพร้อมกับเตรียมวัสดุก่อสร้างหลักๆ เอาไว้ให้แล้ว หวังว่าจะช่วยลดภาระของคุณลงได้บ้าง แต่มันก็เย็นแล้วคิดว่าคุณควรจะพักผ่อนที่นี่นะคะ แล้วพรุ่งนี้เช้าดิฉันจะขอพาทุกท่านไปชมบ้านพัก ยังไงกำหนดปิดรับสมัครก็ยังเหลืออีกสามวัน”

         เซรอสพยักหน้ารับเป็นการขอบคุณโดยไม่กล่าวอะไรมาก เพราะการเดินทางด้วยรถม้าทำให้มาถึงไรด์การ์ดก่อนกำหนดการหลายวัน จะออกนอกเส้นทางบ้างนิดหน่อยก็คงไม่เป็นปัญหา เนื่องจากกำหนดการรับสมัครนั้นเปิดยาวไปอีกหลายวันเพื่อรองรับผู้ที่อยู่ต่างเมือง

         อาหารทั้งหมดที่ทำมาเสิร์ฟให้เป็นสูตรอาหารของเซรอสที่ได้ให้ไว้ คงตั้งใจจะให้ลองชิมดูว่ารสชาติที่แม่ครัวทำขึ้นมาถูกปากคนที่คิดสูตรหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรให้ตำหนิ มันสามารถนำไปเป็นเมนูสำหรับร้านอาหารได้เลย ซาริไม่คุ้นชินกับการกินอาหารที่ต้องเคร่งเรื่องมารยาทสักเท่าไหร่ เพียงไม่กี่นาทีก็เปลี่ยนไปใช้การกินตามปกติ ซึ่งมันก็ดูไม่ค่อยมีมารยาทสักเท่าไหร่โดยเฉพาะการเคี้ยวกินเสียงดังและเคี้ยวให้ละเอียด ส่วนฟรานก็กินแบบไม่สุงสิงกับใครทั้งสิ้น

         หลังทานอาหารเสร็จ เบลูก้าก็พาไปดูห้องรับรองที่มีการเตรียมเอาไว้ให้ มันแตกต่างจากครั้งที่แล้วตรงที่เตียงนอนมันใหญ่ขึ้น และมีเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเพื่อความสะดวกในการพักผ่อนของผู้อาศัย ตรวจสอบแล้วว่าเบลูก้าออกห่างจากห้อง เซรอสปลดเนกไทออกหลวมๆ และเริ่มปลดกระดุมเสื้อ อาวุธทั้งหมดถูกถอดวางเอาไว้บนเตียงอย่างเป็นระเบียบ ใช้แหวนนำกระเป๋าลังใหญ่ออกมาเปิด ภายในมีชุดและอุปกรณ์ที่ไฮเทคซึ่งเขาใช้เวลาและวัตถุดิบสร้างมันขึ้นมาเพื่อความได้เปรียบในหน้าที่ของตนเอง

         ในตอนแรกนั้นมองคาเรนเป็นเพียงแค่คนร่วมงานที่มีประโยชน์เท่านั้น แต่บุญคุณที่พระเจ้าช่วยเอาไว้เขาไม่มีทางปฏิเสธที่จะตอบแทน เมื่อมีคำขอร้องให้เขาช่วยดูแลคาเรน นั่นหมายความว่าการช่วยเหลือเธอก็คือหน้าที่สำคัญของเขาเช่นกัน

         ถึงเสื้อตัวนี้จะมีต้นแบบมาจากชุดนักฆ่าที่เขาใส่อยู่ประจำในโลกที่แล้ว แต่ด้วยวิทยาการที่ยังไปเพียงพอ ทำได้อย่างมากก็แค่ป้องกันการฉีกขาดจากการถูกมีดฟัน แว่นตากันลมสีดำธรรมดา ซึ่งไม่เหมาะที่จะใส่ในพื้นที่ที่มืดเนื่องจากว่าจะทำให้มองไม่เห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วเจ้านี่เป็นแว่นตาที่ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ผ่านฟิล์มแบบพิเศษ มันยังห่างไกลจากเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งตั้งใจว่าจะมาทำต่อที่นี่ให้แล้วเสร็จ

         เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วเซรอสก็เก็บของทั้งหมดใส่แหวน ทดสอบโดยการขยับตัวเล็กน้อยจนรู้ว่าไม่มีปัญหาด้านความเคลื่อนไหว ก่อนจะเปิดหน้าต่างแล้วกระโดดลงไป เพียงชั่วพริบตาเดียวร่างของเซรอสก็ถูกความมืดกลืนกินไปโดยที่จะไม่มีใครสามารถมองเห็นตัวตนของเขาได้อีก

 

         บริเวณนอกเขตพื้นที่ของตระกูลเรเบียสลึกเข้าไปในป่าที่ไม่น่าจะมีใครผ่านไปผ่านมาได้ด้วยความบังเอิญ ชายคนหนึ่งท่าทางลุกลี้ลุกลนราวกับกังวลว่าจะมีใครผ่านมาเห็นได้ วันนี้เป็นคืนเดือนมืดเลยยากที่จะมองเห็นได้ว่าเป็นใคร เขายืนรออยู่เพียงไม่นานก็มีคนปรากฏตัวขึ้น มือข้างหนึ่งยื่นออกมาก่อนที่ชายคนนั้นจะควักเอาแผ่นกระดาษที่พับครึ่งออกมาส่งให้ คนคนนั้นดีดนิ้วสร้างดวงไฟเล็กๆ ขึ้นมาอ่านกระดาษแผ่นนั้นครู่หนึ่งแล้วจึงเก็บใส่เสื้อคลุม

         “รีบส่งเงินมาได้แล้ว”

         “ไม่ต้องรีบร้อนนักก็ได้ ว่าแต่ได้ยินมาว่ามีคนเข้าไปที่ตระกูลเรเบียสสินะ รู้หรือเปล่าว่าเป็นใคร”

         “ได้ยินว่าเป็นคนของตระกูลแอชเชอร์ ชื่อเซรอส เป็นเด็กหนุ่มท่าทางไม่เลวเลยล่ะ มีเด็กผู้หญิงสองคนติดตามมาด้วย เป็นเอลฟ์กับกระต่ายขาว คงเป็นตระกูลที่มีมั่งคั่งมาก พวกเขาใส่ชุดแปลกๆ แต่เด็กผู้หญิงพวกนั้นใส่ชุดเสื้อหนังอย่างดีด้วย”

         “เซรอส แอชเชอร์เหรอ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ข้าจะลองไปตรวจสอบดู แน่ใจนะว่าได้ยินไม่ผิด”

         “ข้าฟังอยู่ใกล้ๆ ตอนที่เด็กนั่นประกาศชื่อตัวเองที่หน้าประตู แล้วก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทันที คิดว่าคงไม่ผิดหรอก”

         ได้ข้อมูลสำคัญมาแล้วก็หยิบเอาถุงเล็กๆ ออกมาให้ ในนั้นมีเหรียญสีเงินวาววับประมาณสิบห้าเหรียญเงินโทเฟน

         “นายท่านสั่งให้ข้าบอกกับเจ้าว่าให้รีบสร้างความดีความชอบแล้วย้ายเข้าไปส่วนกระบวนการผลิตได้แล้ว ถ้าไม่รู้ว่าเจ้าเครื่องนี้มันทำงานยังไง ก็สร้างสินค้าเลียนแบบขึ้นมาไม่ได้”

         “เหอะ! เจ้าพูดมันง่ายน่ะสิ ยัยคุณหนูนั่นฉลาดเป็นกรดไม่ยอมให้ความลับหลุดรอดออกไปได้อยู่แล้ว ข้าทำได้อย่างมากก็แค่แอบเข้าไปดูเครื่องที่ใช้ผลิตเท่านั้น ครั้งก่อนที่พวกเจ้าส่งคนเข้ามาเพื่อคัดลอกแบบแปลนเครื่องผลิตที่บ้านของตาแก่ช่างนั่น ทำให้ยัยคุณหนูระมัดระวังมากกว่าเดิม”

         “ข้าแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ถ้าเจ้าอยากได้เงินก็ทำตามต่อไป ต้องไม่ลืมนะว่าถ้าเจ้าทำงานสำเร็จก็จะมีกินมีใช้ไปทั้งชาติ”

         “หวังว่านะ” ชายคนนั้นเก็บถุงเหรียญเงินใส่กระเป๋า หมุนตัวแล้วเตรียมที่จะเดินกลับไปที่ตระกูลเรเบียส

         “เดี๋ยวก่อน! เจ้าพาใครมาด้วย” ท่าทางของคนในชุดคลุมดูแปลกไป หลังสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนอยู่ที่นี่ด้วย จากนั้นก็ร่ายเวทมนตร์สร้างแสงขึ้นมาเผยให้เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งใสชุดประหลาด และมีหน้ากากปิดบริเวณดวงตา ร่างกายปกคลุมไปด้วยออร่าสีดำน่าจะเป็นเวทมนตร์ของธาตุความมืดที่ใช้เร้นกายในสถานที่ที่มืดมิด

         “คงดูถูกเวทมนตร์มากเกินไป ไม่คิดเลยว่าจะรู้ตัวได้ ทำได้ยังไงกันน่ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามแต่ก็คงไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรอยู่แล้ว เขาขว้างมีดออกมาซัดใส่ หนู ที่ขายความลับ โดนมือแล้วไปตรึงติดอยู่กับต้นไม้ ที่ยังไม่ฆ่าเพราะใช้รีดเค้นความลับได้

         พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจอะไรไม่ถูก ตอนแรกเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่เด็กที่น่าจะรับมือได้ไม่ยาก แต่การโจมตีเมื่อสักครู่นั้นทำให้ต้องประเมินสถานการณ์กันใหม่ มันเป็นวินาทีเดียวกันกับที่ปรากฏตัวขึ้นก็ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้อยู่หมัด

         แต่คนชุดดำไม่สนใจสภาพของ หนูอยู่แล้ว ตอนนี้จำเป็นจะต้องหนีแต่ในวินาทีนั้นเซรอสก็วิ่งเข้ามาขวางเอาไว้ ชายคนนั้นซ่อนดาบสั้นสองคมไว้ในแขนเสื้อตอนที่แทงมือออกมา คว้าดาบได้ก็หวังจะปลิดชีพ เซรอสใช้เพียงนิ้วมือหยุดดาบและสะบัดแขนขึ้น อยู่ๆ แขนของชายคนนั้นก็ขาดอย่างง่ายดาย เขากรีดร้องลั่นและยังดิ้นรนที่จะเอาชีวิตรอด

         “ถ้าอยากรู้ว่าเซรอส แอชเชอร์เป็นใครไม่ต้องไปสืบก็ได้ ถามฉันสิแต่ฉันคงไม่ตอบคนตายแล้วหรอก”

         วินาทีนั้นดาบของเซรอสก็ปักเข้าที่ลำคอทำให้ชีวิตของชายคนนั้นจบลงในทันที จากนั้นก็ค้นเอาสิ่งที่ หนูเขียนส่งมอบให้ เป็นการวาดรูปเหมือนที่ทำออกมาได้ไม่เลวมาก คงเป็นนักวาดรูปที่มีฝีมือเก่งกาจคนหนึ่ง จึงได้มองไปยังชายคนที่เป็น หนู ซึ่งกำลังตัวสั่นด้วยความกลัวตายเป็นอย่างมาก

         และเพราะการที่เขาเป็นนักวาดรูปทำให้ร่องรอยบนมือมีหลักฐานอย่างชัดเจน นอกจากนี้ตอนที่เขามาถึงมีสายตาจดจ้องมาที่ตนเอง เขามักจะไวต่อการถูกจับตามองเป็นที่สุด มันเป็นประสบการณ์ที่มาจากการขัดเกลาและหลบหนีมาเป็นเวลานาน ทันทีที่คาเรนพูดถึง หนู ก่อนจะทานอาหารก็พอจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปจับตาดู หนู ตัวที่ว่าแต่ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะเป็นวันส่งมอบข้อมูล เลยมาจัดการให้สิ้นซาก

         “อย่าฆ่าข้าข้าก็แค่ขายข้อมูล ไม่ได้เกี่ยวกับเจ้านั่นเลย ข้าจะไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าอีก”

         “คนที่จะตัดสินว่าเกี่ยวหรือไม่คือเธอคนนั้นไม่ใช่ฉัน หวังว่าแกคงจะยอมคายความลับดีๆ และภาวนาขอให้ผู้หญิงคนนั้นมีเมตตาก็แล้วกัน บอกเอาไว้ก่อนนะว่าฉันไม่เหมือน นายท่าน ที่สัญญาว่าจะให้แกมีกินมีใช้ไปทั้งชาติ แต่ฉันสัญญาได้ว่าแกจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่สุขสบายแน่”

         พอทำให้หลับแล้วก็จัดการแบกกลับตระกูลเรเบียส เพื่อให้คาเรนสอบถามความจริงของเรื่องทั้งหมด เพราะเซรอสคงไม่ได้มีเวลาว่างจะมาคอยช่วยเหลือทุกเวลา เธอควรจะได้รู้ความจริงเรื่องหนูที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในตระกูลเรเบียสเพื่อขายข้อมูลนี้






อะไรวะ เปิดเรื่องบทแรกก็เจอปัญหาเลยงั้นเหรอ?

ที่จริงก็ควรเป็นแบบนั้นล่ะนะ ปัญหาที่เจอไม่ได้เริ่มจาก 0 เสมอไป

เรื่อง ผอ. รับรองเจอผมเล่นจนหลังหักกันแน่ ฮ่าๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 716 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #9944 ปาร์ค ชานส้ม (@kcegalaxy) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 07:23
    ขอบคุณค่ะ
    #9944
    0
  2. #7784 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 18:56
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7784
    0
  3. #7088 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:21
    ได้หนูมาตัวเดียวจะอิ่มไหมเนี่ยยยย
    #7088
    0
  4. #6893 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 22:48
    สนุกมากมาถึงก้เจอปัญญาเลย ปัญหา
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6893
    0
  5. #3964 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 20:59
    บอกมาแบบนี้ ก็อยากรู้แล้วว่า ผอ. เป็นใคร
    #3964
    1
  6. #3236 FuJiTa (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:22
    ขอบคุณครับ
    #3236
    0
  7. #2829 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 12:52
    ขอบคุณจ้า
    #2829
    0
  8. #2806 FIS_Oki (@FIS_Oki) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 09:26
    ผอ. เป็นเทพสินะ (ปีศาจก็มีแล้ว) ...หรือ อดีตผู้กล้า...หรือราชามังกร....(น่าจะหมดละ มีเท่านี้คงไม่หักมุม มาแปลกๆ นะ 5555)
    #2806
    3
    • #2806-2 KratHasas (@KratHasas) (จากตอนที่ 61)
      17 กรกฎาคม 2560 / 13:50
      ผอ. เป็นชาวบ้านเวล 999
      #2806-2
    • #2806-3 FIS_Oki (@FIS_Oki) (จากตอนที่ 61)
      17 กรกฎาคม 2560 / 14:36
      คนละเรื่องละ พวกนาย 5555
      #2806-3
  9. #2802 White_Lilys (@lolipopkungs) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 02:27
    อ่านแล้วยิ่งอยากอ่านอีกจังเลยค่ะ55
    #2802
    0
  10. #2798 BloodPriNce[BlueWorld] (@princemoo) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:47
    ผอ. แม่งคือ พระเจ้าจำแลงกายมา 555
    #2798
    0
  11. #2795 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 22:40
    หาเรื่องเองนะหนู
    #2795
    0
  12. #2792 porpies2 (@porpies) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 21:08
    ขอบคุณค่า
    #2792
    0
  13. #2791 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 19:08
    เอ้อ อยู่ดีไม่ว่าดี
    #2791
    0
  14. #2786 Zanzar (@5401170733) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 17:21
    เซลอส กินตับคาเรนสักทีคาเรนน่าจะหายเหนือยนะ//เห็นว่าผู้ชายคนใหนก็ทำไม่ได้โดนพระเจ้าสาบส่งหมด เซลอสนีได้ชัวก็พระเจ้าส่งมาเอง5555
    #2786
    0
  15. #2784 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:40
    ขอบคุณครับ
    #2784
    0
  16. #2783 แก่นจันทน์ (@pooh_za) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:51
    ในอนาคตผอ.อาจจะไปอยู่กิน(?)ที่บ้านพระเอกเลยก็เป็นได้ // งานมโนก็มา
    #2783
    0
  17. #2782 netipongOanpinij (@netipongOanpinij) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:40
    ภูต โผล่ มาอีกหนึ่งประเด็น รอลุ้น ผอ มันจะเป็นตัวอะไร
    #2782
    0
  18. #2780 defy (@chaimaha) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 14:21
    ขอบคุณครับ
    #2780
    0
  19. #2777 คนเช็ดเงา (@teemed186) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:19
    ผอ. ก็สโลว์ไลฟ๋เหมือนกัน555
    #2777
    0
  20. #2775 ColdSton (@ColdSton) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:56
    เซรอส สร้าง CCTV ให้คาเรนหน่อยสิ
    #2775
    0
  21. #2774 @niinc (@aniinc) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:28
    เก็บหนูแล้วฆ่าหัวหน้า????ทำไมทำกลับกันหล่ะหน่ะ
    #2774
    0
  22. #2773 Razel (@kittipat159) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:25
    อ้าว! มีประเด็น
    //ผอ.อาจจะเป็นพี่สาวทรงโตหุ่นสะบึม หรือจะเป็นโลลิสไตล์หมีให้เซรอสชื่นใจก็ได้
    #2773
    1
    • #2773-1 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 61)
      16 กรกฎาคม 2560 / 15:35
      น่าจะเป็นคนของตระกูลเก่าของคาเรนนั่นแหละ

      ว่าแต่หนูนี่หวังจะรวยทางลัดอย่างเดียวสินะ ไม่น่ารอด
      #2773-1
  23. #2772 Saw_y (@Saw_y) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:11
    ขอบคุณคะสนุกมากกก
    #2772
    0
  24. #2771 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:07
    โห...

    มาถึงก็เจอปัญหากันเลยทีเดียว
    #2771
    0
  25. #2770 ฟ้าทมิฬ (@luzifur) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 11:59
    ชอบ ผอ.อะ ไม่สนโลกดี 5555
    #2770
    0