ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,590 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,796 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,068

    Overall
    2,256,590

ตอนที่ 62 : SS2 Episode Two : บ้านใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 681 ครั้ง
    17 ก.ค. 60

SS2 Episode Two

 



         ทฤษฏีจิตวิทยาตำรวจดี ตำรวจเลว เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่มักจะใช้ได้ผลดีในการสอบสวนกับเยาวชน สำหรับผู้คนบนโลกนี้ที่มีระดับการศึกษาไม่ได้สูงมากนัก และผู้คนส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงแค่ชนชั้นแรงงานที่ไม่ได้รับการศึกษา มีเหตุผลมากพอที่ทำให้จิตวิทยานี้ค่อนข้างจะได้ผลทีเดียว

         โดยเซรอสรับหน้าที่เป็นตำรวจเลวที่สร้างสภาวะในแง่ลบให้แก่เป้าหมายจนอยู่ในสภาพที่หวาดผวาไปแล้ว เพียงแต่ได้เห็นหน้าก็พูดจาไม่รู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อตอกย้ำให้เกิดความกลัวมากขึ้น เขามีสารพัดวิธีที่เรียกว่าการละเล่นกลจิตวิทยา มีดในถุง เป็นเกมอย่างหนึ่ง หลังจากแสดงตัวอย่างให้เห็นว่ามีดมันเป็นของจริงและซ่อนเอาไว้ในถุงกระดาษห้าใบ และใช้วิธีนำมือไปกดลงบนถุงทีละใบ จนกระทั่งคาเรนเดินเข้ามาพอดีทำให้การละเล่นของเซรอสจำต้องหยุดลง

         บทบาทของคาเรนคือตำรวจดีที่จะคอยใช้คำพูดที่เธอเชี่ยวชาญเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมจะช่วยเหลือหากยอมให้ความร่วมมือ และมันได้ผล ชายคนนั้นเปิดปากเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาแต่ไม่รู้ว่า นายท่าน คนนั้นเป็นใคร รู้เพียงแค่ว่าพวกเขามีเป้าหมายที่อุปกรณ์การผลิตที่เป็นความลับของตระกูลเรเบียส เพื่อต้องการนำไปสร้างและทำสินค้าขึ้นมาขายแข่งให้ได้ นอกจากนี้พวกเขาต้องการจะรู้ด้วยว่ามีใครบ้างที่คาเรนได้ติดต่อเป็นการส่วนตัว ทั้งยังสารภาพเรื่องต่างๆ อีกตั้งมากมายที่เคยกระทำมาในอดีต

         คาเรนออกมาจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้าเหมือนคนที่รับรู้เรื่องสำคัญขึ้น ที่ผ่านมาไม่ว่าจะกดดันแค่ไหนก็ไม่อาจบังคับให้คายความลับออกมาได้ บางคนก็พูดเฉไฉจนดักทางไม่ถูก หรือกระทั่งพวกที่แอบเข้ามาเพื่อขโมยแบบแปลนก็ฆ่าตัวตายทันทีที่ถูกจับได้ ต้องบอกว่านี่เป็นความสำเร็จครั้งแรกที่ทำให้รู้ว่ามีหลายคนกำลังพยายามจะสร้างสินค้าขึ้นมาขายแข่งกับเธอ

         “ถ้าสร้างโรงงานเสร็จและทุกอย่างอยู่ตัวก็ตั้งใจว่าจะเปิดเผยกรรมวิธีการผลิตออกไปอยู่หรอกค่ะ”

         “คิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นใครกันแน่ เท่าที่คิดได้คงจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจทางการเงินน่าดู”

         “มีเยอะเกินไปค่ะ แต่พอรู้แบบนี้แล้วแสดงว่าอีกไม่นานพวกเขาจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง เพราะนี่ถือได้ว่าเป็นการกระตุ้นที่ทำให้พวกเขาตื่นตัวและหาทางรับมือก่อนที่จะถูกสาวไปถึงตนเอง คุณเบลูก้าช่วยพาผู้ชายคนนั้นไปส่งขึ้นรถม้าลงใต้ อย่าลืมมอบเงินก้อนสุดท้ายด้วยนะคะ อย่างน้อยเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็ต้องมีเงินทุนพอสมควร” คาเรนตอบก่อนจะหันไปทางเซรอสแล้วพูดเผื่อ “เขาบอกกับดิฉันแล้วล่ะค่ะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่บอกใครเด็ดขาด”

         เซรอสพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย คาเรนคงคิดว่าเขากังวลเรื่องที่ร่วมมือกันในการสร้างกลุ่มการค้าเซเรนขึ้นมา แต่อันที่จริงแล้วชายคนนั้นรู้เรื่องที่เซรอสเป็นคนฆ่าชายอีกคนตาย และรู้ชื่อของเขาแล้วด้วย ที่ไม่กลัวเรื่องที่ชายคนนั้นจะพูดความลับนี้ออกไป ยังไงซะก็คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสิบวันนับจากนี้ ทำนองว่ายังไว้ใจไม่ได้ถึงจะฝังความกลัวเอาไว้ในอนาคตก็อาจจะเปิดเผยมันออกมาสร้างปัญหาให้ก็ได้ เลยต้องปิดปากเอาไว้ให้เงียบ ถ้านับเวลาเดินทางไปยังเมืองแห่งใหม่คงทำให้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วันเท่านั้น แน่นอนว่าคาเรนก็ไม่รู้เรื่องที่เซรอสใช้ยาพิษกับเป้าหมายนี้ด้วย

         “ถ้าสามารถจับตัวอีกคนได้คงจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้างนะครับ”

         “นั่นสินะคะ”

         เซรอสไม่พูดอะไร เขาบอกไปเพียงแค่ว่าอีกฝ่ายหนีไปได้ทั้งที่บาดเจ็บสาหัส อาจจะไปเสียชีวิตที่ไหนแล้วก็ได้

         อันที่จริงก็มีความคิดเรื่องที่จะจับตัวชายคนนั้นแทนเหมือนกัน แต่ลักษณะการต่อสู้แล้วคงเป็นคนที่ผ่านการฆ่าคนมาแล้วไม่ใช่น้อยๆ อีกทั้งเซรอสยังไม่รู้จักเวทมนตร์ดีอาจจะมีวิธีการที่ช่วยให้หนีรอดจากการจับกุมไปได้ หรืออาจจะชิงฆ่าตัวตายเพื่อปกปิดความลับก็ได้เหมือนกัน ความเสี่ยงมีมากเกินไปเมื่ออีกฝ่ายรู้ชื่อของเขาแล้ว ดังนั้นเซรอสเลยไม่จำเป็นจะต้องไว้ชีวิตคนที่ (อาจจะ) มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายเอาไว้ให้เสียเวลาเด็ดขาด ข้อมูลเพียงเล็กน้อยแม้จะสาวไปไม่ถึงตัวแต่ก็มีผลช่วยให้คาเรนรู้ว่าควรจะระวังตัวให้มากขึ้น

         แม้คาเรนจะยังรู้สึกสงสัยในตัวตนของเซรอสที่มีความสามารถขนาดที่จับหางของสายที่ปะปนเข้ามาเป็นคนงานในตระกูลเรเบียสได้ในระยะเวลาสั้นๆ พอคิดถึงเรื่องที่เขามีพลังระดับนั้น ก็เป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งความสามารถนั่นเอง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งจนส่งผลถึงการร่วมมือกันในอนาคต คาเรนเลือกที่จะไม่ถามอะไรเพื่อล้วงลึกมากไปกว่านี้ ถ้าเขามีเจตนาที่จะช่วยเหลือเธอจริง บางครั้งการมองข้ามเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไปน่าจะให้ผลดีกว่า

         “ตอนนี้ค่อนข้างจะดึกแล้ว ดิฉันคิดว่าคุณควรจะไปนอนพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ดิฉันจะนำทางคุณไปยังบ้านพักเองค่ะ”

         “เข้าใจแล้ว” เซรอสตอบรับ ทิ้งสายตามองไปยังชายคนนั้นที่นั่งอยู่ในท่าสำนึกผิดก่อนจะกลับไปที่ห้อง

         ครั้งแรกที่เซรอสฆ่าคนคือตอนอายุสิบสอง เป็นเพียงการป้องกันตัวเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงจะไม่รู้ว่าองค์กรนั้นใช้กฎหมายเดียวกันหรือเปล่า แต่ผลจากการกระทำครั้งนั้นทำให้สภาพจิตใจของเซรอสย่ำแย่เกินกว่าจะรับมือได้ รู้สึกกระวนกระวายใจจนนอนไม่หลับ นึกภาพตนเองที่จะต้องไปอยู่ในเรือนจำที่มีการคุ้มกันแน่นหนาตลอดทั้งชีวิต ครั้งต่อมาเป็นเจตนาที่ไม่อยากจะถูกฆ่าเลยใช้ปืนยิงเด็กที่อายุไล่เลี่ยกันจนเสียชีวิตในการทดสอบ สภาพของศพที่กระจายเพราะความแรงของกระสุนทำเอาเขาอาเจียนออกมาทุกครั้งที่นึกภาพ

         สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดและกล้าที่จะลั่นไกปืนคือหลังจากที่รู้ว่าน้องสาวของเขาถูกฆ่าตายอย่างทรมาน โดยคนที่ลงมือฆ่าน้องสาวของเขาแสดงออกว่าภูมิใจในเรื่องแบบนั้นมาก จุดพลิกผันที่ทำให้เขามองว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ลังเลที่จะฆ่าคนที่น่าสงสารเพื่อปกปิดความลับ แม้ว่าคนคนนั้นจะมีน้ำใจให้กับเขา เพราะถ้าไม่ทำคนที่จะตายก็คือตัวเขาเอง

         การที่ใช้ยาพิษที่ทำให้เสียชีวิตในอีกหลายวันต่อมา นับว่าเป็นความเมตตาที่สุดแล้วสำหรับเซรอส อีกฝ่ายจะไม่มีทางรับรู้เรื่องนี้และจากไปอย่างสงบเหมือนกับแค่นอนหลับไป หากมีความเป็นไปได้เพียงเล็กน้อยที่เกิดอยากจะขายข้อมูลเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ เขาก็ไม่คิดจะให้มันเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

         เซรอสมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา ร่างกายที่ถูกคำสาปไม่แก่ไม่ตาย ความแข็งแกร่งในระดับสูงที่สุด ผู้คนมากมายที่เสาะแสวงหามันต่างพร้อมจะยอมแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งร่างแบบนี้ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเซรอสจะต้องแลกมันกับอะไรบ้าง เพื่อที่จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่รอวันถูกทำลาย บุญคุณที่พระเจ้ามอบให้คือ ตัวตนเดิมที่มันควรจะหายไปแล้ว ดังนั้นถ้าความต้องการของพระเจ้าคือการขอให้ช่วยดูแลคาเรน ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภาระที่จะต้องทำเพื่อตอบแทนให้ได้

 

         หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้ว คาเรนเรียกเซรอสไปพูดคุยเกี่ยวกับการส่งมอบเงินจากการค้าขายให้ ขณะที่เบลูก้าพา สายไปส่งในเมืองเพื่อให้เดินทางออกจากไรด์การ์ดไปใช้ชีวิตอยู่ที่อื่น เซรอสได้เห็นเด็กวิ่งเล่นกันอยู่ที่สวนหน้าบ้าน โดยเฉพาะเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงที่ท่าทางจะห้าวไม่น้อยประลองดาบไม้กันอยู่ ถึงการซ้อมนั้นจะไม่ได้มีความรุนแรงอะไรมากแต่ก็ทำได้ไม่เลวเลย ปัญหาก็คือมีคนที่เซรอสรู้จักดีแฝงตัวปะปนไปอยู่ในกลุ่มเด็กๆ พวกนั้นและชวนเล่นวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน ฟรานนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้เหมือนจะเล่นอยู่คนเดียว

         ห้องทำงานของคาเรนเปลี่ยนเพียงแค่ผ้าม่านกับเก้าอี้ตัวใหม่ จำได้ว่าตัวเก่านั้นโทรมมากเป็นเพียงแค่การซ่อมแซมให้พอทนการใช้งานได้เท่านั้น มีการวางเอกสารแยกจัดเป็นหมวดหมู่เอาไว้ในกล่อง ตอนนั้นเซรอสมองว่าคาเรนน่าจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีการจัดการเอกสารได้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่เคยพบเจอในโลกใบนี้

         “เอกสารนี้เป็นการระบุจำนวนของสินค้าที่ส่งขายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน กรุณาตรวจเช็คเพื่อความถูกต้องก่อนนะคะ”

         เซรอสรับกระดาษที่ได้มีการบันทึกจำนวนของสินค้าที่ผลิตมาทั้งหมด ราคาที่ส่งขายและตัวเลขของกำไรที่ได้รับ รวมไปถึงจำนวนของกำไรที่ต้องแบ่งให้กันตามข้อตกลงพบว่ามันเป็นตัวเงินไม่ใช่น้อยๆ เลย แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้เซรอสรู้สึกสงสัยเป็นที่สุด พอมองดูสักพักประกอบกับภาพความเปลี่ยนแปลงของตระกูลเรเบียสก็เข้าใจได้ทันที

         “เธอใช้เงินของตัวเองในการขยายพื้นที่ให้ตระกูลเรเบียสแล้วก็แก้ปัญหาทั้งหมดสินะ”

         “ค่ะ ตามข้อตกลงแล้วดิฉันไม่มีสิทธิ์ไปวุ่นวายกับเงินในส่วนที่คุณจะได้รับ”

         อีกความหมายก็คือที่คาเรนไม่ใช้เงินของเซรอสเพื่อที่เขาจะได้ไม่อ้างสิทธิ์เรื่องการครอบครองที่ดินร่วมกัน แต่เธอไม่พูดออกมา

         “แบ่งมาให้ฉันสักครึ่งหนึ่งก็ได้ ที่เหลือเธอก็เอาไปใช้ ปล่อยให้เธอแบกรับปัญหาอยู่คนเดียวแบบนี้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนเอาเปรียบยังไงก็ไม่รู้ แล้วถ้าเอาไปใช้เพื่อขยายกิจการของกลุ่มการค้าเซเรนฉันก็ได้รับผลประโยชน์ด้วย เธอแค่จดบันทึกรายรับในส่วนของฉันเอาไว้ก็พอ ทำรายงานเรื่องค่าใช้จ่ายที่เอาไปใช้ด้วยก็ได้ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก”

         แสดงความโอ่อ่าและใจป้ำ ซึ่งเซรอสไม่ได้เป็นคนแบบนั้น เขาก็แค่ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีสิ่งใดที่อยากจะได้เป็นพิเศษในโลกใบนี้ ความกระหายในอำนาจก็ไม่มี หรือจะเป็นอาวุธเขาก็สร้างได้ขอเพียงมีวัตถุดิบ ซึ่งวัตถุดิบเขาก็มีเหมืองแร่ที่คล้ายว่าจะไม่มีวันหมดอยู่ใน รังมด สังเกตจากการที่ให้ปีศาจเงาขุดแร่มาตั้งนานแล้ว ทางเดินขยายไปมากก็จริงแต่จำนวนแร่ที่ได้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มขึ้นแต่เหมือนมันจะไม่ลดลงเลย

         “แบบนั้นมัน

         เซรอสยิ้มอ่อนแล้วตอบว่า “ฉันไม่แย่งสิทธิ์ในการครอบครองจากเธอหรอกน่า เป้าหมายของฉันมีแค่ค่าเล่าเรียนเท่านั้น”

         คาเรนยังไม่ตอบรับในทันที คล้ายจะยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเชื่อใจสักเท่าไหร่ การเป็นแม่ค้าเพื่อบริหารองค์กรจะต้องมีความยืดหยุ่นและระมัดระวังเป็นอย่างดี เธอไม่รู้จักเซรอสดีสักเท่าไหร่เลยกังวลว่าอาจจะมีเบื้องหลังอะไรก็ได้

         “คิดมากไปก็ไม่ช่วยให้ได้คำตอบหรอก เอาเป็นว่าฉันไม่ได้คิดร้ายกับเธออยู่แล้ว”

         เรื่องนี้เซรอสสามารถพูดได้เต็มปากว่าจะไม่มีวันคิดร้ายต่อคาเรน เพราะคาเรนคือหน้าที่ของเขาที่จะต้องคอยดูแลและให้ความช่วยเหลือก็เท่านั้น ลองไม่มีคำขอร้องจากพระเจ้าเรื่องในคราวนี้เขาอาจจะปล่อยไปถ้าอีกฝ่ายไม่จงใจขายข้อมูลเรื่องของเขาล่ะนะ

         “จะพยายามเชื่อเช่นนั้นก็แล้วกันนะคะ”

         มอบเงินค่าใช้จ่ายครึ่งหนึ่งให้เป็นค่าเล่าเรียน ถ้าไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็ยังพอมีเหลือในการใช้ชีวิตประจำวันไปได้อีกเป็นปี

         เห็นว่ามันก็สายมากแล้วถ้าเดินทางไปตอนนี้น่าจะไปถึงเมืองได้ก่อนพักเที่ยงเลยเรียกซาริกับฟรานและไปเอาเกวียนม้ามา คาเรนไม่ได้กังวลเรื่องความลำบากจากการเดินทาง ถึงจะเป็นขุนนางแต่ก็ไม่ใช่ลูกคุณหนูที่บอบบางต่อแรงสะเทือนเล็กๆ น้อยๆ เกวียนม้าขอแค่มีที่ให้นั่งพักได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ทว่าตอนที่ได้เห็นความผิดแปลกของรถม้าก็เกิดความแปลกใจขึ้นมานิดหน่อย

         เริ่มจากบันไดแบบพับเก็บได้ที่ถูกยกลงมาให้เดินขึ้นได้โดยสะดวก พอเก็บมันแล้วก็จะกลายเป็นที่นั่งอีกหนึ่งที่ซึ่งกลายเป็นเบาะนิ่มๆ ให้นั่งได้อย่างสบาย ซาริกับฟรานทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว เห็นว่ามันมีแผ่นเหล็กขวางอยู่แต่ซาริก็จัดการพับมันเก็บขึ้นไปด้านบนส่วนที่เป็นหลังคา ความสะดวกสบายนี้ต้องบอกเลยว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และยิ่งใต้เบาะที่นั่งเป็นกล่องเก็บของสำหรับการตั้งที่พักทั้งหมด

         ภายใต้ความสงสัยของคาเรน เซรอสจึงได้อธิบายว่าเขาได้เขียนหลักการต่างๆ เอาไว้ในบันทึกของคาเรนเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้วาดแบบแปลนโครงสร้างเนื่องจากมันเป็นครั้งแรกของเซรอสที่ได้สร้างรถม้าบ้านขึ้นมาเป็นของตนเอง เลยยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ แต่พอผลลัพธ์มันออกมาดีก็ตั้งใจว่าจะให้แบบแปลนไว้นำไปสร้างเพื่อความสะดวกในการเดินทางในอนาคต

         การเดินทางค่อนข้างรวดเร็ว แต่ทั้งที่บรรทุกของตั้งมากมายกลับไม่สร้างภาระให้กับม้า เพียงไม่นานก็มาถึงเมืองได้ตามกำหนดพอดิบพอดี คาเรนบอกเส้นทางในการไปยังบ้านพักให้ซึ่งอยู่ทางเขตตะวันออกซึ่งการเดินทางไปโรงเรียนเซเวียร์ค่อนข้างจะใช้เวลาพอสมควร อยู่ห่างไกลจากย่านที่พักอาศัยแยกตัวออกมาเป็นเอกเทศ มีตลาดค้าขายอยู่ใกล้ๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณยี่สิบนาที ตอนที่ได้เห็นพื้นที่ที่คาเรนจัดหาเอาไว้ให้พบว่าเป็นสถานที่ที่ดีมาก ถึงจะไม่มีแหล่งน้ำให้แต่เซรอสก็สามารถสร้างขึ้นมาได้ วัสดุที่คาเรนเตรียมเอาไว้ให้ก็มีพวกไม้ หิน อิฐ และเหล็ก ซึ่งมีการจ้างคนมาเฝ้าสถานที่เอาไว้ไม่ให้มีใครเข้ามารบกวน หลังจ่ายเงินแล้วพวกนั้นก็แยกย้ายไป

         “ที่นี่คือบ้านเหรอเจ้าคะ?” ซาริทอดสายตามองพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้า

         เซรอสเห็นแบบนั้นก็นึกสนุกอยากจะแกล้งซาริขึ้นมาหน่อยจึงตอบว่า “อืมเป็นบ้านที่สวยมากจริงๆ ดูหน้าต่างบานนั้นสิ ฉันชอบลวดลายของมันที่สุด”

         “เอ๊ะ! บ้านเหรอเจ้าคะ ซาริไม่เห็นเลยเจ้าค่ะ”

         “คาเรนกับฟรานก็มองเห็นใช่ไหม” เซรอสหันไปขอแนวร่วม ขยิบตาให้เป็นการส่งสัญญาณขอให้ช่วยแกล้งซาริกันด้วย คาเรนมองแวบเดียวก็เข้าใจทันทีและแอบหัวเราะนิดหน่อย

         “อือ บ้านสวย”

         “หรือจะมองไม่เห็นสินะคะ แย่เลยจริงๆ”

         “มันจะต้องเป็นบ้านที่คนโง่มองไม่เห็นแน่นอน” เซรอสยืนยัน ซาริอ้าปากแข็งค้างด้วยความตกใจคิดอยู่สักพักก็พูดว่า

         “ซาริเห็นแล้วเจ้าค่ะ บ้านใหญ่โตมากเลยเจ้าคะ เพราะงั้นซาริไม่ได้โง่นะเจ้าคะเห็นหรือเปล่าซาริจะเข้าไปในบ้าน” ทำท่าทำทางเหมือนจะค้นหาบานประตูล่องหนที่ไม่มีอยู่จริง เซรอสแกล้งเดินไปทำท่าเปิดประตูแล้วมองซาริ

         “ทำอะไรอยู่ตรงกำแพงน่ะ ประตูอยู่ทางนี้” ปล่อยให้ซาริวิ่งแทรกตัวเข้าไปในพื้นที่ว่างเปล่าได้สำเร็จ ภาพที่เห็นก็คือซาริวิ่งไปมาอยู่บนพื้นที่ว่างเปล่า ทำทีเป็นว่าเหมือนได้เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว “แบบนี้ก็เหมือนเรื่อง พระราชาแก้ผ้า เลยน่ะสิ”

         พอรู้ความจริงเรื่องที่ว่าบ้านยังไม่ได้สร้าง ซาริที่ถูกหลอกก็โกรธมากกระโดดขึ้นมาและกัดไหล่เซรอสเป็นการเอาคืน เซรอสรู้สึกแค่คันๆ ก็เลยไม่ได้ลงโทษอะไรมากนัก ซึ่งพอเอามือลูบหัวปลอบใจกระต่ายขาวก็สงบสติอารมณ์ได้ จากนั้นก็เริ่มสร้างแบบจำลองบ้านขึ้นมา เพราะไม่ต้องการให้บ้านหลังนี้เป็นจุดเด่นมากนักจึงได้เลือกรูปแบบบ้านที่เคยสร้างแบบจำลองเอาไว้ขึ้นมา เป็นสิ่งที่ได้มาจากการสำรวจเมืองครั้งที่แล้วเพื่อที่จะได้สร้างบ้านแบบที่เห็นแล้วไม่สะดุดตามากนัก

         ที่จริงเซรอสเตรียมวัสดุเบื้องต้นเอาไว้แล้ว แต่พอมีของที่คาเรนเตรียมไว้ก็ช่วยได้เยอะมาก หลังจากที่กดยืนยันในการสร้างเหลือก็แค่รอเวลาให้มันเสร็จก็เท่านั้นซึ่งมันกินเวลาไม่ค่อยนานหากไม่ใช่การสร้างที่ใช้พื้นที่เยอะ รอประมาณสิบนาทีบ้านก็ขึ้นรูปและก่อสร้างจนเสร็จพร้อมเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว เซรอสไม่ลืมที่จะสร้างบ่อน้ำเอาไว้ด้วย

         คาเรนอยู่ระหว่างที่รอเบลูก้าก็ตอบรับคำเชิญที่ชวนให้เข้าไปนั่งพักกันในบ้าน ก้าวแรกที่เดินมาถึงพบกับห้องโล่งกว้างที่ไม่มีอะไรเลย แต่ให้ความรู้สึกว่ามันน่าอยู่มาก พื้นไม้ถูกทำให้มีความต่างระดับเล็กน้อยและพื้นที่ที่เห็นได้ชัดเลยว่าน่าจะเป็นครัวก็มีการออกแบบให้ดูดีมากจนอยากจะได้นำไปสร้างเป็นบ้านของตนเอง ที่ให้ความรู้สึกกว้างก็น่าจะเป็นเพราะห้องนี้มีความสูงสองชั้น บันไดทางขึ้นเป็นระเบียงไปสู่ห้องพักที่อยู่บนชั้นสองด้วย

         ซาริกับฟรานสองคนช่วยกันนำเฟอร์นิเจอร์ที่ขนย้ายมาด้วยออกมาวางเอาไว้ และเป็นหน้าที่ของเซรอสในการยกไปวางตั้งในตำแหน่งที่คิดเอาไว้แล้ว จากนั้นก็ขึ้นไปเลือกห้องนอนของตัวเอง ซึ่งในห้องก็มีการทำเตียงเอาไว้ให้พร้อมกับตู้ลิ้นชักใส่เสื้อผ้าข้างเตียง

         “เป็นบ้านที่น่าอยู่มากเลยค่ะ” คาเรนตะลึงกับบ้านหลังนี้มาก และถ้าเลือกได้เธอก็อยากจะย้ายมาอยู่

         ถึงจะดูเสียมารยาทไปบ้างแต่เธอก็ไปเปิดประตูห้องหนึ่งเข้าก็เห็นว่ามีที่นั่งและมีหลุมแปลกๆ อยู่ด้วย

         “ไปทำอะไรในห้องส้วมน่ะเจ้าคะ?” ซาริชะโงกหน้าเข้ามาถาม ด้วยนิสัยที่ไม่อยู่สุขหลังเอาของไปเก็บในห้องก็เดินมาสำรวจบ้าน

         “นี่คือห้องส้วม? แต่ว่าแบบนั้นมัน”

         เคยได้ยินที่เซรอสบอกว่าถ้ามีส้วมในบ้านก็คงจะสะดวกมาก แต่เธอกังวลเรื่องกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เลยปฏิเสธไป ไม่คิดว่าเซรอสจะทำมันขึ้นมาจริงๆ แบบนี้บ้านหลังนี้ก็คงเป็นอะไรที่น่าอายเกินกว่าจะชักชวนแขกมาที่บ้าน

         ถัดมาเป็นห้องที่อยู่ด้านหลังที่มีขนาดกว้างกว่าเล็กน้อยและทางเดินมันถูกยกขึ้น ในห้องนั้นนอกจากบ่อที่ใช้เก็บน้ำ ก็ยังมีอ่างขนาดใหญ่ที่คนสามารถลงไปนั่งอยู่ในนั้นได้ มีระดับความลึกพอสมควรที่เมื่อลงไปนั่งแล้วคอจะโผล่พ้นขึ้นมาพอดิบพอดี ซาริบอกว่ามันเป็นห้องอาบน้ำที่หลังล้างตัวเสร็จจะลงไปแช่ในน้ำอุ่นได้ด้วย จากนั้นก็พาไปดูห้องที่อยู่ทางใต้ล่างเป็นห้องที่มีไว้เพื่อต้มน้ำให้มันร้อนสำหรับอาบน้ำในช่วงฤดูหนาว

         เซรอสบอกให้ซาริไปจัดการปั่นน้ำเข้าแท้งค์น้ำให้เรียบร้อย คาเรนอยากจะเห็นขั้นตอนที่ว่าจึงขอตามไปอยู่ด้วย เมื่อมาถึงบ่อน้ำก็เห็นกระต่ายขาวนำเครื่องมือเหล็กออกมาวาง ด้านหนึ่งจุ่มลงไปในบ่อน้ำ และนำสายประหลาดไปต่อเข้ากับแท้งค์ จากนั้นก็เริ่มออกแรงปั่นน้ำทันที คาเรนได้เห็นการปั่นน้ำแบบใหม่เกิดความคิดที่อยากนำไปประยุกต์ใช้ในตระกูลบ้างเลยถามหลักการของมัน โชคร้ายที่ซาริไม่รู้และบอกให้ไปถามเซรอสแทนจะดีกว่า

         เซรอสกำลังคิดหาวิธีทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพลังงาน ที่คิดได้ก็มีพลังงานแสงอาทิตย์แต่นั่นไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ แต่ถ้าเป็นเตาปฏิกรณ์ขนาดย่อส่วนที่ให้พลังงานพบว่าองค์กรของเขามีแบบแปลนตัวนี้ฝังอยู่ในหัว มันสามารถให้พลังงานที่ทำให้ดาวเทียมสามารถวิ่งไปถึงดาวอังคารและกลับมาที่โลกได้โดยที่เหลือพลังงานอยู่มากกว่าครึ่ง ที่จริงมันก็เป็นแค่การคิดสูตรพลังงานเท่านั้น วัสดุสามารถหาได้จากสิ่งที่อยู่รอบตัวแทบทั้งสิ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เริ่มต้นสร้างตัวต้นแบบมาแล้วปัญหาอยู่ที่วัสดุที่จะใช้เป็นตัวพลังงานนั้นยังหาไม่ได้

         ขณะที่ครุ่นคิดอยู่นั่นคาเรนก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน ท่าทางดูแปลกใจเล็กน้อยที่เวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังบ้านเสร็จแล้วจะมีการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ไปจัดวางเป็นที่เรียบร้อย เป็นการทำงานที่รวดเร็วมากจนรู้สึกได้ว่าตัวเซรอสนี้มีความลับมากมาย

         “เธอจะดื่มอะไรสักหน่อยไหม” เซรอสวางกระติกรักษาอุณหภูมิที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ช่วยให้ทำความเย็นได้ออกมาวางไว้ ในนั้นมีเครื่องดื่มอยู่มากมายโดยเฉพาะน้ำผลไม้ น้ำเปล่า กับนม “น้ำแอปเปิ้ลคงได้นะ ฉันไม่คิดว่าฟรานจะหวงสักเท่าไหร่”

         ไม่รอให้เลือกเซรอสนำแก้วทรงสูงออกมาวางให้ ความใสของมันเป็นอะไรที่คาเรนเห็นแล้วยังต้องตกใจกับความหรูหรา เนื่องจากแก้วที่มีความใสแจ๋วขนาดนี้จะต้องใช้ความชำนาญอย่างมากในการทำ ซึ่งถ้วยชาที่พวกเธอใช้อยู่เป็นประจำก็เป็นเพียงกระเบื้องธรรมดา หรือแก้วในร้านเหล้าก็ทำมาจากไม้ไม่ก็ดินเผาเพื่อความคงทน รับแก้วมาปุ๊บก็ตกใจกับความเย็นของมัน เมื่อดื่มแล้วพบว่ามันช่วยให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก

         “นี่มันแปลกประหลาดมากเลยค่ะ ทำได้ยังไงกันคะ”

         “ตอนนี้ยังบอกอะไรมากไม่ได้หรอก รู้แค่ว่าฉันใช้วิธีพิเศษที่สร้างความเย็นได้ ฉันว่าหลังจากนี้ถ้าเธอคิดจะทำอะไรสักอย่างควรมีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองทางใต้ที่ต้องใช้น้ำทะเลมาก เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะสอนวิธีการผลิตเกลือที่มีคุณภาพที่สุดให้ นี่เป็นตัวอย่าง”

         ถุงที่เซรอสยื่นส่งให้นั้นเป็นเกลือที่พวกเขาทำมันขึ้นมาเอง คาเรนเปิดดูก็ทำใจเย็นและปิดมันลงทันที เกลือที่พวกเธอใช้กันอยู่นั้นมีขนาดเม็ดที่ใหญ่มาก ส่วนใหญ่จะต้องนำมาบดให้ละเอียดแต่เกลือของเซรอสมันมีความละเอียดและไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่เลย มันขาวบริสุทธิ์ซึ่งถ้านำมาส่งขายจะต้องได้รับความนิยมมากแน่

         “ถ้าเช่นนั้นดิฉันก็ควรจะรีบหาซื้อที่ดินทางตอนใต้ซะแล้วนะคะ” คาเรนกล่าวแกล้งตอบรับข้อเสนอแบบไม่คิดอะไรมาก

         ที่จริงการจะซื้อที่ดินต่างเมืองเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะยาก เพราะทางนั้นมีเจ้าถิ่นที่จะพยายามกดดันราคาและสามารถเรียกร้องอะไรตั้งเยอะแยะ ถ้าไม่มีอำนาจคอยสนับสนุนอยู่ล่ะก็เกรงว่าจะต้องพบเจอกับปัญหามากมายแน่

         ที่จริงคาเรนอยากจะมาเอ่ยปากเพื่อขอร้องให้เซรอสสอนเรื่องเครื่องปั่นน้ำมากกว่านี้ แต่พอได้เห็นว่าเซรอสทำอะไรได้บ้างก็เกิดความคิดที่ว่าถ้าเธอมัวแต่มาขอร้องให้ช่วยมอบให้อยู่ตลอดเวลา มันก็ไม่ต่างอะไรกับความโลภที่ไม่สิ้นสุด สิ่งที่เขาทำขึ้นมาเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง คนทั่วไปคงไม่สนใจหรอกว่ามันทำงานอย่างไรขอแค่มันสร้างกำไรและทำประโยชน์ได้เป็นพอ เมื่อต้องการที่จะร้องขอเธอจำเป็นจะต้องขอสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง

         “ดิฉันอยากจะขอความกรุณาช่วยสอนเรื่องที่ดิฉันไม่รู้จะได้หรือเปล่าคะ”

         คาเรนอายุก็สามสิบกว่าแล้ว และมีฐานะเป็นถึงผู้นำตระกูลเรเบียสที่ภายนอกมองว่าเธอเริ่มมีอำนาจทางการค้า แต่ที่เห็นอยู่ตอนนี้คือการที่เธอก้มหัวเพื่อขอร้องเด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น อาจจะเป็นเรื่องที่ใครเห็นแล้วก็ต้องแปลกใจ ทว่าทุกสิ่งที่เซรอสได้ทำขึ้นมานั้นมันเกินกว่าที่จะเรียกได้ว่าเป็นความอัจฉริยะส่วนตัว สิ่งที่เขาได้ทำขึ้นมามันเป็นอนาคตที่ทำให้โลกพัฒนาไปได้ไกลมาก

         “อยู่ๆ มาทำอะไรของเธอเนี่ย มาก้มหัวขอร้องเด็กอายุสิบแปดทำไม”

         “ดิฉันไม่คิดว่าคุณเป็นเพียงแค่เด็กค่ะ แบบนั้นมันเสียมารยาทจนเกินไป”

         เซรอสถอนหายใจเล็กน้อย หยิบเอากระติกส่วนตัวออกมาเปิดดื่ม “ก็ยังดีกว่าการที่เธอมาร้องขอวิธีการทีละอย่างที่อยากได้ล่ะนะ ถ้าอยากรู้ล่ะก็จะสอนให้ แต่ว่าไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ สิ่งที่ฉันจะสอนคือการยกระดับคุณภาพชีวิตเท่านั้น”

         “แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ”

         เซรอสนึกขึ้นได้ว่ามีของที่จะต้องมอบให้เลยนำมันออกมา หนึ่งในนั้นเป็นสร้อยคอที่ตัวจี้มันใหญ่มากไม่เหมาะจะสวมใส่ไปงานเลี้ยง และอีกหนึ่งอย่างเป็นวัตถุทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกับกล่องประหลาดที่พับได้ เขายื่นมันส่งให้กับคาเรน

         “อะไรหรือคะ”

         “นี่เป็นนาฬิกา ใช้บอกเวลาในแต่ละวัน แน่นอนว่ามันมีความแม่นยำมากหนึ่งรอบของเข็มสั้นคือครึ่งวันของวันนั้น ส่วนวิธีใช้งานมันจริงๆ ก็คือการหมุนลานที่อยู่ด้านบนไปทางซ้าย 20 รอบ สามารถใช้งานได้ราวๆ สี่วัน ซึ่งก็ขอแนะนำให้ไขลานมันทุกวันเพื่อให้บอกเวลาได้ไม่ผิดเพี้ยน ถ้ามีเจ้านี่น่าจะช่วยเรื่องกำหนดเวลาได้”

         “ส่วนเจ้านี่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร ใช้ติดต่อมาหาฉันได้โดยกดที่สัญลักษณ์ที่อยู่ด้านบนซ้าย แม้ว่าจะอยู่ไกลกันแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็ตามสามารถติดต่อฉันเพื่อขอความช่วยเหลือได้ หรือจะใช้พูดคุยงานด้วยก็ได้แต่อยากให้ติดต่อมาช่วงที่ไม่ได้เรียนสักหน่อยล่ะนะ ส่วนนี่เป็นแท่นชาร์จเจ้าตัวนี้ แค่นำไปวางเสียบเอาไว้ก็พอ ส่วนแผ่นต่อสายเสร็จแล้วให้นำไปวางไว้บนหลังคาตำแหน่งที่มีแสงแดดแรงๆ ขอแนะนำว่าห้ามลืมชาร์จพลังงานมันเด็ดขาด เพราะถ้าไม่มีไฟมันจะทำงานไม่ได้”

         “ฉันขอย้ำเอาไว้ตรงนี้ว่าสิ่งนี้เท่านั้นที่ห้ามเปิดเผยมันออกไป ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม”

         นี่คือสิ่งที่เซรอสพอจะทำได้ในการเผยแพร่เทคโนโลยี อุปกรณ์สื่อสารมันจะสะดวกก็จริงแต่มองในแง่ของการข่าวสารแล้วมันจะรวดเร็วมาก และเซรอสไม่ได้ต้องการให้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น เทคโนโลยีนี้หากมันถูกใครบางคนขโมยไป เซรอสสามารถสั่งการให้มันระเบิดเพื่อทำลายหลักฐานการมีอยู่ได้ และนั่นอาจจะหมายถึงการสังเวยบ้านหลังหนึ่งไปเลยก็ได้

         คาเรนรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา หยิบเอานาฬิกามาสวมคอเอาไว้ ภายนอกมันเหมือนจี้และคล้ายว่าจะทำออกมาเพื่อให้เธอหยิบขึ้นมาดูได้สะดวกยิ่งขึ้น โทรศัพท์มือถือก็เก็บใส่แหวน พร้อมกันนี้ก็ขอนัดวันและเวลาที่จะมาเรียนรู้เรื่องต่างๆ โดยจะขอเลือกช่วงหลังจากที่เซรอสสอบเสร็จและรอวันประกาศผล ไม่นานหลังจากที่เบลูก้ามารับคาเรนกลับไปแล้ว เซรอสดูเวลาเห็นว่ายังน่าจะทันลงทะเบียนเรียน จึงเรียกซาริกับฟรานให้เตรียมตัวเดินทาง




เซรอสแม่งโหดมาก แค่รู้เรื่องก็ไม่คิดจะปล่อยให้มีชีวิต

แต่บทนี้เหมือนมันรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ ช่วงท้ายๆ เหมือนคาเรนไม่ได้เป็นตัวของคาเรน แต่ว่านะ เจอเซรอสเปิดเผยอุปกรณ์ออกมาเรื่อยๆ แบบนั้นจะสูญเสียความเยือกเย็นไปก็ไม่แปลกล่ะมั้ง

บทต่อไป ก็สมัครเรียนแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 681 ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #8665 dplay (@dplay) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 00:05
    ถึงจะไม่โลภแต่พอเจออะไรที่ทำประโยชน์ได้ย่อมต้องสนใจอยากได้เป็นธรรมดา
    #8665
    0
  2. #8604 ัีyuyee (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:32

    ตัวละครคาเรนมีมิติดีครับ สมกับที่ฉลาด ไม่หัวอ่อนไว้ใจใครง่ายๆ

    #8604
    0
  3. #8454 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 03:11
    ยังดูไม่ออกเลยว่าจะไปรักกันอีท่าไหน
    #8454
    0
  4. #8324 -บุรุษไร้เงา- (@cojack) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:28
    ถ้าเซรอส ตัวสีฟ้า และมีมือกลมๆ ก็ชัดเลย.....โทรศัพท์ดาวเทียมมมม...แต่ แด้
    #8324
    0
  5. #8174 nut suk (@nownutchapat) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:23
    เซรอสโหดสุดๆ ซาดิสป่ะเนี่ย. เรื่องนี้สนุกมากเลยคะ มาอ่านวันแรกแล้วติดเลย อ่านยาวๆๆๆ บางฉากฮามากเลยคะ ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกๆมายะคะ จะตามอ่านตลอดไปเลยคะ
    #8174
    0
  6. #7785 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 20:12
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7785
    0
  7. #7089 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:52
    คาเรนน่าจะไปตั้งแต่ตอนนี้แล้ว 555
    #7089
    0
  8. #6894 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 01:36
    กำลังสนุกเลยติดยาวฟๆๆ
    จากนักอ่านหน้าใหม่
    #6894
    0
  9. #6092 fainum (@fainum2248) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 18:27
    เหอะคิดระแวงได้แต่อย่าเยอะ
    #6092
    0
  10. #5327 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:07
    เซรอสช่วยเอาไว้แท้ๆยังระแวง บางทีก็อยากให้เซรอสโกรธบ้าง ประชดบ้าง กัดแขวะบ้าง เห้อ ไม่อยากได้คาเรนแล้ว
    #5327
    0
  11. #4629 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 13:52
    ขัดใจคาเรนคิดแต่จะเสียผลประโยชน์ ถ้าไม่มีเซรอสคงไม่มีกู้ฐานะตัวเองได้แท้ๆ ฮึ่มมม
    #4629
    0
  12. #4404 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 12:48
    ถึงตัวจะเป็นผู้ใหญ่ แต่สมองเป็นเด็ก ชื่อของเขาคือ !!!! ซาริ!!!!!!!!!!!
    #4404
    0
  13. #4402 [BenMore'Sako] (@BenMoreSako) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 11:54
    คาเรนมีแต่ได้กับได้ กลับกลัวแต่จะเสียผลประโยชน์ ให้เซรอส คิดเล็กคิดน้อยเกินไป ทั้งๆที่ถ้าไม่มีเซรอสคงไม่มีอย่างทุกวันนี้ ไม่อยากอวยยัยนี่ให้เป็นคนแรกอ่ะ. แท็คฮาเร็มนี่ รีบเปิดตัวผู้หญิงคนอื่นเถอะ เบื่อพาสคาเรน
    #4402
    0
  14. #3329 Jirawat Tammaphant (@mytestpond) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 10:11
    รู้สึกพระเอกแปลกๆนะครับ มาโลกเวทย์มนแต่ไม่คิดจะหัดเวทย์มนแบบจริงจัง ถึงร่ายกายจะแกร่งกว่าคนปกติหลายเท่าแต่น่าจะสร้างความแกร่งให้ตัวเพิ่มหน่อยไม่ควรจะหยุดอยู่ที่เดิม
    #3329
    3
    • #3329-2 cechinw13 (@cechinw13) (จากตอนที่ 62)
      1 สิงหาคม 2560 / 20:51
      ความคิดพระเอกคือสู้มามากพอเเล้วเลยชอบสร้างหรือหาความสุขมากกว่าสุ้. เเต่เดียวเข้าเรียนมันก้อเทพเองเละครับ. คิดว่านะ
      #3329-2
    • #3329-3 ลองไปส่องใหม่ก้อได้ (จากตอนที่ 62)
      15 สิงหาคม 2560 / 21:27
      รู้สึกว่าไรท์จะอธิบายไว้ใน "มุมบ่นของนักเขียน" หมดแล้วนะ
      #3329-3
  15. #3318 PJ_Nn (@Hisoka_Nn) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 21:56
    เซรอสช่วยขนาดนี้ยังระแวงกันอีกนะ จากตกต่ำจนเชิดหน้าชูตาได้เนี่ยควรนับถือเป็นผู้มีพระคุณรึเปล่า ไม่ใช่กลัวแต่จะเสียผลประโยชน์ - -*
    #3318
    2
    • #3318-1 คิดว่างั้นนะ (จากตอนที่ 62)
      15 สิงหาคม 2560 / 21:25
      คิดว่าเข้าใจได้ เพราะสังคมไม่เคยมีคนคิดและทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังอะไรตอบแทน คาเรนโดนรังแกมาเยอะ จะระแวงและระวังก็ไม่ผิดอะไร ถ้านางเป็นพวกโลกสวยสิ อันนั้นอะรับไม่ได้
      #3318-1
    • #3318-2 MmNn__ (@niknik0935170568) (จากตอนที่ 62)
      22 สิงหาคม 2560 / 16:35
      +11?1111444 ต่ะ
      #3318-2
  16. #3251 ๏เต้าหู้ขาว๏ (@geeminikuper) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 00:00
    การให้รุ้เยอะใช่ว่าดี ทำถูกแล้วแค่หนังสือที่ให้ไปก็อยู่ได้จนแก่ จะเอาอะไรมากมาย - - หึ!
    #3251
    0
  17. #3237 FuJiTa (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:42
    ขอบคุณครับ
    #3237
    0
  18. วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 03:27
    ผมมาสะดุดตรงคำว่าสาวใหญ่นี่แหละ
    #2921
    0
  19. #2913 BloodPriNce[BlueWorld] (@princemoo) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 23:49
    ชอบพระเอกเด็ดขาด เพราะเมื่อเอ็ดดูเขาเอ็นเราก็จะขาด
    #2913
    0
  20. #2901 SacredLight (@somefriend) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:54
    กำลังคิดว่า คาเรนจะมาขอบเซรอสยังไง ตัวเอง 30 เซรอสสภาพภายนอก 18
    #2901
    2
    • #2901-1 BloodPriNce[BlueWorld] (@princemoo) (จากตอนที่ 62)
      17 กรกฎาคม 2560 / 23:50
      อายุเป็นเพียงตัวเลขอะป่าว 555
      #2901-1
    • #2901-2 dumrung (@dumrung) (จากตอนที่ 62)
      12 ตุลาคม 2560 / 10:03
      ขนาด2ขวบ(ซาริ) ยังเป็นเด็กในสังกัดได้เรย นับประสาไรกะอิแค่30ขวบ
      #2901-2
  21. #2890 netipongOanpinij (@netipongOanpinij) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 20:56
    คาเรน สามสิบกว่าเลยหรอ โลกนี้อายุเฉลี่ยเเก่ เท่าไหร่อะขี้เกียจย้อน
    #2890
    0
  22. #2889 Zartura (@fujioooo) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 20:55
    เดี๋ยวนี้เปิดเรื่องมาใส่ท้ายดารๆนะครับ
    #2889
    0
  23. #2853 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:24
    อายุไล่เลี่ยกัน อืมมม
    #2853
    0
  24. #2848 "TheFirst" (@inmummty1) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:13
    โอ้ววว ขอยาวๆครับบบ


    ขอบคุณครับ
    #2848
    0
  25. #2846 defy (@chaimaha) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 18:43
    ขอบคุณครับ
    #2846
    0