ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,291 Views

  • 13,678 Comments

  • 22,790 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    15,769

    Overall
    2,255,291

ตอนที่ 6 : Episode Five : REVERSI

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 932 ครั้ง
    7 มี.ค. 60

Episode Five

 


        มันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนคอยเป็นห่วง

        ซารินอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะในห้องครัว ทำอาหารเตรียมเอาไว้ให้ด้วยเป็นมันฝรั่งต้มโรยเกลือ ตอนที่เซรอสกลับเข้ามาในบ้านหูกระต่ายคู่นั้นก็ขยับและเธอก็ตื่นขึ้นมาร้องไห้ใส่ จนสังเกตเห็นว่าเซรอสนั้นได้รับบาดเจ็บหลายแห่งก็ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก

        "ท่านเซรอสไปทำอะไรมาเจ้าคะ?"

        เซรอสยิ้มขำและตอบทีเล่นทีจริง "ก็แค่ไปจัดการกับความพิโรธของพระเจ้ามานั่นแหละ"

        แต่ซาริไม่เชื่อวิ่งไปควานหากระปุกยาจากตู้เครื่องหมายบวกสีแดง (ที่เซรอสเรียกมันว่าตู้ยาสามัญประจำบ้าน) มีครีมสีประหลาดส่งกลิ่นแปลกๆ อยู่ข้างใน กระปุกที่หยิบออกมานั้นคือยารักษาแผล อีกกระปุกรักษาแผลไฟลวก จากนั้นก็จัดการทายาให้ตามรอยแผลที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งตัว

        "บอกซาริมานะเจ้าคะ ท่านเซรอสไปทำอะไรมากันแน่"

        "ฉันบอกความจริงไปแล้วนะว่าไปจัดการกับความพิโรธของพระเจ้ามา"

        จากนั้นก็เล่าเรื่องให้ฟัง โดยยอมรับแล้วว่าเรื่องที่ซาริเล่าให้ฟังเกี่ยวกับดินแดนต้องสาปนั้นแท้จริงแล้วมีเบื้องหลังที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์เอง ผลลัพธ์ก็คือโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วดินแดนจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นหายนะในช่วงเวลานั้น เพราะแบบนี้ดินแดนนี้ถึงได้ไม่มีคนกล้ามาอาศัยอยู่

        "ท่านเซรอสบอกว่าเจอกับปีศาจเงาหรือเจ้าคะ?"

        "ใช่ ทำไมเหรอ?"

        "ซาริเคยได้ยินจากนายท่านคนก่อนๆ ผู้ใช้เวทมนตร์สายความมืดที่สามารถอัญเชิญปีศาจเงาขึ้นมาได้นั้นจะถูกยอมรับว่าเป็นจอมเวทศักดิ์สิทธิ์ เพราะปีศาจเงามีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าการอัญเชิญมันออกมาเพียงหนึ่งตัวก็เปลี่ยนสถานการณ์ในสงครามได้ทั้งหมด ถ้ามันถูกทำลายลงก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนเพื่ออัญเชิญตนใหม่ออกมา แต่คนที่อัญเชิญได้ครั้งละสองตัวจะมีอำนาจสูงสุดในสภาเวทมนตร์เลยนะเจ้าคะ"

        เซรอสเพียงแค่รับฟังเรื่องนี้แบบไม่ใส่ใจนัก ไม่อยากบอกหรอกว่าเขาสามารถอัญเชิญได้วันละหนึ่งตัว แถมยังตั้งใจจะสร้างกองทัพปีศาจเงาเอาไว้ขุดแร่แทนตัวเองอีกต่างหาก

        "ซาริ พรุ่งนี้เช้ารบกวนทำอาหารด้วย"

        "เอ๊ะ! ให้ซาริทำหรือเจ้าคะ?"

        เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องตกใจ เพราะสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเซรอสเป็นคนทำอาหารทั้งหมด ไม่ยอมให้ซาริแตะต้องอุปกรณ์ในครัวเลย แถมยังบอกอีกด้วยว่าจนกว่าจะเห็นว่าพร้อมแล้วจะค่อยสอนการทำอาหารต่างๆ ให้

        "ก็ช่วยไม่ได้ มือฉันเป็นแบบนี้ไปแล้ว อีกอย่างพอพ้นฤดูหนาวฉันอาจจะต้องพึ่งซาริมากขึ้น"

        "ท่านเซรอสจะพึ่งซาริ แหะๆ" แล้วก็ออกอาการขวยเขินออกมา หูกระต่ายบิดไปมาอย่างเก้อเขิน

        ความจริงก็ไม่อยากบอกหรอกนะว่าทักษะสร้างนั่นน่ะทำได้กระทั่งอาหารขอเพียงมีวัตถุดิบเพียงพอ แต่มองว่าการทำอาหารด้วยตัวเองมันให้ความรู้สึกดีกว่า ทั้งยังเลือกรสชาติได้อย่างอิสระ มิหนำซ้ำถ้าสอนให้ทำอาหารเป็นมันก็จะช่วยแบ่งเบาภาระในแต่ละวันได้เลย

        ทดลองขยับมือหลังทายารักษาแผลไฟลวก มันมีความรู้สึกแสบๆ คันๆ นิดหน่อย จากนั้นก็ขึ้นไปนอนบนห้องโดยมีซาริตามมาส่งถึงเตียง มันเป็นการบริการที่เกินความจำเป็นสุด แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะนั่นคือสิ่งที่ควรทำในฐานะของคนรับใช้ และซาริก็กลับลงไปนอนข้างล่างตามเดิม

 

        ในตอนเช้าเซรอสมองดูแผลที่มือมันกำลังรักษาตัวเองอยู่ เขาล้างยาที่แห้งแข็งบนมือออกจนหมดก็มานั่งทายารอบใหม่ ขณะเดียวกันก็คอยกำกับการทำอาหารของซาริไปด้วย โดยอาหารที่สาวรับใช้เผ่ากระต่ายขาวรู้จักก็มีแค่ 'ย่าง' กับ 'ต้ม' วันนี้เลยสอนทำซุปมันฝรั่งบด ซาริหัวช้าและทำงานได้ไม่ค่อยเร็วมากนัก การใช้มีดอยู่ในระดับมือใหม่แถมยังใช้วิธีการฝานเปลือกมันฝรั่งมากกว่าการปอกซะอีก

        จะตำหนิก็ไม่ได้ซะด้วย เพราะตลอดชีวิตการเป็นทาสของซาริเป็นได้แค่แรงงานทำสวนกับทำความสะอาดเท่านั้น เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะต้องแกล้งพูดเรื่องที่ทำเสบียงเสียหาย ผลก็คือซาริแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อรู้ว่าทำพลาดไปตั้งหลายครั้ง กว่าจะเสร็จเลยใช้เวลามากกว่าปกติถึงสองชั่วโมง หน้าตาอาหารพอดูได้ส่วนรสชาติก็แสนจะธรรมดา

        ปัญหาก็คือ...

        "ท่านเซรอสเจ้าคะ อ้ามค่ะ"

        เลยจัดการเขกกะโหลกเบาๆ ไปทีหนึ่ง หรืออาจจะเพราะออกแรงมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซาริถึงกับกุมหัวแล้วร้องห่มร้องไห้ออกมา จะว่าไปกระดูกของเขามันแข็งเอาเรื่องเลยนี่นะ

        "ใจร้ายจังเลยเจ้าค่ะ ท่านเซรอส ซาริแค่อยากอำนวยความสะดวกให้เท่านั้นเอง"

        "ฉันไม่ได้เป็นคนพิการ แค่มือเป็นแบบนี้ไม่มีปัญหาในการคีบช้อนหรอก"

        พอกินเสร็จแล้วก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง เซรอสไปที่โรงหลอมเพื่อดูว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับแสงได้บ้าง วัสดุในโรงหลอมนั้นมีมากพอจะสร้างเครื่องปั่นไฟขึ้นมาหนึ่งเครื่อง เงื่อนไขมันจำกัดไว้ให้ใช้สำหรับหลอดไฟเพียงแค่สิบดวง ในกรณีที่ปั่นไฟอย่างสม่ำเสมอกัน แต่เซรอสมีปีศาจเงาที่ทำงานตามคำสั่งได้ตลอดเวลา ไร้ซึ่งความรู้สึก และไม่มีความเหนื่อยล้า จนกว่าจะหาวิธีที่ดีกว่าได้ก็คงต้องใช้วิธีนี้ไปพลางๆ ก่อน

        พอสร้างเครื่องมือเสร็จก็กินเวลายาวนานไปจนถึงบ่ายสามโมงเย็น ถึงจะไม่มีนาฬิกาแต่ก็พอจะบอกเวลาคร่าวๆ ได้อยู่ สามโมงเย็นในฤดูหนาวนี้ก็ถือว่าใกล้มืดแล้ว แถมยังรู้สึกได้ว่ากำลังจะมีพายุเข้ามาอีกต่างหาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากพลาดโควต้าการสร้างปีศาจเงาสำหรับวันนี้ เลยเร่งออกเดินทางท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายไปจนถึงหน้าเหมือง นำเครื่องปั่นไฟที่ติดตั้งจักรยานสำหรับปั่นออกมา จากนั้นก็เริ่มต้นเดินสายไฟต่อหลอดไฟทุกระยะสิบเมตร สิบดวงก็หนึ่งร้อยเมตร

        ปีศาจเงาตัวที่สองถูกสร้างขึ้นมา และมีคำสั่งให้มันปั่นจักรยานเพื่อเป็นแหล่งกำเนิดไฟ

        ภายในถ้ำก็สว่างเพิ่มขึ้น จากนี้คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้าใช้อยู่ตลอดเวลา

        ปีศาจเงาตัวแรกนั้นขุดแร่อยู่เรื่อยมา จึงปรากฏว่ามีก้อนแร่จำนวนมากกระจัดกระจายอยู่บริเวณทางเข้า มันทำงานของมันเป็นอย่างดีทำให้เซรอสได้ก้อนแร่มากกว่าเดินทางมาขุดเองซะอีก อย่างไรก็ตามขวานเจาะหินมันก็มีค่าความเสื่อมที่ยิ่งใช้งานก็ยิ่งเสียหายเร็ว สภาพของมันจึงดูแย่มาก อาจจะต้องทำออกมาแบบวันต่อวันแทน ดีที่สังเกตเรื่องนี้เลยทำสำรองเอาไว้ และออกคำสั่งเพิ่มเติมให้เปลี่ยนมันทุกครั้งที่เสียหาย

        พอกลับบ้านก็เห็นซารินั่งจ้องอยู่ที่ประตูไม่วางตา เกิดความคิดที่ว่า 'ทำอะไรไม่สมกับสายพันธุ์ซะจริง' ด้วยนิสัยนั่งรอเจ้าของกลับมานี่ควรจะเป็นประเภทสุนัขมากกว่าจะเป็นกระต่าย ดูเหมือนเขาจะคิดถูกที่ให้ซาริพักอาศัยอยู่ (ในฐานะคนรับใช้) นิสัยรั่วๆ แบบนี้แกล้งแล้วสนุกดี

        อาบน้ำเสร็จก็ออกมานั่งดื่มน้ำร้อนอย่างสบายใจ นึกย้อนกลับไปเมื่อตอนครั้งแรกที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านโทรมๆ ที่พอดูดี กินพวกสัตว์เลื้อยคลานเป็นอาหาร จับปลาแบบวันต่อวัน ล่าสัตว์ทุกสองสามวัน ทำงานอย่างหนักจนกระทั่งมีบ้านเป็นของตัวเอง ราวกับว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันเป็นเรื่องโกหก มันเป็นความจริงที่ร่างกายเขาแข็งแกร่งมาก พละกำลังก็เรียกได้ว่ามหาศาลในระดับมนุษย์ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือพลังในการสร้างที่พระเจ้ามอบให้

        สิ่งนี้ด้วยลดระยะเวลาในการทำทุกอย่างลง ถ้าให้เซรอสสร้างบ้านหลังนี้ด้วยตัวคนเดียวล่ะก็ ต่อให้ไม่กินไม่นอน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเสร็จภายในเวลาหนึ่งเดือน และความพิเศษของบ้านที่สร้างด้วยทักษะสร้าง จึงมีความทนทานสุดๆ และคล้ายว่ามันจะมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องความหนาวเย็นได้ ต่อให้เปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ สายลมหนาวที่พัดเข้ามาก็ประมาณเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ นั่นหมายถึงกรณีที่ไม่อยากกวาดหิมะในตอนเช้าล่ะนะ

        และพลังในการสร้างสามารถจะสร้างอะไรก็ได้ตราบที่มีวัสดุตามเงื่อนไขของมัน สามารถจำลองตำแหน่งการวางล่วงหน้า ปรับมุมให้สวยงามก่อนจะลงมือทำก็ยังได้ ยิ่งไปกว่านั้นไม่เพียงแค่สร้างบ้าน จะให้เขาสร้างหมู่บ้าน สร้างเมือง สร้างอาณาจักรใหญ่แค่ไหน ก็สามารถทำได้ทันทีที่วัสดุพร้อม

        "ท่านเซรอสจะรับน้ำร้อนเพิ่มอีกหรือเปล่าเจ้าคะ?"

        "ไม่แล้วล่ะ" เซรอสนิ่งไปพักหนึ่ง เขามีสิ่งบันเทิงให้ดูเล่นอยู่แล้ว แต่ซาริเองก็คงไม่มีอะไรให้ทำมากนัก เลยเดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบเอาของเล่นที่เคยทำเอาไว้ออกมา "ว่างจะเล่นด้วยกันหรือเปล่า รีเวอร์ซี่น่ะ"

        มันเป็นเกมที่เล่นได้ง่ายและช่วยฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ การตลาดในโลกของเขามีโฆษณาประมาณว่า 'เป็นเกมง่ายๆ แม้แต่ลิงก็ยังเล่นได้' แต่สำหรับโลกใบนี้คงต้องบอกว่า 'เป็นเกมง่ายๆ แม้แต่กระต่ายก็เล่นได้' แทนล่ะนะ

        ซาริไม่รู้จัก 'รีเวอร์ซี่' เกิดความนึกสนุกอยากจะแกล้งกระต่ายขึ้นมานิดหน่อย ปรับเปลี่ยนโทนเสียงให้ดูน่ากลัว

        "สมัยโบราณกาล รีเวอร์ซี่คือบททดสอบของพระผู้เป็นเจ้าที่ทำขึ้นมาเพื่อพิสูจน์จิตใจ มีผู้กล้ามากมายหาญต่อสู้กับจิตใจของตัวเองจนมิอาจหลุดพ้นจากความชั่วร้ายที่อยู่รอบตัว จากผู้กล้ากลายเป็นมารร้ายที่โด่งดังในแต่ละยุคสมัย นี่คือเกมที่ทำขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าผู้กล้านั้นมีจิตใจที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่ารีเวอร์ซี่ที่เป็นหมากนี้มีทั้งสีขาวและสีดำสองด้าน เปรียบได้ดั่งสภาพจิตใจของทุกคนบนโลกที่มีทั้งความดีและความเลวอยู่ในตัวคนเพียงคนเดียว ต่อมามันได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงหนึ่งเพื่อเหล่าผู้ศรัทธาที่ยึดมั่นในวิถีแห่งความดีงาม ซึ่งมีอยู่ยุคสมัยหนึ่งผู้ที่สามารถเคลียร์บททดสอบจิตใจนี้ได้ กลายเป็นผู้ชี้นำเหล่ามวลมนุษย์ไปสู่สันติสุข แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดเคลียร์บททดสอบจิตใจนี้ได้อีกเลย"

        แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องแต่ง แต่ท่าทางซาริจะหลงเชื่อเข้าเต็มเปา ดวงตาใสเป็นประกายหลังจากได้ฟังเรื่องราวนี้ สื่อความได้ว่า 'จะลองเจ้าค่ะ จิตใจของซาริจะต้องบริสุทธิ์แน่นอน'

        และนั่นแหละเป็นสาเหตุให้เซรอสอยากจะแกล้งเลยทำท่าทางเปลี่ยนใจขึ้นมา

        "แต่เกมนี้คงไม่เหมาะสำหรับเธอล่ะนะ ถ้าหากยังมีจิตใจที่เคียดแค้นหลงเหลืออยู่ในจิตใจก็ไม่มีทางเปลี่ยนหมากทั้งกระดานให้เป็นสีขาวลงได้หรอก"

        "จะลองเจ้าค่ะ! ซาริเชื่อมั่นว่าตนเองมีจิตใจที่บริสุทธิ์เจ้าค่ะ"

        'ไม่ไหวแหะ! กลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้ว'

        เซรอสวางกระดานลงพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง อธิบายกฎกติกาการเล่นให้เข้าใจได้ง่ายๆ อย่างการวางหมากล้อมเพื่อเปลี่ยนหมากอีกฝ่ายให้เป็นหมากตัวเอง ซาริเข้าใจไปเองว่ามันคือการเปลี่ยนสิ่งชั่วร้ายให้บริสุทธิ์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีความชั่วร้ายเข้ามาเพื่อหลอกลวงให้แปดเปื้อน สำหรับหมากในการสอนครั้งแรกซาริถึงกับหน้าเสียเวลาที่ตัวหมากของเธอถูกทำให้กลายเป็นสีดำ เมื่อเริ่มรู้กฎการเล่นก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาจริง

        "ก่อนอื่นเลย ในการจะทดสอบว่าตนเองมีจิตใจที่บริสุทธิ์หรือไม่นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการทำพิธีกรรมเพื่อให้การทดสอบนี้มีเหล่าเทพมาเป็นสักขีพยาน"

        "พิธีกรรม?" สีหน้าของซาริดูหวาดกลัวมากขึ้น เธอซึ่งมีความเชื่อฝังหัวว่าการทำพิธีกรรมบางอย่างเพื่อตัวตนที่สูงส่งอย่างพวกเทพเจ้านั้นจักต้องสังเวยชีวิตหรือเลือดปริมาณมากเป็นการแลกเปลี่ยน "ตะ...ต้องการเลือดหรือว่าชีวิตเจ้าคะ?"

        "ไม่หรอก มันเป็นการร่ายรำที่ผ่านการสืบทอดมาแต่โบราณกาล ซึ่งศาสตร์การร่ายรำนี้เคยใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาอีกด้วย มันเป็นการร่ายรำที่ศักดิ์สิทธิ์อยากจะขอให้ตั้งใจด้วยล่ะ" เซรอสทำน้ำเสียงให้ดูจริงจังจนซาริสีหน้าเปลี่ยนไปเป็นซีดเผือด แต่ก็ยังรับปากจะทดสอบจิตใจตัวเองอยู่ดี

        "ในเมื่อตั้งใจแบบนั้นฉันก็จะสอนให้ ก่อนอื่นก็ยืนตรง ยกมือขึ้นมาวางไว้แนบชิดกับใบหู..."

        เซรอสค่อยๆ สอนท่าเต้นสำหรับเด็กเกรดหนึ่งให้ การกลั่นแกล้งคนที่ไม่รู้จนดูเหมือนคนโง่นี้สามารถตีความได้หลากหลาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเซรอสรู้สึกเอ็นดูด้วยแหละ แต่ด้วยนิสัยและสถานภาพทางสังคมทำให้การมองโลกของเธอนั้นคับแคบเกินไปจนตามคนอื่นไม่ทัน เกมรีเวอร์ซี่ตัวนี้จะช่วยฝึกการอ่านสถานการณ์ได้มากขึ้น อย่างน้อยเวลาไปอยู่ในเมืองจะได้ไม่ถูกใครหลอกไปไหนได้ง่ายๆ

        "There is a rabbit with a pink nose, floppy ears and a fluffy tail and Sari is her name - o

       S - A - R - I, S - A - R - I, S - A - R - I And Sari is her name - o"

       เซรอสพูดท่อนเนื้อเพลงที่แปลแล้วออกมาให้ฟัง แน่นอนว่าเขาใช้เป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนบนโลกนี้การออกเสียงภาษาอังกฤษจะรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นคำสวดภาวนาอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งมันทำให้ความน่าเชื่อถือมันเพิ่มขึ้น

        "คำกล่าวเมื่อสักครู่นี้หมายถึงอะไรหรือเจ้าคะ?"

        ชายหนุ่มตีสีหน้าจริงจังและตอบไปว่า "ที่ให้พูดไปเมื่อกี้มีความหมายว่า 'พระแม่ผู้ให้กำเนิดสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกแห่งนี้ เทพผู้สูงส่งทั้งหลายผู้เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงและอำนวยพรแก่สรรพชีวิต ด้วยนามของข้า ซาริ จักขออุทิศจิตใจผู้บริสุทธิ์อันสูงส่งนี้มอบให้แก่โลก ข้าจักเป็นผู้ชี้ทางแก่ทุกสรรพชีวิต โดยไม่คำนึงถึงชาติพันธุ์ เพื่อชำระความดำมืดในจิตใจของผู้คน บัดนี้ข้า ซาริ จักขอทดสอบความบริสุทธิ์ของจิตใจ เพื่ออุทิศให้แก่โลก' นั่นคือความหมายทั้งหมด"

        พอได้ฟังความหมายอันยิ่งใหญ่ ซาริกลับมองว่ามันเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง แถมยังตั้งใจมากอีกต่างหากจนคนขี้แกล้งจำต้องเบือนหน้านี้แสร้งทำเป็นไอกลบเกลื่อนรอยยิ้มของตัวเอง

        ความตั้งใจของซาริถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเนื้อเพลงและท่าเต้น (ซึ่งเชื่อว่ามันคือการร่ายรำ) แต่จากที่เห็น มันก็แค่การเต้นท่ากระต่าย โยกย้ายส่ายสะโพกเล็กน้อย มีท่าแมวข่วนซ้ายข่วนขวา และการที่ต้องเต้นกับร้องเพลงนี้ไปด้วยถึงสามรอบ ก็ทำเอาเซรอสกลั้นหัวเราะจะหน้าแดงก่ำ ไม่คิดเลยว่าซาริจะเป็นสาวใช้ที่เชื่อคนง่ายสุดๆ

        จากนั้นก็มานั่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามและพูดกับเซรอสด้วยสีหน้าอันสงบนิ่ง

        "ข้า ซาริ ขอเริ่มทำการทดสอบจิตใจอันบริสุทธิ์ ขอให้ทุกท่านจงเป็นสักขีพยานในครั้งนี้"

        ที่จริงไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนอะไรมากหรอก การวางหมากสำหรับเริ่มต้นนั้นก็แค่หมากสี่เม็ดตามกติกาเบื้องต้น แค่ทำให้มันดูมีพิธีกรรมมากขึ้นจนซาริรู้สึกเกร็งขึ้นมานิดหน่อย ยิ่งเซรอสวางหมากตามด้วยใบหน้านิ่งเรียบก็ยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก

        อย่างน้อยก็ควรจะเล่นแบบออมมือสักหน่อย เซรอสเลือกจะใช้การวางหมากชี้แนะที่ใช้สำหรับสอนผู้เล่นหน้าใหม่ เป็นระดับที่ง่ายที่สุด แรกเริ่มนั้นก็แกล้งยอมให้เธอมีความรู้สึกฮึกเหิมที่เปลี่ยนหมากดำเป็นหมากขาวได้สำเร็จ แต่ว่าเพียงไม่นานตัวหมากนั้นก็กลับไปเป็นสีดำเพิ่มขึ้นอีก เป็นการดวลที่ผลัดกันรุกและรับอย่างไม่ยอมกัน แล้วเธอก็ดีใจแทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อสามารถเปลี่ยนหมากดำเป็นหมากขาวได้อีกหลายเม็ด

        เซรอสเห็นว่าซาริติดกับดักของตัวเองก็เดินหมากอีกไม่กี่ครั้ง เปลี่ยนทั้งหมดกลับมาเป็นสีดำจนซาริแทบจะร้องไห้ออกมารอมร่อ จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย

        "หลงใหลในอำนาจที่ได้มาเพียงชั่วคราว การเรียกศรัทราจากผู้คนได้ก็คิดว่าความชั่วร้ายจะต้องหายไปแล้วสินะ"

        "ยังอ่อนแอ จิตใจของเธอยังไม่บริสุทธิ์พอ"

        และในที่สุดเขาก็ปิดเกมด้วยการเปลี่ยนหมากบนกระดานทั้งหมดให้กลายเป็นสีดำ ซาริจ๋อยสนิทและอยู่ในสภาพจิตตกไปชั่วขณะ คงคิดว่าตัวเองจิตใจบริสุทธิ์ถึงขนาดนั้นสินะ ก็อยากจะบอกความจริงอยู่แต่เอาไว้บอกคราวหลังก็แล้วกัน ตอนนี้ขอเล่นสนุกไปก่อน

        "ถ้าอย่างไงจะมาลองดูจิตใจของฉันสักหน่อยไหม"

        ซาริเองก็อยากจะรู้ว่าเซรอสมีจิตใจบริสุทธิ์มากแค่ไหน ตอนแรกก็คิดว่าเซรอสจะต้องทำพิธีกรรมด้วย แต่บอกว่าเธอได้เรียกเหล่าเทพมาเป็นสักขีพยานแล้ว สามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องทำพิธีกรรมซ้ำ ตอนเริ่มก็ทำเหมือนกับที่ซาริทำก่อนหน้านี้เป๊ะแล้วจึงเริ่มวางหมากเปลี่ยนสีดำให้เป็นสีขาว

        แน่นอนว่ารีเวอร์ซี่มันก็เป็นเพียงแค่เกมกินหมากแบบหนึ่งที่ต้องอ่านความคิดของคู่ต่อสู้และกำหนดจุดวางล่วงหน้า ซาริเป็นเพียงแค่มือใหม่ไม่มีทางเอาชนะเซรอสได้อยู่แล้ว เพียงยี่สิบนาทีบนกระดานก็กลายเป็นสีขาวตอกย้ำอารมณ์จิตตกของสาวน้อยกระต่ายมากขึ้นไปอีก

        "ท่านเซรอสจิตใจบริสุทธิ์ แต่ซาริกลับจิตใจมืดบอดมีแต่ความชั่วร้าย..."

        "การทดสอบนี้สามารถทำได้เรื่อยๆ เพื่อพิสูจน์จิตใจของตัวเอง มันไม่ใช่พิธีกรรมที่ตัดสินได้ภายในครั้งเดียวอยู่แล้ว จากนี้เธอจะต้องเข้าพิธีชำระจิตใจ ต้องเข้าไปชำระร่างกายให้พ้นมลทินและสวดภาวนาเพื่อขออภัยต่อสักขีพยานทั้งหลายที่มารับชมการทดสอบนี้ ในตอนเช้าจะต้องออกไปยืนข้างนอก หันหน้าไปทางทิศตะวันออกและร่ายรำสิบจบเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจในการพิสูจน์ตัวเองตลอดสามวัน แต่ถ้าแค่ฝึกทดสอบจิตใจตัวเองโดยไม่ต้องให้เป็นพิธีการก็สามารถทำได้เลย เพียงแต่จะไม่มีผู้ใดรับรู้จิตใจอันบริสุทธิ์นี้แม้แต่คนเดียว"

        คิดว่าแกล้งขนาดนี้คงจะพอใจแล้วล่ะ เหลือแค่รอดูผลลัพธ์ในวันถัดไป ที่จริงเขาเองอยากจะเห็นกระต่ายขาวยืนเต้นตอนเช้าเหมือนกัน ท่าทางจะสนุกพิลึก

        และในเช้าวันต่อมาเซรอสก็ได้เห็นกระต่ายในชุดเมดยืนเต้นแร้งเต้นกาอยู่หน้าบ้าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 932 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. #13069 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 01:56
    เป็นหัวหน้าลัทธิได้อะ
    #13069
    0
  2. #12646 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:30

    ความใสซื่อมันช่าง...น่ารักยิ่งนัก

    #12646
    0
  3. #12645 S0ulG00d (@S0ulG00d) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:30

    ความใสซื่อมันช่าง...น่ารักยิ่งนัก

    #12645
    0
  4. #12620 ฝันสีหมอก (@kasenuth) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:03
    นี่มันหัวหน้าลัทธิชัดๆ
    #12620
    0
  5. #12472 เราเอง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:15

    ท่านเซรอสจิตใจบริสุทธิ์ แต่ซาริกลับจิตใจมืดบอดมีแต่ความชั่วร้าย - อ่านประโยคนี้แล้วเอ็นดูซาริ อะไรคือการเต้นสิบรอบ เกลียดด 555

    #12472
    0
  6. #10931 fhgdjmn (@fhgdjmn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 00:04
    น่าสงสารกระต่ายน้อยที่โดนกลั่นแกล้ง
    #10931
    0
  7. #9705 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:21
    ว่างจัดเลย แกล้งกระต่ายแสนซื่อ+บื้อ
    #9705
    0
  8. #9369 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 16:12
    ขอบคุณครับ
    #9369
    0
  9. #8321 pun101 (@pun101) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 17:13
    พระเอกชั่วร้ายมา
    #8321
    0
  10. #7885 Akari_j (@jbbjopfm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 22:30
    ซาริลูกกก หนูซื่อเกินไปแล้ววว
    #7885
    0
  11. #7877 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 05:52
    สงสารซาริ
    #7877
    0
  12. #7725 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 12:40
    <p>ขอบคุณครับ</p>
    #7725
    0
  13. #7353 Benzko19 (@benzko19) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 12:02
    เจ้าคนเลวแกล้งเด็กน้อย ฮ่าๆๆ
    #7353
    0
  14. #6989 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:54
    ระวังกระต่ายตบเอาน้าาาาา
    เมื่อรู้ความจริงเข้า 5555
    #6989
    0
  15. #5252 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 17:43
    -รอสแกล้งเด็ก
    #5252
    0
  16. #5142 มายเนมอีส... (@neneoshiyalovely) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 12:47
    นางซื่อเกินไปแล้ววววว>~<น่าร้ากกก
    #5142
    0
  17. #5002 PopeyePrommayon (@PopeyePrommayon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 22:33
    น่ารักกกกกว้อยยยย
    #5002
    0
  18. #4598 davidkongboon (@davidkongboon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:39
    น่าจิ้น
    #4598
    0
  19. #4115 Achoui_winniemark7 (@bongkochakron) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 23:44
    อยากเล่นโกะเป็นบ้าง
    #4115
    0
  20. #4014 Wibbie (@wibbie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 04:46
    = =" ชีวิตอาภัพของส่าหรี
    #4014
    0
  21. #3796 กษิดิศ ปักษี (@zamakbigbag) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 16:32
    5555ขี้แกล้วอะ ทำไปได้555
    #3796
    0
  22. #3356 Kanmanee2 (@Kanmanee2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 18:25
    5555แกนี้แกล้งเชริซะรักเลย
    #3356
    0
  23. #1674 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:34
    ชั่วมากกก 5555
    #1674
    0
  24. #1559 zεпsε (@zensenie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 22:02
    ไรต์เราว่ามันอ่านว่า "รีเวิร์ส" ป่ะ ตามภาษาอังกฤษ อ่ะ
    #1559
    1
    • #1559-1 Puni (จากตอนที่ 6)
      18 กรกฎาคม 2560 / 11:39
      Riversi ถูกแล้วครับ เป็นศัพท์เฉพาะ
      #1559-1
  25. #1331 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 21:23
    แกล้งกันเกินไปแล้ว ฮิๆ
    #1331
    0