ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,639 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,117

    Overall
    2,256,639

ตอนที่ 5 : Episode Four : ประตูแห่ง Pestilence

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1054 ครั้ง
    7 มี.ค. 60

Episode Four

 



        สองวันก่อนมีพายุหิมะตกหนักติดต่อกันจนเดินออกไปไหนไม่ได้ แต่วันนี้มีแสงแดดที่สดใสเอามากๆ

        ซาริออกมากวาดกองหิมะที่ทับถมอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านแต่เช้า งานของเธอไม่ได้มีอะไรให้ทำมากนัก นอกจากการต้มน้ำสำหรับอาบน้ำ ก่อไฟในครัว และให้อาหารพวกม้าในโกดัง ไม่มีค่าจ้างให้ แต่มีอาหารและที่พักฟรี สำหรับเธอมันคือค่าตอบแทนที่เพียงพอแล้ว

        ก่อนหน้านี้เธอได้ทราบว่าทาสเผ่ามนุษย์สัตว์คนอื่นๆ ถูกฆ่าตายหมดแล้ว ซึ่งเธอก็เสียใจกับมันมาก และอยากจะทำพิธีศพตามธรรมเนียมของเผ่ามนุษย์สัตว์ ซึ่งก็คือการฝังศพโดยมีความเชื่อว่ามันเป็นการนำทุกอย่างกลับคืนสู่ผืนดิน โดยเซรอสช่วยจัดเตรียมหลุมฝังศพให้ ถึงจะเกรงใจแค่ไหนแต่เซรอสก็ตั้งใจว่าจะทำที่นี่เป็นสถานที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตและสร้างเป็นโบสถ์ไว้สำหรับจัดการพิธีต่างๆ อยู่แล้ว

        ผ่านมาได้สองอาทิตย์ ซาริก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตของที่นี่ได้แล้ว มันแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าที่นี่จะเป็นดินแดนต้องสาปที่ทำให้ชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่จำเป็นต้องอพยพย้ายถิ่นหนี สืบเนื่องจากเรื่องเล่าจากบรรพบุรุษที่ว่ามันเป็นดินแดนที่ได้รับการลงโทษจากพระเจ้า จากความละโมบที่ไร้ที่สิ้นสุดของมนุษย์หลังจากที่ทราบว่ามีเหมืองแร่ชั้นเยี่ยมอยู่ก็เลยมีการระดมกำลังบุกเข้ามาควบคุมพื้นที่ ความโลภเหล่านั้นทำให้เผลอไปปลดผนึกปีศาจร้ายออกมา ไม่ว่าจะรวบรวมผู้กล้าจากทั่วสารทิศก็ไม่อาจปราบมันลงได้

        เหตุการณ์ต่อมาก็คือทหารที่ตรึงกำลังเอาไว้เกิดล้มป่วยและเสียชีวิตลงด้วยโรคระบาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผู้ใดแพร่เชื้อออกไปมันได้กลายเป็นสถานที่กักกันและถูกปิดตายเอาไว้อยู่ช่วงเวลาหนึ่งจนคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรอีกแล้วจึงได้ย้ายกลับเข้ามาอยู่โดยหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปใกล้กับเหมือง แต่ต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดมากมาย อยู่ๆ แม่น้ำก็เหือดแห้งไปเพราะดินถล่ม ผลผลิตก็เน่าเสียแถมยังเป็นโรคจนทุกคนลงความเห็นว่าเป็นดินแดนต้องคำสาปที่เกิดจากความโลภของมนุษย์ มันกลายเป็นสถานที่ที่น่ากลัว

        ตอนที่ซาริเล่าเรื่องนี้ให้เซรอสฟังเขาก็แอบหัวเราะนิดหน่อย สุดท้ายก็ให้แง่คิดกับเธอว่า 'ความเชื่อน่ะมีได้ แต่ห้ามงมงายจนไม่หาทางพิสูจน์ความจริง' และยังบอกอีกว่าตัวเขาอยู่ที่นี่มาได้เกือบจะครึ่งปีแล้วก็ยังไม่มีเหตุการณ์น่ากลัวอะไรเลย สุดท้ายซาริก็เลิกกลัวต่อสถานที่ต้องสาปอีก

        มีข้อสงสัยตั้งมากมายเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ที่ซาริยังหาคำตอบไม่ได้นั่นก็คือ มันต้านทานความหนาวเย็นได้โดยที่เธอแทบจะไม่ต้องสวมเสื้อหนาๆ เว้นก็แต่ตอนออกไปข้างนอกเท่านั้น ขนาดคฤหาสน์ที่ทำมาอย่างดียังมีความเย็นแทรกเข้ามาได้

        ที่สำคัญห้องน้ำก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ซาริให้ความสนใจ มันเป็นสุขภัณฑ์ที่ดีมาก ซึ่งเธอที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานกับเจ้านายคนอื่นก็ยังไม่เคยเห็นมันมาก่อน แม้ว่าจะเป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่โตแค่ไหนห้องน้ำก็ยังเป็นแบบหลุมเท่านั้น และพวกเธอก็มีหน้าที่จะต้องทำความสะอาดมันทุกวัน ทว่าห้องน้ำของบ้านนี้ไม่ต้องใส่ใจเรื่องนั้นเลย มันทั้งสะอาดและใช้งานได้ง่ายมากอีกด้วย

        เมื่อคืนวานเซรอสได้ทำชุดใหม่ให้กับซาริ เป็นชุดเดรสผ้ากันเปื้อนพร้อมกับหมวกผ้า มันเหมือนกับชุดของสาวรับใช้ภายในวังเลย ถึงจะไม่เคยเห็นหรือได้สัมผัสกับชุดนั้นมาก่อนก็ตาม แต่ก็ยังรู้ได้ว่าเนื้อผ้าที่เอามาทำให้เธอนั้นเป็นผ้าที่มีคุณภาพดีกว่ามาก และไม่ได้มีแค่หนึ่งตัวแต่ทำให้ถึงสามตัวใส่สลับวันกัน เขาพูดประมาณว่าเป็นของที่จะทำเท่าไหร่ก็ได้คุณภาพแบบเดียวกัน แต่ซาริก็อยากจะให้รู้ว่าราคาของชุดนี้มันสูงพอจะซื้อบ้านในเมืองได้เลย

        "อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านเซรอส"

        "อ่า อรุณสวัสดิ์" เซรอสยิ้มตอบ มองดูตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า "ชุดสวยดีนี่ซาริ เหมาะกับเธอมาก"

        "ขอบพระคุณมากค่ะ"

        ซาริเริ่มคุ้นชินกับนิสัยของเซรอสมากขึ้น เขาดูเป็นคนที่เงียบขรึมหน่อยๆ เวลาตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง นิสัยอ่อนโยนใช้ได้ บางครั้งก็ชอบแกล้งเธอเวลาทำอะไรเงอะงะแล้วก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน ถึงจะเป็นคนแปลกๆ แต่ซาริคิดว่าเขาเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย ไม่มีเจ้านายคนไหนหรอกที่จะยอมให้คนรับใช้ได้อาบน้ำอุ่น ได้นอนบนที่นอนนุ่มๆ ได้ทานอาหารที่แสนอร่อยราคาแพง

        สองอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นซาริได้รับรู้ความยอดเยี่ยมของเซรอสด้วยตาคู่นี้ ก่อนอื่นก็คือพละกำลังที่มหาศาลถึงขนาดที่สามารถลากซุงไม้ขนาดใหญ่กลับมาที่บ้านได้ด้วยตัวคนเดียว และในพริบตาต่อมาไม้เหล่านั้นก็ถูกแปรรูปออกเป็นแผ่นไม้เพื่อนำไปสร้างอาคารได้ ทั้งที่มันควรจะต้องใช้เวลาเป็นวันในการทำเป็นแผ่นไม้ ทว่าหลังจากนั้นแผ่นไม้ก็หายไปและปรากฏเป็นโรงเลี้ยงม้าขึ้น พอถามว่าเขาทำได้อย่างไรก็ได้คำตอบติดตลกกลับมาว่า 'พลังที่พระเจ้าให้มา'

        มันอาจจะฟังดูเหมือนคำพูดล้อเล่น แต่สิ่งที่เห็นเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ของพระเจ้าอย่างแท้จริง

        "วันนี้ฉันจะไปลงเหมือง ฝากเรื่องดูแลที่นี่ด้วยก็แล้วกัน ถ้าฉันยังไม่กลับมาก็ทำอะไรกินไปก่อนได้เลย"

        งานของเซรอสนั้นไม่แน่ไม่นอน ประมาณว่าอยากจะทำอะไรก็ทำในวันนั้นเลย แต่ที่เห็นได้บ่อยที่สุดก็คือการลงเหมือง เซรอสบอกว่าตั้งใจจะสร้างเรือนกระจกสำหรับเพาะปลูกพืชนอกฤดู ซาริไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าสามารถทำแบบนั้นได้ด้วยก็เลยเถียงกลับไป แต่ก็ถูกหัวเราะและขยี้หัวด้วยความเอ็นดูพร้อมกับบอกว่า 'อีกไม่นานเดี๋ยวก็จะรู้เอง'

 

        เซรอสรู้สึกว่าบรรยากาศมันคึกคักขึ้น จากการที่อยู่คนเดียวโดยไม่ค่อยจะมีอะไรให้ทำ หลังจากที่ ซาริ มนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาว มาอาศัยอยู่ในฐานะของสาวใช้ประจำบ้าน ท่าทางเงอะงะเวลาเขาแกล้งบอกเรื่องราคาที่แสนแพงเป็นอะไรที่น่าสนุกที่สุด ชุดสาวใช้ที่ออกแบบมาให้ปฏิกิริยาตอนที่รับมานั้นเห็นได้ชัดเลยว่ามือสั่นอย่างหนักและประคองมันเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง บางครั้งเวลาเธออารมณ์ดีก็จะเห็นกระโดดเหยงๆ เหมือนกระต่าย เขายังจำภาพยายกระต่ายขาวลื่นล้มได้ชัดเจน ตอนนั้นก็แกล้งถามว่าเกิดอะไรขึ้น ท่าทางเธอก็ดูลุกลี้ลุกลนและปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้หกล้ม

        เรื่องงานในบ้านก็มอบหมายหน้าที่ให้ซาริจัดการ เซรอสก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองคือการพัฒนาบ้านและหมู่บ้าน ตอนที่บอกเรื่องนี้ซาริเองก็อยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยสร้าง แต่ในฤดูหนาวที่อากาศเป็นแบบนี้มันอันตรายมาก เซรอสมองว่าทำคนเดียวมันเร็วกว่าก็เลยให้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ แทนไปก่อน อย่างน้อยก็ต้องรอจนกว่าจะหมดฤดูหนาวนั่นแหละ

        การลงเหมืองเก็บแร่เป็นงานที่หนักในความคิดของคนทั่วไป เพราะต้องเสี่ยงต่อการโดนเงาปีศาจโจมตีตลอดเวลา แต่เซรอสไม่ต้องกลัวในเรื่องนั้นตราบใดก็ตามที่มันทำอันตรายเขาไม่ได้ก็พอ ในหนึ่งวันเก็บแร่ได้ไม่มากนักเพราะแค่การเดินทางไปกลับก็กินเวลาประมาณสองชั่วโมงแล้ว วันนี้ถือเป็นโชคดีที่พบเจอกับก้อนแร่เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น

        เซรอสได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเหมืองแร่แห่งนี้มาบ้างแล้ว ถึงจะยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็เกิดความคิดอยากจะลองท้าพิสูจน์ความจริงดูสักครั้ง ปกติแล้วเซรอสจะขุดหาแร่อยู่บริเวณใกล้ปากถ้ำและป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นเรื่อยมาทำให้แร่ที่สะสมได้มีอยู่น้อยนิด ที่ไม่มีความคิดจะลงลึกไปนั้นก็ด้วยความยังไม่อยากเสี่ยงทำอะไรที่เกินตัว ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่มีแสงสว่างจึงลำบากกว่าที่คิด แต่ในวันนี้เขาเตรียมตัวมาพร้อม น้ำ อาหารฉุกเฉิน และคบเพลิง

        เงาปีศาจโผล่ออกมาจากผนังและทำท่าจะแทงเงาที่แหลมคมใส่ เซรอสสะบัดกริชในมือที่เป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่จัดการมันได้ และเดินต่อไป ไม่ว่าพวกมันจะปรากฏขึ้นมาทำให้ตกใจมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์แถมมันยังถูกจัดการลงในการโจมตีทีเดียวอีกต่างหาก

        "ถ้าไอ้เจ้าเงานี่มันเป็นปีศาจร้ายล่ะก็ บอกเลยว่าอ่อนสุดๆ"

        ที่จริงเซรอสไม่ควรเอาตัวเองไปเป็นตัวเปรียบเทียบความแข็งแกร่งกับคนอื่นด้วยซ้ำ น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าร่างกายนี้เป็นผลมาจากการทดลองที่แม้แต่พระเจ้ายังยืนยันด้วยตัวเองว่าดาบในตำนานยังสะกิดแทบจะไม่เข้า และเจ้านี่ก็ค่อนข้างเร็วมากด้วยเพียงแต่การที่สู้กับพวกมันมาตลอดหลายเดือนมันทำให้เคยชินกับจังหวะการเคลื่อนไหวแล้ว ซึ่งถ้าไม่มีกริชเล่มนี้เขาก็โจมตีมันไม่ได้เลย ก็สมควรแล้วที่จะต้องถูกเรียกว่าปีศาจร้าย

        เมื่อเดินลึกมาได้ระดับหนึ่งก็พบกับแร่ที่เปล่งแสงได้เป็นคริสตัลที่ผุดขึ้นมาจากพื้น ตอนนั้นเซรอสได้กลิ่นไม่ดีเลยต้องดับไฟ ไม่รู้ว่าจะมีวัตถุหรือก๊าซที่ไวไฟอยู่หรือไม่ อย่างน้อยเจ้าหินพวกนี้ก็มีประโยชน์ในการช่วยเปล่งแสง

        "โอ้! มาต้อนรับกันเยอะเลย"

        พอมีแสงเข้าหน่อย พวกเงาปีศาจก็โผล่มากันไม่หวั่นไม่ไหว เบื้องหน้าของเขามีกลุ่มก้อนเงาที่ปิดทางเอาไว้อยู่ พวกมันรับรู้แล้วว่ามีคนบุกเข้ามาท้าทายจึงวิ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วอันน่าตื่นตะลึง เป็นครั้งแรกที่ทำให้เซรอสตื่นเต้นขนาดนี้ ระยะเคลื่อนไหวของพวกมันนั้นจะอยู่ในรัศมีของแสงสว่าง นี่เป็นผลจากการสังเกตมาโดยตลอด

        ไม่ใช่ว่าการโจมตีของมันไร้ผลกับเซรอส แค่ไม่อาจผ่านชั้นผิวหนังที่แข็งแกร่งได้ แต่เสื้อผ้านั้นมันขาดแทบจะในทันที ก่อนหน้านี้ก็เลยเอามีดคอมแบทที่ทำขึ้นมารับการโจมตีดู ผลก็คือมีดถูกตัดขาดราวกับเป็นเต้าหู้เลย จะมีก็แค่กริชเท่านั้นที่ใช้รับมือกับพวกมันได้ ตอนตรวจสอบข้อมูลเห็นบอกว่ามันเป็นอาวุธเวทมนตร์ธาตุศักดิ์สิทธิ์ ถึงจะมีอาวุธที่ดีแค่ไหนแต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ปรากฏได้ทุกที่และรวดเร็วก็ไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดา

        พลั่ก!

        "แรงดีไม่เบาเลยนี่นา" เซรอสยิ้มเหี้ยม เงาพวกนี้ประหลาดมากแถมยังเอาเปรียบสุดๆ การเตะต่อยธรรมดาจะทะลุผ่านเงาไป ส่วนพวกมันกลับโจมตีใส่เขาได้ซะงั้น

        มันเป็นการต่อสู้ที่เกือบจะดูลำบาก แต่สุดท้ายนอกจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่งร่างกายเซรอสปรากฏเพียงแค่รอยช้ำเล็กๆ จากการที่ต้องรับแรงกระแทกและต้องรับมือกับการฟันที่รุนแรง

        "ไม่ได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ตั้งนานแน่ะ แถมการโจมตีของพวกมันนี่แรงพอๆ กับดาบในตำนานเลยไม่ใช่หรือยังไงเนี่ย"

        ยังจำที่พระเจ้าบอกได้ว่า ดาบในตำนานที่ทำจากแร่ที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกนี้ เกือบจะทำให้เขาเป็นแผลไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เท่านี้ก็ไม่แปลกใจแล้วที่ซาริบอกว่ามันเป็นปีศาจร้ายน่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีร่างกายแข็งแกร่งผิดมนุษย์ก็คงตายไปตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่แล้ว

        ตลอดทางเงาปีศาจก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าจำนวนมันไร้ขีดจำกัด อย่างไรก็ตามมันก็ทำให้คนอย่างเซรอสรู้สึกเหนื่อยหอบขึ้นมาได้บ้าง สุดปลายทางมันเป็นทางลงสูงเอาเรื่องอาจจะต้องใช้บันไดปีนขึ้นลง ทดลองโยนคริสตัลแสงลงไปน่าจะสูงราวๆ ยี่สิบเมตรได้ เป็นระยะทางที่ไม่ทำให้บาดเจ็บก็กระโดดลงไปทั้งอย่างนั้นเลย

        ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่แต่เหมือนว่าเงาปีศาจมันจะเก่งขึ้นจากตัวที่ได้เจอกันก่อนหน้านี้ ทำให้เซรอสต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดมากขึ้น กว่าจะจัดการได้สำเร็จสภาพของเซรอสถึงกับสะบักสะบอม ถึงอย่างนั้นก็ยังเทียบเคียงกับนักฆ่าทดลองที่เคยสู้ด้วยไม่ได้อยู่ดี พวกนั้นเก่งกว่าเขาเยอะแต่ก็ยังเอาชนะมาแล้ว

        เดินมาเรื่อยๆ จำไม่ได้แล้วว่าเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวามากี่ครั้ง ยังดีที่มันเป็นทางตรงตลอดไม่มีทางแยกให้ดูสับสน อากาศภายในนี้เริ่มอึดอัดและรู้สึกร้อนหน่อยๆ จนกระทั่งพบเจอกับกองเถ้ากระดูกของมนุษย์ที่เคยเข้ามาที่นี่ ข้างหน้านั่นมีประตูโบราณขนาดใหญ่ที่แง้มเปิดออกมาเล็กน้อย มีร่องรอยของการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับพังประตูบานนี้อยู่ด้วย ตอนที่จ้องมองอยู่นั้นพลันเห็นดวงตาขนาดใหญ่จ้องมองออกมาจากประตู และมีเสียงร้องคำรามลั่น

        ความร้อนที่รุนแรงแผ่ออกมาจากบานประตูนั้นจนส่งผลให้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นมอดไหม้ ซรอสต้องเดินกลับออกมา ปลดกระเป๋ามิติออกเพื่อไม่ให้มันเสียหาย จากนั้นค่อยเดินฝ่าเข้าไปอีกครั้ง เป้าหมายของเขาก็คือการปิดประตูบานนั้น

        ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้เรื่องนี้ แต่น่าจะเป็นสัญชาตญาณล่ะนะ

        ถ้าไม่ใช่ให้เปิดประตู ก็ต้องปิดมันซะ

        และหลังจากที่ได้เห็นว่ามีดวงตาขนาดใหญ่มองออกมา ความคิดเลยเอนเอียงไปทาง 'ปิด' เต็มที่

        ทุกย่างที่ก้าวออกไปนั้นจะพบเจอกับความร้อนที่ทวีความแรงมากขึ้น เสื้อผ้าของเขาติดไฟและเผาไหม้อย่างรวดเร็วจนไม่ล่อนจ้อน แต่ผิวหนังของเซรอสทนความร้อนสูงสุดได้เป็นเวลานานมาก ไปถึงประตูก็ออกแรงผลักมันทันที

        "บ้าชะมัด นี่มันร้อนระดับลาวาได้เลยนะเนี่ย ไม่แปลกใจที่มีแต่กองเถ้ากระดูก"

        ผิวหนังของเซรอสเริ่มมีรอยไหม้ แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ออกแรงทั้งหมดเพื่อปิดบานประตู ในที่สุดประตูมันก็ปิดลง และสลักโบราณก็ทำหน้าที่ปิดล็อกของมันเอง เซรอสทิ้งตัวนั่งลงมองดูมือที่เป็นรอยไหม้สีดำแต่ผิวหนังไม่เสียหาย เลื่อนมือขึ้นไปจับเส้นผมตัวเองในเวลาต่อมา

        "ดีนะที่เส้นผมไม่ไหม้ไปด้วย ไม่งั้นได้กลายเป็นพี่โล้นหมัดเดียวจอดแน่"

        จากนั้นก็เดินกลับไปที่กระเป๋ามิติและเปลี่ยนเป็นชุดสำรองที่นำมาด้วย

        มันเหมือนกับเป็นสัญชาตญาณของนักฆ่าที่รับรู้ได้ว่าถูกจับตามองอยู่จึงหันมองกลับไป พบกลุ่มก้อนเงารวมตัวกันเป็นรูปร่างของอิสตรีนางหนึ่งผู้มีความงดงามที่แสนลึกลับ เซรอสไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้มากนักแต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือผู้หญิงคนนี้ไม่น่าจะธรรมดา

        'เรา...จิตวิญญาณแห่งความมืด ขอขอบคุณท่านที่ช่วยปิดผนึกประตูแห่ง Pestilence'

        เสียงมันส่งเข้ามาในหัว ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ขยับปากแม้แต่น้อย

        แต่ว่า Pestilence งั้นเหรอ ไม่ใช่ว่านี่ว่าหมายถึง โรคระบาดหรือยังไง

        แถมเล่นเอาชื่อของ โฟว์ ฮอร์สแมน มาใช้ตรงๆ เลยเหรอ

        จะว่าไปแล้วเรื่องที่ซาริเล่ามาเหมือนจะเกี่ยวข้องกับโรคระบาดนี่นา ไม่ว่าจะเป็นบรรดาทหารที่อยู่ๆ ก็พลันเจ็บป่วยขึ้นมา และเกิดโรคระบาดในเวลาต่อมา จากนั้นภายหลังก็มีโรคระบาดทางพืชผลการผลิตทำให้ไม่มนุษย์ไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ได้ในดินแดนนี้ เชื่อว่ามันเป็นดินแดนต้องสาป

        ดูเหมือนว่าเรื่องที่ซาริเล่าจะเป็นความจริงซะแล้วสิ

        แล้วที่พระเจ้าบอกว่าเพื่อยับยั้งการล่มสลายของโลกใบนี้ นี่อาจจะเป็นภารกิจของเขาก็ได้

        ถ้ามันเป็นประตูสี่จตุรอาชาจริง ได้แต่หวังว่าประตูอีกสามบานคงไม่มีไอ้บ้าบางตัวไปเปิดเล่นหรอกนะ

        "อ่า...ไม่เป็นไรหรอก" เขาตอบรับคำขอบคุณส่งๆ

        ใจจริงก็อยากจะเดินทางกลับบ้านเพราะมันดึกมากแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าป่านนี้ซาริคงวิ่งพล่านไม่หลับไม่นอนแน่ๆ น่าจะเป็นที่นิสัยที่ทำอะไรคนเดียวมาตลอดเลยไม่ค่อยจะบอกใครเวลาไปที่ไหน หรืออาจจะต้องพักค้างที่ไหนสักแห่ง ก็แค่ตัดสินใจแล้วก็ทำเลย ไม่อยากให้รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ทำตอนที่มีโอกาส เห็นทีคงจะต้องปรับปรุงนิสัยนี้สักหน่อยแล้ว

        'ท่านผู้ได้รับพรจากพระผู้สร้าง เรา...จิตวิญญาณแห่งความมืด มีความยินดีที่จะติดตามรับใช้ท่านเพื่อตอบแทนในสิ่งที่ท่านได้ช่วยเหลือโลกใบนี้ เรา...จิตวิญญาณแห่งความมืดขอทำสัญญาเวทมนตร์ธาตุกับท่าน'

        โดยไม่มีการเห็นชอบใดๆ จากเซรอส จิตวิญญาณแห่งความมืดร่างนั้นก็ลอยเข้ามาผสานกับร่างของเขา มันมีแสงบางอย่างเกิดขึ้นและมีภาพดวงไฟกลมๆ สีดำสนิทปรากฏขึ้นในห้วงความคิดชั่วแวบหนึ่ง ก่อนที่สติจะกลับมารับรู้เหตุการณ์ในปัจจุบัน

        "อะไรๆ เกิดอะไรขึ้น"

        'เรา...จิตวิญญาณแห่งความมืด ได้ทำสัญญาเวทมนตร์ธาตุกับท่าน ด้วยสิ่งนี้ท่านจะสามารถเรียนรู้เวทมนตร์ธาตุความมืดได้ทุกชนิดและสำแดงประสิทธิภาพได้เหนือกว่าการทำพิธีปลุกพลังธาตุเพื่อหยิบยืมมาใช้งาน...โดยแลกเปลี่ยนกัน...ท่าน...ผู้ได้รับพรจากพระผู้สร้าง จักต้องรับหน้าที่ดูแลประตูแห่ง Pestilence แทนเรา...จิตวิญญาณแห่งความมืด'

        มีเสียงหนึ่งดังก้องอยู่ในหัว และอธิบายผลลัพธ์จากการมัดมือชกในครั้งนี้

        โดยเซรอสได้ยินเข้าถึงกับทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นเลย ไม่คิดว่าจะโดนยัดหน้าที่ในการดูแลประตูแห่งโรคระบาดไม่ให้ผู้ใดมาเปิดมันออก นี่ถ้าหากว่าไปช่วยปิดประตูทั้งสี่บานไม่โดนบังคับให้เป็นทวารบาลเฝ้าประตูตลอดชีวิตเลยงั้นเหรอ

        แล้วยังไงกัน ได้ทำสัญญาเวทมนตร์ธาตุความมืดมาก็จริง แต่มันทำอะไรได้บ้างล่ะ

        'เรา...จิตวิญญาณแห่งความมืด...'

        "เดี๋ยวก่อน! ชื่อนั้นมันยาวไป เอาชื่อ ดาร์กเนส ไปใช้แทนก็แล้วกัน" เซรอสพูดด้วยความรำคาญ หากเขาได้ฟังเสียงนั่นเรียกชื่อตัวเองที่ยาวเหยียดทุกครั้งล่ะก็มีหวังได้ปวดหัวไปทั้งวันแน่ "จากนี้ถ้าฉันไม่เรียกถามก็อยู่เงียบๆ ไปละกัน"

        "แล้วก็นะ ดาร์กเนส ฉันทำสัญญาเวทมนตร์ธาตุแล้วมันทำอะไรได้บ้าง เท่าที่ได้ฟังมาก็แค่ใช้เวทมนตร์ได้มีประสิทธิภาพดีกว่าเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ"

        'เมื่อมีการทำสัญญาเวทมนตร์ธาตุอย่างถูกต้อง เท่ากับว่าจะได้รับการยอมรับจากเวทมนตร์ธาตุนั้นๆ ไม่เพียงแค่ประสิทธิภาพจะทำได้ดีกว่า สัญญาเวทมนตร์ธาตุจะช่วยให้เรียนรู้เวทมนตร์ได้ง่ายขึ้นด้วย'

        เซรอสไม่เคยคิดถึงเรื่องเวทมนตร์มาก่อนเลยด้วยซ้ำ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งขนาดนี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาไร้เทียมทานแล้ว ไหนจะความรู้อีกตั้งมากมาย ถ้ารวมเวทมนตร์เข้าไปด้วยก็นั่นแหละ...ครองโลกเลยล่ะกัน

        ครืน...

        อืม...คิดไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฟ้าร้อง

        "จะว่าไปมีเวทมนตร์อะไรที่ฉันคนนี้ใช้ได้บ้าง"

        'เวทมนตร์ที่ท่านสามารถใช้ได้ในตอนนี้ก็คือการควบคุมปีศาจเงา เป็นเวทมนตร์อัญเชิญขั้นสูงของธาตุความมืด โดยจักต้องได้รับการยอมรับจากจิตวิญญาณแห่งความมืดเสียก่อน เมื่ออัญเชิญมันออกมาแล้วสามารถออกคำสั่งกับมันได้ โดยที่มันจะไม่หยุดจนกว่าจะถูกทำลายหรือท่านตั้งใจทำให้หายไป สำหรับท่านในตอนนี้สามารถสร้างมันได้เพียงวันละ 1 ตนเท่านั้น'

        ฟังคำอธิบายแบบไม่สนใจอะไรมากนัก เซรอสมุ่งหน้าไปยังทางออกแต่แล้วในตอนนั้นเองเขาก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

        "ดาร์กเนส เวทมนตร์นี้ฉันสร้างได้เพียงวันละ 1 ตนใช่ไหม ถ้าฉันสร้างปีศาจเงาในวันถัดไป ตัวก่อนหน้านี้จะเป็นยังไง"

        'ปีศาจเงาจักคงอยู่ตลอดไปตราบเท่าที่มันไม่ถูกทำลายหรือท่านตั้งใจทำให้มันหายไป เพียงแต่มันเป็นปีศาจเงาที่อยู่ภายใต้แสงสว่างเท่านั้น ไร้ซึ่งแสงย่อมไร้เงาตามไปด้วย'

        คำอธิบายนั่นชัดเจนพอทำให้เซรอสคิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ ทำไมเขาไม่คิดจะใช้ประโยชน์จากความสามารถของปีศาจเงาพวกนี้ล่ะ แค่ให้มันขุดแร่แทนโดยทุกวันก็แค่มาเพื่อสร้างปีศาจเงาตัวใหม่ จากนั้นก็ติดตั้งแสงสว่างตลอดทางมันก็ทำงานได้ตลอดเวลาแล้ว พอคิดแบบนั้นเซรอสก็สร้างปีศาจเงาตัวแรกขึ้นมาและมอบขวานเจาะหินพร้อมหน้าที่ในการขุดแร่ทุกชนิดภายในเหมืองแห่งนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.054K ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #13068 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 01:44
    บอทยาวๆ
    #13068
    0
  3. #12899 sheepy57 (@sheepy57) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 07:29
    ใช้แรงงานปีศาจ น่าสงสาร
    #12899
    0
  4. #12001 DracarysD (@DracarysD) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:01

    ปล่อยบอทนี่หว่า 555555

    #12001
    0
  5. วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 03:35
    มีคนทำงานให้แล้ว คุ้มจริง ห๊ะๆๆ
    #10944
    0
  6. #9700 janthawong (@janthawong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 17:10
    สรุปมันปิด ประตูล่ะเกี่ยวไรกับ จิตวิญญาณธาตุ ?? งงเด้ๆ
    #9700
    2
    • #9700-1 Yassy (@Yassy) (จากตอนที่ 5)
      29 กรกฎาคม 2561 / 11:19
      โง่วเองป่าว
      #9700-1
    • #9700-2 PitTaSe (@handsomewar) (จากตอนที่ 5)
      30 สิงหาคม 2561 / 03:28
      จิตวิญญาณธาตุทำหน้าที่เฝ้ารักษาประตูครับ ดาร์กเนส คงเบื่อเฝ้าเลยผลักภาระให้เซรอสครับ
      #9700-2
  7. #9368 newkingdom (@newkingdom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:59
    ขอบคุณครับ
    #9368
    0
  8. #9338 fonnzosh (@osh_namfon_pcy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 09:51
    5555555ขี้โกงงงงง
    #9338
    0
  9. #8911 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 22:06
    เทพทรูเซรอส5555
    #8911
    0
  10. #8662 Assanee00 (@Assanee00) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:32
    โกงสาสสสส 555
    #8662
    0
  11. #8582 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 19:26
    โถ....-ขี้โกง
    #8582
    0
  12. #8437 g0oouj11 (@g0oouj11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 21:21
    ปีศาจเงาน้ำตาตกในเลย เล่นเอามาขุดแร่เฉย
    #8437
    0
  13. #7277 Nine-Za (@Fantasynine) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 12:21
    ใช้ปีศาจขุดเหมือง
    555 เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยนะเนี่ยเท่าที่อ่านมา
    #7277
    0
  14. #6988 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:02
    ใช่เงาเยี่ยงทาส...
    #6988
    0
  15. #6827 นักอ่านอัศนี (@vearanda) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 18:06
    ความโหดร้ายหายไป ต่อไปเงาปีศาจ ทำอาหาร ซักผ้า ตากผ้า 55555
    #6827
    0
  16. #6621 Wcrsbt (@Wcrsbt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 21:01
    55555 พระเอกสุดฉลาด
    #6621
    0
  17. #6618 sim_sun (@sim_sun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 19:39
    โถ่ปีศาจเงาสู้อย่างเก่ง แต่เอาไปขุดเหมือง5555
    #6618
    0
  18. #6614 Wanz Luvz (@narakstory) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:58
    เอิ่มม..ความสามารถอย่างเทพ ใช้ไปขุดแร่
    จิตวิญญาณแห่งความมืด : ...............................!
    #6614
    0
  19. #6277 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 00:59
    เหมืองแร่บิตคอยน์ ฮ่าๆๆๆๆ
    #6277
    0
  20. #6270 `Pяіdє..® (@pasuta1150) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 12:36
    ใช้เงาเป็นคนงานขุดแร่ในเหมืองสินะ 55555
    #6270
    0
  21. #5430 Tangmo KiD4869 (@kingkid) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 08:25
    ฮาตรงฟ้าร้องกับใช้เงาขุดแร่อ่ะ สนุกดี
    #5430
    0
  22. #5429 Tangmo KiD4869 (@kingkid) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 08:25
    ฮาตรงฟ้าร้องกับใช้เงาขุดแร่อ่ะ สนุกดี
    #5429
    0
  23. #4462 wuttichaiwutti (@wuttichaiwutti) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 15:35
    แรงงานทาส 555
    #4462
    0
  24. #4422 22933855 (@22933855) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 12:52
    ให้ปีศาจขุดเหมือง ไรต์ความคิดบรรเจิด หลุดโลกสุดๆ
    #4422
    0
  25. วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 15:15
    ปีศาจเงานักขุดเหมือง ถถถ หมดกัน
    #4311
    0