ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 218 : SS3 Episode Sixty-Three : บทละคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 916 ครั้ง
    4 ก.ย. 63

SS3 Episode Sixty-Three

 

         ศาสตร์เวทมนตร์นอกรีตเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับฝึกฝนในทุกกรณีของแต่ละอาณาจักร

         ย้อนกลับไปเมื่อประมาณหลายร้อยปีก่อนศาสตร์เวทมนตร์นอกรีตเป็นที่แพร่หลายอย่างมากสำหรับเหล่านักเวทผู้เชี่ยวชาญ นั่นทำให้เกิดการก่ออาชญากรรมและวินาศกรรมที่ร้ายกาจขึ้นมาจนกระทั่งเกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โต ไม่เพียงแต่ด้านพลังอำนาจที่น่าหวั่นเกรงเท่านั้น การฝึกเวทมนตร์นอกรีตล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรมอย่างมาก บ้างก็ต้องสังเวยชีวิตของผู้คนนำหมื่นเพื่อสร้างเป็นวัตถุมนตรา บ้างก็ต้องใช้เด็กบริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยเพื่อฝึกเวทมนตร์ ด้วยเหตุนี้แต่ละอาณาจักรที่ได้รับความสูญเสียจากเวทมนตร์นอกรีตต่างก็เริ่มมีความเห็นตรงกันให้กวาดล้างเวทมนตร์นอกรีตออกไปจากอาณาจักรของตนจนหมดสิ้น

         ถึงกระนั้นเหล่าผู้ฝึกฝนเวทมนตร์นอกรีตก็ยังไม่หมดสิ้นไปเพราะมีบางอาณาจักรที่ทำทีเป็นให้ความร่วมมือกับมาตรการดังกล่าวทว่าแท้จริงกลับซุกซ่อนขุมกำลังนี้เอาไว้เพื่อใช้เป็นไพ่ตาย นอกจากนี้ศาสตร์เวทมนตร์นอกรีตก็ยังมีประโยชน์มากมายเหลือคณาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่ปัจจุบันยังคงมีให้ฝึกฝนอยู่ เพียงแต่พวกเขาเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดห้ามออกมาสู่แสงสว่าง

         ศาสตร์เวทมนตร์นอกรีต สวมวิญญาณหนังมนุษย์ เป็นศาสตร์เวทมนตร์สำหรับการปลอมตัวที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก เพียงแต่เงื่อนไขในการใช้งานนั้นมีความโหดร้ายอยู่พอสมควร ผู้ใช้เวทมนตร์นี้จำเป็นจะต้องมีสื่อกลางเป็นผิวหนังของมนุษย์คนนั้นและจากนั้นจะสามารถเปลี่ยนตนเองหรือกระทั่งคนอื่นให้เป็นอีกคนหนึ่งได้ ด้วยเหตุนี้เองผู้ปลอมแปลงจึงไม่จำเป็นต้องสามารถใช้เวทมนตร์นอกรีตด้วยตัวเองก็ได้

         เหตุการณ์สำคัญที่เคยมีปรากฏในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเวทมนตร์นอกรีตชนิดนี้ก็คือการสลับสับเปลี่ยนองค์รัชทายาทเพื่อแทรกซึมฐานอำนาจในอาณาจักรแห่งหนึ่ง ผลลัพธ์นั้นทำให้อาณาจักรดังกล่าวถูกยึดครองอย่างเงียบเชียบ

         ด้วยสถานภาพของเดลฟีโอน่าเป็นธรรมดาที่จะเข้าถึงข้อมูลปกปิดระดับชาติได้ การกำจัดผู้ใช้เวทมนตร์นอกรีตก็ถือเป็นหน้าที่ในฐานะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ในหลายปีมานี้จำนวนของผู้ฝึกเวทมนตร์นอกรีตมีปรากฏตัวออกมาสร้างความเดือดร้อนในอาณาจักรไอทาเรียมีอยู่น้อยมากและทุกครั้งที่มีปรากฏตัวขึ้นมานั่นหมายถึงหายนะที่อาจเปลี่ยนเมืองเมืองหนึ่งให้กลายเป็นเมืองร้างได้เพียงข้ามคืน

         การปรากฏตัวของผู้ใช้เวทมนตร์นอกรีตจุดประกายความสงสัยแก่เดลฟีโอน่าอยู่ไม่น้อย แรกเริ่มเดิมทีก็นึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกันประหนึ่งว่ามีใครสักคนอยู่เบื้องหลังและกระทำเรื่องเลวร้ายอย่างลับๆ อยู่ก่อนแล้ว สิ่งที่กระตุ้นความสนใจนั้นเริ่มขึ้นหลังจากที่พบว่าต่อมพิษร้ายของมังกรพิษไฮดร้าหายไปจึงได้จัดตั้งหน่วยสืบสวนขึ้นอย่างลับๆ จนกระทั่งปัจจุบันการสืบสวนก็ยังไม่มีความคืบหน้าเพราะไร้ซึ่งเบาะแส

         หากว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับผู้ใช้เวทมนตร์นอกรีตความสงสัยทั้งหมดก็แทบจะคลี่คลาย

         คงต้องหาทางจับกุมตัวของอีกฝ่ายและจากนั้นค่อยสืบสวนหาความจริงในภายหลัง

         ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาเสียเวลาพูดคุยขอเพียงจับกุมตัวเอาไว้ได้ถึงตอนนั้นคงได้คำตอบอีกเยอะ เดลฟีโอน่ารวบรวมพลังเวทมนตร์ที่มีอยู่ไม่มากและใช้เวทมนตร์เสริมศักยภาพร่างกายพื้นฐานอย่าง ศิลปะเวท ถึงจะเทียบความสามารถกับร่างศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะใช้ต่อกรกับมนุษย์ด้วยกัน เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้นร่างของอัศวินสาวก็บุกเข้าถึงตัวของทหารอัศวินตัวปลอมและตวัดดาบฟันใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว การโจมตีครั้งนี้อาจไม่ได้มุ่งเอาชีวิตแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหนัก

         หลบได้อย่างงั้นเหรอ? เดลฟีโอน่ารู้ได้ทันทีว่าดาบที่เหวี่ยงไปเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้สัมผัสโดนกับเป้าหมาย แต่การที่เห็นว่าอีกฝ่ายจงใจแสร้งทำเป็นล้มมันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

         ทหารอัศวินตัวปลอมแสร้งล้มลงไปนอนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นมาปัดฝุ่นบนเสื้อเกราะออกด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท แต่การที่ใบหน้าซีกหนึ่งดูเละมากทำให้ภาพลักษณ์ที่ออกมาดูน่าสยดสยองกว่าที่คิด

         “เป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์นึกว่าจะทำได้ดีกว่านี้ซะอีก น่าผิดหวังซะจริง” ชายคนนั้นบ่นออกมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย จากนั้นก็สร้างเวทมนตร์พายุทรายขนาดเล็กขึ้นมาบนฝ่ามือ “ลองเจอนี่ดูหน่อยเป็นยังไง”

         พายุทรายบนฝ่ามือถูกบีบลงจนบางเฉียบดุจกงจักร เม็ดทรายที่หมุนวนอยู่เสียดสีกันอย่างรุนแรงและเกิดเป็นประกายไฟแลบออกมา พร้อมกับเสียงที่เสียดหู เดลฟีโอน่าที่เห็นแบบนั้นก็พอจะประเมินความร้ายกาจของมันได้ ทันทีที่การโจมตีนั้นถูกปล่อยออกมาอัศวินสาวก็เลือกที่จะหลบเพื่อความปลอดภัย มีเสียง ฉวะ ดังขึ้นและเมื่อหันไปมองดูผลลัพธ์ของมันก็พบว่ามีต้นไม้ถูกตัดจนขาดอย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามการโจมตีที่แสนร้ายกาจนั่นไม่ได้มีแค่ครั้งเดียว

         กงจักรพายุทรายที่ถูกปล่อยออกไปเคลื่อนที่ในแนวโค้งและพุ่งเข้าโจมตี อัศวินสาวปรายตามองดูทิศทางก่อนจะกระโดดหลบทันควันแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ากงจักรพายุทรายเฉือนตัดได้กระทั่งพื้นดินลึกลงไปเกือบครึ่งตัวบ่งบอกถึงอานุภาพที่แสนร้ายกาจ

         เดิมทีแล้วเวทมนตร์พายุทรายเป็นเพียงเวทมนตร์พื้นฐานที่มีฝึกสอนกันในสถาบันเวทมนตร์ทุกแห่ง เป็นที่ทราบกันดีว่าอานุภาพของเวทมนตร์บทนี้ไม่ได้ร้ายกาจมากมายนักจนกระทั่งเมื่อประมาณปีที่แล้วในงานประลองเวทมนตร์ได้มีผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งประยุกต์การใช้เวทมนตร์นี้ขึ้น ด้วยเทคนิคที่แปลกใหม่นี้เองทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์ทั้งหลายแอบลักจำสูตรพิธีและนำมาดัดแปลงเพื่อหวังสร้างชื่อให้ตนเอง รวมไปถึงทางด้านหน่วยอัศวินเวทมนตร์ที่ศึกษาและหาวิธีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

         ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเพียงแค่บีบอัดพายุให้บางลงก็จะออกมาเป็นเวทมนตร์ชนิดใหม่ที่มีอานุภาพร้ายกาจยิ่งกว่าเดิมได้

         ทหารอัศวินตัวปลอมกรอกตามองสลับซ้ายขวาก็เห็นว่ามีนักผจญภัยสองคนพยายามดึงความสนใจไปจากตัวของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ จึงรีบประกอบเวทมนตร์เพื่อที่จะโจมตีแต่กลับถูกนักผจญภัยหนุ่มผู้ถือครองอาวุธมนตราใช้พลังของอาวุธโจมตีจากระยะไกลทำให้เวทมนตร์ที่กำลังก่อตัวถูกขัดขวาง ถึงอย่างนั้นทหารอัศวินตัวปลอมก็ไม่ได้ตื่นตระหนกและรอจนกระทั่งเข้ามาในระยะก่อนจะตอบโต้กลับไปแบบเหี้ยมโหด

         กร๊อบ!

         กระดูกแขนของนักผจญภัยคนหนึ่งถูกหักด้วยเข่าที่กระแทกขึ้นมาจนผิดรูป เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นแต่นั่นกลับไม่ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้านอกจากหัวเราะและมีความสุขกับการที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวด พร้อมกันนั้นก็หลบท่าเตะของอีกคนก่อนจะคว้าจับและเหวี่ยงร่างนั้นไปกระแทกกับกองก้อนหินจนหมดสติไป

         ไม่มีเวลาให้พักหายใจการโจมตีระลอกใหม่ก็ตามมา คราวนี้เป็นฝีมือของนักธนูที่ยืนยิงจากระยะไกลและคาดว่าน่าจะเป็นความชำนาญเฉพาะทางทำให้คนคนนั้นสามารถยิงธนูต่อเนื่องด้วยความเร็วอันน่าตกใจ ยังไม่นับรวมทักษะการยิงธนูสองดอกในเวลาเดียวกันที่สร้างความลำบากให้กับทหารอัศวินอย่างมากจนต้องหนีไปหลบอยู่ด้านหลังก้อนหิน เมื่อรอดพ้นจากสายตาของนักธนูคนนั้นทหารอัศวินตัวปลอมก็รีบประกอบเวทมนตร์กระสุนศิลาขึ้นมาจากนั้นค่อยปรากฏตัวออกมาและยิงกระสุนศิลาออกไป

         ตูม! ตูม! ตูม!

         กระสุนศิลาสามก้อนที่ถูกยิงออกไปด้วยความเร็วมีอานุภาพรุนแรงพอที่จะปลิดชีวิตของเป้าหมาย นักธนูคนนั้นพยายามวิ่งหลบได้เพียงแค่สองก้อนเท่านั้น ในขณะที่ก้อนสุดท้ายนั้นถูกคำนวณทิศทางเอาไว้ล่วงหน้าจนยากที่จะหลบเลี่ยงได้ หากไม่ใช่มิตรสหายนักผจญภัยเข้ามากระชากตัวกลับก็อาจจะเป็นวาระสุดท้ายของนักธนูคนนั้นไปแล้ว

         “มีฝีมือเหมือนกันนี่” เขากล่าวชมเชยการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันของพวกนักผจญภัย

         อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลาว่างพอจะไปใส่ใจความเป็นตายของอีกฝ่ายเพราะกำลังถูกพวกนักผจญภัยที่แค้นเคืองบุกโจมตีจากหลายทิศทาง กริชสองเล่มถูกนำออกมาใช้เป็นอาวุธเพื่อรับมือกับพวกนักผจญภัยซึ่งแต่ละคนต่างก็มีทักษะการต่อสู้เฉพาะทางทำให้รับมือได้ค่อนข้างลำบากมากสมแล้วกับที่เป็นถึงแรงค์ B และยิ่งพวกเขาทำงานร่วมกันไม่แปลกเลยที่จะสามารถทำให้ทหารอัศวินตัวปลอมเริ่มลนจนทำพลาดถูกปลดอาวุธไปหนึ่งเล่ม

         นักผจญภัยร่างใหญ่สบโอกาสตอนที่ทหารอัศวินตัวปลอมกำลังรับมือกับคนอื่นลอบเข้าจากทางด้านหลังและใช้ท่อนแขนที่ใหญ่กว่าโอบรัดร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ได้สำเร็จ ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตมากจึงสามารถอุ้มร่างของทหารอัศวินตัวปลอมให้ลอยเหนือพื้นได้อย่างไม่ยากเย็น

         “จับตัวได้แล้ว ไอ้สารเลว” ชายร่างใหญ่ตะคอกเสียงดัง ออกแรงบีบรัดร่างของอีกฝ่ายหมายจะให้กระดูกแหลกละเอียดหากทำได้

         “คิดแบบนั้นเหรอ?” ทหารอัศวินตัวปลอมเงยหน้าขึ้นถาม

         เมื่ออ้าปากออกเผยให้เห็นแท่งโลหะแหลมคมขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในปาก ก่อนที่อีกฝ่ายจะพ่นมันออกมาทิ่มใส่ดวงตาของชายร่างใหญ่จนหลุดออกจากพันธนาการได้สำเร็จ แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกนักผจญภัยผู้ถือครองอาวุธมนตราเข้ามาท้าทายต่อและด้วยทักษะดาบสั้นผสมผสานกับเวทมนตร์จากอาวุธจึงสร้างความลำบากให้กับทหารอัศวินตัวปลอมอยู่ไม่น้อย

         การเคลื่อนไหวของทั้งสองคนเหมือนกับกระจกที่สะท้อนความสามารถของกันและกัน ต่างฝ่ายต่างก็ผลัดกันรุกและรับกันอย่างดุเดือดจนกระทั่งนักผจญภัยหนุ่มคนนั้นเคลื่อนไหวผิดพลาดจนเปิดโอกาสให้ทหารอัศวินตัวปลอมสวนกลับไปได้ ทว่านักผจญภัยคนนั้นไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากเพราะได้เครื่องป้องกันช่วยรักษาชีวิตเอาไว้แต่ก็จุกเกินกว่าจะขยับร่างกายต่อไหว

         “พวกนักผจญภัยนี่น่ารำคาญเป็นบ้า” พูดจบก็หันไปมองดูกลุ่มนักผจญภัยที่ไม่คิดจะยอมแพ้และตั้งใจจะเข้ามาจัดการกับตนเอง

         ทั้งที่ไม่ได้เป็นอัศวินที่รักษาเกียรติยิ่งชีพ แต่นักผจญภัยเองต่างก็มีศักดิ์ศรีไม่แพ้ใคร

         พวกเขาไม่มีทางยอมปล่อยให้ศัตรูเพียงคนเดียวหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัยโดยเด็ดขาด

         ถึงแม้ว่านี่จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภารกิจที่รับมาก็ตามที

         “เอาสิ จะเล่นด้วยสักพักก็ได้ยังไงซะก็มีเวลาว่างเหลือเฟือ”

         ทหารอัศวินตัวปลอมก้มลงหยิบกริชที่ตกขึ้นมาและเลียคราบเลือดสดที่ติดอยู่บนใบมีดเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้

         ท่วงท่าการยืนของทหารอัศวินตัวปลอมเปลี่ยนไปราวกับสัตว์ป่า เพียงกวาดตามองดูตำแหน่งการยืนของพวกนักผจญภัยแค่ครั้งเดียวก็จดจำได้ขึ้นใจ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปอย่างว่องไวและลงมือจัดการกับพวกนักผจญภัยเรียงคนตามลำดับที่วางเอาไว้ ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะรับมือกับความเร็วดุจปีศาจนั้นได้และทำได้เพียงเลี่ยงจุดสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิต

         เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึงสิบห้าวินาทีก็ทำให้นักผจญภัยกว่าสิบคนล้มลง ร่างกายของแต่ละคนล้วนได้รับบาดแผลฉกรรจ์ร้ายแรงและต้องได้รับการรักษาโดยด่วน โชคดีที่นักผจญภัยพวกนี้มักจะมีโพชั่นเพื่อรักษาชีวิตในกรณีฉุกเฉินอย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะสร้างความลำบากได้อีก

         ทหารอัศวินตัวปลอมมองดูพวกนักผจญภัยที่หมดสภาพด้วยสายตาหยามเหยียดก่อนจะงัดเท้าเตะร่างที่อยู่ใกล้ที่สุดจนกระเด็น ความโหดเหี้ยมที่แสดงออกมาบอกถึงความอันตรายของเขาที่ไม่สนใจว่าจะฆ่าคนไปมากน้อยเพียงใด

         !?

         สัมผัสพลังเวทมนตร์ที่ระเบิดออกมาค่อนข้างรุนแรงทำเอาทหารอัศวินตัวปลอมถึงกับหยุดมองด้วยความสนใจ

         เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์เดลฟีโอน่าที่อาศัยโพชั่นเพิ่มพลังเวทมนตร์ในการฟื้นฟูแบบชั่วคราว ตอนนี้พลังเวทมนตร์ของเธอน่าจะมีเพียงพอสำหรับใช้ร่างศักดิ์สิทธิ์แต่ด้วยอัตราเผาผลาญพลังเวทของเวทมนตร์ระดับสูงคงอยู่ในสภาพนั้นได้ไม่นานนัก

         “ใช้ร่างศักดิ์สิทธิ์ในสภาพแบบนั้นคงรู้สินะว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”

         “ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องสนใจ” กล่าวจบเดลฟีโอน่าก็พุ่งตัวออกไปโจมตี

         ความร้ายกาจของร่างศักดิ์สิทธิ์ย่อมเหนือกว่าศิลปะเวทอยู่หลายเท่า จากที่เคยสามารถหลบการโจมตีที่แสนจะเรียบง่ายของเดลฟีโอน่าได้อย่างไม่ยากเย็นมาตอนนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะหลบให้ได้โดยไม่เกิดบาดแผล กริชสองเล่มถูกนำมาใช้ปัดป้องคมดาบที่กระหน่ำฟันจากทางซ้ายและขวา ความต่อเนื่องจากเทคนิคดาบที่เหมือนการร่ายรำที่แสนสวยงามร้ายกาจถึงขนาดที่ไล่ต้อนอัศวินทหารตัวปลอมให้ถอยไปอยู่ติดริมลำธารได้ จากนั้นก็อาศัยเทคนิคการก้าวเท้าที่แอบลักจำมาจากนักเรียนชายคนหนึ่งอ้อมไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว

         มันเป็นชั่วพริบตาที่อัศวินทหารตกใจกับการเคลื่อนไหวของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ สัมผัสเวทมนตร์บอกว่าอีกฝ่ายอยู่ด้านหลังของเขาจึงรีบหมุนตัวตามไปทันทีแต่กลับกลายเป็นว่าเดลฟีโอน่าจงใจหลอกล่อและใช้เทคนิคเดิมก้าวกลับมาอยู่ข้างหลังอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เธอตวัดดาบฟันใส่กลางแผ่นหลังของอีกฝ่ายแม้จะมีเครื่องป้องกันแต่มันก็คงไม่ทนทานการโจมตีด้วยร่างศักดิ์สิทธิ์สักเท่าไหร่

         ตูม!

         ร่างของทหารอัศวินตัวปลอมถูกแรงกระแทกผลักตกลงไปในลำธาร ถึงจะไม่ได้ลึกมากนักแต่ชุดที่สวมใส่ก็ต้องซับน้ำปริมาณหนึ่งยิ่งเป็นของชุดเกราะของทหารที่ถอดออกค่อนข้างยากด้วยแล้วก็เพียงพอที่จะทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก

         ชิ้ง!

         ดาบถูกจ่อต่อหน้าของทหารอัศวินตัวปลอมอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นพวกทหารอัศวินที่เหลือก็ทำการปิดล้อมลำธารทั้งสองฟากฝั่งเอาไว้ อัศวินมนตราช่วยการสร้างกำแพงเวทมนตร์เพื่อปิดกั้นทางหนีซ้อนเอาไว้อีกแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย

         “มันจบแล้วล่ะ ยอมแพ้ซะ” อัศวินสาวกล่าว เธอไม่ยอมคลายสภาพของร่างศักดิ์สิทธิ์จนกว่าจะแน่ใจว่าคุมตัวคนร้ายได้แล้ว

         “เสียใจด้วย” ทหารอัศวินตัวปลอมแสยะยิ้มเหี้ยม พลันยกมือที่ซ่อนอยู่ขึ้นเหนือน้ำเผยให้เห็นวงเวทที่ถูกประกอบขึ้นและกระตุ้นการทำงานไว้แล้ว “แต่ทางนี้คงยอมแพ้ให้ไม่ได้หรอกนะ”

         ทันทีที่ฝ่ามือทั้งสองข้างประกบกันคลื่นทรายก็ไหลทะลักออกมาจากวงเวทที่ก่อตัว เดลฟีโอน่ามีปฏิกิริยาเร็วมากและรีบกระโดดพาตัวเองออกมาได้อย่าปลอดภัยแต่ไม่ใช่กับทหารอัศวินที่ยืนตั้งโล่ปิดกั้นทางหนีเอาไว้ พวกเขาโชคไม่ดีนักที่ถูกคลื่นทรายปริมาณมหาศาลโถมเข้าใส่จนถูกฝังไว้ใต้ผืนทราย หากขุดช่วยออกมาทันก็อาจจะยังมีชีวิตรอดอยู่ก็เป็นได้

         “ให้ตายสิ เผลอดูถูกอัศวินศักดิ์สิทธิ์มากเกินไปซะได้” ทหารอัศวินตัวปลอมเดินกลับขึ้นมาบนฝั่ง เสมองไปทางอัศวินมนตราที่ยืนกางกำแพงเวทมนตร์ก่อนจะประกอบเวทมนตร์กระสุนศิลาขึ้นและดีดยิงมันออกไปด้วยความเร็วเสียง

         เปรี้ยง!

         กำแพงเวทมนตร์ที่เคยได้รับการทดสอบว่าสามารถต้านทานกระสุนปืนใหญ่หรือเวทมนตร์ระดับกลางได้ถูกทำลายลงด้วยเวทมนตร์พื้นฐานที่มีสอนกันในสถาบัน

         “ช่างเปราะบางซะจริง”

         และเพื่อเป็นการจัดการอย่างเด็ดขาด ทหารอัศวินตัวปลอมก็ประกอบเวทมนตร์กระสุนศิลาขึ้นมาอีกครั้งแต่เป้าหมายครั้งนี้เป็นพวกอัศวินมนตราที่น่ารำคาญ เพียงแค่ดีดยิงมันออกไปกระสุนศิลาขนาดเท่านิ้วโป้งก็พุ่งทะลวงผ่านชุดเกราะสังหารอีกฝ่ายจนถึงแก่ชีวิต

         เพราะไม่อยากจะมามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่นานนัก ทหารอัศวินตัวปลอมจึงเดินไปที่ร่างของคริมสัน โอเกอร์โดยที่ไม่มีใครเข้ามาขัดขวางแม้แต่คนเดียว เขาแทงกริชลงไปและเปิดแผลให้กว้างพอที่จะล้วงมือเข้าไปหยิบของบางอย่างออกมา มันเป็นก้อนศิลาสีดำลึกลับซึ่งแผ่รัศมีประหลาดออกมา คนที่มีสัมผัสเวทมนตร์ที่เฉียบคมก็พอจะมองออกว่ามันต้องเป็นวัตถุที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพิธีการนอกรีตอย่างแน่นอน

         เดลฟีโอน่ามองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็พลันรู้สึกโกรธแค้นอีกฝ่ายอย่างมาก หากไม่ใช่ว่าเธอได้รับบาดเจ็บจากผลสะท้อนกลับของเวทมนตร์ร่างศักดิ์สิทธิ์ก็คงพอที่จะยับยั้งไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายจะเป็นสิ่งใดก็ตามเธอจะไม่ยอมให้เป้าหมายได้ในสิ่งที่ต้องการอย่างแน่นอน

         “สารเลว!” เดลฟีโอน่าตะโกนก้อง

ร่างของอัศวินสาวพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงและปรากฏอยู่ห่างจากตัวของทหารอัศวินตัวปลอมไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน

         มันเป็นการเคลื่อนไหวในชั่วพริบตาและเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะตอบสนองได้ทัน ทหารอัศวินตัวปลอมอย่างน้อยก็พอจะมองเห็นทิศทางของดาบจึงพยายามจะใช้กริชต้านรับเอาไว้ แต่ในพริบตานั้นเดลฟีโอน่าก็ดึงแขนลงและหมุนตัวเพื่อเปลี่ยนทิศทางของดาบ ปัดกริชของอีกฝ่ายให้หลุดออกจากมือได้สำเร็จ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้คิดจะหยุดดาบแม้แต่น้อย

         ฉวะ!

         แขนขวาของทหารอัศวินตัวปลอมถูกตัดขาด เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุเปรอะเปื้อนใบหน้าของอัศวินสาว

         “อะอ๊าก!!!” ทหารอัศวินตัวปลอมกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามจะพุ่งเข้าไปคว้าแขนโดยหวังว่ามันจะสามารถนำไปต่อคืนกลับได้ แต่เดลฟีโอน่าก็คงทราบเรื่องการต่อแขนด้วยเวทมนตร์รักษาดีจึงไม่ต้องการให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

         พรึบ!

         จู่ๆ แขนข้างนั้นของทหารอัศวินตัวปลอมก็ถูกเผาไหม้ด้วยวิธีการลึกลับบางอย่าง ทหารอัศวินตัวปลอมมองดูแขนของตนเองที่ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นตอตะโกก็บังเกิดความเคียดแค้นชิงชังขึ้นมา เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องสังหารอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนนี้ให้จงได้

         “ข้าจะฆ่าแก อีนางชั่ว” ทหารอัศวินตัวปลอมสบถถ้อยคำหยาบคาย

         วงเวทมนตร์ขนาดใหญ่ถูกประกอบขึ้นที่ด้านหลังของเขา สังเกตจากรูปแบบแล้วน่าจะเป็นเวทมนตร์ธาตุดินระดับกลางที่มีอานุภาพทำลายล้างเป็นวงกว้าง คนที่จะสามารถใช้เวทมนตร์ระดับนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

         แต่ก่อนที่เวทมนตร์นั้นจะถูกประกอบขึ้นสำเร็จและกระตุ้นการทำงาน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีน้ำตาลหม่นที่ดูมีเอกลักษณ์ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเหวี่ยงหมัดอัดกระแทกใบหน้าของทหารอัศวินตัวปลอมจนกระเด็นออกไปส่งผลให้เวทมนตร์ที่กำลังจะก่อตัวถูกขัดขวาง เดลฟีโอน่ายังไม่ทราบว่าคนที่เข้ามาช่วยนั้นเป็นมิตรหรือศัตรูจึงค่อนข้างระวังตัวเป็นพิเศษและรีบจดจำลักษณะของอีกฝ่ายทันที

         “เจ้าเป็นใคร?” หญิงสาวถาม หากอีกฝ่ายแสดงตัวว่าเป็นศัตรูเธอก็ไม่ลังเลที่จะจัดการทันที

         อีกฝ่ายไม่ตอบคำถามของเธอแต่กลับมองไปยังทหารอัศวินตัวปลอมก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงแปร่งๆ

         “ทำในสิ่งที่ควรทำซะ”

         “ข้าต้องเอาคืนอีนางสารเลวนั่น”

         “ทำซะ!

         “ปัดโธ่เว้ย!

         ทหารอัศวินตัวปลอมแค่นเสียงไม่พอใจและเดินไปหาแขนที่กำลังมอดไหม้เพื่อเก็บของสำคัญของตัวเอง

         เดลฟีโอน่ารู้ได้ในทันทีเลยว่าคนลึกลับคนนี้เป็นพวกเดียวกันกับทหารอัศวินตัวปลอม อัศวินสาวตัดสินใจที่จะพุ่งเข้าโจมตีแต่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายเพียงแค่มองและยื่นมือออกมา ก็มีการโจมตีลึกลับอัดกระแทกร่างของเธอจากหลายทิศทางจนกระอักเลือดออกมาคำโต

         “อะไรกัน” เดลฟีโอน่าแทบจะหมดสติจากการโจมตีอันลึกลับ เธอพยายามประคองสติของตนเองและใช้ดาบค้ำยันไว้ไม่ให้ล้มลง

         “จะเจ้าเป็นใคร

         คนลึกลับไม่ตอบคำถามและเลือกที่จะเดินจากไปอย่างเงียบๆ

         ส่วนทหารอัศวินตัวปลอมคนนั้นก็ก้มหยิบของบางอย่างบนมือที่มอดไหม้ขึ้นมา แต่ในตอนนั้นเองที่นักผจญภัยหนุ่มผู้ถือครองอาวุธมนตราก็ฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปเตะสิ่งนั้นให้กระเด็นหลุดจากมือและก้มเก็บมันก่อนจะวิ่งหนีข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ทหารอัศวินตัวปลอมคิดที่จะไล่ตามไปก็มีนักผจญภัยร่างใหญ่ที่สูญเสียตาไปข้างหนึ่งลุกขึ้นมาขวางเอาไว้เพื่อหยุดไม่ให้ไล่ตามไปได้

         “ถ้ามันเป็นของสำคัญขนาดนั้น ข้าจะไม่ปล่อยให้เอ็งไล่ตามไปได้เป็นอันขาด”

         “แก!!!” ทหารอัศวินตัวปลอมเกรี้ยวกราด

         “ดีมาก ครั้งนี้พวกแกเป็นฝ่ายชนะแต่คงไม่มีครั้งต่อไปแน่”

         กล่าวจบทหารอัศวินตัวปลอมก็โบกมือครั้งหนึ่งสร้างพายุทรายขึ้นมาบดบังสายตาของทุกคนและหายไปพร้อมกับพายุทราย

         ชายร่างใหญ่ยืนอยู่สักพักหนึ่งจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าศัตรูหนีไปแล้วก็ล้มลงหมดสติไป หากต้องปะทะกันจริงเขาก็ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะต้านรับการโจมตีได้อีกแม้แต่ครั้งเดียว ที่ยังคงยืนขึ้นมาช่วยเหลือพวกพ้องได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์มากแล้ว

         สรุปผลจากการต่อสู้มันเป็นความสูญเสียที่ร้ายแรงมาก เดลฟีโอน่าไม่คาดว่าจะมีศัตรูลึกลับซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์หายนะในครั้งนี้จึงไม่ได้เตรียมการรับมืออย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เธอค้นพบเบาะแสสำคัญหลายอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับไรด์การ์ด และยังได้รับหลักฐานชิ้นสำคัญจากนักผจญภัยหนุ่มที่แย่งชิงมันมาจากศัตรูอีกด้วย

        

         ห่างไกลออกไปจากสถานที่ต่อสู้ประมาณห้ากิโลเมตร

         ทหารอัศวินตัวปลอมที่ใบหน้าซีกหนึ่งแหลกเละดูน่าเกลียดก็กระชากผิวหน้าของตัวเองออกมาโยนทิ้งใส่ถังไฟเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นก็ถอดใบหน้าสำรองที่เตรียมเอาไว้เผื่อในกรณีฉุกเฉินออกอีกจนเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของมือสังหารหนุ่ม

         ต่อมาเขาก็หยิบรีโมตขึ้นมากดเพื่อหยุดการทำงานของภาพคอมพิวเตอร์กราฟิก ทำให้แขนที่ถูกตัดขาดหายไปนั้นปรากฏขึ้นมาในสภาพที่สวมใส่แขนเสื้อสำหรับทำโมชั่นแคปเจอร์ มันเปรอะไปด้วยเลือดปลอมที่ทำเตรียมสำรองเอาไว้กับแขนทั้งสองข้าง โดยเบื้องหลังความสำเร็จของการแสดงละครครั้งนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับโดรนถ่ายทำเคลื่อนที่หลายสิบตัวที่บินอยู่รอบพื้นที่ต่อสู้และระบบปัญญาประดิษฐ์อย่างอีวาที่คอยควบคุมการทำงานของบทละครได้อย่างไร้ที่ติ

         ชายลึกลับที่เข้ามาช่วยเหลือนั้นก็ใช้โมเดลของตัวตนปริศนาที่ถูกอินโนเซนเทียร์กำจัดไปมาเป็นต้นแบบ ส่วนวิธีการโจมตีอันแสนลึกลับนั้นก็มาจากโดรนติดอาวุธโดยอาศัยเลียนแบบวิธีการของวายร้ายคนหนึ่งในภาพยนตร์ฮีโร่ ถึงมันจะดูงี่เง่าไปบ้างแต่ผลที่ได้ก็นับว่าออกมาไม่เลว

         วัตถุประสงค์ของละครบทนี้มีเพื่อกระตุ้นความสงสัยให้กับเดลฟีโอน่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์นอกรีต การหาความเกี่ยวโยงกับบุคคลลึกลับที่เข้ามาหยุดการต่อสู้คนนั้น หลักฐานสำคัญอย่างศิลาสีดำปริศนาที่สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง มันเป็นแผนการที่ถูกวางเอาไว้ค่อนข้างแยบยลมากเนื่องจากสถานะของเซรอสนั้นไม่เหมาะจะสืบสวนหรือเข้าใกล้เป้าหมายอย่างเปิดเผย จึงมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทำหน้าที่สำคัญนี้ได้

         หากแผนการนี้สำเร็จเดลฟีโอน่าจะต้องไปพบเจอกับเบาะแสที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นก็คงจะสืบรู้ได้ไม่ยากว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเรเบียส และด้วยหลักฐานที่ได้มาก็จะพาไปพบกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังของแผนการป้ายความผิด

         เพียงเท่านี้ตระกูลเรเบียสที่ถูกใส่ร้ายก็จะพ้นมลทิน

         เป็นแผนการที่ค่อนข้างซับซ้อนแต่ก็รับประกันได้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาผลงานของขุนนาง

         “ฉันทำเท่าที่ทำได้ไปแล้ว ต่อไปก็เป็นตาของเธอ”

 

         คฤหาสน์ตระกูลเรเบียส

         คาเรน เรเบียสกำลังพิจารณามองหีบใบหนึ่งด้วยความสนใจ

         บรรยากาศในห้องโถงตอนนี้ค่อนข้างเคร่งเครียดและดูจริงจังอยู่บ้าง สายตาของทุกคนที่อยู่ในห้องต่างพร้อมใจกันมองไปยังที่ตัวบุคคลเดียวโดยที่ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า มนุษย์กระต่ายขาวในชุดสาวใช้ตระกูลเรเบียสกำลังตัวสั่นงันงกหลังถูกจับได้ว่าแอบกระทำความผิดบางอย่าง หากปราศจากขนปุกปุยสีขาวเชื่อได้เลยว่าจะต้องเห็นเหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นมานับไม่ถ้วน

         คาเรนพิจารณาหับดังกล่าวและพบว่ามันเป็นของเก่าที่ถูกทิ้งเอาไว้ในห้องเก็บของ อาจไม่ใช่ของที่มีราคาก็จริงแต่ก็ถือได้ว่าเป็นสมบัติของตระกูลเรเบียส ของสิ่งนี้ถูกพบเจอที่โกดังเก็บของซึ่งถูกฝังกลบเอาไว้แบบไม่เนียน

         “มีอะไรจะพูดหรือเปล่าคะ?” คาเรนใช้น้ำเสียงปกติถาม

         ทว่าในความรู้สึกของคนที่แอบกระทำความผิดกลับรู้สึกกลัวอย่างมาก

         “ขอโทษเจ้าค่ะ ก็ซาริเห็นว่ากล่องนี้มันเก่าไม่มีคนใช้ก็เลยคิดว่าจะเอามาไว้ใช้เก็บสมบัติเจ้าค่ะ”

         “สมบัติ?” คาเรนเลิกคิ้วสูง และเปิดหีบที่ว่านั่นดูของที่บรรจุอยู่ภายใน

         มีทั้งเหรียญเงินที่เป็นค่าจ้างรายวันที่ตระกูลเรเบียสเป็นผู้จ่ายให้ ส่วนที่เหลือก็เป็นพวกหินสีสวยงามที่เก็บได้ตามพื้นดูไม่น่ามีค่าสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ก็ยังจะมีแครอทที่ถูกกัดไปแล้วอย่างละครึ่งถึงสามหัวด้วย

         หากบอกว่าสิ่งที่อยู่ในนี้เป็นสมบัติก็นับว่าเป็นสมบัติที่ดูน่ารักไม่เบาเลยทีเดียว

         คาเรนไม่ได้มีปัญหากับการที่ซาริพยายามเก็บซ่อนสมบัติส่วนตัว แต่การนำของของตระกูลเรเบียสไปใช้โดยไม่บอกกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและจำเป็นจะต้องได้รับการลงโทษเพื่อไม่ให้ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีก แน่นอนว่าหากไม่ได้คำเตือนของเซรอสให้ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมในเขตปกครองเรเบียสก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีของหายไปจากคฤหาสน์

         ของที่อยู่ในกล่องถูกนำออกมาวางเรียงกันทีละชิ้นเพื่อตรวจสอบดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่เป็นของของคฤหาสน์

         จนเมื่อนำออกมาได้จำนวนหนึ่งคาเรนก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากภายในกล่องนั้น

         ศิลาสีดำลึกลับที่เหมือนกับภาพวาดที่ได้รับมา

         มันปลดปล่อยพลังอำนาจลึกลับบางอย่างออกมาแต่กลับถูกหีบโบราณของตระกูลเรเบียสยับยั้งเอาไว้ไม่ให้เล็ดลอดออกมาสร้างความเสียหายได้ พอได้เห็นแบบนี้แล้วคาเรนก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา

         เธอเคยได้ยินข่าวลือมาว่ามนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวนั้นมักจะนำโชคดีมาให้กับผู้ที่ดูแลตนเองอยู่เสมอ บางครั้งก็มักจะช่วยหลีกเลี่ยงจากหายนะที่ร้ายแรงได้ นั่นทำให้เผ่ากระต่ายขาวที่แสนจะลึกลับมีมูลค่าสูงมากในตลาดทาส

         หากว่าสิ่งที่ข่าวลือกล่าวมาเป็นความจริง ไม่ใช่ว่าตระกูลของเธอเพิ่งจะหลีกเลี่ยงจากหายนะได้โดยบังเอิญหรอกเหรอ?

         “เธอไปได้สิ่งนี้มาจากที่ไหน?” คาเรนถามและชี้ไปที่ศิลาสีดำลึกลับ

         “ซาริเก็บมันได้จากข้างบ่อน้ำข้างนอกเจ้าค่ะ”

         บ่อน้ำที่อยู่ข้างนอกนั่นคงเป็นเบาะที่ขุดเพื่อกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในการทำเกษตรกรรม หากศิลาสีดำลึกลับนี่ตกลงไปในบ่อน้ำจนเกิดปนเปื้อนเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตอย่างแน่นอน คาเรนทราบดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเพราะถ้าไม่ได้ซาริช่วยเอาไว้หากผลผลิตมีปัญหาตามมาล่ะก็ตระกูลเรเบียสคงล่มสลายแน่นอน

        



สรุปแล้วเอ็งเป็นมิสเตอริโอ้สินะ


แนะนำนิยายสักหน่อย

เป็นนิยายที่เอาไว้อ่านแก้เซ็งยามที่ไม่มีอะไรให้อ่านแล้ว

สลับตัวละครเพื่อครองโลก-Switch characters to control the world

จากที่ได้ลองอ่านดูก็นับว่าสนุกพอสมควร ควรค่าแก่การอ่านฆ่าเวลา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 916 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17101 pitchre (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 6 เมษายน 2564 / 21:35
    มิสเตอริโอ้นี่เอง
    #17,101
    0
  2. #16888 vviiwwyy (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 20:12
    เดาผิดอีกแล้ววว 555
    #16,888
    1
    • #16888-1 Blue Soul(จากตอนที่ 218)
      3 ธันวาคม 2563 / 20:12
      ว่ะฮ่าๆๆ
      #16888-1
  3. #16821 tutormanas (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 17:24
    เข็มขัดสั้นจริงจัง
    #16,821
    0
  4. #16642 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 19:20

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,642
    0
  5. #16610 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 12:35
    สรุปเดาผิดจ้า เซรอส นายจะล้ำเกินไปแล้ว
    ป.ฃ. ถามหาซาริ หนูก็มาแบบมาเหนืออีกแล้ว

    F.C ซาริค่า
    #16,610
    0
  6. #16575 tomtamninja (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 21:39
    โห...สุดมาก ตามเกือบไม่ทัน หลอกแล้ว หลอกอีก
    #16,575
    0
  7. #16573 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 15:24

    ขอบคุณครับ

    #16,573
    0
  8. #16572 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 12:35
    ซาริ mvp จัดๆ 555555
    #16,572
    0
  9. #16571 Naret2535 (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 07:34

    อ่านถึงน้องกระต่ายแล้วยิ้มไม่หยุดเลย
    #16,571
    0
  10. #16570 kaokeng9 (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 23:13
    สรุปเซรอสฆ่าใครตายไหมครับ คือผมรู้สึกเเปลกๆว่า การที่จะช่วยตระกูลเรเบียสพ้นความผิดต้องฆ่าคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยเหรอครับ
    #16,570
    5
    • #16570-4 duntojima(จากตอนที่ 218)
      5 กันยายน 2563 / 17:35
      น่าจะมีเสียชีวิตบ้างนะแต่เพื่อความสมจริงของเหตุการณ์กับแผนที่วางไว้คงจำเป็นแหละ แต่นักผจญภัยนี่รอดหมดพี่เบิ้มตาบอดรึเปล่าไม่รู้
      #16570-4
    • #16570-5 วายุจัง(จากตอนที่ 218)
      15 พฤศจิกายน 2563 / 06:42
      มีบรรทัดนึง ยิงกระสุนอะไรซักอย่างออกไป ทำให้อัศวินที่กางโลป้องกันตายในทันที นั่น 1 ศพ แล้วก็ใช้ทรายที่เสกออกมา ทับทหารที่หลบไม่ทัน ถ้าขุดออกมาไม่ทันก็ตาย อันนี้ไม่รู้กี่ศพ อีกอย่าง ถ้าไม่โหดขนาดมีคนตายหละก็ เกิดเจ๋อไปเจอตัวจริง แล้วมันโหดกว่านี้ ถามหน่อยสิ คาดไม่ถึง แล้วเอาคนไปตายเปล่า ประเมินสถานะการณ์พลาด มันก็ไม่เนียนกับที่เซรอสอุสาแสดงละครสิ อย่างไร ทหารย่อมตายในหน้าที่หนะ ถูกแล้ว
      #16570-5
  11. #16568 newkingdom (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 19:05
    ขอบคุณครับ
    #16,568
    0
  12. #16567 m-mier (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 13:08
    ซารอสคือสร้างโรงโอเปร่าออกมาเพื่อช่วยตระกูลเรเบียส ซาริ...เดินไปเก็บหินงง ช่วยตระกูลพ้นภัย เซรอสต้องร่ำไห้แล้วววว
    #16,567
    0
  13. #16566 kedsarawadeedee (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 12:20
    เอ่อ ที่เล่นใหญ่เล่นโตทั้งหมดนั่น เพื่อโรยเศษขนมปังงั้นเหลอ
    #16,566
    0
  14. #16565 Nazzga2 (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 11:57
    นี้เอ็งเป็นมีสเตอริโอ้เรอะ
    #16,565
    0
  15. #16564 นักอ่านเลือดสาดกระจาย (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 11:44
    สมเป็นลูกรัก ถ้าวัดกันเรื่องโชค ไม่มีใครชนะซาริได้แน่นอน
    #16,564
    0
  16. #16563 Bewtii006 (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 11:26
    บางทีก้ออยากได้ซาริมายุด้วยเลยๆๆๆ
    #16,563
    0
  17. #16562 Rhythm (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 11:23
    อลังการงานสร้างมาก ฟฟฟฟฟ ซาริผู้ป่วนแต่ไม่ได้เสียเรื่อง(?) ไงล่ะะพี่รอส เราวางแผนสลับซับซ้อน น้องริเดินไปเก็บหินข้างทางใส่กล่องโบราณค่ะ555555
    #16,562
    0
  18. #16561 Pornsak Tipparad (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 11:14
    สุดอ่ะ ที่สู้อยู่เป็นแค่ละคร ลึกจัดๆ ฮ่าๆๆ
    #16,561
    0
  19. #16560 BlueZonNet (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 10:40
    ซาริ กรุณาสร้างความป่วนโดยไว เนื้อเรื่องเครียดๆจะได้สนุกสนาน
    #16,560
    0
  20. #16559 Dagon black (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 08:44
    ซาริ

    ท็อปฟอร์ม
    #16,559
    0
  21. #16558 FongWind (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 08:37
    คิดถึง ซาริ มีบทซักที
    #16,558
    0
  22. #16557 rocktoon555 (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 08:34
    แหม่เล่นใหญ่รัชดาลัยจัดเต็มแบบนี้ พี่น่าเอาตุ๊กตาทองคำได้เลยนะเนี่ย อยากรู้จังถ้าเจ้เดลฟีรู้ว่าที่เห็นนี่แค่ละครบทหนึ่งเท่านั้นจะรู้สึกยังไงกับพี่เซรอสดีนะ(ฮา)

    อะไรคือการที่กระต่ายตัวหนึ่งที่เล่นซนจนโชคดีพ้นวิกฤตและน่าปวดหัวไปด้วยกันนี่กระต่ายลัคกี้นี่มันกระต่ายลัดกี้จริงๆ
    #16,557
    0
  23. #16556 Fikusa (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 08:21
    แถระดับนี้รางวัลอะไรก็ไม่คู่ควร ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #16,556
    0
  24. #16555 bensansonninja (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 08:05
    เล่นละครบทใหญ่มากเลยค่ะคุณพี่
    #16,555
    0
  25. #16554 NessZero (จากตอนที่ 218)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 07:21
    ทำไมตอน ที่เซรอส ถอดหนังมนุษย์ ออก ผมถึงเห็นหน้า มุซันออกมานะ และเพลง ซื้อยาคู้ น้าไม่รู้ โบวคูโวสู้เลเต้ มันก็ออกมาตามเฉยเลยยย
    #16,554
    0