ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 219 : SS3 Episode Sixty-Four : กล่องไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,099 ครั้ง
    9 ก.ย. 63

SS3 Episode Sixty-Four

 

         การได้มานั่งจิบน้ำชายามบ่ายท่ามกลางสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่งช่วยให้สภาพจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องทำงานได้ผ่อนคลายลงอย่างมาก ขนมปังอบสอดไส้ครีมรสหวานเป็นอาหารสูตรใหม่ที่ใช้ทานคู่กับน้ำชาได้อย่างลงตัว คาเรนมีแผนที่จะกระจายสูตรการทำขนมเหล่านี้ออกไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชนชั้นรากหญ้าได้แล้วเท่านั้น มันยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชีพใหม่ๆ มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

         อาชีพช่างทำขนมเท่าที่พอจะรู้มานั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นบรรดาพ่อครัวแม่ครัวที่ต้องฝึกฝนและคิดค้นสูตรทำขนมขึ้นมาด้วยตัวเองจากการศึกษาวัตถุดิบทั้งหลาย คนที่มีความสามารถในการคิดค้นสูตรอาหารก็มักจะถูกซื้อตัวไปทำงานร่วมกับทางตระกูลใหญ่ๆ ที่ร่ำรวยเพื่อประดับบารมีหรือสร้างภาพลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมในงานเลี้ยงแสนสำคัญ บางคนก็ต้องแข่งขันกับอีกหลายร้อยคนเพื่อหวังที่จะไต่เต้าไปทำงานในห้องครัวของราชวงศ์ที่เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติที่สุดในชีวิต และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้อาชีพพ่อครัวแม่ครัวนั้นมีน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จได้ คนที่ไม่ประสบความสำเร็จก็ทำได้เพียงเก็บข้าวของกลับบ้านไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ พอมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว

         อาชีพที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นช่างทำขนมที่แท้จริงนั้นก็คงมีแต่ ช่างทำขนมปัง เท่านั้น

         ขนมปังเป็นหนึ่งในอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะมีวิธีการกินที่ค่อนข้างหลากหลาย โดยมีทั้งแบบนุ่มสำหรับพวกคนรวยที่ซื้อทานเป็นประจำ แบบแข็งสำหรับคนที่มีฐานะปานกลางไม่ร่ำรวยมากนัก แบบขนมปังดำเป็นของที่มีราคาถูกมากเพราะใช้วัตถุดิบที่ไม่ค่อยดีนักเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีฐานะยากจนและทาสที่ต้องกินเพื่อประทังชีวิตในแต่ละวัน

         ด้วยความที่ครั้งหนึ่งตระกูลเรเบียสเคยเป็นตระกูลตกอับจนต้องจำกัดค่าใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟื้อ ขนมปังแบบแข็งและขนมปังดำที่มีราคาถูกจึงกลายมาเป็นอาหารจานหลักร่วมกับสตูครีมเพื่อให้ทานได้คล่องคอ ประสบการณ์ในช่วงปีนั้นนับว่าค่อนข้างยากลำบากอยู่บ้างแต่เธอก็หาวิธีการสารพัดมาพัฒนากับปรับปรุงขนมปังแบบใหม่ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการนำไปผ่านความร้อนให้แห้งกรอบก็ได้รสสัมผัสที่แปลกใหม่ หรือกระทั่งนำน้ำผึ้งมาทาเพื่อเพิ่มรสชาติ

         คาเรนที่เริ่มเบื่อหน่ายกับขนมปังที่กลายมาเป็นอาหารหลักจึงได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับแม่ครัวประจำตระกูลและช่วยกันคิดค้นวิธีการทำขนมปังแบบใหม่ขึ้นมาจนตกผลึกเป็น เทคนิคการทำขนมปังสอดไส้ ที่จะนำแยมผลไม้หลากรสชาติใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความหลากหลายไม่จำเจ

         จนกระทั่งได้มารู้จักกับชายหนุ่มที่มีชื่อว่า เซรอส แอชเชอร์ ผู้ซึ่งสามารถรังสรรค์สูตรการทำอาหารจากขนมปังได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิชไข่กับผัก ขนมปังไส้กรอก แฮมเบอร์เกอร์เนื้อสัตว์ที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ และขนมปังโทสต์อีกหลายแบบที่มีสีสันน่ารับประทาน มันทำให้สิ่งที่เธอเคยมีความภาคภูมิใจกับมันกลายเป็นเพียงความสำเร็จที่ไม่ควรค่าแก่การนำมาพูดถึง ถึงอย่างนั้นมันก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าอาหารที่ใช้ขนมปังเป็นพื้นฐานนั้นมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน

         “ขออนุญาตค่ะ ท่านเซรอสมาขอเข้าพบค่ะ”

         “รบกวนเชิญมาที่นี่ได้เลยค่ะ”

         คาเรนมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะปรึกษาขอความกระจ่างชัดเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขอบเขตอำนาจของเธอมีอยู่นั้นไม่สามารถหาข้อมูลที่มีประโยชน์ได้มากไปกว่าความเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในตลาดกับข่าวความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ การที่ชายหนุ่มมาพูดเตือนล่วงหน้าเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังบางอย่าง

         ไม่นานนักหญิงรับใช้คนนั้นก็นำทางชายหนุ่มมาถึงที่สวนดอกไม้ข้างคฤหาสน์ คาเรนลุกขึ้นและแสดงการทักทายเป็นมารยาทของขุนนางก่อนจะเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งที่ฝั่งตรงกันข้าม หญิงรับใช้คนสนิทจึงเดินเข้ามาจัดเตรียมถ้วยชาให้กับแขกตามหน้าที่

         “บรรยากาศที่นี่ก็ไม่เลว เหมาะสำหรับการจิบน้ำชายามบ่าย” ชายหนุ่มกล่าว มองดูความสวยงามของธรรมชาติที่หากมองข้ามกำแพงเล็กไปจะเห็นทิวทัศน์ของพื้นที่โรงงานผลิตสบู่ที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

         “เป็นหนึ่งในข้อดีเพียงไม่กี่อย่างที่ตระกูลเรเบียสมีค่ะ อันที่จริงแล้วต้องขอบคุณความพยายามของพวกเธอตรงนั้นที่คอยช่วยดูแลความสวยงามของสถานที่แห่งนี้อยู่เสมอ ดิฉันเองถึงจะถูกเรียกว่าเป็นหญิงสาวผู้มีสติปัญญาอันปราดเปรื่องกลับไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสวนดอกไม้เลยสักนิดเดียว”

         ชายหนุ่มยกถ้วยชาขึ้นสูดดมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะดื่มด่ำรสชาติที่นุ่มละมุนลิ้นด้วยกิริยามารยาทที่สง่างาม

         “เป็นชาลาบรินซ์ที่ไม่เลว ของนำเข้านี่คงมีราคาแพงเอาเรื่องเลยสินะ”

         “กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ก็ชำระค่าภาษีไปเยอะพอสมควรเลยค่ะ แต่เมื่อเทียบกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้วดิฉันมองว่าเป็นราคาที่คุ้มค่า”

         “รสนิยมของพวกคนรวยสินะ”

         ใบชาลาบรินซ์เป็นสินค้านำเข้ามาจำหน่ายที่มีปริมาณจำกัดจึงไม่ใช่เครื่องดื่มที่หาดื่มได้ง่ายนัก การจะดื่มชาลาบรินซ์ได้นั้นจึงมักจะเป็นสถานการณ์ที่พิเศษหรือใช้เพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ ส่วนตัวของคาเรนนั้นไม่ได้มีแขกที่สำคัญมาเยี่ยมเยือนมากนักก็เลยสามารถดื่มด่ำชาลาบรินซ์ได้ตามความต้องการ ด้วยเส้นสายการค้าของกลุ่มการค้าเซเรนการจะหาซื้อมาได้ในราคามิตรภาพก็ไม่ได้ยากเย็นสักเท่าไหร่

         ดื่มด่ำรสชาติของชาลาบรินซ์จนหมดแก้วก็ยกมือปฏิเสธไม่ให้เติมมันเพิ่มอีก เป็นคนทั่วไปย่อมต้องหาโอกาสที่จะได้ดื่มแก้วที่สองต่อแต่สำหรับเซรอสแล้วเขาไม่ได้มีรสนิยมที่ชอบดื่มชามากนัก

         “สองสามวันมานี้ฉันได้มีโอกาสตรวจสอบสถานการณ์ในตลาด ดูเหมือนว่าสินค้าบริโภคจะเริ่มขาดตลาดจนมีราคาเพิ่มสูงขึ้นแบบผิดปกติ คิดว่าเธอคงรู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว”

         “ค่ะ ดิฉันมีรายงานบันทึกความผันผวนของราคาสินค้าในทุกสิบวันอยู่ค่ะ” คาเรนตอบคำถามอย่างใจเย็นที่สุด เธอจิบน้ำชาดื่มเพียงเล็กน้อยและทอดสายตามองดูโรงงานที่วันนี้ดูไม่ค่อยคึกคักดั่งเช่นทุกวัน “คุณเซรอสอาจจะทราบเรื่องนี้มาบ้าง ถึงแม้ว่ากลุ่มการค้าเซเรนจะก้าวขึ้นมามีบทบาทในตลาดเศรษฐกิจด้วยระยะเวลาอันสั้นและมีความมั่นคงทางการเงินในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องแข่งขันกับกลุ่มการค้าอื่นที่มีบทบาทมายาวนานรวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีอำนาจแล้วกลุ่มการค้าเซเรนของพวกเราไม่มีทางสู้ได้อยู่แล้วล่ะค่ะ เวลานี้ดิฉันทำได้เพียงรอดูสถานการณ์ไปอีกสิบวันเพื่อประเมินความเสี่ยงแล้วจึงค่อยเคลื่อนไหวค่ะ”

         ในสถานการณ์ที่พ่อค้าส่วนใหญ่พยายามกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคสำคัญไว้เป็นจำนวนมากทำให้ราคาของสินค้าเพิ่มสูงขึ้น การที่กลุ่มการค้าเซเรนยังพยายามป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนักเพราะการทำแบบนั้นจะทำให้เธอเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล ต่อให้ตั้งราคาขายให้ได้กำไรพอประมาณ แต่ใครจะบอกได้บ้างล่ะว่าสถานการณ์นี้จะอยู่ไปอีกนานเพียงใด การผลิตเองก็ต้องมีต้นทุนและเธอไม่สามารถแบกรับสถานการณ์นี้ได้นานนัก

         หลังจากนี้คาเรนมีมาตรการที่จะลดปริมาณสินค้าสำหรับจำหน่ายลงและสร้างสถานการณ์ที่ว่าไม่มีสินค้าหลงเหลืออยู่ในโกดังอีกต่อไป ถึงตอนนั้นพวกพ่อค้าหน้าเลือดก็คงได้แต่รอให้ราคาสินค้าเพิ่มถึงขีดสุดแล้วจึงค่อยปล่อยสินค้าออกมาทีละน้อยเพื่อค้ากำไร การตัดสินใจทำสิ่งนี้อาจทำให้ศัตรูทางการค้าหันมาเล่นงานและทำให้กลุ่มการค้าเซเรนไม่เหลือความเชื่อมั่นจากลูกค้าอีก ถึงแม้จะทราบถึงผลลัพธ์แต่คาเรนก็ยังเลือกที่จะทำอยู่ดีเพราะเธอต้องการลดบทบาทของกลุ่มการค้าเซเรนลงเพื่อให้ง่ายต่อการย้ายถิ่นฐานไปเริ่มต้นยังสถานที่แห่งใหม่

         “ในเมื่อเธอตัดสินใจดีแล้วฉันเองก็จะไม่ขอพูดเรื่องนี้อีก”

         เซรอสไม่ได้มีความคิดที่จะไปก้าวก่ายวิธีการบริการกิจการของคาเรนเพราะทราบดีว่าตนเองนั้นไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะให้คำแนะนำหรือเสนอแนะวิธีการที่เหมาะสม หากเป็นเรื่องการค้าขายเชื่อว่าคาเรนมีความชำนาญและอาจจะมองสถานการณ์ได้ละเอียดรอบคอบยิ่งกว่า

         “ต้องขออภัยล่วงหน้าหากผลประกอบการในปีนี้ไม่ได้รับตามเป้าหมาย”

         การเป็นหุ้นส่วนการค้าทำให้คาเรนไม่ค่อยสะดวกที่จะดำเนินมาตรการที่รุนแรง ยังดีที่เซรอสนั้นไม่เคยทวงถามเกี่ยวกับผลประกอบการใดๆ หลังจากที่มอบองค์ความรู้ในการผลิตสินค้าตัวใหม่ให้ เป็นคนอื่นคงคิดจะหาวิธีกอบโกยผลประโยชน์จำนวนมหาศาลนี้โดยการแก้ไขตัวเลขเพื่อเอาเปรียบอย่างแน่นอน ถึงอย่างนั้นคาเรนก็ไม่เคยบิดพลิ้วหรือแอบแก้ไขตัวเลขใดๆ พร้อมทั้งจ่ายเงินให้ตรงตามกำหนดอยู่เสมอ

         “ไม่เป็นไร ถ้ามันช่วยให้ผ่านเรื่องเหตุการณ์นี้ไปได้ล่ะนะ”

กล่าวจบเซรอสก็หยิบเอากระติกน้ำโลหะขึ้นมา

“จะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอดื่มมันสักหน่อย”

“เชิญค่ะ” คาเรนทราบดีว่าสิ่งที่อยู่ในกระติกโลหะนั้นคืออะไรและเธอก็มีความสนใจเกี่ยวกับมันอยู่ไม่น้อย

พอได้รับอนุญาตเซรอสก็เปิดฝาและดื่มของเหลวที่ให้รสสัมผัสร้อนผ่าว กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างเข้มข้นเป็นหลักฐานที่ช่วยการันตีความยอดเยี่ยมของมันได้เป็นอย่างดี

“เป็นกลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ดีนะคะ ไม่ทราบว่าสิ่งนั้นมีชื่อเรียกว่าอะไรคะ?”

“มันเรียกว่า วอดก้า เป็นเหล้ากลั่นบริสุทธิ์ที่ค่อนข้างแรงทีเดียว เธอสามารถใช้มันเป็นของขวัญให้เผ่าดวอร์ฟได้”

“นั่นมันน่าสนใจมากค่ะ ไม่ทราบว่าพอจะมีเป็นสินค้าตัวอย่างหรือไม่คะ?”

“ที่อยู่กับตัวมีแค่ในกระติกนี้เท่านั้น แต่ถ้าต้องการล่ะก็น่าจะยังพอมีวอดก้าเหลือเก็บไว้ที่บ้านอยู่ประมาณสี่ขวดได้”

ถึงเซรอสจะเป็นคนผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อไว้ดื่มเองและสามารถดื่มมากเท่าใดก็ได้ที่ต้องการ แต่ในฐานะของผู้ปกครองคนหนึ่งเขาไม่อยากทำเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อพวกเด็กๆ ที่ไม่มีภูมิต้านทานโรคพิษสุราเรื้อรังจึงไม่ค่อยได้ดื่มต่อหน้าของเด็กพวกนั้นสักเท่าไหร่ เขาค่อนข้างเป็นกังวลต่อพฤติกรรมเลียนแบบอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะปิดบังการมีอยู่ของพวกมัน

ปัจจุบันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กว่าสิบขวดนั้นเซรอสเลือกจะเก็บมันไว้ในห้องครัวให้เห็นอย่างเปิดเผย

“นี่คุณทราบมูลค่าของมันหรือเปล่าคะเนี่ย?” คาเรนมองชายหนุ่มด้วยสายตาแอบเคืองโกรธเล็กน้อย

มูลค่าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้มข้นเพียงแค่หนึ่งขวดก็ทำเงินได้เกือบจะครึ่งหนึ่งของรายได้จากการเปิดร้านอาหารในหนึ่งวัน การจะหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับนั้นมาไว้ในครอบครองให้ได้สักหนึ่งขวดก็นับว่าเป็นเรื่องยากมากแล้ว การจะนำมันออกมาดื่มสักหนึ่งแก้วยังต้องคิดแล้วคิดอีก ทว่าการที่เซรอสบอกว่ายังมีเหลือเก็บไว้ที่บ้านถึงสี่ขวดเป็นอะไรที่คาเรนเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน

“ถ้าเธอคิดที่จะกลั่นเหล้าขายฉันพอจะให้คำแนะนำเรื่องนี้ได้”

อย่างน้อยการที่ในหัวมีข้อมูลไร้สาระอย่างสูตรและกรรมวิธีการผลิตเหล้ากลั่นทุกชนิดก็พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง

“ลำพังเพียงแค่สิ่งที่คุณเซรอสมอบให้มาดิฉันก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงเลยค่ะ ต้องขออภัยที่ไม่สามารถตอบรับความคาดหวังนี้ได้” คาเรนตอบปฏิเสธไป ถึงจะรู้สึกเสียดายแต่เธอก็รู้ขีดจำกัดของตัวเองดีที่สุด

         การสนทนาอย่างเป็นทางการจบลงก็เปลี่ยนไปพูดคุยเรื่องสัพเพเหระเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของแต่ละคน ด้วยสถานะของเซรอสที่เป็นถึงนักฆ่าจึงไม่มีความคิดที่จะเปิดเผยสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปในช่วงสองสามวันนี้ต่อคาเรน สิ่งที่ถูกบอกเล่าผ่านบทสนทนาจึงเป็นเพียงแค่การปั้นน้ำเป็นตัวและคาเรนก็ไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดมากนัก ถึงแม้จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในภายหลังก็จะพบว่ามันเป็นเรื่องจริงเพราะเซรอสมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี

         สองสามวันที่ผ่านมานี้คนจากบ้านแอชเชอร์ต่างก็มีกิจกรรมและหน้าที่เป็นของตนเอง โดยฟรานที่ออกจากบ้านแต่เช้าและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อมองหาภารกิจที่สามารถทำให้สำเร็จได้ภายในวันเดียว ถึงจะได้ยินมาว่ามีการกระทบกระทั่งกันกับพวกนักผจญภัยห่ามๆ ที่ประสงค์ร้ายแต่ใครจะเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ตามมาคือการที่พวกเขาถูกฟรานเล่นงานเสียหมอบกระแต ส่วนทางด้านของวาคาบะก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับงานใหม่ของตนเองในฐานะผู้ช่วยบรรณารักษ์และเดินทางไปสถาบันเวทมนตร์เซเวียร์ทุกวันเพื่อทำความคุ้นเคย

         ทางด้านของคาเรนที่อาสารับซาริมาฝึกสอนเรื่องระเบียบวินัยนั้นก็ต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่าหนักใจอยู่พอสมควร ถึงจะพอทราบวีรกรรมความซุกซนของซาริมาบ้างแต่พอได้ลองให้มาใช้ชีวิตอยู่ที่คฤหาสน์เรเบียสเพียงไม่กี่วันก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้นแทบจะทุกวัน คาเรนยังจำภาพบทลงโทษให้กวาดเศษไม้ใบหญ้าทั่วทั้งลานหน้าคฤหาสน์ได้อย่างดี ซาริที่มีความซุกซนและอยู่นิ่งไม่ได้ต้องทรมานอยู่กับการกวาดใบไม้ที่มักจะถูกลมพัดปลิวอยู่เสมอ จนถึงตอนนี้คาเรนก็ยังไม่ทราบเคล็ดลับของการกวาดใบไม้ที่พวกคนรับใช้สามารถทำกันได้ทุกคนและกลายมาเป็นความสงสัยจวบจนถึงปัจจุบัน

         ภายหลังจากได้รับบทลงโทษในวันนั้นแม้ซาริจะยังมีความซุกซนหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอมีความสงบนิ่งมากขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงเวลาทำงาน ถึงแม้ว่างานในความรับผิดชอบจะไม่ได้ยอดเยี่ยมมากนักแต่ซาริก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างดี สิ่งที่คาเรนคาดว่าซาริจะได้รับจากการทำงานที่นี่คงเป็นเรื่องของการควบคุมตัวเองให้มีความนิ่งมากขึ้น

         “กำราบยายตัวแสบให้นิ่งขึ้นได้แสดงให้เห็นแล้วว่าหัวหน้าแม่บ้านของเธอเป็นคนที่มีความสามารถไม่เบา”

         “ขอบพระคุณมากค่ะ” หัวหน้าแม่บ้านน้อมรับคำชมจากชายหนุ่ม

         “บางทีฉันควรพาซาริมาเรียนรู้งานที่นี่ให้บ่อยขึ้น”

         “เกี่ยวกับเรื่องนั้นดิฉันต้องขออนุญาตเรียนตามตรงค่ะว่าหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรจะพามาที่นี่อีก”

         หัวหน้าแม่บ้านนอร์ร่ายอมรับว่าการฝึกสอนซาริครั้งนี้เป็นความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการฝึกสอนมารยาทของการเป็นสาวใช้ที่ดูจะไม่มีความอดทนจนต้องมอบบทลงโทษให้ทุกครั้งไป ซึ่งบทลงโทษนั้นไม่ใช่การตีหรือทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บเพื่อให้เกิดการจดจำแต่เป็นการมอบหมายงานที่ต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นควบคู่ไปกับการมอบรางวัลเมื่อทำงานเสร็จ เพียงแต่ซารินั้นไม่ได้มีความอดทนมากนักและชอบที่จะหนีไปซ่อนตัวอยู่เสมอ

         “เธอเพียงแค่พูดเล่นค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนที่พอจะรับมือกับเด็กคนนั้นได้มีแค่นอร์ร่าคนเดียวเท่านั้น”

         “แล้วตอนนี้ยายตัวแสบนั่นไปเล่นซนอยู่ที่ไหนซะล่ะ?” ชายหนุ่มถาม

         “ดิฉันมอบหมายงานล้างขัดห้องน้ำสำหรับแขกกับเธอไปค่ะ อีกสักพักดิฉันจะต้องไปตรวจดูความเรียบร้อยแล้วค่ะ” นอร์ร่าตอบ

         อย่างน้อยข้อดีของซาริที่นอร์ร่าชื่นชอบคงเป็นการที่ไม่เคยเกี่ยงงานที่ได้รับมอบหมาย จากการฝึกสอนสาวใช้มาหลายต่อหลายคนนั้นพอเป็นการทำงานที่ต้องคลุกคลีอยู่กับสิ่งปฏิกูลก็มักจะมีปฏิกิริยารังเกียจแสดงออกมาผ่านสีหน้า สำหรับซารินั้นนอกจากจะไม่มีท่าทางรังเกียจออกมากลับกระตือรือร้นที่จะทำงานนี้อย่างเต็มที่ พอได้ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามถึงได้รู้ว่าตอนที่อาศัยอยู่กับเซรอสนั้นทุกคนในบ้านต่างก็ต้องสลับหน้าที่การทำงานทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเคยชิน

         หากไม่ใช่ว่าเซรอสมีนิสัยที่ชอบตามใจจนเคยตัว เขาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสอนงานให้กับซาริได้ด้วยตัวเอง

         เวลาพักผ่อนของคาเรนหมดลงเมื่อนาฬิกาพกพาของเธอส่งเสียงดัง กริ๊ง ครั้งหนึ่ง เป็นกลไกการตั้งเวลาเตือนที่คาเรนค้นพบมันโดยบังเอิญซึ่งมันก็ทำให้คาเรนสามารถกำหนดตารางเวลาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

         “ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปดิฉันขอเชิญคุณเซรอสมาพูดคุยด้วยที่ห้องทำงานจะสะดวกหรือเปล่าคะ?”

         “ตกลง” เซรอสเองก็มีเรื่องที่อยากจะพูดคุยเป็นการส่วนตัวจึงไม่สะดวกจะคุยต่อหน้าคนรับใช้ของคาเรน

         ช่วงระหว่างที่คาเรนกำลังพักผ่อนอยู่ที่สวนดอกไม้นั้นก็มีคนเข้ามารับหน้าที่ทำความสะอาดภายใต้การเฝ้าระวังของพ่อบ้านเบลูก้า คราบน้ำหมึกที่เคยเลอะอยู่บนโต๊ะถูกเช็ดซับออกไปแต่ก็ยังหลงเหลือรอยด่างดำดูไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ คาเรนเคยมีความคิดที่อยากจะนำผ้ามาปูรองบนโต๊ะแต่คราบน้ำหมึกนั้นทำความสะอาดออกได้ยากมากจึงตัดสินใจปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเนื่องจากไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานสักเท่าไหร่

         “เชิญนั่งก่อนสิคะ” คาเรนพูด เธอส่งสัญญาณให้เบลูก้าเดินไปปิดประตูห้องเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาแอบฟังได้ ถึงคนรับใช้ที่ตระกูลจะวางใจได้แต่คาเรนก็ไม่อยากประมาทให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะพูดคุยหลังจากนี้

         จากนั้นคาเรนก็นำแหวนประจำตระกูลขึ้นมาสวมและนำของที่อยากจะให้ชายหนุ่มได้ดูออกมาวางไว้บนโต๊ะ

         มันเป็นกล่องไม้โบราณที่ถูกตระกูลเรเบียสเก็บลืมไว้ในห้องเก็บของจนเมื่อไม่นานมานี้ก็ถูกซาริแอบนำออกมาใช้เป็นที่เก็บสมบัติของตัวเองแทน (แน่นอนว่าได้มีการลงโทษความผิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นไปเป็นที่เรียบร้อย) อย่างไรก็ตามคาเรนได้ขอให้คนที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบมาประเมินมูลค่าของมันเพื่อความสบายใจเลยรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่กล่องไม้แกะสลักโบราณที่ไม่ได้มีมูลค่ามากมายนัก

         เซรอสพิจารณามองดูกล่องไม้โบราณอยู่ครั้งหนึ่งและขอนำมันมาพิจารณาดู

         กล่องวิญญาณภูติพราย : อุปกรณ์ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจมนตราแห่งภูติเพื่อใช้ผนึกอำนาจเวทมนตร์ สร้างจากต้นแฟรี่ไลฟ์วู้ด

         กล่องข้อความปรากฏขึ้นมาโดยมีเพียงเซรอสคนเดียวที่มองเห็นมัน พลังนี้เขาได้รับมาจากพระเจ้าก่อนจะถูกส่งมายังโลกใบนี้ซึ่งนอกจากใช้เพื่อตรวจสอบข้อมูลของสิ่งของกับวัตถุดิบแล้วก็แทบจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย ดังนั้นปกติแล้วเซรอสจึงปิดผนึกความสามารถนี้เอาไว้เพราะมันคงรู้สึกไม่ดีถ้าต้องมองเห็นกล่องข้อความบอกรายละเอียดทุกครั้งที่เผลอไปจับหรือสัมผัสกับสิ่งของ

         “เป็นกล่องเก็บของที่ไม่เลวเลย” เซรอสเอ่ยขึ้นและวางมันคืนกลับที่เดิม

         “สิ่งที่ดิฉันอยากจะให้คุณได้ดูมันอยู่ภายในกล่องค่ะ” คาเรนบอกและเปิดฝากล่องทันที

         พลังเวทมนตร์ลึกลับพวยพุ่งออกมาจากกล่องทันทีที่แง้มเปิดแต่สุดท้ายพลังนั่นก็ถูกดึงกลับลงไปในกล่องอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคาเรนไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านเวทมนตร์เลยไม่แปลกที่จะไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

         และเบื้องหลังของพลังเวทมนตร์ลึกลับนั้นคือศิลาสีดำที่นอนสงบอยู่ภายในกล่อง

         แตกต่างจากศิลาสีดำก่อนหน้านี้ที่เขาได้รับมาจากอินโนเซนเทียร์ซึ่งดูเหมือนว่ามันยังไม่ถูกกระตุ้นการทำงาน

         เซรอสลองยื่นมือเข้าไปเพื่อจะหยิบมันขึ้นมาและรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน

         “ไปได้มาจากที่ไหน?” เขาถาม

         คาเรนอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่ซาริถือวิสาสะนำกล่องไม้ที่เป็นของตระกูลเรเบียสออกมาใช้โดยพลการซึ่งเธอคิดว่าเซรอสก็ควรรับทราบเอาไว้ด้วย อย่างน้อยก็หวังว่าจะได้ช่วยกันตักเตือนซาริไม่ให้ทำพฤติกรรมลักขโมยแบบนี้อีกในภายหลัง

         “เกี่ยวกับเรื่องนี้ฉันเองก็มีข้อสงสัยอยู่เหมือนกัน เธอคงจะเคยได้ยินพลังลึกลับของเผ่าพันธุ์กระต่ายขาวมาบ้างใช่ไหม?”

         “ค่ะ ที่ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ลึกลับที่สามารถนำพาโชคดีมาสู่ผู้คนได้อีกทั้งยังช่วยให้หลีกเลี่ยงจากหายนะได้สินะคะ”

         “ฉันคิดว่าเรื่องนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นความจริง เพียงแต่มันไม่ใช่ความสามารถที่จะควบคุมการทำงานได้เหมือนกับพลังเวทมนตร์ กรณีนี้ขอยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อให้นึกภาพออกอย่างเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านมาก็แล้วกัน หากว่าซาริถูกห้ามไม่ให้เล่นซุกซนโอกาสที่จะพบเจอกับศิลาสีดำก้อนนี้ก็อาจจะเป็นหลังจากที่มันเกิดความเสียหายมาแล้วครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ศิลาสีดำก้อนนี้ก็ไม่สามารถสัมผัสได้โดยตรงเป็นระยะเวลานานจึงต้องมีกล่องไม้โบราณมาเกี่ยวข้อง ฉันคิดว่านี่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของความสามารถนี้เพราะว่าโชคชะตากับหายนะมันไม่สนใจเรื่องของความถูกต้องในทางศีลธรรมหรือจริยธรรม”

         พอได้ลองพิจารณาข้อสันนิษฐานของเซรอสก็พบว่ามันค่อนข้างน่าสนใจไม่เบา หากพลังลึกลับของเผ่าพันธุ์กระต่ายขาวนั้นเกิดจากการทำตามใจตนเองโดยไม่สนใจผลลัพธ์ด้านศีลธรรมหรือจริยธรรมก็นับว่าเป็นความสามารถที่ยุ่งยากพอสมควร หากสมมติว่าอาณาจักรไอทาเรียแห่งนี้กำลังเผชิญหน้ากับหายนะและสิ่งที่สามารถช่วยเหลืออาณาจักรได้เป็นสมบัติแห่งชาติที่เก็บรักษาเอาไว้อย่างแน่นหนา หากการทำตามใจนั้นเป็นการถือวิสาสะขโมยเอาของสิ่งนั้นออกมาและช่วยป้องกันไม่ให้หายนะเกิดขึ้นได้ แต่สุดท้ายก็หนีความผิดในโทษฐานขโมยสมบัติแห่งชาติไม่ได้และต้องรับโทษอยู่ดี

         “เป็นพลังลึกลับที่ค่อนข้างอันตรายมากจริงๆ เลยนะคะ”

         “นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันอยากจะให้ซาริได้เรียนรู้มารยาทในสังคมจากตระกูลเรเบียสของเธอเพื่อปิดผนึกความสามารถนี้เอาไว้”

         พลังอำนาจในการเปลี่ยนแปลงโชคชะตานั้นไม่ต่างอะไรกับพลังของพระเจ้า ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะเป็นความวุ่นวายเพราะหลายฝ่ายอาจจะอยากครอบครองความสามารถที่ร้ายกาจนี้ การที่เผ่าพันธุ์กระต่ายขาวนั้นอ่อนแอและถูกกดขี่โดยเผ่าพันธุ์อื่นทำให้พลังความสามารถนี้ถูกผนึกเอาไว้ และการที่เซรอสอนุญาตให้ซาริทำอะไรตามใจกลับกลายเป็นการปลดผนึกพลังนี้ออกมาจนสร้างความวุ่นวายหลายต่อหลายครั้ง

         เป็นคนอื่นคงยินดีกับโชคที่เข้ามาหาแทบจะทุกวัน

         แต่สำหรับเซรอสที่ต้องการมีชีวิตสโลว์ไลฟ์นั้นไม่ต่างอะไรกับมีหายนะมาเคาะประตูบ้านทุกวันเลย

         “ดิฉันพอจะรับรู้เจตนาของคุณเซรอสได้แล้วค่ะ และดิฉันยินดีที่จะช่วยเหลือในการปิดผนึกความสามารถของซาริเอาไว้ด้วย เพราะบางครั้งในความโชคดีก็อาจนำมาซึ่งหายนะได้เหมือนกัน”

         “ขอบคุณมากที่เข้าใจ”

         “ค่ะ มันคงไม่ดีเท่าไหร่หากคุณซาริเกิดอยากตกปลาในเขตของตระกูลเรเบียสแล้วบังเอิญตกได้ดอกมนตราสีขาว”

         คาเรนทราบข่าวเรื่องดอกมนตราสีขาวที่แพร่สะพัดไปทั่วไรด์การ์ดจนทำให้วิหารศักดิ์สิทธิ์ต้องเคลื่อนไหว หากซาริมาที่นี่และใช้อำนาจลึกลับนั่นนำพาโชคดีบางอย่างมาให้ตระกูลเรเบียส เธอเกรงว่ามันจะกลายเป็นหายนะที่เรียกศัตรูจากทั่วสารทิศให้มาที่นี่แทน

         เซรอสดันกล่องวิญญาณภูตพรายคืนกลับให้คาเรนแล้วบอก

         “เธอควรเก็บมันเอาไว้”

         !?” คาเรนทำหน้าตกใจ

         “ฉันคิดว่าหากสถานการณ์เลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในไรด์การ์ดช่วงนี้มีความเกี่ยวข้องกับศิลาลึกลับนี่ อัศวินศักดิ์สิทธิ์จะต้องตรวจพบและตามเบาะแสมาจนถึงที่ตระกูลเรเบียส เธอควรให้ความร่วมมือและบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้รับทราบ ถึงตอนนั้นก็ค่อยมอบของสิ่งนี้ให้กับทางนั้นไปจัดการแทน” เซรอสเห็นสายตาของคาเรนจ้องมองเขาราวกับกำลังจับผิดอยู่

         “มีอะไรเหรอ?”

         “ดิฉันสงสัยว่าคุณอาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่ในกล่องนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งนั่นแหละค่ะ ไม่เช่นนั้นคุณคงไม่ทราบว่าจะมีสิ่งนี้ถูกซุกซ่อนเอาไว้ในเขตตระกูลเรเบียสได้ บางทีดิฉันอาจจะกำลังตกเป็นเป้าหมายของศัตรูลึกลับเหมือนทุกทีก็ได้”

         “ผู้อำนวยการโรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์” เซรอสพูดขึ้น

         “ผู้อำนวยการ!? เธอคนนั้นมีอะไรเหรอคะ?”

         จำได้ว่าเมื่อปีที่ผ่านมาผู้อำนวยการแสนจะลึกลับของโรงเรียนเวทมนตร์เซเวียร์ยอมที่จะเปิดเผยตัวออกมา และที่น่าตกใจคือเธอนั้นเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น แน่นอนว่าคาเรนไม่เชื่อข่าวลือนี้แต่มองว่าผู้อำนวยการลึกลับคนนั้นอาจจะเป็นเผ่าพันธุ์อื่นที่มีอายุขัยยืนยาวเหมือนพวกเอลฟ์ที่แม้จะอายุร้อยกว่าปีแต่ก็ยังมีรูปร่างเหมือนเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์มนุษย์

         “ฉันได้เบาะแสเกี่ยวกับศิลาสีดำมาจากผู้อำนวยการโรงเรียนนั่นแหละ และยิ่งไปกว่านั้นเธอคนนั้นก็รู้เรื่องที่ฉันมาจากต่างโลกด้วยเหมือนกัน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการที่จะให้ซาริได้เรียนจบการศึกษาตามหลักสูตรซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ฉันเลยต้องคอยทำงานให้กับเธอคนนั้นอย่างลับๆ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับศิลาสีดำเท่าที่ฉันพอจะรู้มาเห็นว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับพวกนักเวทนอกรีตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” เซรอสกล่าวโกหกหน้าตาย พร้อมโยนความผิดทั้งหมดนี้ไปให้กับผู้อำนวยการโลลิคนนั้น

         “อย่างนี้นี่เองสินะคะ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงดิฉันเองก็อยากหาโอกาสขอบคุณเธอคนนั้นสักครั้ง”

         “เหมือนจะเป็นการตอบแทนเรื่องที่เธอผลิตอาหารแปรรูปแสนอร่อยออกมาจำหน่ายล่ะนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.099K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #17046 loliz (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 20:11
    ตามใจจนเสียเองนะ แล้วมาดัดทีหลังแกแหละผิดเซรอส
    #17,046
    0
  2. #16793 วายุจัง (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 07:20
    ผู้อำนวยการตอบแทนง่ายมาก เค้กช๊อคโกแล็ต
    #16,793
    0
  3. #16643 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 20:00

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,643
    0
  4. #16611 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 14:19
    ขอยืมตัวซาริไปดมหายาบ้าหน่อยสิ หรือว่าๆๆซาริจะรู้ว่าใครฆ่าน้องมะม่วง
    #16,611
    0
  5. #16581 tomtamninja (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 12:00
    ขอบคุณคร้าบ สนุกมากกก
    #16,581
    0
  6. #16580 Thank You (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 09:29

    ขอบคุณครับ

    #16,580
    0
  7. #16579 Fikusa (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 08:26
    พลังที่ทรงพลังขนาดนั้นต้องเก็บไว้เป็นของฉุกเฉินเท่านั้น
    #16,579
    21
    • #16579-17 balackakg (จากตอนที่ 219)
      10 กันยายน 2563 / 21:55
      เศร้าจัง

      mission fail ===> exp -25(x2) point







      เจมส์ โควิด สตาร์ค

      =

      JAME COLDVAIL: อัจฉริยะย้อนเวลาโลกคู่ขนาน



      แนวย้อนอดีตจากอนาคตนั่นแหละ รู้แค่นี้พอ แล้วไปลองเจอกับตัวเลยครับ แนะนำสุดๆ (ที่มาเจมส์ โควิต สตาร์คนี่ คือ ผมอ่าน COLDVAIL ไปๆมาๆ ติดเป็นโควิดเฉย (ฮา) ส่วน สตาร์ค นี่อ่านแล้วรู้เลยครับ
      #16579-17
    • #16579-18 balackakg (จากตอนที่ 219)
      10 กันยายน 2563 / 22:03
      เพิ่งเห็นว่าคำใบ้เควสมันนิยายแปลนี่ บัดซบเอ้ยยยยยย





      ไม่มหาเทพจอมมาร ก็โปเกม่อนเทรนเนอร์เลี้ยงตะขาบละ คราวนี้ไม่พลาดแน่



      ส่งเควส มหาเทพจอมมาร

      ส่งเควส วิวัฒนาการสัตว์เลี้ยงกลายพันธุ์



      -----> ยืนยันการส่งเควส





      =>ยืนยันใช้ตั๋ว exp x2

      (คำเตือน ได้exp จากเควส x2 แต่ หากเควสล้มเหลว จะเสียexp จากบทลงโทษ x2 เช่นกัน)

      -----> ยืนยันการใช้งาน

      #16579-18
  8. #16578 newkingdom (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 08:22
    ขอบคุณครับ
    #16,578
    0
  9. #16577 7uo5ken (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 03:55
    พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง=พลีงของซารินี่ใช่เลย
    #16,577
    0
  10. #16576 นักอ่านเลือดสาดกระจาย (จากตอนที่ 219)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 03:52
    ยังไงผอ.ก็เป็นโลลิถูกกฏหมาย หอบเค้กช็อคโกแลตลาวาไปให้สักก้อนก็ใช้ได้แล้ว ถ้ามีน่ะนะ
    #16,576
    2