ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 215 : SS3 Episode Sixty : วางแผน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,072 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

SS3 Episode Sixty

 

         สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเคยเป็นหมู่บ้านมาก่อนนั้นสุดท้ายแล้วก็เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ถูกทำลายจนราบคาบ ความเสียหายนั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่สิ่งปลูกสร้างแต่ยังรวมไปถึงชีวิตของบรรดาผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ แอ่งเลือดกองใหญ่มีเศษชิ้นส่วนอวัยวะที่แหละเละจนยากจะตอบได้ว่าเป็นสิ่งใดลอยให้เห็นอยู่เต็มตา ท่อนแขนขนาดเล็กของเด็กที่ระบุเพศไม่ได้ถูกฉีกกระซากขาดออกจากกันด้วยแรงอันมหาศาล ร่างกายท่อนล่างของหญิงสาวที่อยู่บนพื้น สิ่งที่ปรากฏอยู่ตอนนี้ล้วนสร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ได้พบเห็นไม่น้อย

         เดลฟีโอน่าพยายามสะกดข่มความรู้สึกผิดของตนเองเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าเหล่าอัศวินทหาร และยิ่งไปกว่านั้นด้วยตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรตินี้เองทำให้หญิงสาวทำความคุ้นชินกับภาพของความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็น

         ทราบดีว่าการเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถปกป้องและช่วยเหลือทุกคนที่อยู่ห่างไกลได้ตลอดเวลา ด้วยความที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเพื่อให้สามารถใช้อำนาจของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการที่อำนาจครึ่งหนึ่งนั้นอยู่ที่ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ทำให้กว่าจะดำเนินเรื่องและได้รับอนุญาตทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว

         ดังนั้นการมีอยู่ของกิลด์นักผจญภัยจึงจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์แบบนี้

         ด้วยกฎข้อบังคับที่ไม่กีดกันเรื่องของชาติพันธุ์ทำให้กิลด์นักผจญภัยมีบุคลากรที่มากไปด้วยความสามารถอยู่มากมาย บางคนก็มีความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงระดับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทว่ากลับชอบการใช้ชีวิตอย่างอิสระทำให้พวกเขาปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอจากทางวิหารศักดิ์สิทธิ์หรือทางราชอาณาจักร แต่ก็มีบางคนที่สนใจเพียงการสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักแล้วจึงค่อยผันตัวไปทำงานกับตระกูลที่ให้ข้อเสนอสุดพิเศษและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

         นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อาชีพนักผจญภัยมีความน่าเชื่อถือที่ค่อนข้างต่ำมากจนยากจะฝากฝังความหวังเอาไว้ได้

         ไม่ใช่ความผิดของนักผจญภัยหากพวกเขาปฏิเสธงานเพียงเพื่อรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้

         ในทางกลับกันอัศวินหรือทหารอย่างพวกเธอไม่สามารถปฏิเสธได้แม้ทราบแก่ใจดีว่าโอกาสรอดชีวิตนั้นต่ำมากเพียงใด เป็นข้อดีที่สามารถรวบรวมกำลังรบที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีข้อเสียตรงที่พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนกำลังพลได้โดยพลการ

         เพิ่งจะช่วงประมาณสิบปีก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างอำนาจของทางราชอาณาจักรกับกิลด์นักผจญภัยเริ่มก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขุนนางของทางราชอาณาจักรมีแผนจะควบรวมอำนาจของกิลด์นักผจญภัยมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลเพื่อให้ง่ายต่อการรักษาความสงบสุข ทั้งที่วัตถุประสงค์เดิมของอดีตองค์ราชินีที่เป็นผู้ริเริ่มการก่อตั้งกิลด์นักผจญภัยต้องการให้อำนาจดังกล่าวนั้นอยู่นอกภายใต้การควบคุมของราชอาณาจักรและสามารถเคลื่อนไหวปกป้องประชาชนได้ทันท่วงที จนเมื่อกิลด์นักผจญภัยสามารถตั้งหลักได้และเริ่มมีทรัพยากรมากขึ้นทำให้อำนาจของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์และราชอาณาจักรเริ่มถูกสั่นคลอน

         และเพื่อเป็นการรักษาอำนาจเอาไว้ ทุกครั้งที่เกิดเหตุเภทภัยที่มีผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนเป็นจำนวนมากพวกเขาจะพยายามหาทางดึงเวลาเอาไว้อีกหลายวัน รอจนกว่าทางกิลด์นักผจญภัยจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก็จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือประชาชนสร้างภาพลักษณ์ในฐานะของวีรชนผู้กอบกู้ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความสูญเสียของประชาชนจำนวนมากแต่พวกเขาจำเป็นจะต้องทำเพื่อรักษาอำนาจการปกครองเอาไว้ให้จงได้

         “จัดการเรื่องศพของพวกชาวบ้านให้เรียบร้อย ส่วนคนที่เหลือให้กระจายกำลังออกค้นหาตำแหน่งของมอนสเตอร์นั่น”

         “ครับ/ค่ะ”

         ต่อให้ไม่พอใจวิธีการจัดการของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่สนใจเพียงการรักษาอำนาจการปกครองของตนเองสักแค่ไหน เดลฟีโอน่าก็ทำได้เพียงต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่าตัวเธอไม่สามารถแสดงการต่อต้านได้อย่างโจ่งแจ้ง ตำแหน่งอัศวินศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถเปลี่ยนให้คนอื่นมาแทนได้อยู่ตลอดเวลาตามมติเห็นชอบของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งการดำรงอยู่ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นสิ่งที่ช่วยรักษาสมดุลอำนาจระหว่างวิหารศักดิ์สิทธิ์กับราชอาณาจักรด้วยเช่นกัน หากต้องถูกถอดถอนจากตำแหน่งสมดุลทางอำนาจก็จะเปลี่ยนไปทันที

         ด้วยพลังอำนาจของเวทมนตร์ที่เหล่ากองทัพอัศวินเวทสามารถใช้ได้กันทุกคน เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็สามารถจัดการฝังศพของพวกชาวบ้านป้องกันไม่ให้มีสัตว์ร้ายเล็ดลอดเข้ามากัดกินได้สำเร็จ เดลฟีโอน่ารวบรวมดอกไม้ที่พอจะหาได้จากพื้นที่หนึ่งช่อนำมาวางไว้หน้าหลุมศพของชาวบ้านที่จำเป็นต้องฝังรวมกันอย่างไม่มีทางเลือกและทำพิธีสวดส่งวิญญาณให้

เพราะถึงอย่างไรพวกเขาเหล่านี้ก็เป็นเพียงเหยื่อที่ถูกใช้เพื่อรักษาอำนาจเท่านั้น

แน่นอนว่าเดลฟีโอน่ารู้สึกโกรธและเกลียดอย่างมากที่ไม่อาจช่วยเหลือชาวบ้านผู้บริสุทธิ์แห่งนี้ได้ ถึงต่อให้จะสามารถกำจัดภัยร้ายที่อยู่เบื้องหลังการทำลายหมู่บ้านได้ก็ตาม สุดท้ายแล้วความสำเร็จนั่นก็จะถูกนำไปใช้เพื่อรักษาผลประโยชน์อยู่ดี

“เรื่องการติดต่อกับทางกิลด์นักผจญภัยได้ความว่ายังไง?” อัศวินหญิงเอ่ยถาม

“ทางกิลด์นักผจญภัยแจ้งมาว่ามีนักผจญภัยแรงค์ A อยู่เพียงสามคนประจำการอยู่ในพื้นที่แต่เมื่อประมาณสิบวันก่อนพวกเขารับภารกิจปราบปรามวอมแบทที่ทางตอนใต้ ถึงจะส่งข้อความด่วนให้เร่งเดินทางกลับมาช่วยเหลือก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณสองวันครับ”

เดลฟีโอน่าพยายามนึกถึงกลุ่มนักผจญภัยแรงค์ A ที่พอจะมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของเมืองไรด์การ์ด ถึงพวกเขาเหล่านั้นจะมีฝีมือในการปราบปรามมอนสเตอร์กลุ่มแรงค์ A มาไม่น้อยแต่กระนั้นนิสัยก็ไม่ได้ดีมากนัก โดยเฉพาะการเอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งและสนใจเพียงภารกิจที่รายได้สมน้ำสมเนื้อ คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อช่วยปราบปรามมอนสเตอร์ในครั้งนี้โดยที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่า

“แล้วนักผจญภัยที่เป็นเอลฟ์คนนั้นล่ะ รู้สึกจะชื่ออันเอซูใช่ไหม?”

“เธอปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือพวกเราครับ”

“ก็พอจะเดาได้”

ครั้งล่าสุดที่ได้ร่วมงานกันคือการปราบปรามมังกรพิษไฮดร้า อันเอซูคนนั้นมีความเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์ที่พลิกแพลงได้หลากหลายและสามารถสนับสนุนการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี มีประสบการณ์ต่อสู้ภายในดันเจี้ยนที่ระดับความลึกประมาณสี่สิบชั้น นับว่าเป็นบุคลากรที่มีค่ามากที่สุดสำหรับกิลด์นักผจญภัย แต่นิสัยของเธอแสดงให้เห็นค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ชอบที่จะร่วมงานกับพวกทหารหรือรับงานที่มาจากพวกขุนนางสักเท่าไหร่ การร่วมมือกันครั้งก่อนเป็นเพียงแค่ความบังเอิญเท่านั้น

“เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทางกิลด์นักผจญภัยจึงมีเวลารวบรวมกำลังพลที่จำกัด พวกเขาสามารถส่งนักผจญภัยแรงค์ B เข้ามาช่วยเหลือได้เพียงยี่สิบสามคนเท่านั้น”

“แรงค์ B ยี่สิบสามคน? ก็ยังดีกว่าไม่มีกำลังเสริมล่ะนะ”

เดลฟีโอน่าไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับกำลังเสริมที่ทางกิลด์นักผจญภัยรวบรวมมาให้ สถานการณ์ในตอนนี้ลำพังเพียงแค่หน่วยอัศวินกับกองทหารของไรด์การ์ดที่มีอยู่จำกัดไม่น่าจะรับมือกับมอนสเตอร์ตัวนั้นไหว ยังมีเรื่องของความชำนาญที่อัศวินนั้นเชี่ยวชาญการต่อสู้กับบุคคลมากกว่ามอนสเตอร์เลยไม่สามารถจัดรูปแบบการรบที่มีประสิทธิภาพได้ดีนัก ถึงจำนวนจะน้อยแต่นักผจญภัยแรงค์ B ก็น่าจะมีประสบการณ์พอจะรับมือกับมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจมากๆ ได้

“แล้วกำลังเสริมที่ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่?”

“เร่งเดินทางออกจากเมืองตามหลังมา คาดว่าน่าจะมาถึงในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าครับ” ทหารหนุ่มตอบ

เดลฟีโอน่าไตร่ตรองสถานการณ์และตรวจสอบความพร้อมของกองกำลังทหารที่มีอยู่ในตอนนี้ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่หนีออกมาขอความช่วยเหลือก็รีบรวบรวมกำลังพลทั้งหมดมายังหมู่บ้านแห่งนี้ หลายคนจึงอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะต่อสู้ห้ำหั่นกับมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจระดับนั้นได้ และเดลฟีโอน่าก็มีสภาพไม่ต่างกันหลังจากที่ช่วงไม่กี่วันมานี้เธอได้นอนพักผ่อนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องออกเดินทางทันทีหลังได้รับเบาะแสของมอนสเตอร์

“แจ้งให้ทหารทุกนายพักผ่อน รอจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึงแล้วจึงค่อยเรียกรวมพลอีกครั้ง”

นายทหารหนุ่มรับคำสั่งและรีบถ่ายทอดคำสั่งนี้อย่างรวดเร็ว สถานการณ์เช่นนี้ทุกคนปรารถนาที่จะได้พักผ่อนเพื่อให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ที่รุนแรง ถึงแม้จะแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงแต่การได้งีบหลับสักสิบนาทีก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยฟื้นคืนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล

อัศวินศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้อื่นได้แต่กระนั้นก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าพวกเขานั้นยังคงเป็นมนุษย์ การไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ติดต่อกันนานหลายวันย่อมส่งผลกระทบต่อการต่อสู้ไม่มากก็น้อย และยิ่งจากเบาะแสของมอนสเตอร์ที่ได้รับมาจากชาวบ้านที่รอดชีวิตคงไม่ดีแน่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับมันในสภาพที่เหนื่อยล้า

ดูเหมือนว่ามอนสเตอร์ในครั้งนี้จะมีระดับความอันตรายใกล้เคียงกับมังกรพิษไฮดร้าที่เคยกำจัดไป จะต่างกันก็ตรงพฤติกรรมในการดำรงชีวิตที่ไม่เหมือนกัน มังกรพิษไฮดร้าเป็นมอนสเตอร์สันโดษที่พยายามหลีกเลี่ยงหมู่บ้านหรือสถานที่ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงกระนั้นลมหายใจพิษของมันก็ก่อความเสียหายเป็นบริเวณกว้างอยู่ดี แต่สำหรับมอนสเตอร์ตัวนี้จะตรงกันข้ามตรงที่มันจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่มีแหล่งอาหารอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก และด้วยความร้ายกาจของมันที่ถูกระบุให้เป็นมอนสเตอร์แรงค์ S การจะหาคนที่สามารถจัดการกับมันได้ในระยะเวลาอันสั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

นี่อาจเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงจำเป็นต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินทางเปลี่ยนเมืองสำหรับนักผจญภัยที่มีระดับแรงค์ A ขึ้นไป

เบาะแสที่ได้รับมาจากชาวบ้านที่รอดชีวิตนั้นระบุลักษณะของมอนสเตอร์ตัวนี้ได้ค่อนข้างชัดเจนมาก ต่อให้เดลฟีโอน่าไม่สันทัดเกี่ยวกับมอนสเตอร์ก็ยังรู้จักพวกมันบางประเภทที่สร้างความเดือดร้อนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นก็อบลิน ออร์ค หรือแม้กระทั่งโอเกอร์ก็ตาม

ตอนที่รู้ว่ามันเป็นเพียงแค่โอเกอร์ก็คิดว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกิลด์นักผจญภัยคงไม่เป็นไร

         ทว่าหลังจากส่งนักผจญภัยมาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกลับพบว่ามันไม่ใช่โอเกอร์ธรรมดาทั่วไป แต่เป็น คริมสัน โอเกอร์ ที่ร้ายกาจกว่านับสิบเท่า นอกจากนี้ลักษณะสีผิวของมันก็ออกไปทางสีดำคล้ำและมีเส้นลวดลายประหลาดทั่วทั้งตัวซึ่งแตกต่างจากลักษณะดั้งเดิมตามคำอธิบายที่มีผู้บันทึกเอาไว้จึงคาดว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยากจะพบเห็นได้

         อย่างไรก็ตามการค้นพบมอนสเตอร์สายพันธุ์ใหม่ก็เป็นเรื่องใหญ่มาก หากว่ามันเป็นสายพันธุ์ที่มีความร้ายกาจยิ่งกว่ารูปแบบดั้งเดิมก็อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการจัดระดับความอันตรายของมอนสเตอร์ ดีไม่ดีอาจรวมไปถึงการเลื่อนแรงค์ของนักผจญภัยรุ่นถัดไปที่จะมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

 

         กองกำลังเสริมจากกิลด์นักผจญภัยเดินทางมาถึงหมู่บ้านในที่สุด พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นนักผจญภัยแรงค์ B ที่มีประสบการณ์ต่อสู้เอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนมากันอย่างน้อยก็อยู่ในชั้นที่ยี่สิบเป็นเวลาหลายเดือน คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดันเจี้ยนเป็นธรรมดาที่จะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสำหรับการนำมาคุยสักเท่าไหร่ แต่หากเป็นคนที่เคยมีโอกาสได้เข้าไปในดันเจี้ยนที่ระดับความลึกชั้นห้าจะพบว่ามันเป็นโลกที่ไม่ต่างอะไรกับนรก และทุกคนจะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้มีชีวิตรอดกลับไปได้

         เดลฟีโอน่าเคยมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสในดันเจี้ยนมาแล้วสองสามครั้ง ซึ่งเป็นดันเจี้ยนที่อยู่ภายใต้การครอบครองของวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อรวบรวมทรัพยากรตามคำสั่ง จึงทราบดีว่าประสบการณ์ในการลงดันเจี้ยนนั้นช่วยการันตีความสามารถในการเอาชีวิตรอดของพวกคนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมอนสเตอร์ที่อยู่ภายในดันเจี้ยนส่วนใหญ่แม้จะถูกจัดระดับแรงค์ให้ไม่สูงมากนักแต่พวกมันล้วนเป็นนักล่าที่เก่งกาจ

         การพูดคุยทักทายเพื่อสานความสัมพันธ์ไม่จำเป็นสำหรับพวกนักผจญภัยเหล่านี้ พวกเขาไม่ยินดีที่จะทำตามคำสั่งแม้อีกฝ่ายจะเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ถึงอย่างไรข้อดีของนักผจญภัยมืออาชีพเหล่านี้คือการที่พวกเขาคุ้นชินกับการทำงานร่วมกับบุคคลภายนอกที่ไม่ได้สนิทสนมกันได้ง่ายจึงไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักกันมากนัก ส่วนข้อเสียคงเป็นวิธีการสื่อสารที่ค่อนข้างหยาบโลนและไม่ค่อยนิยมใช้ภาษาสุภาพเลยดูเหมือนพวกคนเถื่อนที่ไร้การศึกษา

         “หวังว่าพวกคุณคงทราบรายละเอียดจากกิลด์มาสเตอร์กันแล้วสินะ ข้าจะได้ไม่จำเป็นต้องอธิบายซ้ำให้เสียเวลา”

         “เออ พวกเราได้ยินมาแล้วเห็นว่าเป็นคริมสัน โอเกอร์ใช่ไหม?” นักผจญภัยคนหนึ่งถามเสียงห้วน เขาเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่และสะพายขวานสองคมเล่มโตไว้ด้านหลัง “ถึงมันจะเป็นมอนสเตอร์แรงค์ S แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักผจญภัยแรงค์ B อย่างพวกเราจะไร้น้ำยาซะทีเดียว”

         “ข้าไม่ได้จะพูดแบบนั้น” เดลฟีโอน่าพยายามไม่ถือสาความไร้มารยาทของอีกฝ่าย

         “ถึงจะไม่ได้พูดแต่สายตาของพวกแกทุกคนก็ตัดสินพวกข้าไปแล้วใช่ไหมล่ะ?”

ชายร่างใหญ่สบตามองกับอัศวินทหารแต่ละคนก่อนจะส่งเสียงหัวเราะดูแคลน

เพราะถึงแม้ว่าอัศวินทหารเหล่านี้สวมใส่ชุดเกราะที่ดูมีเกียรติและความภาคภูมิใจและอาจมีประสบการณ์ในการรบอยู่บ้าง แต่สิ่งที่มองเห็นผ่านดวงตานั้นบ่งบอกว่าจิตใจของพวกเขาไม่โหดเหี้ยมพอและยังมีความกลัวต่อศัตรูที่ยังไม่เคยเผชิญหน้า

“ทางที่ดีแกควรหุบปากซะโวลค์ หรือถ้าแกหุบปากด้วยตัวเองไม่ได้ทางนี้ก็พร้อมจะช่วยหุบให้” นักผจญภัยอีกคนกล่าว ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงคนตัวเล็กร่างบางแต่การกล้าออกคำสั่งกับคนที่ดูแข็งแกร่งขนาดนั้นได้ก็ชัดเจนเลยว่าจะต้องมีดีอะไรสักอย่างเป็นแน่

สุดท้ายแล้วชายร่างใหญ่ก็ทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจก่อนจะขอตัวเดินออกไปข้างนอก

“หมอนั่นปากเสียแบบนี้เสมอ ถ้าไม่ติดว่าเป็นกำลังรบที่มีประโยชน์เกรงว่าคงเข้าร่วมกับกลุ่มไหนได้ไม่นานหรอก”

“ก็พอเดาได้” เดลฟีโอน่าตอบ และบอกให้ทหารนำแผนที่ออกมากางบนโต๊ะเล็ก

         การมีนักผจญภัยจำนวนมากยืนรายล้อมอยู่รอบโต๊ะเพื่อดูแผนที่ค่อนข้างน่าอึดอัด ดังนั้นพวกเขาจึงส่งสายตาปรึกษากันและส่งตัวแทนกลุ่มออกมาเพียงแค่ 3-4 คน มันเป็นข้อดีของกลุ่มนักผจญภัยที่มากประสบการณ์ซึ่งไม่คิดจะแย่งชิงความโดดเด่นจนเสียงานใหญ่ พวกเขาเรียนรู้ที่จะพึ่งพาและอยู่ร่วมกันได้อย่างสามัคคี แตกต่างจากกลุ่มทหารอัศวินที่ต้องการสร้างผลงานทำให้มักจะเกิดความขัดแย้งกันอยู่เสมอ

เดลฟีโอน่าบอกเล่าข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมาจากทหารให้กับเหล่านักผจญภัยได้ทราบโดยทั่วกัน ถึงจะเป็นเพียงแค่ข้อมูลยืนยันตำแหน่งของคริมสัน โอเกอร์แต่มันก็มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนรับมือ ส่วนเรื่องของการเสียชีวิตของพวกชาวบ้านนั้นแม้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าและรู้สึกไม่พอใจกับระบบการจัดการที่ล่าช้าสักแค่ไหนก็ตาม สำหรับนักผจญภัยที่เผชิญหน้ากับความสูญเสียมาไม่น้อยย่อมทำใจได้รวดเร็ว

ข้อมูลจากทางฝั่งของนักผจญภัยที่ทางกิลด์ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับคริมสัน โอเกอร์มาให้นั้นมีค่อนข้างน้อยเพราะมันไม่ใช่มอนสเตอร์ที่พบเห็นได้ทั่วไป ถึงจะเคยมีบันทึกว่ามีนักผจญภัยพบเห็นเมื่อหลายสิบปีก่อนแต่โชคดีที่มันถูกจัดการโดยนักผจญภัยแรงค์ S ส่วนร่างของมันก็ถูกนำมาศึกษาอย่างละเอียดเพื่อหาทางรับมือในอนาคต

ตามข้อมูลที่ทางกิลด์นักผจญภัยรวบรวมมาให้ คริมสัน โอเกอร์เป็นมอนสเตอร์ที่มีจุดเด่นด้านพละกำลังมหาศาล ร่างกายแข็งแกร่งทนทานจนอาวุธยากจะทำความเสียหายได้ ผิวหนังของมันทนทานต่อเวทมนตร์เลยเป็นมอนสเตอร์ที่อันตรายมากสำหรับพวกจอมเวท

“เพราะแบบนั้นนักผจญภัยที่มาส่วนใหญ่เลยไม่มีใครที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์สินะ?” เดลฟีโอน่าถามหลังจากที่พิจารณาเหล่านักผจญภัยที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นประเภทสายต่อสู้กันทั้งหมด จะมีบ้างที่เป็นประเภทสนับสนุนและมีทักษะเวทมนตร์เยียวยาที่ค่อนข้างจะหายากเป็นพิเศษ

“ที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์ก็มีอยู่หรอก แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่พอจะทำความเสียหายได้” นักผจญภัยหนุ่มตอบและส่งสายตามองไปยังชายคนหนึ่งที่แต่งกายหลวมโผลกดูแตกต่างจากนักผจญภัยคนอื่นที่สวมชุดเกราะ “เขาคนนั้นเชี่ยวชาญเวทมนตร์ธาตุน้ำกับเวทมนตร์ธาตุลมและยังเป็นนักเวทคนเดียวที่พวกเราพอจะหาได้ในระยะเวลาที่จำกัด”

“แล้วเกี่ยวกับร่างกายสีดำกับลวดลายปริศนานั่นล่ะ”

“ร่างกายสีดำกับลวดลายปริศนาอย่างนั้นเหรอ?”

“ถูกต้อง” อัศวินสาวตอบ “เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางกิลด์นักผจญภัยพอจะมีเบาะแสอะไรบ้างไหม?”

พอถูกถามแบบนั้นแต่ละคนก็นิ่งคิดอยู่ประมาณสามวินาทีก่อนจะส่ายหน้า

“ทางกิลด์บอกเพียงว่ามันอาจจะเป็นรูปแบบการกลายพันธุ์ด้วยเงื่อนไขสภาพแวดล้อมทำให้มีรูปลักษณ์ที่ผิดธรรมชาติ ในอดีตก็เคยมีกรณีของก็อบลินที่กลายพันธุ์จนมีผิวสีแดงก่ำเหมือนกัน บางทีนี่อาจจะเป็นกรณีเดียวกันก็ได้”

“แน่ใจเหรอ?” เดลฟีโอน่าถามย้ำ เธอมีลางสังหรณ์ว่ามันอาจจะมีความพิเศษบางอย่างที่ไม่ควรมองข้ามไป

“เราปล่อยให้มันอาละวาดต่อก็ได้นะถ้าต้องการข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้”

“ถ้าพูดถึงลวดลายปริศนาบนร่างกายของมอนสเตอร์ข้าพอจะเคยได้ยินมาจากพวกนักเดินเรือตอนที่นั่งก๊งเหล้าด้วยกัน ไม่แน่ใจว่าจะใช่กรณีเดียวกันหรือเปล่า” นักผจญภัยคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมากะทันหัน เขาพยายามครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องลวดลายปริศนานี่มาสักพักใหญ่แล้ว

“ใช่หรือไม่พวกเราจะเป็นคนตัดสินเอง นายรู้อะไรมาควินซ์”

“ก็แบบว่านักเดินเรือนั่นมันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับลัทธิบูชาเทพอะไรสักอย่างให้ฟัง และบอกว่าที่โลกทางตะวันตกมีความเชื่อเกี่ยวกับ พรแห่งเทพ ที่ทำให้ผู้รับพรมีความสามารถแปลกๆ แถมไอ้พรที่ว่านี่ไม่ได้จำกัดแค่มนุษย์เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงพวกมอนสเตอร์ด้วยทำให้เกิดมีสีผิวกับสีผมที่ผิดธรรมชาติ ตอนนั้นข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องโกหกก็เลยรับฟังมาแบบขอไปที”

         จากปากคำบอกเล่าของนักผจญภัยที่ชื่อควินซ์ทำให้เดลฟีโอน่าพลันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเหมือนจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาจากที่ไหนสักแห่งเมื่อนานมาแล้ว เธอไม่ปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเพราะทราบดีว่ามีแผ่นดินอยู่ทางโลกตะวันตกจริงและมันถูกขวางกั้นเอาไว้ด้วยมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หากเดินทางด้วยเรือก็ต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งปีกว่าจะไปถึงที่นั่นได้

         “เกี่ยวกับโลกตะวันตกข้าก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่เรื่องพรแห่งเทพนี่มันยากจะเชื่ออยู่เหมือนกัน” นักผจญภัยหนุ่มกล่าว และเริ่มมองดูแผนที่บนโต๊ะอย่างละเอียดอีกครั้ง “ถึงจะยังยืนยันไม่ได้แต่ก็เป็นข้อมูลสำคัญ บางทีเราควรคิดเผื่อความเป็นไปได้นี้เอาไว้ด้วย”

“แล้วพวกเจ้ามีแผนการรับมือมันอย่างไร?”

ด้วยความที่เดลฟีโอน่ายังไม่เคยมีประสบการณ์ปะทะกับคริมสัน โอเกอร์มาก่อน ไหนจะเรื่องของ พรแห่งเทพ ที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจึงยังไม่แน่ใจว่าการโจมตีของเธอจะได้ผลมากน้อยเพียงใด ถึงแม้ว่าอาวุธที่เธอใช้อยู่ปัจจุบันจะถูกสร้างมาจากแร่ผสมที่มีความแข็งแกร่งทนทานและเชื่อว่าสามารถฟาดฟันได้ทุกสิ่งอย่าง รวมไปถึงการมีเวทมนตร์ ร่างศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้เหนือมนุษย์มากยิ่งขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะจัดการกับมันได้ซะทีเดียว

“คิดว่าจะใช้สิ่งนี้” นักผจญภัยหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับนำถุงหนังบรรจุผงสีเขียวขุ่นออกมาเทให้ดู “สิ่งนี้เรียกว่า ลาไซน์ เป็นผงพิษสกัดที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการชาจนถึงขั้นเป็นอัมพาต พวกเรามักจะใช้สิ่งนี้ในการรับมือกับมอนสเตอร์ประเภทสายพละกำลังโดยเฉพาะ ข้อเสียของมันคงเป็นปริมาณที่ต้องใช้ค่อนข้างเยอะกับระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่สั้นนอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เดิมทีลาไซน์ก็ไม่ใช่พิษที่รุนแรงอยู่แล้วเพราะพวกเรานิยมเอามาใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดจากบาดแผลเท่านั้น”

“หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเราสามารถจำกัดพละกำลังของคริมสัน โอเกอร์และทำให้มันอ่อนแอลงได้ ถึงตอนนั้นค่อยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างคุณในการทำความเสียหายและปลิดชีพมัน แผนการนี้อาจฟังดูเหมือนง่ายแต่ก็หวังว่ามันจะได้ผลล่ะนะ”

พูดจบนักผจญภัยหนุ่มก็ส่งถุงบรรจุผงลาไซน์ให้กับเดลฟีโอน่าพร้อมกับสอนวิธีการใช้งานเบื้องต้นให้

“มีของดีแบบนี้อยู่ด้วยงั้นเหรอ?” เดลฟีโอน่าค่อนข้างสนใจสิ่งที่เรียกว่า ลาไซน์ อยู่ไม่น้อย

“สำหรับอัศวินที่ต่อให้บาดเจ็บก็มีพวกคนจากทางวิหารมาคอยรักษาให้เป็นธรรมดาที่จะไม่รู้จักของที่ช่วยต่อชีวิตแบบนี้หรอก”

“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก กับชนชั้นสูงอย่างนี้ของที่ใช้ย่อมเป็นของชั้นหนึ่งเท่านั้น”

“พูดอีกก็ถูกอีก ลาไซน์สุดท้ายมันก็แค่ยารักษาถูกๆ สำหรับคนจนอย่างพวกเรานี่นา”

         ได้ยินแบบนั้นนักผจญภัยหนุ่มที่เป็นเสมือนตัวแทนก็ส่งสายตาห้ามปรามให้หยุด ในฐานะที่เป็นคนกลางในการติดต่อประสานงานเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดบรรดาทหารอัศวินสักเท่าไหร่เพราะเชื่อว่าทหารเองก็มีทั้งพวกที่ดีและไม่ดีเหมือนนักผจญภัยเช่นกัน นอกจากนี้การที่อีกฝ่ายเป็นถึงอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นธรรมดาที่ควรรักษามารยาทเอาไว้




ทายปริศนา...ในบทนี้เซรอสซ่อนอยู่ที่ไหนกันเอ่ย...

บอกใบ้ให้ว่ามีบทพูดอยู่ด้วย ถึงจะไม่มากก็เถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.072K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16887 vviiwwyy (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 19:07

    อ้าว เซรอสมาละเรอ 5555 คนที่บอกว่าเคยได้ยินมาแน่ๆ //เดากี่ครั้งกะไม่เคยถูก

    #16,887
    0
  2. #16792 วายุจัง (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 06:03
    คนที่เป็นคนบอกเรื่องลัทธิบูชาเทพอะ
    #16,792
    0
  3. #16639 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 14:21

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,639
    0
  4. #16530 Katana (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 23:44

    นักเวทป่วยนั้นเซรอสใช่ใหม

    #16,530
    0
  5. #16525 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:33
    พรแห่งเทพแหละ
    #16,525
    0
  6. #16504 Aatank (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 02:51
    คนทีไปได้ยินเรื่องเดินเรือ
    #16,504
    0
  7. #16502 Kingsun Nomercy (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 17:08
    ต้องผอม บอกเลย
    #16,502
    0
  8. #16501 wyice (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 15:35
    ผมว่ามาควินส์ครับ=เซรอส
    #16,501
    0
  9. #16500 farfar2531 (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 13:38
    จะใคร ต้องานคนประสานงานที่พูดขัด กับส่งสายตาห้ามนี่ล่ะ เพราะนักเวทคงไม่น่าใช่อ่ะ ตาคน-ก็ไม่เอาน่า ไม่เอาอ่ะ
    #16,500
    0
  10. #16499 Thank You (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 11:46

    ขอบคุณครับ

    #16,499
    0
  11. #16498 deknoomza (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:39
    ขอบทซาริด้วย
    #16,498
    0
  12. #16497 ZERO9284 (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 22:16

    อาจจะหักมุมเป็นคนที่-ตอนแรกที่เจอก็ได้( โวลค์ ) ทั้งเป็นคนที่ไม่น่าสงสัยที่สุด -และไม่มีใครคบ

    #16,497
    0
  13. #16496 nuang1 (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 19:04
    คนที่เล่า "พรแห่งเทพ" น่าสงสัยแต่คงไม่ใช่มั้ง
    #16,496
    0
  14. #16495 chayen1243 (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 09:59
    ฟรานก็มาด้วยใช่หรือเปล่า อะหรือ อะหรือ อะหรือว่า
    #16,495
    0
  15. #16494 Iruna (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 09:29

    น่าจะคนที่พูดถึงพรจากตะวันตก


    #16,494
    0
  16. #16493 Pornsak Tipparad (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 23:57
    น่าจะควินซ์ นะครับ
    เพราะอยู่ดีก็พูดอธิบาย
    ตอนนี้ทำให้รู้ว่าอีกไม่นานเดลฟีโอน่าน่าจะแยกตัวออกมาเป็นภาระ เอ้ย สาวรับใช้ที่เมืองเซรอสแน่เลย
    #16,493
    0
  17. #16492 ป่ามืด (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 23:43
    ตอนหน้า ออกสิ้นปีป่าว
    #16,492
    0
  18. #16491 หวังซีเจา (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 23:24
    สงสาร ซาริ
    #16,491
    1
    • #16491-1 หวังซีเจา(จากตอนที่ 215)
      8 สิงหาคม 2563 / 23:25
      นั้งเป็นกระต่ายหงอย
      #16491-1
  19. #16490 bloody N.M. (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 20:50
    ควินซ์แน่เลยย!!
    #16,490
    0
  20. #16489 Pongza Eiei (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 19:06

    ควินซ์ !!
    #16,489
    0
  21. #16488 จักรพรรดิ์พี่หมี (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 17:20
    เดลฟีโอน่า คนนี้ละกันถึงจะไม่ไช่ก็เถอะ
    #16,488
    0
  22. #16487 Rhythm (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 15:09
    ควินซ์? เพราะให้ข้อมูลเจาะจงมา
    #16,487
    0
  23. #16486 RazeLosT (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 14:15
    ควินซ์แน่เลย
    #16,486
    0
  24. #16485 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 13:38

    ก็ว่าอยู่ว่าไรท์ต้องเขียนให้เซรอสอยู่ในกลุ่มนักผจญภัยแน่ๆ

    #16,485
    0
  25. #16484 monkey-bill (จากตอนที่ 215)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 12:09
    คนพูดเรื่อง พรแห่งเทพ จากดินแดนอันไกลโพ้นนนนน
    #16,484
    0