ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 214 : SS3 Episode Fifty-Nine : ศาสตร์ระดับสูง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,345 ครั้ง
    21 ก.ค. 63

SS3 Episode Fifty-Nine

 

         เพื่อรักษาความลับของสูตรการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคทำให้เขตปกครองตระกูลเรเบียสมีการวางกำลังป้องกันค่อนข้างแน่นหนา ยิ่งผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้เป็นถึงหัวหน้าพ่อบ้านเบลูก้าคนนั้นทำให้สายลับที่คิดจะลักลอบเข้ามาขโมยความลับต้องคิดหนัก ก่อนหน้านี้หลายสัปดาห์ก่อนก็เพิ่งจะมีการจับกุมสายลับคนหนึ่งได้และนำตัวไปดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายของเมือง แต่แล้วหลังจากนั้นอีกสองวันถึงได้รู้ว่าสายลับคนนั้นหายตัวไปจากคุกทำให้เบลูก้ารู้สึกว่ามีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลจึงได้เพิ่มกำลังป้องกันให้มากขึ้น

         เซรอสยอมรับว่าการป้องกันแน่นหนาขึ้นมากแต่ตราบใดก็ตามที่เขาต้องการจะเข้าไปก็เป็นเรื่องที่ง่ายมาก หลักฐานก็คือการที่เขาเดินมาถึงบริเวณอาคารที่พักของพวกคนงานได้โดยที่ไม่ถูกผู้ใดจับได้เลยนั่นเอง

เป้าหมายของการมาครั้งนี้เป็นข้อมูลเลขรหัสสินค้าเพื่อใช้เป็นแนวทางการสืบหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังการก่อความวุ่นวาย การมาขอเข้าพบอย่างเป็นทางการมีความเสี่ยงสูงมากที่ความสัมพันธ์อาจจะถูกเปิดเผย ถึงแม้ในสายตาของคนทั่วไปจะมองว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลเรเบียสที่หลายคนอยากจะได้รับโอกาสนั้น แต่สำหรับเซรอสมองว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวายเพราะถ้าหากมีการสืบสวนและพบว่าเขาเป็นคนที่มาจากต่างโลก เกรงว่าถึงตอนนั้นทางวิหารศักดิ์สิทธิ์หรือทางราชวงศ์ย่อมไม่อยู่นิ่งเฉยเป็นแน่

ภาพจากแว่นดำที่มองเห็นในความมืดเผยให้เห็นการเดินลาดตระเวนของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่มีการเดินลาดตระเวนตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยพวกเขาเป็นมนุษย์สัตว์ที่มีประสาทสัมผัสดีกว่ามนุษย์ไม่เพียงสามารถจำแนกกลิ่นของผู้บุกรุกได้เท่านั้นยังมีดวงตาที่มองเห็นในความมืดได้ดีกว่ามนุษย์ทั่วไปจึงเหมาะมากสำหรับหน่วยรักษาความปลอดภัย

เพราะเคยมีประสบการณ์เกือบจะพลาดท่าให้กับประสาทรับกลิ่นของมนุษย์สัตว์มาแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่เซรอสจะหาทางรับมือเอาไว้ล่วงหน้า สเปรย์ลบกลิ่นสาบและจำลองกลิ่นที่เป็นธรรมชาติที่สุดถูกฉีดพ่นใส่ตัว ของสิ่งนี้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลวงสัมผัสของมนุษย์สัตว์ได้ชั่วคราวยกเว้นว่าจะตั้งใจจำแนกกลิ่นอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามมนุษย์สัตว์เหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นมืออาชีพจึงมักจะมองข้ามเรื่องเล็กน้อยไปเปิดโอกาสให้เซรอสฉวยจังหวะดังกล่าวกระโดดปีนข้ามรั้วเข้าสู่เขตของคฤหาสน์ได้อย่างง่ายดาย

ภาพตำแหน่งความเคลื่อนไหวของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เดินลาดตระเวนอยู่ถูกถ่ายโดยโดรนล่องหนไร้เสียงที่บินตรวจตราอยู่เหนือคฤหาสน์ เป็นสิ่งที่เซรอสแอบติดตั้งเอาไว้เมื่อตอนที่มาเยือนคฤหาสน์ครั้งล่าสุด ซึ่งภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นผ่านมุมมองของแว่นตาช่วยให้สามารถหลบเลี่ยงและไปถึงตัวคฤหาสน์ได้อย่างเงียบเชียบ ประตูหน้าต่างนั้นถูกล็อกจากภายในแต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเซรอสที่แค่ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีก็ปลดล็อกกลอนผ่านเข้ามาทางห้องนอนสำหรับแขกได้

“สิบสามนาที สี่สิบสองวินาทีงั้นเหรอ”

เป็นตัวเลขบอกเวลาที่เห็นแล้วรู้สึกผิดคาดอยู่เหมือนกัน

จากที่ประเมินว่าจะสามารถลอบเร้นเข้ามาภายในคฤหาสน์ได้ก่อนเวลาสิบนาทีโดยไม่ถูกพบเจอ พอเห็นเวลาที่ใช้ไปแล้วก็ต้องยอมรับว่าการป้องกันของตระกูลเรเบียสค่อนข้างแน่นหนาเอาเรื่อง

มีเวลาอยู่ที่คฤหาสน์ที่ค่อนข้างจำกัดจึงต้องรีบทำภารกิจให้เสร็จ เซรอสจดจำแผนผังของคฤหาสน์ได้อย่างแม่นยำรวมไปถึงมีกล้องสอดแนมติดอยู่ตลอดทางเดินและไม่มีมุมกล้องให้หลบได้ ภาพจากกล้องสอดแนมเผยให้เห็นนอร์ร่าถือตะเกียงเดินตรวจตราตามห้องและประตูหน้าต่างเพื่อยืนยันความปลอดภัย โชคดีที่นอร์ร่าเพิ่งจะมาตรวจสอบห้องนี้ไปเมื่อประมาณสามนาทีก่อนจึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกพบเจอ

เหมือนจะไม่มีกล้องตัวไหนที่ทำงานผิดปกติ

สิ่งที่เซรอสต้องระมัดระวังมากที่สุดก็คงจะเป็น พลังโชค ของซาริ มันเป็นความสามารถพิเศษเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้ที่สามารถรับมือกับสุดยอดเทคโนโลยีขั้นสูงได้ ซึ่งการฝากฝังซาริไว้กับคาเรนไม่เพียงแค่ต้องการขอให้ช่วยสอนมารยาททางสังคมให้เท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์เพื่อหาวิธีการรับมือกับพลังโชคของซาริอีกด้วย และการที่ไม่พบว่ามีกล้องตัวไหนทำงานผิดพลาดจึงวางใจได้ระดับหนึ่ง

เดินออกมาจากห้องและรีบมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของคาเรนที่อยู่ชั้นสอง เพียงแต่ระหว่างที่ออกมานั้นมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อมีสาวใช้คนหนึ่งเปิดประตูเดินสวนออกมาและเป็นโชคดีที่ประตูนั้นบังเซรอสเปิดโอกาสให้เขาสามารถซ่อนตัวได้ทันท่วงที สาวใช้คนนั้นยังไม่ได้ไปไหนแต่กลับเลือกจะยืนคุยอยู่กับสาวใช้อีกหนึ่งคนอยู่นานสองนาน ถึงบทสนทนาจะเป็นเรื่องสัพเพเหระแต่เซรอสก็ยังอุตส่าห์เก็บรายละเอียดตามความเคยชิน จนกระทั่งผ่านไปเกือบหนึ่งนาทีสาวใช้ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกัน

รอจนแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยก็ทิ้งตัวลงมาจากเพดานให้เงียบที่สุด ตรวจสอบความเคลื่อนไหวจากกล้องสอดแนมก็เห็นว่านอร์ร่าที่เดินสวนกับสองสาวใช้คนนั้นกำลังจะมาตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งก็ตัดสินใจแง้มเปิดหน้าต่างและปีนออกไปข้างนอกแทน ถึงจะเสี่ยงต่อการเปิดเผยตัวตนแต่ก็สามารถไปถึงที่หมายได้เร็วที่สุด

แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเปิดเผยการมีอยู่ของนักฆ่าหนุ่ม ต่อให้อยากจะใช้เวทมนตร์อำพรางตัวตนสักแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้เพราะมันจะเป็นการทิ้งร่องรอยเวทมนตร์ให้ถูกตามสืบ โดยเฉพาะคนอย่างเบลูก้าที่พอจะมีความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์จะต้องรู้แน่ถ้ามีร่องรอยการใช้เวทมนตร์ในเขตคฤหาสน์ เลยจำใจต้องนำอุปกรณ์เบี่ยงเบนการหักเหของแสงมาใช้และทำให้ตนเองอยู่ในสภาพล่องหนก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของคาเรนที่อยู่ไม่ไกล

จากห้องทำงานของคาเรนนั้นสามารถมองเห็นบ้านอุปถัมภ์ได้อย่างชัดเจน ในทางกลับกันทางบ้านอุปถัมภ์ก็มองเห็นตัวคฤหาสน์ได้เช่นกัน หากช่วงเวลานั้นมีใครบางคนมองออกมาจากหน้าต่างฝั่งห้องนอนของเด็กผู้หญิงก็จะเห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดออกและปิดลงอย่างผิดธรรมชาติ ยังดีที่ว่านอร์ร่าคนนั้นมีนิสัยย้ำคิดย้ำทำการเปิดปิดหน้าต่างเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นสิ่งที่พบเห็นทุกวันจนคุ้นเคย ดังนั้นต่อให้มีคนเห็นก็อาจจะคิดว่าเป็นฝีมือของนอร์ร่าและไม่ติดใจสงสัยก็ได้

มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของคาเรนและพบว่ามีแสงไฟเล็ดรอดออกมาผ่านช่องประตู การชอบอยู่ทำงานจนดึกดื่นเป็นนิสัยเสียของคาเรน เรเบียสและเธอก็ไม่คิดที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ยิ่งหลังจากเซรอสพัฒนาไลท์สติ๊กที่ให้แสงสว่างดีกว่าตะเกียงการทำงานจนถึงดึกดื่นแทบจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว

ก๊อก! ก๊อก!

“เชิญค่ะ” เสียงจากภายในห้องตอบกลับมา

เซรอสเปิดประตูและเดินเข้าไปภายในห้องโดยไม่แม้แต่จะปกปิดตัวตน

คาเรน เรเบียสนั่งอ่านจดหมายสั่งซื้อสินค้าที่มีตราประทับของทางกองทัพก่อนจะหยิบบันทึกรายการสินค้าในโกดังมาตรวจสอบแล้วจากนั้นจึงเริ่มร่างเอกสารตอบกลับ ไม่จำเป็นต้องสอบถามก็พอจะเดาได้ว่าสินค้าที่ทางกองทัพต้องการน่าจะเป็นไลท์สติ๊กที่เริ่มมีการผลิตออกมาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ด้วยราคาที่ไม่แพงประกอบกับระยะการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนานจึงได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย ทั้งจากกองทัพ กิลด์นักผจญภัย รวมไปถึงทางราชวังที่ต้องการซื้อไปใช้งานภายใน

กิจการของกลุ่มการค้าเซเรนภายใต้การควบคุมดูแลของคาเรนนับวันก็ดูจะยิ่งเติบโตขึ้นจนสร้างความไม่พอใจให้กับทางบรรดาพ่อค้าที่ผูกขาดการค้าเพียงฝ่ายเดียว นั่นเพราะสินค้าของกลุ่มการค้าเซเรนล้วนเป็นของที่มีประสิทธิภาพ มีราคาถูกในระดับที่ชนชั้นรากหญ้าสามารถหาซื้อมาใช้งานได้ไม่ยากเย็น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนทำให้สินค้ากระจายออกไปสู่ตลาดได้ง่าย

กลุ่มการค้าทั้งหลายที่เสียผลประโยชน์ต่างก็พยายามหาช่องทางเพื่อสร้างความลำบากให้กับกลุ่มการค้าเซเรน พวกเขาหวังจะพึ่งพาอำนาจและเส้นสายเพื่อตัดช่องทางกระจายสินค้าแต่หารู้ไม่ว่าคนที่พวกเขากำลังต่อกรด้วยนั้นได้ชื่อว่าเป็นหญิงสาวที่มากไปด้วยสติปัญญา แม้ช่องทางการค้าส่วนหนึ่งจะถูกขัดขวางเอาไว้ได้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายช่องทางที่สามารถกระจายสินค้าได้โดยเฉพาะกับทางกิลด์นักผจญภัยที่จะได้ส่วนลดแบบพิเศษในฐานะตัวแทนจัดจำหน่าย ซึ่งพอเรื่องนี้ถูกเปิดเผยทำให้มีพ่อค้าจำนวนไม่น้อยรีบส่งจดหมายมาเพื่อขอเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายด้วยเช่นกัน

         คาเรนเสียบปากกาขนนกกลับแท่นและปิดผนึกจดหมายตอบกลับประทับครั่งให้เรียบร้อย

ปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนมองดูสถานการณ์ข้างนอกผ่านทางหน้าต่าง

         การที่คาเรนดูจะไม่ตกใจกับการปรากฏตัวของเซรอสนั่นก็เป็นเพราะทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจะมาที่นี่ในยามวิกาล ส่วนเหตุผลของการมานั้นไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดเลยยังไม่แน่ใจ บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลการจัดส่งสินค้าก็เป็นได้

         “ขออภัยที่ปล่อยให้รอค่ะ” คาเรนกล่าวทักทาย ลุกขึ้นและเดินไปที่ตู้เอกสารที่อยู่ข้างหลัง “ดิฉันคิดว่าคุณอาจจะมาช้ากว่านี้ แต่การที่เหตุการณ์ข้างนอกยังคงเป็นปกติก็ชัดเจนเลยว่าความปลอดภัยของตระกูลเรเบียสยังมีช่องโหว่อยู่”

         “ตรงกันข้ามเลยต่างหาก” เซรอสตอบ

         “อย่างนั้นเหรอคะ? ทั้งที่ดิฉันขอให้คุณเบลูก้ากับคุณนอร์ร่าช่วยยกระดับการป้องกันในคืนนี้เป็นกรณีพิเศษแท้ๆ”

“คิดจะทดสอบกันหรือยังไง?”

“ต้องขออภัยที่เสียมารยาทนะคะ แต่คิดว่าคุณเองก็คงจะทราบใช่ไหมคะว่าเมื่อไม่นานมานี้คุณเบลูก้าจับกุมสายลับที่แอบเข้ามาในตระกูลของดิฉันได้ หลังจากนั้นไม่กี่วันสายลับคนนั้นก็หายตัวไปจากคุกโดยที่ไม่มีใครบอกได้ว่าคนคนนั้นหายไปได้อย่างไร นั่นทำให้ดิฉันค่อนข้างเป็นกังวลมากค่ะว่าจะต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น แต่เพราะไม่ทราบเบื้องลึกเบื้องหลังเลยทำได้แค่ยกระดับความปลอดภัยซึ่งเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก”

คาเรนยกตะเกียงส่องไล่ไปสักพักก็หยิบเอาบันทึกการจัดส่งสินค้าออกมา ในบันทึกเล่มนั้นมีการลงรายละเอียดของสินค้าเอาไว้ครบถ้วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อของผู้สั่งซื้อและผู้รับสินค้าที่แม้จะเป็นคนละคนกันก็ยังมีบันทึกเอาไว้

“นี่เป็นบันทึกจัดส่งสินค้าที่คุณขอมาค่ะ”

เซรอสรับบันทึกมาเปิดดูและพลิกหน้ากระดาษอย่างฉับไว เขาจดจำรหัสสินค้าได้อย่างแม่นยำจึงไม่จำเป็นต้องอ่านรายละเอียดทั้งหมด พลิกไปเกือบสิบหน้ากระดาษก็พบข้อมูลที่ตนเองต้องการ

ตระกูลเอคแลนด์?

จำได้เลือนรางว่ามีข้อมูลของตระกูลนี้อยู่ในฐานข้อมูลที่ขโมยมาจากปราสาท หากความทรงจำของเซรอสไม่ผิดพลาดข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเอคแลนด์นั้นมีอยู่น้อยมากจนสรุปออกมาได้เพียงครึ่งหน้ากระดาษ อาจเพราะพวกเขายังไม่ได้มีผลงานที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอันนอกจากความสำเร็จเล็กน้อยของบุตรหลานที่พอจะมีประโยชน์ต่ออาณาจักรอยู่บ้าง ทว่าในด้านปกครองเขตกลับทำได้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

และเหตุผลที่เซรอสจำชื่อตระกูลนี้ได้ก็มาจากการที่ทางราชวงศ์เองก็เฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติมานานนับปีแล้ว

รู้แบบนี้แล้วการปิดบังความลับกับคาเรนต่อไปก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เธอเคลื่อนไหวผิดพลาดจนเข้าทางศัตรู ยังไม่แน่ใจว่าเป้าหมายของคนเหล่านั้นจะเป็นตัวคาเรนเองหรือต้องการแค่ทำลายกลุ่มการค้าเซเรนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่หากมันมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มอนสเตอร์โจมตีเมืองแล้วล่ะก็จะกลายเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องรอการสืบสวนทำให้การพิจารณาเลื่อนขั้นตระกูลเรเบียสอาจต้องรอไปอีกห้าปี

ในเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วเซรอสมองว่าคาเรนสมควรจะได้รับรู้เรื่องนี้เพื่อระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น

“เธอรู้อะไรเกี่ยวกับตระกูลเอคแลนด์บ้าง?”

“ตระกูลเอคแลนด์!?” คาเรนทำหน้าฉงนและตรึกตรองอยู่สักพักก่อนจะตอบ “เท่าที่ดิฉันพอจะทราบ ตระกูลเอคแลนด์มีฐานะค่อนข้างใกล้เคียงกับตระกูลเรเบียสอยู่พอสมควร บุตรชายทั้งสามของตระกูลเอคแลนด์ก็ล้วนมีพรสวรรค์ทางด้านเวทมนตร์แทบทั้งสิ้น บุตรคนโตได้รับตำแหน่งสำคัญในหน่วยกองพันเวทที่ขึ้นตรงกับสภาเวทมนตร์ บุตรคนรองหลังจากเรียนจบก็แต่งเข้าตระกูลอื่นแต่ก็ยังไปมาหาสู่กับตระกูลเดิมอยู่เสมอ ส่วนบุตรชายคนเล็กกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเวทมนตร์และจะจบการศึกษาในปีนี้ค่ะ”

“ไม่ทราบว่าตระกูลเอคแลนด์มีปัญหาอะไรหรือคะ?”

สาเหตุที่ถามแบบนั้นเพราะคาเรนจดจำลูกค้าของกลุ่มการค้าเซเรนได้ค่อนข้างแม่นยำ และในจำนวนลูกค้าเหล่านั้นก็มีเคยมีคนของตระกูลเอคแลนด์มาสั่งซื้อพวกอาหารแปรรูปเพื่อจะนำไปขายในเขตปกครองของตนเอง

“ถ้าอย่างนั้นเธอทราบหรือเปล่าว่าสินค้าของตระกูลเอคแลนด์ถูกปล้นน่ะ”

“สินค้าถูกปล้น? ดิฉันไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนะคะ ถึงจะเป็นความจริงที่ว่าหลังจากส่งมอบสินค้าทางเราจะให้อีกฝ่ายลงนามเพื่อรับสินค้า แต่ถ้าหากทางเราส่งมอบสินค้าให้กับผู้รับผิดคนจริงก็ต้องมีหนังสือร้องเรียนถูกส่งมาแต่ดิฉันกลับไม่ได้รับจดหมายใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยค่ะ”

“เป็นไปได้หรือไม่ที่หนังสือร้องเรียนจะถูกชิงไประหว่างนำส่ง”

เซรอสยังไม่รีบด่วนสรุปว่าตระกูลเอคแลนด์เป็นฝ่ายผิดจริง ยังมีความเป็นไปได้เหมือนกันที่ตระกูลเอคแลนด์เป็นผู้บริสุทธิ์ที่กลายเป็นตัวหมากสำคัญในการป้ายความผิดให้กับตระกูลเรเบียส

“ในกรณีนั้นทางตระกูลเอคแลนด์สามารถส่งหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานตรวจสอบของอาณาจักรเพื่อขอความช่วยเหลือได้ค่ะ แล้วหลังจากนั้นหน่วยงานตรวจสอบก็จะมีหนังสือถูกส่งมายังเมืองไรด์การ์ดเพื่อเรียกตัวดิฉันไปสอบถาม แต่ขั้นตอนนี้คงต้องใช้เวลาหลายวันซึ่งอาจจะประจวบเหมาะกับช่วงที่ดิฉันต้องเข้าร่วมประชุมขุนนางพอดิบพอดี หากลงเอยแบบนั้นตระกูลเรเบียสก็จะถูกตัดสิทธิ์การพิจารณาผลงานและถึงจะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีความผิดจริงแต่ก็ต้องรอให้ถึงการพิจารณาครั้งต่อไป”

คาเรนอาจดูตื่นตระหนกไปบ้างเพราะไม่คาดว่าตนเองจะถูกลอบเล่นงานก่อนการพิจารณาผลงาน ถึงจะเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือจนพลาดการเลื่อนขั้นมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่คิดว่าตระกูลเรเบียสจะมีวันที่ถูกเล่นงานด้วยเช่นกัน

ดูเหมือนว่าการจะอยู่รอดในสังคมขุนนางให้ได้จำเป็นจะต้องมีเส้นสายความสัมพันธ์กับหลายตระกูลให้มากหน่อย

“ไม่ทราบว่าคุณเซรอสรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ?” คาเรนถาม

แท็บเล็ตถูกยื่นส่งให้แทนคำตอบ มันเป็นภาพถ่ายของลังสินค้าที่พบเจอในฐานลับของกลุ่มคนลึกลับ

คาเรนมองดูภาพและหยิบบันทึกมาเปิดเทียบตัวเลขรหัสสินค้า เมื่อพบว่ารหัสสินค้านั้นตรงกันก็ค่อนข้างประหลาดใจมากทีเดียว

“ดิฉันรู้สึกแปลกใจมากที่คุณยังอุตส่าห์ไปพบเห็นสิ่งนี้ได้ทั้งที่เพิ่งจะมาถึงเมืองไรด์การ์ดได้ไม่กี่วัน แต่การที่พบว่ามีลังสินค้าของกลุ่มการค้าเซเรนอยู่ที่นั่นด้วยเท่ากับว่าพวกเราถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ร้ายบางอย่าง ดิฉันเกรงว่าเราไม่อาจมองข้ามเรื่องนี้ไปและรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ค่ะ ถึงตอนนั้นดิฉันกลัวว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังอาจมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อป้ายความผิดให้ตระกูลเรเบียสหรือกลุ่มการค้าเซเรน ถึงแม้เราจะใช้เรื่องเลขรหัสสินค้าแก้ต่างได้แต่ทางนั้นก็ยังมีประเด็นให้เล่นอีกมากโดยเฉพาะเรื่องที่ดิฉันหายตัวไปนานนับเดือนนั่นแหละค่ะ”

         เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่สามารถนำมาใช้เล่นงานตระกูลเรเบียสได้ แม้จะมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแต่สุดท้ายก็จะเป็นการเปิดเผยการมีอยู่ของดินแดนต้องสาปแทน คาเรนไม่ต้องการทรยศความเชื่อใจจึงไม่มีทางเปิดเผยเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด ทางเดียวที่จะสามารถแก้ต่างข้อกล่าวหาได้มีเพียงการนำตัวคนผิดมารับโทษเท่านั้น

         “เอาเป็นว่าฉันจะหาทางทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้เอง ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางเธอควรใช้รถม้าที่ฉันทำเอาไว้ให้ และพยายามอย่าวางใจในเมื่อตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เป้าหมายของอีกฝ่ายเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนนำของบางอย่างมาซุกซ่อนไว้ที่เขตของเธอเพื่อป้ายความผิด”

         เซรอสนำกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาเป็นภาพวาดตัวอย่างของวัตถุปริศนาที่ได้รับมาจากอินโนเซนเทียร์

         “ให้คนที่เธอไว้วางใจมากที่สุดตรวจสอบรอบคฤหาสน์เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่พบเจอกับสายลับควรค้นหาอย่างละเอียด ถ้าเธอพบสิ่งที่เหมือนกับในรูปวาดนี่ห้ามไปแตะต้องมันและรีบต่อสายตรงถึงฉันโดยด่วน”

         หญิงสาวรับภาพวาดวัตถุปริศนามาดูรายละเอียดครั้งหนึ่งก่อนถาม

         “สิ่งนี้คืออะไรเหรอคะ?”

         “ฉันเองก็ยังตอบอะไรไม่ได้มาก แต่ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ที่กำลังอาละวาดอยู่ตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับวัตถุปริศนาชิ้นนี้ เราจำเป็นต้องเผื่อความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายต้องการป้ายความผิดให้เธออยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้ามองว่าการทิ้งลังสินค้าของกลุ่มการค้าเซเรนไว้เป็นการชี้นำให้เกิดการตรวจสอบรอบคฤหาสน์ของเธอมันก็ดูจะมีความเป็นไปได้อยู่ใช่ไหมล่ะ”

         กร๊อบ!

         มีเสียงปริศนาดังขึ้นจากมุมห้อง ทันใดนั้นเซรอสก็เรียกมีดสั้นออกมาและเตรียมจะขว้างปาไปยังแหล่งที่มาของเสียง

         แต่ก่อนที่มีดจะหลุดออกจากมือนักฆ่าหนุ่มกลับรีบคว้าจับเอาไว้ได้ทันหลังพบว่าคนที่ทำเสียงนั่นเป็นใคร

         มนุษย์สัตว์กระต่ายขาวในชุดสาวใช้ของตระกูลเรเบียสกำลังทำหน้าเหม่อลอยและเคี้ยวกินแครอท

         “ซาริ!?” เซรอสพึมพำ รีบเก็บมีดสั้นอย่างรวดเร็ว

         “มาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

         มือสังหารหนุ่มรีบแตะปุ่มบนแว่นตาและไล่ดูภาพจากกล้องสอดแนมทุกตัวเพื่อหาดูว่ามีตัวไหนที่ทำงานผิดพลาด แต่กลับพบว่ากล้องสอดแนมทุกตัวนั้นยังคงทำงานเป็นปกติ นั่นหมายความว่าการปรากฏตัวของซาริไม่ใช่การซุกซนตามนิสัยแต่เธออยู่ในห้องทำงานแห่งนี้มาได้สักพักใหญ่แล้วนั่นเอง

         คาเรนเห็นปฏิกิริยาของเซรอสที่เกิดขึ้นเพียงแวบเดียวก็รู้สึกผิดคาดอยู่บ้าง แต่ก็พอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นเพราะก่อนหน้านี้เธอเองก็ยอมรับว่าตกใจอยู่เหมือนกันที่มารู้ตัวในภายหลังว่ามีมนุษย์กระต่ายขาวคนนี้อยู่ในห้องด้วย

         “เธออยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรกเลยค่ะ ดิฉันนึกว่าคุณเซรอสจะรู้ตัวอยู่ก่อนแล้วซะอีก”

         “ฉันไม่รู้ว่ามียายแสบนี่อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ” เซรอสยอมรับโดยดุษฎี

         สำหรับนักฆ่ามือพระกาฬแล้วนี่จะต้องเป็นความผิดพลาดที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต การที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่านอกจากคาเรนแล้วยังมีซาริอยู่ในห้องนี้ด้วยเป็นเรื่องที่ยากจะให้อภัย หากเปลี่ยนจากซาริเป็นนักฆ่าที่มีเป้าหมายในการสังหารคาเรนกว่าเซรอสจะรู้สึกตัวมันก็อาจจะสายเกินไป

         ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มุมมองที่เซรอสมีต่อซาริเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะให้มาฝึกฝนมารยาททางสังคมเพื่อที่จะได้ไม่ซุกซนเวลาทำภารกิจที่ต้องพบปะกับผู้คนต่างชนชั้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นการ ลบตัวตนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นศาสตร์ระดับสูงของมือสังหารที่ใช้ในการลบการคงอยู่ของตนเองแทนซะได้

         เห็นทีคงต้องถึงเวลาต้องยกระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ทั้งหมดซะล่ะมั้ง




ลำพังแค่พลังโชคก็ทำเอาระบบทั้งบ้านรวนจนวุ่นวายแล้ว

นี่ยังได้ทักษะลบตัวตนสมบูรณ์มาอีก...

บันเทิงกันล่ะงานนี้


ผมจะกลับไปเขียน Legend Online ต่อแล้วนะ ทิ้งค้างเอาไว้นานมากจนโดนด่าแล้วเนี่ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.345K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,178 ความคิดเห็น

  1. #16788 วายุจัง (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 17:52
    ซาริ เธออออ เธออออออ เงิบ
    #16,788
    0
  2. #16637 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 07:10

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,637
    0
  3. #16613 nunezzhu (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 09:57
    ในที่สุดซาริจะมีบทสำคัญแล้ววววว
    #16,613
    0
  4. #16529 Katana (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 22:56

    ผลจากการหนีหัวหน้าเมดมาซ่อนใช่ใหมเนี่ย



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 สิงหาคม 2563 / 22:57
    #16,529
    0
  5. #16526 CrowsFaTE (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:03
    last boss
    #16,526
    0
  6. #16503 Aatank (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 02:37
    อ่ะ. น้องนี่มันน่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ. ไม่ชอบต่อสู้ เเต่เเรงถีบสูงจนน่ากลัว เล่นซนไปเรื่อย เเต่ดันไปทำเรื่องป่วนไปทั้งโลก นี่มาฝึกความเรียบร้อย ดัน เรียบร้อยจนได้พลังลบตัวตนมา น้องงงงงงงง
    #16,503
    0
  7. #16460 มีสเตอร์A (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 21:53
    ขอบคุณสำหรับนิยายสนุกๆนะคะ
    #16,460
    0
  8. #16459 akazeyujin (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 23:39

    เป็นกระต่ายที่ดูไม่มีภัยอะไรแต่สกิลจัดว่าน่ากลัวอะ น้องซาริจะเป็นอะไรต่อไปอะลุ้นๆ
    #16,459
    0
  9. #16458 Ghostmaster_zero (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 15:49
    แพ้อย่างสมบูรณ์แบบเลยนะเซ
    #16,458
    0
  10. #16457 Fujisou (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 22:00
    ตกลงที่ฝากไว้ไม่ได้อะไรเลยสินะ เพราะหนีอย่างเดียวจนได้ทักษะใหม่ 555
    #16,457
    0
  11. #16456 soffaly019 (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 10:51

    สงสัยต้องยกเครื่องระบบใหม่หมดแน่เลยคราวนี้ เซรอส

    #16,456
    0
  12. #16455 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 09:54
    สำเร็จวิชาเพราะโชคช่วยด้วยใช่มั้ย ยัยแสบ 555 คิดถึงซาริจัง
    #16,455
    0
  13. #16454 wanpen725 (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 19:10
    อย่าลืมทางนี้เด้อไรท์
    #16,454
    0
  14. #16453 Ultimated (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 08:45

    ลบตัวตน Lv.Max (เพื่อไม่ต้องฝึกมารยาทกับนอร์ร่าสินะ ยัยตัวป่วน 😂)

    #16,453
    0
  15. #16451 เต่าน้อยอารมณ์ดี (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 22:36
    ยัยป่วนซาริคงลบตัวตนเพื่อหนีนอร์ร่าแน่ๆ 555555555
    #16,451
    0
  16. #16450 เอกเองครับ (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 15:46

    โห ซาริฝึกหลบนอรร์ร่าจนสำเร็จวิชาขั้นสูงเลยแฮะ หุหุ

    #16,450
    0
  17. #16449 cc_kun (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 15:10
    ซาาาาริ คิดถึงที่สุดเลยย
    #16,449
    0
  18. #16448 mummummi (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 17:19
    ซาริ ยัยตัวป่วนอัพเกรดความสามารถอีกแล้ว ขนาดเซรอสยังไม่รู้ตัวเลย สุดยอด
    #16,448
    0
  19. #16447 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 16:12
    ซาริop
    #16,447
    0
  20. #16446 tanagorn29 (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 15:04
    ซาริได้ผ่านการอัพเกรดแล้วน่ะเจ้าค่ะ อิอิอิ
    #16,446
    0
  21. #16438 l3etatest (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 01:03
    ผมรออ่านแค่เรื่องนี้แหละ
    #16,438
    0
  22. #16437 Uthai22 (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 14:44

    หึๆ สุดยอดซาน


    #16,437
    0
  23. #16436 Thank You (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 13:59

    ขอบคุณครับ

    #16,436
    0
  24. #16435 Ameba(ครับผม) (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 13:29
    ตกใจเสียงกินแครอทของซาริสินะเซรอท
    #16,435
    0
  25. #16434 ImagineSystem (จากตอนที่ 214)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 01:08
    จะให้พูดเป็นหลักการ คือซาริมาอยู่ที่นี่ จะต้องเจอกับนอร่าที่ไล่ตามหาเธอทั้งคฤหาสถ์ได้อย่างง่ายดาย ถ้าไม่ซ่อนตัวให้เก่งกว่าเดิม ก็จะถูกเจอ และกลับไปฝึกมารยาทกับนอร่าไงล่ะ นายบีบน้องซาริเองนะ..!!
    #16,434
    0