ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 216 : SS3 Episode Sixty-One : พรแห่งเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,027 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

SS3 Episode Sixty-One

 

         สิ่งมีชีวิตร่างสูงใหญ่สีดำกำลังนอนอิงแอบอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่โดยมีเศษซากของชิ้นเนื้อที่เริ่มเน่าแล้วห้อยติดอยู่ที่มุมปาก เท้าข้างหนึ่งที่ดูสกปรกโสโครกจากการเหยียบสิ่งปฏิกูลกับซากศพหย่อนแช่ลงไปในลำธารสายหนึ่งจนอิ่มน้ำและเปื่อยเป็นริ้ว

         คริมสัน โอเกอร์สายพันธุ์ใหม่กำลังนอนหลับอยู่ตรงนั้นหลังจากที่มันเพิ่งจะทำลายล้างหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

         ห่างออกไปไม่ไกลจากจุดนั้นมีความเคลื่อนไหวเล็กๆ กระจายกำลังเพื่อโอบล้อมปิดช่องทางไม่ให้เป้าหมายหลบหนีไปได้ พวกเขาทำงานกันค่อนข้างเงียบภายใต้การเฝ้าระวังของนักผจญภัยที่อาสารับหน้าที่ตรวจสอบทิศทางของลม ด้วยแผนการใหม่ที่แทรกเสริมขึ้นมาเพื่อรับประกันความสำเร็จจึงไม่แปลกที่ผู้ลงมือปฏิบัติงานจะรู้สึกกดดันตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกอัศวินทหารที่ไม่สามารถทำงานจุกจิกที่ต้องใช้ความละเอียดแบบนี้ได้กลายเป็นตัวเกะกะที่ทำประโยชน์อะไรแทบไม่ได้

         เหล่าทหารส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเรื่องเล็กน้อยอย่างการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลม แต่สำหรับนักผจญภัยแล้วสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อชีวิตอย่างมาก หลายครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่มีประสาทรับกลิ่นที่ดีเยี่ยมจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดที่จะประมาทและทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองอยู่เสมอ

         “กลิ่นนี่เหม็นมาก” เดลฟีโอน่าสำรวจชุดเกราะอัศวินที่ถูกโคลนสีดำผสมกับฝุ่นผงประหลาดป้ายทั้งด้านหน้าและหลังจนเละไปหมด กลิ่นที่ถูกผสมรวมกันก็เหมือนกับกลิ่นสาบโคลนกับอาจมกองใหญ่

         “อย่างน้อยก็ดีกว่าถูกจับได้ล่ะนะ” นักผจญภัยหนุ่มที่ติดตามมาด้วยกันกล่าวเนิบๆ

         อัศวินสาวกลอกตารอบหนึ่งและพยายามทำตัวให้คุ้นชินกับกลิ่นเหม็น จากนั้นก็มองดูการส่งสัญญาณมือสื่อสารกับเหล่านักผจญภัยทีมอื่นที่กระจายกันอยู่ในจุดต่างๆ ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเคลื่อนไหวกันอย่างคล่องแคล่ว นักผจญภัยผู้เชี่ยวชาญด้านธนูยิงเชือกส่งข้ามกันไปมาเพื่อทำเป็นกับดักเผื่อในกรณีที่เป้าหมายเลือกจะหลบหนี บางคนก็เริ่มผสมยาพิษลาไซน์และแจกจ่ายให้ทาลงบนอาวุธ อัศวินทหารที่อยู่ตามจุดต่างๆ มีความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ก็ช่วยกันสร้างอุปสรรคด้วยเวทมนตร์ทำเอาสูญเสียพลังกันไปไม่ใช่น้อย

         “ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราในตอนนี้คงทำได้เพียงแค่คอยสนับสนุนเท่านั้น สำหรับมอนสเตอร์แรงค์ S มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเปิดภูมิปัญญาจนมีความเฉลียวฉลาดกับสัญชาตญาณระดับหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราหรือทหารพวกนั้นห้ามเสียสมาธิโดยเด็ดขาด ในเมื่อพวกเราเสนอตัวรับภารกิจนี้มาแล้วแน่นอนว่าต้องมีการเตรียมใจกันล่วงหน้า”

         “คิดจะฆ่าตัวตายหรือยังไง?” เดลฟีโอน่าไม่ชอบใจนักที่เห็นนักผจญภัยส่วนใหญ่มักจะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งง่ายๆ

         “นี่ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์มองพวกเราเป็นพวกงี่เง่าไม่รักชีวิตเหรอ?” ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กับความคิดอันตื้นเขิน

         “มันมองได้เป็นแบบนี้เท่านั้น แผนการของพวกเจ้าดูเหมือนจะไปฆ่าตัวตายซะมากกว่า”

         “นี่แหละคือรสชาติของการผจญภัย และอีกอย่างพวกนั้นไม่คิดจะมาตายง่ายๆ ที่นี่อยู่แล้ว”

การจัดอันดับแรงค์ของกิลด์นักผจญภัยนั้นสำหรับบุคคลภายนอกอาจมองว่ายิ่งแรงค์สูงก็จะรับประกันความสามารถได้เป็นอย่างดี ถึงมันจะเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ผิดไปทั้งหมดซะทีเดียว แต่นักผจญภัยส่วนใหญ่ที่ต้องการอิสระในการทำงานก็เลือกจะรักษาแรงค์ให้อยู่ในกลุ่ม B ซะมากกว่า บางครั้งต่อให้เป็นแรงค์ C ก็มีความสามารถใกล้เคียงกับแรงค์ A ได้เหมือนกัน ส่วนสาเหตุที่พวกเขาไม่คิดจะเลื่อนขั้นให้สูงกว่านี้เพราะไม่อยากถูกเหนี่ยวรั้งภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดอิสรภาพ

ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้ที่คนทั่วไปจะมองว่าแรงค์ B ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรในสถานการณ์เช่นนี้

แสงจากกระจกเงาที่ส่องสะท้อนวิบวับเป็นสัญญาณเริ่มการโจมตี นักผจญภัยที่มีความคล่องตัวสูงกว่าพวกทหารพุ่งทะยานออกมาจากที่ซ่อนพร้อมกันรอบทิศทาง อาศัยจังหวะที่คริมสัน โอเกอร์ยังไม่รู้สึกตัวสร้างความได้เปรียบ ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้านี้หน้าที่ของนักผจญภัยคือการทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดความเคลื่อนไหวให้ได้นานที่สุด ส่วนเหล่าอัศวินทหารจะรับหน้าที่เป็นกองหนุนช่วยทำความเสียหายอีกที

         ประมาณสิบเมตรก่อนที่นักผจญภัยจะเข้าประชิดถึงตัวของคริมสัน โอเกอร์

         ร่างสูงใหญ่ที่นอนหลับอยู่นั้นพลันขยับแขนเหวี่ยงฟาดลงมาทำให้พวกนักผจญภัยที่อยู่ในระยะการโจมตีต้องกลิ้งหลบเป็นพัลวัน การตอบโต้ของมันเป็นเพียงสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง แต่นั่นก็ยังเทียบไม่ได้กับการที่ร่างสูงใหญ่นั้นเปิดเปลือกตาของมันขึ้นและกรอกตามองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะลุกขึ้นและคว้าเอาท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ตัวขึ้นมาเหวี่ยงฟาด

         ตูม!

         พื้นดินเบื้องหน้าของนักผจญภัยคนหนึ่งกลายเป็นบ่อหลุมแอ่งกระทะ สีหน้าของนักผจญภัยที่หวิดตายนั้นดูซีดมากแต่เขาก็ยังมีสติพอจะคว้าจับมือของใครบางคนที่ยื่นเข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

         “การเคลื่อนไหวนั่นมันเร็วมาก”

         “พละกำลังก็ดูจะร้ายกาจไม่เบา ขืนโดนฟาดสักครั้งได้ไปโลกหน้าแน่”

         “เปลี่ยนไปใช้แผนหยุดการเคลื่อนไหวรูปแบบที่สาม”

         ใครบางคนตะโกนขึ้นให้เปลี่ยนแผนหลังจากตรวจสอบความสามารถของคริมสัน โอเกอร์ได้บางส่วน

         จากประสบการณ์การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งและร้ายกาจในดันเจี้ยนทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเลือกแผนการโจมตีที่มีประสิทธิภาพกับมอนสเตอร์ตัวนั้นๆ ได้ โดยเฉพาะกับมอนสเตอร์สายพละกำลังที่มีความคล่องตัวสูงมาก ถึงแม้จะเทียบระดับความแข็งแกร่งกันไม่ได้เลยก็ตาม แต่วิธีการนี้เหมาะที่จะใช้รับมือในสถานการณ์แบบนี้เป็นที่สุด

         การปรับเปลี่ยนแผนการของนักผจญภัยไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดเดาสักเท่าไหร่ พวกเขามีการพูดคุยซักซ้อมกันก่อนหน้านี้แล้วก็เพื่อไม่ให้มีใครเคลื่อนไหวออกนอกแผนที่อาจนำมาซึ่งความผิดพลาดได้ แผนหยุดการเคลื่อนไหวรูปแบบที่สามจำเป็นจะต้องให้ทหารอัศวินเข้ามามีบทบาทช่วยในทันที ลำพังเพียงความสามารถของนักผจญภัยแรงค์ B ตอนนี้แค่พยายามเข้าถึงตัวของคริมสัน โอเกอร์ให้ได้ก็เต็มกลืนแล้ว การให้ทหารอัศวินเข้ามาช่วยก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น

         สิ้นเสียงประกาศเปลี่ยนแผนได้ไม่นาน ทหารอัศวินทั้งกองที่ซ่อนตัวอยู่รอทำตามคำสั่งก็วิ่งกรูกันออกมาอย่างเป็นระเบียบแบบแผน แรงกดดันของทหารอัศวินที่ปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้คริมสัน โอเกอร์ตื่นตัวอย่างมาก มันขู่แยกเขี้ยวและคำรามเพื่อแสดงความน่าเกรงขามของมันออกมาท้าทายตามสัญชาตญาณ ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถขัดขวางความมุ่งมั่นของทหารอัศวินได้และทำได้เพียงขยับตัวถอยห่างไปเล็กน้อย

         “แค่การตั้งแถวของทหารทำได้ถึงขนาดนี้เลยอย่างงั้นเหรอ?” เดลฟีโอน่าประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

         “นักผจญภัยจำเป็นจะต้องศึกษาเกี่ยวกับมอนสเตอร์ให้มากและคิดกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบอยู่เสมอ ความสามารถที่ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยบางครั้งก็มีประโยชน์ในสถานการณ์ที่จำเป็นเหมือนอย่างเวลานี้”

         โอเกอร์เป็นมอนสเตอร์ประเภทนักรบคล้ายกับออร์คจึงเป็นธรรมชาติของมันที่จะมีปฏิกิริยากับสิ่งที่ดูจะเป็น ภัยคุกคาม อยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ถูกตัดสินโดยสัญชาตญาณว่าเป็นภัยคุกคามมันไม่มีทางที่จะหลบหนีไปไหนอย่างเด็ดขาด และต้องการจะต่อสู้ท้าทายเพื่อแสดงให้ให้ถึงความแข็งแกร่งของมัน

         “ถ้าเช่นนั้นก็สมควรเป็นข้ามากกว่า” เดลฟีโอน่าพูด

         “การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้มีเกียรติยศเป็นเดิมพัน หากท่านอัศวินแสดงตัวและเลือกจะสู่ตัวต่อตัวกับเจ้านั่น แน่ใจหรือว่าจะสามารถเอาชนะได้ในสภาพที่อ่อนแรงแบบนั้นได้น่ะ” นักผจญภัยหนุ่มถาม บางครั้งเขาก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับการที่ต้องมาประสานงานกับพวกอัศวินที่ชอบอ้างเรื่องเกียรติยศกับศักดิ์ศรีแต่พอถึงเวลาจริงก็แอบใช้วิธีการสกปรกอยู่เสมอ

         เดลฟีโอน่าคิดตามและค่อนข้างเห็นด้วยกับสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวมา ถึงแม้ว่าเวทมนตร์ ร่างศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพร่างกายให้ก้าวข้ามขอบเขตของมนุษย์หลายสิบเท่า ถึงอย่างนั้นเวทมนตร์นี้ก็มีขีดจำกัดของมันที่กินเรี่ยวแรงอย่างมหาศาล มันจึงถือเป็นไพ่ตายที่เอาไว้ใช้ในสงครามหรือการต่อสู้ที่มั่นใจว่าจะสังหารเป้าหมายลงได้เท่านั้น แน่นอนความลับนี้ไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาสู่สาธารณชนเพราะเป็นความต้องการของทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่อยากจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเป็นการ อวยพร ของพระเจ้าซะมากกว่า

         มองดูการต่อสู้ที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความอันตรายของมอนสเตอร์ สำหรับอัศวินที่มีหน้าที่รักษาประเทศจากการรุกรานของปีศาจหรืออาณาจักรข้างเคียง การปะทะกับมอนสเตอร์ที่มีความอันตรายระดับแรงค์ S ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก เดลฟีโอน่าพบว่าการเคลื่อนไหวของทหารอัศวินที่มีแบบแผนมากเกินไปแม้ว่ามันจะดูแข็งแกร่งมากเมื่อต้องปะทะกับมนุษย์หรือพวกกองทัพปีศาจ แต่กับพวกมอนสเตอร์แล้วมันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากเบี่ยงเบนความสนใจ

         ต่างกับการเคลื่อนไหวของนักผจญภัยที่ค่อนข้างเป็นอิสระทว่ากลับไม่มีการขัดขวางกันเองแม้แต่น้อย พวกเขามีการสื่อสารเป็นคำพูดสั้นๆ เช่น เปลี่ยน หรือ หลบและนักผจญภัยที่อยู่ในระยะดังกล่าวจะทราบความหมายว่าต้องทำอะไรต่อ มันเป็นการทำงานร่วมกันในระดับต่อให้เป็นกองทัพที่ผ่านการฝึกปรือมาหลายเดือนก็ยังมีประสิทธิภาพไม่เทียบเท่า

         นักผจญภัยร่างสูงใหญ่แบกขวานเล่มโตวิ่งเข้ามาโดยอาศัยจังหวะที่คริมสัน โอเกอร์โจมตีไปแล้วบุกเข้าประชิดพร้อมเหวี่ยงขวานฟาดใส่น่องขาหวังว่าจะทำความเสียหายได้บ้าง ทว่าคมขวานที่ผ่านการลับคมจากช่างตีเหล็กมากฝีมือทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนเล็กๆ แก่ผิวหนังของมันเท่านั้น พอได้เห็นแบบนี้ก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

         “ผิวหนามาก ฟันแทบจะไม่เข้าเลย”

         “คริมสัน โอเกอร์เป็นระดับแรงค์ S เชียวนะ อาวุธธรรมดาที่ขายตามร้านแบบนี้คงไม่ไหวหรอก”

         “ถ้าเป็นศาสตราเหล็กกล้าน่าจะพอมีความหวังอยู่บ้างหรอก”

         อาวุธที่ดีที่สุดของนักผจญภัยในเวลานี้ทำมาจากโลหะที่เรียกว่า เหล็กกล้า คุณภาพของมันก็ไม่นับว่าแย่นัก โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่ปีก่อนมีคนนำแผ่นเหล็กกล้าบริสุทธิ์มากมาขายและอาวุธที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัสดุดังกล่าวก็กลายเป็นของระดับสูงมาก ด้วยราคาที่สูงเกินเอื้อมทำให้มีนักผจญภัยเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถซื้อมาไว้ในครอบครองได้ ส่วนที่เหลือก็ถูกซื้อไปโดยตระกูลขุนนางที่ต้องการอาวุธไว้สำหรับบุตรหลานของพวกเขา

         นอกจากนี้ก็ยังมีสุดยอดอาวุธอย่าง ศาสตราเวท ที่สร้างขึ้นโดยใช้ผลึกเวทมนตร์จากมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน ผ่านการเล่นแร่แปรธาตุเพื่อสร้างเป็นอาวุธเวทมนตร์ขึ้นมา แม้จะยังเทียบไม่ได้กับศาสตราวุธที่สร้างจากโลหะเวทในตำนานอย่าง โฮริฮารูก้อน ที่ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์มีไว้ในครอบครอง แต่ก็นับได้ว่ามีอานุภาพร้ายกาจมากทีเดียว

         การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปและทวีความดุเดือดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เนื่องจากพื้นที่ต่อสู้ถูกควบคุมเอาไว้เป็นอย่างดีทำให้ความเสียหายไม่ได้กว้างอย่างที่คิด มีบ้างที่มันพยายามกระโดดข้ามลำธารสายเล็กและหนีเข้าป่าแต่ที่นั่นมีกำแพงดินถูกสร้างขึ้นปิดทางเอาไว้พร้อมกับทหารกองเสริมที่ถือหอกตั้งโล่ทำให้มันจำเป็นต้องถอยกลับไปปะทะกับหน่วยต่อสู้ที่อยู่ด้านหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้

         “ว่าแต่เจ้าไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือพรรคพวกหรอกหรือยังไง?” อัศวินสาวถาม หลังจากที่สังเกตเห็นว่านักผจญภัยหนุ่มคนนี้ไม่มีท่าทีว่าจะเข้าไปช่วยเหลือทุกคนในการต่อสู้

         “ไม่มีนักผจญภัยกลุ่มใหญ่ที่ไหนบุกโจมตีพร้อมกัน พวกเราจำเป็นต้องสับเปลี่ยนหน้าที่กันเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งได้มีโอกาสหยุดพักหายใจกับฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บ พวกเขาสามารถต่อสู้ได้ราวสิบนาทีจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของพวกเรานั่นยังไงล่ะ เริ่มมีคนขอสลับหน้าที่กันแล้ว” พูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางนักผจญภัยคู่หนึ่งที่เพิ่งจะเปลี่ยนตัวกันลงไปต่อสู้

         “อย่างนี้นี่เอง” เดลฟีโอน่าเริ่มเข้าใจรูปแบบการทำงานของนักผจญภัยมากขึ้น

         “ว่าแต่ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้สังเกตบ้างหรือเปล่า ดูเหมือนว่าลวดลายบนตัวของคริมสัน โอเกอร์จะดูเข้มขึ้นผิดปกติ”

         หน้าที่ของชายหนุ่มคนนี้คือการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้แน่ใจว่าสถานการณ์อยู่ในความควบคุม เขาพยายามเฝ้าสังเกตและประเมินความสามารถของคริมสัน โอเกอร์อยู่ตลอดเวลา หากมีบางสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นและไม่อาจรับมือต่อไปไหวก็มีแต่จะต้องสั่งให้ทุกคนถอนกำลังและรอกำลังเสริมที่กิลด์นักผจญภัยพยายามเร่งรวบรวมมาสมทบอีกในภายหลัง

         “จะว่าไปแล้วก็จริง ลวดลายนั่นดูเหมือนจะขยับได้ด้วย”

         “จะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ควินซ์บอกมาหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ ทางที่ดีควรระมัดระวังเอาไว้สักหน่อยจะดีกว่า”

         จากนั้นชายหนุ่มก็เป่าปากเป็นเสียงหวีดแหลมสองครั้งเพื่อบอกให้ทุกคนระมัดระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น นั่นทำให้การเคลื่อนไหวของพวกนักผจญภัยเปลี่ยนไปไม่ได้บุกเข้าโจมตีเหมือนอย่างเคย ทว่าเป้าหมายของพวกเขาที่ต้องการตัดกำลังยังคงเหมือนเดิมและเลือกที่จะโจมตีไปยังแขนขวายังจุดเดิมซ้ำๆ จนมันไม่สามารถถืออาวุธได้อีก

         “แขนมันไม่มีแรงแล้ว อย่างน้อยก็ต้องเล่นแขนมันให้ได้สักข้างหนึ่ง”

         “ทางนี้เตรียมเชือกเรียบร้อยแล้ว นับสามแล้วไปพร้อมกันเลย สามสองหนึ่ง

         นักผจญภัยคนหนึ่งโหนตัวลงมาจากต้นไม้พร้อมกับเชือกเส้นหนึ่งที่ค่อนข้างเหนียวมาก เขาโหนตัวอ้อมด้านหน้าของคริมสัน โอเกอร์ที่พยายามจะฟาดฝ่ามือตบจนกระเด็นหากไม่ใช่ว่านักผจญภัยผู้ใช้เวทมนตร์ยิ่งระเบิดน้ำออกมาเบี่ยงวิถีให้ ปลายทางนั้นมีทหารอัศวินกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันดึงกระชากเชือกเส้นนั้นเพื่อรั้งตัวของคริมสัน โอเกอร์และทำให้ล้มก้นจ้ำเบ้า

         ชายร่างใหญ่ที่เคยใช้ขวานเปลี่ยนมาถือค้อนตะลุมพุกที่ฝังตะปูดอกใหญ่เคลือบพิษของลาไซน์ชนิดเข้มข้น เขาวิ่งเข้าไปหาคริมสัน โอเกอร์และเหวี่ยงค้อนตะลุมพุกทุบใส่แขนขวาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

         โฮก!!!

         คริมสัน โอเกอร์คำรามอย่างเจ็บปวดและดวงตาของมันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

         และถ้าหากสังเกตให้ดีจะพบว่าลวดลายบนตัวของคริมสัน โอเกอร์กำลังเคลื่อนไหวอยู่

         “มันกำลังจะคลั่งแล้ว”

         “ปล่อยเชือก พวกเราสู้แรงมันไม่ไหว”

         ถึงจะมีคำเตือนจากนักผจญภัยแต่พวกทหารก็ไม่สามารถตอบสนองต่อคำสั่งนั้นได้เพราะเสียงคำถามของคริมสัน โอเกอร์ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัว รู้สึกตัวอีกทีก็เป็นตอนที่ร่างของทหารนับสิบนายถูกเหวี่ยงกระชากไปกระแทกกับพื้นจนบาดเจ็บ

         “สัมผัสแบบนี้มัน!?” เดลฟีโอน่าตกใจ

         “เวทมนตร์” ชายหนุ่มนักผจญภัยพึมพำ

         “แบบนี้ไม่ดีแน่”

         “รอเดี๋ยว!

         ชายหนุ่มพยายามจะรั้งตัวของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เพื่อดูสถานการณ์ไปก่อน แต่เขาประเมินความใจร้อนของอีกฝ่ายพลาดไปเพราะยังไม่ทันจะได้พูดออกมา ร่างของอัศวินสาวก็พุ่งทะยานออกไปไกลเกือบยี่สิบเมตรในชั่วพริบตา

         หมัดซ้ายของคริมสัน โอเกอร์ที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทมนตร์ลึกลับถูกปล่อยออกมาโจมตีใส่นักผจญภัยคนหนึ่งที่ไม่อาจหลบหนีได้ทัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงส่งสายตาล่ำลาพรรคพวกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะใช้การโจมตีแบบพลีชีพ อย่างน้อยก่อนตายก็อยากจะทิ้งความได้เปรียบไว้ให้กับพรรคพวกสักหน่อย

         ตูม!!!

         !?”

         แต่ดูเหมือนว่าชะตาของเขาจะยังไม่ถึงฆาต เมื่อปรากฏร่างของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เข้ามารับการโจมตีเอาไว้ในสภาพที่ร่างกายของเธอเปล่งพลังเวทมนตร์ออกมาเป็นพายุรอบตัว เส้นผมที่ปลิวสยายอยู่เวลานี้เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นสีขาวและเปล่งรัศมีสีทองออกมา

         ร่างศักดิ์สิทธิ์

         สุดยอดเวทมนตร์เสริมศักยภาพร่างกายที่เป็นเวทมนตร์เฉพาะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์

         “หลบไปก่อน”

         เห็นว่านักผจญภัยถอยกลับไปแล้วเดลฟีโอน่าก็จับจ้องมอนสเตอร์ที่อยู่เบื้องหน้าของตนเอง แรงกดดันของเธอมีมากพอที่จะกระตุ้นสัญชาตญาณของอีกฝ่ายให้เลือกเธอเป็นเป้าหมายได้ดีที่สุด ระหว่างนั้นก็ยังแบ่งสมาธิตรวจสอบทหารที่อยู่ในตำแหน่งอันตรายทั้งหมดก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อไล่ต้อนอีกฝ่ายให้อยู่ห่างจากผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอ

         และเหมือนว่าทหารเหล่านั้นจะเข้าใจเจตนาของเดลฟีโอน่าเป็นอย่างดีจึงรีบให้ความช่วยเหลือทุกคนออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย บางคนบาดเจ็บสาหัสและต้องได้รับการรักษาโดยด่วน เดือดร้อนนักผจญภัยที่พอจะมีสมุนไพรรักษาต้องรีบเข้ามาช่วยเหลือ

         ร่างศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เดลฟีโอน่าเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหนือมนุษย์ก็จริง แต่เมื่อพบว่าคริมสัน โอเกอร์สามารถขยับตัวไล่ตามความเร็วของเธอได้ระดับหนึ่งก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น จากที่สังเกตพบว่ามันสามารถมองตามความเร็วได้และโจมตีสวนกลับได้ทันท่วงที ด้านความเร็วดูเหมือนว่าเดลฟีโอน่าจะเหนือกว่าในระดับหนึ่ง แต่ในด้านพละกำลังกับการป้องกันนับว่ามันเหนือกว่ามาก

         ความจริงแล้วเดลฟีโอน่ายังสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วกว่านี้ ทว่าอุปสรรคที่เรียกว่า กำแพงเสียง เป็นสิ่งที่มีผลสะท้อนกลับรุนแรงมาก ถ้าไม่มั่นใจว่าจะเผด็จศึกได้ในการโจมตีครั้งเดียวก็ไม่ควรเสี่ยงใช้มัน สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในตอนนี้คือการทำความเสียหายทีละน้อยจนกว่าพิษของลาไซน์จะออกฤทธิ์

         คงเพราะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ทำให้เดลฟีโอน่าไม่ได้สังเกตเลยว่าลวดลายบนร่างกายของคริมสัน โอเกอร์เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกาย พลังเวทมนตร์ที่แผ่ออกมาเริ่มปกคลุมไปทั่วร่างทีละน้อย ตามมาด้วยการเคลื่อนไหวที่เริ่มดีขึ้นจากที่แค่ทำได้เพียงขยับตัวป้องกันการโจมตี กลายมาเป็นการเคลื่อนไหวไล่ตามความเร็วของเธอได้มากยิ่งขึ้น

         มาถึงจุดนี้เดลฟีโอน่าเริ่มมองออกแล้วว่าความแข็งแกร่งของคริมสัน โอเกอร์ที่กลายพันธุ์ตัวนี้สามารถพัฒนาตัวเองได้ในระหว่างต่อสู้

         มิหนำซ้ำพลังเวทมนตร์สีดำที่คลุมทั่วร่างประหนึ่งเสื้อคลุมก็มีส่วนที่คล้ายคลึงกับเวทมนตร์ ร่างศักดิ์สิทธิ์ ที่เธอกำลังใช้อยู่

         นี่น่ะเหรอ ความสามารถของพรแห่งเทพ เดลฟีโอน่าคิด

        



วันนี้ผมจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด คงไม่ได้เอาโน้ตบุ๊กไปด้วย

เพราะถึงเอาไปแต่ที่บ้านก็ไม่มีอินเตอเน็ตอยู่แล้ว

แต่จะพยายามลองพิมพ์ในมือถือดู จะลำบากตรงการจัดหน้ากระดาษเวลาอัพนิยายเนี่ยแหละ


ปล. กิมมิกของยายซาริที่นึกได้ คือ กระต่ายกับลังส้ม

ลองจินตนาการถึงฉากต่อสู้เพื่อแย่งชิงของกันอย่างดุเดือด และจบลงที่มีกระต่ายในลังส้มคลานไปหยิบของนั่นมาโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวสิ จะป่วนและแสบสันแค่ไหน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.027K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,178 ความคิดเห็น

  1. #16640 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 15:39

    สนุกมากเลยค่ะ ชอบมากๆ
    #16,640
    2
    • #16640-1 Blue Soul(จากตอนที่ 216)
      10 ตุลาคม 2563 / 15:39
      สนุกมากจริงเหรอคะ?
      #16640-1
  2. #16524 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 11:31

    ขอบคุณครับ

    #16,524
    0
  3. #16523 Mixzasaza14964 (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 08:39
    หรือคริมสันโอเกอร์เป็นเซรอสใช้เวทสร้างมาหว่า
    #16,523
    0
  4. #16522 shadow00 (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:38

    เมื่อไหร่ เลเจ้น จะจบครับ

    #16,522
    0
  5. #16521 newkingdom (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 19:59
    ขอบคุณครับ
    #16,521
    0
  6. #16520 AuzSnow (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 18:59

    ซาริ เป็นประเภทไม่ต้องพยายามอะไรมากก็มีความสามารถและดวงอันเหลือล้น ส่วน ฟราน จะเป็นประเภทที่ต้องพยายามอย่างมาก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้วยตนเอง แต่บ่อยครั้งที่ดวงมักไม่เข้าข้าง ทำเอาลำบากอยู่บ่อยๆ

    เซรอสอ่ะเหรอ ดวงกรรมกรชัดๆ มันสโลไลฟ์ตรงไหน?

    #16,520
    1
    • #16520-1 eeyballaL(จากตอนที่ 216)
      12 สิงหาคม 2563 / 22:11
      ชอบความเห็นนี้อ่ะ5555555
      #16520-1
  7. #16519 Rhythm (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 17:44
    หรือถ้าไม่ใช่ควินซ์ก็อาจเป็นชายเมาในวงเหล้าที่ไปเล่าเรื่องพรด้วยก็ได้555555 แล้วที่จริงเป็นนักเวทในชุดคลุม
    #16,519
    0
  8. #16518 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:24
    ซาริ ศิษย์ ลุงงู
    #16,518
    0
  9. #16517 นักอ่านสายขาว (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:22
    คนที่ประสานงาน ใช่แน่ๆ
    #16,517
    0
  10. #16516 rocktoon555 (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 12:19
    มันค้างซะเหลือเกินนน
    #16,516
    0
  11. #16515 tomtamninja (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 12:05
    ขอบคุณมากเลยครับผม
    #16,515
    0
  12. #16514 Thank You (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 12:05

    ขอบคุณครับ

    #16,514
    0
  13. #16513 MozartTx (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 11:40
    ซาริ หลังๆมา เนื้อเรื่องมันไม่เอื้อให้นางมีบทออกมาได้เลย คิดถึงความป่วนของซาริ
    #16,513
    1
    • #16513-1 Blue Soul(จากตอนที่ 216)
      12 สิงหาคม 2563 / 11:41
      เดี๋ยวได้มีบทจนรู้สึกรำคาญเลยล่ะ
      #16513-1
  14. #16512 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 10:59
    ต้องขอยอมรับเลยว่าภาพแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวหลังเห็นชื่อตอนคือภาพพี่เนตร 555555555
    #16,512
    0
  15. #16511 Blue Soul (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 10:47
    ถึงตอนนี้มีใครจำได้บ้างว่าเซรอสได้พลังอะไรมาจากพระเจ้า...ที่ผ่านมาเหมือนจะใช้ฝีมือของตัวเองมากกว่าพลังโกงซะอีก
    #16,511
    8
    • #16511-5 Blue Soul(จากตอนที่ 216)
      12 สิงหาคม 2563 / 10:55
      ใจเย็นพี่ชาย
      #16511-5
    • #16511-7 rocktoon555(จากตอนที่ 216)
      12 สิงหาคม 2563 / 12:27
      รึพรข้อ2หว่าแสกนเจอไอเทมบนตัวโอเกอร์กันนะ
      #16511-7
  16. #16510 chayen1243 (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 10:36
    5555อ่านเรื่องมาตั้งนานเจอช็อตคัทเจื่องซาริลืมความเจ้มจ้นของเรื่องที่อ่านมาไปทันที
    #16,510
    0
  17. #16509 Fikusa (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 08:44
    โซลิดซาริ!!
    #16,509
    0
  18. #16508 [chen] (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 08:36
    อิมเมจในหัวตอนนี้ซาริคือ Usada pekoraของ hololiveอะ เพราะตอนนีัเองก็ฝึกมารยาทอยู่เลยอาจจะมีซีนแบบลูกคุณหนูมาบ้าง555+ // มโนไปเรื่อย~
    #16,508
    1
    • #16508-1 7uo5ken(จากตอนที่ 216)
      12 สิงหาคม 2563 / 09:34
      โอ้..มีคนที่คิดเหมือนกันด้วย ตอนนี้อิมเมจของซาริ เปลี่ยนเป็น pekora แล้ว เข้ากันดีด้วย
      #16508-1
  19. #16507 Brian-Oconnor (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 06:57
    ยิ่งอ่านยิ่งเหนื่อย
    #16,507
    0
  20. #16506 NessZero (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 04:28
    เซรอส ปลอมตัวอยู่ในกลุ่มและแอบสอนไปด้วยสินะ
    #16,506
    0
  21. #16505 ยักษ์แดง (จากตอนที่ 216)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 03:49
    ซ่อนในลัง ทายาทลุงงูเรอะ!!!!
    #16,505
    0