ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 209 : SS3 Episode Fifty-Four : แช่น้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,381 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

SS3 Episode Fifty-Four

 

         เขตปกครองของตระกูลเรเบียสดูจะไม่ได้รับผลกระทบเท่าที่ควรจะเป็น นับว่าคาเรนวางรากฐานระบบการดูแลไว้ค่อนข้างดีมากทีเดียวเพราะมันช่วยให้คนงานในเขตปกครองสามารถดำรงชีวิตอยู่กันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกมากนัก ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเซรอสที่ช่วยสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างเช่นบ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งเหือด เรือนเพาะชำ กับเล้าไก่ที่แสนวิเศษทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมากและยังสามารถนำเงินส่วนนั้นไปลงทุนกับธุรกิจใหม่ได้อีกด้วย

         เบลูก้าคนนั้นทำหน้าที่เป็นตัวแทนคาเรนในการพัฒนาเขตปกครองได้ดีมาก สังเกตได้จากกำแพงอิฐติดลูกกรงสูงประมาณสองเมตรครึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงอาณาเขตของตระกูลเรเบียสที่ทำเสร็จเป็นที่เรียบร้อย บริเวณหน้าประตูก็มีบ้านพักผู้ดูแลถูกสร้างขึ้นไว้ให้ผู้เฝ้าประตูได้พักผ่อนหลบแดดหลบฝน การเอาใจใส่ลูกน้องใต้บังคับบัญชาเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของคาเรนทำให้น้อยมากที่จะมีคนเห็นแก่เงินและยอมทรยศเธอ บรรดาสาวใช้ในคฤหาสน์เป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

         เกวียนรถม้าหยุดจอดลงที่หน้าทางเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลเรเบียส ตัวคฤหาสน์ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่ในช่วงที่คาเรนไม่ได้พักอาศัยจนสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนแม้จะมองเพียงผ่านๆ สวนดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้ตลอดทางคงเป็นผลงานของเหล่าแม่บ้านและคนสวนช่วยกันดูแลและตัดแต่งมันเป็นพุ่มสวยทำให้ทัศนียภาพรอบคฤหาสน์ดูสบายตามากขึ้น นอกจากนี้บ้านอุปถัมภ์ก็ได้รับการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยเพื่อจัดทำห้องเรียนและพื้นที่สำหรับฝึกซ้อมอาวุธ

         “ยินดีต้อนรับกลับครับ/ค่ะ ท่านหญิง”

         ขบวนแถวต้อนรับของบรรดาคนรับใช้ประจำคฤหาสน์ทำเอาวาคาบะที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ถึงกับตกใจอยู่ไม่น้อย เคยจินตนาการถึงสถานะทางสังคมของคาเรนมาบ้างแล้วแต่เอาเข้าจริงก็ไม่คิดเลยว่าตนเองจะประเมินผู้หญิงคนนี้ต่ำเกินไป คงเพราะภาพลักษณ์เกี่ยวกับขุนนางที่พอจะนึกออกล้วนได้รับอิทธิพลมาจากมังงะกับไลท์โนเวลแทบทั้งสิ้น

         “รบกวนช่วยจัดเตรียมห้องพักให้พวกเขาด้วยนะคะ”

         “ทราบแล้วค่ะ” หัวหน้าแม่บ้านนอร์ร่าตอบรับและช่วยถือกระเป๋าสัมภาระให้

         ขณะที่จะเดินเข้าสู่ตัวคฤหาสน์นั้นซาริที่เห็นเด็กจากบ้านอุปถัมภ์กำลังช่วยกันทำงานกันอยู่ที่ลานกว้างก็อาศัยโอกาสที่หลายคนกำลังเผอเรอวิ่งแจ้นออกไปและเกือบจะทำได้สำเร็จถ้าไม่ใช่ว่าถูกเซรอสจับหิ้วจนตัวลอยซะก่อน

         “จะไปไหนยายตัวแสบ”

         “อยากไปเล่นเจ้าค่ะ”

         “ถ้าฉันปล่อยให้เธอไปเล่นตอนนี้รับรองเลยว่าเด็กพวกนั้นจะเสียระเบียบวินัยแน่”

         ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสอนให้เด็กกำพร้าเหล่านั้นจะมีระเบียบวินัยกับความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง หากปล่อยให้ซาริออกไปเล่นกับเด็กพวกนั้นเกรงว่าจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี เชื่อว่าสาวใช้ที่คอยฝึกสอนมารยาทและระเบียบวินัยให้คงไม่กล้าที่จะมาคัดค้านแขกคนสำคัญของคาเรนเป็นแน่ คิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่ซาริควรจะได้รับการฝึกเรื่องระเบียบวินัยสักที

         “พอจะมีคนที่สามารถสอนระเบียบวินัยให้ยายตัวแสบนี่ได้บ้างหรือเปล่า”

         “หากคุณเซรอสมอบอำนาจเต็มที่ในการลงโทษให้กับผู้ฝึกสอน ดิฉันคิดว่าคงมีคนพร้อมจะให้ความช่วยเหลืออยู่นะคะ” คาเรนตระหนักถึงความซุกซนของซาริได้เป็นอย่างดีและเห็นสมควรว่าจะต้องฝึกระเบียบวินัยให้สักหน่อย

         “คิดว่าทำได้หรือเปล่าคะคุณนอร์ร่า”

         พอถูกถามมาแบบนั้น หัวหน้าแม่บ้านที่เดินตามหลังท่านเจ้าบ้านคนปัจจุบันก็พิจารณามนุษย์กระต่ายที่ยิ้มเจื่อนพยายามจะหลบเลี่ยงการถูกจ้องมองอย่างละเอียด ไม่เสียทีที่มีประสบการณ์ในการฝึกสอนสาวใช้ให้เป็นงานได้มาหลายคนสามารถปราบพยศได้เพียงจ้องมอง

         “หากได้รับอนุญาตก็สามารถทำได้ค่ะ แต่อาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรและจำเป็นต้องให้พักอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราว”

         ในฐานะที่เคยเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาก่อนย่อมเข้าใจดีถึงการสร้างระเบียบวินัยที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตโดยเริ่มจากการให้อยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่เป็นอันดับแรก แน่นอนว่าเซรอสไม่สามารถเอามาตรฐานที่เข้มงวดขององค์กรมาตัดสินการฝึกสอนของนอร์ร่าได้อยู่แล้วจึงไม่ได้เป็นกังวลอะไรมากนัก อย่างน้อยเด็กกำพร้าที่เคยซุกซนเหล่านั้นก็กลายเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่มากขึ้น ดังนั้นถ้าซาริได้ฝึกกับหัวหน้าแม่บ้านที่เข้มงวดคนนี้ก็น่าจะลดอาการไฮเปอร์ลงได้ไม่มากก็น้อย

         นับตั้งแต่ที่เข้ามาในคฤหาสน์ด้วยความช่างสังเกตและจดจำรายละเอียดเล็กน้อยได้อย่างแม่นยำเขาพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงภายในเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับอุปกรณ์สอดแนมที่เคยติดตั้งไว้ในคฤหาสน์ถูกย้ายตำแหน่งไปอยู่ในจุดอื่นซึ่งเกิดจากความบังเอิญแทบทั้งสิ้น เหตุผลที่เซรอสติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้เอาไว้ทั่วบ้านก็เพื่อสอดแนมหาสายลับที่อาจใช้ช่วงที่คาเรนพักอาศัยอยู่ที่ดินแดนต้องสาปเข้ามาขโมยข้อมูลสำคัญหรือวางแผนการร้ายบางอย่าง

         องค์กรมือสังหารทวิดาราแม้จะเงียบหายไปแต่นั่นก็เป็นเพราะผู้ว่าจ้างคนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้วจึงไม่คุ้มเสี่ยงที่จะต้องรับงานต่อ และที่สำคัญกว่านั้นเซรอสยังได้ข้อมูลลับมาจากมือสังหารหญิงที่เคยหมายจะลอบสังหารคาเรนเมื่อครั้งที่ไปร่วมงานแต่งงานที่ตระกูลมาร์วิน ดูเหมือนองค์กรทวิดารานี้จะมีมือสังหารแฝงเร้นอยู่ในเกือบจะทุกสายอาชีพเพื่อสามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญของเป้าหมายและเป็นแหล่งเงินทุนในการขยายองค์กร เนื่องจากศัตรูที่ไม่เผยตัวยังคงซ่อนตัวอยู่ในความมืดเซรอสจึงขอให้คาเรนปิดบังสถานะของเขาเอาไว้ก่อน

         “อีกสักครู่ดิฉันจะให้คนไปเชิญมาร่วมรับประทานอาหารเย็นหากมีสิ่งใดขาดเหลือสามารถแจ้งต่อคนรับใช้ได้เลยค่ะ”

         กล่าวจบคาเรนก็ขอตัวไปจัดการสะสางงานในฐานะของผู้ปกครองเขตต่อทันที ถึงจะสามารถคุยงานปรึกษาผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ได้ก็ตามแต่ก็มีข้อมูลหลายอย่างที่อาจพลาดไปจึงต้องมาทบทวนและหาแนวทางรับมือเบื้องต้น

         คฤหาสน์เรเบียสมีห้องรับรองแขกเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เซรอสได้มาพักอาศัยทำให้ต้องจัดเตรียมเผื่อเอาไว้สัก 2-3 ห้อง เนื่องจากเซรอสไม่ใช่คนเรื่องมากเขาจึงได้ห้องรับรองขนาดเล็กสำหรับอยู่อาศัยคนเดียว ส่วนซาริ ฟราน และวาคาบะก็ได้พักในห้องรับรองใหญ่ที่เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นได้ไม่นานแทน

         ทันทีที่ประตูห้องปิดลงก็จัดการลงกลอนให้แน่นหนาพร้อมติดตัวล็อกประตูแบบพกพายึดประตูไว้อีกชั้นหนึ่ง กล่องโลหะถูกนำออกมาเปิดการทำงานซึ่งภายในเป็นซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา เคาะเพียงไม่กี่ปุ่มหน้าจอก็แสดงผลการทำงานของโปรแกรมสอดแนมที่ลิงค์เข้ากับตัวรับสัญญาณของอุปกรณ์สอดแนมที่ติดตั้งเอาไว้ทั่วบ้าน ก่อนอื่นคงต้องหาตำแหน่งของอุปกรณ์ที่เหลือและตรวจสอบแผนผังคฤหาสน์ใหม่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์สอดแนมให้มากขึ้น

         ภาพทั้งหมดจากกล้องสอดแนมบันทึกกิจกรรมทั้งหมดของผู้อาศัยอยู่ในบ้านพร้อมด้วยบทสนทนาสัพเพเหระเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป ถึงจะมีคนที่แอบออกมาจากที่พักอาศัยตอนกลางดึกแต่นั่นก็เป็นเพียงการทำธุระส่วนตัว บางคนก็ออกมาพักผ่อนชมความงดงามยามค่ำคืนซึ่งก็ไม่มีการกระทำที่ดูผิดสังเกต เซรอสให้ความสำคัญกับห้องทำงานของคาเรนมากที่สุดดูว่าคนที่เข้าออกห้องนี้มีพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือไม่แต่ผู้ที่เข้ามาทำความสะอาดก็มีเพียงเบลูก้าที่รับหน้าที่จัดเอกสารและนอร์ร่าที่ปัดกวาดทำความสะอาดเพียงสองคน

         โดรนขนาดเล็กที่ปล่อยออกไปเก็บข้อมูลของตัวคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับภาพจำลองสามมิติซึ่งเมื่อดึงข้อมูลทับลงบนตำแหน่งของอุปกรณ์สอดแนมทำให้เห็นจุดบอดที่ไม่สามารถเก็บภาพได้ ถึงจะให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอยู่บ้างแต่อย่างน้อยก็ต้องมีอุปกรณ์ดักฟังติดตั้งเอาไว้เพื่อดักจับบทสนทนาที่อาจเป็นภัย คาเรนอาจไว้วางใจข้ารับใช้ของตนเองก็จริงแต่กับเซรอสแล้วเขาไม่อยากเสี่ยงให้มีความเป็นไปได้ที่ข้อมูลความลับจะรั่วไหลออกไปเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด

         !?

         เห็นภาพจากโถงทางเดินมีสาวใช้กำลังมาทางนี้และจะมาถึงหน้าประตูห้องอีกไม่ถึงหนึ่งนาทีจึงรีบจัดการเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดอย่างลวกๆ และปลดตัวล็อกขนาดพกพาออก ไม่ลืมที่จะจัดสภาพของเตียงนอนสร้างหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเพิ่งจะถูกใช้งานมาด้วย พร้อมกันนั้นก็ยังจัดแจงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายให้ดูเหมือนคนที่กำลังพักผ่อนอยู่

         ประตูถูกเคาะอย่างมีมารยาท เซรอสในสภาพที่สวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาวแนบเนื้อเผยสักส่วนรูปร่างออกมาเปิดประตูให้

         “ขออภัยที่มารบกวนขณะพักผ่อนค่ะ ทางเราได้เตรียมน้ำสำหรับอาบเอาไว้ให้แล้วค่ะ”

         สายตาของสาวใช้คนนั้นถูกดึงดูดโดยร่างกายที่ดูกำยำเลยไม่ทันได้สังเกตเห็นกล่องอุปกรณ์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง

         ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีร่างกายที่สมบูรณ์แบบเฉกเช่นเซรอส แม้ว่าพวกเขาจะผ่านการฝึกฝนอย่างหนักจนรีดเร้นไขมันและเพาะกล้ามเนื้อให้ดูน่าเกรงขามก็ตาม กรณีของเซรอสนั้นถึงจะผ่านช่วงการฝึกฝนสุดโหดหินแต่ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายทั้งหมดของเขาถูกปรับแต่งโดยองค์กรเพื่อไม่ให้ขัดขวางการทำภารกิจที่ต้องอาศัยขนาดร่างกายในการเข้าออกช่องทางพิเศษที่คนส่วนใหญ่คิดไม่ถึง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่หญิงสาวบนโลกใบนี้จะให้ความสนใจกับชายที่มีรูปร่างบ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง

         “ขอบคุณมากครับ”

         ถูกหว่านเสน่ห์โดยไม่ทันตั้งตัวต่อให้เป็นสาวใช้ที่ถูกฝึกสอนให้เคร่งครัดและตระหนักรู้ถึงสถานะของตนเองก็ปฏิเสธความเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบบุรุษหนุ่มหน้าตาดีเป็นไม่ได้ ยิ่งได้เห็นรูปร่างผ่านเสื้อกล้ามแนบเนื้อทำให้เธอไม่อาจละสายตาไปจากมันได้เลย

         “ต้องการให้นำทางให้หรือเปล่าคะ?” สาวใช้รีบเสนอตัวเองทันที

         “ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ขอเวลาผมจัดการกับข้าวของให้เรียบร้อยก่อนได้หรือเปล่าครับ”

         “ถ้ายังไงให้ฉันช่วยไหมคะ?”

         “คือว่า” เซรอสแสร้งเนียมอายพลันเหลือบมองไปยังกระเป๋าสัมภาระที่เปิดอยู่ มีกางเกงซับในของเขาวางกองอยู่อย่างเปิดเผย

         เห็นท่าทีเก้อเขินนั่นแล้วก็กระแอมไอครั้งหนึ่งเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวเราะของตนเอง การเป็นสาวใช้ของแต่ละบ้านนั้นเป็นธรรมดาที่จะคุ้นชินกับการเห็นกางเกงซับในของบรรดาคุณหญิงคุณชายในบ้านแล้ว จากสภาพของกระเป๋าสัมภาระที่เสื้อผ้าถูกรื้อออกและยัดเก็บใส่ลวกๆ สาเหตุน่าจะมาจากการที่เธอมาเคาะประตูผิดเวลา

         “เข้าใจแล้วค่ะ ฉันสามารถยืนรอได้”

         เซรอสที่สวมบทบาทของหนุ่มขี้อายได้อย่างแนบเนียนปิดประตูลงเบาๆ พร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เขารีบจัดการเก็บซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ใส่แหวนมิติและยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าสัมภาระนำไปเก็บให้เรียบร้อยโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงสี่สิบวินาที รีบคว้าชุดสำรองที่จะใช้เปลี่ยนและเดินตามสาวใช้ที่อาสานำทางให้ไปยังห้องอาบน้ำ

 

         ในห้องทำงานของคาเรนมีเอกสารการสั่งซื้อจากภายนอกวางซ้อนทับกันจนแน่นโต๊ะ พวกมันถูกจัดลำดับความสำคัญและแบ่งประเภทเอาไว้ทำให้ง่ายต่อการค้นหาเอกสารที่ต้องการ หนังสือบันทึกการสั่งซื้อของเดือนที่แล้วถูกนำออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ความร้ายแรงของผลกระทบจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใด และจากนั้นค่อยหามาตรการรองรับเพราะเธอต้องดูแลคนในเขตปกครองจำนวนมากและยังต้องลดความเสียหายที่จะเกิดกับกิจการการค้าของเธออีกด้วย

         “นี่เป็นเบาะแสของสถานการณ์ล่าสุดที่คุณหนูร้องขอมาครับ” เบลูก้าส่งกระดาษบันทึกรายละเอียดเดียวกับสถานการณ์ในเมืองไรด์การ์ดในปัจจุบันจากการสังเกตของเบลูก้าตอนไปเจรจาซื้อสินค้า

         เนื่องจากเบลูก้าในตอนนั้นให้ความสำคัญกับหน้าที่จึงไม่ค่อยแวะออกนอกเส้นทางหรือซื้อสิ่งใดเกินความจำเป็น แต่เนื่องจากเขาเป็นคนหนึ่งที่ดูแลคุณหนูมาเป็นเวลานานจึงทราบว่าคุณหนูของเขามีพฤติกรรมที่ให้ความสำคัญกับบทสนทนาการซื้อขายของคนทุกชนชั้นเพื่อรับรู้สถานการณ์ความยากลำบากของพวกเขาและนำมาปรับแก้แนวทางการค้าที่ตนเองดูแลอยู่ ดังนั้นแล้วเบลูก้าจึงพลอยได้รับนิสัยแบบนั้นมาด้วย

         และคาเรนก็ทราบดีว่าเบลูก้าได้รับอิทธิพลจากนิสัยเสียของเธอจึงมักจะขอให้ช่วยตรวจสอบตลาดอยู่เป็นประจำ

         “ราคาวัตถุดิบในตลาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักแต่กำลังการนำเข้าของวัตถุดิบกลับลดลง”

         ธรรมดาแล้วการนำเข้าวัตถุดิบแต่ละวันมีตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้ที่นำสินค้าเข้ามาขายในตลาดกลางส่วนใหญ่ก็เป็นคนจากนอกเมืองไรด์การ์ดที่เก็บเกี่ยวผลผลิตและนำมาขายให้เป็นปัจจัยที่ทำให้คาดเดาได้ลำบาก แต่คาเรนทำข้อมูลสถิติการนำเข้าวัตถุดิบเอาไว้นับตั้งแต่ตอนทำงานอยู่ที่กิลด์การค้าจึงพอจะทำตารางช่วงเวลาการนำเข้าวัตถุดิบแต่ละประเภทออกมาได้ และแม้ว่าจะลาออกจากกิลด์การค้ามาแล้วก็ตามข้อมูลสถิติเหล่านี้ก็ยังสำคัญมากจึงได้รวบรวมเก็บเอาไว้จวบจนถึงปัจจุบัน

         “การนำเข้าผลไม้เมื่อสัปดาห์ก่อนลดลงไปเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ เขตที่นำเข้าผลไม้ชนิดนี้คือหมู่บ้านที่อยู่ในเขตของตระกูลราสมัวร์ ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ดิฉันไปร่วมงานแต่งงานของตระกูลมาร์วินได้ยินมาว่าปีนี้ผลผลิตในเขตของตระกูลราสมัวร์ดีมากนี่คะ” คาเรนตั้งคำถามกับตัวเองและพยายามไตร่ตรองด้วยเหตุผลเพราะมันไม่มีประโยชน์ที่ตระกูลราสมัวร์จะพูดโกหกในงานเลี้ยงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง

         คาเรนไล่อ่านสถานการณ์ที่เบลูก้าจดมาให้อย่างละเอียดยิบและยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติโดยไล่เรียงถึงเขตที่ได้รับผลกระทบจากน้อยไปหามากเพื่อหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้ให้ข้อสรุปที่ชัดเจนจนกว่าจะได้ข้อมูลยืนยันมากกว่านี้

         “นอกจากนี้อัตราการสั่งซื้อไส้กรอกกับเนื้อแฮมของกิลด์การค้าเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวหรือคะ?” คาเรนหันไปเอ่ยถามกับเบลูก้าที่รับหน้าที่ในการซื้อขายแทนระหว่างที่เธอไม่อยู่ “ในทางกลับกันปริมาณการสั่งซื้อสินค้าอุปโภคของกิลด์การค้าลดลงหวังว่าพวกเขาคงไม่ใช้เหตุผลที่ว่ามีสินค้าค้างอยู่ในโกดังเป็นจำนวนมากหรอกนะคะ”

         “กิลด์การค้าใช้เหตุผลดังกล่าวจริงครับ”

         “เหตุผลนั้นไม่น่าเป็นไปได้หรอกนะคะคุณเบลูก้า กิลด์การค้าไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายสินค้าหากแต่ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้ที่ต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายจึงไม่มีความจำเป็นที่จะมีสินค้าค้างอยู่ในโกดังมากขนาดนั้น สินค้าอุปโภคเหล่านั้นน่ามีอายุการใช้งานประมาณ 7-8 เดือนจึงเป็นสินค้าที่เมื่อรับมาแล้วก็ต้องส่งออกไปทันที ดังนั้นเป็นไปได้ว่ากิลด์การค้าประเมินสถานการณ์เอาไว้แล้วว่าจะต้องร้ายแรงมากแน่และเมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาน่าจะทำกำไรจากการขายอาหารแปรรูปได้ไม่น้อย”

         ไม่ใช่ครั้งแรกที่กิลด์การค้าอ้างเหตุผลนี้เพื่อกักตุนสินค้าที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ ตอนที่คาเรนเป็นส่วนหนึ่งของกิลด์การค้าก็ได้เห็นพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยมากจนรู้สึกไม่พอใจแต่ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เพราะมีข้อผูกมัดในสัญญาที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเอาผิด แต่พฤติกรรมนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะกิลด์การค้านั้นมุ่งหวังการทำเงินมากกว่าการให้ความใส่ใจด้านศีลธรรมขึ้นอยู่กับวิธีการของแต่ละคนที่ใช้เพื่อสร้างผลงานในการเลื่อนตำแหน่ง

         “ดิฉันพอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้วล่ะค่ะ เวลานี้สิ่งที่พวกเราควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือปัญหาเรื่องของการนำเข้าวัตถุดิบค่ะ นี่เป็นจดหมายขอความร่วมมือกับทางกิลด์นักผจญภัยกรุณานำส่งให้กับกิลด์มาสเตอร์โดยเร็วที่สุดเพราะทางเราดำเนินการล่าช้าสถานการณ์เศรษฐกิจของไรด์การ์ดจะพังทลายลง และต่อให้ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์สามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้วก็ตามทว่าเศรษฐกิจก็ต้องการระยะเวลาในการฟื้นตัวพอสมควรและหากถูกซ้ำเติมโดยพ่อค้าที่เห็นแก่ตัวราคาสินค้าจะต้องพุ่งสูงกว่านี้แน่นอนค่ะ”

         “ทราบแล้วครับ”

         จดหมายปิดผนึกด้วยเทียนสีแดงประทับตราตระกูลเรเบียสถูกมอบให้กับเบลูก้าเพื่อนำไปส่งมอบให้กับกิลด์มาสเตอร์โดยเร็วที่สุด สถานการณ์นี้ค่อนข้างร้ายแรงมากแม้ว่าตอนนี้จะดูยังไม่ส่งผลกระทบอะไรที่ชัดเจนต่อชีวิตประจำวันมากนัก แต่หากยังปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่เตรียมมาตรการรับมือก็จะเป็นเหมือนเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ทางเจ้าเมืองแก้ปัญหาโดยขอเจรจากับทางผู้ประกอบการให้ช่วยลดราคาสินค้าลง ถ้าไม่ใช่ว่าเขตปกครองเรเบียสได้รับความเมตตาจากเซรอสจนสามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเองเธอคงไม่เห็นด้วยกับการหั่นราคาขายลงจนแทบจะไม่ได้กำไรอย่างเด็ดขาด

         พอเบลูก้าเดินออกจากห้องไปคาเรนก็ปลดแว่นตาลงและนวดคลึงดวงตาเบาๆ ขอเพียงได้ข้อมูลจากกิลด์นักผจญภัยมาก็จะวางมาตรการรับมือกับเศรษฐกิจที่กำลังจะทรุดลงได้

         หลายคนมักจะมองว่าปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ง่ายโดยการนำเข้าวัตถุดิบจากเมืองที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่พวกเขาไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องของต้นทุนการนำเข้าที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของชาวเมืองที่มีฐานะทางบ้านไม่สูงมากนัก อีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าสู่ฤดูน้ำหลากทำให้การขนส่งมีความเสี่ยงสูงและต้นทุนที่ใช้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ในฐานะคนนอกวงการพวกเขาไม่แม้แต่จะมองปัญหานี้เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองนับว่าเป็นวิธีคิดที่เห็นแก่ตัวมากจริงๆ

         อย่างไรก็ตามเขตปกครองเรเบียสอาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้างแต่เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นบทเรียนที่ดี คาเรนจึงได้เตรียมมาตรการรองรับเอาไว้แล้วต่อให้ไม่สามารถนำเข้าหรือส่งออกสินค้าได้ก็ยังดูแลผู้คนในเขตได้นานถึงสามเดือน

         ก๊อก ก๊อก ก๊อก

         “เชิญค่ะ”

         ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมกับที่หัวหน้าแม่บ้านนอร์ร่าเดินเข้ามาหลังจากที่เบลูก้าเพิ่งจะออกไปได้ไม่ถึงห้านาที

         “เตรียมห้องอาบน้ำเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

         คาเรนพยักหน้าน้อยๆ จัดการกับข้าวของบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนจะลุกเดินออกจากห้องทำงานไป

 

         ห้องอาบน้ำของตระกูลเรเบียสเดิมทีแล้วเป็นเพียงห้องอาบน้ำขนาดเล็กที่มีแค่อ่างไม้ให้พอลงไปแช่ตัวผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เท่านั้น จนกระทั่งคาเรนได้กลับมาเพื่อร่วมงานแต่งงานจึงผุดไอเดียการสร้างห้องอาบน้ำขึ้นโดยได้รับอิทธิพลมาจากการใช้ชีวิตในดินแดนต้องสาป แปลนห้องอาบน้ำที่วาดขึ้นโดยอ้างอิงจากห้องอาบน้ำรวมถูกวาดส่งให้เบลูก้านำไปจัดการเพราะคิดว่าอนาคตอาจได้ใช้ประโยชน์แน่

         เซรอสพิจารณาห้องอาบน้ำนี้และพบว่ามันถูกสร้างโดยมีห้องอาบน้ำของบ้านที่ไรด์การ์ดเป็นต้นแบบ เมื่อถึงฤดูหนาวก็จะสะดวกมากในการต้มน้ำร้อนอาบแต่ก็ต้องแลกมาด้วยฟืนที่อาจจะต้องใช้เพิ่มมากขึ้นซึ่งก็น่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับคนที่มีฐานะเป็นขุนนาง

         คนที่มีปฏิกิริยาหลังจากเห็นห้องอาบน้ำนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นวาคาบะที่พบว่ามันถอดแบบมาจากโรงอาบน้ำสาธารณะซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่บังเอิญมาก อ่างอาบน้ำนี้ไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็มากพอจะให้คนลงไปแช่รวมกันได้ 4-6 คน สิ่งที่ดูแตกต่างก็คงจะเป็นการแยกออกที่เป็นเอกเทศของห้องอาบน้ำโดยห้องที่เธอใช้อยู่ตอนนี้เป็นของเจ้าบ้าน ในขณะที่เซรอสต้องไปใช้ห้องอาบน้ำแยกสำหรับคนงานที่มีขนาดเล็กกว่า

         ซาริสาละวนอยู่กับการล้างฟองสบู่ออกจากตัวด้วยใบหน้าคล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ความผิดพลาดของสาวใช้ที่เตรียมอุปกรณ์อาบน้ำให้โดยลืมตระหนักถึงข้อเท็จจริงที่ว่าซาริเป็นมนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวที่มีขนฟูฟ่อง ปกติแล้วซาริจะใช้ครีมอาบน้ำ (สัตว์) ที่เซรอสทำให้โดยเฉพาะซึ่งมันสามารถล้างออกได้ง่ายและไม่ติดขน แต่ครีมอาบน้ำของคาเรนถึงจะพอนำมาใช้แทนกันได้แต่คุณภาพของมันกลับไม่ได้ดีเท่า

         “ล้างข้างหลังไม่ออกเจ้าค่ะ ฟรานช่วยด้วยเจ้าค่ะ”

         “ไม่ว่าง” ฟรานตอบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

         พอฟรานไม่ช่วยซาริก็ไม่ยอมแพ้หันไปขอความช่วยเหลือจากเด็กสาวอีกคนที่อยู่ด้วย ถึงจะสื่อสารกันไม่รู้เรื่องแต่ซาริเพียงแค่ทำตากลมโตดูบ้องแบ๊วร้องขอความช่วยเหลือ เจอสายตาที่ดูน่าสงสารแบบนั้นเข้าไปก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือ

         “โอฟุโระแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว” วาคาบะหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

         หลายวันมานี้ต้องอดทนอาบน้ำกลางแจ้งจึงรู้สึกอึดอัดมากโดยเฉพาะการต้องอาบน้ำโดยมีเพียงม่านขวางกั้นเอาไว้ และเพราะมันเป็นสถานที่ที่อันตรายการอาบน้ำแต่ละครั้งจึงใช้เวลาไม่เกินสิบนาที

         “แช่น้ำ สบายดี”

         “ใช่ไหมล่ะ” วาคาบะมองดูเด็กหญิงเอลฟ์และเผยยิ้มออกมา

         ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นเด็กหญิงเอลฟ์ผู้มีท่าทีเคร่งขรึมและแสดงอารมณ์ไม่เก่งคนนั้นอยู่ในสภาพที่ไร้การป้องกันถึงเพียงนี้ จะว่าไปแล้วเธอก็ไม่เคยได้อาบน้ำพร้อมกันกับฟรานเพราะเจ้าตัวมักจะอาบก่อนไม่ก็ทีหลังเสมอ

         สักพักประตูห้องอาบน้ำก็เปิดออกและเผยให้เห็นคาเรนในชุดอาบน้ำเดินเข้ามา หญิงสาวกวาดสายตามองดูรอบห้องครั้งหนึ่งและไม่ได้รู้สึกเขินอายที่ต้องอาบน้ำร่วมกับคนอื่นเพราะเคยมีประสบการณ์ในการใช้ห้องอาบน้ำที่เป็นห้องน้ำรวมของโรงเรียนขุนนางมาบ้างแล้ว

         วาคาบะแอบเสียมารยาทพิจารณารูปร่างของคาเรนที่ไม่ได้ผอมสูงหุ่นดีราวนางแบบ ตรงกันข้ามเธอคนนี้กลับมีรูปร่างเจ้าเนื้อพอสมควรและสิ่งที่น่าตกตะลึงกว่าเห็นจะเป็นหน้าอกที่ดูอวบอิ่มราวกับได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสม สาบานได้ว่าในฐานะผู้หญิงด้วยกันยังต้องรู้สึกอิจฉาให้กับความสมบูรณ์แบบของเธอคนนี้ แท้จริงแล้วความเปลี่ยนแปลงของคาเรนเกิดขึ้นหลังจากที่ได้ไปใช้ชีวิตในดินแดนต้องสาปโดยมีเซรอสช่วยจัดเมนูอาหารลดน้ำหนักและออกแบบตารางการออกกำลังกายที่ไม่หนักมากให้

         บรรยากาศในห้องอาบน้ำกลายเป็นหนักอึ้งมากเพราะแต่ละคนไม่แม้แต่จะพูดคุยกัน ฟรานเอาแต่จ้องมองหน้าอกอวบอิ่มของคาเรนและพยายามเปรียบเทียบขนาดกับตัวเองที่ไม่มีความเปลี่ยนแปลง ซาริที่แม้จะพูดคุยเก่งแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องไร้สาระแทบทั้งสิ้น วาคาบะอยากจะพูดคุยเพื่อสานความสัมพันธ์แต่ก็มีอุปสรรคทางด้านภาษาทำได้เพียงก่นด่าความงี่เง่าของพระเจ้าที่ส่งตัวเธอมาแต่ไม่มอบพรในการสื่อสารให้ ส่วนคาเรนก็ทราบดีว่าฟรานไม่ชอบเธอจึงทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มให้

         “หลังจากนี้คุณวาคาบะมีแผนจะเข้าศึกษาที่สถาบันเวทมนตร์หรือตัดสินในจะหางานทำคะ?” คาเรนถามขึ้น แม้ว่าวาคาบะจะยังใช้ภาษานูมอร์ไม่คล่องแคล่วแต่ก็พอจะรู้คำศัพท์ในชีวิตประจำวันไม่มากก็น้อย

         เด็กสาวขบคิดคำศัพท์อยู่สักพักก็ตอบ “เข้าศึกษาที่โรงแมว กับทำท้องบางเวลา”

         คำตอบที่ออกเสียงผิดเพี้ยนจนมีความหมายเปลี่ยนไปทำเอาคาเรนต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะกลั้นหัวเราะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท สาเหตุที่ต้องถามเพราะคาเรนต้องออกหนังสือรับรองบุคคลให้เพื่อที่จะเข้าออกเมืองได้อย่างถูกต้องและไม่ถูกตรวจสอบเข้มงวดมากนัก ก่อนหน้านี้ได้ปรึกษากับเซรอสมาแล้วว่าจะกำหนดสถานะของวาคาบะให้เป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาในป่าลึกที่พบเจอกันโดยบังเอิญ ส่วนชื่อที่ใช้จึงมีแค่วาคาบะที่ไม่มีนามสกุล

         “ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?” วาคาบะหันไปถามฟรานที่คุยภาษาอังกฤษกับเธอได้

         “บอกว่าจะเข้าโรงเลี้ยงแมว และช่วยทำคลอดให้พวกมัน”

         ฟรานลุกขึ้นจากน้ำและเดินไปหยิบผ้าที่แขวนมาพันรอบตัว

         “เพิ่งแช่น้ำเองไม่ใช่เหรอ ทำไมรีบลุกออกล่ะ”

         “จะไปดื่มนม”

         “อ๋อ งั้นก็พยายามเข้าล่ะ” วาคาบะให้กำลังใจเงียบๆ




พยายามเข้า คนเราต้องมีความฝันนะ...

บทนี้ต้องมาเขียนให้เนื้อเรื่องต่อกันยากมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.381K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16203 imavikur (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 05:26
    วาคาบะ แงงงเขาใจเลยออกเสียงผิดชีวิตเปลี่ยน
    #16,203
    0
  2. #16140 YukiKiyu (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 05:58
    ฟราน บักเซรอสมันอมตะ ยังเหลือเวลาอีกเยอะ( เชียร์บราค่อน)
    #16,140
    0
  3. #16138 "TheFirst" (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 04:10

    มา ขำตอนท้ายนี่ละ สู้ๆครับ รอยาวๆ

    #16,138
    0
  4. #16127 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 02:22
    สงสารน้อนน น้อนอยากมีนอมอ
    #16,127
    0
  5. #16126 Mr.HotHead (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 21:19
    ตั้งแต่อ่านนิยายของไทยมา ถึงแม้จะไม่เยอะมาก แต่ก็นับถือในการเขียนจริงๆ มันสื่ออารมณ์และบรรยากาศให้ผมได้จินตนาการตามได้แบบครบรสมาก เป็นกำลังใจให้นะครับ ♥️
    #16,126
    0
  6. #16125 Black_jack00 (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 12:55
    สู้ๆคร้าบบบ ติดตามๆ
    #16,125
    0
  7. #16124 Katana (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 17:15

    ดื่มนม 555555

    #16,124
    0
  8. #16123 tomtamninja (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:39
    จะไปดื่มทำไม นมก็อยู่ตรงหน้าแล้วไง 5555
    #16,123
    0
  9. #16122 mummummi (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 15:47
    ฟรานไม่ต้องเครียด เดี๋ยวก็โตน้าาา วาคาบะจะไปโรงแมวเหรอ 5555
    #16,122
    0
  10. #16121 akazeyujin (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 15:12

    ดื่มนมเยอะๆจะได้สูงและโตไวๆนะฟราน
    #16,121
    0
  11. #16120 คนอ้วนคนหนึ่ง (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:27
    พยายามเข้าหนูฟราน ซักร้อยสองร้อยปีอาจจะพอไปถึงครึ่งนึงของคาเรนได้นะ 55555555
    #16,120
    0
  12. #16119 rusie (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:11
    ความฝัน. มันคือความฝันเพราะยังไม่เป็นจริงไงละ
    #16,119
    0
  13. #16118 newkingdom (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 11:49
    ขอบคุณครับ
    #16,118
    0
  14. #16117 ราชันย์หมาป่าขาว (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 10:04
    ฟรานเอ้ย 555
    #16,117
    0
  15. #16116 Naret2535 (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 09:03
    กินแล้วมันจะไปรวมกันที่ใหนน่ะ
    #16,116
    0
  16. #16115 เตียงนุ่มน่านอน (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 03:04
    กินนมขนาดนี้โตขึ้นเป็นแม่วัวแน่ลูกเอ้ย
    #16,115
    0
  17. #16114 Sirayu Manachot (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 01:09

    ความจริงที่น่าเศร้าคือ มันอาจจะโต แต่ก็น่าจะอีกหลายสิบปี

    #16,114
    0
  18. วันที่ 23 เมษายน 2563 / 23:04
    กินนมขนาดนี้อนาคตคงไม่ต้องห่วงเเล้วละใหญ่จนเกะกะเเน่ๆ....
    #16,113
    0
  19. #16112 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:58
    รอนะคะ
    #16,112
    0
  20. #16111 xยกน้๐ย (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:41
    เอลฟ์โตช้าใช่มะ งั้นก็รอนานหน่อยนะฟราน55
    ที่ปิดผนึกจดหมายเขาเรียก ครั่ง อ่ะไรท์ไม่น่าใช่เทียน พูดถึงเทียนแล้วอยากได้แส้เพิ่ม55
    #16,111
    1
    • #16111-1 Blue Soul(จากตอนที่ 209)
      24 เมษายน 2563 / 14:33
      นั่นแหละๆ เรากำลังหาคำคำนี้อยู่เลย มันติดอยู่ที่ปากตอนพิมพ์เนี่ยแหละ
      #16111-1
  21. #16110 หวังซีเจา (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:30
    สงสารซาริ อ่าาาา
    #16,110
    0
  22. #16109 คนเช็ดเงา (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:23
    55555ฟรานทุกข์ใจเรื่องหน้าอกตัวเอง55555
    #16,109
    0
  23. #16108 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:16

    พยายามเข้านะหนูฟาน

    พ่อเอ็ง(ไรซ์เตอร์)ดูทรงไม่พ้นทำหนูเป็นโลลิเอลฟ์อกไข่ดาวชัว

    #16,108
    0
  24. #16107 Aatank (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:08
    เห็นคนเป็นลุงเเกล้งเนียมอายเเล้วหมั่นไส้. เเหมมมมม.
    #16,107
    0
  25. #16106 ภณงับ (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 21:46
    มีคุณเมดโดนหลอก1 ea
    ปล ผอ จะให้วาคาบะเข้าเรียนไหมน้า แต่ภ้าเซรอส ทำอาหารกับขนมไปถวายและวาคาบะเอาการ์ตูนไปให้ดูน่าจะยอม 55
    #16,106
    0