ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

ตอนที่ 210 : SS3 Episode Fifty-Five : ลงทะเบียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,396 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

SS3 Episode Fifty-Five

 

         เนื่องจากมันเป็นช่วงเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ของสถาบันเวทมนตร์เซเวียร์ทำให้ช่วงนี้มีเด็กหนุ่มสาวเดินทางเข้ามายังไรด์การ์ดเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาเพราะเป็นสถาบันขนาดกลางที่ค่าใช้จ่ายอยู่ในขอบเขตที่พอจะจ่ายไหว และอีกส่วนหนึ่งมาเพราะชื่อเสียงของสถาบันที่ได้รับหลังจบศึกการประลองเวทมนตร์บรรดาเหล่าตระกูลขุนนางคงเล็งเห็นถึงโอกาสบางประการจึงได้ตัดสินใจส่งบุตรหลานมาเข้าเรียนที่นี่

         ขั้นตอนการแสดงหลักฐานยืนยันตัวสำหรับผู้ที่มีบัตรประจำตัวช่วยละขั้นตอนการตรวจสอบไปได้มากโข ติดเพียงแค่ว่าหนึ่งในผู้โดยสารที่มาด้วยกันนั้นมีเพียงจดหมายรับรองที่ออกโดยผู้นำตระกูลเรเบียส เอาเข้าจริงแล้วเพียงแค่จดหมายรับรองสถานะของขุนนางคนหนึ่งก็ไม่ได้มีอำนาจมากพอจะตัดสินให้ผ่านไปได้โดยสะดวกหากแต่ชื่อของ คาเรน เรเบียส ที่แม้แต่ทางเจ้าเมืองยังต้องให้ความเกรงใจอยู่บ้างทำให้ทหารหน้าประตูไม่กล้าปฏิเสธในทันที

         ตรวจสอบจดหมายเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของจริงเพราะตราสัญลักษณ์ที่ประทับอยู่บนลายเซ็นนั้นยากที่จะมีใครเลียนแบบได้ นอกจากนี้น้ำหมึกที่ใช้ก็เป็นหมึกมนตราที่ทุกตระกูลต้องทำเอาไว้เพื่อใช้ในการประทับรับรองในเอกสารสำคัญ

         “ผ่านได้ ทางที่ดีควรให้เธอทำบัตรผ่านเอาไว้จะได้เข้าออกเมืองได้สะดวก”

         “ขอบคุณมากครับ”

         เกวียนม้าผ่านเข้าสู่เมืองได้อย่างปลอดภัยโดยที่ไม่ถูกตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม พวกทหารเหล่านี้ถึงจะอยากทำตามหน้าที่สักแค่ไหนแต่ก็ต้องไว้หน้าท่านหญิงคาเรนคนสำคัญของเมืองไรด์การ์ดอยู่บ้าง

         ตอนที่ถูกสอบถามวาคาบะรู้สึกกลัวมากเพราะสถานการณ์แบบนี้มันไม่เหมือนไลท์โนเวลที่ตัวละครเอกผู้มาจากต่างโลกอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ จนได้รับความเห็นใจของทหารผู้เฝ้าประตูเมืองก่อนจะให้ผ่านไปได้ ถึงจะไม่มีการใช้ลูกแก้วตรวจสอบอาชญากรรม (เพราะมันไม่มี) ก็ตาม แต่วาคาบะก็กลัวว่าสถานะของตัวเองจะถูกเปิดโปงจึงมีท่าทีเลิกลักขณะตอบคำถามสั้นๆ ยังดีที่เซรอสเข้ามาช่วยพูดกลบเกลื่อนให้อย่างเป็นธรรมชาติจึงผ่านมันมาได้โดยไม่ถูกตัดสินว่าเป็นคนต้องสงสัย

         “คุณลุงปล่อยซาริทิ้งเอาไว้ที่คฤหาสน์นั่นดีแน่เหรอ?”

         “การเป็นนักเรียนชั้นปีที่สองขาดไม่ได้คือเรื่องของมารยาททางสังคม เท่าที่รู้มาระบบการเรียนการสอนจะเริ่มมีการทำภารกิจของสถาบันและพบปะกับเหล่าบุคคลภายนอกที่มีสถานะที่ไม่ธรรมดาดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นการฝากฝังหน้าที่ฝึกสอนมารยาทกับตระกูลเรเบียสเป็นวิธีที่ดีที่สุด อีกอย่างยังมีเวลาหลายวันกว่าจะเปิดเรียนให้อยู่ที่นั่นเพื่อเรียนรู้มารยาทน่าจะมีประโยชน์กว่า”

         ช่วงหนึ่งปีก่อนที่ได้สวมบทบาทเป็นนักเรียนในสถาบันไม่ได้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เซรอสได้ตรวจสอบรูปแบบการเรียนการสอนของแต่ละชั้นปีเพื่อเตรียมมาตรการรับมือไว้ทั้งหมด ถึงแม้ฟรานจะมีบุคลิกภายนอกเป็นคนพูดน้อยแต่ในด้านการวางตัวกับมารยาทก็ทำได้ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก ยกเว้นเพียงซาริที่ซุกซนเอาเรื่องไม่ค่อยเหมาะกับงานพบปะสังสรรค์ที่ต้องสำรวมซึ่งหลังจากนี้จะต้องได้พบอีกหลายงานทีเดียว

         “เป็นอย่างนี้นี่เอง” วาคาบะพยักหน้าน้อย และหันไปมองด้านหลังที่ดูจะวุ่นวายอยู่ไม่น้อยทีเดียว

         บริเวณหน้าประตูเมืองเกิดความวุ่นวายเมื่อสุนัขป่าสีดำตัวใหญ่หยุดเพื่อรอการตรวจสอบจากทหาร ผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของนั้นเป็นเพียงแค่เอลฟ์เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นทำให้พวกเขาเกิดความแคลงใจอยู่บ้าง แรงกดดันที่สุนัขป่าตัวนั้นปล่อยออกมาทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้และทำได้เพียงยืนตรวจสอบอยู่ห่างๆ แต่ใครเล่าจะคิดว่าการคุกคามข่มขู่ของมันนั้นเป็นการแสดงเมื่อยามที่เด็กหญิงเอลฟ์หันไปลูบแผงคอมันอย่างอ่อนโยนท่าทีของมันก็เปลี่ยนเป็นสุนัขป่าแสนเชื่อง ครั้นละสายตาก็เปลี่ยนมาเป็นดุร้ายเหมือนเดิม

         เจ้าหมาป่านี่จงใจกวนโมโหกันชัดๆ

         แสดงบัตรประจำตัวพร้อมด้วยป้ายรับรองการลงทะเบียนของสัตว์ร้ายที่ถูกฝึกจนเชื่องแล้วให้ทหารหน้าประตูเมืองนำไปตรวจสอบไม่นานก็อนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้ จากนั้นก็ขึ้นขี่หลังเฟนริลไล่ตามเกวียนม้าไปอย่างเงียบๆ

         ตลอดสองข้างทางมองเห็นวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คนที่อาศัยกันอยู่ภายในเมือง ตามตรอกซอกซอยมีความเสื่อมโทรมที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทางการทำให้ปรากฏภาพที่ดูน่าเวทนาของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เกวียนบรรทุกสิ่งปฏิกูลที่วิ่งสวนไปส่งกลิ่นเหม็นลอยคลุ้งจนเด็กสาวต้องปิดจมูกแน่นและต้องตกใจเมื่อได้เห็นว่าทางระบายของเสียนั้นอยู่ในเขตเสื่อมโทรมก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมเขตนี้ถึงได้ดูไม่ค่อยเจริญรุ่งเรืองนัก

         หลุดออกมาจากเขตเสื่อมโทรมได้ก็เป็นเขตชุมชนย่านพักอาศัยขนาดเล็กที่ดูดีขึ้นมาหน่อย ผู้คนที่เดินควักไขว่อยู่บนถนนล้วนแต่งกายด้วยชุดเกราะบางส่วนพร้อมทั้งสะพายอาวุธเดินกันอย่างเปิดเผย พวกเขาเป็นนักผจญภัยที่เลือกจะหาที่พักแถวนี้เนื่องจากราคาไม่ได้แพงมากนักและยังเดินทางไปมาได้สะดวกมากเหมาะมากสำหรับนักผจญภัยแรงค์ไม่สูง

         “นักผจญภัยที่เห็นส่วนใหญ่มีแต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งนั้นเลยนะ”

         “เพราะนักผจญภัยที่เป็นเผ่าพันธุ์อื่นค่อนข้างระมัดระวังตัวกันพอสมควรน่ะ พวกเขาคงไม่อยากตื่นมาในสภาพถูกปอกลอกหมดตัว หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นสินค้าถูกประมูลขาย เธอเองก็ควรระวังตัวเอาไว้ด้วยเวลาจะไปไหนมาไหนตามลำพัง”

         “รับทราบค่ะ” เด็กสาวตะเบะท่าวันทยหัตถ์ล้อเลียน

         ห่างจากเขตชุมชนย่านพักอาศัยไปไม่ไกลมีบ้านหลังหนึ่งถูกปลูกสร้างขึ้นอย่างโดดเดี่ยว บรรยากาศรอบบ้านดูเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวอยู่ไม่น้อย รายล้อมไปด้วยป่ารกทึบด้านหลังบ้านแฝงไปด้วยอันตรายจากพวกสัตว์เลื้อยคลานและแมลงมีพิษ การออกแบบของบ้านแตกต่างจากบ้านเรือนหลังอื่นถึงจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้างก็ตามบ่งบอกได้ถึงอิทธิพลจากต่างโลก พื้นที่ภายในเขตบ้านถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่โดยเฉพาะการปรับแต่งภูมิทัศน์ให้สมดุลกับพื้นที่ใช้งานจริง

         ฟรานมาถึงบ้านก่อนจึงรับหน้าที่เปิดประตูให้นำเกวียนเข้าไปจอดให้เรียบร้อย เฟนริลที่ถูกเลี้ยงดูเหมือนสุนัขพอได้รับการปลดอานออกก็วิ่งไปดื่มน้ำจากอ่างเก็บน้ำทันที วาคาบะปีนลงจากเกวียนพร้อมกับแบกกระเป๋าสัมภาระกับกระเป๋าสะพายอุปกรณ์ทำงานและพิจารณามองดูบ้านที่นับจากวันนี้ไปจะเป็นที่พักอาศัยของเธอไปอีกหลายเดือนด้วยความตื่นเต้น เซรอสจัดการนำเกวียนจอดเทียบในโรงจอดเสร็จก็ปลดอุปกรณ์บนตัวม้าพาพวกมันไปอยู่ในคอกพร้อมจัดเตรียมฟางแห้งกับน้ำให้พวกมันได้ดื่มกิน

         พอเปิดประตูเข้าไปภายในตัวบ้านก็คาดหวังว่าจะได้เห็นฝุ่นจับหนาเตอะหลังไม่ได้พักอาศัยอยู่นานหลายเดือน ฟรานปาดนิ้วลงบนขอบไม้เพื่อตรวจสอบดูไรฝุ่นแต่กลับพบว่ามันสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนมีคนมาคอยดูแลความสะอาดให้อยู่เสมอ

         “สะอาดมาก” เด็กหญิงเอลฟ์พึมพำ

         เซรอสที่เดินตามเข้ามาในภายหลังกวาดสายตามองไปรอบบ้านเพื่อตรวจสอบ

         “สาวใช้ของตระกูลเรเบียสนี่ทำงานได้ดีมาก แม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยก็เก็บซะยิ่งกว่ากองพิสูจน์หลักฐานซะอีก”

         ในเมื่อยืมตัวคาเรนไปช่วยเหลือการบริหารจัดการดินแดนต้องสาปก็ต้องเหลือช่องทางสำหรับติดต่อเป็นกรณีพิเศษให้ เซรอสอนุญาตให้เบลูก้ามาใช้งานอุปกรณ์สื่อสารที่นี่ได้โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีผู้ใดล่วงรู้การมีอยู่ของมัน ระหว่างนั้นเขาคงยอมรับไม่ได้ที่จะปล่อยให้สภาพบ้านมีฝุ่นจับหนาเตอะโดยไม่ทำอะไรเลย ขนาดสนามหญ้าข้างบ้านก็ยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำ

         ถึงจะพูดแบบนั้นแต่บ้านหลังนี้เดิมทีก็เป็นชื่อของคาเรนอยู่แล้วด้วย

         “ฉันจะพาวาคาบะไปดูห้องนอน รบกวนตรวจสอบวัตถุดิบในตู้เย็นด้วยเดี๋ยวพวกเราค่อยไปหาซื้อของในตลาดกัน”

         “อือ” ฟรานรับคำและเดินเข้าไปในห้องครัว

         จากนั้นเซรอสก็นำทางวาคาบะขึ้นไปบนห้องนอนที่ชั้นสอง มันเคยเป็นห้องนอนของเขามาก่อนแต่ตอนนี้กลายเป็นห้องโล่งๆ ที่ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงเฟอร์นิเจอร์ธรรมดาทั่วไปอย่าง โต๊ะ ตู้เสื้อผ้า และเตียงนอนเท่านั้น ส่วนอาวุธในช่องลับที่เคยเก็บเอาไว้ก็ถูกเก็บกวาดไปหมดก่อนจะเดินทางกลับเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นเขาจึงเต็มใจมอบห้องนอนนี้ให้โดยไม่รู้สึกกังวลว่าจะถูกค้นพบเจออาวุธอันตรายเหล่านั้นโดยบังเอิญ

         วาคาบะค่อนข้างมีมารยาทพอจะไม่วิจารณ์ห้องนอนที่แสนเชยเพื่อถนอมน้ำใจของเซรอส อย่างน้อยทิวทัศน์ที่เห็นได้จากทางหน้าต่างก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ขอแค่ตกแต่งเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยก็พอจะเป็นห้องนอนของผู้หญิงได้แล้ว

         “มันเคยเป็นห้องของฉันมาก่อนก็เลยมีพวกเต้าเสียบสายไฟอยู่ที่โต๊ะคิดว่าเธอคงใช้ประโยชน์ได้เต็มที่กว่า อีกอย่างจากสภาพของห้องแล้วไม่ค่อยเหมาะสำหรับห้องของเด็กผู้หญิงสักเท่าไหร่ ถ้าอยากจะตกแต่งห้องนอนหรือมีอะไรที่อยากได้ก็ลิสต์รายการเอาไว้ให้เรียบร้อย หลังจากพาเธอไปทำบัตรประจำตัวแล้วพวกเราจะได้ไปซื้อของกัน”

         “มันจะไม่เป็นการรบกวนคุณลุงเกินไปหรอกเหรอ? ฉันเองก็เกรงใจเป็นเหมือนกันนะ”

         “ถ้าเธอเกรงใจฉันจริงคงไม่มีมังงะโดจินชิที่มีฉันกับเจ้ามังกรดำอาเรสเป็นต้นแบบหรอก”

         ถูกเปิดเผยถึงความลับอันดำมืดสีหน้าของวาคาบะก็กลายเป็นสีแดงด้วยความอับอาย เธออุตส่าห์คิดว่าเก็บเป็นความลับได้อย่างดีแล้วเชียว คิดว่าคงเป็นตอนที่เผลอลืมแท็บเล็ตทิ้งไว้ในห้องตอนแวบไปเข้าห้องน้ำและมาโดนคุณลุงเห็นเข้าก็ได้ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเซรอสนั้นสามารถแฮกดูข้อมูลของวาคาบะได้โดยตรงผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถแทรกแซงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีตัวรับสัญญาณได้อย่างง่ายดาย ระบบป้องกันเดิมที่ได้ชื่อว่าป้องกันไวรัสและการขโมยข้อมูลกลายเป็นสิ่งไร้ค่าในทันทีเมื่อเจอเข้ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ขององค์กร

         “คุณลุงอ่านมันไปแล้วเหรอ?”

         “เธอวาดมันออกมาได้ไม่เลว ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมสายลับที่ปูเบื้องหลังมาอย่างดีถึงได้ถูกมังกรจับกดได้ก็เถอะ” เซรอสพูดเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องของคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง

         เหตุผลที่เซรอสต้องลอบเข้าไปดูข้อมูลส่วนตัวในแท็บเล็ตของเด็กสาวก็เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าความลับของเขาจะไม่ถูกเปิดเผยออกไป ถึงจะเป็นแค่จินตนาการอันดำมืดของเด็กสาวผู้คลั่งไคล้แต่ถ้าหากมันถูกเปิดเผยสู่โลกภายนอกก็อาจจะมีคนเคลือบแคลงสงสัยก็เป็นได้ ตอนแรกที่ให้ปัญญาประดิษฐ์ตรวจสอบข้อมูลก็พบแค่ชุดรหัสข้อความที่เกี่ยวข้องกับ สายลับ อยู่ในเครื่องของเธอด้วย แต่ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงแค่ตัวละครสมมติที่อ้างอิงบุคลิกโดยมีเขาเป็นต้นแบบเฉยๆ

         “อีตาลุงบ้า” เด็กสาวที่ถูกทำให้อับอายกรีดร้องและผลักชายหนุ่มออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูใส่หน้า

         เซรอสยิ้มขำกับท่าทีของเด็กสาวที่ถูกเปิดเผยความลับอันดำมืดของตนเองก่อนจะเดินลงมา

        

         ประโยชน์ของหลักฐานยืนยันตัวบุคคลนั้นจะช่วยให้เดินทางผ่านเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยหลักฐานยืนยันตัวบุคคลที่ออกโดยกลุ่มองค์กรอิสระอื่นๆ นั้นจะมีสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่นบัตรผ่านของกิลด์การค้าที่ใช้ยืนยันตัวตนในฐานะของนักวานิชจะสามารถใช้เพื่อลดหย่อนภาษีสินค้าเข้าออกได้ตามระดับที่กำหนดไว้ บัตรผ่านของกิลด์นักผจญภัยก็มีความสามารถไม่แตกต่างกันมากนักแต่บัตรเหล่านั้นสามารถผ่านช่องทางพิเศษที่อันตรายได้ หรือกระทั่งบัตรของนักเรียนก็ใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน

         สำหรับคนทั่วไปแล้วคงไม่มีปัญหากับการขอหลักฐานยืนยันตัวบุคคลสักเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่กับนักฆ่าจากต่างโลกที่ไม่ต้องการทิ้งหลักฐานยืนยันเอาไว้ในระบบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลังจากจบการศึกษาแล้วชื่อของเขาจะถูกส่งมอบให้กับทางราชสำนักเพื่อเรียกรวมพลในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของไอทาเรีย โดยเฉพาะการทำสงครามกับเผ่าปีศาจหรือต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับหายนะ

         แน่นอนว่าเหตุการณ์แบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้บ่อยนัก กอปรกับการที่ไอทาเรียมีทหารที่ผ่านการฝึกฝนโดยสมัครใจทำให้โอกาสถูกเรียกรวมพลเพื่อทำสงครามนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

         ด้วยประสบการณ์การทำหลักฐานยืนยันตัวบุคคลปลอมมาแล้วหลายครั้ง การพาวาคาบะไปทำหลักฐานครั้งนี้จึงง่ายเหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก นอกจากนี้ยังมีจดหมายรับรองของตระกูลเรเบียสทำให้พวกเขาไม่ได้ถามอะไรมากมายและออกบัตรให้เสร็จภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง

         “ตอนที่ได้ยินว่าต้องทำบัตรผ่านก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนกรีดเลือด แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน” เด็กสาวยกบัตรยืนยันตัวตนขึ้นส่องดูด้วยความสนใจ ตัวอักษรบนชื่อของเธอเปล่งประกายสะท้อนเป็นเงาดูน่าแปลกใจ

         “บัตรผ่านที่ทำขึ้นโดยการบันทึกเลือดเป็นบัตรผ่านแบบถาวรที่ไม่สามารถเปลี่ยนมือได้” เซรอสยื่นมือไปขอบัตรผ่านของวาคาบะมาถือ ปรากฏว่าทันทีที่เขาสัมผัสกับมันตัวอักษรที่อยู่บนบัตรก็เริ่มซีดจางลงอย่างช้าๆ “นี่เป็นเวทมนตร์บันทึกอัตลักษณ์บุคคลผ่านทางกระแสมานาในร่างกาย เธอควรเก็บรักษามันไว้ให้ดีๆ ค่าทำใหม่มันแพงมาก”

         “ฉันจะไม่ยอมกรีดเลือดอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน” วาคาบะเก็บบัตรยืนยันตัวใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย

         เวลานี้ทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าไปยังกิลด์นักผจญภัยสาขาไรด์การ์ดเพื่อรอฟรานที่ไปรายงานตัวตามกฎของนักผจญภัย แม้ว่าฟรานจะยังเป็นนักผจญภัยที่แรงค์ไม่ได้สูงมากแต่ก็ยังถือได้ว่าเป็นกำลังรบสำคัญในกรณีที่ต้องการกำลังพลเร่งด่วน ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของฟรานก็ยังเทียบเท่ากับนักผจญภัยแรงค์ B จึงได้รับความคาดหวังจากกิลด์มาสเตอร์ที่พยายามฟูมฟักบุคลากรที่มีพรสวรรค์อย่างมาก

         อาคารกิลด์นักผจญภัยนับว่าโล่งมากแตกต่างจากตอนที่มีเหตุการณ์ปกติที่อย่างน้อยก็ต้องมีคนมายืนอยู่หน้ากระดานเพื่อหาภารกิจที่ตนเองพอจะทำได้ เวลานี้แม้แต่ประชาสัมพันธ์ของกิลด์ก็ตกอยู่ในสภาพว่างงานเพราะแทบจะไม่มีนักผจญภัยคนไหนมาแสดงความจำนงขอรับงานจนทำให้กระดานภารกิจแน่นเอียดจนไม่เหลือที่ว่างให้ติดประกาศใหม่เข้าไป และถึงจะมีคนที่มุ่งมั่นอยากจะขอรับภารกิจไปทำก็ต้องมาพิจารณาถึงเงื่อนไขที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะต่อให้มีความตั้งใจสักแค่ไหนแต่ทางกิลด์นักผจญภัยก็ไม่มีความคิดที่จะส่งพวกเขาไปตายอย่างเด็ดขาด

         วาคาบะเคยจินตนาการเอาไว้ว่าเมื่อมาถึงที่กิลด์นักผจญภัยสิ่งแรกที่พบเจอคือการต้อนรับของบรรดานักผจญภัยที่ต้องการข่มขวัญผู้อื่นดั่งที่พบเห็นในไลท์โนเวลที่เป็นพล็อตพื้นฐานสำหรับโชว์ความยอดเยี่ยมของตัวละครหลัก สุดท้ายกลับพบว่าบรรยากาศของกิลด์นักผจญภัยก็เหมือนกับสำนักงานจัดหางานที่มีแผนกต้อนรับและโต๊ะพูดคุยที่เหมือนร้านอาหาร มีนักผจญภัยท่าทางดูพึ่งพาได้นั่งจับกลุ่มปรึกษากันเกี่ยวกับภารกิจที่รับมาหรือบางคนก็นั่งรอการขึ้นเงินรางวัลอยู่เงียบๆ ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเลยว่าคนเดินเข้ามานั้นเป็นใคร

         “ผิดหวังเหรอ?” เซรอสเห็นท่าทางของวาคาบะก็พอจะเดาออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

         “ก็...นึกว่าจะมีพวกนักผจญภัยห่ามๆ เสนอตัวออกมาเป็นกระสอบทรายซะอีก”

         “นักผจญภัยแบบนั้นจะว่ามีมันก็มีอยู่หรอก แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยอยากจะยุ่งเรื่องคนอื่นมากนักก็เลยไม่ค่อยปรากฏให้เห็นสักเท่าไหร่”

         ความตั้งใจแรกของวาคาบะคิดว่าจะดีกว่าถ้าลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยโดยอ้างอิงแนวทางการใช้ชีวิตจากไลท์โนเวลต่างโลก มาทราบจากเซรอสในภายหลังว่าการเป็นนักผจญภัยนั้นจะบันทึกข้อมูลของคนคนนั้นและกำหนดสถานะให้อยู่ในรูปแบบของกองกำลังพิเศษเพื่อคอยรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือก็คือหากมีอุบัติภัยใดๆ ก็ตามเกิดขึ้นนักผจญภัยทุกคนที่อยู่ในรายชื่อจะถูกเรียกตัวและส่งไปเป็นกำลังสำคัญในการรับมือกับเหตุการณ์นั้นทันที มันแตกต่างจากที่เคยได้ยินมาที่แค่ลงทะเบียนก็ได้หลักฐานยืนยันและจะสามารถเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้อย่างอิสระ

         กวาดสายตามองรอบหนึ่งก็เห็นฟรานกำลังยืนพิจารณาภารกิจบนป้ายประกาศอยู่อย่างตั้งใจ ภารกิจคำร้องส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ได้ให้ค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อทำให้นักผจญภัยที่มุ่งหวังสร้างรายได้ปฏิเสธที่จะทำพวกมันเพราะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่ต้องเสียไป ต่างจากภารกิจกำจัดมอนสเตอร์ที่ทุกคนแทบจะแย่งชิงใบประกาศภารกิจกันดุเดือดเพราะมันถูกใช้เป็นทางลัดในการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนแรงค์ให้สูงขึ้น

         สุดท้ายก็เลือกหยิบประกาศภารกิจคำร้องมา 2-3 ใบและนำไปมอบให้กับประชาสัมพันธ์ที่ดูจะดีใจมากเป็นพิเศษ

         “ภารกิจกำจัดหนูท่อ!?” ประชาสัมพันธ์สาวค่อนข้างประหลาดใจไม่น้อยที่มีคนอาสาทำภารกิจคำร้องที่แสนลำบาก

         ถึงค่าตอบแทนที่จ่ายให้หลังเสร็จสิ้นภารกิจนั้นจะสมเหตุสมผล แต่ความลำบากของภารกิจนี้คือการลงไปจัดการกับพวกหนูท่อปริมาณมหาศาลที่อาศัยอยู่ในท่อระบายของเสียของเมือง จะปล่อยไปก็ไม่ได้เพราะมันเป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดโรคระบาดที่รุนแรงมาก นักผจญภัยที่เคยผ่านภารกิจคำร้องนี้มาก่อนล้วนแล้วแต่ต้องพบเจอกับฝันร้ายทำให้พวกเขาไม่อยากรับคำร้องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง หากผ่านไปอีก 3-4 วันและยังไม่มีผู้ใดรับคำร้องนี้มันจะถูกใช้เป็นบทลงโทษสำหรับนักผจญภัยที่ประสบความล้มเหลวหลายครั้งติดต่อกัน

         “คิดดีแน่แล้วเหรอจ๊ะ ถ้ารับภารกิจคำร้องนี้ไปแล้วจะไม่สามารถปฏิเสธได้จนกว่าจะสำเร็จเลยนะ”

         “อือ พอทำได้” ฟรานตอบ

         “ถึงห้ามไปก็คงไม่ฟังสินะ เหมือนที่กิลด์มาสเตอร์บอกเลยว่าเธอเป็นเด็กที่ดื้อดึงมาก”

         ฟรานค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควรในกลุ่มประชาสัมพันธ์ของกิลด์นักผจญภัย ความขยันไม่เลือกงานเป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับประชาสัมพันธ์ที่หากไม่มีข้อกำหนดเรื่องจำนวนภารกิจที่รับได้ก็อยากจะให้ช่วยทำมันทั้งหมด

         ประชาสัมพันธ์จัดการลงทะเบียนภารกิจให้กับฟรานเสร็จก็กำหนดวันนัดพบเพื่อทำภารกิจกำจัดหนูท่อ เนื่องจากจำเป็นจะต้องมีกุญแจเปิดประตูท่อระบายของเสียทางกิลด์จึงต้องติดต่อไปยังอาคารสำนักงานเมืองเพื่อขอยืมตัวคนถือกุญแจมาเปิดประตูให้ พอกำหนดวันได้แล้วฟรานก็หยิบใบภารกิจสองใบมาขอข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านที่จะต้องเดินทางไปช่วยเหลือ ความรอบคอบนี้เองทำให้ประชาสัมพันธ์สาวรู้สึกว่าเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบสูงมาก

         ได้ข้อมูลรายละเอียดที่ต้องการมาแล้วก็ต้องขอเวลาหนึ่งวันไปศึกษาและเตรียมความพร้อม ระยะทางของหมู่บ้านที่ยื่นคำร้องอยู่ห่างจากไรด์การ์ดไปประมาณ 30 กิโลเมตร เดินทางด้วยเกวียนคงใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็น่าจะถึง แต่ฟรานมีพาหนะเป็นเฟนริลที่วิ่งได้เร็วมากน่าจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ศึกษาได้สักพักก็พับเก็บแผนที่ทางไปหมู่บ้านกับรายละเอียดภารกิจใส่กระเป๋าข้างเอวให้เรียบร้อยจากนั้นก็ไปสมทบกับพวกเซรอสที่ยืนรออยู่หน้าประตู

 

         คฤหาสน์ตระกูลเรเบียส

         ห้องเก็บอุปกรณ์ทำไร่ทำสวนที่อยู่ห่างไกลจากตัวคฤหาสน์เป็นสถานที่ที่พอจะใช้ซ่อนตัวได้ดีที่สุด

         สีหน้าของมนุษย์สัตว์สายพันธุ์กระต่ายขาวที่สวมชุดสาวใช้ของคฤหาสน์ดูไม่สู้ดีนัก สีขนที่เคยขาวสว่างกลายเป็นขนมอมๆ หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้ไปทำความสะอาดห้องครัวและห้องน้ำ แหวนมิติที่สวมใส่เป็นสร้อยคอถูกเปิดใช้งานและหยิบเอาแครอทที่เก็บสะสมไว้มากัดกินอย่างหิวกระหาย

         แต่ยังกินไปได้ไม่ถึงครึ่งหัวประตูห้องเก็บอุปกรณ์ทำสวนก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหัวหน้าแม่บ้านนอร์ร่า

         รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของสาวใหญ่แฝงเร้นไปด้วยอันตรายบางอย่างที่ทำเอามนุษย์กระต่ายขาวกลัวจนตัวสั่น

         “ขอซาริกินแครอทอันนี้ให้หมดก่อนได้หรือเปล่าเจ้าคะ”

         “ได้แน่นอนค่ะ” นอร์ร่าตอบยิ้มๆ พลันส่งสายตาเชื้อเชิญให้ทานต่อได้ “แต่ในฐานะของสาวใช้ไม่ควรทานอาหารก่อนผู้เป็นนายดังนั้นมื้อเย็นของคุณจะถูกงดค่ะ”

         ประโยคหลังสุดนั้นทำเอาซาริที่มีแครอทอยู่เต็มกระพุ้งแก้มไม่กล้าที่จะกลืนมัน ทำได้เพียงอมมันไว้ในปากและน้ำตาก็เริ่มไหลพราก

         จากนั้นนอร์ร่าก็เดินเข้าไปหาพร้อมหยิบแหวนมิติของซาริมา

         “สิ่งนี้ดิฉันจะขอเก็บเอาไว้ก่อนนะคะ ถึงเวลาที่คุณเดินทางกลับเมื่อไหร่ก็จะคืนให้ทันทีค่ะ”

         “อย่าลืมนะคะ ไม่ว่าคุณจะหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนตราบใดก็ตามที่อยู่ในเขตปกครองเรเบียส ดิฉันสามารถหาคุณเจอได้เสมอนั่นเพราะว่าดิฉันคือหัวหน้าแม่บ้านของตระกูลเรเบียสค่ะ”




ซาริ เธอเจอคู่ปรับที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว...


มุมบ่นไร้สาระ

หากพูดถึงเรื่อง One Piece ผมกล้าสาบานเลยว่าไม่เคยได้สนใจพอๆ กับเรื่อง นารูโตะ นั่นเลย ทั้งที่เคยได้ยินเพื่อนๆ พูดคุยเกี่ยวกับอนิเมะพวกนี้และคุยกันติดลมมาก ถามว่าผมดูไหมแน่นอนว่าดู ดิจิม่อน โปเกมอน เซียนเบ็ด ยอดกุ๊กแดนมังกร พริตตี้เคียว ดราก้อนบอล GT (ตอนนั้นรู้แค่นี้) ฯลฯ อะไรแบบนี้มากกว่า

เกี่ยวกับ One Piece ผมเคยได้ยินเนื้อเรื่องจากช่องการ์ตูนเก่ามากอย่างช่อง ไอทีวี แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะดูอย่างจริงจัง

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเริ่มสนใจจะดูก็เป็นเพราะช่อง การ์ตูนคลับ ที่เอาอนิเมะเรื่องนี้มาฉาย มันเป็นภาคอาณาจักรอาลาบาสต้า ฉากที่อุซปกับช็อปเปอร์สู้กับ Mr.4 กับ มิสเมอร์รี่คริสมาสต์ (ฉากที่อุซปโดนค้อนสี่ตันฟาดหน้า) ตอนนั้นผมไม่รู้เนื้อเรื่องของวันพีซแม้แต่น้อยเลยก็รู้สึกสนใจตรงที่ช็อปเปอร์มันแปลงร่างได้ ทีนี้พอเริ่มสนใจก็ไปหามาดู

ตอนนั้นรู้สึกว่าพอจบภาควอร์เตอร์เซเว่นจะไปเอนิเอสลอบบี้มันไม่มีพากษ์ไทยอีกหลายปี

แต่พอรู้ว่ามีคนทำซับไทยก็ไปเสาะหามาดูจนได้ ไปๆ มาๆ ผมกลายเป็นติดหนึบเรื่องนี้ไปแล้ว

แน่นอนว่าผมเริ่มหันมาศึกษาภาษาญี่ปุ่นก็เพราะเรื่อง วันพีซ นี่แหละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.396K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17,181 ความคิดเห็น

  1. #16886 vviiwwyy (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 17:54

    เรากะจิ้นแย้ดำกะนักฆ่า 555 //สาววาย

    #16,886
    0
  2. #16779 วายุจัง (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 09:12
    หาเก่งกว่าเซรอสอีก 555+
    #16,779
    0
  3. #16253 วิฬาร์สวรรค์สีรุ้ง (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 13:50
    มันก็ไม่ดำมืดถึงขนาดน้านนน

    /// ยังไงก็อวยฟรานกับซาริสุดขีด >>เลี้ยงต้อยไว้สอยเอง
    #16,253
    1
    • #16253-1 tomtamninja(จากตอนที่ 210)
      3 มิถุนายน 2563 / 18:30
      ช่ายย ผมนี่ปลุกพลังหมีในตัวคุณเลย
      #16253-1
  4. #16251 phongphatr (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 04:34
    สงสารซาริจัง อดทนไว้นะกระต่ายจอมยุ่ง
    #16,251
    0
  5. #16250 Wfast (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 23:55
    เราก็เคนดูวันพีซแค่สองตอนเอง แต่เนื้อเรื่องน่าติดตามจริงๆ
    #16,250
    0
  6. #16249 Wfast (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 23:55
    เราก็เคนดูวันพีซแค่สองตอนเอง แต่เนื้อเรื่องน่าติดตามจริงๆ
    #16,249
    0
  7. #16247 hanijimae12021 (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 00:32
    อยากอ่านต่อจัง ไรท์หายไป*-*
    #16,247
    0
  8. #16242 Cookie & Cream (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 07:26
    อยากอ่านโดจินนั้น 5445
    #16,242
    0
  9. #16241 TosawatC (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:32
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว
    #16,241
    0
  10. #16239 Alisona Janes Curse (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 07:26
    เราก็เรียนญี่ปุ่นเพราะของกินกับอนิเมะเนี่ยแหละค่ะเพราะบางทีเสียงพากย์ก็หายวับไปกับตา...
    #16,239
    0
  11. #16217 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 12:07

    นามสารซาริ

    #16,217
    0
  12. #16204 imavikur (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 05:37
    เซรอสสู้ๆ นายอาจจะกดอาเรสได้นะ บอกวาค่บัสิ กรั่กๆ แงงงง ซาริ สู้เจ้าค่ะืร้องสู้เจ้าค่ะ อดกินไม่ตายเจ้าค่ะ 555
    #16,204
    0
  13. #16188 หลุมมืด (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 06:15
    ฮา เซรอสโดนจับกดมนมังงะ 55
    #16,188
    0
  14. #16179 ThaipaKing (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 13:14
    พลังของโชคไม่ทำงาน คงเพราะทำเพื่อตัวซาริเองสินะพลังเลยไม่ทำงาน
    #16,179
    0
  15. #16178 ก๋วยเตี๋ยวสีชมพู' (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 03:54
    แง ตอนนี้ตัวเองดูวันพีซถึงภาควาโนะรึยังคะ อยากเม้ามายด้วยจังเลย
    #16,178
    3
    • #16178-1 Blue Soul(จากตอนที่ 210)
      4 พฤษภาคม 2563 / 03:57
      ยังดูไม่ถึงน่ะ แต่อ่านถึงแล้ว
      #16178-1
    • #16178-3 Blue Soul(จากตอนที่ 210)
      4 พฤษภาคม 2563 / 03:59
      กลับมาจำได้แล้ว ก๊งเหล้าเป็นพันธมิตรกับไคโดเรียบวุด
      #16178-3
  16. #16177 Iruna (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 20:44

    Neko miku.com or anime-sukoi.com ตัวหน้าดีกว่า

    #16,177
    0
  17. #16176 Dark Stone (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 09:20
    วันพีช,นารูโตะ,โทริโกะ,ฮันเตอร์Xฮันเตอร์ ฯลฯ
    ผมไม่ดูซักเรื่อง เหตุผลเพราะเบื่อสายโชเนน
    ผมเน้นดูแต่สายโนเวล
    #16,176
    0
  18. #16175 Vampire_killeR (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 05:52
    คุณนอร์ร่าสุดยอด!
    #16,175
    0
  19. #16174 เตียงนุ่มน่านอน (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 01:21
    สงสารซาริจังโดนทิ้งให้อยู่กับคุณป้าจอมเนียบ
    #16,174
    0
  20. #16173 Bicchabis (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 23:02
    ส่วนเรา หลังจากภาคเมืองเงือกก็ไม่ได้หาอ่านต่อเลย เพราะตัวละครเยอะมาก

    เนื้อเรื่องในอนิเมะกับมังงะไม่เหมือนกันด้วยนะคะ เช่น ตอนเชฟขาแดงขาขาด เหตุผลที่ขาขาดต่างกัน
    #16,173
    0
  21. #16172 ImagineSystem (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:16
    ลองนึกภาพซาริจบหลักสูตรมาได้นะ ซาริน่าจะมาดไอดอลเลย ยังซนอยู่แต่รักษามารยาทมากขึ้น
    #16,172
    0
  22. #16171 EXboss (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 19:25
    ได้เจอ พลังแห่งเหล่าแม่บ้านพ่อบ้าน สุดแกร่ง(ในเขตบ้าน) ไร้เทียมทาน แล้ว
    #16,171
    0
  23. #16170 t1112207899 (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 18:15

    ขอบคุณครับ
    #16,170
    0
  24. #16169 ฟ้าทมิฬ (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 16:41
    บังอาจจจจจ กล้าทำกระต่ายน้อยแบบนี้ เบิกเครื่องประหารหัวสุนัข
    #16,169
    0
  25. #16168 นักอ่านเลือดสาดกระจาย (จากตอนที่ 210)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 16:26
    ขอนอกประเด็นนิดนะฮะ ใครพอจะรู้บ้างมั้ยครับว่าทำไมเวลาเจอพ่อบ้านในเมะหรือโนเวลญี่ปุ่น ทำไมส่วนใหญ่ถึงชื่อ เซบาสเตียนกันซะเยอะล่ะครับ
    #16,168
    3
    • #16168-1 Blue Soul(จากตอนที่ 210)
      2 พฤษภาคม 2563 / 16:34
      มีคนสันนิษฐานว่ามันเริ่มมาจากเรื่อง heidi, girl of the alps ล่ะนะ เรื่องนั้นมีพ่อบ้านชื่อเซบาสเตียน คิดว่าเรื่องนี้คงมีบางสิ่งที่ทำให้หลายคนจำภาพลักษณ์ของพ่อบ้านในชื่อ เซบาสเตียน คนนี้ไว้ พอมีตัวละครพ่อบ้านมา ความคิดแรกสุดก็คงจะเป็นชื่อนี้ (มั่วไป)
      #16168-1
    • #16168-3 ExonBlade(จากตอนที่ 210)
      2 พฤษภาคม 2563 / 17:49
      เพราะผมคือพ่อบ้านปีศาจ5555
      #16168-3