ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,255,879 Views

  • 13,679 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    16,357

    Overall
    2,255,879

ตอนที่ 167 : SS3 Episode Twelve : โลกคู่ขนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1306 ครั้ง
    1 พ.ค. 62

SS3 Episode Twelve

 



       “นี่คุณลุง”

       “ว่าไง?” คนถูกเรียกตอบกลับมาท่าทางดูอารมณ์ดี

       “คือว่านะ ที่นี่น่ะมันคือต่างโลกใช่ไหม?”

       “เข้าใจไม่ผิดหรอก”

       “งั้นคุณลุงไปเอาไอ้รถยนต์นี่มาจากไหนกันล่ะ?”

       ที่นั่งด้านหลังมีเด็กหญิงเผ่าเอลฟ์มองสลับไปมาระหว่างชายหญิงคู่นี้ บทสนทนาที่ทั้งคู่ใช้เป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งยังจับใจความได้เพียงเล็กน้อย ฟังดูแล้วไม่น่าจะใช่เรื่องสำคัญอะไรก็เบนสายตามองออกไปด้านนอกหน้าต่างซึ่งมีฝนตกปรอยๆ มันไม่ถึงกับขัดขวางการเดินทางมากนักแค่ทำให้ถนนหนทางกลายเป็นดินโคลนยากแก่การสัญจรได้ แต่สำหรับพาหนะคันนี้แล้วปัญหาระดับนั้นแทบจะไม่ก่อความเดือดร้อนใดๆ เลย ที่ปัดน้ำฝนก็คอยปัดกวาดทำให้มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนด้วย

       พวกเขาอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังพื้นที่ที่เป็น ดันเจี้ยน ตามกำหนดการที่ได้เตรียมการมาล่วงหน้า โชคไม่ดีนักที่ฝนมันดันตกลงมาซะก่อนแต่ช่วยไม่ได้เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติที่ยากจะควบคุมได้

       เซรอสไม่ได้แสดงสีหน้ากระอักกระอวนที่ถูกคาดคั้น เขาไม่ได้มีความคิดจะปิดบังเพราะในอนาคตข้างหน้าจะยังมีวิทยาการจากโลกสมัยใหม่ถูกนำมาปรับใช้กับดินแดนและโลกใบนี้อีกหลายอย่าง ตอนนี้จำเป็นจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อความร่วมมือกันก่อน แต่บางเรื่องที่สำคัญก็จำเป็นจะต้องปิดบังเอาไว้เพื่อรักษาความลับ ยังดีที่วาคาบะเชื่อว่านั่นคือพลังโกง ของเขาก็ยังพอจะกลบเกลื่อนไปได้บ้าง

       “ก็สร้างขึ้นมาน่ะสิ” คำตอบฟังดูเรียบง่ายแต่ก็ทำเอาเด็กสาวเบ้ปากเล็กน้อย

       “ไม่แฟร์เลย คุณลุงรู้พลังโกงของฉันแต่กลับปิดบังไม่ให้ฉันรู้พลังโกงของคุณลุงเนี่ยนะ”

       ชายหนุ่มกลอกสายตามองแล้วถอนหายใจ “เข้าใจล่ะบอกก็ได้ พลังโกงของฉันคือการคราฟไอเทมเหมือนระบบเกมที่เด็กอย่างเธอน่าจะรู้จักอยู่หรอก รูปแบบของพลังนี้คือการคราฟและสร้างสิ่งของเพื่อการเอาชีวิตรอด”

       “ระบบเกม? แบบพวกเกมเซอร์ไวเวิร์ลอะไรเทือกนี้น่ะเหรอ ยอดไปเลยแหะ”

       วาคาบะนึกภาพตามก็พอจะเดาได้แล้วว่าเป็นพลังที่แสนสะดวกมาก ค่อนข้างจะคล้ายคลึงพลังของดันเจี้ยนมาสเตอร์แต่ขอบเขตการทำงานนั้นเปิดกว้างกว่า จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นเรือนกระจกที่ภายนอกมีขนาดเล็กมากแต่เมื่อเข้าไปแล้วจะพบว่ามีพื้นที่กว้างพอจะสร้างหมู่บ้านได้เลย

       “แล้วมันรวมถึงการสร้างรถยนต์นี่ด้วยหรือเปล่า?”

       “ถ้าทำแบบนั้นได้คงสะดวกขึ้นเยอะ แต่ไม่ใช่หรอกพลังนี่น่ะสร้างได้แค่พวกอุปกรณ์ยิบย่อยและสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อย่างอาคารบ้านเรือน แน่นอนว่ามันสามารถออกแบบได้ตามต้องการ ส่วนพาหนะที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็สร้างขึ้นโดยอาศัยองค์ความรู้เดิมที่มีทำขึ้นมา”

       “ขอถามอะไรหน่อยได้หรือเปล่า”

       “เอาสิ” เซรอสอนุญาต

       “ก็เคยคิดอยู่หรอกว่าทำไมพวกตัวละครเอกในไลท์โนเวลมักจะมีความรู้แปลกๆ ที่คนอื่นเขาไม่ค่อยรู้กัน พอคิดว่าเป็นพล็อตเรื่องที่ฉีกออกจากกฎเดิมหวังจะให้ตัวละครดูมีเสน่ห์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางก็เข้าใจอยู่ แต่นี่คือชีวิตจริงนะคุณลุง ไอ้วิธีการสร้างรถยนต์หรือเครื่องยนต์สันดาปอะไรเทือกนี้มันต้องอาศัยเครื่องจักรเข้าช่วยไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าชิ้นส่วนอะไหล่มันสามารถสร้างได้ด้วยพลังของคุณลุงน่ะ? แล้วไหนจะยังเรื่องน้ำมันที่เป็นเชื้อเพลิงสำคัญสำหรับใช้กับเครื่องยนต์นี่อีก”

       เซรอสเผยรอยยิ้มแล้วตอบ “พลังของฉันทำอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก แต่อย่างที่บอกไปว่าที่โลกเดิมฉันศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลมา เธอคงรู้จักกับ เพกาซัส ไพร์ซที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์สินะ ฉันเคยทำงานอยู่ในฝ่ายออกแบบที่นั่นด้วย”

       ฟังดูเหมือนกับเซรอสไม่ได้คิดจะปกปิดความลับอะไรเลย ด้วยสีหน้าท่าทางของเขาที่แสดงได้สมจริงประกอบกับที่คิดว่าคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่ไม่น่าจะพูดโกหก วาคาบะจึงหลงเชื่อไปแล้วว่านั่นคือเรื่องจริง

       สักพักหนึ่งก็ฉุกคิดได้ถึงประโยคที่ผิดพลาดนั่น

       “เดี๋ยวก่อน? เพกาซัส ไพร์ซ เนี่ยคืออะไรเหรอ?”

       เซรอสขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วอธิบายเพิ่มเติม “ก็บริษัทชั้นนำของโลกที่นำเข้าเทคโนโลยีอุตสาหกรรมที่ล้ำสมัยน่ะสิ ที่ญี่ปุ่นเองก็มีสาขาอยู่ด้วยฉันเคยไปประจำอยู่ที่นั่นชั่วคราวก็เลยพูดภาษาญี่ปุ่นได้ยังไงล่ะ”

       “เรื่องนั้นไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย ไอ้เราเองก็พอจะเรียกตัวเองได้ว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีคนหนึ่งในรุ่นเลยนะ”

       “ไอ้แท็บเล็ตตกรุ่นนั่นน่ะนะ?” เซรอสถามกลับ นึกย้อนกลับไปตอนที่ได้เห็นวาคาบะนำมันออกมาใช้งานวาดรูปเป็นครั้งแรก “ไอ้ฉันก็นึกว่าเป็นพวกนิยมของโบราณซะอีก”

       “นั่นน่ะรุ่นล่าสุดเลยนะคะคุณลุง รุ่นล่าสุด!” วาคาบะเน้นย้ำหนักแน่น เซรอสจึงเงียบและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามต่อ

       “จะว่าไปเมื่อกี้เธอถามฉันเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันสินะ ตอนแรกก็คิดว่าแค่พูดเล่นซะอีกเพราะโลกใบนี้ไม่ได้มีกฎหมายคุ้มครองด้านพลังงาน เพกาซัส ไพร์ซ เป็นบริษัทอุตสาหกรรมที่ได้รับการรับรองว่าเป็นนัมเบอร์วันด้านพลังงานสะอาด ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะต้องรู้แท้ๆ หรืออาจจะผิดพลาดนะ” เซรอสพยายามใช้ความคิดทบทวนบางสิ่งจากข้อสงสัยนั่น “ฮ่าๆ ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง”

       แม้จะฉุกคิดได้แต่เซรอสกลับปฏิเสธความจริง วาคาบะที่สงสัยใคร่รู้อยู่แล้วก็ยิ่งอยากจะรู้เพื่อคลายความสงสัยให้ตัวเอง

       ขบคิดสักประมาณสิบวินาทีก่อนจะอธิบายให้เด็กสาวฟัง

       “บางทีนะ พวกเราแม้จะมาจากเอิร์ธเดียวกันแต่เกรงว่าคงจะเป็นคนละไทม์ไลน์ไม่สิ กรณีนี้อาจจะต้องบอกว่าเป็นโลกคู่ขนานที่แตกแขนงออกมาน่าจะถูกกว่า ทิศทางในโลกของเธอกับฉันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เพกาซัส ไพร์ซ เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีเลยล่ะ”

       เพกาซัส ไพร์ซ ในโลกของเซรอสคือหนึ่งในบริษัทหน้าฉากขององค์กรที่คอยทำหน้าที่ในการปล่อยเทคโนโลยีสู่สาธารณะ มันช่วยยืนยันในสิ่งที่คิดได้ชัดเจนที่สุดแม้ว่าสำหรับอีกคนจะยังดูไม่ค่อยเชื่อก็ตาม แต่ในเมื่อตนเองเคยมีโอกาสได้พบกับตัวตนที่เรียกแทนตัวว่า พระเจ้า กับถูกส่งมายังต่างโลกที่มีเวทมนตร์แถมอำนาจวิเศษที่เรียกว่าพลังโกง จะบอกว่ามันเป็นความคิดที่ไร้สาระก็ไม่ได้ซะด้วย

       “ถ้าเป็นอย่างที่คุณลุงพูดมาจริง ทำไมพวกเรายังคุยกันเรื่องไลท์โนเวล มังงะ กับอนิเมะได้รู้เรื่องด้วยล่ะ”

       คำถามที่วาคาบะต้องการจะสื่อก็คือ หากทิศทางของโลกเปลี่ยนแปลงไป วิทยาการและเทคโนโลยีก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนไปด้วยสิ ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ยากมากที่จะมีเรื่องราวเหล่านี้อยู่ในโลกคู่ขนานที่แตกต่างกันได้

       “คงอธิบายได้แค่ว่าเป็นความบังเอิญเท่านั้นแหละ” เซรอสไม่อาจให้คำตอบที่ถูกต้องได้

       ตอนแรกวาคาบะมีท่าทีว่าไม่อยากจะเชื่อในข้อสันนิษฐานนั่นจนกระทั่งได้หันมามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการได้พบกับพระเจ้าและถูกส่งมาเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์ที่ต่างโลก บางทีข้อสันนิษฐานนั่นอาจจะมีความเป็นไปได้เหมือนกัน

       โดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่าเซรอสกำลังแอบยิ้มอยู่

       รถยนต์ขับไปตามถนนที่น่าแปลกมากตรงที่เหมือนกับมีร่องรอยของบางสิ่งผ่านทางไปมาก่อน ไม่มีการหยิบแผนที่ขึ้นมาเปิดดูเพราะมันไม่มีความจำเป็นสำหรับเซรอสที่มองเห็นแผนที่จากเส้นทางที่เคยผ่านมาทั้งหมดได้ แม้จะเปิดแผนที่ไปได้ไม่มากแต่สุดท้ายแล้วเซรอสก็สำรวจมันทุกวันจนเกือบจะได้แผนที่ดินแดนต้องสาปฉบับสมบูรณ์แล้ว วาคาบะมองออกไปนอกหน้าต่างคิดอยากจะชมทิวทัศน์แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรน่าดูอยู่เลย สุดท้ายก็ทำได้แค่นั่งนับหยดน้ำที่เกาะอยู่บนหน้าต่างเล่นเป็นการชั่วคราว

       พยายามหลอกล่อและชวนพูดคุยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้วาคาบะสนใจเรื่องเวลาที่ใช้ในการเดินทาง และยังแอบเนียนเพิ่มระยะเส้นทางให้มากขึ้นอีกเล็กน้อย ส่วนตัวแล้วเขาค่อนข้างกังวลในพลังของเด็กสาวคนนี้ที่สามารถสร้างมอนสเตอร์ขึ้นมาได้ ถึงจะถูกจำกัดไว้ในพื้นที่เฉพาะแต่มันก็น่ากลัวมาก ขอเพียงเธอมีแต้ม DP มากพอก็จะสร้างมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจพอๆ กับมังกรขึ้นมาได้ พูดให้ถูกคือในสายตาของเซรอสมองเด็กสาวคนนี้ไม่ต่างอะไรกับหายนะเดินได้เลย ข้อดีเพียงอย่างเดียวก็คือเธอฝันเฟื่องเกินไปนั่นแหละ

       ในที่สุดการเดินทางก็พาพวกเขามาหยุดอยู่ที่หน้าบริเวณปากทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการบูรณะอย่างเหมาะสม พื้นที่บางส่วนถูกถากถางโดยไร้แบบแผน กระทั่งฟรานที่ได้รับอิทธิพลจากวิธีการจัดการพื้นที่ของเซรอสยังมองแล้วก็อดขัดใจไม่ได้ ข้างนอกฝนยังตกอยู่จึงไม่ดีนักถ้าจะออกไปเดินตากฝน แต่สามารถทำได้เมื่อพวกเขามีร่มเป็นของส่วนตัวกันคนละคัน

       “ดันเจี้ยน?” ฟรานเอ่ยขึ้น เสียงของเธอเบามากจนแทบจะถูกเสียงฝนกลืนกินไป

       “ใช่ ค้นพบได้สักพักแล้วแต่ตอนนั้นเห็นว่าเมืองนี้ยังไม่พร้อมจะรับความเปลี่ยนแปลงกะทันหันเลยไม่ได้บอก”

       เซรอสพูดกับฟรานเสร็จก็เปลี่ยนไปใช้ภาษาญี่ปุ่นเพื่อคุยกับวาคาบะต่อ

       “เป็นไปได้ก็ช่วยอย่าเปิดเผยเรื่องที่เป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์ก็แล้วกัน”

       “เห็นอยู่ทุกวันก็พอจะเดาได้ ถึงจะน่าเสียดายก็เถอะ”

       คงต้องหาทางแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยชั่วคราว ทั้งที่ความจริงนั้นวาคาบะสามารถเดินทางกลับเข้าสู่มิติบ้านของตัวเองได้เมื่ออยู่ในระยะของดันเจี้ยน คาดว่าระยะการทำงานจะเพิ่มขึ้นเมื่อดันเจี้ยนมีการขยายตัว ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ถือครองความลับของกันและกันก็ไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรมากนัก ทรัพยากรรอบตัวก็มีให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่เลยสร้างบ้านพักชั่วคราวขึ้นมาให้พวกเด็กๆ ได้พักอาศัยก่อนและหลังจากลงดันเจี้ยนเสร็จแล้ว

       ท่อนไม้ที่วางกองอยู่มุมหนึ่งนั้นถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ฟรานจัดเตรียมหน้าดินและขุดเอารากไม้ขึ้นมาอย่างง่ายดายจนกระทั่งพื้นที่ที่จะใช้สร้างบ้านโล่งเตียน มันเป็นการประสานงานที่รวดเร็วมากโดยที่แทบจะไม่ต้องสื่อสารกัน สุดท้ายเซรอสก็ลองถามรสนิยมของเด็กสาวชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับบ้านพักอาศัย แม้เซรอสจะมีรูปแบบอยู่ในใจก็ยังต้องให้เกียรติความต้องการของผู้อยู่อาศัยด้วย กลายเป็นว่าความต้องการของวาคาบะก็คือบ้านหลังเล็กไม่จำเป็นต้องกว้างมากและยังวาดแบบโครงสร้างบ้านในฝันไว้ให้ด้วย

       วาคาบะเห็นเซรอสตวัดวาดมือกลางอากาศก็ไม่ได้แปลกใจ มันค่อนข้างจะคล้ายกับเธอในกรณีที่ต้องจัดการกับดันเจี้ยนและซื้อของผ่านระบบ ดูท่าทางจะชำนาญกว่าเธอที่ต้องค่อยๆ ปาดนิ้วไล่ดูทีละรายการ เขาใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีก็บอกว่าเสร็จเรียบร้อยแต่มองดูก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งนำวัสดุมาวางกองไว้เท่านั้นพวกมันก็สลายหายไปต่อหน้าต่อตาและเริ่มก่อรูปร่างเป็นสิ่งปลูกสร้างอย่างรวดเร็ว เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการทำงานของพลังโกงที่น่าอัศจรรย์ไม่แพ้ของตัวเอง

       เมื่อบ้านพักสร้างเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องย้ายสัมภาระไปเก็บไว้ข้างใน เพื่อความสะดวกในการใช้น้ำก็ได้สร้างบ่อน้ำและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับปั่นเพื่อขนย้ายน้ำไปเก็บไว้ในอ่างอาบน้ำ แม้ว่ามันจะลำบากกว่าการอาศัยอยู่ที่บ้านแต่เมื่อเทียบกับบ้านของชาวเมืองแล้วที่นี่จัดว่าหรูหรากว่าที่คิดเสียอีก

       “เสบียงนี่น่าจะพอให้อยู่ได้สองสัปดาห์ ยากับเครื่องมือทางการแพทย์อยู่ในกล่องนี้ติดฉลากอธิบายอย่างง่ายเป็นภาษาญี่ปุ่นไว้ให้แล้วด้วย แล้วก็ถ้ามีเหตุฉุกเฉินช่องสัญญาณหมายเลข 0 เปิดอยู่เสมอเฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉินที่ควบคุมด้วยตัวเองไม่ได้แล้วเท่านั้น”

       วาคาบะมองดูเสบียงอาหารที่ถูกแพ็กใส่ไว้ในถุงสุญญากาศ มีของที่คล้ายซีเรียลอาหารเช้ารวมอยู่ในนั้นด้วย และสุดท้ายก็คืออาหาร MRE ที่เคยเห็นในรีวิวบนอินเตอร์เน็ตแต่ไม่เคยได้มีโอกาสลิ้มลองมาก่อน

       เซรอสหันไปพูดกับฟราน “อย่าลืมว่าดันเจี้ยนไม่เหมือนกับการไปพักค้างแรมข้างนอก บางครั้งการหนีก็ไม่ใช่เรื่องน่าอาย”

       เป็นเมื่อก่อนฟรานคงจะตอบรับไปแบบส่งๆ เพราะเชื่อว่าตัวเองจะรับมือกับสถานการณ์อันตรายได้ ทว่าหลังจากได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า ความกลัว ทัศนคติของฟรานก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย

       “อือ สู้ไม่ไหวจะหนีล่ะ”

       “ดีมาก” เขาวางมือลงบนหัวของเด็กหญิง ไม่ได้สังเกตเห็นรอยยิ้มดีใจกับใบหูที่ขยับขึ้นลงและมีสีแดงเจือบางๆ

       “ส่วนแกอย่าตายก็แล้วกัน”

       เฟนริลนั่งมองหน้าและกระดิกหางทำตัวดูน่ารัก มันดูคล้ายกับสุนัขพันธุ์ฮัสกี้สุดบ๊องแบบสุดๆ อย่างไรก็ตามมันค่อนข้างจะเก่งพอตัวหลังจากที่มันพ่น ไฟนรก ออกมาได้ก็วางใจที่จะให้ไปกับฟรานแล้ว

 

       รถยนต์ขับออกไปแล้วทิ้งเอาไว้เพียงรอยล้อรถบนถนนที่เป็นโคลน วาคาบะมองดูจนกระทั่งรถนั่นถูกสายฝนกลืนหายไปก็กลับมาดำเนินการตามหน้าที่ของตัวเองทันที เงื่อนไขในการปรับแต่งดันเจี้ยนของเธอทำได้เมื่ออยู่ในพื้นที่ใกล้กับดันเจี้ยนจึงต้องสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาในตำแหน่งที่สามารถทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ปกติเธอควรจะเข้าไปทำในมิติบ้านที่แสนวังเวงแห่งนั้นแต่เธอก็ปรารถนาจะมีชีวิตเพื่อตัวเองบ้างไม่ใช่แค่คุดคู้อยู่แต่ในมิติลับที่ปลอดภัย การร่วมมือกันกับเซรอสจึงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้เธอมีชีวิตที่เป็นอิสระ

       ฟรานอยู่ห้องรับแขกข้างล่างกำลังจัดเตรียมกระเป๋าสำหรับเดินทาง กลั้นใจถอดแหวนมิติออกเก็บใส่กล่องผ้ากำมะหยี่ไม่คิดจะนำเข้าไปใช้ในดันเจี้ยน ไตร่ตรองจากวิธีคิดของเซรอสนั้นก็เพื่อสั่งสอนเกี่ยวกับสามัญสำนึกในฐานะของคนธรรมดาให้ จนถึงตอนนี้ฟรานได้รับการฝึกสอนเวทมนตร์จากรองผู้อำนวยการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ ฝึกการต่อสู้ประชิดตัวกับเซรอสที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ และยังฝึกขัดเกลาจิตใจกับมังกรดำ โอกาสระดับนี้ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับจึงพูดได้เต็มปากเลยว่าเธอแค่โชคดีเท่านั้น

       ห้องน้ำอาบใช้ระบบปั่นน้ำแบบเก่า (ที่ว่าเก่ามันเพิ่งจะผ่านไปได้ประมาณ 2 ปีเท่านั้น) ปกติแล้วจะต้องเป็นซาริที่ไปปั่นเพื่อดึงน้ำจากบ่อน้ำขึ้นมาใช้ พอต้องมาทำเองก็รู้สึกว่ามองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าเซรอสปรับแต่งอุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับฝึกฝนแทบจะทั้งหมด เครื่องปั่นน้ำที่ซาริใช้อยู่เป็นประจำนั้นค่อนข้างหนักมากแต่ทุกครั้งที่ปั่นก็ทำเอาสายพานเกือบไหม้ ไม่น่าแปลกใจที่ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไปของซาริจะแข็งแกร่งแบบสุดๆ และต้องไม่ลืมว่าเซรอสแอบเพิ่มน้ำหนักลงไปในพื้นรองเท้าของทุกคนและฝึกให้เดินไม่ให้เกิดเสียงหรือรอยเท้าอีก

       หรือก็คือตลอดการใช้ชีวิตประจำวันก็ยังไม่ละเลยการฝึกพื้นฐาน

       วาคาบะอ้างว่ากำลังจัดห้องแต่ที่แท้จริงคือการปรับปรุงดันเจี้ยนครั้งใหญ่ตามแผนงานที่วางเอาไว้ นึกดูแล้วพวกตัวละครเอกที่กลายเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์มักจะทำให้ดูเหมือนการสร้างดันเจี้ยนเหมือนเป็นเรื่องง่ายมาก พอได้ลองทำจริงเลยรู้ว่าต้องวางแผนงานเป็นขั้นเป็นตอนและคำนึงถึงผลลัพธ์ระยะยาวอีกด้วย การใช้วิธีแบบเก่าที่พยายามดึงดูดคนด้วย ดันเจี้ยนที่ไม่ฆ่า เป็นอะไรที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในด้านเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศนั้นๆ ดูเหมือนว่าตัวละครเหล่านั้นจะไม่ทันได้ฉุกคิดความจริงข้อนี้

       หากดันเจี้ยนไม่ฆ่าก็จะมีคนหลั่งไหลเข้ามาแสวงโชคนับไม่ถ้วน มองในแง่ของ DP ที่แสนจะยั่วยวนแล้วกลับนำมาซึ่งผลเสียนานัปการ หนึ่งก็คือมนุษย์จะไม่ตระหนักถึงความกลัวตายและใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงที่ว่าต่อให้ตายก็กลับมาเกิดใหม่ได้ สองคือการแทรกแซงของประเทศอื่นที่มุ่งหวังจะครอบครองทรัพยากรจำนวนมาก หากท้ายที่สุดแล้วดันเจี้ยนถูกครอบครองโดยกลุ่มคนที่ละโมบโลภมากฝ่ายที่เดือดร้อนที่สุดก็คงจะเป็นดันเจี้ยนมาสเตอร์นั่นเอง

       ก๊อกๆ

       เด็กสาวที่กำลังใช้ความคิดอยู่สะดุ้งโหยง มองไปที่ประตูและหวังว่ามันจะไม่เปิดออกมา

       “น้ำเต็มแล้ว อาบได้”

       “เดี๋ยวจะออกไปนะ อาบก่อนได้เลย”

       สายตาเหลือบมองดูตารางแสงที่เป็นรูปแบบของดันเจี้ยนในชั้นเริ่มต้นครอบคลุมพื้นที่ตลอดสองร้อยตารางเมตร ความยากของมันคือทางเดินเป็นโพรงถ้ำที่มีความสูงต่ำไม่เท่ากัน มีการแบ่งออกเป็นห้องๆ และได้เตรียมมอนสเตอร์ที่มีความยากระดับ E เอาไว้แล้ว นี่เป็นหนึ่งในข้อดีของดันเจี้ยนมาสเตอร์ที่มีข้อมูลมอนสเตอร์ทั้งหมดในโลกนี้แถมยังมีการจัดระดับแรงค์เอาไว้ให้ด้วย ตอนแรกก็คิดว่าจะขายข้อมูลนี้ให้เซรอสแต่ทางนั้นเลือกปฏิเสธเพราะต้องการให้นักผจญภัยเป็นผู้รวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง

       นิ้วมือวาดไปกด ยืนยัน และดันเจี้ยนก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ในทันที

       ลงมาข้างล่างก็เห็นอาหารถูกเตรียมไว้บนโต๊ะ เป็นถุงอาหารหนึ่งแพ็กวางอยู่บนจานและเหยือกใส่น้ำ

       “ประเดิมด้วย MRE สินะ อยากลองกินมาตั้งนานแล้วล่ะ”

       เคยเห็นวิธีทำในวีดีโอแต่ไม่เคยทำเองสักครั้ง อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

       ฟรานเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จก็มานั่งตรวจสอบอุปกรณ์ที่จะใช้เดินทางในวันพรุ่งนี้ หลักๆ แล้วพวกมันถูกเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยเช่นเดียวกับพวกอาวุธที่ผ่านการดูแลมาเป็นอย่างดี ลับคมเรียบร้อย มีอาวุธสำรองเป็นกริชที่ทำจากอาดามันเทียมใช้ในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น อาวุธหลักก็เป็นกริชธรรมดาที่เคยใช้ตอนทำหน้าที่เป็นนักผจญภัยฝึกหัด ไม้เท้าเวทมนตร์ที่แทบจะไม่จำเป็นต้องมี อยากจะนำธนูไปใช้แต่ฟังจากที่เซรอสแนะนำว่าไม่ควรนำสิ่งที่ไม่ชำนาญไปสุดท้ายก็ถูกวางไว้ในบ้านตามเดิม

       “ถามหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงอยากเป็นนักผจญภัยขนาดนั้น?”

       ฟรานยังไม่ค่อยชินกับภาษาญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ก็เลยตอบเป็นภาษาอังกฤษแทน

       “ตอนแรกเพื่อแก้แค้น แต่ตอนนี้เพื่อตัวเอง”

       มองดูเด็กหญิงที่ถืออาวุธมีคมพลิกไปมาอย่างชำนาญก็อดตำหนิอีตาลุงบ้านั่นไม่ได้ ทั้งที่ฟรานออกจะเป็นตัวละครเด็กผู้หญิงทรงเสน่ห์ ตัวเล็กน่ารักท่าทางเย็นชายากจะเข้าถึงได้ แต่กลับถูกฝึกสอนให้จับอาวุธเข่นฆ่าผู้คนได้อย่างเหี้ยมโหด

       จะโทษว่าเป็นความผิดของอีตาลุงนั่นก็ไม่ได้เพราะที่นี่คือต่างโลก

       ถ้าไม่แข็งแกร่งก็มีแต่จะต้องตกเป็นเบี้ยล่าง

       วาคาบะไม่รู้จะพูดคุยอะไรอีกเพราะฟรานแสดงท่าทีว่าไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยสักเท่าไหร่ เธอจึงหันกลับไปจัดการกับมื้อเย็นของตัวเองที่กำลังร้อนได้ที่ รสชาติอาหารก็พอกินได้แต่สำหรับคนบนโลกนี้คงแทบไม่ต่างอะไรกับอาหารสวรรค์แสนโอชะ

       “อยากกินแฮมเบอร์เกอร์จัง” เด็กสาวพึมพำ

       หกโมงเย็นแล้วความมืดก็เริ่มคืบคลานเข้ามาจนแทบมองอะไรไม่เห็น บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้จึงต้องอาศัยแสงไฟจากตะเกียงแทนเลยค่อนข้างลำบากนิดหน่อยสำหรับคนสมัยใหม่อย่างวาคาบะ เสียงลมพัดหวีดหวิวและฝนที่ตกลงมาชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศที่แสนวังเวง วาคาบะนั่งมองทิวทัศน์ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากป่าผ่านทางหน้าต่างห้องนอน ตรวจดูสภาพความเป็นไปของดันเจี้ยนผ่านมุมมองแบบพิเศษที่ทำให้เธอรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นข้างใน และยังสามารถควบคุมทิศทางมอนสเตอร์ได้ในระดับหนึ่ง

       พรุ่งนี้คงได้รู้กันว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง

       หวังอยู่ลึกๆ ว่าแต้ม DP ที่จะได้รับกลับมาคงมากพอให้สร้างมอนสเตอร์แบบใหม่เพิ่ม

       แต่บางทีเธออาจจะหวังมากเกินไปก็ได้

 




สรุป เอ็งคิดจะเลี้ยงเด็กทั้งเรื่องสินะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.306K ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #13599 jSpy77 (@jSpy77) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:42
    สองร้อยตารางเมตรแลดูมันเล็กนิดเดียว
    #13599
    0
  2. #13158 mummummi (@narm_tip) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 16:39
    เซรอสวางแผนใช้งานวาคาบะอย่างแนบเนียนเลยแฮะ ฟรานสู้ๆ
    #13158
    0
  3. #13156 Nattha_rika (@got7poo) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:01
    ตามมาจากเปิดตำนานป่วนออนไลน มาอ่านเพราะคำโปรยดูน่าสนใจดี

    และที่สำคัญเรามาทวงนิยายเกมออนไลน์ด้วยจร้าาาา
    #13156
    0
  4. #13155 หมาป่าเดียวดาย (@Wolfalong) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 09:03
    คิดสภาพว่าในอนาคต เมื่อดันเจียนโหดมากๆแล้ว ฟรานพิชิตดันเจียนได้ สุดท้ายเจอวาคาบะยืนถือป้ายฉลอง ยินดีด้วยที่พิชิตได้ แค่นึกหน้าฟรานตอนนั้นก็ฮาละ ถถถถ
    #13155
    2
    • #13155-1 Ryu2880 (@Ryu2880) (จากตอนที่ 167)
      2 พฤษภาคม 2562 / 11:29
      ฟราน:Nani
      #13155-1
    • #13155-2 Funggier (@bloggull) (จากตอนที่ 167)
      3 พฤษภาคม 2562 / 21:57
      555555
      #13155-2
  5. #13154 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 07:24
    อารมณ์พ่อลูกอ่อนชัดๆ
    #13154
    0
  6. #13153 KID1979 (@KID1979) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 21:45
    โลลิบันไซ
    #13153
    0
  7. #13152 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 19:19
    -หมี!!!!!
    #13152
    0
  8. #13151 ImagineSystem (@zend36) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 18:30
    มัวแต่ฟรานนะ คุณวาคาบะ ตัวเองถลำเข้าไปร่วมวงด้วยแล้ว มีความลับที่รู้กันสองคนด้วยนะ ( ͡° ͜ʖ ͡°)
    #13151
    0
  9. #13150 loliz (@neospobkap) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 18:16
    ยังดีคิดได้ไม่โลกสวยยัยวาคาบะ แต่ปั้นแต่เด็กจนเด็กหลงหมดล่ะ
    #13150
    0
  10. #13149 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 17:24
    เลี้ยงเด็กมหาลัยดีกว่าเซรอส
    #13149
    0
  11. #13147 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:42
    หรือจริงๆแล้วพระเจ้าส่งมาเลี้ยง(ปั้น)เด็กกันนะ 5555555555555
    #13147
    0
  12. #13146 อ้นคุง_ (@aonkung30) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 13:06

    ขอบคุณมากครับ

    #13146
    0
  13. #13145 Jamaneer (@Jamaneer) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:55

    สนุกมากค่ะมาอัปบ่อยๆนะคะอย่าหายไปนาน
    #13145
    0
  14. #13144 คุณขนม (@karito1234) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:48
    คิดถึงดาร์กเนสสสสส
    #13144
    0
  15. #13143 ยักษ์แดง (@tekatat) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:21
    จงทำตัวเป็นสถานเลี้ยงเด็กซะ คุณพ่อที่ไร้ภรรยาเอ๋ย
    #13143
    0
  16. #13142 ExonBlade (@ExonBlade) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:44
    เซรอส จะมีโอกาสได้ธาตุอื่นรอกจาก darkness ไหม
    #13142
    2
    • #13142-1 หมีหาย (@wparm0011) (จากตอนที่ 167)
      1 พฤษภาคม 2562 / 15:55
      หืมมีตัวละครนั้นด้วยหรอครับรู้สึกจะ ไม่ มี ตัว ละ คร นี้นิครับ!!!!!
      #13142-1
    • #13142-2 pitchre (@dumdaibindai) (จากตอนที่ 167)
      1 พฤษภาคม 2562 / 19:20
      ตอนสอนยิงปืนเหมือนใช้ธาตุอื่นอยู่นะคะ
      #13142-2
  17. #13141 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:28

    ค้างมากกกกก สนุกมากกกก

    #13141
    0
  18. #13140 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:05
    เป็นคุณพ่อของเหล่าเด็กสาวต่อไปนะ เก็บเด็กมาเลี้ยงเพิ่มอีก
    #13140
    0
  19. #13139 inruna (@inruna) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 09:56

    อยากอ่านอีกจัง
    #13139
    0
  20. #13138 Voicewolf (@voicewolf) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 09:49
    คิดตามแทบไม่ทัน 5555
    #13138
    0
  21. #13137 Vampire_killeR (@vana_killer) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 09:46
    หวังว่าจะไม่โดนใครกดไปซะก่อนล่ะนะ
    #13137
    0
  22. #13136 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 09:17
    นั้นสิน
    #13136
    0
  23. #13135 ภณงับ (@9dragon9) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 08:35

    เห็นชื่อบริษัทแล้ว ประธานบริษัทต้องเป็นคนนี้แน่ๆ 555


    https://uppic.cc/d/KGmk

    #13135
    2
  24. #13134 เอเรน (@kittiba) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 08:27
    แล้วจะมีซักวันที่เด็กเลี้ยงไว้จะกินเซรอส
    #13134
    0
  25. #13133 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 167)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 08:20
    เลี้ยงเด็กยังไงให้แข็งแกร่งฉบับเซรอส5555
    #13133
    0