ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเทพนักฆ่า [ภาค เฮฟเว่น]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 2,256,618 Views

  • 13,680 Comments

  • 22,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17,096

    Overall
    2,256,618

ตอนที่ 166 : SS3 Episode Eleven : วางระบบดันเจี้ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1355 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

SS3 Episode Eleven

 



         การพัฒนาดินแดนต้องสาปมีความคืบหน้าไปไม่น้อยถึงระดับที่เซรอสวางใจจะลดบทบาทของตัวเองลงได้ในที่สุด โรงสีข้าวถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนที่คาเรนอุตส่าห์คัดลอกให้มีความคล้ายกับต้นฉบับที่ได้รับมา ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่มากมายรอบตัวเลยไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินแม้แต่เหรียญเดียว แทนที่จะบอกว่าเป็นข้อดีที่ช่วยให้เมืองพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดดแต่คาเรนมองไปถึงอนาคตว่าการทำแบบนี้จะทำให้มันยากแก่การควบคุม หากทุกคนสามารถใช้ทรัพยากรรอบตัวตามใจตนเองไม่นานความวุ่นวายก็จะตามมา

         เซรอสพยายามช่วยคาเรนเท่าที่ทำได้และหลีกเลี่ยงการก้าวก่ายหน้าที่ของคาเรนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ชาวเมืองได้จดจำว่าเธอคนนี้คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา ถึงคาเรนจะเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญาสักแค่ไหนแต่การที่เธอมีความตั้งใจจะพัฒนาทำให้มองข้ามข้อเท็จจริงในจุดนี้ไป ท้ายที่สุดต่อให้เซรอสยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ปกครองแต่ในใจของชาวเมืองกลับยอมรับในตัวตนของผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว

         ที่น่ายินดีกว่าก็คือสภาพจิตใจของฟรานฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติแล้ว ผลลัพธ์จากความพ่ายแพ้นับครั้งไม่ถ้วนจึงทำใจได้อย่างรวดเร็ว แม้ท่าทางอยากจะฝึกฝนกับอาเรสต่อใจจะขาดแต่กลับปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าตัวเองยังไม่พร้อมและขอฝึกแบบปกติต่อไปอีกสักระยะ เห็นบอกว่ามีเวลาฝึกอยู่อีกตั้งหลายปี ดูเหมือนว่าฟรานจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าการรีบร้อนแข็งแกร่งเป็นอะไรที่อันตรายมากเกินไป ช่วงนี้ก็เลยหันไปฝึกซ้อมธนูโดยมีเซรอสเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

         สิ่งหนึ่งที่คาดไม่ถึงก็คือปฏิกิริยาของวาคาบะหลังจากเหตุการณ์ในคราวนั้น หลังใช้เวลาหลายวันขังตัวเองไว้ในห้องเธอก็ออกมาพร้อมกับการตระหนักได้ถึงความจริงที่แตกต่างจากไลท์โนเวล เพราะเผลอคิดอะไรที่เรียบง่ายเกินไปว่าการมี พลังโกง จะช่วยให้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้สะดวกขึ้น แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรจากแต้มต่อที่ช่วยให้ได้เปรียบเล็กน้อย ไม่มีใครรับรองได้ว่ามังกรตัวจริงเสียงจริงจะยอมเจรจา โอกาสที่จะถูกฆ่าในทันทีจึงมีมากกว่า

         การได้เห็นเด็กสาวต่างโลกพยายามศึกษาภาษาอย่างหนักและยังขอให้ฟรานช่วยสอนเวทมนตร์ให้ (สุดท้ายก็จำใจต้องมาขอเซรอสเพราะฟรานอธิบายได้แย่มาก) เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจริงๆ อย่างไรก็ตามเวทมนตร์ของเธอนั้นมีรูปแบบพิเศษเหมือนเป็นสิ่งที่คล้ายกับ สกิล ของระบบเกมที่มีรูปแบบตายตัว เธอเรียนรู้เวทมนตร์จากการใช้ DP ซื้อสกอร์มาเรียนรู้ ทว่าการใช้งานจริงก็ต้องพึ่งพาประสบการณ์และเทคนิคเฉพาะ เวทมนตร์ที่ชื่อว่า วินด์ไซด์ ก็เหมือนกับคมมีดวายุแต่อานุภาพค่อนข้างต่ำ แต่ถ้าใช้มาตรฐานของโรงเรียนก็พอจะนับได้ว่าเป็นจอมเวทได้เหมือนกัน

         ต่อให้ฝึกหนักวาคาบะก็ไม่อาจพัฒนาเวทมนตร์ได้เหมือนคนทั่วไป ปัญหาอยู่ที่การพัฒนาขีดจำกัดของเวทมนตร์ไม่สามารถทำได้โดยวิธีปกติ เท่าที่ลองตรวจสอบพบว่าความแข็งแกร่งของวาคาบะขึ้นอยู่กับระดับของดันเจี้ยน ซึ่งยิ่งดันเจี้ยนมีเลเวลมากเท่าไหร่เธอจะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น และดูจากสภาพความเป็นอยู่ของเมืองที่ไร้ผู้คนความหวังที่จะเก่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเป็นได้เพียงความฝันลมๆ แล้งๆ เธอจึงอยากจะสร้างดันเจี้ยนที่จะช่วยปกป้องชีวิตตัวเองขึ้นมาให้จงได้

         เพราะแบบนั้นก็เลยมาขอความเห็นของผู้ที่ดูจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับโลกนี้เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการสร้างดันเจี้ยน

         “ไอ้ความคิดที่จะสร้างเป็นแบบชั้น 1-100 ก็ไม่เลว แต่หวังว่าคงไม่มีลาสต์บอสที่แอบใช้สูตรโกงอยู่ในนั้นหรอกนะ”

         “ไม่ๆ พูดถึงลาสต์บอสก็ต้องแมงมุมสิ”

         “แล้วก็อย่าไปขังแวมป์ไพร์โลลิไว้ในดันเจี้ยนล่ะกัน ฉันไม่อยากให้มีคนถูกเวทมนตร์ยิงตกจากสะพาน”

         “แต่ฉันอยากจะทำแบบที่ทิ้งคำใบ้ไว้ในแต่ละชั้นให้คนมาใหม่ใช้เป็นเบาะแสมากกว่า”

         ฟังแล้วเหมือนจะเป็นความหมายที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม แต่ทั้งสองคนก็ช่วยกันออกแบบดันเจี้ยนกันอย่างจริงจังจนได้รูปแบบแนวคิดเบื้องต้นจากการนำไลท์โนเวลมาประกอบการพิจารณา จนมันกลายเป็นดันเจี้ยนขนาดใหญ่ที่มีความลึกมากราวกับจะลงไปสู่ขุมนรก

         มีการกำหนดวงจรการใช้ชีวิตของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนให้มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น แม้ข้อเสียของวิธีการดังกล่าวคือจะไม่ได้รับผลตอบแทนเป็น DP ประจำวัน แต่ข้อดีของมันคือความแข็งแกร่งที่พัฒนาได้เรื่อยๆ พวกมันจะถูกกำหนดให้อยู่ในพื้นที่ระดับ ยาก และ นรก ซึ่งภายในนั้นย่อมต้องมีสิ่งของยั่วยวนเป็นรางวัลในความพยายามสักหน่อย ส่วนพื้นที่ชั้นบนก็จะมีการสร้างจุดเกิดมอนสเตอร์ที่ให้รางวัลพิเศษหลังจากที่ช่วยกันเคลียร์ได้ มันเรียกว่า ห้องบอส ซึ่งก็จะมีการเกิดของมอนสเตอร์สุ่มตามระดับความอันตรายที่กำหนดไว้

         การจะสร้างดันเจี้ยนในฝันให้ได้นั้นจำเป็นจะต้องใช้ DP จำนวนมาก และนั่นทำให้วาคาบะไม่สามารถเก็บเลเวลดันเจี้ยนเพื่อยกระดับได้ในเร็ววัน ไม่แม้กระทั่งจะซื้อสกิลเวทมนตร์หรือทักษะใดๆ มาเรียนรู้ได้ ท้ายที่สุดการจะสร้างหรือซื้ออะไรสักอย่างจะต้องวางแผนให้ดี

         “ก่อนอื่นคงต้องหาวิธีเพิ่มแต้ม DP ให้พอสำหรับการสร้างดันเจี้ยนระดับแรกสุดสินะ”

         “คุณลุงมีวิธีเหรอ?”

         “ถ้าแค่ลักไก่ก็พอจะมีวิธีอยู่หรอก” พูดพลางมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

         มองเห็นฟรานกำลังซ้อมยิงธนูโดยเลียนแบบท่ายิงพื้นฐานที่ถูกสอนมาแต่ความแม่นยำค่อนข้างต่ำ

         “คิดว่าคุณลุงจะเป็นคนลงมือเองซะอีก” วาคาบะชำเลืองสายตามองชายหนุ่มด้วยท่าทางตำหนิเล็กน้อย

         ดันเจี้ยนที่จะสร้างนับจากนี้มีอันตรายมาก เธอเพิ่งจะเห็นด้วยกับคำแนะนำที่ไม่ควรติดตั้งระบบช่วยชีวิตที่ทำให้ผู้ที่ลงไปสำรวจสามารถวาปกลับออกมาได้เมื่อเกิดอันตรายถึงตาย แต่ควรจะให้มีพื้นที่พิเศษเป็นจุดปลอดภัยเพียงพอให้สร้างเป็นค่ายพักระหว่างทางสำรวจดันเจี้ยนก็พอ ถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะสามารถเก็บเกี่ยว DP ได้เรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย แค่ทิ้งรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยากดึงดูดให้คนเสี่ยงลงไปสำรวจก็พอ

         “เด็กนั่นเป็นถึงจอมเวทอัจฉริยะอันดับหนึ่งของโรงเรียนเลยเชียวนะ ฉันเลยอยากให้มีประสบการณ์หลายๆ อย่างเอาไว้น่ะ”

         “พูดเหมือนกับเป็นผู้ปกครองเลย อ๊ะ! จะว่าไปตอนนี้ก็ใช่นี่”

         เซรอสทำเป็นไม่ใส่ใจเรื่องที่ถูกล้อเลียนแล้วพูด “หลังจากเรียนจบฟรานก็น่าจะออกเดินทางในฐานะของนักผจญภัย สิ่งที่ฉันทำได้มีแค่สอนสิ่งสำคัญในการเอาชีวิตรอดและทำให้เธอพร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ การให้ไปฝึกกับอาเรสนั่นก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงกำแพงที่ต้องปีนข้ามไปนั่นแหละ”

         “แล้วกระต่ายนั่นล่ะ? เดินทางเหมือนกันหรือเปล่า?”

         วาคาบะลองพยายามจินตนาการว่าซาริจะออกเดินทางเป็นนักผจญภัยแต่ก็ต้องสลัดภาพนั้นทิ้งไป ทุกวันก็เห็นแล้วว่าซาริใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นสนุกและทำงานในฟาร์ม บางทีชีวิตจริงของโลกใบนี้ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นนักผจญภัยออกเดินทางเพื่อกอบกู้โลกซะเมื่อไหร่ อย่างเซรอสที่เธอเห็นอยู่นี่เขาก็ใช้ชีวิตธรรมดามีบ้านและรับเด็กมาอุปการะ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องแสดงอภินิหารให้กลายเป็นจุดสนใจหรือถูกตาต้องใจองค์หญิงหรืออัศวินหญิงเพื่อสร้างฮาเร็มสักนิด

         “ซาริเหมาะจะใช้ชีวิตอยู่ที่ดินแดนนี้มากกว่าการออกเดินทางท่องโลกกว้าง อนาคตคงให้ทำไร่กับเปิดร้านขายแครอทเล็กๆ นั่นแหละ”

         “เป็นวิถีชีวิตที่น่ารักอะไรแบบนี้ แต่ว่าก็ว่าเถอะคุณลุงไม่คิดบ้างเหรอว่ากระต่ายนั่นขนนุ่มฟูน่าน้วยแบบสุดๆ ไปเลย”

         “ก็ไม่นี่” เซรอสตอบ

         อันที่จริงแล้วการที่สภาพจิตใจของวาคาบะฟื้นฟูกลับมาได้เป็นผลมาจากความลึกลับของเผ่าพันธุ์กระต่ายขาว คงเพราะรู้ว่าตอนนี้สภาพจิตใจของทั้งวาคาบะและฟรานไม่ค่อยดีนัก ซาริที่เหมือนกับว่าทำไปตามสัญชาตญาณก็พยายามแอบเข้าหาทั้งสองด้วยการเล่นซุกซนตามประสาจนสุดท้ายก็เข้าใกล้ได้และทำให้สภาพจิตใจของทั้งคู่ดีขึ้น บางทีเหตุผลที่เซรอสไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับอำนาจลึกลับของซาริก็คงมาจากการที่เขาควบคุมสภาพจิตใจของตัวเองได้เป็นอย่างดี

         “ไหนจะท่าทางซุ่มซ่ามสุดเป๋อนั่นอีก”

         “ไปหมดแล้วสินะ” ชายหนุ่มเริ่มนึกเป็นกังวลหน่อยๆ แล้วว่าซาริอาจจะมีความสามารถในการล้างสมองผู้คนได้

         ไม่ได้ตระหนักความจริงที่ว่าวาคาบะนั้นเป็นคนรักสัตว์ในระดับหนึ่ง ที่โลกเดิมของเธอนั้นมีกฎหมายอยู่และทางบ้านก็ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลยต้องอยู่แบบเหงาๆ ต่อไป

         ปรึกษากันต่อเกี่ยวกับแนวทางการสร้างดันเจี้ยนก็ได้ความคิดแล้วว่าจะสร้างออกมาในรูปแบบไหนและมีมอนสเตอร์แบบใดบ้าง ยังไงก็เป็นดันเจี้ยนมาตรฐานระดับง่ายสุดสำหรับนักผจญภัยฝึกหัด ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยแต่มอนสเตอร์นั้นจะเป็นรูปแบบของการอัญเชิญที่กำหนดจุดเกิดแบบหมุนวน มอนสเตอร์ประเภทนี้ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากการสร้างความรำคาญและยังกระตุ้นให้นักสำรวจต้องใช้เวทมนตร์ต่อสู้อย่างช่วยไม่ได้ รางวัลที่พวกเขาจะได้รับนั้นอยู่ในห้องบอสซึ่งก็ต้องโค่นมันจึงจะได้ทรัพยากรที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ถึงค่า DP ที่ใช้เพื่ออัญเชิญสุ่มในแต่ละครั้งจะแพงมาก แต่คิดในแง่ดีแล้วมันก็เป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

         วิธีการลักไก่ของเซรอสก็คือให้ฟรานได้ลองเข้าไปผจญภัยในดันเจี้ยนดูสักครั้ง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ฟรานได้มีประสบการณ์เท่านั้นยังเป็นการเพิ่มแต้ม DP ให้กับดันเจี้ยนมาสเตอร์นำไปพัฒนาต่อได้

         การจะทำแบบนั้นได้ก็จำเป็นจะต้องสร้างดันเจี้ยนก่อน ด้วยแต้มปัจจุบันที่มีอยู่ก็ทำได้แค่สร้างกับดักตามช่องทางต่างๆ เซรอสพยายามจะไม่ให้วาคาบะสร้างกับดักอันตรายอย่างมากก็แค่ของที่จะดูดพลังเวทมนตร์ชั่วคราว หรือกระตุ้นให้ต้องใช้เวทมนตร์เพื่อฝ่ามันออกไป และมันยังมีมอนสเตอร์ที่เคยซื้อเก็บเอาไว้เดินเพ่นพ่านอยู่ภายในดันเจี้ยนเพื่อให้เป็นคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ ลองคำนวณเอาแบบง่ายๆ หากฟรานอยู่ในดันเจี้ยนและถูกบังคับให้ต้องใช้เวทมนตร์อย่างน้อยก็พอจะได้แต้มกลับคืนมาบ้างพอสร้างพวกมอนสเตอร์กลุ่มใหม่ได้

         “นี่ ทำไมคุณลุงไม่เข้าไปด้วยล่ะ ให้ฟรานจังไปคนเดียวมันอันตรายออกเนอะ~” วาคาบะทำเสียงออดอ้อน หวังจะให้เซรอสเข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มแต้ม DP อีกเล็กน้อย

         “ฟรานไม่ได้จะเข้าไปแค่คนเดียว แต่ยังมีเจ้านั่นด้วย”

         วาคาบะทุบมือเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที เธอลืมไปเลยว่าฟรานกับเฟนริลถือเป็นแพ็กคู่ที่ไปไหนจะต้องไปด้วยกัน ไม่มีทางจะลงดันเจี้ยนเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่แล้ว

         คิดคำนวณรายรับรายจ่าย (แต้ม DP) แล้ว ถึงจะไม่ขาดทุนแต่ก็ไม่ได้กำไรอะไรมากมายนัก

         ถือเสียว่าเป็นการทดสอบดันเจี้ยนไปในตัวก็แล้วกัน

 

         “ดันเจี้ยน?” ฟรานสับสนนิดหน่อย

         การมีดันเจี้ยนในดินแดนแห่งนี้เป็นสัญญาณที่บอกว่าพวกเขาจะมีทรัพยากรด้านเวทมนตร์และสามารถเรียกความสนใจทั้งจากนักผจญภัยที่ชอบเสี่ยงโชค ไปจนถึงพวกคนที่โลภมากอยากจะเข้ามามีบทบาทในการปกครองดินแดนที่ยังไร้ผู้ปกครอง

         มีเหตุผลที่เซรอสปกปิดความลับนี้เอาไว้ก็เลยเข้าใจได้ว่าเหตุใดฟรานจึงไม่รู้เรื่องจนกระทั่งตอนนี้

         “ใช่ พอดีตอนสำรวจครั้งก่อนบังเอิญไปเจอเข้า มันเป็นดันเจี้ยนที่ยังไม่รู้ระดับคาดว่าคงกว้างน่าดูก็เลยอยากให้เข้าไปสำรวจแล้วทำแผนที่ขึ้นมาน่ะ แน่นอนว่ามันอันตรายเพราะงั้นเลยจะให้เวลาตัดสินใจ ยังไงซะอีกไม่กี่วันก็ต้องพาคาเรนออกไปร่วมงานเลี้ยงข้างนอกแทนที่จะอยู่ฝึกฝนแบบธรรมดามันคงดีกว่าถ้าได้ลองมีประสบการณ์จริง”

         หากเป็นก่อนที่จะตระหนักได้ถึงความอ่อนแอ ฟรานคงตอบตกลงไปโดยไม่คิดอะไรให้วุ่นวาย แต่ตอนนี้เธอกำลังขบคิดถึงความเสี่ยงซึ่งในฐานะของผู้ปกครองจึงอดที่จะชมเชยในใจไม่ได้

         “ดันเจี้ยนอันตราย?”

         เซรอสส่ายหน้า ไม่ได้หมายความว่า ไม่อันตราย แต่เป็น ไม่ทราบ

         พอจะเดาความหมายได้จากสีหน้าและท่าทาง ฟรานคิดหนักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

         “อาจทำได้ไม่ดี แต่จะลองดู”

         ตัดสินใจได้แล้วตอนนี้ก็เหลือการให้คำแนะนำในการเตรียมความพร้อม

         น้ำและอาหารเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

         แต่ถึงกระนั้นสิ่งสำคัญกว่าก็คือการพักผ่อนในดันเจี้ยนที่มีอันตรายอยู่รอบด้าน

         นี่เป็นครั้งแรกที่ฟรานรู้สึกอับจนหนทางเพราะกระเป๋าที่จะต้องจัดนั้นถูกจำกัดเอาไว้ด้วยขนาดของมัน แน่นอนว่าเด็กหญิงทราบดีว่ายังมีแหวนมิติที่เก็บของได้เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่ใช่การฝึกเอาตัวรอดในสถานการณ์จริง

         “เอาแครอทไปเยอะๆ เจ้าค่ะ” ซาริเสนอหน้าเข้ามาก่อกวนและหยิบเอาแครอทใส่กระเป๋าจนตุง สุดท้ายฟรานก็ต้องจำใจเทมันออกเพราะถ้าทำแบบนั้นจริงคงยากที่จะมีชีวิตรอดในสถานที่อันตรายได้

         พออยู่ในดันเจี้ยนคงยากที่จะทำอาหารกินด้วยตัวเองดังนั้นเสบียงกรังจึงสะดวกกว่า น้ำก็สามารถใช้เวทมนตร์สร้างขึ้นมาได้แต่คิดเผื่อในสถานการณ์ที่พลังเวทมนตร์หมดลงเท่ากับว่าจะไม่สามารถหาน้ำได้พักใหญ่จนกว่าจะฟื้นพลังเวทมนตร์ได้ ดังนั้นควรพกน้ำดื่มไปด้วยสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน พอลองจัดเตรียมของคร่าวๆ ก็กลายเป็นว่ามันกินพื้นที่ไปเกือบครึ่งหนึ่งของกระเป๋าเป้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่การลงดันเจี้ยนสำหรับกลุ่มนักผจญภัยอย่างน้อยพวกเขาจะต้องมีใครสักคนพกกระเป๋าหรือย่ามมิติไปด้วย

         ปัญหาต่อมาก็เป็นการเปลี่ยนเสื้อผ้า ในดันเจี้ยนไม่มีเวลามากพอให้อาบน้ำแต่การใส่เสื้อผ้าตัวเดิมซ้ำๆ ก็จะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ยังไงซะพวกนักผจญภัยก็ไม่ค่อยจะใส่ชุดชั้นในกันอยู่แล้วเพื่อความสะดวกในการทำธุระส่วนตัว อันเอซูก็เคยบ่นว่าเธอต้องใส่ชุดตัวเดียวซ้ำกันเป็นสัปดาห์และยังให้คำแนะนำประมาณว่าดันเจี้ยนไม่เหมาะสำหรับลูกคุณหนูหรือเจ้าหญิงที่รักความสะอาด แต่ยังไงก็ควรที่จะต้องเตรียมเสื้อผ้าเอาไว้เปลี่ยนใส่สลับกันเผื่อกรณีที่ชุดพวกนั้นได้รับความเสียหายด้วย

         เซรอสจำเป็นต้องเข้ามาให้คำแนะนำนิดหน่อยเกี่ยวกับวิธีการจัดกระเป๋าเพื่อให้ได้พื้นที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในโลกของเขามีคนที่นิยมการเดินทางออกทริปอยู่เสมอจึงมักจะมีสารพัดวิธีการแพ็กกระเป๋าเดินทางให้มีพื้นที่เก็บของมากขึ้น อย่างน้อยหลังจากให้คำแนะนำนี้ไปฟรานก็ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ที่เหลือน้อยมากอีกต่อไป เธอสามารถเพิ่มน้ำและอาหารลงไปได้อีกสำหรับสองวันด้วย

         ต่อมาก็เป็นเรื่องอาวุธและพวกอุปกรณ์ที่จะต้องพกพาลงไป ถ้าเป็นนักผจญภัยมือใหม่อาจจะคิดว่ามีแค่เสื้อเกราะกับอาวุธในมือก็เพียงพอ แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์โชกโชนมักจะพูดเสมอว่าให้พกอาวุธสำรองไปอย่างน้อยก็ประมาณ 2-3 เล่ม ไม่มีใครรู้ว่าจะพบเจอกับอะไรเพราะหากประมาทอาจทำให้การเดินทางที่ควรจะยาวนานหลายเดือนจำเป็นต้องยุติในเวลาเพียงไม่กี่วัน โชคดีมากที่ฟรานเป็นทั้งนักเวทที่ไม่ต้องใช้จำพวกไม้เท้าเวทมนตร์ที่ใหญ่เกินความจำเป็น อาวุธที่ถนัดก็เป็นกริชกับมีดคอมแบท ต้องพกโล่ทรงกลมไว้ป้องกันตัวในถ้ำขนาดเล็กด้วย

         นี่เป็นครั้งแรกที่ฟรานรู้สึกปวดหัวมากในการจัดเตรียมอุปกรณ์

         แต่เธอปฏิเสธไม่ได้เพราะมันถือการทดสอบที่จำเป็น และทราบดีมันเป็นสิ่งที่นักผจญภัยทั่วไปมักจะเผชิญอยู่เสมอ อนาคตข้างหน้าฟรานอาจจะต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงให้นักผจญภัยรุ่นใหม่ความรู้เหล่านี้จึงจำเป็นมาก

         “ลงดันเจี้ยน ลำบากมาก” ฟรานรู้สึกท้อแท้ขึ้นมานิดๆ

         “พื้นที่ในดันเจี้ยนไม่ได้เป็นทางราบเรียบ รองเท้าควรเป็นอะไรที่สมบุกสมบันหน่อยๆ เชือกนี่ก็จำเป็นเผื่อในกรณีที่ต้องปีนไต่เพื่อความปลอดภัย ถ้าใช้วิธีผูกเงื่อนแบบที่สอนไปเชือกม้วนนี้น่าจะพอ แล้วก็อุปกรณ์พวกนี้ค่อนข้างสำคัญมากในการสำรวจพื้นที่ภายในถ้ำลึก”

         ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอะไรมากสิ่งของจำเป็นทั้งหมดก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมยกเหตุผลที่ทำเอาปฏิเสธไม่ได้มาทั้งหมด ฟรานไม่พบว่ามันมีผ้าใบหรือเต็นท์ที่จะใช้ทำที่พัก นึกถึงสิ่งที่อันเอซูบอกเล่าก็พอจะเข้าใจได้ว่าดันเจี้ยนนั้นไม่มีสถานที่ปลอดภัยให้มาทำตัวสบายใจเฉิบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องทิ้งพวกมันไปดังนั้นการที่ไม่นำไปด้วยจะช่วยประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าได้มากกว่า

         “ต้องเอาชุดเกราะไปด้วยเจ้าค่ะ” ซาริหยิบเอาชุดเกราะอัศวินออกมาให้ดู

         นั่นคงเป็นชุดเกราะที่มีกำหนดว่าจะเอาไปหลอมและขายให้กับโรงตีเหล็กเนื่องจากความเสียหายของมันไม่คุ้มที่จะซ่อมแซม ทั้งที่เป็นแบบนั้นกลับกลายเป็นว่าซาริขโมยกลับมาซะได้

         “ขโมยมาสินะ” เซรอสทำเสียงดุ นึกสงสัยว่าไปเอามาได้ยังไงทั้งที่มีระบบป้องกันอยู่ตั้งขนาดนั้น

         “มีคนให้มาเจ้าค่ะ เป็นเด็กผู้หญิงที่เดินกินไส้กรอกในโรงเรียน”

         อธิบายซะจนเห็นภาพ พอจะเดาได้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังแผนการขโมยที่สมบูรณ์แบบคราวนี้

         ไม่รู้หรอกว่าไปถูกใจกันอีท่าไหนถึงได้ยอมทำเป็นหลับหูหลับตาข้างหนึ่ง ข่าวลือที่ว่าซาริเป็นเด็กเส้นของผู้อำนวยการสุดแกร่งคนนั้นท่าจะมีความจริงอยู่หลายส่วนเลยล่ะ

         “เกราะมีแล้ว” ฟรานปฏิเสธที่จะใส่เสื้อเกราะรุ่มร่ามแบบนั้นโดยไม่คิด

         มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เผลอลองเอาชุดที่เซรอสทำให้ไปลองฟันให้ขาดกับเผาด้วยเวทมนตร์ดูพบว่ามันมีความต้านทานมากกว่าเสื้อเกราะที่พวกอัศวินนิยมใส่กันเสียอีก ถึงข้อเสียของมันก็คือแรงปะทะจะยังคงได้รับอยู่แต่ของมีคมทั้งหลายไม่มีทางตัดผ่านเสื้อผ้าพวกนี้มาได้เป็นอันขาด

         แม้แต่กงเล็บที่แหลมคมของเฟนริลก็ยังทำอะไรไม่ได้ด้วย

         ซาริไม่สนใจที่ฟรานพูดและนำโล่ที่เป็นของคู่กันกับชุดเกราะอัศวินมาถือและเล่นติต่างว่ากำลังสู้อยู่กับศัตรูในจินตนาการ

         “เป็นอันว่าเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วสินะ ถ้างั้นปัญหาก็เหลือแค่อย่างเดียว”

         จู่ๆ เซรอสก็ทำหน้าหน่ายใจออกมาและมองดูซาริเล่นซุกซนตามประสา ต้องใช้เวลาสักพักกว่าซาริจะรู้สึกตัวว่าถูกจ้องจึงหยุดเล่นแล้วทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่องราวใดๆ แม้แต่ฟรานเองก็ยังยากจะยอมรับความจริงหลังจากนี้ได้

         “ซาริ เธอจะอยู่คนเดียวได้ใช่ไหม?”

         และเป็นไปตามคาด ซาริที่กลัวการถูกทิ้งเอาไว้ตัวคนเดียวเป็นที่สุดก็ร้องไห้ฟูมฟายเสียจะเป็นจะตาย ถ้าเป็นช่วงแรกที่ย้ายมาอยู่ก็ยังจะมีฟรานคอยดูแลอยู่บ้าง (ถึงจะไม่ค่อยใส่ใจก็เถอะ) แต่ครั้งนี้เป็นไปได้ว่าจะไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว เซรอสจำเป็นจะต้องเดินทางไปกับคาเรนเพื่อร่วมงานเลี้ยงข้างนอก ฟรานก็ต้องไปกับวาคาบะซึ่งเป็นผู้ดูแลดันเจี้ยนเพื่อดูแลความปลอดภัยหากเกิดอันตรายก็จะได้ใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ ในเวลานั้นวาคาบะที่เกิดละโมบในแต้ม DP เสนอให้ซาริไปดันเจี้ยนด้วยเพื่อเพิ่มแต้มแม้จะได้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร ทว่าเซรอสปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า ซาริไม่ใช่เด็กแล้ว

         อันที่จริงเซรอสทราบดีว่าซาริมีปมในใจกับการถูกทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียว แม้จะไม่เคยถามแต่ก็สังเกตจากพฤติกรรมที่ค่อนข้างติดผู้คนทั้งหลาย บางครั้งก็มักจะเผลอหลุดปากบอกเล่าอดีตมาแบบไม่แคร์สายตาใคร โดยเฉพาะเรื่องที่เธอถูก (ขาย) ทิ้งให้ไปอยู่กับคนนู้นที คนนี้ที สุดท้ายก็ถูกโยนกลับมาหาพ่อค้าทาสเหมือนเดิม บ่อยครั้งเข้าก็เกิดเป็นปมในใจกลัวว่าจะไม่เป็นที่ต้องการและต้องถูกทิ้งอีกเช่นเคย

         กล่อมอยู่นานจนต้องงัดไม้ตายเป็นรางวัลความสำเร็จจึงยอมที่จะอยู่เฝ้าบ้าน





ขอโทษที่หายไปนาน...

โรงพยาบาลนี่แอร์เย็นดี เหมาะสำหรับคนที่อยากจะหนีอากาศร้อนๆ ไปเปิดห้องนอนเล่นสักหน่อย เสียอย่างเดียว ค่าเซอร์วิสชาร์จแพงไปนิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.355K ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #13148 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 17:00
    ไม่ล่ะไรท์ผมไม่ค่อยชอบรพ.เท่าไร
    #13148
    0
  2. #13122 gtc001bt (@gtc001bt) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 13:34
    เอาไปฝากไว้กะมังกรสิ ปลอยภัยแน่นวล 5555
    #13122
    0
  3. #13120 โลกสีเงิน (@glass-rose) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 20:18
    ว่าแล้วว่าผิดปกติ...ดูแลตัวเองดีๆนะคะ
    #13120
    0
  4. #13119 110151 (@110151) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 11:53

    ยังไม่ต้องรีบตายล่ะ

    ผู้คนยังรอเจ้าอีกเยอะ..

    หยอกๆๆๆๆ..ขำๆนะ

    เป็นกำลังใจให้หายไวไวนะ

    #13119
    0
  5. #13117 KuRo_NeKo (@u4814079) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 03:32


    พักผ่อนเยอะๆนะ
    #13117
    0
  6. #13116 Aatank (@spyprinces) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:57
    หายไวๆ ค่ะ
    #13116
    0
  7. #13115 primmi10 (@primmi10) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 23:33

    ไรด์ป่วยหรอหายไวๆนะคะ
    #13115
    0
  8. #13113 Aristar (@irider11) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 09:15
    ลาสบอส? คุโมะจัง!?
    #13113
    0
  9. วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:17

    @มีล้อนิยาย แวมไพร์โลลิ จำชื่อเรื่องไม่ได้ จำใด้ว่าพระเอกชื่อ ฮาจิแมะ

    #13112
    2
    • #13112-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 166)
      24 เมษายน 2562 / 20:00
      อาชีพกระจอกแล้วทำไม ยังไงข้าก็เทพ
      #13112-1
    • #13112-2 noddyboyapon (@noddyboyapon) (จากตอนที่ 166)
      30 เมษายน 2562 / 20:16
      คาโอริ!
      #13112-2
  10. #13111 Ameba(ครับผม) (@demnation) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:15
    แฮร่!!! เจ้าลูกกระต่าย!!! แกไม่รู้เหรอว่าแกน่ะ...ถูกทิ้ง!!!!! 5555
    #13111
    2
    • #13111-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 166)
      24 เมษายน 2562 / 19:57
      ถ้าไม่อยากถูกทิ้งเนี้ย...ก็ไปเกิดเป็น Air Trane สิ...
      #โฆษณาโคตรเก่า
      #13111-1
    • #13111-2 เด็กบ้านไกล (@na_na_loei) (จากตอนที่ 166)
      25 เมษายน 2562 / 01:58
      ดักแก่มาก 555
      #13111-2
  11. #13110 Kessada1669 (@Kessada1669) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 18:53

    แพงจริงครับผมนอนแปดวันสามแสนกว่า

    #13110
    0
  12. #13109 Thank You (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 13:26

    ขอบคุณครับ

    #13109
    0
  13. #13108 GunTub (@guntub) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:55
    เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ พักก่อนก็ได้นะ
    #13108
    0
  14. #13107 ภณงับ (@9dragon9) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 10:21
    แถมบอสลับในดันคือเอลเดอลิชกับลูกน้องเมากาวด้วยและใ
    #13107
    3
    • #13107-2 ผู้เสพจูนิเบียว (@zerobest1123) (จากตอนที่ 166)
      24 เมษายน 2562 / 14:27
      กาว? ทินเนอร์? กัญชา? ไอซ์? โดนตัวไหนมาเนี่ย? -_-
      #13107-2
    • #13107-3 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 166)
      24 เมษายน 2562 / 19:58
      กัญชาเสรีไง เขาเปิดให้ไปสูบกันตาเยิ้มเชียว
      #13107-3
  15. #13106 tukta2001 (@tukta2001) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 09:43
    ทำไมต้องไปโรงบาลคะไรท์ไม่เห็นชอบเลย น่ากลัว
    #13106
    0
  16. #13105 winnie2005 (@winnie2005) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 08:26

    ไปพักร้อนที่โรงพยาบาลนี่ถ้าไม่มีประกันผมไม่อยากจะไปเลยครับ บางทีประกันยังแทบไม่พอจ่าย????

    #13105
    0
  17. #13104 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 08:02
    สงสารน้อง ถูกทิ้งให้เฝ้าบ้าน
    #13104
    0
  18. #13103 นาย ขนมหวาน (@Candy-No1) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 07:31
    โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่เกลียดเป็นอันดับต้นๆแต่ผมก็เข้าบ่อยเหมือนกันนะเข้าจนหมอจำหน้าได้แล้วอ่ะ
    #13103
    0
  19. #13102 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 06:17
    สุขภาพแข็งแรงไวๆนะคะ
    #13102
    0
  20. #13101 JetnipatKong (@JetnipatKong) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 03:37
    ไรต์อ่านอาชีพกระจอกฯ ด้วยหรอ เห็นเขียนถึงแวมไพร์โลลิ กับ ตกสะพาน ปล.เรื่องนี้สนุกกว่าที่ไรต์เขียนอีก (หยอกๆ)
    #13101
    1
    • #13101-1 Blue Soul (@arkhomdeath) (จากตอนที่ 166)
      24 เมษายน 2562 / 08:33
      SAO น้องแมงมุม อาชีพกระจอก และ Dun- Seeker
      #13101-1
  21. #13100 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 03:15
    โอ้ยยยย ยังจะเล่นอีกคุณไรท์ หายไวๆเด้อ ดูแลสุขภาพดีๆนะ สะดวกเมื่อไหร่ก็มาอัพเมื่อนั้นแหละ
    #13100
    0
  22. #13099 Sirayu Manachot (@3468) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 01:58

    เอาแครอทมาล่อก็น่าจะพอเอาอยู่มั้ง กระต่ายอยู่ตัวเดียวจะเหงาตายมั้ยหว่า


    #13099
    0
  23. #13098 monkey-bill (@monkey-bill) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 01:30
    หายไวๆนะครับ พักผ่อนเยอะๆนะครับ
    #13098
    0
  24. #13097 Ultimated (@jicky7) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 01:20

    ผมรับฝากซาริครับ แครอท3มื้อ ไอศกรีมเข้าเย็น มีสวนน้ำให้เล่น มีเกมรถให้ดริฟต์ มีหมาไว้ให้วิ่งไล่ซาริ บลาๆๆ ????

    #13097
    0
  25. #13096 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 166)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:54

    ไรด์เอาซาริ มาอยู่กลับผมมา ที่บ้านมีน้ำจิ้มลูกสาวแมวน้อยตัวหนึ่งล่ะ เพิ่มกระต่ายน้อยอีกตัวได้น้องส้มโอได้มีเพื่อนกระต่ายเหมือนกัน เป็นเพื่อนเล่นนอกจากน้ำจิ้ม

    #13096
    1
    • #13096-1 SoCis (@cabara71) (จากตอนที่ 166)
      24 เมษายน 2562 / 15:15
      ห้องเละแน่ๆดูทรงแล้ว
      #13096-1