[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 4 : Chapter III - Separate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60




“Always the tone of surpire.”

- Hermione Granger

 

    หลังจากถูกดึงตัวให้ออกมาจากกระทรวงโดยบังเอิญ ก็ดันเป็นเวลาหมดฤทธิ์ของยาสรรพรสพอดี บวกกับยาที่อยู่ในขวยก็เริ่มไม่เหลือแล้ว นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นวิกฤตของแท้ในชีวิตเธอ

    ทำไงดี ผ้าคลุมล่องหนของแฮร์รี่ก็ไม่มี น้ำยาสรรพรสก็หมดเกลี้ยง เป็นครั้งแรกเลยแฮะที่อยากจะขอน้ำยาสับปะรดรสชาติไม่เอาอ่าวนั้นเพิ่ม

    ส่วนจะหายตัว เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงไปที่บ้านของซิเรียส เพราะตอนนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่พอตัวแล้ว ขืนดึงซิเรียสมาเกี่ยวก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับเขาเพิ่มซะเปล่าๆ

    แต่ยังไงก็ต้องหนีไปจากตรงนี้ก่อนแหละ แต่...ยังไงดีละ? จริงด้วย! น่าจะมีติดมาบ้างสิน่า ขอให้ยังอยู่ด้วยเถอะ สาธุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้มันยังอยู่ในกระเป๋านี้ด้วยเหอะ!

    มือหนึ่งของเธอถือปากถุงผ้าเอาไว้มั่น อีกมือก็พยายามล้วงหาของบางอย่างอย่างเอาเป็นเอาตายและหวังเอาไว้อย่างสุดแรงเกิดว่าขอให้มันยังอยู่ในตัวเธอด้วยเถอะ

    หมั่บ!

    อาห๊า!! ม้วบบบ! รักแกโคตรๆเลย ดีนะที่ตอนนั้นยังไม่ได้เปิดดื่มน่ะ

    ขวดน้ำยาที่ดูจะอยู่มานานหลายปีถูกถือเอาไว้มั่นในกำมือ มันคือน้ำยาที่เธอไม่ได้ใช้ในสมัยปีหนึ่ง อันที่จริงก็เกือบจะได้ใช้แล้ว แต่ดียิ่งนักที่เธอในตอนนั้นไม่ได้ใช้ ไม่งั้นเธอคงแก้สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้แน่ๆ

    น้ำยาล่องหน หวังว่าพวกนายจะทำได้นะเฟร็ด จอร์จ

    ไม่รอช้าที่จะลองยกขึ้นดื่ม แม้เรื่องพิเรนท์ของสองแฝดนั้นจะน่าสงสัย แต่กับพวกเขานั้นหากให้อะไรกับเธอจะไม่เคยมีอะไรตุกติกหรือแอบแฝงซักอย่าง บวกกับมีฝีมือในการปรุงยาหลากหลายชนิด เห็นได้จากน้ำยาเพิ่มอายุที่ทั้งสองเคยปรุงขึ้นเพื่อหย่อนชื่อเพื่อเข้าแข่งขันถ้วยอัคนี ถือว่าทั้งสองมีฝีมือพอตัวในการปรุงยาแน่ๆ และผลก็คือ...

    วู่บบบ

    ร่างของเธอค่อยๆจางและหายไปราวกับไม่มีตัวตน บ่งบอกว่าผลของมันเป็นผลสำเร็จ แต่ติดอยู่ที่ว่ามันจะมีฤทธิ์ยาวนานแค่ไหน เธอจึงต้องแข่งกับเวลาอีกครั้ง ก่อนที่ยามันจะหมดฤทธิ์และตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่

    “ต้องรีบไปให้ไกลจากที่นี่ แล้วก็...หาที่หลบซ่อนตัว ที่ไม่ใช่ที่บ้านซิเรียส”

    ปัญหาคือเธอจะนึกออกมั้ยว่าจะเลือกสถานที่ไหนเป็นที่หลบซ่อนตัว

    กลับไปบ้านของเราดีมั้ยนะ...แต่กลัวว่าเขาจะ...เอาก็เอา มันต้องลองเสี่ยงดูละ

    ไม่รู้อะไรมาดลใจให้เวเนเซียเลือกที่จะเดินทางมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ของตนเอง แต่เธอก็นึกออกแค่ที่นั้นเป็นที่เดียว บวกกับคิดว่าที่ที่อันตรายที่สุดมักจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ก็เลยไม่รอช้าที่จะเริ่มเดินทางโดยการใช้การขนส่งของมักเกิ้ลเพื่อไม่ให้ใครจับได้

    ดีนะที่เรามันบักอึด ขอบคุณค่ายลูกเสือที่ทำให้เราเดินเท้าได้ไกลแล้วก็ไม่เหนื่อยง่ายๆ

    กว่าจะถึงบ้านของเธอเองก็ล่อเข้าไปเป็นเวลาเย็นใกล้ค่ำ ซึ่งเธอยังไม่กล้าจะเข้าไปใกล้เกินกว่านี้ เพราะเธอไม่รู้ว่าข้างในบ้านของเธอที่ทิ้งร้างเอาไว้หลังจากเกิดเรื่องหลายอย่างจะเป็นยังไงบ้างแล้วตอนนี้

    “...ต้องลอง ไมดี้...ไมดี้...ขอร้องละไมดี้ นายยังอยู่ใช่มั้ย?

    “...คุณหนู”

    เสียงเบาๆและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ ทำให้เธออดจะตกใจและดีใจปนกันไม่ได้

    “ไมดี้ ขอบคุณค่ะที่คุณตอบรับหนู ยังปลอดภัยอยู่ใช่มั้ยค่ะไมดี้ ไม่ได้ถูกพวกนั้นทำร้ายหรือ...”

    “คุณหนูครับ ใจเย็นๆครับ ไมดี้ปลอดภัยดี ผมเห็นข่าวเกี่ยวกับคุณหนูก็อดเป็นห่วงไม่ได้”

    “เดี๋ยวนะ นายจะบอกว่าบ้านยังไม่มีพวกนั้น พวกนั้นยังไม่รู้ว่ามีสถานที่นี้อยู่”

    “ครับ ด้วยเวทมนตร์ที่มีมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ กลไลการรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์อลาวดิอุสครับ บวกกับ...ไม่มีใครรู้ว่ามีสถานที่นี้อยู่ นอกจากตัวเจ้าบ้านจะเป็นคนบอกและพามาเอง”

    “เพราะงั้น....เขาเลยไม่รู้ว่าบ้านของฉันอยู่ที่นี่”

    ราวกับเรื่องดีในเรื่องร้ายที่ถาโถมมาใส่เธอนับไม่ถ้วน ใครจะคาดละว่าบ้านที่นึกว่าเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ จะเป็นสถานที่ลับสุดยอดยิ่งกว่าบ้านของซิเรียสซะอีก ไม่สิ บางทีอาจจะเหมือนๆกันก็ได้

    ไมดี้ที่อธิบายทุกอย่างให้เวเนเซียฟัง ก็รีบขันแข็งให้เธอเข้าบ้านเพื่อพักผ่อน ซึ่งเธอก็รู้สึกสบายขึ้นเมื่อรู้สึกปลอดภัย แต่ก็มีเรื่องที่เธอต้องทำอยู่ และจะช้าไม่ได้

    “...ได้เวลาแล้วสินะ”

    เวลาที่จากเคยเป็นหัวค่ำ บัดนี้กลายเป็นดึกสงัด เธอรอเวลานี้มาสมควรแล้ว เพราะมันเป็นเวลาที่คนควรจะเข้านอน แต่ที่เธอยังไม่เข้านอนนั้นมันมีเหตุผลตรงที่ว่า มันคือหนทางเดียวที่เธอจะรู้ว่าแฮร์รี่อยู่ที่ไหน โดยเธอคาดว่าทุกครั้งที่แฮร์รี่หลับ จิตของเขาจะเชื่อมต่อกับโวลเดอมอร์ ซึ่งก็หมายความว่าเธอเองก็จะสามารถหาตัวแฮร์รี่ได้ผ่านทางนี้เช่นเดียวกัน

    วู่บบบ

    ไม่ผิดไปจากที่คาด แฮร์รี่หลับไปแล้ว และกำลังเห็นสิ่งที่โวลเดอมอร์กำลังกระทำอยู่

    “แฮร์รี่...”

    “เวเนเซีย...เธอยังปลอดภัยสินะ”

    “ใช่ ฉันหนีมาได้...โดยบังเอิญ ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหนกัน?

    “ป่าที่พวกเราไปดูควิดดิชกัน เธอรู้ใช่มั้ยว่าที่ไหน”

    เวเนเซียพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นทั้งสองก็หันคอกลับไปมองการกระทำของโวลเดอมอร์อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้...ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใกล้คำตอบและเป้าหมายเข้าไปทุกที

    “แก...เกรโกโรวิตซ์ ให้ฉันตามหาเสียแทบแย่...”

    “อึ่ก...ได้โปรด...อย่า...”

    “โอ้ ฉันมีความปราณีอยู่ แค่แกต้องตอบคำถามของฉัน!

    โวลเดอมอร์กำลังทรมานอีกฝ่ายที่มีชื่อว่าเกโกโรวิตซ์อย่างไม่แยแสหรือเห็นใจว่าอีกฝ่ายจะทรมานและเจ็บปวดแค่ไหน

    “มัน...อยู่ที่ไหน?

    “ไม่...ฉัน...ฉันไม่...ฉันไม่รู้...”

    “โกหก!! ฉันรู้ว่ามันอยู่กับแก เอามันมาให้กับฉันซะ!

    “ฉัน...ฉันบอกแล้ว มัน...มันถูกขโมยไป...นานมากแล้ว ฉัน...ฉันไม่รู้จริงๆ”

    “งั้น...ใครกันที่ขโมยมันไปจากแก...”

    “ฉัน...ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร...”

    เพราะจิตของเวเนเซีย แฮร์รี่นั้นเชื่อมต่อกับโวลเดอมอร์ จึงเห็นทุกอย่างที่เขาเห็น แม้แต่คาถาอ่านความทรงจำที่โวลเดอมอร์เห็น พวกเธอทั้งสองก็เห็นเช่นเดียวกัน

    ภาพในอดีต...ห้องที่มืดทึบ มีเพียงแสงจากทางหน้าต่างที่เกิดจากฟ้าแลบฟ้าร้อง เสียงดังซ่าของสายฝน ทันทีที่มีแสงสว่างจากฟ้าผ่าก็เผยให้เห็นร่างคนที่กำลังจะหลบหนีจากทางหน้าต่าง และในมือก็เหมือนกับมีของบางอย่างที่เขาเอามันไปจากเกโกโรวิตซ์

    ชายหนุ่มผมทองที่ดูชั่วร้ายและรุนแรง โดยเห็นได้จากใบหน้า สีหน้า และการหายใจที่เป็นจังหวะรัวนั้น

    “...ฉันว่าแกต้องรู้ ชายผมทอง...มันเป็นใคร?!!

    “อ๊า!!!

    ยังไม่ทันจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ จู่ๆแฮร์รี่ก็หายวับไปราวกับหมอกควัน เวเนเซียจึงคิดว่าเธอเองก็ไม่ครวอยู่ที่นี่ให้นานเกินไปมากกว่านี้ เพราะโวลเดอมอร์อาจสัมผัสถึงเธอได้ เธอจึงรีบตื่นขึ้นมาบ้าง

    ...หมายความว่าไงกัน ทำไมต้องเอาเค้นคอเขาเพื่อเอาของบางอย่างกัน ของงั้นเหรอ ของที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเกรโกโรวิตซ์ก็น่าจะเป็นพวกไม้กายสิทธิ์ หรือว่า...ไม้พี่น้องงั้นเหรอ

    ทำให้เวเนเซียหวนนึกถึงคำพูดของคุณโอลิแวนเดอร์เมื่อหลายปีก่อน แกนไม้ที่มีขนนกจากนกฟีนิกซ์ตัวเดียวกัน บวกกับประสบการณ์ที่เคยทำมาเมื่อสมัยปีห้าที่ร่วมกันฝึกสอนนักเรียนด้วยกันในการใช้คาถาต่อสู้และป้องกันตัว

    “พี่น้องจะไม่ห้ำหั่นกัน ก็หมายความว่า...โวลเดอมอร์ก็ไม่อาจทำร้ายแฮร์รี่ได้ด้วยไม้กายสิทธิ์สีขาวอันนั้น ทำให้เขาต้องหาไม้กายสิทธิ์อันใหม่ แต่...ทำไมต้องเป็นเกโกโรวิตซ์ละ? ไม้มันก็เยอะแยะนี่นา หรือจะให้เขาทำไม้กายสิทธิ์อันใหม่ก็ยังได้”

    นั้นยังเป็นปริศนาที่เธอยังแก้ไม่ตกและไม่อาจหาเบาะแสได้ว่าทำไมต้องเจาะจงเป็นเกโกโรวิตซ์เพียงคนเดียว ทั้งๆที่ช่างทำไม้กายสิทธิ์ก็มีอยู่เยอะแยะไป อย่างคุณโอลิแวนเดอร์เป็นต้น

    แต่เรื่องนี้ควรพับไปก่อน เพราะเธอควรไปรวมตัวกับแฮร์รี่ ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี

    “ไมดี้ค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปแล้ว ถ้ายังไงก็ระวังตัวด้วย ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นะละก็...ด้วยคำสั่งของนายของบ้านหลังนี้ หากพวกผู้เสพความตายพบเข้า ขอให้คุณรีบไปจากที่นี่ซะ เข้าใจนะค่ะ”

    “แต่คุณหนู คฤหาสน์หลังนี้เป็น...”

    “ไมดี้ บ้านก็คือบ้าน บ้านก็คือสิ่งของ เพราะยังไงเราก็สามารถสร้างมันใหม่ได้ แต่ไมดี้น่ะ...มีเพียงหนึ่งเดียว หนูยอมเสียบ้านดีกว่าเอลฟ์ที่เก่งกาจอย่างไมดี้ดีกว่าค่ะ คุณย่าเองก็คงเห็นด้วยเหมือนกันกับหนู อันที่จริงอยู่อย่างจะให้ไมดี้เป็นอิสระ แต่หนูคิดว่าไมดี้เองก็ต้องรั้นไม่ยอมแน่ๆ ก็เลย...เอาเป็นทางนี้ถึงจะดีที่สุด”

    “คุณหนู...คุณหนูจะไปแล้วงั้นเหรอครับ?

    ไมดี้พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือและกังวลการจากไปครั้งนี้ของคุณหนู จึงไม่อาจเก็บอาการที่เก็บเอาไว้ใจได้

    “ค่ะ เพื่อนๆของหนูกำลังลำบากอยู่แล้วก็...ป่านนี้พวกนั้นก็คงเป็นห่วงหนูอยู่แน่ๆ เพราะงั้น...หนูต้องไปค่ะ”

    ไม้กายสิทธิ์ที่กำลังจะเตรียมใช้การหายตัวค่อยๆจะสัมฤทธิ์เดช แต่ก่อนที่เธอจะทำนั้น

    “คุณหนูครับ ไมดี้อาจจะมีเวลาไม่มากพอ แต่ว่า...เผื่อว่าคุณหนูกับเพื่อนจะเกิดหิวกัน ก็เลย...เตรียมอาหารที่เก็บได้ระยะยาวเตรียมเอาไว้ครับ”

    อาหารที่ง่ายต่อการทานและเก็บได้นาน อาทิเช่น ขนมปังและชีส หรือแม้แต่ช็อกโกแลตแท่ง ถูกจัดเตรียมเอาไว้ครบครันและเตรียมพร้อม สมชื่อที่ได้เป็นเอลฟ์ที่ค่อยดูแลงานบ้านและอำนวยความสะดวกต่อผู้เป็นนาย

    “ขอบคุณมากค่ะ งั้น...รักษาตัวแล้วก็ระวังตัวด้วยนะค่ะไมดี้”

    วู่บบ!!

    พริบตาเดียว จากภาพที่เคยเห็นตรงหน้าเธอ ผนังสีขาวนวลและเฟอร์นิเจอร์นุ่มสบายและอากาศที่อบอุ่น แปรเปลี่ยนเป็นป่าไม้ทึบและวังเวงที่มีอากาศหนาวเย็นยะเยือกไปจนถึงกระดูก

    “หนาว...ไม่ไหวแล้ว ขอผ้าห่ม ผ้าพันคอ อะไรก็ได้...”

    หมั่บ...

    มือที่รีบควานหาของอย่างว่าดันเผอิญหยิบได้เข้ากับผ้าพันคอผืนหนาผืนหนึ่ง แต่มันมีความหมายมากกว่านั้นเพราะผ้าผืนนี้เธอได้มันมาจากเขา...เดรโก

    “...เจ้าบ้านั่น ไว้เจอตัวขอต่อยซักตุ้บสองตั้บเหอะ หวังว่านายจะยังไม่เป็นอะไรนะเดร นายรู้มั้ยว่านายน่ะอยู่ในดงปากเสือทั้งนั้น ขอให้นายงัดในสิ่งที่ฉันพร่ำสอนไปใช้ป้องกันตัวได้ทีเถอะนะ”

    แม้ปากจะบ่นว่าเกี่ยวกับเรื่องที่เดรโกทำไปเมื่อปีก่อน แต่เธอก็เชื่อว่าเดรโกทำไปเพราะมีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องทำ จึงไม่ได้โกรธแค้นมากเหมือนกับแฮร์รี่ ที่มักจะมีสายตาที่เปลี่ยนไปหากเขานึกถึงใบหน้าของเดรโก

    เวเนเซียที่เริ่มจะคุ้นชินกับอากาศหนาวเย็นนี้ขึ้นมาหน่อยก็เริ่มที่จะออกตามหาพรรคพวกของตนเองที่น่าจะอยู่ที่ไหนซักแห่งในป่าอันกว้างแห่งนี้ หากเป็นคนทั่วไปก็คงตะโกนหาหรือเดินสุ่มหาไปเรื่อย แต่วิธีพวกนั้นมันเสี่ยงและเหนื่อยเกินไปที่เธอจะทำได้ ซึ่งเธอมีวิธีที่ดีกว่าและเป็นคนเดียวที่ทำได้

    ร่างสองมือสองเท้าสีดำกลายเป็นร่างสี่เท้าสีขาวที่ดูปุกปุยและสง่างาม ร่างหมาป่าสีขาวออกเงินนั้นเอง

    ฟิด...

    เธอยังจำกลิ่นของแฮร์รี่ได้เมื่อครั้งที่เธอเคยตามหาเขาหลังจากที่พลัดหลงกันในงานแข่งขันเวิร์ลคัพ จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอจะเร่งฝีเท้าออกตัววิ่งไปอย่างรู้ทิศทางและรวดเร็ว ซึ่งไม่นานเธอก็เห็นเข้ากับเต้นท์ผ้าใบหลังหนึ่งที่มีแสงสว่างส่องอยู่ภายใน

    ก่อนที่จะเข้าไป เธอส่งเสียงให้พวกเขาได้ยินก่อนเพื่อไม่ให้พวกเพื่อนๆต้องตกใจหรือระแวง

    บรู๋วววว!!

    เสียงหอนย่อมไม่น่าแปลกใจหากมันดังขึ้นในป่า เธอจึงเลือกใช้วิธีหอนออกมา

    พรึ่บบบ

    และเป็นไปตามคาด มีใครบางคนเลิกผ้าและยื่นหน้าออกมามอง เฮอร์ไมโอนี่นั้นเอง

    “หมาป่านั้น เวเนเซียสินะ เข้ามาเร็ว...คืนร่างเลยมั้ย? ให้ฉันเตรียมเสื้อผ้า...”

    วู่บบบ

    “ไม่ต้องหรอก เธอก็รู้ว่าฉันสามารถแปลงร่างและเสื้อผ้าได้ ขอโทษนะที่ต้องทำให้พวกเธอเป็นห่วงแล้วก็ลำบากน่ะ พวกเธอเป็นยังไงกันบ้าง?

    “ก็...รอนถูกดึงตัวเอาไว้ระหว่างหายตัว ตอนนี้เขากำลังพักผ่อนอยู่ อาการน่าจะค่อยๆดีขึ้นแล้วเพราะฉันใส่ยาให้เขา”

    “ขอโทษนะ ถ้าหากฉันอยู่ด้วย ฉันก็คงจะช่วยเขาได้ในทันทีน่ะ”

    เวเนเซียรู้สึกผิดเพราะเธอคิดว่าหากเธออยู่ตรงนี้ด้วยในเวลานั้น เธอก็อาจจะไม่ทำให้รอนรู้สึกเจ็บปวดนานนัก เพราะเธอเป็นคนเดียวที่มีคาถารักษาบาดแผลที่ได้ทำการร่ำเรียนมาจากศจ.สเนปเมื่อปีก่อน

    “ไม่หรอก มันเป็นเรื่องฉุกละหุก อีกอย่าง...แค่เธอส่งข้อความมาบอกพวกเราก็ดีมากพอแล้ว อย่างน้อยมันก็ทำให้พวกเรารู้ว่าเธอไม่เป็นอะไร”

    เพื่อไม่ให้บรรยากาศแย่มากเกินไปกว่านี้เฮอร์ไมโอนี่จึงหาเรื่องคุยในหัวข้ออื่น

    “ว่าแต่ เธอดื่มอะไรมั้ย ชาหรือว่ากาแฟ?

    “อะไรก็ได้ อ้อ ฉันได้ขอมา...จากไมดี้ หวังว่าพวกนายคงจะยังไม่ได้กินอะไรกันนะ”

    เวเนเซียหยิบของออกมาจากกระเป๋าที่กลับมาเป็นสภาพเดิม เสบียงที่ไมดี้มอบให้กับเธอก่อนที่เธอจะจากบ้านของตัวเองมา

    ทำให้ทั้งสามคน (รอนยังไม่ฟื้นตัวเลยนอนอยู่) ได้มีเวลาผ่อนคลายและคลายความล้ากันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง

    “จริงด้วย ฉันมีเรื่องจะบอก...ตอนนี้พวกผู้เสพความตายกำลังมีเป้าหมายอยู่สองอย่าง นั้นคือไล่ล่าพวกมือปราบมาร และ...ตามหาพวกเรา ซึ่งฉันได้ข่าวดีมาอย่างหนึ่งคือ...พวกนั้นถูกสั่งไม่ให้ทำอะไรกับน้องชายของฉัน”

    “นับว่าเป็นความดีเลยทีเดียวที่น้องชายของเธอไม่ถูกหมายหัวเอาไว้ แต่...ทำไมกันละ? เป็นฉันก็คงจะใช้น้องชายของเธอมาเป็นตัวประกันแน่ๆ”

    “เห็นว่าเป็นคำสั่งของคนๆนั้น ซึ่งเป็นมายังไงฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ถือว่าดีแล้วละ อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นจุดอ่อนทำให้ภารกิจของพวกเราต้องเสีย”

    “พูดถึงภารกิจ พวกเราลองพยายามเปิดมันแล้ว มันเปิดไม่ออกน่ะ”

    แฮร์รี่ถอดสร้อยคออกมาและวางลงบนตรงกลางโต๊ะ

    “ไม่ออก งั้นก็หมายความว่ามันเป็นของจริงงั้นสินะ”

    “น่าจะเป็นแบบนั้น เราต้องหาวิธีทำลายมัน แต่ยังไงเนี่ยสิ”

    แม้จะได้ของมาอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่อาจรู้ว่าจะมีวิธีไหนที่สามารถทำลายมันได้ นี่จึงเป็นงานช้างที่ทำให้พวกเขาต้องมาเจอกับทางตัน แต่คนคิดแง่บวกอย่างเวเนเซียย่อมพยายามดึงให้เพื่อนกลับมาร่าเริงเหมือนอย่างที่มักจะเป็นคนสร้างเสียงหัวเราะให้กับฮอกวอตส์

    “เอาน่า อย่างน้อยเราก็ได้มันมาอยู่ในมือ การวิธีน่ะมันง่ายกว่าการไปเอามาเสียอีก ไม่คิดงั้นเหรอ?

    เพราะเหตุผลนี้จึงทำให้ทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอมีสีหน้าที่ดีขึ้นและยิ้มออกมา

    “จริงอย่างที่เวเนเซียว่า ยังไงพวกเราก็ได้มันมาอยู่ในมือ สักวันเราก็จะรู้คำตอบเองแหละว่าจะทำลายมันได้ยังไง ขนาดศจ.ดัมเบิลดอร์ยังเคยทำมาได้เลย เราเองก็น่าจะทำได้...จริงมั้ย?

    แฮร์รี่เห็นด้วยกันกับคำพูดของเวเนเซีย จึงเก็บสร้อยล็อกเกตกลับไปอยู่บนคออีกครั้ง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเอามันขึ้นมาเป็นประเด็นให้ต้องนั่งเครียดและปวดหัวกัน

    หลังจากที่รวมตัวกันได้แล้ว ทั้งสี่ก็ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเหมือนเดิม และพยายามคิดหาวิธีที่จะทำลายฮอกครักซ์ชิ้นนี้ให้ได้ แต่แทนที่จะดีกลับแย่ลงเห็นได้จากสีหน้าของแฮร์รี่ที่เริ่มจะดู...หดหู่และตึงเครียดเหมือนคนไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

    “แฮร์รี่...นายไหวหรือเปล่า?

    “ห่ะ...ฉัน ไม่รู้สิ ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับตอนนั้นเลย...ที่ฉัน...เจอกับผู้คุมวิญญาณ เหมือนกับว่า...ฉันจะไม่มีความสุขอีกต่อไปแล้ว”

    “นายลองถอดล็อกเกตนั้นออกมาดีมั้ย? นี่มันก็หลายวันแล้วนะที่มันอยู่บนคอของนายน่ะแฮร์รี่”

    เฮอร์ไมโอนี่ลองคาดเดาอาการที่เกิดขึ้นของแฮร์รี่ดูว่ามันอาจจะมีที่มามาจากฮฮกครักซ์ก็เป็นได้ และทันทีที่แฮร์รี่ถอดมันออก ไม่นานนักสีหน้าของแฮร์รี่ก็ดีขึ้นทีละนิดๆ

    “...ดูเหมือนว่าเราจะเจอต้นตอแล้วละ สมกับเป็นเฮอร์ไมโอนี่จริงๆ”

    “ฉันก็เดาส่งๆไปงั้นแหละ ถ้ายังไง...เราสี่คนมาสลับกันเก็บเอาไว้ละกัน ดีมั้ย?

    ก็เลยเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอีกอย่างหนึ่งในการหลบซ่อนและเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆตามป่าแห่งนี้

    “...รอนนายดูสีหน้าแย่มากเลยนะ ถ้ายังไงมาเปลี่ยนกันมั้ย?

    วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เวเนเซียเตรียมอาหารมาสำหรับสี่คน ซึ่งในขณะที่เธอกำลังจัดโต๊ะอยู่นั้น เฮอร์ไมโอนี่กับแฮร์รี่ออกไปหาของอยู่ในป่ากัน รอนก็นั่งอยู่ก่อนและพยายามหมุนหาคลื่นวิทยุเพื่อฟังข่าวเกี่ยวกับคนทางบ้าน ซึ่งความใคร่รู้ในครอบครัวก็เป็นเรื่องหนักให้คิดมากพอแล้ว ยิ่งมาบวกกับต้องรับมือกับพลังของฮอกครักซ์เธอกลัวว่ารอนจะรับไม่ไหวและต้านทานฤทธิ์ของมันไม่ได้ ก็เลยเสนอว่าจะเป็นดูแลสร้อยเส้นนี้ก่อนล่วงหน้าแทนรอน

    “...ได้ ถ้าหากเธอว่างั้น”

    คำตอบที่พูดมาสั้นๆและส่งเหมือนกับไม่ค่อยพอใจที่มีคนมาขัดคอ ซึ่งปกติเขาไม่ถึงหือหรือจะกล้าจะพูดแบบนี้กับเธอ แสดงให้เห็นเลยว่ารอนโดนฤทธิ์ของฮฮอกครักซ์เล่นงานเข้าแล้ว และหากนานเกินกว่านี้อาจจะเป็นเรื่องก็ได้

    “ขอบใจ...เดี๋ยวมากินข้าวนะ กำลังร้อนๆด้วย”

    “อืม...”

    หลังจากได้รับฮอกครักซ์มาดูแลต่อแล้ว เวเนเซียก็ขอตัวลงไปในกระเป๋าเพื่อทำธุระส่วนตัวที่ควรทำ ซึ่งก็ใช้เวลานานพอควร แต่ไม่คาดเลยว่าพอเธอออกมาข้างนอกตัวกระเป๋าก็ต้องมาเจอกับบรรยากาศมาคุและไม่สู้ดีนัก

    รอนกำลังหุนหันออกจากเต้นท์ไปอย่างโกรธเกรียว แฮร์รี่ทำหน้าโกรธขึ้งไม่แพ้กัน ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ดูลนลานและทำอะไรไม่ถูก

    “เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?

    “คือ...เรื่องมันซับซ้อนน่ะ รอนเขา...ไม่รู้สิ เขาแยกทางกับเรา”

    “ห่ะ?!! คิดบ้าอะไรของหมอนั่นกัน? แยกทางบ้าบออะไร นี่พวกนายทะเลาะอะไรกันงั้นเหรอ?

    เฮอร์ไมโอนี่อธิบายเรื่องเมื่อครู่พอสังเขป ทำให้เธอเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น คงเป็นเพราะพิษของฮอกครักซ์ยังตกค้างบวกกับความเครียดเลยทำให้รอนหุนหันออกไป

    “ช่วยไม่ได้...เอาเถอะ หมอนั่นเลือกทางเองนี่นะ ไว้หมอนั่นคิดได้เดี๋ยวก็คงกลับมาเองนั่นแหละ” แต่เอาเข้าจริง...ฉันก็อยากจะตะบั้นหน้าคนซักหน่อยแฮะ ให้ตายสิ ทำไมฉันไม่อยู่ด้วยนะตอนนั้นน่ะ?

    เวลาคนเราโกรธไม่ควรเข้าไปผ่ากลาง ไม่งั้นจะยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ ก็เหมือนกับการใส่เชื้อไฟให้แรงขึ้น สู้ให้ทั้งสองฝ่ายเย็นลงแล้วมาเคลียร์กันเองจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวเนเซียไม่คิดจะออกไปตามหารอน

    หลังจากเงียบกันมาซักพักหนึ่ง แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ก็เล่าในสิ่งที่ตนไปพบเข้าระหว่างที่ออกไปหาของจากในป่า

    “พวกเราคิดว่า....มีวิธีที่จะทำลายฮอกครักซ์”

    “จริงเหรอ? ยังไง?

    “พวกก๊อบลิน...เราได้ข้อมูลมาจากพวกนั้น พวกนั้นบอกว่าศจ.ดัมเบิลดอร์ทำลายแหวนโดยการใช้ดาบกริฟฟินดอร์ทำลายมัน ซึ่งก็หมายความว่าฮอกครักซ์สามารถถูกทำลายลงได้ด้วยตัวพวกเรา แค่ว่าเราต้องมีดาบนั้น”

    “อา ปัญหามันก็ดันมาติดอยู่ที่...เจ้ารูเฟอะนั้นไม่ยอมเอาดาบนั้นมาให้นายสินะ ดูท่าทางเดียวที่เราจะไปเอาดาบนั้นมาได้มีแค่วิธีเดียวสินะ กลับไปโรงเรียน”

    ความเกลียดคนยังคงไม่เสื่อมคลาย เห็นได้จากที่เธอเรียกรูฟัสว่ารูเฟอะ บ่งบอกว่าตอนนั้นที่เขานำพินัยกรรมมาแจ้งนั้นชวนกระตุ้นต่อมวอนหาทีนของเธอเสียเหลือเกิน

    “ถูก...และไม่ถูกอย่างที่เธอกำลังคิด”

    “หมายความว่าไง ดาบมันก็ต้องอยู่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่า...”

    “อืม จินนี่ เนวิลล์แล้วก็ลูน่าพยายามจะขโมยมันมา แต่ก็โดนศจ.สเนปจับได้ ทำให้ดาบนั้นถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว”

    “ถูกย้าย เมื่อกี้นายบอกว่าก๊อบลินบอกกับพวกนาย ที่ที่เดียวที่ฉันรู้ว่าเป็นดงก๊อบลินนี่มัน...ไม่นะ นี่นายกำลังจะบอกว่ามันถูกย้ายไปอยู่ที่...”

    แฮร์รี่กลับส่ายหน้าและมีสีหน้าที่ย่ำแย่มาก

    “ไม่มีใครรู้...ครั้งสุดท้ายที่ก๊อบลินนั้นเห็นและรู้คือศจ.ดัมเบิลดอร์นำมันไปใช้ทำลายฮอกครักซ์ แค่นั้นคือสิ่งที่พวกเรารู้”

    “ถ้าหากมีศจ.สเนปมาเอี่ยวด้วย ไม่แน่ว่า...ดาบนั้นก็อาจจะอยู่ที่โรงเรียนเหมือนเดิมก็ได้ หรือไม่ก็...”

    ไม่รู้อะไรมาพาลทำให้เธอนึกถึงใบหน้าซีดเป็นสีเผือกและดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้นก็ไม่รู้ แต่เธอก็เลือกที่จะมองโลกในแง่ดี

    “ไม่หรอกๆ อย่างที่พวกเรารู้ๆกัน ดาบจะให้ยืมพลังสำหรับเด็กกริฟฟินดอร์ขนานแท้เท่านั้น ไม่มีทางหรอกที่พวกนั้นจะเก็บเอาไว้ได้ เดี๋ยวมันก็...หายไปเองราวกับเวทมนตร์เองแหละ อันที่จริงอะไรๆมันก็เวทมนตร์อยู่แล้วนี่หว่า”

    แต่ปัญหาที่น่าคิดหนักและไปไม่เป็นก็น่าจะอยู่ที่...

    แล้วมันอยู่ที่ไหนกันละ? ไอ้จะไปเอามันก็ง่ายอยู่หรอก แค่ตามหาหมวกใบเก่าๆใบนั้นที่เคยเห็นในสมัยปีสอง จะว่าไปแล้ว...

    “นี่...ตอนนั้นฉันก็ไม่รู้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนนั้นฉันหลับไป”

    การเปิดประเด็นของเวเนเซียมักจะมีความหวังเสมอ แม้ตัวเธอจะไม่รู้คำตอบ แต่เมื่อใดที่เธอดึงปัญหาขึ้นมาถก ก็มักจะเจอกับทางออกเสมอ หรือก็คือหลายหัวดีกว่าหัวเดียว ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ต้องอยู่นิ่งเงียบและสนใจให้กับทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเธอ

    “เอ่อ ตอนนั้นที่เธอว่าน่ะ มันตอนไหนงั้นเหรอเวเนเซีย?

    “อ้อ นั้นสินะ ตอนนั้นเฮอร์ไมโอนี่เองก็ไม่ได้อยู่ด้วยนี่นา เธอกลายเป็นหินไปนี่นะ”

    “เธอหมายถึงตอนปีสองงั้นเหรอ?

    เหตุการณ์ระทึกและจดจำไม่มีวันลืมเลือน เพราะเฮอร์ไมโอนี่เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ได้เห็นเข้ากับดวงตาของบาซิลิสก์ตัวต่อตัว แต่ยังโชคดีที่ว่าไม่ได้เห็นตรงๆก็เลยเป็นเพียงแค่หินไปเท่านั้น

    “อืม แต่ที่ฉันจะถามมันคือตอนนั้น ที่ฉันถูกพาตัวไปที่ห้องแห่งความลับ ในขณะที่สลบไปน่ะ หมวกใบนั้น...หมวกที่มีดาบกริฟฟินดอร์ปรากฏออกมาน่ะ ใช่...ฟอกซ์ที่เอาไปให้นายใช่มั้ยแฮร์รี่?

    “ใช่เลย จริงสินะ เธอเองก็ไม่ทันได้เห็นตอนที่มันเอาหมวกมาให้กับฉันนี่นะ มาเห็นก็ตอนที่หมวกมันอยู่ในห้องนั้นแล้ว”

    “ฉันก็เลยคิดว่า...ถ้าหากเราส่งให้ฟอกซ์ไปเอาหมวกมาให้ละ เหมือนที่มันเคยทำในตอนนั้น”

    “เธอแน่ใจเหรอ? มันอาจจะเสี่ยง...และ...”

    “ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง แต่ว่า...มีทางเดียวที่พวกเราจะสามารถทำภารกิจไปจนถึงฉากสุดท้าย ก็เลยอยากจะถามความเห็นของพวกนายว่า...ควรจะทำดีหรือเปล่า?

    “...เรื่องนี้พวกเราเองก็ตัดสินไม่ถูกเหมือนกับเธอ แต่มันก็ถูกอย่างที่เธอว่า...เราควรเสี่ยงให้น้อยที่สุดกับการเผชิญหน้า ไม่ว่าจะพวกสาวกหรือ...เขา”

    เฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นมันสมองของกลุ่มลองคิดคำนวณว่าควรที่จะเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงดี หรือคุ้มหรือไม่คุ้มที่จะทำอย่างที่เวเนเซียเสนอแนะ

    “...ฉันก็ไม่รู้สิ พอดีมันคิดขึ้นมาได้ เพราะฟอกซ์...เป็นสิ่งเดียวที่อยู่กับศจ.ดัมเบิลดอร์มาโดยตลอด มันอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ว่าจะอยู่โรงเรียน หรือ...เป็นผู้ช่วยให้เขาได้หลบหนีไปอย่างสง่างามเมื่อสองปีก่อน ฉันก็เลย...คิดว่ามันน่าจะรู้เส้นทางลอบเข้าไปในโรงเรียน ไปจนถึงห้องอาจารย์ใหญ่ได้มากกว่าฉัน บวกกับ...มันเองก็เป็นสัตว์วิเศษ แถมไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าฟอกซ์ นกฟีนิกซ์ที่ได้ชื่อว่าจะจงรักภักดีต่อนายเพียงผู้เดียว จะเปิดใจให้กับฉันและยอมรับให้ฉันเป็นนายของมัน”

    ความหมายของเวเนเซียก็คือน่าจะหลอกตาพวกสาวกที่อยู่ในโรงเรียนได้ เพราะคงไม่มีใครคิดว่ามันจะไปยังโรงเรียนและไปลอบขโมยสิ่งของที่ดูยังไงก็ไร้ค่า เหมือนกับโวลเดอมอร์ที่เคยเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่หมวกเก่าๆธรรมดาๆร้องเพลงได้ใบหนึ่งเท่านั้น

    “งั้น...ตกลงตามนั้น เราไม่ขัดข้องอยู่แล้ว เพราะยังไง...เธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถตัดสินใจและสั่งฟอกซ์ได้”

    “งั้น...มันอยู่ที่ไหนแล้วละ?

    “จะว่าไปมัน...ก็จริงแฮะ มันอยู่ที่ไหนละเวเนเซีย ฟอกซ์น่ะ ฉันเองก็ไม่ได้เห็นมันตั้งแต่ปีก่อนแล้ว”

    “ฉันยังไม่ได้บอกพวกนายอีกงั้นเหรอว่ามันอยู่ที่นี่น่ะ?

    “ห่ะ??

    ไร้สิ่งคำพูดใดๆนอกจากคำอุทานที่ฟังดูงงงวยในคำพูดของเธอ

    “ดูท่าฉันนี่ก็ชอบลืมบอกกับพวกนายหลายๆเรื่องเลยนะ”

    “โอ๊ย อย่าให้สาธยาย เธอน่ะมีเรื่องน่าทึ่งและน่าตกใจกว่าแฮร์รี่เป็นไหนๆ โทษนะ ไม่ว่ากันนะแฮร์รี่”

    “ไม่หรอก เพราะฉันเองก็คิดเหมือนกันกับเธอ เฮอร์ไมโอนี่”

    ได้ทีรวมหัวกันเลยนะ ฉันมันมีเรื่องน่าทึ่งน่าตะลึงอะไรมากมายซะที่ไหนกัน ก็แค่เรื่องสามัญปกติทั่วไปจะตาย อย่างสนิทกับเดรโก ไปหอฮัฟเฟิลพัฟ หอลสิธีริน เรียนกับศจ.สเนป แล้วก็คุณนิวท์ มีไม้กายสิทธิ์จากขนนกตัวเดียวกันกับโวลเดอมอร์ แถมได้ของขวัญจากโวลเดอมอร์ทุกปี เอ่อ...พอมานึกๆแล้วมันก็...ชวนน่าทึ่งและตกใจจริงๆฟ่ะ

    หัวคิดไปมือก็หยิบของที่ว่าเอาไว้มาวางตรงหน้าเพื่อนทั้งสอง ถุงผ้าใบน้อยที่มักอยู่ข้างเอวของเธอนั้นเอง

    “ถุงนี่ คล้ายๆกันกับของฉันหรือเปล่า?

    “จะว่าคล้าย...มันก็...คล้ายหน่อยๆ ถ้าหากเธอได้เจอแล้วก็เรียนอะไรมาจากคุณนิวท์ ก็คงจะ...มีเหมือนกับของฉันเหมือนกันนั่นแหละ เฮอร์ไมโอนี่

     ไม้กายสิทธิ์ที่ไม่ได้หยิบขึ้นมาใช้งานพักหนึ่งถูกดึงขึ้นมาและโบกไปวูบหนึ่ง ถุงผ้าก็ขนาดใหญ่และเปลี่ยนเป็นกระเป๋าใบใหญ่แทน

    “นี่เธอใช้คาถาเปลี่ยนรูปลักษณ์มาตลอดเลยเหรอ?

    “ก็ไม่ยากเท่าไร เหมือนกับแหวนของฉันนี่ไง”

    เธอยกมือขึ้นและกรีดกรายนิ้วให้เฮอร์ไมโอนี่ได้เห็นเข้ากับแหวนสีเงินที่น่าคุ้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แหวนที่มีรูปลักษณ์ที่แท้จริงเป็นไม้เท้าประจำตระกูลนั้นเอง

    “แล้วกระเป๋านี่คือ...”

    “ถ้าหากเธอพูดถึงนิวท์...เธอหมายถึงนิวท์ สคามันเดอร์...”

    “ถูกต้อง...”

    “แล้วอย่าบอกฉันนะว่าเธอทำ...”

    คำพูดที่ขาดช่วงบ่งบอกว่าเธอพอจะเดาออกว่ากระเป๋าตรงหน้าคืออะไร แต่ไม่ใช่กับแฮร์รี่ เพราะเขาไม่รู้จักว่านิวท์ สคามันเดอร์เป็นคนยังไงและมีประวัติอย่างไร เขารู้เพียงแค่ว่าเขาเป็นนักสัตว์วิเศษในตำนานที่หาตัวจับได้ยากเพียงอย่างเดียว และรู้จักก็เพียงแค่อ่านผ่านหนังสือเรียนเท่านั้น

    แกร๊ก...ปึ่ก...

    “เอ่อ ฉันว่าฉันเรียกเอาแทนดีกว่า...เพราะก็เพิ่งออกมาเอง ฟอกซ์!

    เวเนเซียตะโกนเรียกฟอกซ์ลงไปยังในกระเป๋าที่ดูมืดและลึก ซึ่งดูยังไงก็เหมือนกับไม่มีก้นบึ้งของกระเป๋าแม้แต่น้อย และในความเงียบนั้น ก็มีบางอย่างพุ่งพรวดออกมาจากปากกระเป๋า ทำให้ทั้งสามคนแทบจะเอนหลังหลบกันแทบไม่ทัน

    “ว่าไง...เด็กดี”

    “ฟอกซ์...ฟอกซ์จริงๆด้วย”

    “ฉันพามันมาด้วยตลอดการเดินทางทำภารกิจของพวกเรา”

    “ชักอยากจะลงไปดูซะแล้วสิว่าข้างในมันมีอะไรบ้าง?

    “อย่าดีกว่าเฮฮร์ไมโอนี่ ฉันว่า...มันอาจจะไม่เหมาะกับเธอซักเท่าไรหรอกนะ แบบ...อาจจะ...วุ่นวายนิดหน่อยน่ะ”

    คำพูดและท่าทีเตือนระวังของเวเนเซียทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของเฮอร์ไมโอนี่ลดหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยอยากจะเสี่ยงนักหากเป็นคำพูดแนะนำมาจากปากของเวเนเซียเอง

    “ถ้าหากเธอว่าอย่างงั้น...”

    หลังจากคุยกับเพื่อนและฝากให้ปิดกระเป๋าแทน เธอก็หันไปสบตากับฟอกซ์และเริ่มออกคำสั่งแรกในฐานะผู้เป็นนายคนใหม่ของมัน ที่มันยอมรับและจะรับใช้เฉกเช่นเดียวกันกับดัมเบิลดอร์

    “ฟอกซ์...ฉันอยากให้นายช่วย นายช่วยไปโรงเรียน...แล้วเอาหมวกใบนั้นมาให้พวกเราได้มั้ย? หมวกเมื่อครั้งที่นาย...ส่งให้กับแฮร์รี่และช่วยเขาเอาไว้ได้ นี่ก็เหมือนกัน...เพราะพวกเราต้องทำเป้าหมายและสานต่อจากความตั้งใจของนายคนก่อนของนาย...ศจ.ดัมเบิลดอร์”

    ไม่ต้องพูดโน้มน้าวอะไรกับมันให้มากความ เมื่อมันรู้และสัมผัสได้ถึงความตั้งใจอันแรงกล้าและมีความจำเป็นจริงๆของเวเนเซียที่รู้สึกได้ผ่านทางคำพูดร้องขอ มันกู่ร้องและกางปีกกว้าง ก่อนจะถีบตัวและบินออกไปยังท้องฟ้าที่กว้างไกล

    “ดูท่ามันจะเข้าใจแล้วละ ตอนนี้ก็เหลือแค่...พวกเราจะเอายังไงต่อ?

    หลายวันผ่านไป หลังจากที่ทั้งสามได้ตกลงกันว่าจะส่งฟอกซ์ไป แฮร์รี่ยังไม่มีท่าทีว่าจะร่าเริงขึ้นแม้แต่น้อย เฮอร์ไมโอนี่และเวเนเซียเองที่เห็นเขาเป็นแบบนี้ก็อดจะกังวลและห่วงไม่ได้

    “เขาดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ”

    “ไม่แปลกหรอก...เป็นฉันก็คงจะเป็นเหมือนกับเขา เพื่อนรักแยกทางไปเพราะทะเลาะกัน บวกกับมีเรื่องให้คิดมากมันก็เป็นธรรมดา”

    ก็กะเอาไว้แล้วแหละ คนเราเวลาอารมณ์ร้อนๆมันก็คิดหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้วแหละ พออารมณ์เย็นลงก็ค่อยมาคิดได้ ฮ่ะๆ พูดแล้วก็นึกถึงตอนย่าตีจนแทบจะเปลี่ยนร่างเป็นยักษ์เลยแฮะ สุดท้ายก็ดันเอายามาทาแถมยังมาถามอีกว่าเจ็บมั้ย? แล้วจะตีเพื่ออะไรค่ะคุณย่าค่า!!?

    “เฮ้อ...คิดแล้วก็นึกถึงเหมือนกันแฮะ หวังว่าพวกเขาคงไม่ได้มาที่นี่หรอกนะ ขอให้เป็นแบบนั้น อยู่ไทยไม่ต้องบินมาเลยเชียว เธอมองอะไรน่ะเฮอร์ไมโอนี่?

    ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่สายตาของเฮอร์ไมโอนี่นั้นไม่ได้จับจ้องไปยังแฮร์รี่ด้วยความเป็นห่วง แต่เปลี่ยนเป็นมองมายังเธอด้วยสายตาคาดหวังอะไรบางอย่างจากตัวเธอ

    “...เมื่อกี้ฉันลองไปถามแฮร์รี่...เขาบอกว่าสร้อยไม่ได้อยู่กับเขา ก็เลย...หวังว่ามันจะอยู่กับเธอ...เพราะครั้งสุดท้ายที่พวกเรารู้คือ สร้อยมันอยู่กับรอน แล้ว...รอนก็แยกทางกับพวกเราแล้ว ก็เลย...”

    “อ้อ ก็นึกว่าอะไร อืม อยู่ที่ฉันเอง นี่ไง”

    เวเนเซียยืดคอเสื้อออกเล็กน้อยและเลือกเอาสายสร้อยที่มีอยู่สองเส้นด้วยกัน ซึ่งเป็นสายสร้อยสีทองเพราะอีกเส้นเป็นสีเงินของเดรโกที่เขาให้กับเธอเมื่อปีก่อน จากนั้นก็เอาออกมาให้เฮอร์ไมโอนี่ได้เห็นกับล็อกเกตสีเหลืองเป็นการยืนยันว่ามันอยู่กับเธอ ไม่ได้อยู่กับรอน

    แต่แทนที่เฮอร์ไมโอนี่จะมีอาการและสายตาที่โล่งใจ มันกลับเป็นสายตาสงสัยและไม่เข้าใจแทน ซึ่งไม่ใช่กับเฮอร์ไมโอนี่คนเดียว แต่ยังรวมไปถึงแฮร์รี่อีกด้วย

    “แปลกนะ...เธอไม่ได้รู้สึกแบบ...หดหู่หรือว่า...ไม่มีความสุขจนร่ายคาถาผู้พิทักษ์ไม่ได้เลยงั้นเหรอ?

    “ถามแปลกๆ เอกซ์เปกโต พาโตรนุม...”

    เพื่อเป็นการยืนยัน เธอร่ายคาถาผู้พิทักษ์มันในเต้นท์ทันทีทันใด ไอสีเงินจากปลายไม้กายสิทธิ์ก่อร่างเป็นรูปลักษณ์ของสิงโตที่น่าคุ้นเคยในทันที เป็นเครื่องยืนยันชิ้นดีว่าเธอไม่ได้มีอาการอย่างที่เพื่อนทั้งสองของเธอว่ามาแม้แต่น้อย

    “ประหลาดนะ...พวกฉันสวมมันแค่วันสองวันก็รู้สึกแย่จนพูดไม่ถูก แต่เธอ...ผ่านไปจนเกินวันสองวัน จนจะเข้าไปครึ่งอาทิตย์? ทำไมเธอถึงไม่มีอาการเลยละ?

    “ฉันจะรู้เหรอ? แล้ว...ไม่ดีงั้นเหรอ พวกนายจะได้ไม่ต้องหดหู่ไง อีกอย่าง...ฉันจะได้แบ่งเบาพวกนายได้ไง จริงมั้ย?

    “...มันก็จริง แต่มันก็ทำให้พวกฉันอดสงสัยไม่ได้นี่นาว่าเพราะอะไร?

    “เฮ้ๆ ฉันก็ยังเป็นฉันคนเดิมนะเฮอร์ไมโอนี่ เวเนเซียคนเดิมที่มักจะมองโลกแง่ดีและมีเรื่องเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา มันอาจจะ...มีสาเหตุแหละ แค่ว่าเราเองก็ยังไม่รู้ เพราะงั้น...ไม่ต้องคิดมากหรอก ตัวฉันฉันย่อมรู้ตัวเองเป็นดีที่สุด หากฉันไม่เป็นอะไรก็คือไม่เป็นอะไร ก็หมายความว่าพวกเธอไม่ต้องห่วงหรือกังวลในตัวฉันมากนักหรอก...เดี๋ยวมันจะยิ่งไปทำให้พวกเธอเสียสุขภาพจิตซะเปล่าๆ ตอนนี้เรามีเรื่องให้ขบคิดและต้องแก้มากพอแล้ว ขืนเพิ่มมาอีกประเด็นมีหวังหัวได้ระเบิดเอากันพอดี”

    เจอหลักการที่ยาวเหยียดเป็นทางรถไฟ ก็ทำให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกเบาใจลงตามที่เวเนเซียว่า คิดมากในเรื่องที่ไม่รู้ก็คงไม่ดี ก็เลยพยักหน้าว่าตามนั้นอย่างที่เวเนเซียว่า

    แต่ภายใต้ใบหน้ายิ้มๆและสดใสเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แก่ทุกคนนั้น

    จะว่าไปมันก็จริง...ฮอกครักซ์มันมีกลไลป้องกันตัวอย่างที่เห็นจากพวกแฮร์รี่ ทั้งหดหู่ เครียดและดูร้าย เหมือนอย่างที่รอนออกสีหน้าเมื่อตอนนั้น แต่ทำไม...ทำไมกับเรากลับไม่มีปฏิกิริยาพวกนั้นเลยละ?

    หรือนี่จะเป็นเพราะนายงั้นเหรอโวลเดอมอร์...เพราะงั้นฉันถึงได้เชื่อมต่อกับนายได้ ไม่ว่าจะจิตหรือไม้กายสิทธิ์นี่

    เธอจึงทำได้เพียงแค่คาดเดาเอาเองคนเดียวในใจว่า สาเหตุอะไรกันแน่ที่ฮอกครักซ์ชิ้นนี้ ที่กำลังอยู่ติดตัวกับเธอบนลำคอนั้นไม่ได้แสดงพิษสงความร้ายกาจออกส่งผลกับตัวเธอกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #143 yamamotoaki121 (@yamamotoaki121) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 23:49
    เซดริก~~♡♡♡♡
    #143
    0
  2. #112 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 13:29
    ถ้าทอม..นายไม่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว(?) เป็นจอมมาร เป็นคนที่หน้าปาไหลไร้รูจมูกล่ะก็.. (?) อาจจะลงเรือคู่นี้ก็ได้นะ55 แต่คู่หลักคือออ เดรโกกก 55
    #112
    0
  3. #14 burun2 (@burun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 12:56
    เรือทอมแล่น~
    #14
    0
  4. #13 BBeem555 (@BBeem555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 11:19
    ความรักชนะทุกสิ่ง
    #เรือทอม&เดรโก
    #13
    0
  5. #12 mikazu (@mikazu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 08:22
    อ่านๆไปแล้วถ้าทอมไม่ได้คลั่งก็ว่าจะเชียร์อยู่​นา~
    #12
    0
  6. #11 วิหกสนธยา (@01916) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 08:13
    เพราะความรักสินะคุณทอม
    #จากเรือเซดริกที่กำลังจมลง
    #11
    0