[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 3 : Chapter II - Start Mission

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    26 ธ.ค. 60




“If Voldermort’s really taken over the Ministry, none of the old places are safe.”

- Hermione Granger

 

    ไม่นานนักด้วยการหายตัวของเวเนเซีย ก็มาถึงที่หมายด้วยเวลาอันรวดเร็ว และไม่มีใครจับพวกเขาได้ ทั้งสี่ไม่รอช้าที่จะรีบเข้าไปในบ้าน ซึ่งพวกเขาคาดว่าซิเรียสน่าจะอยู่ที่นี่

    “...นั่นใคร?! แฮร์รี่ เวเนเซีย อา...ดีใจที่พวกเธอปลอดภัย”

    “ค่ะ หนูเองก็ดีใจที่ซิเรียสไม่เป็นอะไร ซิเรียสรู้แล้วใช่มั้ยค่ะ ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น”

    “พวกมันเริ่มเดินหน้ากันแล้ว และพวกเธอก็กำลังเป็นอันตราย ถ้ายังไง...พวกเธอมีแผนอะไรต่อ”

    “ก็...แฮร์รี่และพวกเราตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะสานต่อภารกิจของดัมเบิลดอร์ แล้วก็...ถ้าหากเป็นไปได้ คนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดี พวกเราเลย...บอกอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้วค่ะ เข้าใจด้วยนะค่ะซิเรียส”

    “ถ้าหากเป็นความคิดของเขา ฉันก็ไม่ซักไซ้อะไรหรอก เขามักจะคิดในสิ่งที่พวกเราคาดไม่ถึงอยู่ตลอด แต่ยังไงวันนี้พวกเธอก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ถ้ายังไง...ขึ้นไปพักซะก่อนเถอะนะ”

    ทั้งสี่ตกลงกันและมุ่งหน้าขึ้นไปข้างบนเพื่อพักผ่อน แน่นอนว่าเวเนเซียที่ตอนแรกจะเข้านอนนั้นเองก็นึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋าของเธอนั้นมีพิสุทธิ์อยู่ด้วยก็เลยเปิดมันออกและหมายจะดูท่าทีของมัน จู่ๆก็เกิดปิ๊งไอเดียอะไรออกมา ก็เลยเปลี่ยนตำแหน่งห้องที่จะนอน ไปเป็นห้องใต้หลังตาแทน

    และเธอก็เลือกที่จะนอนมันซะห้องๆนั้นจนถึงตอนเช้า ซึ่งเพื่อนสามเกลอของเธอดูจะ...หัวหมุนน่าดูกว่าจะพบเธอเข้าที่ดันอุตริมานอนที่นี่แทนที่จะเป็นห้องนอน

    “อะไรของพวกนาย มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ?

    ว่าแล้วทั้งสามก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เวเนเซียได้ฟังว่าเจอเข้ากับอะไร

    แฮรืรี่รู้ถึงตัวตนของคนที่ขโมยเอาสร้อยล็อกเกตที่เคยและควรจะอยู่ที่ที่เขาและเธอกับดัมเบิลดอร์เดินทางไปเมื่อปีก่อน

    “สรุปแล้ว คนที่เอาสร้อยเส้นนั้นไปคือน้องชายของซิเรียส ก็หมายความว่า...มันยังไม่ถูกทำลายก็เป็นได้”

    “ถูกต้อง แต่ปัญหาก็คือ...ครีเชอร์บอกว่ามันดังกัสขโมยไปแล้ว และตอนนี้มันยังอยู่กับเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้”

    “...มันดังกัส อ้อ ใช่คนที่ดู...ขี้ขลาดๆแล้วก็เจ้าเล่ห์นั้นหรือเปล่า? คนเดียวกันกับที่รวมคณะไปช่วยแฮร์รี่มาจากบ้านของพวกเดอร์สลีย์น่ะ?

    “ใช่ คนนั้นน่ะแหละ”

    ด้วยความคาดคะเนเพิ่งแค่ดูจากภายนอกของเวเนเซียแล้ว เธอก็คาดเดาว่าคนระดับนั้นไม่น่าจะทำได้ ไม่แน่ก็คงไม่ได้เก็บมันไว้กับตัว

    “งั้น พวกนายคิดว่ามันไปอยู่ที่ไหนแล้วละสร้อยเส้นนั้นน่ะ”

    “...ฉันไม่รู้นะว่าจะพูดยังไงดี แต่มันอาจจะ...ไม่รู้สิ สายตาฉันอาจจะมองผิดก็ได้ สร้อยมันก็มีดูเยอะแยะไป มันคงไม่ใช่...”

    “เธอรู้อะไรงั้นเหรอเวเนเซีย แม้จะเล็กน้อย แต่มันอาจจะเป็นคำตอบที่พวกเราตามหาอยู่กันก็ได้นะ”

    หลายต่อหลายครั้งแล้วที่เวเนเซียมักจะเจอจุดเล็กๆที่ไม่คาดว่ามันจะนำไปสู่คำตอบที่พวกเขาต่างเค้นหามาตลอด และไม่แน่ว่าครั้งนี้ก็อาจจะเป็นไปด้วยเช่นกัน

    “คือ...เมื่อตอนปีห้า ฉันเคยถูกเรียกตัวไป...ทำงานให้กับอัมบริดจ์ งานที่ไม่น่าจะเป็นงานของนักเรียนแม้แต่น้อย”

    “อ้อ ที่ว่าเธอต้องไปนั่งวาดรูปเหมือนที่เป็นเหมือนกับการมโนให้กับเจ้าหล่อนใช่หรือเปล่า?

    “ใช่ แล้วฉันก็ดันไปสะกิดใจกับ...สร้อยคอของเธอ เธอบอกว่ามันเป็นทรัพย์สมบัติของตระกูล สร้อยสีทองล็อกเกตสีเหลืองอำพันนั้น รูปทรงมันก็เหมือนกันนะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามันมีรูปงูของสลิธีรินอยู่หรือเปล่า ฉันมองไม่ค่อยชัดน่ะ แล้ว...ฉันเองก็ไม่รู้คำตอบที่แน่ชัดมาจนถึงทุกวันนี้”

    “แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงดู”

    เวเนเซียเริ่มตะหงิดๆกับการเสี่ยงที่แฮร์รี่กำลังพูดถึง แม้จะไม่พูดหรือจะแค่คิดในใจก็เหอะ แต่ด้วยการสกัดใจของแฮร์รี่ที่ยังมีช่องโหว่ ย่อมทำให้เธอได้รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

    “เดี๋ยวๆ...นี่นายจะ...นายจะบุกไปที่กระทรวงงั้นเรอะ?! บ้าเหรอ?! วิ่งไปหาตัวพ่อเองเนี่ยนะ?! นายอย่าลืมสิว่าไอ้แก่หนังเหนียวโรคจิตนั้นมันมีเป้าหมายอะไรกับพวกเราสองคนน่ะแฮร์รี่ กับฉันยังพอทำเนาแล้วก็เอาตัวรอดได้ แต่นาย...หมอนั่นคิดจะฆ่านายเชียวนะ!

    “แต่มันก็เป็นทางเดียวที่พวกเราจะได้คำตอบนะเวเนเซีย”

    “จริงของแฮร์รี่นะเวเนเซีย เวลานี้ไม่ว่าที่ไหนก็อันตรายไปหมดนั้นแหละ อีกอย่างยิ่งพวกเราทำภารกิจนี้สำเร็จเร็วมากขึ้นเท่าไร...เราก็ยิ่งมีทางชนะเขา”

    คำพูดของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เวเนเซียนึกถึงหน้าของน้องชายที่เธอต้องทิ้งเอาไว้ เพราะเธอคิดว่าในเมื่อเธอและแฮร์รี่เป็นเป้าหมาย การจะเอาเซเมสมาเอี่ยวด้วยก็คงไม่ดีนัก เหมือนอย่างที่รอนทิ้งบ้านและครอบครัวมาเพื่อพวกเธอ หรือแม้แต่เฮอร์ไมโอนี่ที่ยอมลบทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเองจากครอบครัว เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องมาเจอกับอันตรายเข้า

    “เธอพูดถูก ยิ่งเดินหน้าเร็วเท่าไร ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ฉันเองก็อยากจะกลับไปอยู่กับน้องชายในเร็วๆวันด้วย ตกลง เราจะมุ่งหน้าไปยังกระทรวงกัน แต่...เราจะเข้ายังไงดีละ?

    “เดินทางด้วยวิธีไหนถึงจะไม่ถูกจับได้...นั้นคือประเด็น”

    “...เวลานี้บนโลกมักเกิ้ลยังไม่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเวทมนตร์ ถ้ายังไง...เราแฝงตัวอยู่กับมักเกิ้ลละเป็นไง? แล้วค่อย...”

    วันนั้นทั้งวันสี่สหายก็สุมหัวกันวางแผนเพื่อบุกเข้าไปยังกระทรวงอย่างรัดกุม กระทั่งมาถึงตอนเย็นที่เป็นเวลาอาหารนั้นเอง

    “อ๊า!

    จู่ๆแฮร์รี่ก็เกิดอาการเจ็บแผลเป็นบนหน้าผากขึ้นมา ไม่ต้องเดาหรือว่าถามไถ่ พวกเธอทั้งสามก็รู้ว่ามันเป็นอาการมาจากอะไร

    “แฮร์รี่...ตั้งสมาธิเอาไว้ นายรู้วิธีสกัดใจเขา พยายามปิดกั้น...”

    “ไม่...ฉัน...ฉันต้องรู้ว่าเขามีเป้าหมายอะไร เพื่อแผนของเราในวันข้างหน้านี้”

    กลับกลายเป็นว่าแฮร์รี่นั้นดื้อดึงที่จะตามติดโวลเดอมอร์ว่าเขามีแผนจะทำอะไร โดยเขาได้เห็นมันผ่านทางรอยแผลเป็น และเริ่มมีอาการเกร็งตัวและดูทรมาน มันทำให้เวเนเซียร้อนใจและต้องทำอะไรบางอย่างเดี๋ยวนี้

    “ฉันจะตามเขาไป”

    เวเนเซียตัดสินใจหยุดการปิดกั้นใจซักครู่ เลยเริ่มเชื่อมจิตกับโวลเดอมอร์ เหมือนอย่างที่แฮร์รี่เป็น ในกรณีของแฮร์รี่คือเขายังไม่สามารถสกัดใจได้สมบูรณ์ จึงอาการเช่นนี้เป็นบางครั้งบางคราว แต่ไม่ใช่กับเวเนเซียที่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เธอเลยสามารถจะเปิดหรือปิดเมื่อไรก็ได้ แต่ก็ยังคงเป็นปริศนาที่ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมีความสัมพันธ์เชื่อมต่อกับโวลเดอมอร์ได้เหมือนอย่างแฮร์รี่ที่ผ่านทางแผลเป็น

    วู่บบบ

    เวเนเซียได้มองเห็นเขา แต่เขาไม่อาจเห็นเธอ ซึ่งมันเป็นเรื่องดี

    โวลเดอมอร์กำลังฆ่าและสังหารคนแล้วคนเล่า ปากก็พร่ำบ่นถึงใครบางคน ที่ผิดคาดกลับไม่ใช่เธอ

    “...มันอยู่ที่ไหนกัน?! ฉันต้องรู้...มันอยู่ที่ไหน...”

    ใคร? หรืออะไรงั้นเหรอ? ดูจากอาการที่ร้อนรนแล้วก็เร่งรีบนั้น ต้องเป็นของสำคัญแน่ๆ แต่...อะไรละ?

    “แก...บอกมาว่าเจ้านั้นอยู่ที่ไหน...”

    “คะ...ใคร...”

    “เกรโกโรวิตซ์....มันอยู่ที่ไหน?

    พุ่บบ

    จู่ๆโวลเดอมอร์ก็หันคอมองมายังทิศทางของเธอ และสายตาก็จ้องมองราวกับว่าเขามองเห็นเธอ เธอจึงคิดว่าอยู่ต่อไม่ได้แล้ว จึงรีบกลับและเริ่มสกัดใจเพื่อไม่ให้เขารู้ว่าเธอกำลังอยู่ที่ไหน

    “...แฮ่ก!! อึ่ก...”

    จังหวะที่พร้อมกันของแฮร์รี่และเวเนเซียที่กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง โดยเฮอร์ไมโอนี่กับรอนต่างก็กังวลในการเชื่อมจิตของทั้งสองคนมาก หากเป็นเวเนเซียนั้นเฮอร์ไมโอนี่รู้ดีว่าเธอมีความสามารถด้านการสกัดใจสูงกว่าแฮร์รี่จึงไม่น่าจะมีอาการเช่นเดียวกันกับเขาทที่จะชุ่มและเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป เธอกลับนิ่งและตัวเย็นอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่ากำลังกุมความลับอะไรบางอย่างอยู่

    “เวเนเซีย...เธอเห็นอะไร”

    “...เกรโกโรวิตซ์ เขากำลังตามหาเกรโกโรวิตซ์อยู่”

    น้อยคนที่จะรู้จักกับชื่อๆนี้ แต่ไม่ใช่กับเวเนเซียที่รู้จักดี เพราะเธอเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

    ย้อนกลับไปยังตอนงานแต่งงานของเฟลอร์และบิลที่บ้านโพรงกระต่าย

    “นี่วิกเตอร์...นายพอจะรู้จักกับช่างทำไม้กายสิทธิ์หรือเปล่า?

    “ไม้ของเธอมีปัญหางั้นเหรอ?

    “เปล่าหรอก พอดีว่าอยากมีอันสำรองเผื่อเอาไว้ในสถานการณ์ฉุกเฉินน่ะ แล้วพอดีว่า...ร้านประจำของเด็กฮอกวอตส์กลับปิดไปเป็นปีแล้ว ก็เลย...ไม่รู้ว่าจะหาได้ที่ไหนนอกจากร้านนั้น พอจะแนะนำได้หรือเปล่า?

    “อืม...ยากนะ เพราะฉันเองก็ได้ชื่อว่าเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของเขาก็ว่าได้”

    วิกเตอร์พูดแล้วก็หยิบไม้กายสิทธิ์ของเขาออกมาให้เวเนเซียได้รับชม ไม้สีน้ำตาลที่เป็นทรงบิดๆคดๆ ดูแล้วแปลกตาจากของเธอหรือของเพื่อนๆอย่างเห็นได้ชัด

    “ดูมีเอกลักษณ์ดีนะ ไม่ใช่ฝีมือของคุณโอลิแวนเดอร์แน่ๆ”

    “อืม คนที่ทำไม้ของฉันขึ้นมาได้ชื่อว่าเป็นช่างทำมือดีเลยทีเดียว เขาสร้างสรรค์มันมาหลายต่อหลายด้ามแล้ว จนกระทั่ง...มาของฉัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นไม้กายสิทธิ์ด้ามสุดท้ายที่เขาจะสร้างขึ้น”

    “เห้ เขามีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ?

    “เขามีชื่อว่า...เกรโกโรวิตซ์ ตอนนี้ก็หายตัวไปที่ไหนแล้วก็ไม่มีใครรู้ ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้เจอกับเขาก็คือตอนที่ฉันได้รับไม้กายสิทธิ์เป็นครั้งแรก”

    ---------------------------------------------------------------------

    ---------------------------------------

    “ช่างทำไม้กายสิทธิ์ แล้วเขาตามหาเพื่ออะไรกัน?

    “...ฉัน...ฉันไม่รู้ แต่เราก็มีเบาะแสเพียงแค่นี้ ขอโทษนะ”

    “ใครว่าละ นี่มันมากเกินพอเสียด้วยซ้ำ อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าตอนนี้เขากำลังตามหาคนอื่นที่ไม่ใช่พวกเราอยู่”

    เฮอร์ไมโอนี่บอกในแง่ดีที่ว่าเวเนเซียได้ความลับบางอย่างกลับมาและดียิ่งนักที่เวเนเซียรู้เกี่ยวกับมัน

    “ใช่แล้ว อย่างน้อยมันก็ทำให้พวกเราดล่งใจว่าการไปกระทรวงของพวกเราจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขา มันทำให้ฉันโล่งใจขึ้นมากเลยละ”

    “แต่ฉันอดที่จะสงสัยไม่ได้นี่นาว่า เขาจะตามหาไม้กายสิทธิ์ทำไมกัน ทั้งๆที่เขาเองก็มีอยู่แล้ว อย่างที่คุณโอลิแวนเดอร์บอก หรืออย่างที่พวกเราสองคนเห็นเนอะแฮร์รี่ ไม้จะเลือกเราและเข้ากันกับคนๆนั้น แล้วเขาจะตามหาช่างทำไม้กายสิทธิ์ทำไม?

    ยิ่งสร้างประเด็นก็เหมือนกับสร้างความอยากรู้ ทำเอาอีกสามคนที่เหลือก็ทำสีหน้าอยากรู้ไปตามๆกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่อาจหาคำตอบได้

    เช้าวันต่อมา ทั้งสี่ทำการบอกลาซิเรียส และเลือกที่หยุดทำการติดต่อเพื่อเป็นการดีต่อทั้งสองฝ่าย เพราะปกติซิเรียสก็ต้องระวังตัวมากพอแล้ว หากต้องมาพ่วงความลับที่ต้องเก็บเอาไว้เกี่ยวกับเบาะแสของทั้งสี่ มันจะยิ่งเป็นอันตรายและคมดาบแก่เขา ก็เลยไม่บอกอะไรดีกว่า ซึ่งซิเรียสเองก็เชื่อและบอกให้พวกเธอทั้งสี่ทำอะไรอย่างระมัดระวังและปลอดภัยให้ดี

    “แล้ว...ของพร้อมมั้ย?

    “พร้อม...เหลือแค่ไปหามาจากแถวๆนั้น”

    “ดีเลย งั้นแฮร์รี่...ต้องเป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วละที่ต้องคอยสอดส่องน่ะ”

    ตามแผนก็คือแฮร์รี่กับเวเนเซียจะซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน โดยจะพยายามหุตาไวในหารมองหาว่าใครเป็นพ่อมดหรือแม่มดที่กำลังจะเดินทางไปยังกระทรวง

    แต่ก็ดันมามีติดขัดนิดหน่อยในการเดินทาง เมื่อรอนดันมีปัญหากับเครื่องเก็บตั๋วของรถไฟ

    “แล้วฉันต้องไปยังไงละเนี่ย?

    ทำเอาเฮอร์ไมโอนี่อายจนอยากจะมุดหน้าลงดิน จากนั้นก็บ่นใส่รอนไปชุดใหญ่ว่า

    “บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ลงเรียนวิชามักเกิ้ลศึกษา นี่ก็เพื่อตัวนายเองแท้ๆนะ”

    “ก็ฉันเห็นว่ามันไม่จำเป็นนี่นา”

    “แต่เวลานี้มันจำเป็นสุดๆ”

    สร้างสีสันและคลายเครียดก่อนเริ่มภารกิจอันตรายแก่สองคนที่หลบอยู่ภายใต้ผ้าคลุมล่องหนเสียเหลือเกิน เพราะมันทำให้เธอกับแฮร์รี่หวนนึกถึงตอนคุณวิสลีย์ติดอยู่ตรงนั้นเหมือนกับรอน

    อย่างที่เขาว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น พ่อเป็นยังไง ลูกก็มักจะเป็นเหมือนกัน ลูกชายตัวจริงแท้แน่ค่ะคุณวิสลีย์

    “เอาน่าเฮอร์ไมโอนี่ ตอนนี้เราหยุดจู้จี้แล้วทำอย่างอื่นก่อนเหอะ ไอ้เรื่องใช้ตั๋วมันไม่เรื่องเร่งด่วนอะไรหรอก”

    ก็เลยเป็นอันจบยกก่อนที่จะเกินเลยมากไปกว่านี้ ทั้งสี่เริ่มมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ซึ่งจะนำไปสู่การเดินทางสู่กระทรวงเวทมนตร์ที่อยู่ข้างล่างใต้ดินแห่งนี้

    “เจอแล้วหนึ่ง...”

    “ฉันด้วย...”

    “ฉันก็เจอ...”

    “เหมือนกัน...”

    ราวกับโชคเข้าข้างที่ทั้งสี่เห็นเป้าหมายพร้อมกันและไม่ไกลกันนัก ก็เลยแยกย้ายกันไปจัดการของใครของมัน เฮอร์ไมโอนี่ไปกับรอน ส่วนเวเนเซียไปกับแฮร์รี่

    “เอาวิธีไหนดีแฮร์รี่?

    “นั่นสินะ...เธอคิดว่าวิธีไหนสลบได้นานที่สุดแล้วก็เร็วที่สุดละ?

    “ตอนแรกก็กะว่าจะจระเข้ฟาดหางให้สลบเหมือนครั้งหางหนอนอยู่หรอก แต่ไอ้ฉันก็แอบกลัวว่าจะสลบได้ไม่นาน เอาเป็นว่า...ใช้วิธีคลาสสิคแล้วก็ง่ายต่อการลงมือดีกว่า”

    ว่าแล้วไม้กายสิทธิ์ของเธอก็เริ่มได้ใช้งานโดยไม่ต้องกลัวว่าจะทำผิดกฎของพ่อมดแม่มด ทำให้ร่างสองร่างของผู้ใหญ่ทั้งสองร่วงไปนอนกองกับพื้นกันอย่างง่ายดาย

    “เฮ้อ ปีนี้เป็นปีแห่งการดื่มหรือไงกันนะ? หนีมาตลอดก็ต้องมาดื่มแบบหลายต่อหลายครั้งแบบเนี่ย?

    ปากก็บ่นไปแล้วมือก็ขยับดึงเอาเส้นผมของอีกฝ่ายมากรอกใส่ขวดที่บรรจุน้ำยาสรรพรสเอาไว้

    “เอาน่า ก็มันดีกว่าการใช้คาถาปลอมตัวเข้าไปนี่นา แบบนี้มันน่าจะแนบเนียนกว่า”

    หลังจากเปลี่ยนชุดเป็นของอีกฝ่าย ดึงเส้มผมและยกดื่มน้ำยาสรรพรสจนร่างเปลี่ยนแล้ว คราวนี้ก็เป็นเวลาและหน้าที่เผื่อเอาไว้ก่อนของเวเนเซีย

    “แปบหนึ่งนะแฮร์รี่...คริกกี้ ช่วยหยิบเอานั้นมาให้หน่อย”

    เวเนเซียสั่งให้เจ้าคริกกี้หยิบของบางอย่างมาจากถุงผ้าที่กลับรูปลักษณ์เดิมเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดพกพา

    “อะไรงั้นเหรอ?

    “เห็นแบบนี้ฉันเองก็มีของเด็ดๆที่ได้เรียนรู้มาจากเนวิลล์เยอะแยะเลยนะ”

    เป็นอานิสงค์ของเนวิลล์ที่คอยสอนให้กับเธอเกี่ยวกับวิชาสมุนไพรวิทยา ทำให้เธอได้รู้ว่ามีพืชหลากชนิดและหลายสรรพคุณพิเศษ เหมือนกับเมนเดรก

    มันคือพืชดอกที่เป็นสีสวยน่าหลงใหล หากแต่ความร้ายกาจของมันก็คือมันจะปล่อยละอองเกสรออกมาทุกๆครึ่งชั่วโมง ซึ่งไม่ใช่ละอองเกสรธรรมดา เพราะมันมีสรรพคุณเป็นยานอนหลับชนิดที่ได้ผลชะงัดก็ว่าได้

    “ทีนี้ เราก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องความจะแตกหากพวกเขาไปยังกระทรวง รีบไปหาเฮอร์ไมโอนี่กับรอนดีกว่า”

    ทั้งสองสลัดผ้าคลุมล่องหนออก และเดินออกจากตรอกแคบที่เป็นมุมมืด เพื่อเตรียมตัวจะเข้าสู่สนามรบขนาดย่อมๆ

    “แล้ว...สองคนนั้นอยู่ที่ไหนละเนี่ย? ไม่สิ เราจะรู้ได้ไงว่าเป็นสองคนนั้น”

    “เรื่องนั้น...”

    “เวเนเซีย...”

    “โอ้...เอ่อ พวกเธอเองเหรอ?

    สองร่างสูงของหญิงกลางวัยและชายกลางวัยเดินเข้ามาทักทั้งสองอย่างคุ้นเคย แต่เวเนเซียสงสัยว่าพวกเขารู้ได้ยังไงว่าเป็นพวกเธอกัน

    “สงสัยละสิ คริกกี้โผล่ออกมา...ฉันเลยจำได้ว่าเป็นเธอ”

    “คริกกี้ ให้ตายสิ ห้ามโผล่ออกมาแบบเมื่อกี้นะ เป็นไปได้ แกลงไปซ่อนตัวอยู่ในกระเป๋าจะเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ”

    แม้เวเนเซียจะดุมันอย่างเป็นห่วง แต่เฮอร์ไมโอนี่กลับมองในทางแง่ดีว่าหากไม่ใช่เพราะคริกกี้ เธอก็คงไม่รู้หรอกว่านี่คือเธอกับแฮร์รี่

    “แล้วนั่นจะไปไหนน่ะเวเนเซีย?

    “ก็...ไปกระทรวงไง...”

    “ไม่ ฉันเพิ่งหาข้อมูลมาได้ใหม่ พวกนั้นเปลี่ยนการเดินทางไปยังกระทรวงแล้ว มีทางเดียวที่พวกเราจะไปได้”

    และทางเดียวของเฮอร์ไมโอนี่ก็คือการที่เธอมาอยู่ตรงห้องน้ำและต้องมายืนต่อคิวอยู่ ทันทีที่เธอเข้าไปในห้องน้ำได้ ก็ต้องมางุนงงต่อว่า...

    แล้วข้อยสิไปได้จั๋งใดละพี่น้องคะ? มันมีกลไกหรือว่าวิธีที่ต้องกดอะไรในนี้หรือเปล่าเนี่ย?

    ว่าแล้วก็ต้องรีบแข่งกับเวลาที่มีคนรอคิวอยู่ด้านนอก ถ้าเธอยังหาวิธีไม่พบก็ไม่มีทางจะไปได้และกลายเป็นที่น่าสงสัยเอา

    “พิส...เว...เวลา”

    ในเวลาแบบนี้เฮอร์ไมโอนี่หลีกเลี่ยงที่จะเรียกเธอว่าเวเนเซีย เธอจึงเลือกที่จะเรียกว่าเวลา ซึ่งเป็นชื่อไทยของเธอแทน

    ดีนะที่เวเนเซียเคยบอกกับเฮอร์ไมโอนี่ไปแบบนิ้

    “ฉันต้องทำยังไง?

    “เข้าไปในโถ แล้วกดน้ำ...แล้วเธอจะรู้เอง”

    ว่าแล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็กลับไปยังฝั่งห้องของเธอ และทิ้งให้เวเนเซียต้องทำด้วยตัวเองคนเดียวตามลำพัง

    ให้ตายเหอะ เมอร์เทิล...ลงท้ายแล้วฉันก็จะได้มารู้แล้วว่าเธอใช้ชีวิตอยู่ในชักโครกมันเป็นยังไง

    สิ่งเดียวที่ทำได้คือการกลั้นใจ สองตาของเธอหลับแน่น ปากเม้มเก็บเพื่อไม่ให้น้ำอะไรมาโดน จมูกหยุดหายใจไปครู่เพราะเดี๋ยวจะเผลอสูดของแปลกปลอมเข้าไป พริบตาเดียวเธอก็ถูกดันตัวออกมาจากเตาผิงเหมือนกับไม่ได้เดินทางผ่านเส้นทางชวนอุบาทว์นั้นมาก่อน

    “กระทรวงโดนยึดแล้วแทนที่จะปรับปรุงวิธีหรือใช้วิธีเดิม ทำไมมันต่ำเตี้ยลงกว่าเดิมละเนี่ย?

    เฮอร์ไมโอนี่สะกิดไม่ให้เวเนเซียเผลอพูดอะไรน่าสงสัยไปมากกว่านี้ สิ่งที่พวกเธอควรทำตัวให้เหมาะและเนียนไปกับคนอื่นๆในกระทรวงคือ เงียบและทำหน้าเคร่งเครียดอย่างเดียวเท่านั้น

    ทั้งสี่ค่อยๆเดินตรงไปยังลิฟต์อันเป็นเส้นทางที่จะพาไปยังชั้นทำงานต่างๆของกระทรวง แน่นอนว่าเป้าหมายก็คือตามหาอัมบริดจ์ให้เจอให้ได้ แต่แล้วก็ดันมามีอุปสรรคในขณะที่ทั้งสี่กำลังจะขึ้นลิฟต์ไปกัน นั้นคือรอนถูกฉีกตัวแยกไปจากกลุ่ม เนื่องจากมีคนเรียกเขาให้ไปขึ้นศาลให้กับภรรยา แน่นอนว่าภรรยาที่ว่าคือภรรยาของเจ้าของรูปลักษณ์ที่รอนกำลังปลอมตัวอยู่

    “เอาเป็นว่าเราต้องงานเพิ่มขึ้นที่ต้องทำ เราต้องตามตัวรอนกลับไปพร้อมกันด้วย แล้วก็ตามหา...”

    กิ๊งงง!

    เสียงกริ่งลิฟต์และทันทีที่เปิดบานประตูก็เผยให้เห็นร่างเตี้ยๆป้อมๆสีชมพูแสนสันฟรุ้งฟริ้งแสบตา ทำเอาทั้งสามคนในลิฟต์ที่อยู่ก่อนหน้านี้ต้องผงะและเกร็งกันไปเป็นแถบๆ

    เชี่ย...ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั้งฟ่ะ บทจะเรียกก็ไม่มา บทจะไม่เรียกก็ดันมาแบบเนี่ย!!!

    คนเดียวในโลกใบนี้ที่จะเห็นว่าเป็นคอลเลคชั่นสีชมพูย่อมมีเพียงคนเดียว และไม่มีทางที่จะลืมได้ง่ายๆ...โดโรเลส อัมบริดจ์

    “ว่าไงจ๊ะ...”

    เฮอร์ไมโอนี่กับแฮร์รี่เริ่มใจคอไม่ดี แล้วยิ่งแฮร์รี่ต้องแยกออกไป เนื่องจากอัมบริดจ์บอกกับตัวแฮร์รี่ว่าทำไมไม่ลง แสดงว่าอัมบริดจ์รู้จักกับร่างๆนี้และรู้ว่าร่างนี้ทำงานอยู่แผนกไหน จึงทำให้งานนี้มีเพียงแค่เธอกับเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้นที่ต้องอยู่ตัวติดกับอัมบริดจ์ เพราะได้มารู้ว่า...เฮอร์ไมโอนี่ทำงานอยู่แผนกทะเบียนที่อยู่ใต้อาณัติของอัมบริดจ์ ส่วนเธออยู่ในแผนกเป็นรองหัวหน้าหน่วยทะเบียน จึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องอยู่ตัวติดกับป้าคางคกได้

    ส่วนแฮร์รี่ จากที่ได้ตกลงกันเอาไว้ แฮร์รี่จะมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของอัมบริดจ์เพื่อไปค้นหาสร้อยล็อกเกตเส้นนั้น ซึ่งถือว่าดีมากเลยเพราะอัมบริดจ์ต้องไปขึ้นศาล จากการพูดคุยในลิฟต์เมื่อครู่

    ในศาลที่กำลังเตรียมตัวพิจารณาคดี เท่าที่ได้ได้ฟังผ่านๆจากการพูดของอัมบริดจ์ที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน เป็นคดีที่เรียกได้ว่าเหยียดสายเลือดพ่อมดแม่มดที่ไม่ได้เป็นสายเลือดบริสุทธิ์อยู่ ซึ่งมันทำให้เวเนเซียแอบจี๊ดอยู่ไม่ใช่น้อยๆ เธอละเกลียดนักกับการแบ่งแยกกันแบบนี้

    แต่เธอก็ทำอะไรกระโตกกระตากไม่ได้ เพราะตรงหน้าที่เป็นจำเลยอยู่นั้นมีรอนอยู่ข้างๆด้วย บวกกับรอบด้านก็เต็มไปด้วยผู้คุมวิญญาณ เป็นเธอ เธอยังพอเอาชนะผู้คุมวิญญาณได้ แต่จะให้รับศึกหลายด้านทั้งผู้คุมวิญญาณและผู้เสพความตาย ไหนจะต้องปกป้องเพื่อนด้วยแบบนี้ เธอคนเดียวรับมือไม่ไหว จึงทำได้เพียงแค่อดทนและรอฟังผลทางแฮร์รี่เท่านั้น

    หลังจากจบการพิจารณาคดีก็ยังไม่มีวี่แววของแฮร์รี่ ทั้งสองคนเดินตามอัมบริดจ์เข้าไปในลิฟต์ กระทั่งเฮอร์ไมโอนี่เห็นอะไรบางอย่างเข้า จึง...

    “เอ่อ น่าแปลกนะค่ะ ที่คุณอัมบริดจ์สวมสร้อยสีทองน่ะค่ะ”

    “หืม อ้อ นั้นสินะ ปกติฉันชมชอบของสีหวานอย่างสีชมพู แต่นี่เป็นข้อยกเว้นจ๊ะ เพราะมันเป็นสมบัติประจำตระกูลเราของสายเลือดบริสุทธิ์”

    ปากพร่ำโอ้อวดไม่พอ นิ้วก็เกี่ยวสายสร้อยเล็กน้อยเป็นการอวดโชว์สร้อยเส้นนี้ที่อยู่บนคอ และด้วยความตาไวและตาดีของเวเนเซีย แม้ว่าตัวจี้จะอยู่ใต้ผ้าพันคอที่เป็นตัวสุนัขสีชมพู และแม้ว่าจะเห็นเพียงแค่วับๆแวมๆแต่มันก็ทำให้เวเนเซียมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่อยู่บนคอของอัมบริดจ์นั้นไม่ผิดไปจากเดิมที่เธอเคยเห็นในสมัยปีห้าในโรงเรียนฮอกวอตส์ หรือในนิมิตของฮอกครักซ์แม้แต่น้อย

    ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้เวเนเซียคิดแบบนี้ เธอใช้วิธีที่เรียกได้ว่าไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้บวกกับไม่มีคน เธอก็เลย...

    “ท่านค่ะ ดิฉันมีเรื่องอยากจะบอกค่ะ เกี่ยวกับ...พวกเลือดสีโคลน”

    “น่าสนใจ ว่ามาสิ...”

    อัมบริดจ์กำลังค่อยๆหันตัวมาหาเวเนเซีย และในจังหวะนั้นเธอชิ่งใช้ความเร็วซัดเข้าไปเต็มเปา แน่นอนว่าเธอเลือกขุดที่เรียกได้ว่าแนบเนียนและกลบเกลื่อนไม่มีใครจำได้ นั้นคือตุ้ยท้องไปทีนึงเต็มแรงจนเรียกได้ว่าอีกฝ่ายสลบ ทำเอาเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นคนมองอยู่ข้างๆตกใจจนเกือบกรีดร้องออกมาจากการกระทำของเวเนเซียที่แลดูอุกอาจ

    “เธอ...เธอทำอะไรไปเนี่ย?

    “เราจะเสียเวลามากเกินกว่านี้ไม่ได้ อีกอย่าง...ใช้เวทมนตร์ในกระทรวงอาจจะทำให้พวกนั้นรู้ตัวได้ก็ได้”

    อัมบริดจ์ที่สลบอยู่และทิ้งตัวโดยมีเพียงแขนข้างเดียวของเวเนเซ๊ยรับเอาไว้ อีกข้างหนึ่งของเธอก็จัดการดึงสร้อยคอของอัมบริดจ์ออกมาอย่างรุนแรงและไม่ใส่ใจในสุขภาพคอของเจ้าหล่อน

    กะแล้ว...ใช่จริงๆด้วย อยู่ใกล้มาตลอดตั้งแต่สองปีก่อน ให้ตายสิน่า

    มือที่หงายและแบออกมีล็อกเกตสีเหลืออำพันดูล้ำค่ากำลังส่องประกายอยู่ ลวดลายที่เป็นเครื่องยืนยันว่ามันคือล็อกเกตของซาร์ลาซา สลิธีริน งู...สัตว์อันเป็นสัญลักษณ์ประจำบ้านของสลิธีรินนั้นเอง

    “เฮอร์ไมโอนี่ เธอเอาสร้อยนี่ไป ฉันจะจัดการยัยคางคกนี่เอง ระวังตัวด้วย แล้วเจอกันที่น้ำพุของกระทรวง”

    “เข้าใจแล้ว”

    ทั้งสองแยกทางกันไปพร้อมกับหน้าที่ที่ควรทำ เฮอร์ไมโอนี่ต้องพยายามเรียกพวกรอนกับแฮร์รี่ให้กลับมารวมตัวกันให้ได้ ซึ่งไม่น่าจะเป็นงานที่ยาก แต่ที่ยากน่าจะเป็นฝั่งของเธอซะมากกว่าเพราะในมือของเธอดันมีภาระตัวเบ้อเริ่มอยู่ด้วย

    เอาละ ฉันจะจัดการกับเธอยังไงดีนะยัยป้าคางคกกลายพันธุ์สีชมพู

    นั้นคือปัญหาของเธอ ว่าจะทำยังไงถึงจะทิ้งภาระชิ้นนี้ได้โดยไม่มีใครสงสัยหรือว่าความแตก

    ก็เหลือแค่วิธีเดียวเท่านั้นนี่นะ ตีเนียนและเล่นมุกหมอ

    ติ๊งง!!

    “โทษทีนะ ช่วยพาคุณอัมบริดจ์ไปรักษาตัวหน่อยค่ะ เธอเพิ่งโดนไอของผู้คุมวิญญาณเล่นงานระหว่างพิจารณาคดี”

    ชื่อของอัมบริดจ์เรียกได้ว่าดังในกระทรวงไม่ใช่น้อยๆ ทำให้ผู้โชคดีที่ยื่นมือมารับร่างของเจ้าหล่อนไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะซักไซ้อะไรบวกกับร้อนรนในอาการของเจ้าหล่อนเสียเหลือเกิน

    “เอาละ ไปแล้ว จากนั้นก็...เอ๊ะ ชั้นนี้นี่มัน...”

    ช่างบังเอิญที่เวเนเซียดันมาหยุดอยู่ตรงชั้นหนึ่งในกระทรวง ซึ่งมันเป็นชั้นที่เธออยากจะมาอยู่หลายต่อหลายครั้ง...แผนกของมือปราบมาร ที่ปัจจุบันดูจะกลายเป็นที่สุมของผู้เสพความตายไปเสียแล้วราวกับจะเย้ยหยัน ที่แต่ก่อนพวกตนเป็นผู้ถูกไล่ล่า มาวันนี้กลับกลายเป็นผู้ไล่ล่าแทน

    แต่ไม่ใช่กับเธอที่จะมองว่าห้องๆนี้เป็นห้องไม่น่าพิสมัย เธอพยายามใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดก่อนที่จะไปรวมตัวกับพวกแฮร์รี่ เพราะเธออยากจะรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างแล้วตอนนี้

    “...รายชื่อ จงรายงานเมื่อจัดการเสร็จสิ้น...นี่มันเหมือนกับใบล่าค่าหัวเลยนี่นา รายชื่องั้นเหรอ..แสดงว่าก็ต้องมี ขอให้ไม่เป็นอย่างที่คิดเลยเถอะนะ”

    บอร์ดที่ติดรายชื่อของหน่วยมือปราบมารมีรอยขีดฆ่าสีแดง ซึ่งเธอเดาว่าน่าจะเป็นฝีมือของผู้เสพความตายที่เริ่มทำการไล่ล่ามือปราบมาร และจัดการเก็บรายชื่อไปทีละรายๆเมื่อได้พบเจอ ซึ่งเธอก็ภาวนาว่าขอให้ชื่อๆนี้ยังคงอยู่ดีและปลอดภัยด้วย

    “...เจอแล้ว เซดริก ดิกเกอรี่ ยังไม่ถูกขีดฆ่า ยังปลอดภัยอยู่สินะเซดริก รอก่อนนะ...ฉันจะหยุดเรื่องพวกนี้ให้ได้เร็วที่สุด”

    “...ใครน่ะ?

    ดึ๋งงง!!!

    ทั้งๆที่ไม่น่าจะมีเงาคนหรือใครมาสนใจเธอ กลับมีคนมาทักเธออย่างเจาะจงและระยะประชิด ทำให้เธออดจะสะดุ้งและเกร็งไม่ได้

    “อ้อ เธอเองงั้นเหรอ สนใจจะร่วมวงด้วยมั้ย?

    อือหือ...หน้าตาก็เยี่ยงโจรป่า สมแล้วที่เป็นพวกเสพความตาย

    “เอ่อ ไม่ละ พอดี...แค่ผ่านมาก็เลย...เข้ามาดูน่ะ”

    ในขณะที่เวเนเซียทำทีพูดไปและหาทางหนีทีไล่ออกไปจากสถานการณ์นี้ ไม่รู้ว่าส่วนไหนในสมองของเธอถึงได้วิ่งสวนเสียได้

    หมอนี้...มาคุยกับเราแบบง่ายๆ แล้วก็พูดเหมือนกับรู้จักกับเรา แสดงว่าเราคงจะแอบถามอะไรได้แน่ๆเลย อืม...พวกผู้เสพความตายน่าจะได้รับคำสั่งโดยตรงมาจากเขา ลองแอบๆถามข้อมูลดีกว่า

    “เอ่อ จะว่าไปแล้ว งานของนายเนี่ย...หนักมั้ย?

    “หืม? ก็พอใช้ได้ ไม่เท่ากับเธอและพวกหรอกที่เดินไปมาในกระทรวง”

    “งานไหนๆมันก็หนักทั้งนั้นแหละ แค่คนละสถานที่กันเท่านั้น”

    “เฮอะๆ ทำงานเดินตามยัยป้าชุดชมพูนั้นน่ะนะ...หนัก พวกฉันสิยังหนักซะกว่า ต้องวิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อตามหาและเอาตัวกลับมาเนี่ย”

    คำพูดเหน็บแหนมเรียกแทนชื่อจริงของอัมบริดจ์ทำให้เวเนเซียแอบเห็นด้วยและเห็นตรงกับผู้เสพความตายคนนี้เสียเหลือเกิน

    “นายหมายถึง...เจ้าเด็กพอตเตอร์นั้นน่ะเหรอ?

    โทษนะแฮร์รี่ ที่เรียกนายแบบนั้นน่ะ

    “ใช่ แค่เจ้าเด็กนั้นคนเดียวก็ยุ่งยากพอแล้ว ดันพ่วงด้วยยัยเด็กอลาวดิอุสนั้นด้วอีก งานยากชะมัด”

    งานยากเหรอ...ทั้งๆที่เรื่องชั่วร้ายและสกปรกพวกผู้เสพความตายมักจะทำได้ทุกอย่างมาเพื่อเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ทำไม...

    สิ่งต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เธอกังวลใจมาตลอดตั้งแต่งานแต่งงานที่บ้านโพรงกระต่าย

    “แล้วทำไมไม่เอาเจ้าหนูนั้นมาเป็นข้อต่อรอง หรือตัวประกันให้ยัยเด็กอลาวดิอุสนั้นยอมมอบตัวซะละ?

    “เจ้าหนู...อ้อ หมายถึงน้องชายของเด็กนั้นน่ะเหรอ ก็มีคนเสนอแหละ แต่ก็รู้กันไปทั่วในพวกสาวกทั้งนั้นว่าห้ามใช้เด็กนั้นเป็นข้อต่อรอง เป็นคำสั่งลงมาจากท่านจอมมาร ก็เลย...ได้แต่ปล่อยโอกาสนี้ไปอย่างน่าเสียดาย เพราะงี้ไงถึงได้เป็นงานที่ยุ่งยาก ยากเสียยิ่งกว่าไล่ล่าพวกมือปราบมารซะอีก”

    สร้างความโล่งใจและโล่งอกในหัวของเธอไปได้อีกข้อ อย่างน้อยเธอก็มั่นใจได้แล้วว่าโวลเดอมอร์ไม่มีความคิดที่จะแตะต้องน้องชายของเธอที่ตอนนี้น่าจะอยู่ที่โรงเรียนฮอกวอตส์อยู่ แต่ด้วยเหตุอะไรที่เขายอมรามือนั้น เธอยังไม่อาจล่วงรู้

    เซเมส อย่างน้อยของให้น้องอยู่อย่างปลอดภัยที่โรงเรียนเถอะนะ ใครหน้าไหนของบ้านสลิธีรินหาเรื่อง เอาให้หนักไปเลย จะว่าไปแล้ว...มือปราบมาร...

    “นี่ นายคิดว่าคนไหนในมือปราบมารจัดการยากที่สุดแล้วก็เป็นอันดับต้นๆที่ควรจัดการกัน?

    “อืม สำหรับฉันก็คนนี้แหละ แต่คนที่เป็นตัวอันดับต้นๆที่นายท่านต้องการมากที่สุดก็...เป็นเจ้าหมอนี้”

    จึ้กก

    นิ้วที่ดูหยาบกร้านและสกปรกจิ้มไปยังชื่อที่เธอเล็งเอาไว้มาโดยตลอด ซึ่งไม่ผิดไปจากที่เธอคาดเอาไว้จริงๆ

    ว่าแล้ว เซดริกจริงๆด้วย หมอนั่นยังคิดจะเล่นงานเซดริกอีกงั้นเหรอเนี่ย ให้ตายเหอะ...มีเป้าหมายที่ฉันก็มาที่ฉันสิ อย่าคิดเอาคนอื่นมาเอี่ยวแบบนี้

    “วันนี้เธอดูพูดเยอะจังเลยนะ เจอเรื่องดีๆมางั้นเหรอ?

    “ห่ะ? ก็เปล่านี่ ฉันออกจะปกติ เอ่อ...คือว่า”

    ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรกันที่จู่ๆชายคนนี้ก็เขยิบเข้ามาอยู่ใกล้เธอมากขึ้นกว่าเดิม และมีสายตาและท่าทีที่ดูมีความกรุ่มกริ่มชวนขนลุกและสยองแบบนี้

    “หรือว่า...เธอเปลี่ยนใจที่จะไปกับฉันเย็นวันนี้ใช่หรือเปล่า?

    ห่ะ? ว๊อท?! เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าเจ้าของร่างนี้ถูกเจ้าหมอนี้ตามตื้อจีบงั้นเหรอ ตายๆ งานนี้จะสลัดหลุดมั้ยเนี่ย?!

    “เอ่อ เย็นนี้เหรอ ที่ว่านายจะ...”

    “ใช่ ฉันชวนเธอไปกินข้าวเย็นหลายต่อหลายครั้งแล้วไง ว่าแต่...ครั้งนี้เธอจะเซย์เยสหรือโนละ? หืม?

    “นั้นสินะ...”

    เวลานี้เวเนเซียคิดว่าถ้าหากอยากจะหลบฉากไปอย่างเนียนๆและไม่ให้เกิดความขุ่นเคือง บวกกับเธอสัญญาหรือตอบอะไรไปก็ไม่ใช่ปัญหาของตัวเธอเอง แต่เป็นตัวเจ้าของร่างนี้จริงๆ ต่างหาก เธอจึงไม่รอช้าที่จะเลือกคำตอบที่เหมาะสมและเปิดช่องให้เธอได้หลบหนีไปรวมตัวกับเพื่อนๆที่ลานน้ำพุ

    “ฉันเองก็เหนื่อยจากที่ทำงานเหมือนกัน เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ไม่เลวเลย อีกอย่าง...ได้รู้เกี่ยวกับงานของพวกสาวกที่กำลังเป็นที่โด่งดังก็ไม่เลวเลย งั้น...เย็นนี้เจอกันนะ”

    ในเมื่อได้ข้อมูลมามากพอและสมควรแก่เวลา เธอเลยทำที่เอออ้อห่อหมก ตอบรับคำขอขากอีกฝ่ายไป และก็เริ่มสับขาถอยหลังออกจากห้องไปอย่างเนียนๆ

    ได้อะไรเยอะแยะเลย หนึ่ง...เซดริกยังปลอดภัยอยู่ แค่ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างแล้วตอนนี้ ซึ่งก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไร สอง...เซเมสไม่ได้เป็นเป้าหมายของพวกนั้น นับว่าเป็นข่าวดีที่สุด และสาม...พวกนั้นยังไม่มีเบาะแสของเรากับแฮร์รี่ ถือว่าพวกเราหลบซ่อนตัวได้ดีระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้...ต้องรีบไปรวมตัวกับทุกคนแล้ว!

    แต่ผิดคาดที่ดันเกิดเรื่องขึ้น เวเนเซียสังเกตว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น นั้นคือ...ยังไม่ทันที่เธอจะได้ไปรวมตัวกับแฮร์รี่ เธอกลับถูกดึงตัวออกไปในทางตรงข้ามแทน

    “กะ เกิดอะไรชึ้นงั้นเหรอ?

    “พวกนั้นมาที่นี่ พวกนั้นบุกเข้ามาที่กระทรวง พวกผู้เสพความตายกำลังจัดการอยู่”

    “จัดการ...จะบอกว่า...”

    “ใช่ พอตเตอร์และพรรคพวกอีกสองคน อยู่ที่ลานน้ำพุ พวกเราถูกสั่งให้อพยพเพื่อที่จะได้ปิดการเข้าออกของทางเตาผิง”

    แย่แล้ว...เราออกไปน่ะได้ แต่พวกแฮร์รี่เนี่ยสิ ทำยังไงดี...

    ความกังวลของเวเนเซียในตอนนี้คือไม่ใช่ที่ว่าเธอไม่อาจไปรวมตัวกับแฮร์รี่ได้ หรือถูกพาออกไปข้างนอกอย่างปลอดภัย ที่เธอห่วงก็คือเธอกลัวว่าแฮร์รี่จะไม่ยอมหนีไปหากไม่มีเธอไปด้วย เธอจึงต้องหาทางที่จะติดต่อให้พวกเขาหนีไปโดยไม่มีเธอให้ได้

    แต่ยังไงดีละ?? ทำยังไงดี...จริงด้วย!

    ดีที่ว่าเธอมีของติดตัวมาด้วยก่อนที่จะออกมาจากบ้านโพรงกระต่ายตอนนั้น มือของเธอล้วงหยิบของบางอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว และไม่รอช้าที่จะฉวยจังหวะชุลมุนหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาและเริ่มร่ายคาถาเล็กๆลงบนของในกำมือ

    “เอาละ...ไปเลย!

    ด้วยความชุลมุนและเร่งรีบของผู้คนที่กำลังอ้อตัวกันออกจากกระทรวง ทำให้ไม่มีใครทันเห็นหรือสังเกตว่ามีใครบางคนในฝูงชนได้ปล่อยของบางอย่างให้บินพุ่งออกไปด้วยความเร็วสวนกับเส้นทาง

    “ขอร้องละนะ...หวังว่าพวกนายจะไม่อยู่ หรือให้ดี...ขอให้ไปทันด้วยเถอะ ถ้าหากพวกนายยังไม่หนีไปไหนกัน”

    ทางด้านแฮร์รี่ที่ถูกจับตัวได้และกำลังพยายามทางช่องทางหนีและตั้งรับนั้นเอง

    “เตาผิงใช้ไม่ได้แล้ว เราต้องหายตัว!

    รอนบอกสถานการณ์ในขณะนี้ของการหาเส้นทางหลบหนี ซึ่งหมายความว่ามีเพียงทางเดียวที่จะหนีไปได้คือการหายตัว แต่มันดันมาติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่งก็คือ...

    “แต่เวเนเซียยังไม่มาเลย เราจะทิ้งเธอไม่ได้!

    “อีกอย่างมีเธอแค่คนเดียวที่สามารถหายตัวได้อย่างชำนาญที่สุด”

    ในขณะที่ทั้งสามกำลังตะโกนบอกสถานการณ์อยู่นั้นเอง ก็มีวัตถุทรงกลมบางอย่างพุ่งเข้ามาและก็เกิดเสียงดังกัมปนาทขึ้น สร้างความตกใจและเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เสพความตายจากพวกแฮร์รี่ได้ดีมาก แต่เสียงๆนี้ไม่ทำให้ทั้งสามตกใจหรือแปลกใจ เพราะพวกเขาเคยเห็นมันมาก่อนแล้ว เมื่อสมัยที่ยังอยู่ที่ฮอกวอตส์เมื่อสองปีก่อน

    บรึ้มมม!!!

    “นั้นมัน...ดอกไม้ไฟของพวกพี่...”

    รอนที่จำได้ดีถึงผลงานสินค้าที่พี่ชายฝาแฝดทั้งสองสร้างขึ้น จึงไม่แปลกใจและตกใจ

    “ไม่มีทางที่พวกเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้รอน นอกเสียจากคนเดียวที่มีของๆพี่ชายของนายติดตัวอยู่”

    “...เวเนเซีย ดูนั้น เธอส่งข้อความมาด้วย”

    จากรูปแบบเดิมที่ควรเป็นสัตว์วิเศษเหมือนอย่างมังกร ในครั้งนี้มันกลายเป็นข้อความสั้นๆและได้ใจความที่ต้องการให้พวกเขาทั้งสามได้รับรู้

    Run...

    ก็เลยไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงหรือมาตกลงแผนกันอีก ทั้งสามพุ่งตัวกันไปรวมตัวกันและเสี่ยงที่ใช้การหายตัวกันเอง แน่นอนว่าหน้าที่นี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าควรให้ใครเป็นคนทำ นั้นคือคนที่ใช้คาถาได้เก่งที่สุดอย่างเฮอร์ไมโอนี่

    ซึ่งพวกเขาจะหายตัวไปที่ไหน ก็ไม่มีใครรู้ กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งสี่ต้องแยกทางกันและหาทางที่จะรวมตัวกันให้ได้อีกครั้ง

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #111 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 13:18
    เดรโก เดรโก เดรโกกกกกก ~~~~ โฮกกกกกก (?)
    #111
    0
  2. #10 Ayase Mayuri (@sunmaaum2004) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 17:20
    ทีมเดรโก จะรอให้เค้ากลับมา ไรต์แต่งภาค6จบยังอ่ะคะ
    #10
    0
  3. #9 ฉิงเทียน (@2107) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 18:32
    #ทีมเซดริก ฮือออออ อย่าล่มเลย ขอร้องงงง
    #9
    0
  4. #8 powe (@01916) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 12:13
    คางคกกลับมาทำไมไปเป็นเมียม้าไปสิ #ทีมเซดริกที่ไม่รู้ว่าจะจมเมื่อไหร่
    #8
    0