[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 5 : Chapter IV - That was a close one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    1 ม.ค. 61




“This is where I was born. I’m not returning as someone else.”

- Harry Potter

 

    “นี่...จะเป็นอะไรมั้ย? ถ้าหากฉันอยากจะไปที่ที่หนึ่งน่ะ”

    “ก็ขอไม่ให้มันเป็นที่อันตรายหรือว่า...เสี่ยงเหมือนที่ผ่านมา แบบ...อยากพักหายใจหายคอหน่อยน่ะ”

    “...ฉันอยากไปก๊อดดริก ฮอลโลว์”

    ชื่อนี้เป็นชื่อที่เวเนเซียเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่กับเฮอร์ไมโอนี่ เพราะเธอรู้จักกับแฮร์รี่มาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นหน้ากันก็รู้ประวัติและชื่อเสียงของแฮร์รี่แล้ว จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้ว่าที่นั่นคือสถานที่อะไร

    “นายจะไป...จริงๆเหรอ ที่นั่นมันอาจจะ...”

    “ไม่รู้สิ มันเกิด...ผุดขึ้นมาเอง จะได้มั้ย?

    “ถ้าหากเธอไปไหน...ยังไงเราก็ไปด้วยอยู่แล้ว อีกอย่าง...ตอนนี้พวกเราเองก็เตร่ไปมาอยู่หลายต่อหลายที่ จะเป็นไรไปหากเรามีจุดหมายที่อยากจะไปน่ะ”

    และแล้วก็ได้เป็นข้อสรุปว่าในกลางคืนของวันนี้ พวกเธอทั้งสามจะเดินทางไปยังกริมโมลด์เพลซกัน ซึ่งก่อนจะไปนั้น

    “เอ่อ โทษนะเฮอร์ไมโอนี่แต่ว่า ก๊อดดริก ฮอลโลว์เนี่ย...มันคือสถานที่อะไรเหรอ?

    “ที่นั่น...เป็นบ้านเกิดของแฮร์รี่ บ้านที่เขา...กลายเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิต”

    “เดี๋ยวนะ...ถ้าหากเธอบอกว่านั้นคือบ้านที่แฮร์รี่อยู่ในสมัยยังเป็นทารก งั้นก็แสดงว่า...”

    ไม่รู้ว่าต่อมอะไรที่ไปสะกิดให้เวเนเซียสงสัยเช่นกัน เพราะเธอเองก็รู้ดีว่าเธอก็เป็นเหมือนกันกับแฮร์รี่ เด็กผู้รอดชีวิต และถูกเลือก หากแต่คนละจุดประสงค์กัน ซึ่งเธอเดาเอาเองว่าไม่แน่...เธออาจจะได้รู้อะไรจากหมู่บ้านแห่งนั้นก็เป็นได้

    บางที...ปู่ก็อาจจะ...

    เพราะสถานที่นั้นเวเนเซียไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไงก็เลยไม่สามารถทำการเคลื่อนย้ายด้วยการหายตัวได้ จึงต้องพึ่งพาคนที่เชี่ยวชาญเส้นทางสถานที่อย่างเฮอร์ไมโอนี่หรือแฮร์รี่แทน

    “ที่นี่น่ะเหรอ...ก๊อดดริก ฮอลโลว์”

    “ระวังด้วยนะเวเนเซีย เห็นแบบเนี่ยก็มีมักเกิ้ลอยู่บ้าง จะทำอะไรก็...ดูให้ดีๆละ”

    “อืม...รู้แล้ว ถ้ายังไง...ฉันขอแยกกับพวกนายไปทำอะไรซักหน่อยละกันนะ”

    เวเนเซียไม่ทันรอช้าที่จะให้เฮอร์ไมโอนี่หรือแฮร์รี่ได้เปิดปากถามสาเหตุที่เธออยากจะขอแยกตัวไปซักครู่ เพราะเธอโดดพรวดเข้าไปในพุ่มไม้หนา และก็ออกมาในรูปลักษณ์ของแอนนิเมจัสจากนั้นก็ออกตัววิ่งไปในทิศทางของหมู่บ้าน

    สาเหตุที่เธอเปลี่ยนเป็นร่างนี้ก็เพราะว่า...แม้เธอจะไม่รู้และไม่มีใครบอกและไม่มีอะไรยืนยันว่าที่แห่งนี้ก็น่าจะเป็นที่ที่เธอเคยอยู่ในวัยทารก แต่เนื่องจากคำพูดของซิเรียสเมื่อหลายปีก่อนบอกว่าพ่อแม่และแฮร์รี่ ปู่และตัวเธอนั้นพากันไปหลบซ่อนตัวจากโวลเดอมอร์ โดยพวกเขาเองก็เป็นสมาชิกในภาคี จึงไม่แน่ที่พวกเขาทั้งสองครอบครัวจะมาหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ และการที่เปลี่ยนร่างก็เพื่อที่จะมีประสาทรับรู้ที่ฉับไว ที่ดียิ่งกว่ามนุษย์นั่นเอง

    ฟิด...มีกลิ่นแปลกๆแฮะ ทางนั้น...กลิ่นเหมือนกับ...ของเรา

    สี่เท้าจนปุยสีเงินยวงโลดแล่นไปด้วยความเร็วตลอดพื้นดิน กระทั่งมาหยุดตัวลงตรงหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ดูเก่าและร้าง เนื่องจากไม่มีใครใช้เป็นที่อยู่อาศัยมานับสิบปี

    วู่บบบ

    “...ก็ต้องลองเข้าไปดูละนะ”

    แน่นอนว่าเพื่อไม่เป็นการให้ประมาท หลังจากคืนร่างเป็นมนุษย์แล้ว ในมือก็หยิบเอาไม้กายสิทธิ์มาถือไว้มั่น แน่นอนว่าเธอยังไม่ชักออกมาเพราะอาจจะมีมักเกิ้ลอยู่ข้างในก็ได้ จึงทำเพียงแค่แนบเอาไว้กับลำตัวและเตรียมพร้อมที่จะใช้มันทุกเมื่อทุกเวลาที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ

    -------------------------------------------------------------------

    -------------------------------------

    ในขณะนั้นเองก็มีร่างๆหนึ่งที่ใบหน้านิ่งขรึมและดูเย็นชา แต่ทว่า...ภายใต้ใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดและไม่แยแสต่อสิ่งใดนั้นกำลังเหม่อคิดถึงบางอย่าง บางอย่างที่เขาจดจ้องแล้วอดจะคิดถึงบางสิ่งไม่ได้

    เข็มกลัดที่เป็นเชือกถักสองสีที่อยู่บนฝ่ามือของเขา มีเพียงคนเดียวที่มีของชิ้นเดียวบนโลกที่เป็นของทำมือ....เดรโก มัลฟอย

    เวลานี้เขากลายเป็นหนึ่งในสาวกอันซื่อสัตย์ต่อจอมมารไปแล้ว เห็นได้จากรอยตรามารที่อยู่บนแขนที่ดูเกลี้ยงเกลาของเขา ทว่า...ยังคงเป็นความลับที่ไม่มีใครอาจรู้ แม้แต่ตัวจอมมารเองก็มิอาจรู้ได้คือ...เขานั้นไม่ได้มีความปรารถนาที่จะทำมุ่งสู่ความสำเร็จในความต้องการของผู้เป็นนายจำเป็นของเขา นั้นคือการนำตัวเวเนเซียมามอบให้กับเขานั้นเอง

    เรื่องสิ...เรื่องอะไรที่ฉันต้องเอาผู้หญิงที่ตัวเองชอบมาใส่พานให้คนอื่นหน้าตาเฉยแบบนี้ ต่อให้เป็นจอมมารก็เหอะ...ยังไงฉันก็จะให้เธอหนีไปให้ไกลเลยเสียจะดีซะกว่า

    หลายต่อหลายครั้งแล้วที่เดรโกนั้นมีโอกาสและได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ แต่เธอไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะหักหาญใจเธอ โดยการมัดมือบังคับเธอไปสู่ความมืดมิดของความชั่วร้าย ไม่...แม้แต่ครั้งเดียว

    หวังว่าเธอจะยังปลอดภัยอยู่นะ เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกโล่งใจที่เธอมีเจ้าพวกเพื่อนสามเกลอของเธออยู่ข้างๆ

    หลายครั้งแล้วที่เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับแฮร์รี่ แม้ว่าจะไม่มีใครได้พบเห็นเวเนเซียเลย แต่เขาก็เดาออกว่าเมื่อมีแฮร์รี่ย่อมมีเวเนเซียด้วย ซึ่งแต่ละข่าวที่ได้ยินมาล้วนแล้วแต่สร้างความผิดหวังและเจ็บใจต่อเหล่าสาวกที่มักจะพลาดท่าและพลาดโอกาส แต่ไม่ใช่กับเขา...แม้ใบหน้าจะกลมกลืนไปกับเหล่าสาวกโดยการตีหน้านิ่งเฉย และทำสายตาดุดัน หากแต่ในใจจริงนั้นเขานั้นโล่งใจราวกับได้ยกสิ่งกังวลเทียบเท่าภูเขาออกจากอก

    และการที่เขาจะต้องอยู่ในกฎเกณฑ์และต้องทำสิ่งร้ายกาจนั้น อย่างน้อยเขาก็มีที่พักพิงใจที่จะเฝ้านึกถึงเธอและคิดต่างจากคนอื่นได้ นั้นคือภายในหัวและใจของตัวเอง นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นโชคเข้าข้างสำหรับเดรโกที่มีความสามารถในการสกัดใจ ซึ่งแม้แต่โวลเดอมอร์เองก็ไม่อาจมองและอ่านใจของเขาได้ เพราะงั้น...มันจึงเป็นเหมือนดั่งแสงสว่างหนึ่งเดียวสำหรับเขาในตอนนี้

    “...เจ้านั่นก็อีกคน เซดริก...หวังว่านายจะหนีไปได้นะ ไม่งั้นละก็...เธอคงไม่มีวันอภัยให้ฉันแน่ๆ”

    เซดริกที่เป็นหมายในอันดับต้นๆของการล่ามือปราบมาร มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเกือบถูกจับได้ แต่เดรโกก็ปล่อยเขาไป เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้เวเนเซียต้องมาเสียใจกับการสูญเสีย แม้จะรู้ดีว่าตนอาจจะเจอบทลงโทษอะไรก็ได้ แต่เขาก็เห็นว่าอย่างไรมันก็คุ้มค่าแล้ว สำหรับแลกความเจ็บปวดเพื่อความสบายใจและรอยยิ้มที่ไม่ต้องสูญเสียของเธอ

    ในขณะที่กำลังได้พักผ่อนภายในหัวของตัวเองอย่างคลายความล้าและเครียดนั้นเอง

    “เดรโก...ลูก...”

    “ว่าไงครับ...แม่”

    ขนาดว่าแม่ของตัวเองเขามาเขาก็ยังคงไม่เผยความลับนี้ให้เห็น ทันทีที่ได้ยินเสียงของแม่เข้ามา มือของเขาก็ทำการเก็บของรักไว้อย่างมิดชิดอย่างรวดเร็ว และตีสีหน้านิ่งเหมือนที่เคยทำอยู่ทุกทีที่เจอหน้ากับพวกสาวกด้วยกัน

    “คือ...นายท่าน เรียกหาลูกแน่ะ เขาอยากจะพบลูกเดี๋ยวนี้ ก็เลย...ให้แม่มาตาม”

    “ครับแม่ ผมทราบแล้ว ขอตัวนะครับ”

    สาเหตุที่เดรโกไม่อาจบอกกับแม่ได้ก็คงเป็นเพราะ เขาเองก็ไม่อยากจะเพิ่มปัญหาอะไรให้กับแม่ของตนเอง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแม้แต่แม่ของตัวเอง เขาก็ยังไม่อยากจะบอกว่าภายใต้ใบหน้าที่นิ่งขรึมและคร่ำเครียดนี้ แท้จริงแล้วยังคงมีแสงสว่างคอยช่วยผลักดันและดึงเขาออกมาจากความมืดมิดอยู่

    “...อา เดรโก มาแล้ว พ่อหนุ่มคนโปรดของฉัน”

    เดรโกเข้าไปพบกับเขาตามที่อีกฝ่ายเรียกหา...ลอร์ดโวลเดอมอร์ เดรโกไม่ขาน ไม่พูดอะไร เพราะเขารู้ดีว่าไม่ว่าใครก็ไม่อาจปริปากได้หากโวลเดอมอร์ยังไม่ได้สั่ง ซึ่งเขาเห็นมาจากสาวกด้วยกันหลายรายแล้วว่า การทำแบบนั้นจะเจอเข้ากับอะไร

    “ฉันมีเรื่องอยากจะ...ถามเธอ นิดหน่อย”

    “ครับ...”

    “เธอ...สนิทกับเวเนเซียมากแค่ไหน?

    “คะ ครับ??

    “ไม่เอาน่า เวเนเซียก็เหมือนกับเวโรนิก้า ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย แม้จะอยู่กันคนละบ้านก็ตามที”

    ความหมายของโวลเดอมอร์ก็คือเวเนเซียย่อมเหมือนกับเวโรนิก้า เรเวนคลอที่สนิทสนมกับเด็กบ้านสลิธีริน ซึ่งจากการคาดเดาของเขา เขาคิดว่าไม่แน่เวเนเซียก็อาจจะมีเพื่อนสนิทอยู่ต่างบ้าน และแน่นอนว่าที่เป็นความลับและไม่มีใครรู้ย่อมต้องเป็นบ้านสลิธีริน ซึ่งเขามาเดาลงที่เดรโก

    “เอ่อ คือ...ผมไม่...ผมไม่ได้สนิทกับเธอครับท่าน”

    “ทำไมฉันถึงต้องเชื่อเธอละ?? หืม?

    แม้น้ำเสียงที่แหบและแห้งนั้นจะยังคงนิ่งเรียบราวกับไม่มีอารมณ์ขึ้นหรือลง หากแต่มันก็สร้างความขนลุกและหวาดเสียวให้กับเดรโกไม่ใช่น้อยว่าหากเขาตอบอะไรไป ไม่ว่าจะจริงหรือโกหก เขาก็มีสิทธิ์ที่จะซวยเอาได้ทุกเมื่อ

    ก็เลยตอบแบบเพลย์เซฟที่สุดคือ ทั้งเขาและเธอต้องไม่มีจุดอ่อนที่จะนำไปเป็นจุดด้อยให้เสียเปรียบนั้นเอง

    “ก็เพราะว่า...ขนาดเจ้าพอตเตอร์ผมยังไม่ชอบหน้า เห็นได้จากที่ผมเรียนกับมันมาตลอดหกปี ผมยังเข้าหน้ามันไม่ติดแม้แต่น้อย นับประสาอะไรกับเพื่อนของมัน ไม่ว่าจะแม่เลือดสีโคลนนั้นก็ดี...ครับท่าน”

    “อืม...ที่เธอพูดมามันก็ถูกละนะ ก็แบบว่าไงดีละ ฉันนึกสงสัยน่ะ...”

    เดรโกเริ่มไม่ชอบมาพากลในคำพูดหลบลมคมนัยของโวลเดอมอร์ขึ้นเรื่อยๆ

    “สงสัย...อะไรเหรอครับ?

    “ก็...รางวัลที่ฉันมอบให้กับเธอเมื่อปีก่อน จริงอยู่ว่าเธอทำให้พรรคพวกบุกเข้าไปยังฮอกวอตส์ได้ ซึ่งไอ้ฉันจะตบรางวัลให้กับเธอมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก คนเราทำเรื่องดีย่อมได้รับผลตอบแทน แต่ฉันสงสัย...ทำไม...เธอถึงเลือกเจ้าหนูนั่นแทนที่จะเป็นพ่อของเธอเอง ลูเชียส...เขารับโทษหนักอยู่แท้ๆ ทำไมถึงไม่เลือกเขาละหืม?

    คนฉลาดอย่างเดรโก ใช่ว่าจะตีสีหน้าและปิดกั้นใจได้เป็นอย่างเดียว ความฉลาดของเขาไม่ได้มาเพราะโกงหรือว่าโชคช่วย ทุกอย่างเขาคว้ามันด้วยมือของตัวเองทั้งนั้น

    “ก็เพราะ...สิ่งที่พ่อทำลงไปมันก็สมควรและเหมาะสมอยู่แล้ว ความผิดพลาด...ที่ไม่ควรเกิดขึ้น อีกอย่าง...ผมเองก็คิดว่าหากเราเลือกใช้น้องชายของเธอมาเป็นเครื่องต่อรอง...มันก็จะเป็นการสร้างความแค้นให้กับท่านมากขึ้น จริงมั้ยครับ?

    โวลเดอมอร์เงียบไป และเชิดหน้าชูคอด้วยสีหน้าพึงพอใจแทน เรียกได้ว่าคำตอบนี้เป็นคำตอบที่เหมาะและฉลาดที่สุดแล้วที่เลือกตอบออกมา

    “ยอดเยี่ยม สมกับเป็นเด็กหนุ่มคนโปรดของฉัน มันก็จริงอย่างที่เธอว่ามา ฉันเองก็ไม่อยากจะให้เวเนเซียต้องเจ็บปวดใจเหมือนกัน นับว่าเป็นความแยบยลของเธอ...เดรโก ฉันยกความดีความชอบให้แก่เธอที่คิดอ่านล่วงหน้าได้ถึงขนาดนี้......!!?

    จู่ๆบทสนทนาก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลง สีหน้าของโวลเดอมอร์ที่เคยพึงพอใจเริ่มมีอาการชะงักและตะลึงจนตาเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย จากนั้นริมฝีปากที่เฉียบบางเป็นเส้นตรงก็ค่อยๆขยับและยกยิ้มจนเห็นซี่ฟันสีขาวราวกับผีดิบดูดเลือดก็ไม่ปาน

    “ยอดเยี่ยม...ช่างน่ายินดี”

    พรึ่บบ

    โวลเดอมอร์ลุกขึ้นยืนพรวดเดียวตัวตรง เสียงผ้าคลุมสีดำดังก้องไปทั่วห้องกว้าง จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าไปยังที่ไหนซักแห่งที่ทำให้เขายิ้มออกมา

    “...เดรโก สนใจจะไปข้างนอก สูดอากาศกับฉันมั้ย?

    “เอ่อ ถ้าหากท่านต้องการแบบนั้น...ผมก็ไม่อาจปฏิเสธ”

    “โธ่ๆ ถ่อมตน ช่างเป็นเด็กมารยาทดี มาสิ...”

    ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้เขาพาเดรโกไปด้วย แล้วในเมื่อเขาพูดแบบนี้ขืนขัดใจก็มีแต่เลวร้าย ก็เลย...ต้องเลยตามเลยไปอย่างที่เขาชวน

    ทันทีที่เดรโกเข้าไปใกล้โวลเดอมอร์ มือแห้งๆซีดๆก็แตะเข้าที่ไหล่ของเดรโก จากนั้นร่างทั้งสองก็อันตรธานหายไปจากห้องในชั่วพริบตา

    ซึ่งพวกเขาหายไปไหน และไปเพราะสาเหตุอะไร...ก็ไม่มีใครรู้

    ------------------------------------------------------------------

    ----------------------------------------

    “...อา ได้รู้อะไรเยอะแยะเลย ปู่...ขอบคุณนะค่ะที่ปกป้องหนู ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง...โดยปู่เองก็...ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลยแท้ๆ ขอบคุณนะค่ะ รับรองเลยว่า...หนูจะทำมันให้สำเร็จ ปู่จะได้ไม่ต้องกังวลหนูอีก รอดูหนูนะค่ะปู่”

    เป็นที่ยืนยันอย่างที่เธอคาดเอาไว้จริงๆ บ้านหลังนี้ที่ดูร้างและเก่าผุพัง แค่เป็นบ้านที่เธอและปู่อยู่ด้วยกันเมื่อครั้งยังแบเบาะ แม้เธอจะไม่รู้ว่าแต่ก่อนมันมีบรรยากาศและสภาพเช่นไร แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ในบ้านเก่าๆหลังนี้

    “ต้องไปรวมตัวกับแฮร์รี่แล้ว ป่านนี้พวกนั้นคงห่วงเราแย่”

    เวเนเซียกลับไปในร่างแอนนิเมจัสอีกครั้งและออกตัววิ่งตามหาพวกแฮร์รี่เพื่อรวมกลุ่มกัน ทว่ามันน่าแปลกที่ว่า...

    “ทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้คนเดียวละเฮอร์โอนี่ แล้วแฮร์รี่ละ??

    “แฮร์รี่เค้า...ขึ้นไปข้างบนและ...”

    ตู้มมม!!!

    เสียงระเบิดทำให้ทั้งสองตกใจและผงะไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เวเนเซียที่เจนสงครามและเจอเรื่องน่าตกใจแบบนี้มานักต่อนักย่อมกลับมาตั้งสติได้เร็วกว่าเฮอร์ไมโอนี่ เธอจึงเริ่มสั่งการอย่างรวดเร็ว เพื่อจะได้ไม่ให้เฮอร์ไมโอนี่ต้องแตกตื่นมากไปกว่านี้ บวกกับให้เธอปลอดภัยมากขึ้น

    “เฮอร์ไมโอนี่ เธอรีบหายตัวกลับไปในป่า เดี๋ยวฉันจะไปพาแฮร์รี่เอง รีบไปซะ”

    “แต่ว่า...อืม เข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วย!

    เฮอร์ไมโอนี่ที่ตอนแรกกะจะแย้งความคิดของเวเนเซีย แต่แล้วก็มาฉุกคิดได้ว่าเธออาจจะเป็นตัวถ่วงเอาก็ได้ ก็เลยตกลงตามที่เวเนเซียว่า ทั้งสองทำสิ่งที่ต้องทำพร้อมกันในเวลาเดียวกัน เฮอร์ไมโอนี่หายตัวกลับไปยังป่าอีกครั้ง ส่วนเวเนเซียหมุนตัวพุ่งเข้าไปยังบ้าน ณ ชั้นสองที่มีเสียงและแรงระเบิด

    ตุ้บๆๆๆ

    “แฮร์รี่!! เป็นอะไรมั้ย?!

    “เวเนเซียระวัง! งูนั่น...งูมัน...อ๊าก!!

    งู...งูงั้นเหรอ? หรือว่า...

    เวเนเซียหันมองไปรอบห้องที่ยังคงคลุ้งฝุ่นเพราะแรงระเบิด แต่ด้วยความตาดีที่มีมาแต่ไหนแต่ไรย่อมเล็งเห็นได้ถึงวัตถุขนาดใหญ่และหนา แถมยังขยับได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไอ้สิ่งที่แฝงตัวอยู่ในฝุ่นนั้นย่อมไม่พ้นไปจากงูที่แฮร์รี่ว่าเอาไว้ แต่เนื่องจากขนาดของมัน ทำให้เธอนึกถึงงูตัวหนึ่งที่เธอเคยเห็นมาก่อนเมื่อปีที่ผ่านๆมา

    “ไม่...แกงั้นเหรอ แสดงว่า...”

    คราวนี้เวเนเซียละสายตาไปจากงูตัวนั้นและมองไปยังแฮร์รี่แทน เขากำลังก้มหน้าคุดคู้และร้องเสียงเจ็บปวด บ่งบอกว่ากำลังเจ็บปวดแสบปวดร้อนที่ร่างกาย ซึ่งเธอเดาว่ามันก็ไม่น่าจะพ้นไปจากหน้าผากของเขาแน่ๆ และก็ไม่ต้องเดาต่อเลยว่าสาเหตุที่เขาเป็นนั้นเกิดจากบางสิ่งที่อาจจะกำลังเข้ามาใกล้ไม่ช้าก็เร็วๆนี้

    “มาเร็วเข้าแฮร์รี่...เราต้องรีบไปกันแล้ว!

    ไม่น่าแปลกใจที่งูตัวเบิ้มนั้นไม่ทำร้ายเวเนเซีย ชี้ชัดเลยว่ามันคืองูที่อยู่เคียงข้างคนๆนั้น คนเดียวที่เคยสั่งกับมันว่าเธอเป็นดั่งนายคนหนึ่งของมัน โดยที่เธอเองก็ไม่ได้ตกลงหรือเต็มใจแม้แต่น้อย

    พอเธอคว้าตัวแฮร์รี่เอาไว้ได้ และกำลังยืนทรงตัวนั้นเอง ณ หน้าประตูห้อง ที่ที่เธอเคยยืนอยู่เมื่อครู่ ที่ควรจะเป็นภาพของบันไดลงชั้นล่าง กลับถูกบดบังด้วยร่างสูงสีดำสองร่าง

    โวลเดอมอร์...ที่กำลังแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจและยินดีปรีดา

    เดรโก...ที่เริ่มมีรอยร้าวของหน้ากากเย็นชา เมื่อได้เห็นเวเนเซียที่ไม่ได้พบเจอกันมาเป็นเวลานาน

    “แหมๆ ใครจะคิด...แทนที่ฉันจะได้เจอแค่แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่กลับดีเสียยิ่งกว่า ไม่ว่าจะผ่านไปนาน เธอก็ยังคงงดงาม ไม่สิ งดงามมากขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ”

    คำพูดชวนฟังให้รู้ถึงความหลงใหลจากผู้พูด หากแต่เธอที่เป็นผู้ฟังกลับไม่แม้แต่จะหลงในคารมหรืออยากจะให้เวลาในการฟังไปมากกว่านี้

    “โทษนะ...โวลเดอมอร์ แต่ว่า...เราไม่อยู่ให้นานนักหรอก”

    เพราะเตรียมตัวเอาไว้พร้อมอยู่แล้ว และบวกกับทัศนียภาพที่มองยากนั้น ด้วยความเร็วและชำนาญในการหายตัวของเวเนเซีย ย่อมไม่มีที่ติและผิดพลาดในการหนีแบบฉิวเฉียดและไร้เบาะแสให้คว้าตัวเอาไว้ได้

    ตุ้บบ!!!

    สองร่างที่เพิ่งผ่านเรื่องน่าสยองโผล่พรวดออกมาจากอากาศ บ่งบอกเลยว่าเป็นการเดินทางแบบฉุกละหุกและเร่งด่วน จึงมีอาการปวดฟกช้ำกันนิดหน่อยเนื่องจากร่วงลงมากระแทกอย่างที่เห็น

    “กะ...เกือบไปแล้ว ไหว...ไหวนะแฮร์รี่...”

    เสียงเหนื่อยเนื่องจากต้องเพ่งสมาธิอย่างหนัก และแน่วแน่ เพราะเธอเองก็แอบกังวลไม่ใช่น้อยเมื่อได้เห็นโวลเดอมอร์มาอยู่ตรงหน้าแบบนั้น เรียกได้ว่าโอกาสหนีและไม่ถูกจับได้นั้นช่างโชคช่วยและโชคดีเสียเหลือเกิน

    “ไหว เธอสิ...ไหวหรือเปล่า?

    “ก็...ขาอ่อนไปเลยทีเดียว อีแบบนี้ฉันจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเฮอร์ไมโอนี่ได้มั้ยละเนี่ย??

    “...ฉันจัดการเอง เธอพักเถอะ อ้อ...เวเนเซีย ขอบใจมากเลยนะ ถ้าไม่ได้เธอ...ฉันคงหนีออกมาไม่ได้แน่ๆ”

    “เรื่องเล็ก...ยังไงซะเรามันก็ต้องร่วมมือร่วมใจกันนี่นา นายไปตามหาเฮอร์ไมโอนี่เถอะ ป่านนี้เธอคงเป็นห่วงพวกเราแย่แล้ว”

    แฮร์รี่พยักหน้าและพาเธอไปนั่งพิงต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อจะได้สบายตัว

    “...เดรโก นายเองก็อยู่ที่นั่น...แม้จะรู้ว่านายอยู่กับคนอันตรายแบบนั้นก็เหอะ แต่ก็ยังดี...ที่นายยังครบสามสอง ค่อยหายห่วงหน่อย”

    ความห่วงที่เก็บมาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้วค่อยคลายความกังวลของเธอไปได้เปลาะหนึ่ง เหลือเพียงแค่ความกังวลอย่างเดียวที่ไม่อาจได้รับคำตอบและมั่นใจ นั่นคือ...เหตุผลที่เดรโกยอมรับใช้ให้กับโวลเดอมอร์เนี่ยสิ

    “หมอนั่น...จริงอยู่ว่าพ่อก็เป็นสาวก แต่...นิสัยหมอนั่นไม่มีทางเลือกเส้นทางนี้แน่ๆ”

    “เวเนเซีย ขอบคุณพระเจ้า เธอปลอดภัย แล้ว...ทำไมเธอดูหมดเรี่ยวหมดแรงแบบนี้ละ?

    “เฮอะๆ เพ่งสมาธิสูงเกินน่ะสิ เล่นเจอเข้าต่อหน้าต่อตาแบบนั้นน่ะ”

    “เธอ...เจอกับเขางั้นเหรอ? เขา...ที่ไม่ควรเอ่ยชื่อน่ะนะ?

    “อาห่ะ จะเป็นอะไรมั้ย? ถ้าหากฉันไม่ขอเดินเองน่ะ แบบ...ขาอ่อนจนก้าวไม่ออกแล้ว อยากจะ...พักซักแปบน่ะ”

    “ได้อยู่แล้ว เธอขี่หลังฉันละกันนะ เฮอร์ไมโอนี่ เราไปกันเถอะ”

    “เข้าใจแล้ว”

    ทั้งสามกลับมารวมกลุ่มกันได้อีกครั้งก็ออกเดินเสาะหาที่ไหนซักแห่งเพื่อตั้งเต้นท์ค้างแรมกัน เหมือนที่ทำอย่างที่ผ่านๆมา

    “วันนี้พวกเราเจออะไรมามากเลยนะ ว่าแต่...เธอแยกทางกับพวกเรา ไปไหนมางั้นเหรอเวเนเซีย?

    เฮอร์ไมโอนี่เสิร์ฟชาให้กับเวเนเซียหลังจากที่เธอกลับมาแข็งแรงและมีเรี่ยวแรงอีกครั้ง

    “ก็...ตอนแรกก็เดาๆสุ่มเอาน่ะ แต่ไม่นึกเลยว่า...ที่นั่นเองก็จะเป็นอดีตบ้านของฉันเหมือนกัน”

    “!? เธอ...เธอเองก็อยู่ที่นั่นเหมือนกันงั้นเหรอ? แล้ว...”

    “ไม่ ไม่มีเหมือนอย่างที่บ้านของนายแฮร์รี่ นายก็รู้...ไม่มีใครรู้ว่าฉันเองก็เป็นเหมือนกับนาย เรื่องราวของฉันถูกเก็บเป็นความลับ อยู่ในเงามืด จึงไม่มีใครรู้ว่าฉันและปู่ของฉัน...เจออะไรเข้า เหมือนอย่างที่พ่อกับแม่ของนายเจอ และถูกกระทำ...”

    “เสียใจด้วยนะ”

    เฮอร์ไมโอนี่แสดงความเสียใจที่ไม่มีใครอวยพรและแสดงความเสียใจให้กับปู่ของเวเนเซีย เหมือนอย่างที่พวกเขาทำให้กับพ่อและแม่ของแฮร์รี่

    “เฮ้ คิดมาก...ไม่เป็นไรหรอก ไม่จำเป็นต้องเอิกเกริกและยิ่งใหญ่หรอก แค่พวกรู้มีคนบางคนรู้...ก็เพียงพอแล้ว ว่าแต่...นายคิดยังไงถึงได้ไปบ้านเกิดของนายงั้นเหรอแฮร์รี่ ไอ้เรื่องคิดถึงแล้วอยากไปเห็นพอเข้าใจ แต่ฉันว่า...มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น...ใช่มั้ย?

    “อืม...”

    เฮอร์ไมโอนี่ที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วจึงผละออกจากโต๊ะและไปทำเรื่องของตัวเองเป็นการส่วนตัว จึงเหลือแค่แฮร์รี่กับเธอเท่านั้นที่กำลังนั่งโต๊ะพูดคุยกันและดื่มชา

    “ก็คือ นายเองก็อยากจะหาทางให้ได้เร็วที่จะได้ดาบนั่นมาไว้กับตัว มันก็จริงละนะ ถ้าหากมีเบาะแสหรือว่าอะไรมากกว่านั้นก็ยิ่งเป็นการช่วยให้เราได้มันมาเร็วขึ้น แต่...ดูจากสีหน้าของนายเนี่ย นายคงจะ...รู้สึกแย่มากสินะ?

    “อืม เป็นเพราะฉัน...เพราะความอยากไปของฉันคนเดียวที่ทำให้พวกเราไปติดกับดักนั่น และก็...อย่างที่เห็น”

    สิ่งหนึ่งที่แฮร์รี่ไม่ได้บอกกับเฮอร์ไมโอนี่ รวมไปถึงตัวเธอเองด้วย นั่นคือไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่มีสภาพ...เลวร้ายกว่าที่คาดคิดเอาไว้

    “ไม้ของนาย...มัน หักถึงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? นี่มันยิ่งกว่าตอนของรอนอีกนะ!

    “สงสัยเป็นเพราะคาถาระเบิดที่ฉันใช้ไปในบ้านน่ะ บวกกับความชุลมุนนั่นอีก”

    “แล้วถ้าหาก...นายเอาขอ...”

    “ไม่ ฉันไม่อยากจะยิมมือของศจ.ดัมเบิลดอร์อีกแล้ว ฉันได้เขาช่วยมามากพอแล้ว ครั้งนี้...ฉันอยากจะเป็นคนช่วยเขาด้วยพลังของตัวเองบ้าง”

    “ถ้าหากนายว่าแบบนั้น...งั้นไว้เราเจอกับพวกผู้เสพความตายโดยบังเอิญ เราก็เข้าไปกระตุกทรัพย์เอาไม้มาใช้กันเองก็แล้วกัน”

    “ใช้กันเอง? ไม่ใช่ว่าไม้ของเธอยังโอเคอยู่หรอกเหรอ?

    “แฮร์รี่...ไม้ของฉันก็ไม่ต่างไปจากของนายหรอก นายก็รู้...ขนนกฟีนิกซ์เส้นที่สาม นั้นก็หมายความว่า...”

    “ไม้ของเธอเองก็เป็นไม้พี่น้องเหมือนกันกับฉัน...”

    แฮร์รี่ลืมในข้อนี่ไปเสียสนิท ทำให้เขาและเธอต่างมีปัญหาในข้อเดียวกันหากต้องเผชิญหน้าและสู้กับโวลเดอมอร์

    หลายวันและคืนที่ผ่านไป ทั้งสามผลัดกันอยู่เฝ้ายามในเวลากลางคืน ทว่าพักหลังมานี่พวกเธอมักจะได้ยินเสียงแปลกๆ จากด้านนอก ซึ่งพวกเธอไม่ควรวางใจและเฉยเมยได้

    “เราคงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว พวกนั้นอาจจะรู้...ว่าพวกเราซ่อนอยู่ในป่านี้ก็ได้”

    “งั้นฉันว่าเราย้ายที่กันเถอะ”

    “เป็นความคิดที่ดี แต่...ฉันกับแฮร์รี่ไม่ขอออกความเห็นในสถานที่ที่พวกเราจะเลือกเป็นที่ซ่อนตัว เพราะทุกอย่างที่เกี่ยวกับพวกเราสองคนเป็นเบาะแสในการควานหาตัวเราได้ทุกอย่าง เพราะงั้น...เฮอร์ไมโอนี่ มีที่ไหนบ้างมั้ย? ที่เธอเป็นคนเดียวที่ได้ไป ไม่มีฉัน...หรือแฮร์รี่น่ะ”

    “งั้นฉันพอจะมีอยู่ที่หนึ่ง...”

    ทั้งสามเดินทางมุ่งหน้าไปโดยทำการหายตัว ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่บอกว่ามันเป็นป่าที่เธอกับพ่อแม่ของเธอได้ไปเที่ยวด้วยกันตามประสาสามคนพ่อแม่ลูกในสมัยก่อน จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีพวกผู้เสพความตายรู้จักกับสถานที่แห่งนี้

    “นี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์เกือบสองอาทิตย์แล้วนะ...เธอไม่ยักกะ เปลี่ยนไปเลย”

    “นายหมายถึง...อารมณ์แล้วก็ท่าทีของฉันสินะ ที่ไม่ดู...คร่ำเครียดอย่างนายกับรอน”

    “อืม ดูท่าเธอจะมีเรื่องน่าสงสัยแล้วก็ประหลาดใจอยู่เยอะเลย ทั้งเห็นฮอกครักซ์ ทั้งๆที่ฉันกับศจ.ดัมเบิลดอร์ไม่เห็น หรือแม้แต่...ถือฮอกครักซ์เอาไว้ก็ไม่ยักกะส่งผลร้ายอะไร หรือว่า...เป็นเพราะตัวเธองั้นเหรอ เป็นแค่กับเธอคนเดียว เขาถึงได้...”

    “อย่า หยุดพูดต่อเลยเชียว ฟังแล้วมันชวนให้ฉันขนลุก เอาไว้ค่อยพิสูจน์ให้แน่ชัดแบบตามหามาไว้กับตัวได้หลายชิ้นก่อนแล้วค่อยมาคาดเดากัน แค่ฉันนึกถึงใบหน้าของเขาก็อดทำให้ขนหัวลุกเหมือนเจอกับอากาศติดลบไม่ได้แล้วเนี่ย”

    “มันก็จริงอย่างที่เธอว่า พูดถึงรอน...ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ?

    “....ก็คงจะ...สบายดีละมั้ง? ไม่มีข่าวเกี่ยวกับเขายังถือว่าดีเสียกว่าอีก”

    “ทำไมคิดแบบนั้นละ?

    “ก็...แบบ...นั้นไง พวกนั้นรู้ว่ารอนเป็นเพื่อนของพวกเรา แล้วก็สนิทสนมกับพวกเรามากที่สุดในบรรดาเด็กฮอกวอตส์ด้วยกัน การไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับเขาก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าหมอนั่นยังไม่ถูกพวกผู้เสพความตายเจอตัวหรือจับตัว อีกอย่าง...หมอนัน่มันอึดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นกระสอบให้ฉันตั้งหกเจ็ดปี มาเดี้ยงเอาเพราะเรื่องสามัญธรรมดาอย่างระหกระเหินเร่ร่อนเนี่ย...ไม่ตายง่ายๆหรอก”

    ความไม่ยี่หระและห่วงการหายตัวไปของรอนสำหรับเธอแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเอามาเป็นห่วง ก็ในเมื่อเจ้าตัวเลือกจะไปเองก็ช่างสิ เลือกเองก็ต้องเลือกเองอีกครั้งได้ อยากกลับก็กลับมา ไม่ได้มีใครขวางห้ามเสียหน่อย

    พรึ่บ!!

    “!!? เสียงนี้...”

    เสียงบางอย่างที่กระพืออยู่ด้านนอกทำให้เวเนเซียลุกขึ้นจากที่นั่งและตรงไปเปิดผ้าใบให้เปิดออก ร่างสีแดงเพลิงที่มีเกล็ดหิมะติดตัวมาบ่งบอกว่าเพิ่งฝ่าความหนาวเย็นมาโดยเฉพาะ

    “ฟอกซ์...งั้นเหรอ ดูท่าจะคว้าน้ำเหลวสินะ ไม่เป็นไร นายทำมามากพอแล้ว กลับเข้าไปพักผ่อนซะเถอะนะ เดี๋ยวหัวค่ำฉันจะลงไปดูแก”

    ฟอกซ์ที่กลับมาตัวเปล่าแสดงให้เห็นว่ามันไม่อาจนำหมวกที่เธอขอกลับมาได้ ก็เลยเดาว่าทางโรงเรียนคงมีการเปลี่ยนตัวอาจารย์ใหญ่และมีการวางรักษาการณ์เข้มงวดในห้องอาจารย์ใหญ่แน่ๆ ซึ่งตัวเธอก็ไม่ได้ถือโทษอะไรกับมัน แค่มันกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีมากพอแล้ว

    “ดูเหมือนว่าฉันจะทำให้นายผิดหวังนะ...แฮร์รี่ ขอโทษด้วย”

    “ไม่หรอก เธอพยายามมากพอแล้ว แล้วฟอกซ์เองก็กลับมาอย่างปลอดภัยด้วย นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เดี๋ยวตอนกลางดึกฉันจะอยู่เวรเอง เธอไปนอนเถอะนะ”

    “...นายอยู่เวรช่วงกลางดึกมาหลายวันแล้วนะ”

    “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันหาอะไรทำแก้ง่วงเอาก็ดีขึ้นแล้ว”

    “...งั้น หากนายง่วงเมื่อไร หรือว่ามีปัญหาอะไรก็ให้รีบปลุกฉันเป็นคนแรกเลยนะ อย่าลืมว่าเวลานี้นายไม่มีไม้กายสิทธิ์แล้ว”

    “อืม ฉันเข้าใจแล้ว ขอบใจนะ”

    แล้วคืนนั้นเวเนเซียกับเฮอร์ไมโอนี่ก็เข้านอนกันเป็นกะแรก ส่วนแฮร์รี่ก็อยู่โยงเฝ้ายามระวังภัยให้กับเหล่าสองสาวที่กำลังหลับพักผ่อนเอาแรงกันอยู่

    ในขณะเฝ้ายามนั้นเองความง่วงก็ดันมาจู่โจมเข้ากับดวงตาของแฮร์รี่ สองเปลือกตาปิดลง อาการสะลึมละลือเป็นตัวบ่งบอกว่าเขาเริ่มสู้กับความง่วงไม่ไหวแล้ว แต่ในขณะที่เปลือกตาของเขากำลังปิดสนิทนั้นเอง ก็มีแสงสีเงินรางๆทะลุผ่านเข้ามาในเปลือกตาของเขา

    “!!? แสงอะไร ทำไมมัน...เคลื่อนไหวเหมือนกับ...หรือว่า...”

    แฮร์รี่หันไปมองข้างในสุดของเต้นท์ที่มีสองร่างกำลังคุดคู้นอนหลับแบ่งไออุ่นกัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าแสงที่น่าคุ้นเคยนี้ไม่ได้มาจากเพื่อนของเขาทั้งสอง เขาจึงไม่รอช้าที่จะทำในสิ่งที่เพื่อนของเขาขอและสั่งเอาไว้

    “เวเนเซีย...เวเนเซีย...ตื่นเถอะ”

    “หืม?? แฮร์รี่...ถึงตาฉันแล้วงั้นเหรอ?

    เพราะน้ำเสียงของแฮร์รี่ที่ไม่ได้ฟังดูแตกตื่นหรือว่าร้อนรนจึงทำให้เธอเข้าใจว่าเป็นเวลาสมควรที่เธอจะเป็นคนอยู่โยงแทนแล้ว

    “ไม่ใช่ ดูนั่นสิ...ข้างนอกนั่น...”

    “ก็แสง...!? ไม่ใช่ แสงสีเงินนี่มัน...ไม่มีทางใช่นายแน่ๆแฮร์รี่...”

    แสงสีเงินนี่เวเนเซียเองก็คุ้นเคยและรู้จักมันเป็นอย่างดี

    แสงสีเงินชนิดเดียวที่เธอรู้จักและสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต ย่อมไม่พ้นไปจากคาถาผู้พิทักษ์แน่ๆ แต่...แฮร์รี่ไม่มีไม้กายสิทธิ์ ฉะนั้นก็หมดสิทธิ์ที่จะเป็นฝีมือของเขา เธอจึงไม่ลังเลที่จะนั่งมองและสงสัยอยู่แต่ในเต้นท์ นั้นทำให้แฮร์รี่แอบท้วงนิดหน่อยว่าเธอไม่ควรออกไป

    “แฮร์รี่...นายก็รู้ว่าคาถานี้เป็นคาถาตรงข้ามของพวกผู้เสพความตาย จริงมั้ย? ฉะนั้นแล้ว...ไม่แน่ว่าเจ้าของผู้พิทักษ์คนนี้อาจจะเป็นพรรคพวกของเราก็ได้”

    แฮร์รี่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มมีความคิดเหมือนกันกับเธอ ก็เลยลองเดาว่าใครกันที่เป็นเจ้าของผู้พิทักษ์ตนนี้

    “หรือว่าจะเป็นรอน?? รอนเองก็ใช้คาถานี้ได้นะ พวกเราสอนให้เขาใช้เป็นนี่นา”

    คนเดียวที่แฮร์รี่คิดเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่สุดที่จะอยู่ใกล้ๆกันกับพวกเขา และใช้คาถานี้ได้ แต่เวเนเซียกลับส่ายหน้าไม่คิดเห็นเช่นเดียวกับแฮร์รี่

    “ไม่...เป็นไปไม่ได้แฮร์รี่ ผู้พิทักษ์จะมีรูปลักษณ์เดียวไม่แปรเปลี่ยน รอนไม่มีกวางเป็นผู้พิทักษ์แน่ๆ ของเขาเป็นหมา ฉันจำได้แม่น”

    ในเมื่อไม่ใช่รอน แล้ว...เป็นใครกันละ?

    “หรือว่า...แม่ของนายหรือเปล่า?

    “ทำไมคิดว่าเป็นแม่ของฉันละ?

    “ก็...ไม่รู้สิ เหมือนมันดลใจให้คิดน่ะ แบบ...เห็นปั้บสิ่งแรกที่แวบขึ้นมาก็เป็น...น่ะนะ แม่นายน่ะ ตอนแรกก็กะว่าจะบอกว่าเป็นจินนี่อยู่หรอก แต่ฉันจำได้ว่าของจินนี่มันเป็นม้าเนี่ยสิ”

    ก็เลยยิ่งทำให้ทั้งสองยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ เพราะมันเหมือนกับสมัยปีสามที่ซิเรียสเคยบอกว่าพ่อของแฮร์รี่มีผู้พิทักษ์เป็นกวางตัวผู้ ซึ่งเขาเองก็มีเป็นกวางตัวผู้เช่นกัน แล้ว...ทำไมคู่ชีวิตของพ่อแฮร์รี่จะไม่มีสัตว์ผู้พิทักษ์เป็นชนิดเดียวกันละ ทั้งสองจึงพยักหน้าตกลงกันด้วยความเงียบ เพราะไม่อยากจะปลุกให้เฮอร์ไมโอนี่ตื่น

    “...นะ หนาว...โทษนะแฮร์รี่ ขอยืมตัวนายหน่อยนะ”

    เวเนเซียขอเสียมารยาทเบียดตัวชิดกับร่างของแฮร์รี่ เธอขอแบ่งไออุ่นจากเขาผ่านทางแขน เพื่อไม่ให้เป็นการละลาบละล้วงมากจนเกินไป ซึ่งแฮร์รี่เองก็ไม่ได้ว่าอะไรเช่นกัน เพราะเขาก็เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนก็เท่านั้น

    ทั้งสองค่อยๆเดินตามลำแสงผู้พิทักษ์ที่เป็นกวางตัวเมียไปเรื่อยๆ ด้วยอุปสรรคในการเดินเท้าที่ลำบากเนื่องจากเต็มไปด้วยหิมะและขรุขระ จึงมีความล่าช้าและทิ้งห่างจากกวางตัวเมียนั้นพอสมควร แต่น่าแปลกที่มันกลับหันมามองและหยุดราวกับว่าต้องการจะรอพวกเธอเพื่อนำทางไปอะไรซักอย่าง นั้นทำให้เธอคิดว่าผู้พิทักษ์ตนนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกันกับเธอ เพียงแค่ไม่อยากจะแสดงตนออกมา ซึ่งเธอก็ไม่ว่าอะไร มีแต่จะขอบคุณเป็นล้นพ้นซะมากกว่า

    หลังจากเดินมาได้ซักพักและไกลพอสมควร เจ้ากวางตัวเมียก็หยุดและหายไปบนพื้นน้ำแข็งที่หนาและดูหนาวเย็นแบบนั้น

    “หายไปแล้ว...ที่นี่มันมีอะไรหรือไงกัน??

    ทั้งสองที่ลองมองดูรอบๆว่าผู้พิทักษ์ตนนั้นกำลังแอบซ่อนตัวอยู่หรือไม่ ก็ปรากฏว่าไม่พบแต่อย่างใด จึงสันนิษฐานว่าที่นี่คงจะเป็นสถานที่ที่มันอยากจะให้เธอและแฮร์รี่มาแน่ๆ

    “ไม่รู้สิ มันก็มีแต่...หิมะแล้วก็...น้ำแข็ง”

    แฮร์รี่พูดรายงานรายละเอียดโดยรอบที่เขาได้เห็นผ่านทางสายตาของเขา ดวงตาสีเขียวที่มองไปรอบๆด้านของป่าที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวเป็นปุย และพื้นที่เท้าที่แข็งจนเกาะชั้นหนาเป็นน้ำแข็งสีฟ้าใส ทว่า...เขากลับเห็นบางอย่างที่มันดูเด่นชัดและสว่างจ้า ทั้งๆที่ใต้พื้นน้ำแข็งนั้นควรจะเป็นความมืดมิดเสียมากกว่า

    “แสงอะไรน่ะ...”

    เมื่อแฮร์รี่ว่าอย่างงั้น เวเนเซียก็อดจะสนใจในสิ่งที่เขาเห็นเช่นเดียวกันด้วยไม่ได้ จึงย่อตัวลงและมือแนบกับพื้นน้ำแข็ง และพยายามเพ่งมองว่าแสงประหลาดที่สว่างเรืองๆที่ก้นน้ำนั้นคือแสงของอะไร

    “รูปร่างมันเหมือนกับ...อะไรซักอย่างที่เรียวๆ ยาวๆ แล้วก็...ทรงเหมือนกับ...ไม้ แท่งอะไรซักอย่างน่ะ”

    “ไม้...แท่ง...ขอฉันลองดูบ้าง...!!? นั่นมัน! เวเนเซีย! นั้นไง นั้นมันดาบ!

    “ดาบ...ดาบอะไรที่มันจะมาอยู่ที่นี่ แล้วเปล่งแสง...ได้...”

    ขึ้นชื่อว่าดาบแล้วยิ่งมันสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์น่าประหลาดและแปลกตาอย่างการเปล่งแสงได้เหมือนกับกระบอกไฟฉาย มันทำให้เวเนเซียนึกถึงดาบเล่มเดียวเท่านั้น

    “กะ...โกหกน่า ชะ...ใช่เหรอ ไม่สิ ถ้าหากใช่...แล้วมันมาอยู่ที่นี่...หรือว่า...กวางตัวนั้น...”

    ใบหน้าที่แทบจะชิดแนบพื้นน้ำแข็งของเธอ เงยขึ้นและหันไปรอบโดบรอบด้านอย่างสุดชีวิต เพราะเธออยากจะรู้นักว่าเจ้าของคาถาที่นำทางพวกเธอทั้งสองคนมานั้นเป็นใครกัน แล้วเขาได้มันมาได้ยังไง และ...ทำไมถึงไม่ยอมปรากฎตัวให้พวกเธอได้เห็นตัวกัน

    “เราก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากหรอกนะ ทางเดียวที่จะรู้...เราต้องลองลงไปงมมันออกมา”

    “เอาอะไรดีละ? ไม้กายสิทธิ์มั้ย?

    เวเนเซียส่งไม้กายสิทธิ์ของเธอเองให้กับแฮร์รี่ได้ใช้ ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วยกับการส่งมา ทันทีที่เขาจับไม้กายสิทธิ์ของเธอ ความรู้สึกนั้นช่างน่าประหลาดนัก เพราะมันเหมือนกับว่าเขาได้จับไม้กายสิทธิ์ของตัวเองยังไงยังงั้น เพียงแค่มีความประหลาดต่างกันอยู่นิดหน่อย ซึ่งน่าจะเป็นผลจากแกนไม้จากต้นไม้คนละชนิดกันก็เป็นได้

    แต่น่าแปลกที่เขาไม่สามารถใช้คาถาเรียกให้ดาบขึ้นมาจากน้ำได้

    “แปลก หรือว่าเป็นเพราะตัวดาบมันไม่ธรรมดา”

    “ถึงเราจะเอามันขึ้นมาไม่ได้ด้วยไม้กายสิทธิ์ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราใจชื่นนะแฮร์รี่ เพราะมันอาจจะ...ไม่ใช่ดาบธรรมดาๆก็ได้ มันคงมีความวิเศษและพิเศษเกินกว่าที่ใครๆจะคาดถึง และพูดถึงดาบพิเศษแบบนั้นมันก็มีแค่...”

    “ดาบของก๊อดดริก กริฟฟินเดอร์!? งั้นเราจะช้าไม่ได้แล้ว”

    ด้วยลูกฮึดและตื่นเต้นทำให้แฮร์รี่คาโตและเลือดสูบฉีดอย่างรวดเร็ว บ่งบอกเลยว่าเขานั้นตกใจจนเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่แล้ว เมื่อหลายวันที่ผ่านๆมาพวกเขาต้องเจอเข้ากับบรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตึงเครียดจนหน้าบูดเป็นตูดไก่ ถึงขนาดทะเลาะกันเองจนแยกทางกัน ทั้งๆที่คบกันมาหกเจ็ดปีก็ไม่เคยจะถึงขั้นนี้แท้ๆ

    แฮร์รี่พยายามใช้กำปั้นทุบพื้นน้ำแข็งอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ด้วยความตื่นเต้นจัดก็เลยลืมไปว่ามือของเขาคงไม่สามารถทลายน้ำแข็งหนาเป็นชั้นได้ แต่พอเขาเห็นเงาดำๆมาบดบังร่างของเขาและพื้นตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง และ...

    “เหวอ!! เธอจะฆ่าฉันหรือไงเนี่ย?

    “ฆ่าบ้าฆ่าบออะไรเล่า? ฉันจะเอาหินมาทุ่มลงพื้นน้ำแข็งต่างหากเล่า! ถ้าหากไม่อยากมือแตกมากกว่านี้หรือได้แผลหัวแตกเพิ่มก็หลบไป! ฉันก็หนักเป็นนะโว้ยย!!

    หางเสียงของเวเนเซียเองก็บ่งบอกว่าตนเองก็ตื่นเต้นไม่แท้กัน ถึงขนาดเรียกว่ะๆเว้ยๆกับแฮร์รี่ แต่ก็ยังพอมีสติที่จะตัดสินใจได้มากกว่าแฮร์รี่อยู่ขั้นหนึ่ง

    ตู้มม!! แคร๊กกก!!

    พื้นน้ำแข็งแตกร้าวและทำให้กลายเป็นหลุมกว้างเล็กน้อย ไม่มีพื้นน้ำแข็งปิดกั้น ตอนนี้ก็ได้เวลาที่ง่ายต่อทั้งสองแล้วที่จะลงไปเอาดาบ แต่พวกเขาก็ดันลืมตัวไปว่า...

    แฮร์รี่ตั้งท่าจะกระโจนลงน้ำในทันทีที่เห็นว่าทางได้ถูกเปิดออก แต่ก็ถูกเวเนเซียดึงคอเสื้อรั้งตัวเอาไว้ ทำให้เขาแทบจะหงายหลังไปหัวฟาดกับน้ำแข็.

    “ทำอะไรของเธอเนี่ย?!

    “นอกจากจะยังอยากหัวแตก นายยังอยากจะหนาวตายงั้นสินะ เออดี หนีตายมานักต่อนัก ไม่กลัวตายเพราะความหนาวเย็นเลยเนอะ?!

    ขนาดเวเนเซียแค่สวมเสื้อผ้าหนาและตัวแห้งๆโดนลมหนาวพัดมากระทบที่ก็สั่นเป็นลูกนกเพิ่งกระเทาะออกจากไข่แล้ว แล้วนี่ถ้าหากลงน้ำขึ้นมาเจอกับลมไม่หนาวจนแข็งเป็นน้ำแข็งก็ให้มันรู้กันไป

    แป้งตรางูบวกกับลมตรูก็แทบจะปากสั่นเป็นสีซีด นับประสาอะไรกับของจริงฟ่ะ ทั้งอากาศ ทั้งน้ำ มีหวังได้ซมเป็นผักกันพอดี

    “งั้น...จะให้ทำยังไงละ? เธอลงไปไม่ได้ ฉันรู้ ก็มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นละที่ลงไปได้ ยากห่วงเลย เธอก็รู้ว่าฉันมันเด็กเมืองหนาว”

    ว่าแล้วก็จับมือของเธอที่รั้งคอเสื้อของตนเอาไว้ออกและหมุนตัวกระโจนพุ่งหลาวลงไปในน้ำอย่างสวยงามเสียงดังตู้ม ส่วนเธอน่ะเหรอ?

    “เอ่อ...นายลืมไปหรือเปล่าว่าฉันมีไม้กายสิทธิ์น่ะ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

303 ความคิดเห็น

  1. #113 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 13:41
    สนุกๆ55
    #113
    0
  2. #27 mail55 (@mail55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:37
    อัพ อัพ อัพๆๆๆๆ อัพเถอะพลีสสสส~
    #27
    0
  3. #25 oONORTHOo (@KitKat-100842) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 18:10
    รอๆ อยากให้อัพเรื่อยๆค่ะ :)))
    #25
    0
  4. #24 mail55 (@mail55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 19:56
    สนุกมากกกกกก //ตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไปอย่างตั้งใจ
    #24
    0
  5. #22 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 16:32
    ทีมเดรรรร
    #22
    0
  6. #20 วิหกสนธยา (@01916) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 09:40
    แฮรี่หนูลืมหรอลูก
    #20
    0
  7. #19 Witchayaporn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 08:33
    เรือทอมอย่ามาชนเรือเดรโกนะ

    #19
    0
  8. #18 First-12 (@First-12) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:23
    ทีมเดรโกสุดใจ!!!
    #18
    0
  9. วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:19
    แฮร์รี่หนู่ลืมหรือลูก!!??!?
    #17
    0
  10. #16 burun2 (@burun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:03
    ทอมเท่าน้านนนน
    #16
    0
  11. #15 BBeem555 (@BBeem555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 20:55
    แฮรี่คงลืม
    #ทีมทอม&เดรโก
    #15
    0