หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 89 : ตอน เพลงกล่อมเด็กของซารังน้อย (เอ่อ เริ่มสงสารเจิ้นเทียน55)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    4 เม.ย. 62

           


ทักทาย

แวะมาขอบคุณค่ะ ตอนแรกแอบใจแป้ว เพราะเห็นเรื่องนี้ยอดวิวไม่สูง เพราะช่วงแรกๆเขียนแล้วหายไปปิดต้นฉบับไทยแล้วกลับมาต่อ ก็คิดว่าจะรอดไหมวะ แต่พอลง ebook ไป อิอิ ติดอันดับขายดีอยู่นะคะ แฟนนิยายยังไม่เทเรา5555

ขอบคุณมากมายที่อุดหนุนกัน ส่วนใครจองเล่มส่งไปให้แล้วนะคะ อีก 5 วันถ้าใครไม่ได้รับแจ้งกลับด้วยได้ช่วยตามให้ ที่คั่นของแถมจัดเต็มให้เหมือนเคย


ขอบคุณค่ะ

ชิงลี่

(หลายคนแอบสงสัย เขากับบุษบาบัณเป็นไรกัน เป็นคนเดียวกันค่ะ นศามณี ก็เป็นอีกนามปากกาของเขา ส่วนถ้าในด้านละครจะใช้อีกนามปากกาก และเวลาแฟนๆ ทักไม่ว่าเฟช หรือที่ร้านนิยาย เป็นเขาคนเดียวหมด ไม่มีแอดมินค่ะ ที่บางทีเขียนแล้วหายไป อาจมีเดตไลน์ต้นฉบับไทย บก ให้ส่ง555 ชิงลี่ไม่ได้ขี้เกียจ แวบไปแวบมาเฉยๆ 555)


“เว่ยกงกง เข้ามานี่” เสียงเฉียบดังขึ้น

          ไม่นานเว่ยกงกงที่เฝ้าอยู่หน้าประตูไม่กล้าเข้ามาก็รีบวิ่งมาตามเสียงรับสั่ง

          “ฝ่าบาทมีอะไรให้กระหม่อมรับใช้พ่ะย่ะค่ะ”

          “พรุ่งนี้เจ้าส่งผ้าไหมอย่างดีหนึ่งร้อยพับไปที่ตำหนักไคซิน”

          “พ่ะย่ะค่ะ”

          จางหยูเฟยหน้าแดงก่ำ ฮ่องเต้ตรัสกับเว่ยกงกงเช่นนั้นคือสั่งพระราชทานรางวัล แล้วนางทำความดีอะไรจึงได้ผ้าไหมถึงร้อยพับ
          “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันไม่สมควรได้รับสิ่งของพระราชทานเพคะ หม่อมฉันยังไม่ได้ทำความดีความชอบเลยเพคะ”

          “การคิดดี นั่นคือความดีแล้ว ฮองเฮาเพิ่งรับตำแหน่งก็แยกแยะได้แล้วอะไรคือความฟุ่มเฟือย ต่อไปเจ้าคงเป็นฮองเฮาที่ดี”

          จางเชี่ยนเสวี่ยลอบเบ้ปากให้กับคนหลงเมีย มีหรือพระนางจะมองไม่ออกฮ่องเต้ไม่ได้รักนาง ต้องแต่งกับนางในเวลานั้นเพราะขุนนางกราบทูลเสนอชื่อของนาง ยามเมื่อเจอสตรีที่ต้องพระทัยก็พร้อมจะเขี่ยคนที่ไม่ใช่ออกไปจากเส้นทางชีวิต

          นิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน

          “คืนนี้ข้าจะเสวยและบรรทมที่ตำหนักไคซิน เพราะมีเรื่องจะปรึกษากับหยูเฟย ข้าว่าในวังของเราใช้จ่ายกันอย่างฟุ่มเฟือย เราควรลดความสิ้นเปลือง ข้าจะไปหาลือกับจ่าวฮองเฮา”

          จางหยูเฟยกลัวท่านอาจะเข้าใจผิดคิดว่านางประจบประแจงฮ่องเต้จนได้ดิบได้ดี ต่อหน้าพระพักตร์จะอธิบายให้ท่านอาฟังก็คงไม่เหมาะ เห็นทีพรุ่งนี้นางคงต้องไปขอโทษท่านอาที่ตำหนัก

          ด้วยนิสัยหุนหันพลันแล่นไม่สนใจใครหน้าไหน ฮั่นหลิวตี้ยึดการแสดงออกตามความรู้สึก พระองค์ไม่สนใจจางเชี่ยนเสวี่ยแต่ปลดนางลงไม่ได้ จึงต้องการแสดงออกเพื่อให้นางเห็น แล้วลาออกจากตำแหน่งไปเอง

          “ไปกันเถอะ ข้าหิวแล้ว” ฮั่นหลิวตี้เข้ามาพยุงเมียรัก

          ทว่าความเป็นคนนอบน้อมรู้จักกาลเทศะ ของจางหยูเฟยนางต้องให้เกียรติคนเป็นเมียหลวงก่อนหน้านาง “ท่านอาข้าขอเชิญท่านไปร่วมเสวยด้วยกันที่ตำหนักข้า ข้าหวังว่าท่านอาจะไม่รังเกียจ”

          “หม่อมฉันจะปฏิเสธรับสั่งของฮองเฮาฝ่ายขวาได้หรือเพคะ”

          จางหยูเฟยสัมผัสได้ถึงอาการเหน็บแนมโดยเฉพาะดวงเนตรดุจนางพญาของท่านอาที่มองนางเวลานี้แลดูเปลี่ยนจากเดิมไปมาก

          ฮั่นหลิวตี้ขัดใจนัก ใครว่าพระองค์จะปรึกษาหารือเรื่องความฟุ่มเฟือยของผู้คนในวังเท่านั้น หลังจากปรึกษาต้องมีประเด็นการพิจารณาเรื่องชุดนอนของฮองเฮาอีกว่าทำจากผ้าชนิดใด ก่อนวันสถาปนาพระองค์ก็เข้าใกล้นางไม่ได้เพราะเป็นการขัดราชประเพณี คืนนี้ตั้งใจว่า หลังจากพิจารณาเรื่องเนื้อผ้าที่นำมาตัดเย็บชุดนอนของฮองเฮา จะพิจารณาเรื่องเครื่องประทินผิวพรรณของฮองเฮาว่าเป็นของดีคุณภาพเหมือนที่พวกพ่อค้าโรมันนำมาเสนอขาย ใช้แล้วดีจริงหรือไม่เรื่องนี้คงต้องพิจารณาจนถึงรุ่งเช้า แล้วฮองเฮาเชวี่ยนเสวี่ยตามไปเสวยพระกระยาหารด้วยแบบนี้ เมื่อไหร่กันกว่าพระองค์จะได้เริ่มปรึกษาหารือกับเมียรัก

          ฮั่นหลิวตี้หลี่ตาด้วยความสงสัย พระองค์ทำขนาดนี้ ฮองเฮาเชี่ยนเสวี่ยมองไม่ออกหรือไง

หรือจงใจตามไปขัดคอ

 




องครักษ์หนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วมองซารังน้อยที่นอนลืมตาแป๋ว เขาเบื่อพวกเด็ก ทำอะไรไม่ได้กลับไม่ยอมหลับยอมนอน หากโตจนถึงวัยช่วยงานได้เกรงจะเอาแต่นอนคุดคู้ เขายังมีงานต้องทำอีกมาก เพราะได้รับพระบัญชาโดยตรงให้ไปสอบสวนสตรีนางหนึ่งที่คุกหลวง

ไม่รู้ว่าสตรีนางนั้นเป็นใครกันถึงทำให้โอรสสวรรค์สั่งเขาให้ไปสอบสวนโดยตรง จะว่าเป็นสนมชายาก็ไม่ใช่ เพราะต่างทยอยออกจากวังไปหมดแล้ว หรือจะเป็นนางกำนัลก็ไม่น่าต้องให้เขาไปสืบสวนเอง

งานนี้เขาต้องไปดูเองให้เห็นกับตา

“ยังไม่นอนอีก” เจิ้นเทียนกล่าวเสียงดุ เขาเอ่ยเช่นนี้มาหลายครั้งแต่ซารังน้อยยังไม่ข่มตาหลับ นางยังมองเขาตาใสแจ๋ว

ฝ่าบาทก็พิกล คงเห็นว่าเขาไม่ยอมรับสตรีที่พระองค์เอ่ยจะพระราชทานมาเป็นรางวัล คงเกรงว่าเขาจะเอนเอียงกลายเป็นพวกต้วนซิ่วนิยมเพศเดียวกันกระมัง

ถึงได้ให้มาซ้อมเลี้ยงลูก

“ให้หม่อมฉันซ้อมตายยังง่ายกว่า เด็กอะไรก็ไม่รู้” เจิ้นเทียนจ้องแม่ตัวน้อยที่ยิ้มเผล่ให้เขา

“เจ้ามันดื้อเกินไปแล้ว”

ซารังน้อยหุบยิ้ม ดวงหน้าน่ารักคว่ำลงทันที

พอเอ็ดนางไปแล้วเจิ้นเทียนกลับนึกสงสาร แต่เขาปลอบเด็กไม่เป็น คำปลอบจึงกลายเป็นคำขู่ “อย่าร้องไห้ตอนดึกเชียว เดี๋ยวบ่าวไพร่ในเรือนข้าพากันตื่นหมด จะตีเจ้าให้ก้นลายเชียว”

ซารังน้อยเงยหน้าขึ้นมาน้ำตาเปียกชื้น นัยน์ตาของนางแดงก่ำ แล้วกำลังส่งเสียงร้อง เจิ้นเทียนตกใจ เขานึกอะไรไม่ออกนอกจากเอาสินบนอุดปากนางไว้

“อย่าร้อง พรุ่งนี้ข้าจะให้คนทำเส้าปิ่ง หมั่นโถว ซาลาเปา อย่างอื่นด้วยที่เจ้าชอบ”

“...”

ซารังน้อยไม่ตอบรับแต่หยุดร้องทันที

เจิ้นเทียนถอนใจ

ตะกละชะมัด

เขาให้สาวใช้มาพานางเข้านอน และได้รับรายงานว่า ซารังน้อยไม่ยอมนอน นางอ้างว่านอนไม่หลับเพราะนางคิดถึงแม่ คิดถึงคุณหนู แล้วยังเรื่องมากอยากฟังเพลงกล่อมเด็กก่อนนอน ในเรือนของเขาไม่เคยมีเด็ก และไม่มีใครร้องเพลงกล่อมเด็กเป็น

ในเมื่อฝ่าบาทประทานตัวภาระมาให้ เขาหรือจะดูดายปล่อยให้นางนอนไม่หลับ ในเมื่อฝ่าบาทกำชับหนักหนาว่าให้เลี้ยงดูนางอย่างดีที่สุด เหมือนลูก เหมือนหลาน

“ข้าไม่มีลูก ยังต้องให้ข้าเลี้ยงลูกคนอื่น” เจิ้นเทียนอ่อนใจ งานนี้สาหัสสำหรับเขา แล้วยังไม่เอ่ยตรัสรับสั่งว่าจะให้เข้าต้องเป็นพี่เลี้ยงนางไปอีกกี่วัน

เลี้ยงลูกมันหน้าที่สตรีมีใช่หรือ ผู้ชายมีลูกแล้วต้องเลี้ยงด้วยหรือ ผู้ชายต้องออกไปทำงานนำความรุ่งเรืองมาสู่วงศ์ตระกูลจึงจะถูก เขาถูกสั่งสอนมาแบบนั้น

“ซารังน้อย ข้าคงพาเจ้าไปหามารดา หรือคุณหนูของเจ้าไม่ได้หรอก แต่ข้าช่วยเจ้าได้เรื่องหนึ่ง ข้าจะร้องเพลงกล่อมเด็กให้เจ้าฟัง หากจะทำให้เจ้านอนหลับได้ เอ่อ...แต่ข้าไม่เคยมีลูก ไม่รู้ว่าแม่เจ้าร้องเพลงอะไรให้เจ้าฟัง ไหนลองร้องให้ข้าฟังหน่อยสิ เผื่อข้าจะจำไว้แล้วร้องกล่อมเจ้า”

ซารังน้อยที่นั่งหน้าคว่ำอยู่บนเตียงพอได้ยินว่าท่านลุงหน้าดุ จะร้องเพลงกล่อมเด็กให้นางฟัง ท่าทีเมื่อครู่แปรผันเป็นเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้เจิ้นเทียน

ซารังน้อยย่อมไม่พลาดโอกาสนี้ “จริงหรือเจ้าคะท่านลุงเจ้าขา  ซารังชอบฟังเพลงกล่อมเด็กของท่านแม่มากเจ้าค่ะ ข้าสัญญาจะนอนหลับถ้าท่านลุงจะร้องเพลงให้ข้าฟัง แต่ว่าท่านลุงจะให้ข้าสอนท่านร้องเพลงไหนก่อนดีเจ้าคะ”

เจิ้นเทียนลอบสังเกตนางไปเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ “เฮ้อ ซารังน้อย ถ้าเจ้าสอนข้าร้องเพลงกล่อมเด็กได้ ทำไมไม่ร้องเสียเองเล่า แล้วก็รีบหลับๆ ไปซะ ข้าจะได้ไม่ต้องมานั่งเฝ้า”

ดวงตากลมโตดำขลับจ้องเจิ้นเทียนเขม็ง “ท่านลุงใจร้าย ร้องเองจะเรียกว่ากล่อมได้อย่างไรเจ้าคะ ต้องให้คนอื่นร้องสิเจ้าคะ”

ก็จริงของนาง เจิ้นเทียนเลี้ยงนางมาสักพักหนึ่งเริ่มรู้นิสัย นางจะพูดไม่หยุดหากถูกขัดใจ เขาจึงต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม

“เอาละ ไม่ต้องพูดมากแล้ว ไหนร้องให้ข้าฟังก่อน ข้าจะจำเอาไว้ แล้วร้องกล่อมเจ้า”

ซารังน้อยรีบตอบรับอย่างกระตือรือร้น “ได้เจ้าค่ะ ท่านลุงใจดี”

“ไม่ต้องมาหลอกเอาใจข้า พอจะใช้ข้า จากท่านลุงใจร้าย ข้ากลายเป็นท่านลุงใจดีขึ้นมาฉับพลัน”

เจิ้นเทียนมองนางนิ่งๆ แล้วผุดยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากสำหรับคนอย่างเขา

“แหม...ท่านลุงก็ ข้าชมท่านก็ไม่ชอบ”

“อย่าท่ามาก รีบร้องให้ข้าฟัง ข้าง่วงแล้ว จะรีบกล่อมให้เจ้าหลับ”

พอนางร้องเท่านั้น องครักษ์หนุ่มกลับเริ่มรู้สึกว่า การถูกส่งไปทำงานลับๆ หรือออกติดตามความประพฤติของพวกทหารรับจ้างง่ายกว่าต้องมานั่งฟังเสียงแสบแก้วหู

ซารังน้อยร้องเพลงได้แสบแก้วหูนัก นางร้องเพลงภาษาอะไร เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด เสียงนางเจื้อยแจ้วไม่หยุด ราวกับว่าเส้นเสียงของนางกังวานใสดั่งเสียงระฆัง ทั้งที่จริงปวดประสาทแก้วหูมาก ครั้นเจิ้นเทียนจะยกมือขึ้นอุดหูก็เกรงว่าจะจำเพลงไม่ได้

“จิ้งจกๆ ๆ ทำหัวผงกจะกินแมลง กลางคืนพอแสงไฟแจ้ง ตัวแมลง เป็นเหยื่อจิ้งจก” นางร้องไปร้องมาหลายครั้ง เจิ้นเทียนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

“เพลงกล่อมเด็กอะไรของเจ้า ข้าฟังไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว มันไม่ใช่ภาษาพวกเราชาวฮั่น อ้อ..ข้าลืมไป ฝ่าบาทบอกว่าเจ้าเป็นลูกของหญิงชาวโชซ็อนโบราณ แต่ข้าก็ไม่เห็นคนพวกนั้นใช้ภาษาเดียวกับเจ้า แม่เจ้าเป็นคนชนเผ่าใดกันแน่”

 

                 เริ่มสงสารเจิ้นเทียน555


ฝากไปโหลดค่ะ!! วางที่ Meb แล้ว ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลด ตอนนี้ติดอันดับขายดีรายวันแล้วนะคะ คลิกได้เลย!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #538 Jajijung248 (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 11:24
    ซารังน้อยน่ารักกกกก
    #538
    0
  2. #537 NatthayaSrichan (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 10:05
    จิ้งจกๆ ผงกหัวจะกินแมลง ชอบๆ555
    #537
    0