ท่านแม่ทัพโปรดมีลูกกับข้าเถอะ (พร้อมให้โหลดแล้ว)

ตอนที่ 7 : ตอน ฮูหยินของข้า (ส่วนที่1 มาอ่านกันต่อจ้า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,054
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    8 มี.ค. 61



ตอนที่ 7 ฮูหยินของข้า

 

เต้าเฟยเริ่มหงุดหงิด เขาจะซักถามอะไรเยอะนัก “ตอนอยู่ที่เผ่าทุกครั้งที่ข้าออกแบบอาวุธแล้วจะสั่งช่างตีขึ้นมาใหม่ ข้าก็จะเป็นคนไปสั่งกับพี่ซวนถานทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนเช่นครั้งก่อน พี่ซวนถานรู้ว่าข้าชอบอาวุธมาก จึงอยากให้ข้าทำมันขึ้นมาด้วยตัวเองทุกขั้นตอน”

คำตอบง่ายๆของเต้าเฟยยิ่งทำให้คนฟังหงุดหงิด พวกเขาสองคนรู้ใจกันขนาดนี้ ได้ ข้าต้องช่วยส่งเสริมพวกเขาใช่หรือไม่ มือของลู่เคอตัวที่กำถ้วยชาบีบแน่นจนแก้วแทบร้าว

“ข้าอนุญาตก็ได้ แต่ให้เจ้าไปรถม้าของจวน มีบ่าวรับใช้ติดตามไปด้วยอีกสามคน ให้กลับภายในเวลาหนึ่งชั่วยามห้ามเกินจากนี้ หากไม่ตกลงเจ้าก็ห้ามไป”

“ท่านพี่ข้าไม่ใช่บ่าวไพร่ของท่านนะเจ้าคะ ข้าจะไปรถม้าแต่จะกลับตอนไหนเป็นเรื่องของข้า”

ลู่เคอตัวลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะทำงานตบโต๊ะดังปัง “หากข้าไม่ยินยอมเจ้าก็ออกจากจวนไปไม่ได้ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเจ้าเป็นคนของจวนแม่ทัพไม่ใช่คนในเผ่าของเจ้าแล้ว”

คนของจวนแม่ทัพไม่ใช่คนสกุลลู่ เต้าเฟยผิดหวังแต่ก็ไม่ได้แสดงออก

“ข้ายังเป็นคนของเผ่าข้าอยู่ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าถือว่าข้ามาบอกท่านพี่แล้ว ท่านจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็สุดแล้วแต่ท่าน แต่ข้าจะไป”

เต้าเฟยหมุนตัวออกไปอย่างเร็วแต่ต้องชะงักฝีเท้า “หากเจ้าก้าวขาออกไปจากจวน เจ้าก็เก็บของกลับเผ่าไปได้เลย ข้าไม่คิดจะมีฮูหยินที่ทำตัวดื้อด้านไม่เชื่อฟังคำสั่ง”

เต้าเฟยเม้มปากแน่น “ท่านพี่” เต้าเฟยหมุนตัวกลับมา สูดลมหายใจเข้าลึก “ข้าไม่ไปก็ได้... ข้ามาอาศัยท่านอยู่ก็ต้องทำตามที่ท่านสั่ง แต่ข้าจะรอวันหนึ่งวันใดที่ข้ามีลูกชายแล้วจะไปจากจวนนี้และไม่กลับมาอีกเลย”

นางพูดจากแรงกดดันที่พัดผ่านมาตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งเรื่องฮูหยินม่ายและยังเรื่องที่เขาไปตามหาฮองเฮาหนิงซูเยว่ที่สุสานจนไม่กลับจวนอีก เขาเป็นบุรุษจึงทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ ส่วนนางเป็นสตรีเป็นฮูหยินของเขาต้องอยู่ใต้ฝ่าเท้า รอฟังคำสั่งของเขา มันช่างน่าเจ็บใจนัก นางรอคอยให้มีลูกชายแล้วจะกลับไปอยู่ที่เผ่าไม่ต้องมีสามีอีก นั่นคงจะดีกว่า

“ถึงเวลานั้นหากเจ้าอยากไปก็เชิญ แต่ลูกของข้าต้องอยู่กับข้าที่จวน เขาถือกำเนิดในจวนแม่ทัพก็เป็นคนของจวนแม่ทัพ”

“ข้า...” เต้าเฟยโมโหจนพูดไม่ออก เขาพูดมาจริงทุกคำ นางจะทำอะไรได้ นอกจากโมโหโชคชะตาที่พัดพานางให้มาเป็นบรรณาการแห่งต้าชิง “ข้าเข้าใจแล้ว” นางทิ้งท้ายไว้อย่างไม่สนใจ นางเสียใจแต่จะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็น จึงตอบไปแบบนั้นว่าจะทิ้งลูกไว้แต่เมื่อถึงตอนนั้นจริงๆค่อยคิดอีกทีว่าจะทำอย่างไร

ลู่เคอตัวทรุดกายนั่งลง ขบกรามแน่น เต้าเฟยต้องการอะไรจากการเป็นฮูหยินของเขา ลูกชายนางก็ไม่ต้องการ ยังใจดำกล้าทิ้งไว้กับเขาได้ลงคอ

 

เต้าเฟยปั้นหน้ายิ้มแย้มกลับไปบอกหวงซวนถานที่รออยู่ด้านนอกด้วยท่าทางกระวนกระวาย

“ไปกันได้หรือยัง”

เต้าเฟยหน้าเสีย “พี่ซวนถาน ท่านไปคนเดียวเถอะ วันนี้ข้าไม่ค่อยสบาย ไม่อยากไปไหนเลย ท่านอยากให้อาวุธมีจุดไหนที่สำคัญ ท่านตัดสินใจแทนข้าได้เลย ข้ามอบให้ท่านดูแลเรื่องนี้ เพราะข้าแต่งเข้าจวนแม่ทัพแล้วไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เผ่าอีก”

หวงซวนถานขมวดคิ้ว “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ก่อนเจ้าไป เจ้ายังดูร่าเริง หรือว่าแม่ทัพลู่รังแกเจ้า พี่จะไปคุยกับแม่ทัพลู่เอง”

“พี่ซวนถานอย่าไปยุ่งกับท่านแม่ทัพเลยนะเจ้าคะ ถ้าท่านอยากให้ข้าอยู่ที่จวนแห่งนี้อย่างสงบสุข ท่านกลับไปก่อนเถอะ”

หวงซวนถานแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่เต้าเฟยเอ่ยเหมือนไล่เขาแบบนี้  แต่คำพูดของนางก็มีเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้ว่าหากว่าห่วงนางจริงก็ต้องอย่าทำให้นางลำบากใจ

“ข้าอยากให้เจ้าอยู่ที่จวนแม่ทัพแห่งนี้อย่างมีความสุข ข้าจะกลับเผ่าของเราตามที่เจ้าต้องการ เดือนหน้ามีงานฉลองพระประสูติกาลพระโอรสพระธิดาขององค์จักรพรรดิ ข้าก็จะต้องมาอีก ไว้ถึงวันนั้นข้าจะมาเยี่ยมเจ้าใหม่”

เต้าเฟยยิ้ม “พี่ซวนถานเดินทางกลับปลอดภัยนะเจ้าคะ”

เต้าเฟยไม่ได้เดินไปส่ง แต่ลำบากใจที่ทำให้หวงซวนถานที่นางรักเหมือนพี่ชายต้องผิดหวังกลับไป แต่ทำอย่างไรได้ตอนนี้สถานการณ์ของนางกับลู่เคอตัวไม่ค่อยดีนัก หากนางดึงดันออกไปจากจวนอีกจะกลายเป็นว่าสถานการณ์จะเลวร้ายมากกว่าเก่า นางยังต้องคำนึงถึงเรื่องสำคัญที่ทำให้นางต้องมาแต่งให้แม่ทัพใหญ่แห่งต้าชิงไว้

ทำเพื่อเผ่า เพื่อทุกคนในเผ่า นางจะท่องจำคำนี้ไว้ ยอมเสียสละความสุขส่วนตนเพียงคนเดียวแต่ช่วยเหลือคนนับร้อยได้ นางถือว่าคุ้มแล้ว

 

ลู่เคอตัวไม่ต้องออกไปถามว่าเต้าเฟยออกจากจวนไปหรือไม่ พ่อบ้านหวังก็มารายงาน

“ฮูหยินพักผ่อนอยู่ในเรือนพักแล้วขอรับท่านแม่ทัพ”

“อืม” ลู่เคอตัวเงยหน้าขึ้นมาเพียงนิด ดวงตาไม่ฉายแววใดๆ แต่พอก้มหน้าลง ดวงตาพลันมีความพอใจวูบผ่านแวบหนึ่ง

“ท่านแม่ทัพขอรับ ตอนนี้ท่านเกาลุ่ยหานและท่านติงอี้เทามารออยู่ที่ด้านนอกแล้ว จะให้เชิญเข้ามาในห้องทำงานเลยไหมขอรับ”

วันนี้เขาให้สองคนสนิทมารายงานความคืบหน้าเรื่องกบฏบัวแดง ถึงจะสั่งงานหัวหน้ากองไปแล้ว แต่เขาก็ยังอยากรู้ความคืบหน้าเรื่องนี้ ขึ้นชื่อว่ากบฏเขาไม่มีทางวางใจได้จนกว่าจะปราบปรามได้หมด

เสียงประตูเปิดเข้ามาร่างของทหารสองคนสนิทก็เดินเข้ามาคำนับ

“คารวะท่านแม่ทัพ”

“นั่งลงเถอะ แล้วรีบรายงานเรื่องที่ข้าสั่งให้ไปสืบมา”

เกาลุ่ยหานและติงอี้เทามองหน้ากันครู่หนึ่ง เกาลุ่ยหานจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้น “หัวหน้ากบฏคนเก่าถูกประหารชีวิตไปแล้วก็จริง แต่ตอนนี้ในกลุ่มพวกกบฏได้แต่งตั้งหัวหน้ากลุ่มคนใหม่ขึ้นมา พวกเราสืบแล้วรู้แต่ว่ามันเป็นบุรุษชื่อจูเปาจื่อ เป็นน้องชายของหัวหน้าคนเก่า”

ลู่เคอตัวถามต่อ “พวกมันมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้าง”

ติงอี้เทาเป็นฝ่ายพูดบ้าง “คนของข้าที่ส่งไปตามหอคณิกา ร้านเหล้า ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกมันจะลอบสังหารคนสำคัญในงานฉลองพระประสูติกาลพระโอรสพระธิดาในเดือนหน้า”

“พวกมันย่ามใจกันเกินไปแล้ว ให้พวกมันมากันจริงๆเถอะ พวกเราจะได้จัดการจับพวกมันให้หมดในครั้งเดียว” เกาลุ่ยหานบอกอย่างคันมือ

“เจ้าอย่าประมาทพวกมันเกินไปนัก คนเหล่านั้นล้วนมีวรยุทธ์สูงส่ง พวกเจ้าสองคนคอยส่งคนให้ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆให้ทั่วเมืองหลวง เราต้องอาศัยข่าวที่ได้มาทำการวางแผนจัดการพวกมัน หากเรารู้ว่ามันจะทำอะไร เราก็จะจัดการมันง่ายขึ้น อย่าลืมว่าพวกมันอยู่ในที่ลับแต่เราอยู่ในที่แจ้ง ทำอะไรต้องไม่ประมาท”

“ข้าใจร้อนไปหน่อย ทำให้ท่านแม่ทัพต้องกังวล ข้าขออภัยด้วย” เกาลุ่ยหานพูด

“ช่างเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนมีฝีมือ ชอบทำอะไรรวดเร็ว ข้าจึงให้ติงอี้เทาคอยอยู่เป็นคู่หยินหยางกับเจ้า จะได้ช่วยกันทำงาน”

ติงอี้เทายิ้มให้เกาลุ่ยหาน “ได้ยินที่ท่านแม่ทัพพูดแล้วใช่ไหมลุ่ยหาน ต่อไปเจ้าต้องฟังข้าให้มากแล้ว”

“ข้าไม่ฟังเจ้าหรอกอี้เทา ข้าเชื่อแต่ท่านแม่ทัพคนเดียว” ลุ่ยหานตอบกลับไม่แยแส “นอกจากเรื่องกบฏแล้ว ที่พวกเรามาวันนี้ก็มีอีกเรื่องขอรับท่านแม่ทัพ”

ลู่เคอตัวเลิกคิ้วสูง “เรื่องอะไร”

“พวกเราลองใช้น้ำยาทำความสะอาดอาวุธของฮูหยินแล้ว พบว่ามันใช้งานดีมาก อยากได้อีก อยากจะขอให้ท่านแม่ทัพไปบอกฮูหยินให้ทำให้พวกเราอีก”

ดวงตาคมดุเบิกกว้าง “เลอะเลือนใหญ่แล้ว พวกเจ้ากล้าสั่งให้ข้าไปบอกฮูหยินให้ทำน้ำยามาให้พวกเจ้าใช้เชียวหรือ ไม่เกรงกลัวข้าที่เป็นแม่ทัพ นายของพวกเจ้าสักนิด”

เกาลุ่ยหานรีบปฏิเสธ “พวกเราเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ ขอท่านแม่ทัพโปรดอภัย”

“พวกเจ้าออกไปให้พ้นหน้าข้าตอนนี้เลย ถ้าข้าไม่เรียกหาไม่ต้องมาที่จวนอีก”

ติงอี้เทารีบดึงมือเกาลุ่ยหานให้ลุกขึ้น “ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าจะพาลุ่ยหานไปเดี๋ยวนี้ พวกเราสองคนลากลับก่อนนะขอรับ”

เกาลุ่ยหานลุกตามติงอี้เทา วันนี้เขาเดินออกจากบ้านพร้อมกับดวงอับโชคเสียจริง พูดอะไรก็ไม่เข้าหูผู้เป็นนายเอาเสียเลย เกาลุ่ยหานคำนับแล้วรีบกลับออกไปจากห้องทำงานของท่านแม่ทัพใหญ่

 

ลู่เคอตัวลุกจากเก้าอี้ทำงานหลังจากนั่งอ่านรายงานในมือจนหมดแล้ว ระยะนี้เขามีงานมากเพราะต้องเตรียมทหารให้พร้อมสำหรับงานฉลองพระประสูติกาลพระโอรสพระธิดาที่จะประสูติในเดือนหน้านี้ เขาจะยอมให้เกิดเรื่องอันตรายร้ายแรงแก่ราชวงศ์ไม่ได้ งานนี้จึงนับว่าสำคัญมาก ขณะเดินผ่านสวนจำลองจะควบม้าไปที่ลานฝึกทหารใหม่พลันสายตาก็เห็นว่ามีเข่งซาลาเปาที่กำลังเตรียมส่งไปที่ใดที่หนึ่ง

“ซาลาเปาพวกนั้นพวกเจ้าจะนำไปไหนกัน”

สาวใช้คนหนึ่งที่อยู่ใกล้เข่งซาลาเปาขนาดใหญ่ที่สุดเป็นคนตอบ ถึงแม้จะหวาดกลัวในน้ำเสียงดุดันแฝงแววเย็นเยียบแต่ก็ไม่กล้าชักช้า

“ซาลาเปาพวกนี้ฮูหยินสั่งให้นำไปแจกจ่ายเป็นอาหารในกองทัพเจ้าค่ะ”

ลู่เคอตัวสีหน้านิ่งขรึมขึ้น ใครก็คาดเดาความคิดไม่ถูก “ซาลาเปาพวกนี้ได้ผ่านการตรวจสอบหรือยังว่ามันมียาพิษปะปนอยู่หรือไม่ ถ้าประมาทพลาดพลั้งไปทำให้ทหารของข้าตายทั้งกองทัพใครจะรับผิดชอบ”

“ฮูหยินสั่งให้ตรวจสอบซาลาเปาทุกลูกอย่างดีแล้วเจ้าค่ะ ไม่พบว่ามียาพิษ ฮูหยินจึงให้นำไปแจกจ่ายได้”

ลู่เคอตัวไม่ได้มีสีหน้าผ่อนคลายลงแต่อย่างใด เขาไม่ชอบให้สตรีมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการทหาร พวกนางควรจะอยู่ในที่ทางของนางคืออยู่บ้านให้นมลูก

“ท่านพี่ไม่ไว้ใจข้าหรือเจ้าคะ กลัวว่าข้าจะวางยาพิษทหารทั้งกองทัพของท่านหรืออย่างไร” จู่ๆ เต้าเฟยก็เดินออกมา โพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดความน้อยใจไว้

“เรื่องในกองทัพไม่ใช่เรื่องที่สตรีควรยุ่ง ข้าไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะวางยาพิษแต่ถ้าเป็นอาหารที่ทำจากนอกจวนข้าไม่ค่อยไว้ใจ”

“ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดี คนที่ข้าสั่งซาลาเปาก็คือสตรีตาบอดที่ข้าช่วยเหลือวันนั้น นางไม่มีเงินแต่มีฝีมือทำอาหารข้าจึงอยากช่วยแต่ถ้าท่านพี่ไม่พอใจ ข้าจะไม่สั่งซาลาเปานางอีก”

“ตอนนี้ซาลาเปาไม่มีปัญหาอะไรก็ให้ถือว่าคนไม่มีความผิดไปก่อน แต่ต่อไปขอให้เจ้าตรวจสอบอาหาร ของใช้ทุกอย่างให้รอบคอบ นี่คือจวนแม่ทัพที่มีคนเฝ้าปองร้าย ไม่รู้ว่ามันจะใช้เล่ห์กลอะไรกับเรา”

เต้าเฟยฟังแล้วไม่สบายใจขึ้นมา นางได้ยินมาบ้างว่ายังเหลือพวกราษฎรที่ไม่ชอบราชวงศ์ชิงอยู่อีกมาก ทำให้มีกบฏเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ

“ข้าจะระวัง”

ลู่เคอตัวพยักหน้า “ข้าจะออกไปดูการฝึกทหารใหม่ เจ้าพักผ่อนเถอะ” ลู่เคอตัวบอกแล้วเดินไหล่ผึ่งผายไปควบม้าที่พ่อบ้านหวังนำมารอไว้แล้ว เต้าเฟยหยิบซาลาเปาขึ้นมากินคำหนึ่งแล้วให้รสชาติอร่อยลิ้น ซาลาเปาไม่น่าจะมีปัญหาแต่ปัญหาอยู่ที่เขาไม่เชื่อใจนางต่างหาก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

1,721 ความคิดเห็น

  1. #1692 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 14:25

    อ่อ เป็นเช่นนนี้ ซาลาเปา

    #1692
    0
  2. #1568 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 20:12
    เมียงอนแล้ว
    #1568
    0
  3. #1194 Darkzone00 (@Darkzone00) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 15:09
    เรื่องนี้อย่าเข้าใจผิดนะครับ....จากที่ผมอ่านมาเเม่ทัพเม้งเปนตัวร้ายนะครับไม่ใช้พระเอก
    #1194
    0
  4. #848 bo-i (@bo-i) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 11:14
    ช่วงนี้แม่ทัพงี่เง่า......
    #848
    0
  5. #847 1661507 (@1661507) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 11:01
    สงสารเต้าเฟยจังเลย...
    #847
    0