ท่านแม่ทัพโปรดมีลูกกับข้าเถอะ ( ebok )

ตอนที่ 3 : ตอน ข้าหวานกว่าลูกพลับ (เต็มตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    6 มี.ค. 61



ตอนที่ 3 ข้าหวานกว่าลูกพลับ

 

“นี่ท่านนอนหลับ หรือกำลังหลับตาเพื่อฝึกลมปราณ พลังวัตร พลังซี อะไรกันหรือถึงต้องถอดเสื้อผ้าออกจนหมดสิ้นนางพูดเสียงไม่ดังไม่เบา แต่คนบนเตียงกลับยังนอนนิ่งเฉย

สงสัยจะหลับจริง

เต้าเฟยคิดในใจ พิศมองใบหน้าหล่อเหลา แม้ยามหลับยังปั้นหน้าเย็นชา  เต้าเฟยย่นจมูกใส่ แต่เรื่องนั้นช่างก่อน ตอนนี้นางมีเรื่องสำคัญกว่านั้น ในเมื่อมั่นใจว่าเป็นใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง เต้าเฟยก็เริ่มลงมือ นางกลั้นใจถอดเสื้อคลุมออกช้าๆ ตามด้วยชุดซับในสีขาวจนเหลือแต่เอี๊ยมกับกางเกงผ้าสีขาวติดตัว

แม้จะขัดเขินที่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มปลุกเร้าเขาก่อนแต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นสามีของนางแล้ว นางจะร่วมเตียงกับเขาก็ไม่ผิด นิ้วมือเรียวงามบรรจงแตะที่ข้างแก้ม สัมผัสของผิวอุ่นร้อนทำให้เต้าเฟยตัวใจหวิวไหวสั่นสะท้าน ก่อนจะรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดก้มลงจูบที่ปากหยักลึก

สัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเต้าเฟยเมื่อครู่ที่สัมผัสข้างแก้มของลู่เคอตัวทำให้เขาใจเต้นระทึก ทุกอย่างในร่างกายตื่นตัวจากความอ่อนนุ่มของเนื้อตัวและบางอย่างที่อวบหยุ่นมาสัมผัสบนแผงอก ปลุกเร้าให้เลือดในกายสูบฉีดเร็วแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ แต่เมื่อครู่นี้คืออะไรกัน

นางทำมากกว่าลูบแก้มของเขา นางกล้าจูบเขา ลู่เคอตัวบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร รู้สึกแต่เพียงว่าเลือดในกายเย็นเฉียบ

ในขณะที่เต้าเฟยกำลังคิดว่าถ้าพาตัวเองขึ้นไปนอนร่วมเตียงกับเขาจะถูกตะเพิดออกจากจวนหรือไม่นั้น แต่แล้วก็ต้องตกใจยิ่งนักเมื่อร่างกำยำของท่านแม่ทัพจู่ๆก็ลุกพรวดดีดตัวขึ้นจากเตียงแล้วโอบร่างของนางเอาไว้พาพุ่งตัวไปอีกมุมหนึ่งของห้อง ร่างของนางล้มทับร่างกำยำของเขาแล้วหมุนไปด้วยกันอีกสองตลบ เต้าเฟยไม่ทันได้หวีดร้องเพราะทุกอย่างรอบตัวเร็วมาก

ลู่เคอตัวประสาทสัมผัสไว หูของเขาได้ยินเสียงหลางเซี่ยนที่พุ่งทะยานแหวกอากาศมาจากทางทิศใต้ของจวน แต่โชคดีที่หลางเซี่ยนอันเป็นอาวุธที่มีหน้าตาประหลาดมักใช้ในการทะลวงกองทัพข้าศึกทะลุเจาะประตูห้องอันแน่นหนาเข้ามาไม่ได้แต่มีหรือที่แม่ทัพผู้เกรียงไกรจะปล่อยเหตุการณ์นี้ผ่านไป

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ!

“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ข้าจะออกไปดูเอง”

“ไม่ข้าไปด้วย”

“เจ้าเลิกวุ่นวายได้แล้ว ไม่ใช่เรื่องของสตรี เวลานี้เจ้าเป็นฮูหยิน เป็นเมียของข้า ข้าสั่งเจ้าต้องฟัง”

เต้าเฟยอยากรู้แต่ครั้นจะทะเลาะกับสามีในยามนี้คงไม่เหมาะนัก นางจึงยอมตัดใจปล่อยให้เขาคว้าเสื้อเกราะอ่อนที่บุด้วยผ้าไหมอย่างดีเดินออกไปนอกจวน นางได้ยินเสียงเอะอะอยู่พักใหญ่ ได้ยินเสียงโบยประสานเสียงร้องครวญครางของผู้ชายสองคนดังสลับกันทีละครั้ง

นางไม่ต้องออกไปดูก็เดาได้คร่าวๆ ว่ามีใครกำลังถูกโบยอยู่เป็นแน่แล้วสักพักทั้งจวนก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด นางรอแล้วรอเล่าเขาก็ไม่กลับมา เต้าเฟยชักจะเบื่อ นางจึงเดินกลับไปที่เตียงค่อยๆหย่อนกายลงจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนจริงจัง ผ้านวมให้ความรู้สึกนุ่ม อุ่นสบายกำลังดี พอนอนแล้วก็ผล็อยหลับไปในที่สุด

 

ฝ่ายลู่เคอตัวจ้องหน้าเหล่าทหารที่มีพื้นที่พักแรมอยู่ในค่ายซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของจวนด้วยสีหน้ามืดทะมึนเย็นชา เกิดมาเป็นทหารนั้นถือได้ว่ามีภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ทุกคมดาบที่ฟาดไปข้างหน้าล้วนมีความหมายเพราะนั่นหมายถึงการปกป้องคุ้มกันคนที่อยู่ในแนวหลังให้พ้นภัย หากทหารผู้ใดนำศาสตราวุธมาเล่นในเชิงการพนันผู้นั้นไซร้ย่อมไม่ใช่ทหารดีแต่เป็นทหารเลว

แม่ทัพใหญ่โยนไม้สำหรับโบยลงโทษทหารเลวลงพื้น ทหารสองคนรีบเข้ามาเก็บไม้โบยนั้น ส่วนทหารอีกสี่คนรีบเข้ามานำทหารที่ถูกแม่ทัพโบยด้วยตนเองพาไปทำแผลและสั่งให้ขังคุกทหารเป็นเวลาเจ็ดวันก่อนจะกลับเข้ามาทำหน้าที่เดิม

ลู่เคอตัวขุ่นเคืองใจนักที่ทหารในค่ายสองนายบังอาจนำหลางเซี่ยนมาพุ่งทะยานแข่งกัน พวกเขาพนันกันว่าหากหลานเซี่ยนของใครปลิดลูกพลับไฟซึ่งเป็นผลไม้สีทองที่ได้ขึ้นชื่อว่าหวานที่สุดลงมาได้ผู้นั้นจะเป็นฝ่ายชนะและจะได้เงินรางวัลที่ตั้งกันเอาไว้

พวกเขาไม่ได้กล้าลบหลู่เกียรติของท่านแม่ทัพ ไม่อาจหาญกล้าจะพุ่งหลางเซี่ยนไปยังทิศที่แม่ทัพใหญ่พักอาศัยแต่เมื่อครู่โชคร้ายเกิดลมวูบหนึ่งพัดมาจากทิศทางใดก็ไม่รู้ จู่ๆก็พัดพาให้หลางเซี่ยนเปลี่ยนทิศทางจากต้นพลับไฟไปตกถูกเรือนนอนท่านแม่ทัพ พวกเขาคิดว่าอาจจะถูกสั่งตัดหัวหรือไม่ก็ขังลืมโชคยังดีท่านแม่ทัพใหญ่ยังเมตตาไว้ชีวิต แต่ท่านแม่ทัพใหญ่ก็เกลียดเรื่องการพนันจับใจจึงเป็นผู้โบยทหารสองนายนี้ด้วยตนเอง

“ขอบคุณท่านแม่ทัพ ขอบคุณท่านแม่ทัพ” เป็นเสียงขอบคุณปนครวญครางจากพิษบาดแผลที่ได้รับของทหารที่ถูกลากออกไป ลู่เคอตัวส่ายหน้าอย่างระอาแกมผิดหวัง

“ต่อไปนี้หากข้าเห็นผู้ใดแอบลักลอบเล่นการพนันขันต่อในจวนของข้า ข้าลู่เคอตัวจะสั่งตัดมือมันทั้งสองข้างทิ้งเสีย”

เสียงขานรับคำดังกังวานของทหารม้าภายใต้การปกครองของแม่ทัพใหญ่แห่งกองแปดธงดังขึ้น เขายกมือให้สัญญาณ ทหารเหล่านั้นก็กระจายตัวกลับไปยังจุดเดิมอย่างเป็นระเบียบ

ลู่เคอตัวผ่อนลมหายใจ เป็นทหารต้องอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดแต่นี่กลับทำตัวไร้ซึ่งระเบียบ แล้วจะเป็นทหารที่ดีได้อย่างไร ร่างใหญ่โตเดินกลับไปยังตนพลับไฟ

สตรีคนหนึ่งซึ่งเขาเคยนำพลับไฟไปฝากนาง นางชมว่าหวานเหลือเกิน เกินกว่าพลับชนิดใดที่นางเคยได้ลิ้มชิมรสมา ลูกพลับไฟสีแดงนี้เขาได้นำมาจากเมืองหลินถง พลับไฟชนิดนี้มีสีค่อนไปทางแดงแม้ลูกจะไม่โตแต่กลับมีรสหวานมากเขาคิดว่าเมื่อนำมาปลูกที่จวนมันอาจจะตายแต่ตรงกันข้ามมันกลับออกลูกมากมายและคนมีน้ำใจกว้างใหญ่อย่างแม่ทัพลู่เคอตัวไม่เคยจะกีดกันเก็บไว้กินคนเดียว เขาอนุญาตให้ทหารที่อยู่ในจวนมาเก็บเอาไปกินได้ แต่เหล่าทหารกล้ากลับเกรงใจท่านแม่ทัพที่เปี่ยมคุณธรรม นอกจากกุมกำลังไพล่พลแล้วลู่เคอตัวยังกุมหัวใจเหล่าทหารกล้าได้ด้วยเมตตา และคุณธรรม หากไม่ได้อยากกินจริงๆ พวกทหารหรือข้ารับใช้ในจวนจะไม่มีใครกล้ามาสอยลูกพลับไฟไปกิน พวกเขาเพียงจะเก็บใบของมันนำไปหั่นตากแห้งเป็นชาพลับไฟอย่างดี

ดวงตาคู่คมภายใต้ขนคิ้วหนาขมวดมุ่น เมื่อเหลือบเห็นเกออาวุธของทหารคนใดคนหนึ่งซึ่งเขาโบยไปเมื่อครู่ตกอยู่ ลู่เคอตัวหยิบเกอซึ่งเป็นอาวุธสำหรับพลทหารราบทำด้วยสัมฤทธิ์ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างดีขึ้นมาถือไว้ มุมของมันนั้นพอเหมาะพอดีสำหรับการตัดคอข้าศึกในระยะประชิด รูปทรงที่คล้ายมีดสั้นแต่มีส่วนทำมุมโค้งงอสามารถใช้เหวี่ยงขว้างได้อย่างถนัดมือ หากมีความเชี่ยวชาญในอาวุธนี้แม้แต่หอก ทวน หลาวยังต้องสยบ แต่เมื่อนำไปต่อกับด้ามยาวก็ใช้สำหรับการโจมตีในระยะไกลส่วนปลายโง้งนั้นสามารถเกี่ยวให้ขาของม้าศึกล้มลงได้

ลู่เคอตัวผู้มีความเชี่ยวชาญในทุกศาตราหยิบส่วนหัวของเกอที่ไร้ด้ามขึ้นมาก่อนจะเหวี่ยงขว้างมันไปยังยอดของต้นพลับไฟ ลูกพลับผลบนสุกแดงสะพรั่งแม้ยามกลางคืนก็ยังเห็นเด่นชัดราวกับลูกไฟดวงน้อยๆ

เขาเห็นจากแสงคบไฟว่าเกอเกี่ยวพันที่ขั้วของมันก่อนที่ผลพลับจะร่วงหล่นลงมา ผลพลับไฟไม่ทันถึงพื้นร่างกำยำก็ก้าวกระโดดดีดตัวขึ้นเหนืออากาศ ยื่นมือรับลูกพลับสามลูกเอาไว้ได้

ลู่เคอตัวยิ้มบางๆสมใจ จากนั้นเดินกลับไปยังที่พัก กระนั้นเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง แม่ทัพใหญ่หยุดย่างเท้าแล้วหันหลังกลับไปมองที่ต้นพลับไฟอีกครั้งแต่สายตาของเขาไม่พบสิ่งปกติใดๆ

เขาเดินกลับมาถึงห้องนอน เปิดประตูเข้ามาก็ได้ยินเสียงลมหายใจบวกกับเสียงกรนเบาๆ ลู่เคอตัวขมวดคิ้ว เจ้าของเสียงนั้นคือเต้าเฟย นางมายึดครองเตียงนอนของเขา ลู่เคอตัวเดินเข้าไปใกล้ปกตินางเป็นคนหูไว ตาไว การที่เขาเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิดเช่นนี้นางควรจะตื่นขึ้นมาแล้ว คงเป็นเพราะวันนี้นางเหนื่อยจากการจับแพะไปย่างเป็นตัวๆ จึงหมดแรงและหลับสนิทไป ลู่เคอตัวยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าผากของนางแล้วออกแรงดันหวังให้นางรู้ตัว

“ข้าจะนอนแล้ว เจ้ากลับไปยังที่พักของเจ้าได้แล้ว”

นิ้วชี้ค่อนข้างหยาบเพราะจับอาวุธกรำศึกมานานสัมผัสกับผิวนุ่มเนียนทำให้เต้าเฟยเปิดเปลือกตาขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็นลู่เคอตัวที่กลับมาถึงแล้วนางก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันที เวลานี้ท่านแม่ทัพใหญ่ถอดเสื้อเกราะอ่อนออกแล้วเหลือแต่ชุดนอนสีขาว เต้าเฟยเห็นสายตาเข้มงวดที่มองมาแต่นางก็หาได้ใส่ใจ นางเป็นฮูหยินนางมีสิทธิ์บนเตียงของเขา

“ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”

“ข้ากลับมาแล้ว ส่วนเจ้ากลับไปได้แล้วข้าจะนอน”

เต้าเฟยหลุบตาลง แม่ของนางสอนว่าไม่มีอาวุธใดร้ายกาจเกินมารยาและเสน่ห์ของสตรีอีกแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่ายามมองลงบนกระจกนางก็ชื่นชมความงามของตนอยู่ไม่น้อย ในเมื่อสามีของนางไม่ยอมทำหน้าที่ของตน เห็นทีนางคงต้องทำหน้าที่นี้เองเสียแล้ว

นางเงยหน้าขึ้นมา “ข้าอยากนอนใกล้ท่าน”

“แต่ข้าอยากนอนคนเดียว เจ้ากลับไปได้แล้ว”

“นั่นพลับไฟนี่นา” นางเห็นลูกพลับไฟในมือเขา ไม่คิดว่าที่หายไปแม่ทัพใหญ่จะไปปีนเก็บลูกพลับมาให้นาง “หากท่านคิดว่าพลับไฟที่ท่านนำมานั้นหวานมาก ข้าเต้าเฟยหวานกว่าลูกพลับของท่านยิ่งนัก”

ลู่เคอตัวเริ่มรู้สึกว่าฮูหยินพระราชทานนางนี้ท่าทางจะรับมือยากเสียแล้ว เดี๋ยวก็แข็ง เดี๋ยวก็อ่อน คาดเดาใจได้ยาก คราแรกที่เขาเก็บลูกพลับไฟกลับมาตั้งใจจะเอามามอบให้นางเพราะเห็นแก่ความพยายามในการย่างแพะทั้งตัวกว่าค่อนวันมาให้เขาได้ชิมรส แต่เห็นสายตาหวานจนดูแปลกที่มองเขาราวกับเห็นขนมเซาปิ่ง ลู่เคอตัวก็เปลี่ยนใจที่จะมอบพลับไฟให้นาง เขาจึงนำมันไปวางไว้บนโต๊ะทำงานที่อยู่ถัดไปจากเตียงนอนแล้วเดินกลับมา

“ท่านแม่ทัพข้าคิดว่าผัวเมียไม่ควรแยกจาก”

“ข้ากับเจ้าก็ไม่ได้แยกจากแค่แยกเตียง” แม้จะไม่พอใจนางที่ทำให้จิตใจเขาไขว้เขว แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับก็ยังนุ่มนวล

“ท่านรังเกียจอะไรข้านักเจ้าคะ บอกข้าได้หรือไม่”

ลู่เคอตัวนิ่งเงียบ เขาไม่ได้รังเกียจแต่อยู่ในระยะรบรากับความรู้สึกมากกว่า เด็กคนหนึ่งโดยเฉพาะลูกของเขาต้องเกิดด้วยความรัก ไม่ใช่เพราะแม่อยากมีลูกเพียงเพื่อที่จะทำตามหน้าที่ให้เสร็จ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาทำเย็นชาหมางเมินใส่นาง

 

สายลมในยามราตรีพัดพาใบของพลับไฟปลิวร่วงลงพื้น ร่างงดงามเย้ายวนพลิ้วไหวอยู่บนยอดต้นพลับไฟสูงเลยหลังคาจวนไปไม่มาก นางกระโดดและเคลื่อนไหวไร้แม้แต่เสียง นางตามเขามาเพราะคิดว่าบางทีเจ้าของจวนแห่งนี้อาจจะเป็นชายคนรักที่นางตามหาแต่ไม่มีสิ่งใดเลยที่คล้ายกับอดีตคนรักของนางแต่การเก็บลูกพลับไฟของเขาน่าสนใจนัก นางอยากรู้ว่าเขาจะนำมันไปมอบให้ใคร

ในขณะที่สองดวงตากำลังสบกันนิ่ง ใครบางคนกำลังแอบมองพวกเขาผ่านช่องรูเล็กๆ ที่ใช้นิ้วชี้อันแหลมคมกดกรีดเข้ามาพอให้สายตามองลอดผ่านรู ร่างงดงามเย้ายวนด้วยเครื่องแต่งกายสีขาวมองดูชายหนุ่มซึ่งเมื่อครู่นางเห็นเขาใช้เกออย่างคล่องแคล่ว เขาคงเป็นเจ้าของจวน ที่แท้เขาก็นำมันมาให้ฮูหยิน

มี่เอินสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ออกมาจากที่พักของแม่ทัพใหญ่ นางยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะนางไม่อยากจะเชื่อผัวเมียคู่นี้จะยังบริสุทธิ์อยู่อีกผู้ชายก็งดงามดั่งพานอินส่วนเมียนั้นก็งดงามปานเทพธิดา เหตุใดเจ้าแม่ทัพรูปงามผู้นี้ถึงไม่เคยแตะต้องฮูหยินของตนหรือว่าเขาทั้งสองมีเรื่องหมางใจกัน

เมื่อเห็นด้วยสองตาของตนแล้วว่าแม่ทัพหนุ่มแห่งต้าชิงนั้นรูปงามประดุจพานอิน ทั้งยังฝีมือเก่งกล้า ไม่ใช่คนรักในอดีตชาติที่นางกำลังตามหา มี่เอินนางจิ้งจอกเก้าหางในตำนานก็มั่นใจว่านี่เป็นการเสียเวลาอย่างแท้จริง นางจะต้องจากที่นี่ไปแล้วเพื่อรีบตามหาคนรักที่แยกจากกันตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง นี่ก็ย่างเข้าสู่ราชวงศ์ชิงมานานแล้วแต่เหตุใดนางยังไม่เจอคนรักอีก แต่ก่อนไปนางขอทำอะไรสนุกๆ สักนิด

“ทำข้าเสียเวลาแล้วเจ้าแม่ทัพหนุ่ม นึกว่าท่านจะเป็นคนรักของข้าแต่แล้วก็ไม่ใช่ แต่ก่อนไปขอข้าเล่นอะไรสนุกๆ หน่อยก็แล้วกัน นังหนูมารยาของเจ้าช่างอ่อนเดียงสายิ่งนักคืนนี้ข้ามี่เอินจะช่วยให้เจ้าได้สมปรารถนา ข้าชอบเห็นคนรักกัน”

มี่เอินยกนิ้วขึ้นมาแสงสว่างวาบสีขาวหมุนรอบนิ้วเรียวยาวแหลมของนาง มี่เอินเป่ามนต์แสงสว่างนั้นมันหายวาบเข้าไปในที่พักของแม่ทัพใหญ่จากนั้นร่างยั่วยวนในอาภรณ์สีขาวก็หายไปราวกับสายลม

 

ลู่เคอตัวสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างเขาวิ่งออกไปด้านนอกจมูกสัมผัสได้ถึง “กลิ่นปีศาจ มีปีศาจมาที่นี่”

แต่มันคงจากไปแล้วแต่เขาไม่วางใจลู่เคอตัวกลับเข้าไปตั้งใจจะคว้าดาบวงพระจันทร์แต่แล้วแม่ทัพหนุ่มกลับต้องรีบคว้าผ้ามาเพื่อที่จะนำมาปิดกายให้เต้าเฟยที่ลุกตามเขามา

“เกิดอะไรขึ้นเต้าเฟย” ลู่เคอตัวจะคว้าผ้าแพรผืนหนึ่งที่เขาเก็บเอาไว้แต่เต้าเฟยพุ่งตัวเข้าหาเขาแล้วกอดเขาเอาไว้แววตาของนางราวกับต้องมนต์สะกด

“จูบข้าเถอะท่านพี่ ข้าต้องการท่าน”

“เจ้าเป็นอะไรปล่อยมือของเจ้าก่อน”

“ไม่ปล่อยเจ้าค่ะ คืนนี้ท่านจะต้องเป็นของข้า”

“เจ้าบ้าไปแล้ว”

“ท่านต่างหากที่บ้า หากปฏิเสธข้า แต่ถึงอย่างไรคืนนี้ข้าจะไม่ยอมให้ท่านปฏิเสธอีก”

“เจ้าดูอาการหนักหรือว่าเจ้ากำลังถูกมนต์ของปีศาจเล่นงาน” แววตาของนางในขณะนี้ไม่ใช่ยั่วเย้าหว่านเสน่ห์ใส่เขาแต่ดวงตานางแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาเจือขึ้นมาแวบหนึ่งทำให้ให้ลู่เคอตัวรู้ทันทีว่านางถูกมนต์สะกดของปีศาจเล่นงานร่วมกับความต้องการของนางเอง

 เขาหลับตาแล้วกำลังเปิดเปิดเปลือกตาขึ้นมาเพื่อท่องคาถาแต่เวลานี้ปากจิ้มลิ้มของนางกำลังประทับลงบนปากของเขา

ดวงตาองอาจห้าวหาญเบิกกว้าง เต้าเฟยก้มลงจูบที่ปาก จากรสสัมผัสเย็นเฉียบในทีแรกก่อนจะกลายเป็นความร้อนผ่าวนุ่มละมุนราวแป้งขนมรสเลิศที่เขาอยากกัดชิมลิ้มรสดูบ้าง เขาเองก็ไม่ใช่หินผา มีความรู้สึกในเพศรสทุกประการ เมื่อถูกปลุกเร้าเขาก็ทนแทบไม่ไหว จูบของนางยังไม่จบเพียงเท่านั้นเพราะนางจูบไม่เป็น ความเงอะงะจะผละเข้าหรือผละออกดีเลยกลายเป็นทำให้นางจูบเขาอย่างเนิ่นนาน ลู่เคอตัวประสานสายตากับคนที่เหมือนถูกมนต์สะกดให้ทำ

“นี่เจ้า” ลู่เคอตัวเปล่งเสียงออกมาได้แค่นั้นคาถาที่เขาเคยเล่าเรียนมากับอาจารย์ถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ แล้วใช้พละกำลังที่เหนือกว่าพลิกร่างเต้าเฟยที่ไม่ทันตั้งตัวนอนลงกับเตียง นางหวีดร้องออกมาคำหนึ่ง

“โอ๊ย”

จากนั้นร่างบอบบางที่มีเพียงแค่เอี๊ยมกับกางเกงนอนก็เป็นฝ่ายเสียท่านอนหงาย สายตาประสานกัน เป็นนางที่ถูกเขาทาบทับไว้จนหมดตัว

“เจ้าทำให้ข้าลืมคาถาแล้วข้าจะช่วยเจ้ายังไง”

“ท่านลืมคาถาก็ไม่ต้องท่องสิเจ้าคะแค่ทับขึ้นมาบนร่างของข้าก็พอ”

“ไร้ยางอาย ปีศาจตนใดเสกคาถาใส่เจ้าสติเจ้าถึงได้ฟั่นเฟือนถึงเพียงนี้

“ท่านแม่ทัพท่านเปลี่ยนใจยอมร่วมเตียงกับข้าแล้วใช่ไหมเจ้าคะ” เต้าเฟยร้องถามด้วยน้ำเสียงมีจริตจกร้านกว่าเคย

“เจ้าใจกล้าเทียมฟ้าจริงๆถึงได้คิดจะปล้ำข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำสำเร็จหรือไงกัน”

“ทำสำเร็จหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ท่านเป็นสามีของข้า ในเมื่อท่านไม่ไปหาข้า ข้าก็มาหาเอง ผิดตรงไหน ท่านต่างหากที่ไม่ยอมทำหน้าที่สามีแก่ข้า” ตอนนี้นี่เองที่ลู่เคอตัวไม่รู้แล้วว่าที่นางเป็นอยู่ตอนนี้คือจิตสำนึกของนางเองหรือเพราะมนต์สะกดใดครอบงำอยู่กันแน่

ลู่เคอตัวจ้องดวงหน้างาม นางคิดจะใช้วิถีของสตรีคือการยั่วยวนมาทำให้เขาเลี่ยงไม่ได้ เขาพูดอย่างรู้ทัน “ข้าบอกแล้วว่าไม่อยากทำหน้าที่สามี แต่ในเมื่อเจ้าเข้ามาหาข้าเอง ถ้าข้าทำอะไรลงไปก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน ไม่ว่าเจ้าจะถูกมนต์ปีศาจ หรือว่าจะเป็นความต้องการของเจ้าเองข้าลู่เคอตัวจะไม่อ่อนข้อเมตตาให้เจ้าแล้ว”

“ท่านจะทำอะไร จะฆ่าข้าเหรอ”

ลู่เคอตัวส่ายหน้า กวาดมองทั่วร่างกลมกลึงขาวผ่อง เขาเองก็ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานาน พอมาเห็นเรือนร่างโฉมสะคราญในห้องนอนเช่นนี้ก็ยากจะหักห้ามความต้องการ มือหนาจากการกรำอาวุธหนักมานานลากผ่านจากต้นแขนไล่ลงมาตามชายโครงแล้วไปหยุดที่เอวคอดกิ่ว มือของลู่เคอตัวชะงักที่ผ้าคาดเอวทำท่าจะกระตุกมันออก

“รู้หรือไม่คาถาของข้าไล่ได้มากกว่าปีศาจเจ้าคอยดูก็แล้วกัน”

เต้าเฟยไม่เข้าใจ เมื่อครู่นางรู้สึกเหมือนวิงเวียนมีอะไรกดทับศีรษะนางไว้แต่พอถูกลู่เคอตัวพูดข่มขู่จนตกใจพลันอาการวิงเวียนก็หายไป

เต้าเฟยยังงุนงงกับคำพูดของเขา แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้นางก็จะยินยอม เพราะเป็นสิ่งที่ต้องการอยู่แล้ว นางจะหลับหูหลับตาปล่อยให้เขาทำไป หวังเพียงอย่างเดียวว่าขอให้เขาเก่งกาจเหมือนทำศึก ทำให้นางได้ลูกชายตั้งแต่ครั้งแรกที่ร่วมเตียง

อาการสั่นเทาน้อยๆ ของคนที่อยู่ใต้ร่างทำให้แม่ทัพหนุ่มพลันหัวใจกระตุก เขาอยากรู้ว่านางจะทำอะไรเพื่อให้เขาเลี่ยงนางไม่ได้ เขาจึงลงกลอนไว้หลวมๆ เพื่อให้นางเข้ามาในห้องได้แล้วปล่อยให้นางเข้าถึงตัว นางเองก็พร้อมใจจะร่วมเตียงอยู่แล้ว อยู่ที่เขาเท่านั้นจะให้ความร่วมมือหรือไม่

เวลานี้ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนจากสีเทากลายเป็นดำขลับดังเดิม ลู่เคอตัวนึกขำไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นนางถึงได้บุกรุกเขาราวกับถูกมนต์สะกด แต่เวลานี้เต้าเฟยคงกลับมาแล้ว ใบหน้านางแดงเข้ม นึกกระหยิ่มยิ้มย่องแค่เขาขยับปีศาจยังสยบหรือนี่เพราะผ่านสนามรบออกศึกมามากมายเรื่องเหนือธรรมชาตินั้นลู่เคอตัวเจอมากับตัวนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว กลิ่นของปีศาจก็จางไปแล้วเวลานี้คงไม่มีมีอะไรเพียงแค่นึกว่าปีศาจตนใดที่มาแกล้งเขากับนางแต่เวลานี้มันคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

ตอนนี้ที่เขาสนใจคือเต้าเฟย เมื่อครู่นางจูบเขา เขาก็จะทำแบบเดียวกับนาง คือจูบคืน ลู่เคอตัวก้มลงไปจูบที่กลีบปากอิ่ม

“ท่านแม่ทัพ ข้า...”

“อย่าบอกนะว่าเจ้าจะเปลี่ยนใจ”

“ข้าไม่เปลี่ยนใจ แต่ข้าอยากถามว่ามันจะ...เอ่อ..จะเจ็บไหมเจ้าคะ” นางรู้ดีว่าเขากำลังจะทำอะไรแม้จะหวั่นเกรง แต่นางก็ยังกล้าถามออกไปอย่างหาญกล้า

ลู่เคอตัวถอนใจ เขาต้องมาอธิบายเรื่องนี้แก่นางด้วยหรือนี่ แต่เอาเถอะ เขาลู่เคอตัวจะเล่าให้นางฟังเอง “เจ้าถนัดการใช้อาวุธทุกประเภทอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทวนหรือพลอง อาวุธส่วนตัวของข้าก็ไม่ต่างจากอาวุธพวกนั้นเท่าใดถ้าปลายอาวุธต้องเนื้อเจ้าเจ็บ มันก็เจ็บเช่นเดียวกัน”

“เจ็บมากขนาดนั้นเชียวหรือเจ้าคะ”

คำบอกของเขาทำให้ผิวหน้าของเต้าเฟยแดงจัด

“อืม” ลู่เคอตัวพยักหน้าตอบ

เต้าเฟยกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนถามต่อ “ถ้าข้าทนได้ ท่านจะให้ลูกชายกับข้าใช่ไหม”

คำถามซื่อๆและดวงตากลมโตที่จ้องเขาอย่างรอคอยคำตอบทำให้ลู่เคอตัวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียเองไม่มีสตรีนางใดทำให้เขารู้สึกสับสน วุ่นวายเช่นนี้มาก่อนนางทำให้บุรุษอายได้นางช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว

“ขึ้นอยู่ที่เจ้าแล้วว่าจะให้ความร่วมมือแค่ไหน ถ้าอยากได้ลูกชายก็ต้องใช้หลายกระบวนท่า ถึงจะสำเร็จ”

“หลายกระบวนท่า แต่แม่นมบอกว่าข้าแค่นอนนิ่งๆ ก็ได้ลูกแล้ว” เต้าเฟยรีบยกมือปิดปากที่เผลอหลุดพูดความจริงออกไป

ก่อนแต่งเข้าจวนแม่ทัพ นางมีอาการกระวนกระวายใจกับชีวิตหลังแต่งงานทำให้แม่นมเซียงแนะนำเรื่องนี้ให้ฟังมาบ้าง แม่นมยังบอกให้นางทำใจให้สบายทำตัวว่านอนสอนง่ายตามที่ท่านแม่ทัพบอก เรื่องการมีลูกนั้นนางไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่นอนนิ่งๆ ก็สามารถมีลูกได้แล้ว แต่เมื่อครู่ท่านแม่ทัพบอกว่าต้องใช้หลายกระบวนท่า แต่กระบวนท่าเหล่านั้นแม่นมไม่เคยสอน แม้นางจะเป็นสตรีที่ห้าวหาญแต่อ่อนเดียงสาไร้ความรู้ในเรื่องนี้เพราะชนเผ่าของนางสตรีจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องนี้ ตอนที่ถามแม่นมก็ต้องคาดคั้นอยู่นานกว่าจะได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้

“ถ้าเช่นนั้นท่านบอกข้าแล้วกันว่าข้าต้องทำเช่นใดข้าจะทำตาม”

เต้าเฟยไม่อยากให้ผิดพลาดแม้สักครั้ง จึงให้ความร่วมมืออย่างดี

“ก่อนอื่นเอามือเจ้าคล้องคอข้าไว้” นางสูดลมหายใจเข้าลึก ทำใจกล้าเอื้อมมือไปคล้องคอเขาไว้ ใบหน้านางกับเขาอยู่ห่างกันแค่ปีกผีเสื้อพัดผ่าน ลู่เคอตัวละล้าละลัง เขาอยากถอนตัวหนีจากกลอุบายนี้ของนางแต่เหตุใดเขายังไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ที่ทำได้กลับเป็นก้มลงไปจูบนางเบาๆที่กลีบปาก

เต้าเฟยหลับตาแน่นกว่าเดิม นางเริ่มกลัวจนอยากจะหยุดทุกอย่างลง แต่ภาพที่นางจะได้ให้กำเนิดบุตรชายเพื่อเป็นหลักประกันมั่นคงสำหรับชนเผ่าของนางท่านพ่อบอกว่าทนแค่มีลูกชายคนเดียวเท่านั้นนางจะได้อิสระ ชนเผ่าของนางจะได้รับความเมตตาจากองค์จักรพรรดิอย่างมหาศาลพี่น้องร่วมเผ่าจะได้รับที่ทำกินเป็นหลักแหล่งไม่ต้องโยกย้ายเมื่อใบไม้ร่วง ร่างกายของนางเกร็งขึ้นจนลู่เคอตัวที่ลากจูบลงมาถึงซอกคอหยุดชะงัก

นางเองก็ไม่ได้เต็มใจแต่นางทำไปเพราะเห็นเขาเป็นพ่อพันธุ์ผลิตลูกชาย ความคิดนี้เกือบจะทำให้ทุกอย่างที่ก่อตัวขึ้นในกายแม่ทัพหนุ่มหยุดลง แต่เพราะร่างอรชรแน่งน้อยของนางที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ ทำตามใจต่อไป เขาลากมือลงไปที่ผ้าคาดเอวแล้วดึงบางสิ่งบางอย่างออกมาก่อนจะตวัดข้อมือซัดมันไปปักไว้กับประตู

“ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าไม่ให้นำอาวุธลับเข้ามา”

เต้าเฟยมองด้วยความตกใจ เขาดึงอาวุธลับของนางไปโดยที่นางไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็ไม่รีรออีก ผ้าคาดเอวกับกางเกงของนางกำลังถูกดึงลง มืออีกข้างของเขาก็เอื้อมมากอบกุมทรวงอกของนางไว้อย่างมั่นเหมาะ

เต้าเฟยใจแข็งอีกไม่ไหวจากการถูกโอ้โลม นางไม่ได้รักเขา เขาไม่ได้รักนางเขากับนางกำลังทำงานร่วมกัน มือของนางจึงผลักเขาออกโดยไม่รู้ตัว ลู่เคอตัวหงายหลังไป เขาเองก็มองนางที่ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ร่างกึ่งเปลือยของนางที่ยืนต่อหน้าทำให้ลู่เคอตัวต้องข่มความรู้สึกอยากกดนางลงกับเตียงแล้วทำในสิ่งที่สามีจะทำกับภรรยา

“ท่านแม่ทัพข้าไม่อยากอยู่ล่าง” เมื่อก่อนนางคิดว่าการเริ่มก่อนคือการถูกดูหมิ่น แต่ตอนนี้นางของกลืนศักดิ์ศรีของความเป็นสตรีไปก่อน

“เจ้าว่ายังไงนะ”

“ข้าไม่แน่ใจว่าท่านจะทำให้ข้าเจ็บหรือเปล่าแต่ถ้าข้าอยู่ข้างบนข้าคิดว่าข้าจะไม่เจ็บมาก อีกอย่างข้าไม่อยากให้ท่านมองข้าด้วยสายตาแบบเมื่อกี้อีก”

“ข้ามองเจ้าแบบใดกัน” ลู่เคอตัวถามเสียงแข็งด้วยความสงสัย เขาเผลอมองนางแบบใดกันนะ

“ท่านมองข้าเหมือนเป็นขนมฮ้วกก้วยที่ท่านจะกลืนกินให้หมดในครั้งเดียว ท่านคิดอะไรกันอยู่แน่ ไหนเคยว่าข้าไม่สวย หาความงามไม่ได้”

“มันไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาถาม เจ้ามาเพื่อต้องการให้ข้าร่วมเตียงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ไม่มาให้ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาล่ะ หรือว่าคนเก่งอย่างเจ้ากลัวข้าแล้ว”

“ข้าไม่ได้กลัวแต่ข้าคิดว่าไว้วันหลังก็ได้” เต้าเฟยเริ่มกลัวแววตาคุกคามของลู่เคอตัว เขาไม่เย็นชาเหมือนเมื่อวานแต่ทำท่าจะตะครุบนางไปขย้ำให้ได้ คิดไปคิดมาเต้าเฟยอยากกลับไปตั้งหลักให้พร้อม “ข้ากลับก่อนดีกว่า”

นางบอกแล้วกำลังจะดึงอาวุธลับกลับไปด้วยแต่เหมือนถูกอะไรมาคว้าเอวไว้ เต้าเฟยหันไปมองก็เห็นว่าเป็นลู่เคอตัวที่อุ้มนางกลับไปวางที่เตียง

“ใครบอกให้เจ้ากลับออกไป”

“ข้ามาเอง กลับเองได้เจ้าค่ะ” ดวงตากลมโตเวลานี้ดูขาดความมั่นใจไม่เหมือนเคย ยิ่งเห็นเขาขยับเข้ามานางรีบถอยอย่างรวดเร็วไปอีกสองก้าว

“ห้องของข้าใช่ว่าคิดจะเข้ามาแล้วกลับไปเมื่อไรก็ได้ ข้ายังไม่ให้เจ้ากลับ” ลู่เคอตัวบอกพร้อมก้มใบหน้าลงต่ำ แกล้งงับติ่งหูนางเพื่อหยอกเย้า เต้าเฟยดิ้นรนหนีแต่ก็ถูกเขาดึงกลับมาดังเดิม “อย่าคิดหนีเลย เจ้าออกไปจากห้องข้าไม่ได้หรอกถ้าข้าไม่อนุญาต”

“โปรดปล่อยข้ากลับห้องเถอะ”

“เมื่อครู่เจ้ายังเก่งอยู่เลยทำไมตอนนี้มาอ้อนวอนขอร้องข้าแล้วล่ะ”

“ข้า ข้าคิดว่าเรื่องมีลูกไว้ทำวันไหนก็ได้ ยังไงเราสองคนก็แต่งงานกันแล้ว” นางตอบอุบอิบ

“แต่ข้าอยากทำเดี๋ยวนี้ เจ้านอนลงซะ” เขาแกล้งขู่

“ไม่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพข้าอยากมีลูกกับท่านแต่ขอเป็นวันพรุ่งนี้เถิด”

“วันนี้กับวันพรุ่งนี้ต่างกันอย่างไร”

“วันพรุ่งนี้ก็หมายถึงข้ายังมีเวลาอีกหลายชั่วยามเพื่อเข้าใจหลักการของสรีระว่าท่านกับข้าแตกต่างกันเพียงใด ข้าต้องเข้าใจก่อนจึงจะไม่กลัวและถึงจะยอมให้ท่านทำลูกให้”

“เจ้าบ้าไปแล้ว การร่วมเตียงกันไม่ต้องคิดมากมายเช่นนั้น” เสียงที่พูดนั้นกดต่ำจากอารมณ์หลากหลาย แต่หนึ่งในนั้นมีความเสียดายแฝงอยู่จนลู่เคอตัวยังประหลาดใจ ขณะที่เต้าเฟยยิ่งประหม่า

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ข้ายึดถือคตินี้มาตลอด ตอนนี้ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับร่างกายท่านเลย ขอข้าศึกษาก่อนเถิด”

ลู่เคอตัวทนไม่ไหว ดึงมือนางเข้ามา “งั้นเจ้าก็รู้จักกับร่างกายของข้าเสียตอนนี้” เขาจับมือนุ่มนิ่มของนาง วางลงบนแผงอก

เต้าเฟยเบิกตากว้าง ใจเต้นแรงจนส่งผ่านไปถึงมือน้อยๆ ลู่เคอตัวเห็นแล้วอดขำไม่ได้แต่เขาก็ฝืนบังคับสีหน้าให้นิ่งขรึมเข้าไว้

เต้าเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก มองมือตัวเองที่ลากผ่านผิวเนื้อที่แน่นตึงเป็นมัดๆเหมือนท่อนฟืนถูกมัดเชือก ใช่แล้วผิวเนื้อของท่านแม่ทัพเป็นสีคล้ำเข้ม แน่นตึง แข็งแรงเหมือนท่อนไม้ดีๆนี่เอง

“เป็นยังไงบ้าง”

“ขะ ข้าว่าร่างกายของท่านแข็งแกร่งกำยำมาก” นางตอบแล้วก้มหน้างุด

“แล้วเป็นเช่นใดอีก เจ้าศึกษาพอหรือยัง”

“ขะ ข้า” นางเงยหน้าขึ้นมอง แล้วไล่สายตาอย่างละเอียด จึงพบว่านอกจากจะมีความแข็งแรงของผิวเนื้อแล้ว บนแผงอก ท่อนแขนยังมีรอยแผลเป็นฝังตัวอยู่มากมาย บอกให้รู้ว่าเขาผ่านศึกมาโชกโชน

“ท่านมีรอยแผลเป็นเต็มตัว” นางบอกแล้วลูบไล้ที่แผลเบาๆ

“เจ้ารังเกียจหรือไม่”

เต้าเฟยก้มหน้าไม่ตอบ แล้วต้องตกใจเมื่อถูกดึงตัวเข้าไปใกล้ แผ่นอกของนางเสียดสีกับแผ่นอกของเขา นางเห็นรอยยิ้มประหลาดเกิดขึ้นบนสีหน้าของแม่ทัพผู้เย่อหยิ่ง มันเหมือนเบิกบาน ยินดี พอนางกะพริบตาปริบจะมองดูอีกครั้ง สีหน้าเขาก็กลับมาเรียบขรึมเหมือนเดิม เหมือนเมื่อครู่นางมองผิดไป

ลู่เคอตัวอยากจะจูบนาง แต่เขาต้องขบกรามแน่น ห้ามใจตัวเอง ปล่อยตัวนางแล้วเดินไปหยิบเสื้อนอนสีขาวที่นางถอดทิ้งเองเมื่อครู่ขึ้นมาสวมใส่ให้

เต้าเฟยที่ยังยืนงุนงง มองอย่างไม่เข้าใจ

“ใส่ซะ แล้วนอน” สายตาของนางคงเป็นคำถามเพราะลู่เคอตัวก็พูดต่อ “นอนกับข้าที่ห้องนี้” เต้าเฟยไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับเขาอีก เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเขาให้นางนอนนางก็จะนอน ดีกว่าให้เขาใช้อาวุธส่วนตัวมาทำร้ายนางในขณะที่นางยังไม่พร้อม ก็ที่ผ่านมาเขาทำท่าจะวิ่งหนีนางมาตลอดแต่พอเอาเข้าจริงเขากลับเป็นฝ่ายจะบดขยี้นาง ถ้าเจอกลศึกแบบนี้นางขอถอยก่อนเพราะกลัวจะเสียดินแดนให้เขาอย่างป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี

 

เรื่องที่เต้าเฟยออกมาจากห้องของท่านแม่ทัพใหญ่ในตอนรุ่งเช้าทำให้บ่าวรับใช้ในจวนต้องเกรงใจนางมากขึ้นเต็มสิบส่วน จากที่ตอนแรกทุกคนยังไม่กล้าให้ความเคารพนบนอบมากนักเพราะท่านแม่ทัพใหญ่แสดงท่าทางเย็นชาใส่ฮูหยินตั้งแต่วันแรกที่นางแต่งเข้ามา

แม่นมเซียงได้รับคำสั่งให้มาช่วยเต้าเฟยแต่งตัวที่ห้องนอน เห็นใบหน้าแดงซ่านของผู้เป็นนายแล้ว แม่นมสูงวัยก็อดถามขึ้นไม่ได้

“คุณหนูเจ้าคะ ปวดเมื่อยตรงไหนไหมเจ้าคะ บ่าวจะช่วยนวดให้”

เต้าเฟยมองหน้าแม่นมแล้วทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นึกถึงตอนที่แม่ทัพบ้าอำนาจไม่ยอมปล่อยนางกลับห้อง แต่ขังนางไว้ในอ้อมกอดทั้งคืนจนนางปวดตัวไปหมดตกลงเขารู้สึกกับนางอย่างไรกันแน่ แต่ที่ปวดตัวก็เพราะมือหนักๆนั่นแหละที่พาดทับร่างนางทั้งคืน พอนางจะลุกออกมากลางดึกเขาก็ห้ามเสียงต่ำแววตาดุดันจนนางนอนตัวค้างแน่วนิ่ง

ถ้าเจ้าขยับข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้านอนหลับได้อีก อีกอย่างข้าเหนื่อยมากขี้เกียจเดินไปส่งเจ้ากลับห้อง

เต้าเฟยหมั่นไส้เขานักที่คิดว่านางจะรบกวน นางไม่ทำให้เขาลำบากหรอก นางเดินกลับเองได้ ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้นอนให้เขากอดทั้งคืนก็ยิ่งทำให้นางเม้มปากแน่น

“แม่นมเซียงข้าไม่ได้ปวดเมื่อยตรงไหน ข้าสบายดี รีบช่วยข้าแต่งตัวเถอะ”

เมื่อเห็นผู้เป็นนายตัดบทไปแบบนั้นแม่นมเซียงก็ไม่กล้ารบเร้าอีก รีบแต่งตัวให้แล้วเดินตามผู้เป็นนายไปที่โถงห้องอาหาร เมื่อเต้าเฟยมาถึง ลู่เคอตัวก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาราวกับถูกสลักไว้หน้าเดียวเพียงเหลือบมามองตอนที่นางเดินมา เต้าเฟยลอบมอง เขาในเวลานี้แตกต่างกับแม่ทัพหนุ่มเมื่อคืนราวกับเป็นคนละคน

“นั่งสิ จะได้กินข้าว”

เต้าเฟยพยักหน้า “เจ้าค่ะ”

นางส่งชานมให้เขาก่อน “ชานมเจ้าค่ะ”

สตรีในเผ่าของนางต้องต้มชานมเป็น มารดาจะเป็นผู้สอนให้ลูกสาวต้มชานมให้อร่อยและต้องใช้หม้อเหล็กในการต้ม อีกอย่างที่สำคัญชานมของมองโกลจะใส่เกลือลงไป นมที่ใส่นั้นบีบสดๆ จากเต้าของแพะแม้จะมีกลิ่นคาวแต่อร่อยกลมกล่อม

“ข้าได้ยินมาว่าสตรีเผ่าของเจ้าชงชานมอร่อยนัก รสชาติไม่เหมือนถิ่นอื่น”

เต้าเฟยยิ้มภูมิใจ “ใช่เจ้าค่ะ เพราะชานมของเราจะใส่เกลือลงไปและใช้นมบีบสดๆ จากแพะ”

นางคิดว่าเขาจะดื่มแต่มือหนาที่ยกถ้วยชาขึ้นเมื่อครู่กลับวางมันลงไป “เจ้าจงจำไว้ข้าดื่มนมจากเต้าอยู่ชนิดเดียวเท่านั้น”

เต้าเฟยขมวดคิ้ว เอียงหน้าเข้าไปใกล้ นางทำอะไรก็ไม่ถูกใจเขาบ้างเลยหรือ “ท่านแม่ทัพไม่ดื่มนมจากเต้าแพะ พรุ่งนี้ข้าจะบีบนมสดๆ จากเต้าวัว หรือท่านชื่นชอบนมม้า”

ลู่เคอตัวรู้สึกขบขันนางแต่ยังรักษาท่าทีราบเรียบไว้ได้ ใบหน้าคมเข้มยืนเข้าไปใกล้จนเกือบจะชนแก้มขาวนวลของเต้าเฟย

“ข้าดื่มนมจากเต้าเดียว ก็คือเต้าคน”

ดวงตาคู่กลมใสที่ทอประกายงดงามเบิกกว้าง อายจนแก้มแดงราวกับลูกพลับไฟ “ท่าน!

“ข้าหมายถึงเต้านมของแม่ข้า ไยเจ้าถึงได้แก้มแดงราวกับลูกพลับไฟ อย่าบอกว่าเจ้าคิดว่าข้าจะกินนมจากเต้า...” ลู่เคอตัวหยุดพูดแค่นั้นเมื่อเห็นว่านางไม่ยอมมองหน้าเขา

นางหรือจะอายเป็น

ลู่เคอตัวลอบมองเต้าเฟยครั้งหนึ่งเห็นนางเบือนหน้าไปทางอื่นก็ลอบยิ้มบางๆออกมา ฝ่ายเต้าเฟยรู้สึกเหมือนถูกมองพอหันกลับมาก็ไม่เห็นมีอะไร

ลู่เคอตัวหุบยิ้ม กลับมาตีสีหน้านิ่งดุจเดิม เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารกิน เต้าเฟยถอนใจแล้วเปลี่ยนมามองอาหารบนโต๊ะแทน

อาหารตรงหน้ามีห้าอย่าง อาหารทุกจานดูเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย นางเห็นเขากินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว จึงคีบปลาขึ้นมาชิ้นหนึ่งเพื่อลองชิมบ้าง เมื่อลิ้นสัมผัสกับเนื้อปลาก็พบว่าอร่อยรสชาติดี จนกระทั่งกินข้าวเสร็จร่างของพ่อบ้านหวังก็เดินค้อมตัวเข้ามา

“ฮูหยินขอรับนี่เป็นกล่องของขวัญที่ถูกส่งมาจากเผ่าของท่านขอรับ มีคนนำมาส่งเมื่อวานตอนเย็น บ่าวเห็นว่าฮูหยินกำลังยุ่งอยู่ในครัว บ่าวเลยไม่ได้นำไปให้”

เต้าเฟยรับมามองดู “รบกวนท่านแล้วพ่อบ้านหวัง”

“เป็นหน้าที่ของบ่าวอยู่แล้วขอรับ”

พ่อบ้านหวังเดินออกไป เต้าเฟยจึงแกะกล่องหยิบของข้างในออกมาดู พลันสีหน้าก็ยิ้มแย้ม เมื่อได้เห็นของขวัญถูกใจ

“ในที่สุดท่านพี่ก็ทำพัดเล่มนี้ให้ข้าจนได้” เต้าเฟยยิ้มน้อยๆ บอกลู่เคอตัว เพราะมีเขาคนเดียวที่นั่งอยู่

ลู่เคอตัวหรี่ตามองอย่างผิดสังเกตเมื่อเห็นนางยิ้มไปจนถึงดวงตาราวกับมีความสุขมาก “ ก็แค่พัด เจ้าจะดีใจอะไรนักหนา สมบัติในจวนข้ามีออกมากมาย”

“ท่านไม่เข้าใจ ข้าชอบพัดเล่มนี้เพราะมันพิเศษไม่เหมือนพัดเล่มอื่น”

ลู่เคอตัวหรี่ตามองอีกครั้ง ก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะทุ่มเถียงกับสตรี “เจ้าชอบก็ดีแล้ว พี่สาวเจ้าช่างรู้ใจเจ้านัก”

“ไม่ใช่ท่านพี่เตี้ยนเฟยที่ส่งพัดนี้ให้ข้า”

ลู่เคอตัวขมวดคิ้ว วางจอกชาในมือลงแล้วเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถาม “ข้าจำได้ว่าเจ้ามีพี่สาวคนเดียวคือเตี้ยนเฟยที่เพิ่งแต่งให้กับหัวหน้าเผ่าหนจิลามิใช่หรือ”

เต้าเฟยหัวเราะ “ท่านเข้าใจผิดแล้ว คนที่ส่งพัดให้ข้าไม่ใช่ท่านพี่เตี้ยนเฟยแต่เป็นท่านพี่หวงซวนถานต่างหาก”

“หวงซวนถาน” ลู่เคอตัวทวนคำแล้วจดจำเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,724 ความคิดเห็น

  1. #1679 Dreammimi1 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 06:20
    ชอบนะคะเรื่องนี้รอมานานมากเห็นตั้งแต่เปิดเรื่องมาเกือบปีสมใจสักทีฝากตัวด้วยค่ะ
    #1,679
    0
  2. #1560 9namfon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 14:09
    ท่านแม่ทัพ เอาไงกันแน่
    #1,560
    0
  3. #839 glouye (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 17:30
    กำลังติด ใหม่มันแปลกไปนะคะเหมือนรวบรัด อาจคิดไปเองก็ได้ 555
    #839
    1
  4. #837 Pang_happy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 14:39
    ทำไม?ตอนก่อนหน้าหายไปไหน
    #837
    0