เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 13.1 เข้าเมืองเจี้ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

การเข้าเมืองนั้นเดินทางโดยใช้ม้าสองตัว โดยที่แบมแบมกับเสี่ยวไจ้นั่งตัวเดียวกัน แบมแบมสามารถบังคับม้าได้ เพราะเคยเช่าม้าจากพ่อค้ามาลองฝึกดู

ส่วนผู้ติดตามของหวังเจียเอ่อร์เป็นผู้เสียสละ ตามมาด้วยกำลังขาของตนเอง

หวังเจียเอ่อร์ปรายตามองมาแล้วปลง คนที่ตกอยู่ในอ้อมแขนดันเป็นเด็กชายผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนเมียรักในชาติภพนี้กลับนั่งซ้อนหลังสหายไม่ชายตามองมาสักนิด ดูห่างเหินจนน่าปวดใจ

“เสี่ยวไจ้ เจ้าไม่มาเปลี่ยนใจมานั่งกับสา...แน่หรือ?” หวังเจียเอ่อร์เอ่ยถาม

“ถ้าท่านยังพยายามหลอกล่อกินเต้าหู้จากข้า ถึงเมืองเมื่อใด ข้าจะป่าวประกาศประจานท่าน” เสี่ยวไจ้ขู่กลับไป จนแบมแบมยิ้มระอา

“เสี่ยวไจ้อย่าดุร้ายนักเลย ท่านหวังเจียเอ่อร์คงต้องใจแล้วอยากจะเกี้ยวเจ้า” 

“เฮอะ แค่เล่นๆ ตามประสาชายหื่นกามเสียมากกว่า” 

“สา...เอ๊ย! ข้าจริงจังจริงใจ ไม่ได้เล่นๆ กับเจ้าเลย” 

“เหอะ! ข้าไม่อยากฟัง รีบบังคับม้าให้เร็วๆ หน่อย ช้าเช่นนี้เมื่อใดจะถึงเมืองกันเล่า” 

“จ้าๆ ... สา...เอ๊ย! ข้าเข้าใจแล้ว” หวังเจียเอ่อร์รีบบังคับม้าให้มันวิ่งเร็วขึ้น ตามคำสั่งของเสี่ยวไจ้

จนช่วงบ่ายพวกเขาก็มาถึงตัวเมือง ผู้คนมากมายจับจ้องมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเด็กชายที่ถูกช่วยเหลือเอาไว้เป็นบุตรชายของเจ้าเมืองแห่งนี้

“นั่นคุณชายมู่นี่นา” 

“ไหนมีข่าวว่าถูกมารฆ่าไปแล้วไง?”

“คงจะถูกช่วยชีวิตเอาไว้” 

“ใช่ๆ คุณชายยังไม่ตาย” น้ำเสียงเซ็งแซ่ดังขึ้น เสี่ยวไจ้เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

“เจ้าเป็นถึงคุณชายเชียวหรือ?” นางเอ่ยถาม แบมแบมเป็นสหายกับนางมานานพอรู้สึกได้ถึงความเจ้าเล่ห์ในน้ำเสียง

“ขอรับ” 

“เช่นนั้นข้าหวังว่าบิดาเจ้าจะต้อนรับเราเป็นอย่างดี”

“แน่นอนขอรับ นอกจากต้อนรับแล้ว ข้าเชื่อว่าท่านพ่อต้องตอบแทนน้ำใจของพวกท่านอย่างแน่นอน” 

“ดียิ่ง ไม่เสียแรงที่เราเสี่ยงชีวิตช่วยเจ้าเอาไว้” เสี่ยวไจ้พยักหน้า และคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“เมียรักเจ้าคงชอบเงินทอง” 

“ผู้ใดบ้างไม่ชอบ” 

“เช่นนั้นรีบตามสามีกลับตระกูลดีหรือไม่ สามีมีเงินมีทองให้เจ้าใช้ไม่ขาดมือ” ท่านขุนพลหลอกล่อ หากแต่คนอย่างเสี่ยวไจ้มีหรือจะเคี้ยวง่าย

“ข้าชอบเงินทอง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชอบมากจนยอมเป็นเมียคนวิปลาส แล้วก็อย่าเกินเลย ข้าไม่ได้เป็นเมียรักของท่าน และท่านก็ไม่ได้สามีข้า” 

“แหมๆ สา...เอ๊ย! ข้าก็แค่หลุดปากไปเท่านั้นเอง”

“เหอะ ถ้าข้าเชื่อท่านก็คงออกลูกเป็นลิง” 

“ลูกของเราไม่ใช่ลิง แต่เป็นผู้ฝึกตนระดับสูงเลยเชียว” 

“โอ๊ยข้าปวดหัว” เสี่ยวไจ้คร่ำครวญออกมา เมื่อยิ่งพูดชายผู้นี้ยิ่งโต้ตอบกลับมาได้อย่างหน้าด้านหน้าทน

“คิกคิก...” แบมแบมฟังการโต้ตอบของทั้งสองคนแล้วก็หัวเราะขำขัน เขาไม่เคยเห็นคนปากไวอย่างเสี่ยวไจ้จนมุมได้ขนาดนี้มาก่อน

 

จนในที่สุดก็มาถึงจวนเจ้าเมือง ทุกคนในจวนวิ่งกันให้วุ่นวาย เมื่อเห็นว่าคุณชายที่คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว กลับมาอย่างปลอดภัย

“โล่งอกไปทีลูกรักของพ่อ” เจ้าเมืองกอดรับขวัญบุตรชายด้วยความปีติ

“พวกเขาเป็นคนช่วยข้าเอาไว้ขอรับท่านพ่อ หากไม่มีพวกเขา ข้าคงตายไปแล้ว” 

“อ่า...ขอบคุณพวกท่านมาก ได้โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย” ท่านเจ้าเมืองจะก้มลงคำนับ 

“ท่านเจ้าเมืองอย่าทำถึงขั้นนั้นเลย” แบมแบมจึงรีบบอกปัด หากแต่หวังเจียเอ่อร์ค้านแสดงความคิดต่างออกมา

“พวกเจ้าเป็นผู้มีพระคุณ ชายผู้นี้จะคำนับเจ้าก็ย่อมสมเหตุสมผล” 

“อ่า...ถ้าท่านเห็นสมควร เอาตามนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” แบมแบมไม่เคยสัมผัสสังคมชั้นสูง จึงยอมคล้อยตามคนที่ดูเหมือนจะคลุกคลีอยู่ในชนชั้นนี้

“รู้สึกมีบารมีเหมือนกันนะ เจ้าว่าไหม?” เสี่ยวไจ้กระซิบกระซาบ ปลื้มใจที่ได้รับการคำนับจากเจ้าเมือง 

“ฮ่ะฮ่ะ...” ซึ่งแบมแบมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป 

“ผู้มีพระคุณโปรดนั่งดื่มชาก่อน” เจ้าเมืองเชื้อเชิญ ทุกคนจึงลงนั่งที่เก้าอี้ เสี่ยวไจ้มีท่าทางนั่งไม่ติด ขยับก้นยุกยิกเพราะไม่เคยนั่งเก้าอี้ที่หรูหรามาก่อน

“เสี่ยวกัน เก้าอี้ตัวนี้ไม้เนื้อดีมาก หนำซ้ำยังขัดเสียเงาวับ” นางกระซิบกระซาบ แบมแบมจึงอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู

“อืม เจ้ากล่าวได้ถูกต้องแล้ว” 

“มะ... เอ่อ... เสี่ยวไจ้ ถ้าเจ้าชอบเก้าอี้หรูหรา ที่บ้านก็มีเก้าอี้หยก เก้าอี้ทองคำ เพียงเจ้ากลับไปกับข้า เจ้าจะเลือกนั่งตัวใดก็ได้” 

“เหอะ! คิดว่าข้าโง่หรือ?” 

“มีจริงๆ ขอรับ” บ่าวผู้ติดตาม อดไม่ได้ที่จะช่วยยืนยัน ทำเอาเสี่ยวไจ้หันไปมองหน้ากับสหายอย่างตื่นตะลึง

“ไม่อยากจะเชื่อ คนสติไม่เต็มเต็งกลับมีครอบครัวร่ำรวย สวรรค์ไม่มีตาหรืออย่างไร” นางอดไม่ได้ที่จะอิจฉา แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้คิดกระโจนเกาะขาทองคำนี้ ทำเอาหวังเจียเอ่อร์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีกับภรรยามากขึ้นกว่าเดิม

“ฮ่ะฮ่าฮ่า ดูจากแซ่ท่านน่าจะมาจากเชื้อสายของสองในสามขุนพล ไม่แปลกที่จะร่ำรวย” เจ้าเมืองพูดขึ้น แบมแบมก็พยักหน้าเห็นด้วย ตั้งแต่องค์จักรพรรดิขึ้นครองราชย์ แซ่ต้วนและแซ่หวังก็เป็นแซ่เฉพาะ 

แซ่ต้วนมีเพียงสองเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ คือองค์จักรพรรดิกับท่านอ๋องต้วนไจ้ฟ่าน 

ส่วนแซ่หวังก็มีแค่ทายาทสายตรงเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ทายาทสายรองจะใช้แซ่หวังเอ้อร์แทน ซึ่งเรื่องนี้แบมแบมก็รู้สึกแปลกนิดหน่อย เพราะน้อยนักที่จะมีแซ่สองพยางค์

“เจ้าพูดได้ดี” 

“ฮ่ะฮ่าฮ่า ย่อมเป็นเช่นนั้น พ่อบ้าน... ของที่สั่งให้ไปหยิบเล่ายังไม่มาอีกหรือ?” 

“มาแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้ถือหีบขนาดย่อมมาใบหนึ่ง เจ้าเมืองยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันมามองหน้าเหล่าผู้มีพระคุณ

“ท่านช่วยลูกชายข้าอาไว้ นี่ถือเป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ” พอเจ้าเมืองพูดจบ พ่อบ้านก็ส่งหีบให้ แบมแบมกับเสี่ยวไจ้มองหน้ากัน 

“เสี่ยวกัน เจ้ารับสิ” เสี่ยวไจ้ไม่กล้ารับ เพราะบังเกิดความขัดเขินขึ้นในใจ แบมแบมจึงเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปรับ คิดว่าจากนี้ค่อยไปแบ่งกันในภายหลัง

“ขอบคุณท่านเจ้าเมือง” 

“ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ”

“เช่นนั้นพวกเราคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อถูกเสี่ยวไจ้ส่งสายตาเป็นนัยๆ ให้ แบมแบมก็เอ่ยขอตัวออกจากจวนเจ้าเมือง

“ท่านจะไม่อยู่ดื่มน้ำชา รับมื้อค่ำด้วยกันก่อนหรือ?” ท่านเจ้าเมืองถามขึ้น 

“ไม่รบกวนดีกว่า เรายังมีธุระอื่นต้องสะสาง” 

“เข้าใจแล้ว” เจ้าเมืองไม่ได้รั้งเอาไว้ต่อ พวกเขาจึงออกมาจากจวนเจ้าเมืองอย่างโล่งใจ

ถึงฝ่ายนั้นจะดูซาบซึ้งในน้ำใจ แต่หากรู้ว่าพวกเขาเป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้าน ที่มีพลังเพียงขั้นห้าและขั้นสาม ก็ไม่แน่ว่าจะเอาเปรียบ เหมือนกับเจ้าเมืองคนก่อนหน้า ถือเป็นการกันเอาไว้ดีกว่าแก้

 

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น