เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 13.2 เข้าเมืองเจี้ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

“แล้วบ้านของพวกเจ้าอยู่ที่ใด?” หวังเจียเอ่อร์ถามขึ้น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถาม หากแต่เด็กสาวทั้งสองคนไม่ยอมตอบดีๆ เสียที

“เหอะ! ต่อให้ท่านถามข้าสักร้อยรอบข้าก็ไม่ตอบหรอก”

“เสี่ยวไจ้ ข้าว่าท่านหวังก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายนะ” แบมแบมกระซิบกระซาบ ทำเอาหวังเจียเอ่อร์ยิ้มอ่อนโยนหวังให้บารมีคนดีกระแทกตาเมียรักของตนให้ใจอ่อน

“ไม่เลวร้ายแต่ก็ไม่เต็มเต็ง เราไว้ใจไม่ได้” เสี่ยวไจ้ตอบกลับสหาย ทำเอาใจหวังเจียเอ่อร์สะดุ้ง

“เมีย...เอ่อ...เสี่ยวไจ้ ข้ามิได้ไม่เต็มเต็ง ข้ามีสติดี หนำซ้ำยังฉลาดด้วย เจ้าสามารถไว้ใจข้าได้”

“นี่ ท่านได้ยินที่พวกข้ากระซิบกันด้วยหรือ?”

“ก็ข้ามีพลังปราณสูง ก็ย่อมได้ยินอยู่แล้ว” คำตอบนั้นทำให้เด็กสาววางสีหน้าไม่ถูกไปหลายอึดใจเลยทีเดียว

“เอ่อ...บ้านของพวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกเจ้าค่ะ” เป็นแบมแบมที่ยอมเปิดปาก

“เสี่ยวกัน ไยเจ้าถึงบอกไปเล่า?”

“ท่านหวังไม่น่าจะใช่คนไม่ดี”

“เจ้าอย่าเชื่อคนง่ายสิเสี่ยวกัน”

“แต่การทำตัวแข็งกร้าว ไม่รับการผูกมิตรจากผู้อื่นก็ไม่ใช่เรื่องดีเช่นกัน อีกอย่างท่านหวังดูเป็นผู้มีพลังสูงถ้าจะคิดไม่ดีกับเราคงทำไปนานแล้ว” ผ่านมาหลายชาติภพ แบมแบมเชื่อว่าตนเองดูคนเป็นในระดับหนึ่ง แววตาของท่านหวังยามมองเสี่ยวไจ้เต็มไปด้วยความรัก ความหลง และเทดทูน เขาเชื่อว่าท่านหวังคงจะไม่ทำร้ายพวกเขาอย่างแน่นอน

“ก็ได้... บอกเขาไป” เสี่ยวไจ้มักยอมอ่อนข้อให้สหายเสมอ อีกทั้งลึกๆ แล้วนางก็รู้สึกว่าท่านหวังมิได้เป็นคนชั่ว แม้จะสติไม่ดีก็ตาม

“เราสองคนมาจากเมืองจิ้ง”

“เมืองจิ้งไกลจากที่นี่ไม่น้อย เหตุใดเด็กสาวเช่นเจ้าทั้งสอง ถึงได้ดั้นด้นกันมาถึงที่นี่เล่า?” หวังเจียเอ่อร์บังเกิดความสงสัยขึ้นมา

“นั่นเป็นเพราะเจ้าเมืองจิ้งจะบังคับเราสองคนไปเป็นอนุไงเล่า พวกชายมักมากก็เช่นนี้แหละ กระทั่งเด็กสาวรุ่นลูกรุ่นหลานอายุแค่สิบสี่ก็ไม่เว้น” เสี่ยวไจ้แสดงสีหน้าเกลียดชังออกมา

ส่วนบ่าวติดตามของท่านหวัง มองหน้าเจ้านายตัวเอง และมองหน้าเด็กสาวที่ถูกหมายตา อดคิดไม่ได้ว่า นี่มิใช่รุ่นลูกรุ่นหลาน แต่อาจเป็นรุ่นเหลนของเหลนต่างหาก ก็ขุนพลหวังเจียเอ่อร์อายุเท่ากับองค์จักรพรรดิ นั่นก็เท่ากับว่าใกล้จะสี่ร้อยปีเต็มที

“เจ้าเมืองจิ้ง... มันบังอาจนัก ไม่ต้องห่วงแค้นนี้สามีจะจัดการให้เจ้าเอง”

“สามีบ้านท่านสิ!”

“โอ๊ะ! ขอโทษข้าเผลอหลุดปากไป” หวังเจียเอ่อร์รีบเอามือปิดปากตนเอง แบมแบมจึงยิ้มขำขันออกมา

“แค่หลุดปากไม่เป็นไร แค่อย่าหักหาญน้ำใจสหายข้าก็พอ”

“ไม่ต้องห่วง สิ่งเดียวที่ข้าจะไม่ทำก็คือการทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจซ้ำสอง”

“ซ้ำสอง?”

“เอ่อ... ครั้งก่อนเมื่อตอนที่เจ้ายังเป็นเมียรักของข้า เรามีเรื่องเข้าใจผิดกัน ไม่ได้ปรับความเข้าใจ ก็มีอันต้องตายจากกันไปเสียก่อน” หวังเจียเอ่อร์คิดถึงเรื่องนั้นก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความเศร้าหมองในใจ

“เรื่องผิดใจ?”

“ข้าถูกน้องสาวของเจ้าวางยานอนหลับ แล้วสร้างเรื่องว่าข้าได้หลับนอนกับนาง เจ้ามาพบเข้าก็โกรธจนหนีออกจากบ้าน สุดท้ายก็ถูกมารที่สมคบกับน้องสาวของเจ้าฆ่าตาย” หวังเจียเอ่อร์อธิบายอย่างไม่มีปิดบัง ราวกับว่ารอโอกาสที่จะได้อธิบายความจริงมาโดยตลอด

“ข้าตอนเป็นเมียรักของท่าน น้องสาวของข้ายามเป็นเมียรักของท่าน... นี่เจ้าคิดว่าข้า...”

“ใช่ เจ้าเป็นเมียรักของข้ากลับชาติมาเกิดแน่ๆ” หวังเจียเอ่อร์พยักหน้ารับ บ่าวผู้ติดตามเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวที่ผู้เป็นนายต้องตา ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ท่านเหมือนฮูหยินจริงๆ ขอรับ”

“ไม่ใช่แค่เหมือน แต่จิตวิญญาณของเจ้าก็มีกลิ่นอายของนางอยู่” หวังเจียเอ่อร์ยืนยัน ส่วนเสี่ยวไจ้ หลังจากได้ฟังความจากปากของคนตรงหน้า ก็ใจเต้นจังหวะแปลก แต่ก็ทำเป็นเชิดหน้าขึ้น แล้วพูดว่า...

“แสดงว่าท่านแก่กว่าข้าหลายปีสินะ”

“ก็...” หวังเจียเอ่อร์อึกอัก ไม่กล้าบอกกับนางว่าตนเองแก่กว่าถึงสามร้อยเกือบสี่ร้อยปี

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ข้าจะบอกท่านว่า ไม่ว่าข้าจะเหมือนนางมากเท่าใด หรือในจิตวิญญาณมีกลิ่นอายของนาง แต่ในยามนี้ข้าไม่ใช่นาง ข้าเป็นข้า และข้าไม่ชอบเป็นตัวแทนใคร” เสี่ยวไจ้พูดออกมาอย่างขึงขัง แต่หวังเจียเอ่อร์ไม่มีท่าทีว่าจะเสียใจกับคำพูดนั้น หนำซ้ำยังรักนางมากขึ้นอีกด้วย

“แน่นอนเจ้าเป็นเจ้า เพียงแต่ขอโอกาสให้ข้าได้ดูแลเจ้าบ้าง”

“แม้ข้าจะไม่ใจอ่อนกับท่านน่ะหรือ?”

“ใช่... แม้เจ้าจะไม่ใจอ่อนกับข้า”

“ตามใจท่าน” แม้จะตะขิดตะขวงใจ แต่ใครบ้างไม่ชอบถูกเอาอกเอาใจ

“จากที่พวกเจ้าหนีมาจากเมืองจิ้ง คงไม่มีที่พักเป็นแน่”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านหวังมีที่พักดีๆ แนะนำหรือไม่?” แบมแบมถามออกไป

“ย่อมต้องมี อาหู่ไปเรียกรถม้ามา จะได้ไปถึงที่นั่นกันเร็วๆ”

“ขอรับนายท่าน” บ่าวผู้ติดตาม รับคำอย่างดีใจ ที่ไม่ต้องเดินตามอีก

ราวๆ สองชั่วยามก็มาถึงที่หมาย แบมแบมมองหน้ากับเสี่ยวไจ้ ที่นี่คือสำนักศึกษาหลวง!

“ข้ารู้มาว่าสำนักต่างๆ อยู่ใกล้เทือกเขา แต่นี่ถึงขั้นอยู่กลางยอดเขาสูง” แบมแบมมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตะลึง ที่มาเมืองเจี้ยนส่วนหนึ่งก็ตั้งใจจะสอบเข้าเป็นศิษย์ที่นี่เช่นกัน ไม่คิดว่าจะมาถึงที่นี่เร็วเช่นนี้ หนำซ้ำยังไม่ต้องสอบถามที่ตั้งกับผู้ใด นับว่าวาสนาของพวกเขาดีไม่ใช่น้อย

“ตามข้าเข้าไปหาเจ้าสำนักเถิด”

“ถึงขั้นเข้าไปหาเจ้าสำนักเลยหรือ?” เสี่ยวไจ้ถามด้วยความตื่นตกใจ

เจ้าสำนักเชียวนะ!

นับเป็นบุคคลที่สำคัญมาก

“ตื่นตกใจอันใด เจ้าสำนักก็ลูกหลานเรา”

“เหอะ... กล้าพูด!” เสี่ยวไจ้ไม่ปักใจเชื่อ เพราะนางโดนภาพลักษณ์หนุ่มวัยฉกรรจ์ของหวังเจียเอ่อร์หลอกตา

“หึหึ เจียนเอ๋อร์ต้องดีใจแน่หากได้พบเจ้า” หวังเจียเอ่อร์เดินนำ เสี่ยวไจ้ส่ายหัวกับความไม่เต็มเต็งของคนตรงหน้า ที่วางท่าอวดเบ่งไม่ยอมเลิกรา ส่วนแบมแบมก็อดไม่ได้ที่จะทบทวนบางอย่างในหัว

อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ของอาณาจักรต้วนที่ฝากพ่อค้าซื้อ ในหนังสือกล่าวถึงสำนักศึกษาหลวงว่า หวังโหย่วเจียนบุตรชายของขุนพลหวังเจียเอ่อร์เป็นเจ้าสำนักใหญ่มาเกือบมาสองร้อยห้าสิบปีแล้ว หากท่านหวังบอกว่าเจ้าสำนักเป็นลูกหลาน ไม่เท่ากับว่าท่านหวังคือขุนพลหวังเจียเอ่อร์หรือ

“ไร้สาระ...” แบมแบมส่ายหัว ตัวตนระดับนั้นจะพบง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร บางทีท่านหวังอาจไม่เต็มเต็งอย่างที่เสี่ยวไจ้ว่า

แบมแบมอยากจะปักใจเชื่อเช่นนั้น

ทว่า...

พอศิษย์ผู้นำทางผายมือให้เข้าไปพบกับเจ้าสำนักในห้องโถง ผู้ที่มี แววตาสุขุม ท่าทางมีความรู้สูงส่งจนน่าเลื่อมใส ก็ก้มคำนับท่านหวัง

“ลูกคารวะท่านพ่อ” คำพูดนั้นทำลายความเชื่อของแบมแบมจนป่นปี้!

เขานึกทบทวนเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก!

ศิษย์ผู้นำทางบอกว่าเจ้าสำนักรออยู่ในห้องโถง และในห้องโถงยามนี้ก็มีแค่ชายผู้นี้คนเดียว 

ฉะนั้นชายผู้นี้เป็นเจ้าสำนักที่มีนามว่าหวังโหย่วเจียน! 

และหวังโหย่วเจียนผู้นี้ก็บุตรชายของท่านหวัง!

ฉะนั้นเท่ากับว่าท่านหวังคือหนึ่งในสามขุนพลขององค์จักรพรรดิ! 

“ตามสบายเถิดเจียนเอ๋อร์”

“ท่านพ่อ ปีนี้ลูกก็จะสองร้อยเจ็ดสิบแล้ว เลิกเรียกลูกว่าเจียนเอ๋อร์เสียที ลูกหลานมาได้ยินทีไรลูกอับอายเสียทุกที” หวังโหย่วเจียนพูดออกมาด้วยท่าทีไม่พอใจ ส่วนแบมแบมแม้จะรู้มาว่าคนที่มีพลังปราณสูงร่างกายจะแก่ช้า แต่เขาก็อดรู้สึกตื่นตะลึงไม่ได้

“เอาน่าๆ ดูสิว่าพ่อของเจ้าพาผู้ใดมา”

“หืม?” พอได้ยินเช่นนั้น หวังโหย่วเจียนก็หันมามอง แบมแบมรู้สึกกดดันจากแววตามีอำนาจเล็กน้อย แต่เพียงชั่ววูบฝ่ายนั้นก็เบือนสายตาออกไปมองเสี่ยวไจ้ จากนั้นดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ!

“ทะ... ท่านแม่”

“ห๊ะ!? นะ... นี่ท่านติ๊ต่างว่าข้าเป็นภรรยาท่านไม่พอ บุตรชายของท่านก็อีกคนหรือ?” เสี่ยวไจ้หันไปมองท่านหวังด้วยแววตาขุ่นเคือง หากแต่หวังโหย่วเจียนไม่สนใจท่าทีของนาง ปล่อยพลังสีขาวนวลออกมา นี่ไม่ใช่พลังปราณ แต่เป็นพลังของจิตวิญญาณ พลังนั้นล้อมตัวเสี่ยวไจ้เอาไว้ จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดีอกดีใจ

“ท่านแม่... เป็นท่านจริงๆ ด้วย”

“ข้าไม่ใช่มารดาของท่าน ข้าอายุเพิ่งจะสิบสี่เองนะ”

“ท่านแม่...” พอถูกเสี่ยวไจ้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย หวังโหย่วเจียนก็แสดงสีหน้าเศร้าหมองออกมา

“ทะ... ท่านต้องเข้าใจข้าสิ ชาติก่อนข้าเป็นใคร ข้าไม่รู้ แต่ชาตินี้ข้าแค่สิบสี่ยังไม่ปักปิ่นเลยด้วยซ้ำ” ท่าทีของนางไม่ต่างอันใดกับยามที่เผลอทำน้องๆ ร้องไห้ คือทั้งกระวนกระวาย สงสาร และเอ็นดู

ประเดี๋ยว!

นางกำลังเอ็นดูบุรุษตัวโตที่อายุมากกว่านางถึงสองร้อยกว่าปี!

นี่มันบ้าบออันใดนี่!

แต่ถึงจะฉุกคิดได้เช่นนั้น นางก็ไม่กล้าพูดสิ่งใดทำร้ายจิตใจเจ้าสำนักอยู่ดี

“ลูกเข้าใจแล้ว เพราะท่านแม่เกิดใหม่ จึงไร้ซึ่งความทรงจำเก่าก่อน ดีแล้วล่ะท่านแม่ ท่านจะได้ไม่ต้องจดจำสามีแย่ๆ ของท่าน”

“เจียนเอ๋อร์ อย่าพูดเช่นนั้นสิลูก อย่างน้อยเจ้าควรช่วยพ่อเกี้ยวแม่ของเจ้าสักนิด”

“ท่านแก่อายุจะสี่ร้อยปีอยู่แล้ว ปล่อยดรุณีน้อยให้มีอนาคตดีที่เถิด”

“พ่อเป็นถึงหนึ่งในสามขุนพล หนำซ้ำยังเป็นเซียนในระดับเก้าจันทรา เป็นฮูหยินของพ่อไม่มีอนาคตตรงไหนกัน”

“เหอะ! ถ้ามีอนาคตดีจริง ท่านแม่คงไม่ตายและมาเกิดใหม่เช่นนี้หรอก” ทั้งคู่เถียงกัน เสี่ยวไจ้มองหน้าทั้งคู่สลับไปมา ก่อนจะหันมามองสหายรัก

“เสี่ยวกัน เมื่อครู่ข้าคงหูฝาดไป ท่านหวังคงไม่ได้พูดว่าเป็นหนึ่งในสามขุนพลหรอกใช่ไหม?” คำถามนี้ทำให้แบมแบมมองเจ้าตัวด้วยแววตาเห็นใจ

“ข้าเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์อาณาจักรความว่าเจ้าสำนักศึกษาหลวงเป็นบุตรชายของท่านขุนพลหวังเจียเอ่อร์ พอได้ยินท่านหวังพูดว่าเจ้าสำนักเป็นลูกหลาน ข้าสะกิดใจอยู่บ้าง แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ แต่พอมาได้เห็นได้ยินตอนนี้ คงเลี่ยงความจริงไม่ได้แล้วละเสี่ยวไจ้”

“ขะ...ข้าด่าเขาไปตั้งเยอะ ทั้งกายหยาบทั้งในใจเลย เฮือกกก!”

“เสี่ยวไจ้!” พูดยังไม่ทันจบดี เสี่ยวไจ้ก็เป็นลมล้มพับไป ท่ามกลางความตกใจของทุกคน!

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น